Group Blog
 
 
มิถุนายน 2552
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
22 มิถุนายน 2552
 
All Blogs
 
ความรัก น้ำตา และ ความไร้เหตุผล (ของใจ)

"ทำอะไรอยู่คะ" เสียงตามสายลอยมาโดยยังไม่ทันเอ่ยทัก แก้มที่บานออกด้านข้าง เบียดพื้นที่โทรศัพท์ให้ห่าง "ก็กำลังคิดถึงคุณน่ะสิ" "ยิ้มกับโทรศัพท์ก็ได้ด้วย ..." เสียงตอบกลั้วหัวเราะอย่างน่ารัก เป็นความจริง เพราะฉันกำลังคิดถึงเธออยู่ แต่ไม่อยากโทรหา กลัวจะทำให้น่าเบื่อ กลัวจะทำให้รำคาญ ถึงแม้ความรักที่กำลังหวานชื่น จะทำเอาใจอยากได้ยินเสียงทุกนาที อยู่ไกลกันแบบนี้ไม่ดีเลย อยากให้ระยะมันห่างจนเกินมือคว้า ยังดีกว่า

"แล้วคุณอยู่ไหนคะ เสียงเหมือนจตุจักร" ฉันถามหลังจากได้ยินเสียงคุ้นเคย "เก่งจัง ก็พี่นาเค้าชวนมาเมื่อเช้า มารับด้วยที่บ้าน เลยโทรบอกคุณไม่ได้" เสียงเล็ก ๆ บอกเล่าความ อยากให้อยู่ห่างกันสักกรุงเทพเชียงใหม่ได้ไหม จะได้ไม่ต้องทรมานใจแบบนี้ ระยะห่างของเรานั่งรถตู้ก็แค่ชั่วโมงกว่าก็พบหน้าแล้ว ให้ฉันนั่งรถไปหาเธอทุกวันเช้าเย็นก็ยังได้ การระมัดระวังตัวของเธอที่มีต่อสายตาคนภายนอกค่อนข้างสูง ทำให้ฉันไปพบเธอไม่ได้ หากแต่เมื่อไรที่เธอมาเมืองกรุง เราก็ได้กินข้าวกันบ้าง แต่ก็น้อยเต็มที

"ฮะ .." ฉันทิ้งเสียงเอื่อย ๆ เหมือนรู้ว่าใกล้ แต่เจอกันไม่ได้ คุณเคยไหม ความรู้สึกที่แสนทรมานใจแบบนี้ ทั้ง ๆ ที่แรกเริ่มจะคบหากันเราก็โอเคกับมัน ไม่ดิ้นรน ไม่ขวนขวาย ไม่พยายาม ปล่อยตามวิถีที่มันเป็น ที่ควรเป็น ฉันเข้าใจดีกับความเจ็บร้าวที่เธอเคยได้รับเมื่อคราวก่อน เรื่องของเธอกับคนรักเก่า ที่ควงกันอย่างออกนอกหน้า อย่างไม่แคร์สายตาใคร การเข้านอกออกในบ้านเดียวกันมันเป็นเรื่องธรรมดา คงไม่มีอะไรเสียหายเพราะใคร ๆ ก็ว่า ผู้หญิงเหมือนกัน แต่การณ์คราวนั้น เธอคาดเดาผิด เสียงที่ลอยมาเข้าหูในแต่ละครั้งยามที่เธอระหองระแหงกัน มันก็ไม่ผิดอะไรกับน้ำกรดที่สาดลงหัวใจ และเมื่อลงเอยด้วยการเลิกรา พายุน้ำคำที่พัดพา ฉันรู้ว่ามันหนักหนาเพียงใด

แต่ถึงอย่างไร ในความเข้าใจที่มี ก็อดวาดหวังลึก ๆ ไม่ได้ว่าเราจะได้คบหากันจับจูงมือกัน เหมือนกับคนอื่น ๆ ที่เราต่างเคยเป็น...มา เพียงแค่ตอนนี้ ฉันก็มีความสุขดี มีคนคอยห่วงหา คอยห่วงหวง มีใครสักคนคอยพูดคุยและพร้อมจะคอยประคองปรับชีวิตในมันยืดยาวต่อไป ทั้งฉันและเธอยังไม่ได้วางแผนอะไรไปไกล แต่ก็ อยากให้ความรักครั้งนี้ ไปได้ด้วยดี

