ยินดีต้อนรับสู่บล็อกเรื่อยๆ เปื่อยๆ ของโอ้โฮค่ะ

~@-@~ ซินจ่าว เวียดนามเหนือ - 6 ~@-@~

.




สุวรรณภูมิ => นอยไบ => ฮาลอง => นิงห์บิงห์ => ไมเชียว => ฮานอย => นอยไบ => สุวรรณภูมิ

21 - 25 กุมภาพันธ์ 2551





เที่ยวเวียดนามเหนือกันในบล็อกสุดท้ายนะคะ

ภาพเยอะอีกเช่นเคย แถมยังมัวกว่าภาพในบล็อกที่ผ่านมา อีกด้วย

เพราะอะไร มีเฉลย...เอ๋ย เอ๋ย เอ๋ยยยยย





ชมภาพจากทริปนี้เพิ่มเติมได้ที่
บ้านของหัวหน้าทัวร์
เว็บของน้องจอย
บล็อกของน้องเอ๋ - กระปุกกลิ้ง
และ บ้านของเอ้ย ค่ะ










วันที่ 5 [ 25 กพ. 51]



หนึ่งคืนในฮานอยผ่านไปแบบกระสับกระส่ายพอสมควร
อากาศในฮานอยไม่ค่อยดีค่ะ ฝุ่นเยอะ พอๆ กับกรุงเทพฯ เลย แป่ว...
ก่อนเดินทางมีอาการฟืดฟาด แพ้อากาศนิโหน่ย
พอไปถึงก็ออกนอกเมืองเลย อาการที่ว่าก็หายไป
แล้วมันก็กลับมาใหม่ในฮานอยยยย... แปร๊น...


หลังจากเสร็จกิจธุระ ก็ขนกระเป๋าขึ้นรถตู้ ไปเที่ยวกันต่อ
วันนี้ฮานอยฝนตกด้วยค่ะ ถนนเฉอะแฉะ แถมคุณไกด์ยังบอกว่า
จะต้องเดินทั้งวัน ไม่ได้หลับพักในรถอีกแล้วนะครับ


สถานที่แรกที่เราไปกันก็คือ สุสานลุงโฮ [Ho Chi Minh’ s Mausoleum]









น่าเสียดายมากที่วันนี้เป็นวันจันทร์ปิดทำการ
เลยไม่มีโอกาสได้เข้าไปเคารพศพลุงโฮและชมพิพิธภัณฑ์ด้านใน










จัตุรัสบาสดิงห์ [Ba dinh] ในวันที่ฝนตกและหยุดแล้ว









สนามหญ้าหน้าสุสานลุงโฮ
จำไม่ได้ว่ามีหญ้าทั้งหมดกี่แปลง คุณไกด์บอกว่าเท่ากับจำนวนหมู่บ้านในเวียดนามค่ะ










ทำเนียบประธานาธิบดีที่อยู่ข้างๆ กัน
ไม่เปิดให้เข้าชมค่ะ ได้แต่ชื่นชมความงามแบบห่างๆ
















อาคารต่างๆ ในบริเวณเดียวกัน









ห้องนอนของลุงโฮ ในอาคารที่ทางการฝรั่งเศสจัดให้

แอบมีเงาสะท้อนจากกระจกนิดๆ อิอิ










ห้องรับประทานอาหาร ที่ต้องการแสดงให้เห็นว่า
ลุงโฮของพวกเขาเป็นคนที่สมถะ กินง่ายอยู่ง่าย
ในขณะที่ประชาชนอดอยาก ท่านก็อดอยากด้วยเช่นกัน
บางวันก็ไม่ได้กินข้าวเลยสักมื้อ










สระน้ำ ข้างที่พักของลุงโฮ [อาคารหลังเหลืองๆ]









