ครั้งหนึ่งในชีวิต เราก็เคยพิชิตฝรั่งเศส(ปารีส)-สวิตเซอร์แลนด์ วันที่ 8,9 ของการเดินทาง ซึ่งเป็นตอนจบ
วันอังคารที่ 15 ตุลาคม 2556 เป็นวันที่ 8 ของการเดินทาง 

Château de Versailles - Arc de Triomphe Champs Elysees

วันนี้ เราจะไปพระราชวังแวร์ซายส์กันค่ะ เดินออกมาปากซอยโรงแรม มีแม่ค้า พ่อค้า มาขายของบนฟุตบาทด้วย แต่เค้าจะเก็บร้านกันไวนะ ประมาณ บ่ายโมงกว่าๆ ก็เริ่มเก็บละ (นึกถึงวันแรกที่มาถึง ก็เจอ แต่เป็นช่วงกำลังเก็บร้านกัน) 
สงสัยจะยังเช้าอยู่ เลยมีแค่ร้านผลไม้ มาขายแค่นั้น

images by free.in.th

วันนี้ เป็นอีกวันที่ซื้อตั๋ววันมอบิลิส mobilis ไปแวร์ซาย ก็ให้ซื้อ โซน1-4 ราคา 10.85 ยูโร/คน 2 คนก็ 21.70 ยูโร ซื้อที่ตู้ขายตั๋วอัตโนมัติที่สถานีรถไฟนั้นละ
เดินทางกันดีกว่าค่ะ เริ่มจากสถานี Corvisart ไปลง Place d’ltalie แล้วเปลี่ยนเป็นสาย 5 (ต้นทาง) ไปลง Gare d’Austerlitz (นั่ง 3 สถานี) แล้วเปลี่ยนไปขึ้น RERสาย C หาปลายทาง Chateau de Versailles (สาย C ปลายทางมีที่ ดูให้ดี) นั่งจนสุดสายแล้วเดินตามคนหมู่มากไป ^_^  จริงๆ ก็ไม่อยากหรอก เพราะพระราชวังก็อยู่ไม่ไกลสถานีรถไฟนัก

images by free.in.th

images by free.in.th

images by free.in.th

images by free.in.th

พระราชวังแวร์ซายส์ ใช้มิวเซียมพาส เข้าฟรีนะคะ ส่วนใครที่ยังไม่มีตั๋ว ก็ให้ไปซื้อตั๋วทางตึกซ้ายมือ ก่อนจะผ่านด่านตรวจกระเป๋าที่main gate ส่วนของเราถึงแม้จะมีมิวเซียมพาส Museum Pass แล้ว ก็ต้องไปต่อแถวเพื่อเข้าคิวตรวจกระเป๋าที่ยาวมากเหมือนกัน 555 ไม่มีช่องทางพิเศษนะคะ จริงๆ ก็ไม่นานละนะ อากาศเย็นๆ สถานที่แปลกตา ถ่ายรูปไปมา ก็ถึงคิวแล้ว อิอิ

การเที่ยวชมแวร์ซายส์จะแบ่งเป็นส่วนใหญ่ๆ 3 ส่วน คือ

1.ส่วนตัวตึกของพระราชวัง 

2.ส่วนของสวน 

3.ส่วนMarie Antoinette'sestate เป็นหมู่บ้านที่พระนางมารีอังตัวเนตแอบปลอมตัวไปใช้ชีวิตอย่างคนธรรมดา จะอยู่ใกล้กับ PetitTrianon (เปอตีตรียานง) หรือพระตำหนักน้อยของพระเจ้าหลุยส์ที่ 16สำหรับโซนนี้อยู่ลึกไปสุดปลายของสวน ประมาณ3.5 กม.จากตัวพระราชวัง

