มกราคม 2556

 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
13
14
15
16
17
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
สวดมนต์เพื่อเป็นหนทางตั้งสติก่อนนอน
Smiley........ชีวิตการทำงานของเราเจอเรื่องเยอะคนแยะ  ไม่มีสิทธิ์เบื่อ  แต่เมื่อไหร่ที่ลงมือทำงานต้องเรียกสติให้อยู่กับตัวเองให้มากที่สุด  สมาธิต้องจดจ่อกับงานตรงหน้าเท่านั้น  แต่หลายๆครั้ง...เอ่อ..เกือบทุกครั้งสิน่า ทำงานไปน้องๆก็จะเข้ามา...ขอโทษค่ะ(ครับ)พี่..มี.......
บลา..บลา...  ก็ต้องสลัดสมาธิในเรื่องตรงหน้าออก แก้ปัญหา(เฉพาะหน้าทู้กทีสิน่า) ให้เสร็จ..แล้วนั่งลงเรียกสติในเรื่องเดิมที่ค้างอยู่มาดำเนินการต่อ

Smiley........เราเชื่อกฏแห่งกรรม  ก็คือ ผลของการกระทำนั่นแหละค่ะ ทำดีได้ดี ทำไม่ดีก็ต้องได้ไม่ดี  แม้บางทีผลจะมาช้าหน่อย...คนทำดีก็ยังไม่ได้รับผลของการทำดี  คนทำชั่วก็เห็นยังลอยนวล..แต่เมื่อถึงเวลาอันเหมาะสม ทุกคนต้องได้รับผลกรรมนั้น บางคนตัวเองไม่เจอโดยตรงแต่หวยไปออกที่ลูกหลานหรือทายาทที่เป็นดวงใจของคนๆนั้น เป็นการตามทันของกรรมที่แม่นตรง ชัดเจน และจัดหนักเสมอ


Smiley.........แล้วเราก็เชื่อเรื่องการเวียนว่ายตายเกิดนะ  เพียงแต่เราก็ไม่อยากเกิดอีก  รู้สึกเรียนรู้มากพอแล้วสำหรับการใช้ชีวิตในโลกใบนี้  และก็คงเหมือนหลายๆคน เราเองก็ไม่รู้ว่าหนทางที่นำไปสู่การนิพพานนั้นต้องทำอย่างไร  วิเคราะห์ศักยภาพตนเองแล้วเราเองก็คงไม่เก่งขนาดที่จะทำได้ถึงเพียงนั้น  ..

Smiley...........เราตั้งเป้าไว้สั้นๆ เพียง การคิดดี คิดร้ายน้อยลง (ขัดกับตัวเองอยู่นะ ปกติฉายาตั้งแต่เล็กจนโตน่ะเหรอ...นางมารร้าย..เลยล่ะ) ส่วนทางการปฏิบัติ เราพยายามที่จะสวดมนต์ก่อนนอน สำหรับเราการสวดมนต์เป็นนัยยะเพื่อให้คนเราได้มีสติอยู่กับตนเอง  หลังจากที่เราต้องวุ่นวายกับสรรพสิ่งต่างๆที่เข้ามาป่วนเยอะแยะไปหมด

Smiley..........การสวดมนต์ก่อนนอนเป็นการรวบรวมสมาธิให้จดจ่ออยู่กับบทสวด ตาคอยอ่านบทสวด (นี่ดีนะสายตาสั้น ถ้าสายตายาวคงวุ่นวายกับแว่นสายตาอีก) ปากก็เปล่งเสียง(ผิดๆถูกๆ อ่านยากจริงนะเออ) หูได้ยินแต่เสียงสวดมนต์ของตนเอง มือก็ถือบทสวด สวดไปๆใจก็แว่บโน่นแว่บนี่ไปเรื่อย ต้องคอยดึงใจให้กลับมาอยู่ที่บทสวด(ซนซะจริงเชียว  ใจใครหว่า) ไปๆมาๆเราก็เลยวุ่นวายอยู่แต่กับตัวเอง บังคับตัวเองให้สวดให้จบ ..ลืมเรื่องๆอื่นๆไป