หันมามองอีกมุมหนึ่งของสระน้ำกว้างขวาง จะเห็นบ้านไม้ทรงไทยหลังหนึ่ง









ในช่วงหนึ่ง ลุงโฮได้ลี้ภัยเข้ามาอยู่ในจังหวัดนครพนมของไทยเรา
ซึ่งท่านมีความระลึกถึงอยู่เสมอ จึงได้ย้ายจากอาคารหลังใหญ่ที่ฝรังเศสจัดให้
มาพักอยู่ที่บ้านไม้เล็กๆ หลังนี้แทน










ขึ้นไปชมด้านบนผ่านทางบันไดเหล็กด้านหลังที่เขาทำออกมาต่างหาก









มีเพียงห้องทำงานและห้องนอนเท่านั้น









อาคารหลังนี้จัดเป็นร้านขายของที่ระลึกค่ะ









ตรงร้านใกล้ๆ ทางออก ก็มีร้านขายของที่ระลึก
และเครื่องดนตรีของเวียดนามที่ส่วนใหญ่ทำจากไม้ไผ่


ผู้หญิงที่ใส่แจ็กเก็ตสีดำกำลังบรรเลงพิณสายเดียวค่ะ
มีฝรั่งนั่งชมเพียบ เลยไม่กล้าเดินตัดเข้าไปถ่ายรูปใกล้ๆ










เจดีย์เสาเดียว [One Pillar Pagoda] ที่อยู่ใกล้ๆ กัน

มีความเชื่อว่าถ้าใครได้มาไหว้พระขอลูกชายที่นี่แล้วจะสมหวังค่ะ










คิดว่าวันนี้เป็นวันสำคัญทางศาสนา
มีคนมาไหว้พระไหว้เจ้ากันแน่นวัด [ไม่นับพวกนักท่องเที่ยว]
มีการแสดงคล้ายๆ รำแก้บน [เดาล้วนๆ นะคะ] หน้าศาลเจ้าด้วย

ยืนฟังแป๊บๆ รู้สึกว่าทำนองเพลงที่ร้องจะคล้ายๆ งิ้วไหหลำที่เราคุ้นเคยเลย






ออกจากเจดีย์เสาเดียวแล้ว เราก็ขึ้นรถเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวา จำไม่ได้ว่ากี่เลี้ยว
แต่ไม่นานนัก เราก็ไปถึงสถานที่สำคัญอีกแห่งในฮานอย นั่นก็คือ
วิหารวรรณกรรม : แหล่งรวมนักปราญช์ราชบัญฑิต









บริเวณภายนอกกำแพงของวิหารวรรณกรรม
จะมีคนมาตั้งโต๊ะขายป้ายอักษรมงคล และรับวาดรูปเหมือนค่ะ










ประตูทางเข้าวิหารวรรณกรรม





วิหารวรรณกรรม หรือ วันเมี่ยว [Van mieu]
สร้างในสมัยพระเจ้าหลีไท้ตง [Ly Thai Tong] เพื่ออุทิศให้แด่ขงจื้อ
อยู่ติดกับ Quoc Tu Giam ซึ่งเป็นโรงเรียนของพวกขุนนาง และเป็นมหาวิทยาลัยแห่งชาติแห่งแรกของเวียดนาม









เมื่อเข้าไปภายในแล้ว สิ่งแรกที่จะเห็นคือ
"แผ่นหินจารึกชื่อจอหงวน" ที่อยู่บนหลังเต่ารอบกำแพง
แผ่นหินนี้จะจารึกชื่อ ผลงาน ประวัติทางวิชาการของผู้ที่สอบผ่านเป็นจอหงวนแล้ว ไว้เพื่อเป็นเกียรติประวัติค่ะ










มีความเชื่อว่า หากได้ลูบหัวเต่าแล้ว วิชาความรู้จะติดตัวกลับมาด้วย
เราก็เลือกลูบตัวที่มันๆ หน่อย แสดงว่าเป็นวิชาที่ได้การยอมรับจากคนจำนวนมาก แฮ่...
