"คุณจะออกมาไหม มาเดินเจเจกัน เดี๋ยวเกดให้พี่นากลับไปก่อน" "คะ เดี๋ยวจะรีบไปคุณรอก่อนก็แล้วกัน" เธอจะรู้ไหมว่าฉันน่ะใจเต้นตั้งแต่ร็ว่าเธออยู่ในเมืองแล้ว "เจ้าค่ะ รถกลับเมืองเก่ามีถึงสองทุ่มโน่น กลับไม่ได้ก็ค้างบ้านคุณ" เสียงเธอเย้าแหย่เรียกเสียงหัวเราะฉันได้ "อย่ามาทำปากดีเลยแม่คุณ จะยอมค้างหรือไงหือ " ฉันหัวเราะก่อนรีบวางสายแล้วแต่งตัว โชคดีที่บ้านฉันใกล้รถไฟฟ้า เพียงเวลาไม่กี่นาที เราก็ได้เจอกัน การพบหน้ามันช่างให้ความรู้สึกที่แสนดี ที่แสนคิดถึง แม้จะอยากกระโดดกอดให้สมใจ แต่ที่ทำได้ คงเพียงส่งสายตาแล้วเดินเคียงข้างกันไป หัวใจพองโตนัก



"คุณ ถึงบ้านหรือยัง" ฉันโทรหาเธอหลังจากคาดคะเนว่าเธอน่าจะถึงบ้านแล้ว เวลามันห่างหลายชั่วโมงเกินไปที่เธอไม่โทรมารายงานตัวอย่างเคยเป็น "อืม เดี๋ยวโทรกลับนะ" เสียงห้วนสั้นกระชับ แล้วตัดสายวางไป เกิดอะไรขึ้นกับเธอหรือเปล่านะ จิตใจกระวนกระวาย

รักครั้งนี้ค่อนข้างเปราะบาง เพราะบาดแผลในใจมันเยอะ เธออยู่ในโลกแคบ ๆ ที่ไม่มีใครอยู่ด้วย สังคมปิดในความรักอย่างเรา ทำให้เธอปิดตัวเองไว้อย่างแน่นหนา และไม่ให้ใครกระทบเข้ามาได้ ทั้ง ๆ ที่หัวใจเธอนั้นบอบางเสียยิ่งกว่าใยแมงมุม ครั้งแล้วครั้งเล่าที่เธอถูกมองด้วยสายตาแปลก ๆ เมื่อรู้ว่าคนรักเป็นผู้หญิง คำถามอย่างง่ายและตรง ตามประสาคนบ้าน ๆ มันก็เสยเข้าปลายคาง น๊อคเธอได้ทุกที ฉันเป็นห่วงเธอ รอเธอกว่าค่อนคืน สายที่ว่าจะโทรกลับก็ไม่มีมา ฉันไม่ตาม ไม่ถาม ไม่วุ่นวาย หากแต่มีอะไรบางอย่างในใจที่เธอจะต้องคิด ต้องตัดสินด้วยตัวเอง เธอก็ต้องทำด้วยตัวเอง

เมื่อเย็นวาน ลูกน้องของเธอตัวช่วยของฉันโทรมาหา ว่าคนรักเก่ามาถามหาว่าใครเป็นคนรักใหม่ของเธอ ทำไมนะ ทั้งที่เลิกกันไปตั้งสองปีและก็มีคนใหม่ก็แล้ว ยังจะมาตามตอแย มาวุ่นวาย มาหวงก้างเธออีกทำไม เธอเห็นว่าสองคนคุยกันอยู่นาน ก่อนมีปากเสียงทะเลาะกันดัง ฉันรู้เรื่องนี้แล้วจากปากของต้นเรื่องเอง เธอเล่าด้วยน้ำเสียงใส ๆ ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ฉันเชื่อมั่นในความรัก ฉันเชื่อมั่นในความรู้สึก และฉันเชื่อ เชื่อว่า..ใจจะบอกเองว่าเราจะต้องทำอะไร ใจจะบอกทุกอย่างเอง...