ไปเดินข้างในกันค่ะ ต่อจากนี้ ดูรูปไปเลยนะ งดบรรยาย เพราะไม่รู้จะบรรยายอะไร ไม่มีความรู้เลย รู้แต่ มันสวยมว๊ากกกกกกกกกก ^_^

images by free.in.th

images by free.in.th

images by free.in.th

images by free.in.th

images by free.in.th

images by free.in.th

images by free.in.th

images by free.in.th

images by free.in.th

เดินจนเมื่อยขาไปหมด มันใหญ่มากจริงๆ มีหลายห้อง แต่ละห้องก็อลังการงานสร้าง ทั้งภาพวาดอันเก่าแก่ ผนัง เพดาน แล้วจิตนาการว่าคนสมัยก่อนทำได้ไง คิดไปไกลเลย....555 พักเหนื่อยสักพัก เราก็ออกกันค่ะ ออกตรงประตูเล็กๆ ด้านข้างของพระราชวัง ออกไป ก็จะเจอทางเข้าสวนสวย

images by free.in.th

ไหนๆ ก็มาละ ลุยสวนอีกสักนิดละกัน จัดไป ค่าเข้า 7.50 ยูโร/คน 2 คน 15 ยูโร จุดนี้ จะมีรถกอล์ฟให้เช่าด้วยนะคะ ตอนเราไป รถกอล์ฟหมดพอดี เห่อๆๆๆ อีกอย่างราคาแพงด้วย เอิ๊กๆๆๆๆ

images by free.in.th

images by free.in.th

images by free.in.th

เดินจนหิว ได้เวลากินกลางวันพอดีค่ะ เราหามุมสงบๆ ตรงรูปปั้นสีขาวด้านซ้าย (มีม้าหินอ่อนให้นั่ง) จัดการมื้อกลางวันที่พกมาด้วย (เห็นนักท่องเที่ยวหลายกลุ่มมานั่งกินเป็นกลุ่มๆ เลย งั้นเราก็ไม่แตกต่างเนอะ ^^) แต่ถ้าใครไม่ได้พกมา ก็มีร้านอาหาร ภัตตราคารอยู่ด้านซ้ายแถวๆ รูปปั้นสีขาวนั้นละ เลี้ยวซ้ายไปเลย มีป้ายบอก มีหลายร้าน แต่มีโต๊ะ เก้าอี้น้อยมาก ถ้าคนเยอะๆ มียืนกินนะ ^_^

images by free.in.th

กินอิ่ม ได้พักขา ก็มีแรงเดินต่อค่ะ 

images by free.in.th

images by free.in.th

images by free.in.th

ใครเดินไม่ไหว ตรงสระน้ำ จะมีรถจักรยานให้เช่าด้วยนะคะ ราคาก็ไม่แพงมาก ตามรูปเลย ^_^

images by free.in.th

ได้เวลา ออกจากแวร์ซายส์กันแล้ว นั่งรถไฟ กลับเข้าเมืองกันดีกว่าค่ะ เราจะไปช็อปปิ้งกันที่ถนน Champs Elysees (ชองป์เซลิเซ่) เพราะพรุ่งนี้เราจะกลับกันแล้ว..... T T

นั่งรถไฟ ไปลงที่ Champs-Élysées - Clemenceau พอขึ้นมาได้ก็ ปวดฉิ่งฉ่องซะงั้น เจอตำรวจ ก็ตรงดิ่งไปถามเลย มีห้องน้ำแถวนี้ไหม ตำรวจตอบมาแบบไร้เยื่อใย ว่าไม่รู้ เห่อๆๆๆ วิ่งข้ามไปหาตำรวจอีกคน ยืนเป็นกลุ่ม ถามเหมือนเดิม มีห้องน้ำแถวนี้ไหม ตำรวจสุดหล่อใจดีตอบมา in the garden แล้วชี้ๆๆ ขอบคุณนะคะ แล้วก็ดิ่งไปในการ์เด้น เจอห้องน้ำแต่ปิด เดินต่อเจอห้องน้ำอีกที แต่เสีย T T จะได้เข้าห้องน้ำไหม๊....... แงๆๆๆ 

