กุมภาพันธ์ 2556

 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
25
26
27
28
 
 
All Blog
วันมาฆบูชา..วันพระใหญ่วันแรกของปี
วันมาฆบูชา..

แนะนำพอสังเขปก่อนนะ..


วันมาฆบูชา หรือ วันจาตุรงคสันนิบาต ตรงกับขึ้น 15 ค่ำ กลางเดือน 3 หรือประมาณราวเดือนกุมภาพันธ์ แต่หากเป็นปีอธิกมาส (ปีที่มีเดือน 8 สองหน) วันมาฆบูชาจะเลื่อนไปเป็น วันขึ้น 15 ค่ำกลางเดือน 4 หรือประมาณเดือนมีนาคม สำหรับปีนี้ วันมาฆบูชา ตรงกับวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ปี พ.ศ. 2556

วันมาฆบูชา ในปฏิทินสุริยคติ

               วันมาฆบูชา ปี 2556 ตรงกับวันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556
                                  ตรงกับวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557
                                  ตรงกับวันที่   4 มีนาคม พ.ศ. 2558
                                  ตรงกับวันที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559
                                  ตรงกับวันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560


ประวัติวันมาฆบูชา ในส่วนที่เกี่ยวกับพระพุทธเจ้า หลังจากพระพุทธเจ้าตรัสรู้ได้ 9 เดือนขณะนั้นเมื่อเสร็จพุทธกิจแสดงธรรมที่ถ้ำสุกรขาตาแล้ว เสด็จมาประทับที่วัดเวฬุวัน เมืองราชคฤห์ แคว้นมคธ ประเทศอินเดียในปัจจุบัน วันนั้นตรงกับวันเพ็ญ เดือนมาฆะหรือเดือน 3ในเวลาบ่ายพระอรหันต์สาวกของพระพุทธเจ้า มาประชุม พร้อมกัน ณ ที่ประทับของพระพุทธเจ้า 

...วันมาฆบูชา ย่อมาจากคำว่า "มาฆปุรณมีบูชา" แปลว่า การบูชาพระในวันเพ็ญเดือน 3 ถือเป็น "วันจาตุรงคสันนิบาต" แปลว่า การประชุมอันประกอบด้วยองค์ 4 ซึ่งเป็นเหตุการณ์อัศจรรย์ที่เกิดขึ้นพร้อมกันในสมัยพุทธกาล คือ

 1.วันมาฆบูชา เป็นวันที่ พระสงฆ์จำนวน 1,250 รูป ซึ่งจาริกไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาในสถานที่ต่างๆ ได้เดินทางมาเฝ้าพระพุทธเจ้า ณ วัดเวฬุวันมหาวิหาร วัดแห่งแรกในพระพุทธศาสนา ที่เมืองราชคฤห์ แคว้นมคธ ซึ่งตรงกับวันเพ็ญเดือนมาฆะ (วันเพ็ญกลางเดือน 3 พระจันทร์เต็มดวง)  

2.วันมาฆบูชา เป็นวันที่พระสงฆ์จำนวน 1,250 รูปเหล่านี้ ล้วนเป็นพระอรหันต์ เป็นผู้ทรงอภิญญา 6 และเป็นพระสงฆ์ที่ได้รับการบวชจากพระพุทธเจ้าโดยตรง ซึ่งเรียกว่า "เอหิภิกขุอุปสัมปทา"  

3.พระสงฆ์จำนวน 1,250 รูป ต่างมาประชุมพร้อมเพรียงกันโดยมิได้มีการนัดหมาย กันในวันมาฆบูชานี้ 

4.วันมาฆบูชา เป็นวันที่พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดงธรรมเทศนา อันเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา คือ "โอวาทปาติโมกข์" 

พระโอวาท หรือ โอวาทปาติโมกข์ นี้ ประมวลพระพุทธวาทะ ประมวลพระพุทธศาสนา ด้วยข้อความ
เพียง ๓ คาถากึ่ง ฉะนั้น พระโอวาทนี้จึงเป็นที่นับถือว่า แสดงหัวใจพระพุทธศาสนา ตามที่ท่านพระธรรมสังคาหกาจารย์ได้รวบรวมไว้ว่าดังนี้้

โอวาทปาติโมกข์ 
“หัวใจพระพุทธศาสนา”

“๏ สพฺพปาปสสฺ  อกรณ ํ.............
การไม่ทำบาปทั้งปวง
๏ กุสลสฺสูปสมฺปทา.....................
การทำความดีให้ถึงพร้อม    
๏ สจิตฺต ปริโยทปน....
การทำจิตของตนให้ผ่องแผ้ว” 


และสิ่งที่เหล่าชาวพุทธอย่างเราๆ พึ่งจะทำกันก็คือ การทำบุญตักบาตร และเวียนเทียน

.....ในการเดินเวียนเทียนรอบโบสถ์ จะกระทำ 3 รอบ โดยเวียนไปทางขวา เรียกว่า เวียนแบบทักขิณาวัฏ

ในรอบที่ 1 ให้รำลึกถึงคุณพระพุทธเจ้า โดยภาวนาคาถา บทอิติปิโส ภควาฯ ไปจนจบ เพื่อให้จิตใจมีสมาธิ

ในรอบที่ 2 ให้รำลึกถึงคุณพระธรรม โดยภาวนาคาถา บทสวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโมฯ ไปจนจบ

ในรอบที่ 3 ให้รำลึกถึงคุณพระสงฆ์ โดยภาวนาคาถา บทสุปฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆฯ ไปจนจบ

( ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก //www.sanook.com, //www.tumsrivichai.com) 

มีคำว่า "
อภิญญา 6" รู้ยังคะว่าหมายถึง?....

อภิญญา แปลว่า ความรู้ยิ่ง หมายถึงปัญญาความรู้ที่สูงเหนือกว่าปกติ เป็นความรู้พิเศษที่เกิดขึ้นจากการอบรมจิตเจริญปัญญาหรือบำเพ็ญกรรมฐาน
อภิญญาในคำวัดหมายถึงคุณสมบัติพิเศษของพระอริยบุคคลซึ่งเป็นเหตุให้มีอิทธิฤทธิ์ต่างๆ มี 6 อย่าง คือ
1. อิทธิวิธิ แสดงฤทธิ์ต่างๆได้ เช่น ล่องหนหายตัว เหาะเหิร เดินอากาศ และดำดินได้ เป็นต้น
2. ทิพพโสต มีหูทิพย์
3. เจโตปริยญาณ กำหนดรู้ใจผู้อื่นได้
4. ปุพเพนิวาสานุสติญาณ ระลึกชาติได้
5. ทิพพจักขุ มีตาทิพย์
6. อาสวักขยญาณ รู้การทำอาสวะกิเลสให้สิ้นไป
อภิญญา 5 ข้อแรกเป็นของสาธารณะ (โลกียญาณ) ข้อ 6 มีเฉพาะในพระอริยบุคคล
ถ้าพบผู้แสดงฤทธิ์ได้ อย่าพึ่งหมายว่าผู้นั้นจะเป็นพระอริยบุคคล

(ขอขอบคุณ................ผู้เขียน : ธรรมะรักโข รักษาธรรม......บ้านธรรมะรักโข)
.
.
.
.
..การเตรียมตัวเพื่อเข้าสู่วันพระใหญ่ ส่วนตัวเราจะเริ่มลดละการกินเนื้อสัตว์ .. มีดื่มนมและยังกินไข่ เพราะไม่อยากขาดสารอาหาร  ไข่และนมไม่คาวด้วย  อย่างวันนี้เราไปซื้อผัก ผลไม้ไว้กินในช่วงวันหยุด  เดินผ่านบริเวณขายเนื้อสัตว์รู็สึกเลยว่าคาวมาก  ต้องรีบเข็นรถผ่านไปเร็วๆ  

.......อาหารเย็นวันนี้ของเราเลยประกอบด้วยผักปรังผัดน้ำมันหอย  ใส่พริกเล็กน้อยพอให้ไม่เลี่ยน  ไข่ตุ๋น 3 ฟอง  กล้วยหอม 1 ผล ส้มสายน้ำผึ้ง 3 ผล ละมุด 2 ผล น้ำผลไม้ ดื่มไปเรื่อยๆ  ไม่มีข้าวในเมนูมื้อนี้  กินเสร็จก็เดินออกกำลังกายในบริเวณบ้านสักพัก ช่วยย่อยอาหาร  เราทำอาหารเองพอได้ เฉพาะเมนูที่ชอบเท่านั้นจึงจะฝึกทำ.. 

.....สวดมนต์ก่อนนอน กำหนดจิตใจให้ผ่องใส ไม่คิดโกรธเคืองใคร แผ่เมตตาให้คนที่เรารู้สึกไม่ดีด้วย  ทำให้นอนหลับด้วยจิตใจที่สงบ หลับสนิท จะคิดจะเครียดเรื่องอะไรหลับไปก่อนตื่นมาค่อยว่ากัน.. ช่วงนี้เราสวดจัดเต็มทุกบทที่ไม่ได้สวดหมดในชีวิตประจำวัน

.....ทำบุญตักบาตรในตอนเช้า....ทำยากแฮะ...บางทีก็ขอเลื่อนเป็นเพล...หรือยกยอดเป็นทำบุญตอนค่ำละกัน..เฮ้อ

 ......เวียนเทียนตอนเย็น..ทำต่อเนื่องมานาน  ตั้งแต่เด็ก  อาจจะมีบางปีที่มีเหตุให้ไปเวียนเทียนในวันพระใหญ่สำคัญทั้ง 3 วันไม่ได้ การไปเวียนเทียนทำตั้งแต่เป็นเด็กนักเรียน  แม้แต่ช่วงไปเรียนมหหาลัยเราก็ไปเวียนเทียนสม่ำเสมอ  ชดเชยที่ไม่ค่อยได้มีเวลาทำบุญในตอนเช้า  ไม่ว่าจะไปทำงานที่จังหวัดไหน เราก็จะหาโอกาสไปเวียนเทียนเสมอ  จนมีหลานๆ กลายเป็นหน้าที่เราในการพาหลานๆไปเวียนเทียน  มีครั้งนึงวันวิสาขบูชา เราไปเที่ยวเขาใหญ่ ในขณะที่ขับรถอยู่บนเขาใหญ่ หลานชายโทรหาว่าน้าอยู่ไหน พวกเขารอให้เราพาไปเวียนเทียน เลยต้องขอโทษหลานๆเนื่องจากหนีไปเที่ยวกับเพื่อนๆโดยไม่ได้บอกหลาน....

...วันนี้ก็เช่นกัน..มีนัดแล้ว คู่นัดก็คือหลานชายตัวน้อย ชั้นป.2 โทรมาจองคิวจะไปเวียนเทียนด้วย  วัดใกล้บ้าน(ที่เราไปสวดมนต์ข้ามปีช่วงปีใหม่) ยืดหยุ่นในการปฏิบัติศาสนกิจของพุทธศาสนิกชน ใครใคร่สวดมนต์ในโบสถ์โดยมีหลวงพ่อนำสวดก็สวดไป  ใครใคร่เวียนเทียนก็เวียนไป  ใครใคร่รอเวียนเทียนพร้อมพระสงฆ์ก็รอไป  ทำให้เราไม่ต้องยึดติดว่าต้องไปวัดเวลานั้นเวลานี้  ไปตามแต่ละคนสะดวก  ทุกปีวัยรุ่นเยอะมาก  เด็กเพียบ คนมีอายุส่วนมากสวดมนต์ในโบสถ์รอเวียนเทียนพร้อมพระ  

...วันนี้อาหารที่กินเราก็ยังละเว้นเนื้อสัตว์ แต่ก็ยังกินไข่  ผลไม้และผักเป็นอาหารหลัก ยังเว้นแป้ง ดื่มกาแฟตามปกติ เราปฏิบัติแบบยืดหยุ่น เพื่อเอื้อให้ตัวเองสบายใจในการปฏิบัติ  ไม่กดดันตัวเอง  ทำไปเรื่อยๆ  

....การเตรียมตัวอื่นๆก็คงเป็นการอาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาด ทำจิตใจให้ผ่องใส แต่งกายด้วยสีขาวครีม 

....เราเชื่อในการทำตัวเป็นตัวอย่างมีค่ากว่าการสอนด้วนคำพูด  เราจึงเป็นลูก น้อง พี่ น้า อา ป้า ย่า ยาย ที่คนในครอบครัวเชื่อถือในคำพูด เมื่อเราพูดทุกคนฟังเพราะเขาเห็นจากการปฏิบัติ  แม้แต่คนในหน่วยงาน คำพูดเราก็เป็นคำพูดที่ทุกคนต้องฟังเช่นกัน เราถือว่า การปฏิบัติตนและการทำงานเป็นการปฏิบัติธรรม แม้ว่าบางอย่างบางเรื่องเราก็ไม่สามารถปฏิบัติได้หมดตามประสาคนที่ยังถูกห่อหุ้มด้วยกิเลส  แต่เราก็พยายามทำเท่าที่คนอย่างเราจะสามารถทำได้ โดยที่เบียดเบียนตัวเอง และเบียดเบียนผู้อื่นให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้  

...มาปฏิบัติธรรม  ในวันพระใหญ่วันนี้ด้วยกันนะคะ 


   คู่นัดในวันพระใหญ่  น้องข้าวตัง กะ พี่ตรอง




น้องข้าวตังกะพี่ตรอง เตรียมเวียนเทียน



น้องข้าวตังกะพี่ตรองรอพระแสดงธรรมะในโบสถ์

ท้ายสุด ....สำหรับเราวันมาฆบูชา  ไม่เพียงเป็นวันพระใหญ่ แต่ใน2ปีที่แล้ว แม่ของเราได้จากไปในวันมาฆบูชา(18 ก.พ. 2554) ด้วย   แม้จะเสียใจแต่ก็ดีใจที่ในวันที่แม่จากโลกนี้ไปเป็นวันที่หลายๆคนทำบุญ และมีพิธีทางศาสนา เราได้แต่หวังว่าสิ่งเหล่านี้จะน้อมนำแม่เราไปสู่ภพภูมิที่ดี  ซึ่งเราเชื่ออย่างนั้นนะ เพราะแม่ทำความดีไว้เยอะ  ใครๆแถวบ้านก็มักมาแวะมาพูดคุยกับแม่ คุยกับแม่แล้วสบายใจ




Create Date : 24 กุมภาพันธ์ 2556
Last Update : 25 กุมภาพันธ์ 2556 20:51:54 น.
Counter : 808 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Chompoopoo
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]