แล้วเสียงโทรศัพท์ที่รอก็ร้องดังกลางดึก .. ฉันรู้ว่าเป็นเธอ แต่ทำไม ใจไม่อยากจะรับเลย "บีมาหาที่บ้านเมื่อกี้ เพิ่งกลับไป" เสียงนาฬิกาดังสามทีบอกเวลา "ทะเลาะกันหรือเปล่า" "เปล่าค่ะ แต่บีเค้าจะค้าง เกดไม่ให้ ก็เลย..." เสียงสะอื้นเบา ๆ ทำไมนะทำไมเราไม่อยู่ด้วยกันตรงนี้ ฉันจะโอบกอดแล้วปลอบประโลมใจไม่ว่าเธอจะอยู่ในฐานะใด ทำไมนะคุยกันดี ดีๆ ไม่ได้รึไงทำไมต้องทำร้ายร่างกายกันด้วย เลือดฉันพุ่งขึ้นหน้า แต่ที่ทำได้คือถอนหายใจ "ตุณเกด .. พรุ่งนี้ให้ไปหานะ" ถ้าฉันมีรถป่านนี้ก็คงทะยานไปหาแล้ว "แล้วเจ็บมากไหมคะนี่" "อืมมาเร็ว ๆ นะ เจ็บไม่เท่าไรหรอก อย่าห่วงเลย นอนเถอะ แล้วพรุ่งนี้เจอกัน" เธอวางสายลง ใจฉันมันไม่หลับแล้ว อีกสองชั่วโมงก็เช้า เสียงสะอื้นยังก้องอยู่ในหู

ที่นี่สถานีบางปะอิน ๆ รถกำลังจะเทียบชานชลา โปรดเตรียมสิ่งของและสัมภาระของท่านให้เรียบร้อย รถกำลังเทียบที่ชานชลาที่สอง ฉันก้าวลงรถ นาฬิกาบอกเวลาเจ็ดโมงเช้า อากาศก็ดี ท้องฟ้าก็สวยดี ถ้าหัวใจดี ๆ อยู่ตรงนี้ด้วย โลกก็คงสวยกว่าที่เห็น ฉันโทรหาเธอ แต่ก็ยังไม่มีสัญญาณตอบรับ เมื่อวานก่อนวางสายก็นัดกันไว้เรียบร้อยแล้ว สงสัยจะยังไม่ตื่น ฉันอาจจะคิดมากไปเอง นั่งรอก่อนก็ได้ไม่เป็นไร โทรไปลางานก่อนดีกว่า เดี๋ยวจะลืม ก่อนจะเดินรอบ ๆ สำรวจหาร้านรวง หากาแฟรองท้อง

แดดออกจะร้อนเปรี้ยง จะบ่ายโมงแล้ว ใครคนที่รอก็ยังไม่เห็น โทรศัพท์ก็ยังไม่มีสัญญาณ ที่บ้านก็ไม่มีคนรับสาย ขาดแต่ที่ทำงาน ที่ฉันไม่อยากจะโทรไป มันเกิดอะไรขึ้น ฉันควรจะอยู่ หรือ ฉันควรจะกลับ ประโยชน์อะไรไหมที่จะนั่งรอเธออยู่ตรงนี้ รออย่างไม่รู้ทิศทาง รอย่างไม่มีความหมายใด-ใดเลย หรือฉันควรจะไปบ้านเธอ ไปตามที่อยู่ที่มีในมือ เดี๋ยวก็คงหาเจอ

แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรอย่างที่คิดทั้งหมดนอกจากการรอ ฉันให้ขอบเขตตัวเอง เราควรจะอยู่ในที่ทางของเรา ฉันทิ้งข้อความทิ้งไว้ในโทรศัพท์แล้วว่า ถ้าห้าโมงเธอไม่มาก็จะกลับแล้ว ไม่เป็นไร ไว้ค่อยคุยกัน


เหมือนคนบ้า เดินเหงื่อตกวนเวียนไปมาอยู่ในสถานี ไม่กล้าไปไหนไกลจากที่นัด กลัวเธอมาแล้วไม่เจอ ทั้งที่ในมือก็มีเครื่องติดต่อไร้สาย แต่ใจมันกังวล กลัวไปสารพัน

"คุณอยู่ไหน" โทรศัพท์ดังแล้ว เสียงเธอก็มาแล้ว "ที่เดิม" "เดี๋ยวไปหา" สั้น ๆ ง่าย ๆ แล้วสายก็ถูกวางลง เอาเถอะ ให้มาคุยกัน จะเรื่องใด เหตุผลใดก็คุยกัน เงียบ ๆ แบบนี้ฉันรู้สึกไม่ดีเลย รู้สึกสังหรณ์ใจ

ฉันขึ้นรถที่เธอขับมารับ เรานิ่งเงียบกันอยู่ครู่ใหญ่ ไม่เห็นรอยยยิ้มเธอเหมือนเคย ไม่ได้ยินเสียงใสๆ เหมือนทุกที ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยกังวล แววตาขุ่นมัว และมองเห็นได้ชัดถึงรอยช้ำในดวงตา


"ขอโทษนะคะ นึกว่าคุณจะกลับไปแล้ว" เราจอดรถที่สวนสาธารณะกลางเมืองก่อนลงเดินคุยกัน ความรู้สึกในใจต่าง ๆ นานาของฉัน มันคลายตั้งแต่ได้เห็นหน้า คนที่แสนห่วง คนที่แสนคิดถึง "ยังหรอก ก็ห่วงคุณแต่ก็ไม่รู้จะทำไง จะไปหาก็ไม่กล้ากลัวคุณว่า" "บีเค้ามาหาเรื่องแต่เช้า ไม่อยากให้เจอคุณเดี๋ยวมีเรื่องกัน" ฉันยิ้มให้เธอแทนคำพูด "เค้ามาขอคืนดี มานั่งเฝ้าทั้งคืนไม่ไปไหน" หัวใจหล่น

"เกด ..." ครั้งแรกที่เราจับมือกัน เธอเอื้อมมือมา "เกดว่า .. เราเลิกกันเถอะ" อะไรนะ หูฝาดหรือว่าลมมันแรงเกินไป เสียงความคิดร้าย ๆ ของฉันดังไปหรือเปล่า "เกดว่าเราเลิกกันเถอะ เกดเหนื่อย" เสียงย้ำให้ยินชัด ๆ อีกครั้ง "แล้วคุณจะกลับไปนะหรือ ทั้ง ๆ ที่ .." เสียงจุกอยู่ในลำคอ พูดไม่ออก ทั้ง ๆ ที่ฝ่ายนั้นเค้ายังมีใครเป็นตัวตน แล้วคุณจะกลับไปเป็นคนแทรกกลางระหว่างเค้าทำไม ไม่เข้าใจเลย ฉันอยากจะตะโกนถามเธอ


"ขอบคุณที่รักกันนะคะ แต่เกดลืมเค้าไม่ได้ รักแรกก็คงเป็นแบบนี้" รอยนิ้วจาง ๆ ที่แก้มพอจะมองเห็น แม้จะพยายามแต่งหน้าบาง ๆ กลบรอยมันไว้ เมื่อวานเรายังหัวร่อต่อกระซิกกันอยู่เลย เพียงแค่ไม่กี่นาทีที่เดินข้ามไป อะไรมันก็กลับกลายได้เพียงนี้เชียวหรือ

"คะ ขอบคุณที่รักกัน ก็คงไม่ถามคุณหรอกว่าอะไรทำไม เชื่อว่าคุณคงมีเหตุผลของตัวเอง เลือกทำให้สิ่งที่อยากทำก็แล้วกัน" พระเอกมาก แต่น้ำตาตก พูดอย่างที่คิด แต่ไม่อยากคิดอย่างที่พูดเลย รอยยิ้มแรกของเธอที่ฉันเห็น "อะไรในชีวิตก็แบบนี้แหละ บางที บางอย่างมันก็ไม่มีเหตุผล เชื่อว่าคุณจะเข้าใจ"

"ไม่เข้าใจหรอกคุณ ไม่มีทางเข้าใจด้วย แต่ทุกอย่างที่มันดูง่ายดาย ก็เพราะเป็นคุณนั้นแหละ เพราะรักถึงได้ยอม ยอมให้คุณได้เลือก ได้ทำ ได้เป็น เอาที่คุณสบายใจและมีความสุขที่สุด ก็พอใจแล้ว ไม่ใช่ไม่เจ็บนะ ร้าวเลยล่ะทั้งใจเนี่ย " ฉันยิ้มให้และถ้าใจเธอมองเห็น ก็จะรู้..ว่ามันมีน้ำตาอยู่ข้างใน ข้อความเลี่ยน ๆ ที่บอกออกไป ก่อนมื้อค่ำสุดท้ายของเรา ความรักกว่าจะสร้างใช้เวลาเป็นเดือนเป็นปี น้ำตาใช้เวลาไม่กี่นาทีก็ทุบกำแพงทุกอย่าง ...


I don't want to let you down
I don't want to lead you on
I don't want to hold you back from where you might belong
You would never ask me why
My heart is so disguised
I just can't live a lie anymore
I would rather hurt myself than to ever make you cry
There`s nothing left to say
But goodbye..
**Song : Goodbye # BY : Air supply



ความรักของฉัน น้ำตาของเธอ และการไร้เหตุผลของใจ ... เพราะความรักไม่เคยดำเนินในรูปแบบเดิม ๆ ไม่เคยซ้ำรอยเก่า ไม่เคยแทนที่ใคร ต่างคนย่อมมีเหตุผลของใจ แม้ไม้ใช่เหตุและผลที่น่าฟังสำหรับอีกคน ฉันยังคงรู้สึกดีต่อเธอแม้นความรักของเธอจะถูกหยิบยกให้ใคร น้ำตาอย่าให้มันต้องไหลเพราะฉัน ยิ้มไว้นะคนดี .. วันหนึ่งถ้าหัวใจเธอคิดถึง เราคงได้โคจรมาเจอกัน .. อีกครั้ง

..
ตัวละครจริง เหตุการณ์จริง และ เจ็บจริง




Create Date : 22 มิถุนายน 2552
Last Update : 21 สิงหาคม 2552 9:39:40 น. 10 comments
Counter : 404 Pageviews.

 
แอบเจิมก่อนค่ะ
เดี๋ยวมาอ่านใหม่นะ อิอิ


โดย: นางสาวดุ่บดั่บ วันที่: 22 มิถุนายน 2552 เวลา:13:04:07 น.  

 
ความรัก ไม่มีเหตุผลหรอก
เราเชื่อเช่นนั้น

..

หวัดดีนะคุณ


โดย: .. IP: 202.57.129.65 วันที่: 22 มิถุนายน 2552 เวลา:13:04:59 น.  

 
ก็ "จีจ้า" เล่นจริง เจ็บจริง ไม่ใช้ตัวแสดงแทนขนาดนี้
คนอ่านเลย "อิน" เลย

ปล. ถ้าอ่านแล้วไม่ชอบชื่อยศ อนุญาตให้เปลี่ยนชื่อเวลาอ่านได้ตามใจชอบ หุหุ


โดย: Paulo วันที่: 22 มิถุนายน 2552 เวลา:17:23:48 น.  

 
ขอแปะโป้งไว้ก่อนนะคะ วันนี้อ่านไม่ทันจริง ๆ ฝนจะตกแล้วต้องรีบกลับบ้านค่ะ มิเช่นนั้นจะเป็นลูกหมูตกน้ำค่ะ


โดย: Sweety PB วันที่: 22 มิถุนายน 2552 เวลา:18:23:48 น.  

 
อ่านแล้ว.เหมือนหัวใจ
ค่อยๆล่วงหล่นลงไปด้วย
ทีละน้อยๆจนถึงจุดจุดหนึ่ง..
ที่ไม่สามารถจะรู้ได้มากกว่านี้แล้ว
เหมือนกับตัวดำเนินเรื่อง..เลยค่ะ

"อะไรนะ หูฝาดหรือว่าลมมันแรงเกินไป
เสียงความคิดร้าย ๆ ของฉันดังไปหรือเปล่า"

ชอบประโยคนี้ มันกระตุกอารมณ์นิดๆ
คำบางคำที่ไม่อยากได้ยิน.อยากจะ แกล้งผ่านมันไป

ขอบคุณที่เล่าประสบการณ์ความรัก..สู่กันฟังค่ะ



โดย: nikanda วันที่: 22 มิถุนายน 2552 เวลา:18:35:16 น.  

 
อ่านไปแล้วรอบนึง
กลับมาอ่านรอบที่สอง
..
จึ๊กกก..จึ๊กกกกก

ฝากถึง คุณ Paulo แห้วทั้งคู่เลยเรา
เฉียดเบอร์แรก แบบหายใจรดต้นคอ

คุณ แอบเปลี่ยนบรรยากาศอ่ะ
แถวนี้ โศกๆ ชอบกล



โดย: .. IP: 119.31.59.198 วันที่: 22 มิถุนายน 2552 เวลา:20:25:47 น.  

 
เม้นต์ไปยาวมากเมื่อกี้ เนทหลุดเสียได้ ไม่เป็นไร ๆ

คุณบรรยายได้ดีมาก ๆ เลยนะคะ ทำเอาอินตาม
โดยเฉพาะประโยคสุดท้าย ตัวละครจริง เจ็บจริงเนี่ย
ยิ่งทำให้รู้สึกตามไปจริง ๆ ได้ยิ่งกว่าเดิม
ตอนอ่านก็สงสัยอยู่ว่าน่าจะเป็นเรื่องจริง
คนเขียนถึงได้บรรยายออกมาเสียดีและอินขนาดนี้

ชอบตั้งแต่บรรยายความรู้สึกแจ่มใส สดใส ร่าเริง
มีความสุขเสมอเวลาได้อยู่กับคนคนนั้น มันสีชมพูดีจัง
และฉากเลิกราที่เจ็บปวด ก็ช่างเจ็บปวดบาดลึกเหลือเกิน
ชอบที่ว่า "เพราะรักถึงยอม" ก็เหตุผลแค่นั้นจริง ๆ แหละ
ในที่สุดแล้วก็ได้แต่ยิ้ม และปล่อยให้เขาไปตามที่เลือก
ถ้ามันเป็นสิ่งที่ดีสำหรับเขา เราเองก็ทำอะไรไม่ได้จริง ๆ
ถ้าไม่ใช่เพราะรัก ก็คงไม่ยอมถึงขนาดนี้...โหยย อินค่ะ...



โดย: นางสาวดุ่บดั่บ วันที่: 23 มิถุนายน 2552 เวลา:11:19:36 น.  

 
พออ่านจบไม่รู้ว่าจะเม้นท์ยังไงเลยค่ะ.. ถ้าบอกว่าเข้าใจจะเชื่อผึ้งมั้ยเนี่ย..มันรู้สึกชา ๆ ตามเรื่องไป ผึ้งมีชื่อให้โรคชานี้ด้วยว่า 'โรครักทำร้าย'


โดย: Sweety PB วันที่: 23 มิถุนายน 2552 เวลา:18:28:40 น.  

 
อ่านแล้วเจ็บ เฮ้อ



โดย: ปลาทองแก้มยุ้ย IP: 124.121.162.70 วันที่: 23 มิถุนายน 2552 เวลา:23:40:40 น.  

 
โห ไม่ใช้สลิง ไม่ใช้สตั๊นเลยหนิคุณ
มา เดี๋ยวแอนตาซิน แจกทอง

ปล.ดีใจจังที่เข้าร่วมโครงการค่ะ
และที่สำคัญดีใจที่ได้อ่านเรื่องราวยาวๆ
ชอบเวลาเขียนยาวๆ นะ วันนี้ตัวหนังสือสวยจัง


โดย: BeCoffee วันที่: 24 มิถุนายน 2552 เวลา:22:02:37 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#16


 
inmemoir
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




-in memoir-

งานเขียนย่อมจัดเป็นงานวรรณกรรม
ซึ่งงานอันมีลิขสิทธิ์
ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 6

ซึ่งให้ความคุ้มครองแก่ท่านเจ้าของลิขสิทธิ์
ในงานเขียนดังกล่าวโดยอัตโนมัติ
ไม่จำต้องจดทะเบียน
Friends' blogs
[Add inmemoir's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.