คนข้างบ้านบอก เดินไปเข้าในห้างก็ได้ ไหวไหม (ตรู ไม่ไหวก็ต้องไหวอะนะ จะให้ฉี่ตรงนี้หรือไง) 555 เดินไปเรื่อยๆ พอเดินข้ามถนนจะไปหาห้าง(ซึ่งยังอีกไกล) หางตาแว่บไปทางขวา เห็นห้องน้ำ โอ้ว สวรรค์โปรดตรูแล้ว 55555 

images by free.in.th

แต่กว่าจะได้ใช้ห้องน้ำ อย่างฮา อ่ะ แบบไม่เคยอะนะ ก็กดปุ่มเปิด ก็เข้าไป มันก็ปิด เราก็ไม่รู้มานล็อคไงอ่ะ มือก็ซน ไปกดปุ่มไรสักปุ่ม (นึกว่าเป็นปุ่มล็อค จริงๆ คือปุ่มเปิดประตู) ก็ตั้งท่าถอดกางเกง ประตูห้องน้ำก็เปิดซะงั้น 555 เปิดๆ ปิดๆ ถอดกางเกง ดึงกางเกงขึ้น เป็นแบบนี้อยู่ 3-4 รอบได้ จนปัญญาคร้าบบบบ เลยถามคนแถวนั้นว่าห้องน้ำใช้ยังไง กร๊ากกกกก 

ถึงบางอ้อเลย ห้องน้ำแบบนี้ต้องรอให้ไฟสีเขียวขึ้นก่อน ถึงกดปุ่มเปิดเพื่อใช้ พอเราเข้ามันจะปิดและล็อคอัตโนมัติ พอเราทำธุระเสร็จ ก็กดเปิดประตู และชักโครกไม่มีปุ่มให้กดน้ำนะคะ มันจะรอให้เปิดประตูออกมาเลย แล้วมันจะปิดตัวเองอีกครั้ง เพื่อทำความสะอาด (ช่วงนี้ตรงปุ่มหน้าห้องน้ำมันจะเป็นสีแดง คือยังไม่พร้อมใช้งาน) 

แบบนี้ ถ้าปล่อยหนัก มีอายละค่ะ ถ้ามีคนต่อคิว คนต่อคิวมองเข้าไปเจอสิ่งที่เราปล่อยไว้ มีอายแน่ๆ ไม่อยากจะคิด เห่อๆๆๆๆ

เดินถ่ายรูป เดินไปเรื่อยๆ บนถนนช็อปปิ้งอันลือชื่อของปารีส และแล้วเราก็เจอร้านดังที่ใครๆ มาปารีส ก็ต้องแวะช็อปปิ้ง จัดไปเพื่อนฝากสอย ^_^

คนอื่นๆ มาบอกคิวยาว เราไป ไม่มีคิวเลย เดินดุ่มๆ เข้าไปเลย เจอพนักงานก็ส่งรูปให้พนักงานดู พนักงานก็อัญเชิญขึ้นลิฟท์ไปชั้นบน แล้วบอก...@$%&@$#...ตรูฟังไม่รู้เรื่อง 555 ก็ไม่รู้ละ เดินดูกระเป๋าไปเรื่อย แล้วก็นึกในใจ กระเป๋าไรฟร่ะ ทำไมมานแพงจริง โอ้ว อูวย์ อ้า..... ใบเป็นหมื่นเลยวุ้ย ^_^ 

ยื่นเก้ๆ กังๆ อยู่พักใหญ่ครึ่งชั่วโมงได้ พนักงานคนเดิม ก็กลับมาพร้อมกับพนักงานอีกคน และแนะนำให้เรารู้จัก และเอยประมาณ พนักงานคนนี้จะดูแลคุณนะคะ ^_^ (ตรูเหมาว่าเธอพูดว่างั้น อิอิ) กว่าจะได้กระเป๋ามา 1 ใบ เล่นเอาเหงื่อตก กว่าจะหาของเจอ (พนักงานว่าพอดีช่วงนี้มีการย้ายของ จัดร้านใหม่) คำถามถาโถมมาเป็นชุด ฟังออกบ้างไม่ออกบ้าง ฮาดี 