ภายในวันเมี่ยว





และที่วันเมี่ยวนี่เอง ที่ "โอ้โฮ คาโน" ก็ถึงแก่การสิ้นชีพชั่วขณะ
เรื่องของเรื่องคือแบตหมด จริงๆ ก็เตรียมไปอย่างที่คิดว่าเพียงพอแล้ว
แต่หยิบชุดที่ใช้หมดเกลี้ยงแล้วใส่กระเป๋าสะพาย ส่วนแบตเต็มๆ เก็บซุกไว้ในกระเป๋าเสื้อผ้า
เห็นว่าเป็นวันสุดท้ายแล้วเลยไม่ได้รื้อออกมา ได้แต่ควัก "โอ้โฮ โมโต" ขึ้นมาแชะแชะ
ที่เหลือก็หวังพึ่งภาพจากกล้องของน้องๆ ร่วมทริปแทน


ภาพต่อจากนี้จะยิ่งมัวกว่าเดิมแล้วนะคะ แต่มัวยังไงก็จะมั่วแปะไปเรื่อยๆ ค่ะ




ออกจากวันเมี่ยวเป็นเวลาใกล้เที่ยงค่ะ ถึงเวลารับประทานแล้ว...
อิ่มท้องแล้ว เราก็ไปชมอนุสาวรีย์กษัตริย์หลีไท้โต [Ly Thai To]
ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับทะเลสาบคืนดาบ





















ชมบริเวณอนุสาวรีย์กษัตริย์หลีไท้โตกันแบบมัวๆ นะคะ





หลังจากนั้น พวกเราก็ได้สัมผัสบรรยากาศการข้ามถนนแบบฮานอย ฮานอย แล้วววว
คุณไกด์แกพาข้ามไปแบบหน้าตาเฉย ทางม้าลงม้าลายอะไรไม่ต้องมองหา
เสียงแปร๊น แปร๊น อะไรก็ปล่อยให้มันดังไป แถมยังบอกทริคพวกเราอีกว่า
"ไม่ต้องสนใจรถ ไม่ต้องสบตาคนขับ ถ้าเขาไม่หยุด เราก็ไม่ต้องหลีก"
เอ่อ... แบบนี้ดิฉันเครียด แต่ข้ามไปข้ามมาสักสองสามครั้งก็พอไหวค่ะ









ทะเลสาบโฮฮว่านเกี๋ยม หรือ ทะเลสาบคืนดาบ [Ho Hoan Kiem Lake]

มีตำนานเล่าว่า กษัตริย์หลีไท้โต ผู้ตั้งเมืองฮานอย [สมัยก่อนเรียก ทังลอง]
ได้ดาบวิเศษมาจากเต่าตัวหนึ่ง ท่านทรงนำดาบนั้นไปต่อสู้กับกองทัพจีนเป็นเวลานานถึง 10 ปี
จนได้รับชัยชนะ แล้วพระองค์ก็ลงเรือไปกลางทะเลสาบเพื่อคืนดาบวิเศษแก่เต่าศักดิ์สิทธิ์
ซึ่งเต่าก็ได้ขึ้นมาคาบดาบจากพระองค์ลงไปในทะเลสาบด้วย


หากมองผ่านความมัวซัวไปจะเห็นเจดีย์โบราณกลางน้ำ
เชื่อกันว่ายังมีเต่าศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาพักอยู่เสมอ










บริเวณทะเลสาบจะมีเกาะเล็กๆ ชื่อว่าเกาะหยก
เป็นที่ตั้งของวัดหง็อกเซิน [Ngoc Son] หรือวัดเนินหยก ค่ะ