Smiley..........สัปดาห์ก่อนเข้ากทม.ด่วนไปประชุม ต้องนอนโรงแรมคนเดียว ไม่อยากบรรยายว่ากลัวมากแค่ไหน เรากลัว...ผ...น่ะ เปิดไฟ เปิดทีวี อ่านหนังสือ ยังไงก็ไม่ง่วง ไม่กล้าหลับตา หลับตาก็ไม่กล้าลืมตา กลัวเห็นอะไร(ก็ไม่รู้) นึกเสียดายหนังสือสวดมนต์ก็ไม่ได้ติดตัวไป มีแต่หนังสือสกุลไทย แล้วบังเอิ๊ญบังเอิญ ในหนังสือมีรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รูปพระพุทธทาส  เอาวะ..เปิดหน้าที่มีพระพุทธทาส กับในหลวงนี่แหละ กราบหมอน แล้วขอให้ท่านคุ้มครองให้ปลอดภัย (เอาซี้..ใครจะหาวิธีได้บรรเจิดเท่านี้..  บอกมา) เราเป็นแบบตาขาวไม่เกรงใจสื่ออยู่แล้ว ยังไม่พอ จำบทสวดได้ก็แต่ อิติปิโสฯ นี่ล่ะ..งั้นสวดเท่าอายุละกัน  เยอะนะคะ อายุก็ไม่ได้น้อยๆ นับนิ้วก็เหนื่อยเลยล่ะ หน้าเค้กไม่มีเนื้อที่พอสำหรับปักเทียนวันเกิดละกัน คิดดูว่าเยอะแค่ไหน ใช้วิธีนับทีละนิ้ว สวดไปสักพักก็เผลอหลับไปตื่นมามือยังจับนิ้วอยู่เลย งงว่านิ้วที่จับเนี่ยสวดแล้วยัง ก็อุตสาหะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา จนครบ เกินอายุไป1ปี ตามเคล็ดเป๊ะ ผ่านคืนนั้นไปแบบตุปัดตุเป๋  กลับถึงบ้านรอบตาเป็นวงเขียวคล้ำ นอนอีก 2วันก็ยังไม่ฟิ้น (เด็กอนามัยนอนไม่พอมีป่วยเลยนะเราน่ะ) 

Smiley...........เราพยายามสวดมนต์ทุกคืนนะ  สวดตามมีตามเกิด เวลาสวดทีไรง่วงนอนสุดๆ เลยต้องทำเวลา บางวันก็ขอลดๆลงบ้าง แต่เราก็เชื่อในกุศลจิตและตั้งใจดีที่จะทำ
เริ่มที่
บูชาพระรัตนตรัย

อิมินา สักกาเรนะ พุทธัง อะภิปูชะยามิ

                                        อิมินา สักกาเรนะ ธัมมัง อะภิปูชะยามิ

                                         อิมินา สักกาเรนะ สังฆัง อะภิปูชะยามิ

 บทกราบพระรัตนตรัย

อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา
พุทธัง ภะวะวันตัง อะภิวาเทมิ  (กราบ)

สะวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม
ธัมมัง นะมัสสามิ  (กราบ)

สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
สังฆัง นะมามิ  (กราบ)

บทนอบน้อมพระพุทธเจ้า

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต
อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
(3จบ)

ขอขมาพระรัตนตรัย
วันทามิ พุทธัง, สัพพะ เมโทสัง,ขะมะถะเม ภันเต,
วันทามิ ธัมมัง, สัพพะ เมโทสัง,ขะมะถะเม ภันเต,
วันทามิ สังฆัง, สัพพะ เมโทสัง,ขะมะถะเม ภันเต,

ไตรสรณคมน์

พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

ทุติยัมปี พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
ทุติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
ทุติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

ตะติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
ตะติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
ตะติยัมปั สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ


ถวายพรพระ (อิติปิโสฯ)

อิติปิโส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ
วิชชาจะระณะสัมปันโน สุคะโต โลกะวิทู
อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ
สัตถา เทวะมะนุสสานัง พุทโธ ภะคะวาติ (พุทธคุณ)

สะวากขาโต ภะคภวะตา ธัมโม
สันทิฏฐิโก อะกาลิโก เอหิปัสสิโก
โอปะนะยิโก ปัจจัตตัง เวทิตัพฑด วิญญูหิติ (ธรรมคุณ)

สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
อุชุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
ญายะปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
สามีจิปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
ยะทิทัง จัตตาริ ปุริสะยุคานิ อัฏฐะ ปุริสะปุคคะลา
 เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
อาหุเนยโย ปาหุเนยโย ทักขิเณยโย อัญชะลีกะระณีโย
 อะนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสาติ (สังฆคุณ)

พระคาถาชินบัญชร

ตั้งนะโม 3 จบ

ปุตตะกาโม ละเภ ปุตตัง ธะนะกาโม ละเภ ธะนัง
อัตถิกาเย กายะญายะ  เทวานัง ปิยะตัง สุตตะวา
อิติปิโส ภะคะวา ยะมะราชาโน
ท้าวเวสสุวัณโณ  มะระณัง สุขัง
อะระหัง สุคะโต  นะโม พุทธายะ

ชะยะสะนากะตา พุทธา............. เชตะวา มารัง สะวาหะนัง
จะตุสัจจาสะภัง ระสัง .................เย ปิวิงสุ นะราสะภา
ตัณหังกะราทะโย พุทธา .............อัฏฐะวีสะตา นายะกา
สัพเพ ปะติฏฐิตา มัยหัง ..............มัตถะเก เต มุนิสสะรา
สีเส ปะติฏฐิโต มัยหัง .................พุทโธ ธัมโม ทะวิโลจะเน
สังโฆ ปะติฏฐิโต มัยหัง ...............อุเร สัพพะคุณากะโร
หะทะเย เม อะนุรุทโธ ..................สารีปุตโต จะ ทักขิเณ
โกณฑัญโญ ปิฏฐิภาคัสมิง ...........โมคคัลลาโน จะ วะมะเก
ทักขิเณ สะวะเน มัยหัง .................อาสุง อานันทะราหุลา
กัสสะโป จะ มะหานาโม ................อุภาสุง วามะโสตะเก
เกสะโต ปิฏฐิภาคัสมิง ..................สุริโย วะ ปะภังกะโร
นิสินโน สิริสัมปันโน .....................โสภิโต มุนิปุงคะโว
กุมาระกัสสะโป เถโร..................... มะเหสี จิตตะวาทะโก
โส มัยหัง วะทะเน นิจจัง................ ปะติฏฐาสิ คุณากะโร
ปุณโณ อังคุลิมาโล จะ ..................อุปาลีนันทะสีวะลี
เถรา ปัญจะ อิเม ชาตา .................นะลาเฏ ติละกา มะมะ
เสสาสีติ มะหาเถรา ......................วิชิตา ชินะสาวะกา
เอตาสีติ มะหาเถรา .......................ชิตะวันโต ชิโนระสา
ชะลันตา สีละเตชะนะ ....................อังคะมังเคสุ สัณฐิตา
ระตะนัง ปุระโต อาสิ ......................ทักขิเณ เมตตะสุตตะกัง
ธะชัคคัง ปัจฉะโต อาสิ ..................วาเม อังคุลิมาละกัง
ขันธะโมระปะริตตัญจะ ..................อาฏานาฏิยะสุตตะกัง
อากาเส ฉะทะนัง อาสิ ....................เสสา ปาการะสัณฐิตา
ชินาณาวะระสังยุตตา .....................สัตตัปปาการะลังกะตา
วาตะปิตตาทิสัญชาตา ....................พาหิรัชฌัตตุปัททะวา

อะเสสา วินะยัง ยันตุ .......................อะนันตะชินะ เตชะสา
วะสะโต เม สะกิจเจนะ .....................สะทา สัมพุทธะปัญชะเร
ชินะปัญชะระมัชฌัมหิ ....................วิหะรันตัง มะฮีตะเล
สะทา ปาเลนตุ มัง สัพเพ ..................เต มะหาปุริสาสะภา
อิจเจวะมันโต สุคุตโต สุรักโข
ชินานุภาเวนะ ชิตุปัททะโว
ธัมมานุภาเวนะ ชิตาริสังโค
สังฆานุภาเวนะ ชิตันตะราโย
สัทธัมมานุภาวะปาลิโต
จะรามิ ชินะปัญชะเรติฯ
(ชินะปัญชระคาถา นิฏฐิตา)


พระคาถายันทุน

ยันทุนนิมิตตัง อะวะมังคะลัญจะ โยจามะนาโป
สะกุณัสสะ สัทโธ ปาปัคคะโห ทุสสุปินัง
อะกันตัง พุทธานุภาเนะ วินาสะเมนตุฯ

ยันทุนนิมิตตัง อะวะมังคะลัญจะ โยจามะนาโป
สะกุณัสสะ สัทโธ ปาปัคคะโห ทุสสุปินัง
อะกันตัง ธัมมานุภาเนะ วินาสะเมนตุฯ

ยันทุนนิมิตตัง อะวะมังคะลัญจะ โยจามะนาโป
สะกุณัสสะ สัทโธ ปาปัคคะโห ทุสสุปินัง
อะกันตัง สังฆานุภาเนะ วินาสะเมนตุฯ

พระคาถายันทุนบทนี้ แท้จริง คือ พระปริตร ที่ชื่อว่า อภยปริตร ใช้สำหรับสวดป้องกันอันตรายต่างๆ แม้ว่าเกิดนิมิตฝันไม่ดี เกิดอาเภทสังหรณ์ใจไปในทางที่ไม่ดี ให้สวดพระคาถานี้จะกลับให้เกิดเป็นความดีขึ้น แม้จะมีเคราะห์ร้ายต่างๆเกิดขึ้นให้ทำน้ำมนต์อาบเสียด้วยพระคาถานี้ บำบัดอันตรายให้หายสิ้นไปได้ หมั่นจำเริญภาวนาไว้ เกิดสิริมงคลลาภยศดีนักแล ฯ

Smiley Smiley Smiley
แผ่เมตตาแก่ตนเอง

อะหัง สุขิโต โหมิ............ขอให้ข้าพเจ้ามีความสุข
นิททุกโข โหมิ................ปราศจากทุกข์
อะเวโร โหมิ...................ปราศจากเวร
อัพยาปัชโฌ โหมิ...........ปราศจากอุปสรรคอันตรายทั้งปวง
อะนีโฆ โหมิ...................ปราศจากความทุกข์กายทุกข์ใจ
สุขี อัตตานัง ปะริหะรามิ...มีความสุขการสุขใจ รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเถิด

อธิษฐานอโหสิกรรม

ข้าพเจ้าขออโหสิกรรม กรรมใดที่ข้าพเจ้าทำแก่ผู้ใดไว้ในชาติใดๆก็ตาม ขอให้เจ้ากรรมนายเวรจงอโหสิกรรมให้แก่ข้าพเจ้า อย่าได้จองเวรจองกรรมกันต่อไปเลย
แม้แต่กรรมที่ใครๆทำแก่ข้าพเจ้าไว้ก็ตาม ข้าพเจ้าขออโหสิกรรมให้ทั้งสิ้น ยกถวายพระพุทธเจ้าเป็นอภัยทาน เพื่อจะได้ไม่มีเวรกรรมกันต่อไป
ด้วยอานิสงฆ์แห่งอภัยทานนี้ ขอให้ข้าพเจ้า ครอบครัวของข้าพเจ้า บุตรหลาน ตลอดจนวงศาคณาญาติ และผู้มีอุปการคุณแก่ข้าพเจ้า จงมีความสุข ความเจริญ ประสบแต่สิ่งที่ดี และสิ่งที่ชอบด้วยเทอญ

แผ่เมตตาให้สรรพสัตว์

สัพเพ  สัตตา....สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บตาย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น
อะเวรา โหนตุ....จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีเวรแก่กันและกันเลย
อัพยาปัชฌา โหนตุ...จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย
อะนีฆา โหนตุ...จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีความทุกข์กายทุกข์ใจเลย
สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ...จงมีความสุขกายสุขใจ รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเถิด

แผ่ส่วนกุศล

อิทัง เม มาตาปิตูนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ มาตาปิตะโร
ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่มารดาบิดาของข้าพเจ้า ขอให้มารดาบิดาของข้าพเจ้ามีความสุข

อิทัง เม ญาตีนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ ญาตะโย
ของส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่ญาติทั้งหลายของข้าพเจ้า ขอให้ญาติทั้งหลายของข้าพเจ้ามีความสุข

อิทัง เม คะรูปัชฌายาจะริยานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ คะรูปัชฌายาจะริยา
ของส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่ครูอุปัชฌาอาจารย์ทั้งหลายของข้าพเจ้า ขอให้ครูอุปัชฌาอาจารย์ทั้งหลายของข้าพเจ้ามีความสุข

อิทัง สัพพะเทวานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ เทวา
ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่เทวดาทั้งหลายทั้งปวง ขอให้เทวดาทั้งหลายทั้งปวงมีความสุข

อิทัง สัพพะเปตานัง โหนตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ เปตา
ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่เปรตทั้งหลายทั้งปวง ขอให้เปรตทั้งหลายทั้งปวงมีความสุข

อิทัง สัพพะเวรีนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ เวรี
ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายทั้งปวง ขอให้เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายทั้งปวงมีความสุข

อิทัง สัพพะสัตตานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ สัตตา
ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง ขอให้สัตว์ทั้งหลายทั้งปวงมีความสุขทั่วหน้ากันเทอญ

กรวดน้ำให้แก่เจ้ากรรมนายเวร

ข้าพเจ้า ขออุทิศบุญกุศลจากการเจริญภาวนานี้ ให้แก่เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายของข้าพเจ้า ที่ข้าพเจ้าได้เคยล่วงเกินท่านไว้ ตั้งแต่อดีตชาติจนถึงปัจจุบันชาติ ท่านจะอยู่ภพใดหรือภูมิใดก็ตาม ขอให้ท่านได้รับผลบุญนี้ แล้วโปรดอโหสิกรรมและอนุโมทนาบุญแก่ข้าพเจ้า ด้วยอำนาจบุญนี้ด้วยเทอญ

Smiley Smiley Smiley Smiley Smiley Smiley Smiley Smiley Smiley

เราไม่ได้พิมพ์ ชัยมงคลคาถา(พาหุงฯ) ชัยปริตร (มหากาฯ) และอิติปิ โส เท่าอายุ  เนื่องจากเราเองก็ยังสวดไม่ค่อยไหว ง่วงก่อนทุกที เลยนำมาเผยแพร่เท่าที่ทำได้ประจำ เอาไว้ทำได้เมื่อไหร่ อาจมาพิมพ์เพิ่ม

Smiley Smiley Smiley Smiley Smiley Smiley Smiley Smiley

Smiley.........เราเชื่อในการคิดดี ถ้าอธิบายเป็นวิทยาศาสตร์ก็คือเวลาที่เราคิดดี สมองจะหลั่งสารความสุขออกมา ส่งผลให้จิตใจเราปลอดโปร่งสงบสุข บทสวดมนต์เป็นภาษาที่ค่อนข้างยาก(และยากที่สุดสำหรับเรา) ทำให้เราต้องมีสมาธิอยู่กับการสวดมนต์ ส่วนการแผ่เมตตา เป็นการใช้คำที่อ่อนน้อม เป็นบวกเป็นกุศล มีแต่ถ้อยคำที่น้อมนำจิตใจเราให้อ่อนโยน ดังนั้น จึงเชื่อได้อย่างสนิทใจว่า ก่อนนอนเราได้มีการปรับสมดุลจิตใจ ได้ละวางและได้ฝึกคิด ฝึกพูดแต่ถ้อยคำดีๆ ส่งผลให้เราสามารถนอนหลับได้อย่างสนิท  ตอนเช้าเราก็ได้ตื่นนอนอย่างสดชื่น พร้อมที่จะเผชิญกับภาระและหน้าที่การงานได้ด้วยจิตใจที่เต็มเปี่ยมด้วยความสงบสุข

Smiley..........อาจารย์ที่เคยสอนเรา ท่านบอกว่า ท่านมีวิธีรับมือกับภาระงานที่หนักหน่วงด้วยการสวดมนต์ นั่งสมาธิก่อนนอน ท่านวิทยาศาสตร์มากเลยนะคะ แต่ท่านบอกว่าศาสนาพุทธเรานี่แหละที่เป็นวิทยาศาสตร์ คำสอนของพระพุทธเจ้าเป็นสัจจพจน์ เป็นจริงเสมอ ท้าทายกาลเวลา  เราไม่ได้เชื่อท่านทันทีนะ แต่เราศึกษาและฝึกปฏิบัติ(แม้เพียงเล็กๆน้อยๆ) เราก็ยังไม่พบข้อโต้แย้งเลย 

Smiley.........10+ปีที่แล้ว แม่เราตรวจพบว่าเป็นมะเร็งของลำไส้ใหญ่ ตอนหมอบอกเราแทบตั้งสติไม่ได้ เราตัดสินใจให้หมอที่เราไว้ใจที่สุดผ่าตัดแม่เรา ตอนนั้นท่านก็70+ปีนะ เราเดินไปศาลหลักเมืองเพื่อขอกำลังใจจากท่าน คำอธิษฐานที่เราสัญญาจะทำเพื่อแม่คือ การไปบวชชีพราหมณ์ในวัดป่า (เชื่อเหอะ คนกลัวผีสุดๆอย่างเรา นี่คือการสัญญาที่ทำตามได้ยากมากๆ) แล้วเราก็ได้ทำตามสัญญา มันยากมากที่จะผ่านค่ำคืนเหล่านั้นมาได้ เพราะกุฏิอยู่ชายป่า (ป่าจริงๆนะขอบอก) อยู่คนเดียวด้วย ตื่นตี2 กว่า สวดมนต์ตั้งแต่ตี3จนเช้า กินมื้อเดียว แต่เมื่อผ่านมาได้เราเองก็ปลื้มนะ แม่เราอยู่กับลูกๆอีก10+ปี ตอนแรกถามหมอทุกปีว่าแม่จะอยู่ได้ผ่าน 5 years survival ไหม หมอก็บอกดูกันปีต่อปี ถามจนเลิกถาม หลังๆมาหมอเป็นฝ่ายถามว่าแม่เป็นไงบ้าง เราก็ตอบแม่ก็สบายตามอัตถภาพ...ซะงั้น

Smiley Smiley Smiley Smiley Smiley Smiley Smiley Smiley Smiley

อยากชักชวนทุกท่าน มาสวดมนต์ก่อนนอนเพื่อเป็นหนทางในการตั้งสติ และดูแลจิตใจของตัวเรา หลังจากที่วุ่นวายเพื่อคนอื่นๆมาแล้วทั้งวัน ทำเท่าที่ทำได้ วันละเล็กละน้อยตามแต่เราสะดวก 




Create Date : 18 มกราคม 2556
Last Update : 19 มกราคม 2556 14:25:37 น.
Counter : 2134 Pageviews.

17 comments
  
โดย: manakung วันที่: 18 มกราคม 2556 เวลา:18:00:59 น.
  
ขอเข้ามาติดตามครับ .....
โดย: Kaokrabi Deawdaay วันที่: 18 มกราคม 2556 เวลา:22:19:04 น.
  
ขอบคุณค่ะคุณ manakung ที่เข้ามาเยี่ยม ขอโทษนะคะที่ยังเขียนไม่เสร็จคนเขียนสมาธิก็สั้นซ้า...
ติชมได้นะคะ
โดย: mangpongja วันที่: 18 มกราคม 2556 เวลา:22:19:31 น.
  
ส่งcomment เฉียดคุณเก้าฯไปเส้นยาแดงผ่า16 ขอบคุณค่ะ
โดย: mangpongja วันที่: 18 มกราคม 2556 เวลา:22:21:16 น.
  
โดย: Kaokrabi Deawdaay วันที่: 19 มกราคม 2556 เวลา:22:53:06 น.
  
เอ่อ..คอมเม้นต์บ้างก็ได้นะคะคุณเก้าฯ คนเขียนก็ต้องการกำลังใจเล็กๆน้อยๆบ้างค่ะ
โดย: mangpongja วันที่: 19 มกราคม 2556 เวลา:22:59:06 น.
  
Blog ยังยอดเยี่ยมเสมอครับ เป็นกำลังใจให้นะครับ เอ ..... ว่าแต่รูปใครนะ ที่ขี่อยู่บนหลังม้าอ่ะครับ
โดย: Kaokrabi Deawdaay วันที่: 20 มกราคม 2556 เวลา:19:05:47 น.
  
ขอบคุณค่ะ
ไปสัมมนาที่เขาใหญ่มาเมื่อปลายปีที่แล้วค่ะ อยากขี่ม้าสักครั้งในชีวิต จ่ายตังค์ได้รีบขึ้นเลย หลังจากนั้นพี่ๆน้องๆตามมาขึ้นกันใหญ่ สีหน้าดีใจสุดๆ เสียอย่างเดียว ไม่หนาวเลย แดดเปรี้ยง
โดย: mangpongja วันที่: 20 มกราคม 2556 เวลา:20:30:52 น.
  
อย่างนี้นี่เอง ขอบคุณนะครับที่นำเรื่องราวในชีวิตที่ผ่านมา นำมาเล่าสู่กันฟัง ผ่านข้อความตัวอักษร และผมก็เชื่อในกฎแห่งกรรมเหมือนกันครับ .......
โดย: Kaokrabi Deawdaay วันที่: 20 มกราคม 2556 เวลา:21:19:10 น.
  
ในชีวิตมีโอกาสเรียนรู้เชิงลึกทางด้านแนวพุทธกับปรมจารย์ระดับทุนฟูลไบร์ทของประเทศและอาจารย์เก่งๆหลายท่าน ได้ฝึกปฏิบัติบ้าง ถือว่าเป็นกำไรของชีวิตที่ดีมากๆ ทำให้เวลาเกิดคำถามในการใช้ชีวิตก็ได้อาศัยความรู้เหล่านี้มาช่วยหาคำตอบให้ตัวเองได้บ้างน่ะค่ะ
ส่วนมากคนเห็นบุคลิกจะไม่ค่อยเชื่อว่าเป็นแนวพุทธ บุคลิกเดิม ใจร้อน เอาแต่ใจ ปะ ฉะ ดะ แต่พอ on duty จะเนียนๆไปอีกแบบ
การนำมาเล่า พยายามไม่ให้เป็นวิชาการ การเล่าผ่านการเรียนรู้ของตนเองจึงคิดว่าน่าจะง่ายกว่าค่ะ
บางทีก็เข้าไปแอบอ่านเรื่องของน้องเฟดอยู่นะคะ
โดย: mangpongja วันที่: 21 มกราคม 2556 เวลา:13:26:27 น.
  
ขอบคุณเพื่อนๆท่านอื่นๆที่เข้ามาแวะชม แนะนำได้นะคะ ด้วยความยินดีอย่างยิ่งค่ะ
โดย: mangpongja วันที่: 21 มกราคม 2556 เวลา:17:42:02 น.
  
ยินดีมากเลยครับที่เข้าไปอ่าน ผมเองก็ไม่ได้ทำ Blog มากว่า 3 ปีแล้ว นานๆครั้งถึงเข้าไปอ่านทีครับ
โดย: Kaokrabi Deawdaay วันที่: 21 มกราคม 2556 เวลา:19:27:01 น.
  
ถึงว่า blog ตั้งแต่ปี53
งานยุ่งหรือคะ

จริงๆชอบเขียน โดยงานก็มีงานวิชาการหลายชิ้น แต่การเขียนให้ดีมันต้องมีเวลารวบรวมข้อมูล และการตกผลึกทางความคิด หลายๆครั้งเหนื่อย หมดแรงไปซะก่อน เวลาส่วนใหญ่จึงหมดไปกับการอ่านวะมากกว่า
ยังรออ่านกระทู้คุณเก้าฯอยู่นะคะ
ตะกี๊เข้าไปดูกระทู้คุณthelegendofm ภาพตื่นตาตื่นใจดี ยังคิดอยู่ว่า ขาดกระทู้คุณเก้าฯไปนี่หงอยไปเยอะ
โดย: mangpongja วันที่: 21 มกราคม 2556 เวลา:21:07:21 น.
  
กระทู้ของคุณ thelegendofm นั้นยังคงคุณภาพอยู่เสมอครับ ....... ยังไงก็ขอขอบคุณนะครับสำหรับการรอติดตามกระทู้ ว่าแต่เมื่อไหร่จะตั้งกระทู้ให้ผมได้อ่านบ้างหล่ะครับ ตั้งแต่กระทู้ละครเหนือเมฆ 2 โดนแบนไป ก็หายไปเลยเหมือนกันนะครับ .......
โดย: Kaokrabi Deawdaay วันที่: 21 มกราคม 2556 เวลา:21:40:50 น.
  
เดือนหน้าเ็ป็นต้นไป ชีวิตไม่ง่ายแล้วค่ะ ส่งน้องไปอบรม4เดือน ทำให้ขาดคนไป1คน งานที่หนักอยู่แล้วก็คงยิ่งหนักขึ้น กำลังพยายามสลัดเจ้าตัวขี้เกียจออกอยู่ค่ะ มันเกาะแน่นจริ๊ง กว่าจะหายใจหายคอได้คล่องก็โน่นมิ.ย.56 แต่ก็จะพยายามมาเขียนบล๊อกเพื่อคลายเครียดบ้างค่ะ
โดย: mangpongja วันที่: 22 มกราคม 2556 เวลา:21:18:21 น.
  
สวัสดีตอนเที่ยงๆ ค่ะ
เราต้องเริ่มสวนมนต์ก่อนนอนบ้างแล้ว รุ้สึกพักหลังๆ นอนไม่เป็นเวลา
นอนไม่ค่อยหลับ ถ้าสวดมนต์แล้วอาจทำให้จิตใจสงบขึ้น

อย่าลืมหาไรทานด้วยนะคะ
โดย: นุ่น (วันฝัน วันซันเดย์ ) วันที่: 27 มกราคม 2556 เวลา:12:27:49 น.
  
ยินดีด้วยค่ะ อย่าลืมแผ่เมตตาด้วยนะ ได้ผลอย่างไร มาบอกต่อด้วยนะคะ
โดย: mangpongja วันที่: 27 มกราคม 2556 เวลา:13:33:26 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Chompoopoo
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]