แต่ก็ได้กระเป๋ามาให้คุงเพื่อนจนได้ กร๊ากกก ขอบคุณนะจ๊ะ เพื่อนนิด ที่ทำให้กูได้มีโอกาส เข้าช็อปหลุยส์ สักครั้งในชีวิต ^_^

images by free.in.th

จบการหลุยส์วิตตอง ก็เดินต่อไปเรื่อยๆ เจอร้านมาการองเจ้าดังอีกร้าน ก็ต้องจัดไปซะหน่อย เดี๋ยวตกเทรน อิอิ 

images by free.in.th

images by free.in.th

images by free.in.th

ราคาแพงจุง กล่องนี้ 15.80 ยูโร (ราคารวมค่ากล่องด้วย ก็ตรูไม่รู้นี่หวาว่ามีค่ากล่องไม่งั้นเอาใสถุงก๊อปแก๊ปก็ได้) ชิส์ 555555

images by free.in.th

เริ่มหมดแรง สงสัยใช้พลังงานไปเยอะ หามื้อเย็นกินก่อนดีฟ่า จัดไป แม็คโดนัล ชุดละ 4.50 ยูโร 2 ชุด 9 ยูโร มันชิ้นใหญ่มาก รู้งี้ สั่งชุดเดียวก็พอละ กินไม่หมด ^_^

images by free.in.th

images by free.in.th

หนังท้องตึง ก็มีแรงเดิน เราก็เดินไปจนถึงArc de triomphe de l'Étoile (ประตูชัย)

images by free.in.th

ใช้มิวเซียมพาส ขึ้นประตูชัยได้ฟรีนะคะ อยากจะบอกว่าบันไดมันสุดยอดมาก เป็นบันไดวน ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ และมีจุดเว้า ให้หลบไปพักขาได้ แบบว่าบันไดมันเล็กอะนะ เดินแซงกันลำบาก และมันหลายขั้นมาก ก็ตามความสูงของประตูชัยละ เค๊าเลยทำจุดไว้ให้พักขา และหลบกัน เห่อๆๆๆ เมื่อยขาสุดๆ อ่ะ กว่าจะถึงข้างบน 555 

วิวข้างบนมานสวยมาก คุ้มค่ากับการเดินขึ้นมา ^_^

images by free.in.th

images by free.in.th

images by free.in.th

เราอยู่ที่ประตูชัยจนมืด แล้วก็กลับที่พักกันค่ะ หมดสภาพไปตามระเบียน อิอิ

พรุ่งนี้เราจะกลับเมืองไทยแล้วแล้วนะคะ แต่ไม่มีรูปจะรีวิวอ่ะ 555 จบแบบไร้รูปในวันพรุ่งนี้ละกัน 55555

คร่าวๆ ก็วันพุธที่ 16 ตุลาคม 2556 เป็นวันที่ 9 ของการเดินทางและเป็นวันสุดท้าย ก็ตื่นเช้าตามปกติ เก็บของแล้วเช็คเอ้าท์กันแต่เช้าเลยค่ะ เพราะเรายังเหลือต้องช็อปปิ้งกระเป๋า Longchamp ให้เพื่อนสมาชิกอีก 1 ใบ

เหมือนเดิม ขึ้นลงไฟ มาลง โอเปร่า (เพื่อจะต้องขึ้นรถ Roissybus กลับสนามบิน) พอถึงป้ายรถ Roissybus เราก็ให้คนข้างบ้านรอตรงนั้นค่ะ เฝ้ากระเป๋าไว้ ส่วนเราวิ่งไปห้างกาเลอรี่ลาฟาแยต (galerieslafayette) เพื่อไปช็อปกระเป๋า Longchamp ซึ่งตอนเราไปถึง ห้างยังไม่เปิด ยืนรอหน้าห้างสัก 5-10 นาทีได้ เราก็เดินมองๆ สำรวจไป 

พอห้างเปิดก็ดิ่งไปเดินหากระเป๋า เดินวนเป็นพัก หาไม่เจอ เลยได้ถามพนักงาน ว่ายี่ห้อนี่อยู่ไหน เก่งจริงตรู เดินผิดฝั่ง 5555 ห้างนี้ แบ่งออกเป็นฝั่งผู้ชาย กับผู้หญิง แยกอาคารกันต่างหาก ตรูว่าละทำไมมีแต่ของผู้ชายขาย 5555