ข้ามสะพานเทฮุก [The Huc] หรือสะพานแสงอาทิตย์ ไปที่วัดค่ะ









เข้าไปไหว้พระข้างในกัน









เต่าที่มีอายุยืนที่สุด ทางวัดได้สตรั๊ฟไว้





ไหว้พระที่วัดเนินหยกเรียบร้อยแล้ว
คุณไกด์ก็พาเดินข้ามถนนไปโน้นมานี้ พาไปแหล่งช็อปปิ้ง
เขาว่ามีรองเท้า กระเป๋า คุณภาพดี ราคาถูก พวกเราก็ไม่สนใจ
เดินชมและซื้อของจุกจิกพอเป็นพิธี
เวลามีเหลือเฟือ คุณไกด์เลยพาไปกินไอติมเจ้าอร่อย
น้องเอ๋ กระปุกกลิ้งบอกว่า กระทู้รีวิวทริปเวียดนามในห้องบีพี/พันทิป
พูดถึงร้านนี้กันทุกคน เรากินแล้วก็อืม... สมคำเล่าลือ
มีหนุ่มสาวขี่มอเตอร์ไซค์มาจอดรถกินไอติมไป คุยจุ๊กจิ๊กกันไป คึกคักดี




แล้วก็เดินไปเรื่อยๆ จนถึงนี่เลย









อาคารข้างหน้านี้คือ โรงละครฮานอย [Hanoi Opera House]
ตั้งอยู่บริเวณวงเวียนห้าแยก เราไปหน้าโรงละครได้โดยเดินตรงไปเฉยๆ
เช่นเคย ไม่ต้องสบตาคนขับรถ ไม่ต้องสนใจเสียงแปร๊น แปร๊น










โอ่... ข้ามมาได้จริงๆ





ยังมีเวลาเหลืออีก คุณไกด์เลยพาพวกเราไปไหว้พระที่วัดอีกสองวัด
เดินเล่น กินขนม นั่งจิบน้ำชาริมทาง









Quan Thanh Temple - วัดเก่าแก่วัดหนึ่งในฮานอย
อยู่ใกล้ๆ กับ ทะเลสาบ West Lake และทะเลสาบชุบเป่ย










มีคนจับกลุ่มเล่นไพ่กันที่ริมกำแพงวัดด้วย









ทะเลสาบ West Lake
ว่าแต่ West Lake คนเวียดนามเขาเรียกเป็นภาษาของเขาว่าอะไรเนี่ย ???










ข้ามมาอีกฝั่งก็เป็นทะเลสาบชุบเป่ย









ข้ามกลับมาฝั่ง West Lake - วันนั้นข้ามไปข้ามมาจริงๆ
ครือว่า... คุ้นกับการข้ามถนนในฮานอยแล้ว

เดินไปจนสุดทางก็ถึง Tran Quoc Pagoda วัดที่มีชื่อเสียงและศักดิ์สิทธิ์อีกวัดในฮานอย


และวันนี้ก็คงเป็นวันสำคัญทางศาสนาจริงๆ วัดนี้ก็มีคนมาไหว้เจ้ากันเยอะ










มีคุณลุงมาตกปลาอย่างสบายอารมณ์ตรงทางเข้าด้วย















ภายในวัดค่ะ









ภาพสุดท้ายแว้ว... คนอ่าน โล่งใจที่ จขบ. เลิกโพสต์ภาพมัวๆ สักที


ป้ายอวยพรปีใหม่ค่ะ ที่เวียดนามเพิ่งผ่านพ้นเทศกาลเต็ด หรืองานปีใหม่มาหมาดๆ
ตามถนนหนทางทั้งในฮานอยและทุกเมืองที่เราไป มีป้ายแดงๆ ประดับกัน

ดูตัวเลขปีแล้ว เขานับปีเร็วกว่าเราปีหนึ่งค่ะ
มีเวลาน้อยเลยไม่ทันได้ถามไกด์ว่าเขานับกันยังไง






ออกจากวัดแล้ว พวกเราก็ต้องรีบไปกิน... มื้อสุดท้ายในเวียดนามแล้วค่ะ
แล้วก็รีบบึ่งรถด้วยความเร็วไม่เกิน 60 กิโลเมตร/ชั่วโมง ไปสนามบินนอยไบ
เช็คอินเป็นกรุ๊ปสุดท้ายยยยย แต่ก็กลับเมืองไทยได้แบบไม่ตกเครื่อง อิอิ



เป็นทริปสั้นๆ ที่มีความสุข สนุกสนานดีค่ะ กินอิ่มนอนหลับ ประทับใจ
กลับมาแล้วยังอยากไปเที่ยวอีกเลย แม้เมืองที่แสนวุ่นวายอย่างฮานอย
เรายังรู้สึกว่ามีเวลาเที่ยวที่นี่น้อยไปหน่อย ถ้าได้อยู่อีกสักวันหรือสองวันคงจะดีกว่านี้
แต่กลับมาแล้วให้กลับไปอีก อืม... ไปที่อื่นดีกว่าเนอะ
ที่เวียดนามเองก็ยังมีสถานที่ที่น่าเที่ยวอีกตั้งหลายแห่ง
ไม่ว่าจะเป็น เว้ ฮอยอัน ดาลัค หรือโฮจิมินห์ซิตี้
โอ่... พูดแล้วอยากปายยยยยยย..... ซะบัดเด๋วนี้เลยยยย...










จบการเที่ยวเวียดนามเหนือกับโอ้โฮแทรเวลกันแล้วนะคะ


ไว้ไปเที่ยวที่ใหม่จะมาเล่าในบล็อกนี้อีกค่ะ หวังว่าคราวหน้าอุปกรณ์บันทึกภาพจะไฮโซกว่านี้
สาธุ โอ้โฮ ต้องขยัน ต้องขยัน
[ได้ข่าวว่ามันพูดแบบนี้มาตั้งแต่ตอนไปลาวแล้วนี่หว่า ไม่เห็นมีอะไรดีขึ้นเลย แป่ว...]




ขอขอบคุณที่ติดตามอ่านบันทึกการเที่ยวเรื่อยๆ เปื่อยๆ มาจนถึงบล็อกนี้ค่ะ







 

Create Date : 14 มีนาคม 2551
6 comments
Last Update : 22 มีนาคม 2551 11:03:07 น.
Counter : 1957 Pageviews.

 

 

โดย: My life in Japan. 14 มีนาคม 2551 18:45:27 น.  

 

ข้อมูลเพียบจริงๆ อ่านเพลินเลยค่ะ

 

โดย: เอ้ย IP: 124.120.27.244 14 มีนาคม 2551 22:06:14 น.  

 

ฟานซีปันไหมพี่อ้อ กิกิ

 

โดย: อ้นเองค่ะ IP: 124.121.190.242 16 มีนาคม 2551 0:48:18 น.  

 

เทศกาลเต็ดเหรอ
555
ได้ยินว่า "เทศกาลเป็ด" ตลอดเลยอ่ะ

 

โดย: กระปุกกลิ้ง IP: 203.150.232.78 17 มีนาคม 2551 9:28:26 น.  

 

อ้าวจบทริปแล้วหรอ อ่านจนเพลิน ดูจนเพลินเลยอ่ะ

 

โดย: soda IP: 58.9.123.21 31 มีนาคม 2551 15:36:23 น.  

 

โอ้ เพิ่งเห็นง่ะ
เวียดนามน่าไปเหมือนกันนิ

เจ๊อ้อคงกลมกลืนกับประชากรส่วนใหญ่นิ อิอิอิ

 

โดย: กาบือ IP: 203.158.118.15 1 กันยายน 2551 12:08:30 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


O-HO
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





บล็อกนี้มีอะไร

Oh! My Diary - บันทึกเรื่อยๆ เปื่อยๆ

Oh! My Trip - ภาพ/เรื่องเล่าจากการเดินทาง

คู่มือลิขสิทธิ์สำหรับนักเขียน












Group Blog
 
<<
มีนาคม 2551
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
14 มีนาคม 2551
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add O-HO's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.