เวลาเหลือน้อย งั้นเราดิ่งไปอีกห้าง ไม่ต้องเดินหาละ ถามพนักงานเลย ยี่ห้อนี่อยู่ไหน พอถึงช็อปก็ไม่ต้องได้เบิ่งอะไรกันละ ส่งรูปให้พนักงานดู บอกจะเอาอันนี้ 555 ตรูเก่งจุง กร๊ากกกกก

พอพนักงานเอามาให้เบิ่ง เราก็ตรวจความเรียบร้อยของชิ้นงาน เก่งอีกละ เจอตำหนิ นิดนึง ด้ายมันลุ่ยออกมา ขอเปลี่ยนค่ะ เก่งจุง ภาษาก็เน่า คุยไปได้ไงก็ไม่รู้ ก็ใช้ภาษากายละนะ นิ้วจิ้มๆ ยูๆ มันมีตำหนิ 5555 ขอใหม่นะ newๆๆ

จ่ายตังค์เสร็จ ก็ไม่ได้ช็อปอะไรต่อละ พนักงานก็ถามนะ ถ้าจะรีฟันภาษี ต้องซื้อให้ครบ.... ยูโร แต่เราซื้อไม่ถึงอ่ะ ไม่มีเวลาจะดูต่อด้วย เลยต้องยอม เสียดายจุง แงๆๆๆ

แล้วก็วิ่งกลับมาที่ป้ายรถ ที่คนข้างบ้านรออยู่ รถมาพอดี คนเยอะได้อีก แต่ก็ต้องไปละ กลัวตกเครื่อง สรุป บนรถ เราไม่มีที่นั่งนะ นั่งบนกระเป๋า 555 ยาวไป ยาวไป นั่งเกือบชั่วโมงอ่ะ 

งี่เง่าอีก ไม่ได้ดูในตั๋ว ว่าต้องขึ้นเครื่องที่ เทอมินัลไหน นึกแค่ว่าตรูลงเทอมินัล 2E ก็ต้องขึ้นที่เทอมินัล 2E ซิ พอลงรถได้ ก็ถามเจ้าหน้าที่ สายการบินว่าต้องเช็คอินตรงไหน พนักงานว่า ผิดเทอมินัล T T แงๆๆๆ ดีนะ เทอมินัลที่ต้องขึ้นไม่ไกลนัก พนักงานว่าเดินไปได้ แล้วชี้ทางไป เลยจะเห็นผีบ้า 2 คน เดินต๊อกๆๆๆ ข้ามเทอมินัล 55555

พอเช็คอินเสร็จ ก็เดินเข้าข้างใน  ยังไมทันจะได้ช็อปปิ้งอะไรเลย ได้ช็อคโกแลตมานิดหน่อยก็เห็นว่าเวลาหมดละ เดินไปที่เกทเลยดีกว่า พอถึงเกท เจอคำว่า Gate Closed  ตรูแทบกรี๊ดดดดด ตายห่า ตรูตกเครื่องรึ ใจเสียเลยอ่ะ

ตรูเลยถามคนข้างบ้านตอนนี้กี่โมงแล้ว ทำไม เกทปิดแล้ว แงๆๆๆ พอดูนาฬิกาก็ยังไม่ถึงเวลานี่น่า ทำไมปิดละ ตอนนี้ก็ใจเสียสุดๆ ตื่นเต้นทำไรแทบไม่ถูก แล้วก็เดินไปถามพนักงานหน้าเกท พนักงานว่า เกทย้ายไป เกท 63 ที่นี่ก็ใส่เกียร์หมาละคับ วิ่งหูตูบเพราะเกท 63 ไกลสุดๆ ตรูวิ่งไม่ไหว ส่งคนข้างบ้านวิ่งนำไปก่อนเลย 

พอถึงเกท 63 เจอคำว่า ไฟนอลคอล รอผู้โดยสารอีก 2 ท่าน แต่หน้าเกทมันเขียนว่าไป ปักกิ่ง อ้าวววว ที่นี่ละเอาไง พนักงานก็คิดว่าตรูเป็น ผู้โดยสาร 2 คนสุดท้าย ก็คุยๆ กัน แล้วนู๋เชงก็ร้องขอให้พนักงานเช็คเกทให้หน่อย พลีสๆ ๆ ๆ 

พนักงานถึงยอมทิ้งมือ ไปเช็คเกทให้ แล้วก็แจ้งมาว่าเกทไหน กว่าจะเจอเกท เล่นเอาหอบอ่ะ และยังรู้สึกตื่นเต้นไม่หาย 5555

เจอคนไทย ฮากลิ้งอยู่ที่แถวหน้าเกทนั้นละ คนไทยกลุ่มนี้ ก็เจอกันตอนเช็คอินเข้ามาข้างในนั้นละ ได้คุยกันมานิดหน่อยแล้ว พอเข้าข้างในก็ไม่เจอกันอีก เค้ามาเจอเราอีกที ตอนเราวิ่งหูตูบนั้นละ เค๊าเรียกไม่ทัน เพราะเราวิ่งไม่มองใครเลย กร๊ากกก พอกลับเกทได้ เค๊าก็เม้าท์กับเรา หัวเราะซะ น้ำหมากกระจาย 5555

สรุป เราได้ขึ้นเครื่องด้วยความตื่นเต้น เฮฮากันไป ถึงเมืองไทยโดยสวัสดิภาพ ^_^

images by free.in.th

สรุปยอดค่าใช้จ่ายกันสักนิดนะคะ เผื่อจะมีประโยชน์กับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ กันบ้าง เราจะปัดเศษขึ้นนะคะ ตีเป็นเลขกลมๆ จะได้ดูง่ายขึ้น คชจ ของเราไม่รวมอาหารมื้อหลักๆ นะคะ แบบว่า แพงอ่ะ พกไปจากเมืองไทย และอาศัยแม็คโดนัลบ้าง เลยตัดค่าอาหารออกดีกว่า ^_^

1. ค่าทำวีซ่า และค่าบริการของ TLS 7,600 บาท

2. ประกันเพื่อทำวีซ่าเชงเก้น ของ AGA 950 บาท

3. ตั๋วรถไฟ TGV ไป-กลับ ปารีส-สวิต 5,510 บาท

4. สวิสพาส Swiss Saver Pass ชั้น2 แบบ 4 วัน 16,050 บาท

5. ตั๋วกระเช้า ขึ้น Titlis 2,990 บาท

6. ตั๋วรถไฟ ขึ้น Gornergrat 2,850 บาท

7. ค่ารถ Roissy bus จากสนามบิน CDG เข้าเมือง ไป-กลับ 1,700 บาท

8. ค่าตั๋วรถไฟ Carnet t+, Mobilis zone1-2, Mobilis zone1-4  2,200 บาท

9. Museum Pass 2 วัน 3,320 บาท

10. ค่าเข้าสวน ในพระราชวังแวร์ซายส์ 640 บาท

11. ค่าฝากกระเป๋า เครื่องดื่ม ขนมเล็กๆ น้อยๆ ตามซุปเปอร์ 2,000 บาท

12. ที่พัก 8 คืน คิดเป็นเงินไทยแล้ว จ่ายไป 23,950 บาท

รวมจ่ายทั้งสิ้น 69,760 บาท หาร 2 ตกคนละ 34,880 บาท 
อ่อๆๆๆ เกือบลืม มี ค่าภาษีหัก ณ ที่ จ่าย ของตั๋วเครื่องบินอีก 5,000 บาทค่ะ ^_^

Happy กับทริปนี้มากๆๆๆๆๆ จบบริบูรณ์ แล้วพบกันใหม่ทริปหน้าค่ะ บายยยยยยย^_^

ขอบคุณทุกท่านที่อ่านนะคะ หวังว่าจะมีประโยชน์ต่อเพื่อนๆ บ้างนะคะ 





Create Date : 05 กรกฎาคม 2557
Last Update : 5 สิงหาคม 2557 16:58:50 น.
Counter : 607 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

ฮุยเฉง
Location :
พิษณุโลก  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]



กรกฏาคม 2557

 
 
1
3
4
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog