ตะลอนทัวร์ หอจดหมายเหตุพุทธทาสฯ บ้านจิม ทอมป์สัน บ้านครัว สถาบันคึกฤทธิ์ ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ




เมื่อวันที่ 25 พค. ที่ผ่านมาเรามีโอกาสไปร่วม"โครงการแหล่งเรียนรู้สัญจร ตะลอนทัวร์ ครอบครัวสุขสันต์ นั่งรถไฟฟ้าสุขสันต์ ตะลอนทัวร์แหล่งเรียนรู้" ซึ่งจัดโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร และกลุ่มรักยิ้ม อีกทั้งได้รับความรู้จากคุณธีรนันท์ ช่วงพิชิต วิทยากรศูนย์ข้อมูลประวัติศาสตร์ชุมชน ธนบุรี และ คุณสุดารา สุจฉายา วิทยากรมูลนิธิเล็กประไพ ตลอดการเดินทางเลยค่ะ แต่จขบ. เพิ่งจะมีโอกาสเอารูปออกจากกล้องมือถือด้วยทำไม่เป็นนั่นเองค่ะ ต้องรอที่ปรีกษาเทคนิคที่บ้านช่วยจัดการ เลยรอนานเกือบสามเดือนกันเลยนั่น

ไปกันทั้งครอบครัวเลยค่ะ ผู้ใหญ่เสียค่าใช้จ่ายแค่คนละ 100 บาท เด็กฟรี แล้วไม่เสียค่าใช้จ่ายอะไรอีกเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นค่าเข้าพิพิธภัณฑ์ อาหารกลางวัน อาหารว่าง น้ำดื่ม และค่าโดยสารรถสองแถว BTS MRT และรถตู้ค่ะ อย่างเดียวที่เสียมากคือแรงกายค่ะ เพราะได้ตะลอนกันจนเหนื่อยอ่อนเลยล่ะค่ะ แต่ทำให้ไม่สามารถเก็บรายละเอียดแต่ละที่ได้มากนัก ไม่เป็นไรค่ะ เราจะกลับไปแต่ละที่อีกแน่นอนค่ะ

(ขอขอบคุณทุกหน่วยงานและทุกท่านที่เกี่ยวข้อง มา ณ ที่นี้ค่ะ)



ที่แรกก็คือหอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) ค่ะ


หอจดหมายเหตุพุทธทาสฯ เป็นหอจดหมายเหตุศาสนธรรม ที่ทำการเก็บรักษา อนุรักษ์ ศึกษา ค้นคว้า และเผยแพร่ผลงานของท่านพุทธทาสให้แพร่หลาย ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงหัวใจของศาสนาได้ คุณอเนก วาสนาสมปอง ธรรมภาคีกลุ่มเพลินนำชม กล่าวว่า ที่หอจดหมายเหตุพุทธทาสฯ เราอยากจะให้ท่านเข้าใจหลักพระพุทธศาสนาแบบง่ายๆ ทั้งผู้ใหญ่และเด็ก เริ่มตั้งแต่ตัวอักษรหน้าตึกหอจดหมายเหตุฯนับเป็นไฮไลต์ เมื่อทุกคนที่มาเยือนจะถ่ายรูปซึ่งเป็นลายมือของท่านพุทธทาสไว้เป็นที่ระลึก ในที่นี้ผู้เข้าชมสามารถเดินชมสวนโมกข์จำลองมาจาก อ.ไชยา สถานที่ท่านพุทธทาสใช้เป็นเผยแผ่หลักคำสอนแก่บรรดาลูกศิษย์ ซึ่งในลานจะมีแผ่นภาพทำมาจากคอนกรีต เป็นปริศนาธรรมเกี่ยวกับเรื่องมนุษย์ ว่ามนุษย์เริ่มมาจากความว่างเปล่า เริ่มทำมาหากินจนมีทรัพย์สิน สุดท้ายก็รู้จักการให้ทานแก่ผู้อื่น

ในสวนโมกข์ กรุงเทพฯ จุดสังเกตคือจะมีเสาอยู่ 5 ต้น ซึ่ง คุณนวรัตน์ ไชยรัตน์ ได้อธิบายให้ทราบว่า เสาทั้ง 5 ต้นนี้ท่านพุทธทาสได้เปรียบเป็นหลักธรรมที่เรียกว่า อินทรีย์พละ 5 ซึ่งเป็นหลักธรรมะที่สร้างแรงบันดาลใจให้กลายเป็นพลังในการปฏิบัติธรรมมีความเจริญก้าวหน้า หรือบรรลุผลสำเร็จ พละ 5 ในที่นี้เปรียบได้ว่า เสาต้น 1 คือ ความศรัทธา เสาต้นที่ 2 คือ ความวิริยะ เสาต้นที่ 3 คือ สติ เสาต้นที่ 4 คือ สมาธิ และเสาต้นที่ 5 คือ ปัญญา


(คัดลอกจากเวปของหนังสือพิมพ์ไทยโพสท์วันที่ 8 มิถุนายน ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ค่ะ)









กิจกรรม “เพลินธรรมนำชม”





เพลินธรรม นำชม เป็นกิจกรรมที่สืบทอดมาจากสวนโมกข์ไชยา ที่มุ่งให้ความเพลิดเพลินพร้อมธรรมะที่สอดแทรกอยู่ในภาพปริศนาธรรมต่าง ๆ รอบสวนโมกข์กรุงเทพฯ จัดทุกวันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ มีสองรอบ 10.00 น. และ 13.00 น. ไม่ต้องลงทะเบียนล่วงหน้า ค่ะ







สระนาฬิเกร์





สื่อสอนธรรมอีกอย่างหนึ่งของสวนโมกข์ โดยอาศัยเนื้อเพลงในบทกล่อมลูกของคนโบราณแถวรอบอ่าวบ้านดอน

"มะพร้าวนาฬิเกร์ ต้นเดียวโนเน กลางทะเลขี้ผึ้ง
ฝนตกไม่ต้อง ฟ้าร้องไม่ถึง
กลางทะเลขี้ผึ้ง ถึงได้แต่ผู้พ้นบุญเอย"

ซึ่งมีเนื้อหาเปรียบเทียบให้เห็นว่า พระนิพพานนั้นอยู่ท่ามกลางวัฏฏสงสาร หรือความรู้แจ้งแห่งทุกข์ แท้จริงอยู่ท่ามกลางความทุกข์นั่นเอง


(คัดลอกจากเวปของพุทธทาสศึกษา ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ค่ะ แต่หากท่านใดต้องการเข้าร่วมกิจกรรมของหอจดหมายเหตุฯ สามารถเข้าไปดูได้ที่เวปหอจดหมายเหตุพทุทธทาส อินทปัญโญ ค่ะ)








วิทยากรนำชม และอธิบายภาพปริศนาธรรมค่ะ









ลานหินโค้ง และภาพพุทธประวัติ โดยใช้ความว่างแทนพระพุทธเจ้าค่ะ

(ขอขอบคุณภาพจากบล็อกคุณสายหมอกและก้อนเมฆค่ะ)



(ขอขอบคุณ วิทยากรนำชม และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกท่านค่ะ)













ขึ้นรถสองแถว ต่อ BTS สถานีหมอชิต
ลงที่สถานีสนามกีฬาแห่งชาติแล้วเดินค่ะ








แหล่งเรียนรู้ที่สอง พิพิธภัณฑ์บ้านจิม ทอมป์สัน ค่ะ



พิพิธภัณฑ์บ้านจิม ทอมป์สัน เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงผ้าไหมไทย แสดงเครื่องเบญจรงค์ และภาพสะสมที่เป็นภาพวาดพุทธประวัติ 100 ชิ้น เขียนด้วยผ้า ก่อตั้งโดยจิม ทอมป์สัน สถาปานิกชาวอเมริกัน ซึ่งในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 จิม ทอมป์สันได้เป็นอาสาสมัครในกองทัพสหรัฐอเมริกาและย้ายมาประจำการในประเทศไทย และหลังจากสงครามโลก จิม ทอมป์สันได้ตัดสินใจอยู่ประเทศไทยเป็นการถาวร จิม ทอมป์สัน มีความสนใจการทอผ้าไหม จึงอุทิศตัวเองที่จะฟื้นฟูศิลปหัตถกรรมนี้ จนทำให้ผ้าไหมไทยประสบความสำเร็จเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก

(คัดลอกจากเวปของหนังสือพิมพ์ไทยโพสท์วันที่ 8 มิถุนายน ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ค่ะ แต่หากท่านใดต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นชีวิตและตำนานของจิม ทอมป์สัน พิพิธภัณฑ์บ้านไทย ข้อมูลสำหรับผู้เข้าชม รวมทั้งกิจกรรม สามารถเข้าไปดูได้ที่เวปพิพิธภัณฑ์บ้านจิม ทอมป์สัน ค่ะ)






ความสวยงาม ร่มรื่นโดยรอบค่ะ










บ้านไทย ภาพวาดและศิลปะวัตถุ



(ขอขอบคุณ วิทยากรนำชม และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกท่านค่ะ)











แหล่งเรียนรู้ที่สามเยือนชุมชนบ้านครัว อดีตแหล่งผลิตผ้าไหมให้กับจิม ทอมป์สันค่ะ โดยมีวิทยากรรับเชิญซึ่งเป็นคนในชุมชนเอง มารับเราถึงพิพิธภัณฑ์บ้านจิม ทอมป์สันเลยค่ะ








เดินไปด้านหลังเลาะไปตามริมคลองแสนแสบสู่ชุมชนบ้านครัวค่ะ










เหลืออยู่แค่สองครอบครัวที่ยังผลิตผ้าไหม 
แต่ไม่ได้ส่งขายจิม ทอมป์สันแล้วค่ะ









มีเรื่องเล่ามากมายในเนื้อที่เพียงนิดเดียวค่ะ











บ้านเก่าแก่ในชุมชนค่ะ
ท่านเจ้าของบ้านใจดีมากยินดีต้อนรับผู้มาเยี่ยมชมเป็นประจำ


(ขอขอบคุณ วิทยากรนำชม และชาวชุมชนบ้านครัวทุกท่านค่ะ)








จากนั้นก็ทานข้าวฝีมือคนในชุมชน แล้วฟังประวัติชุมชนจากวิทยากรค่ะ แล้วเดินย้อนกลับทางเดิมเพื่อไปขึ้นรถไฟ BTS สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ ลงสถานีศาลาแดงค่ะ แล้ว







ต่อด้วยลงรถไฟ MRT สถานีสีลม ขึ้นสถานีลุมพินี
 แล้วต่อรถตู้เข้าไปในซอยงามดูพลีค่ะ






แหล่งเรียนรู้ที่สี่ สถาบันคึกฤทธิ์ ค่ะ


สถาบันคึกฤทธิ์ฯ ก่อตั้งขึ้นเพื่อเป็นแหล่งรวบรวมผลงานและจัดกิจกรรมแพร่เกียรติคุณ ศ.พล.ต.ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช โดยมุ้งเน้นการอนุรักษ์ไว้ซึ่งศิลปวัฒนธรรมไทย และเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ของคนในชุมชนโดยรอบ



(คัดลอกจากเวปของหนังสือพิมพ์ไทยโพสท์วันที่ 8 มิถุนายน ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ค่ะ แต่หากท่านใดต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นชีวิตและผลงานของท่านคึกฤทธิ์ ปราโมชข้อมูลสำหรับผู้เข้าชม รวมทั้งกิจกรรม สามารถเข้าไปดูได้ที่เวปสถาบันคึกฤทธิ์ค่ะ)








รูปล่างขวา รูปปั้นเจ้าสามสีสุนัขตัวโปรดของท่านคึกฤทธิ์

ลูกสาวเริ่มสนใจวรรณกรรมไทยแล้วค่ะ



การจัดนิทรรศการของสถาบันคึกฤทธิ์แบ่งออกเป็น 3 ห้อง แต่ละห้องคือการสั่งสมความรู้ความสามารถของท่าน ห้องแรกเรียกว่าห้องความเป็นคึกฤทธิ์ แสดงให้เห็นความสนใจในด้านศิลปวัฒนธรรม ท่านสนับสนุนส่งเสริมนาฏศิลป์ ดนตรีไทย มีบอร์ดเขียนตัวอักษรคำกล่าวของท่านให้คนรุ่นหลังและสถาบันการศึกษาเห็นความสำคัญของสิ่งที่เป็นของไทย ในห้องนี้ยังแสดงให้เห็นความจงรักภักดีที่ท่านมีต่อพระบาทสมเด็จพระอยู่หัวฯอย่างสูงสุด

ด้านวรรณกรรม บทประพันธ์ของท่านหลายเรื่องเป็นผลงานชิ้นเยี่ยมและมีความเป็นอมตะ โดยเฉพาะเรื่องสี่แผ่นดิน ที่โดดเด่นทางด้านวรรณศิลป์ เนื้อหาอิงประวัติศาสตร์ไทย วัฒนธรรมประเพณีไทยแบบชาววัง ห้องนี้ได้นำผลงานการประพันธ์ของท่านเป็นรูปเล่ม นำมาจัดซ้อนเรียงกันสูงขึ้นไปจนเกินความสูงของระดับคนทั่วไป ที่เห็นเป็นแบบจำลองขนาดเล็กดูมีเรื่องราวคือการจำลองฉากในวรรณกรรมของท่าน อาทิเช่น สี่แผ่นดิน กาเหว่าที่บางเพลง มอม นอกจากนี้ผลงานของท่านยังมีเรื่องสั้น เรื่องแปล เรื่องศาสนา วิจารณ์การเมือง














(ขอขอบคุณผู้จัดการสถาบัน วิทยากรนำชม และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกท่านค่ะ)





ห้องต่อมาเป็นห้องประวัติชีวิต ห้องนี้นำเสนอผ่านภาพถ่ายขยายใหญ่ ในหลากหลายบทบาทสำคัญของท่าน ท่านเป็นนักการเมืองที่ได้ตำแหน่งสูงสุดเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 13 ของประเทศไทย เป็นนายธนาคารมืออาชีพ เป็นนักหนังสือพิมพ์ และท่านยังเป็นผู้ก่อตั้งโขนธรรมศาสตร์ เป็นทั้งผู้อุปถัมภ์ ผู้อำนวยการฝึกซ้อม ผู้คัดบทและประชาสัมพันธ์ เราจะเห็นภาพท่านสวมชุดโขน ซึ่งโขนธรรมศาสตร์ปัจจุบันยังคงยืนยงอยู่อย่างสง่างาม และครั้งหนึ่งท่านยังไปเล่นหนังฮอลลีวู๊ด โดยรับบทเป็นนายกรัฐมนตรีเมืองสารขันฑ์ ในห้องนี้มีส่วนหนึ่งในภาพยนตร์เรื่องนั้นฉายให้ชมด้วย

อีกห้องหนึ่งให้ชื่อว่า ห้องนักหนังสือพิมพ์และนักการเมืองที่ชื่อ “คึกฤทธิ์” ห้องนี้จัดบรรยากาศภายในให้รู้สึกว่ามีผู้คนมากมาย มีบทบาทของท่านช่วงที่เป็นนักการเมือง ท่านเป็นผู้ก่อตั้งพรรคกิจสังคม มีแผ่นป้ายช่วงการหาเสียงเลือกตั้งแขวนไว้ ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 13 ของประเทศไทย มุมหนึ่งมีผลงานเด่นของท่านในการเปิดสัมพันธ์ทางการทูตกับสาธารณรัฐประชาชนจีน หลังจากก่อนหน้านี้ขาดความสัมพันธ์ต่อกันมานาน ในห้องนี้ได้คัดเอาประโยคและวลีเด่นๆของท่านมาติดไว้อย่างมากมาย ผ่านหน้าหนังสือพิมพ์และการ์ตูนล้อการเมือง และยังได้จำลองบรรยากาศโต๊ะทำงานของท่านที่โรงพิมพ์สยามรัฐตอนเริ่มก่อตั้ง มีต้นฉบับลายมือจริงและเครื่องใช้ในอาชีพนักหนังสือพิมพ์ “ซอยสวนพลู”คือคอลัมน์ที่ท่านเขียนลงในสยามรัฐ

(คัดลอกจากเวปของฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ไทย ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ค่ะ)









แหล่งเรียนรู้ที่ห้าสุดท้ายค่ะ “ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ” ค่ะ



ศูนย์การเรียนรู้สุขภาวะที่จัดตั้งขึ้นโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) แนวคิดหลักของศูนย์เรียนรู้สุขภาวะคือ การสร้างสุขภาวะได้ด้วยการจัดสมดุลให้ชีวิต ซึ่งทุกคนสามารถมีสมดุลชีวิตที่ดีได้ ด้วยการบริหารจัดการชีวิตที่เหมาะสมกับวิถีชีวิตของตนในเรื่องการกิน ออกกำลังกาย และการจัดการสู่ความสมดุล ทุกครอบครัวนอกจากจะได้สัมผัสแหล่งเรียนรู้ด้านสุขภาวะแห่งเดียวในประเทศไทยแล้ว ภายในศูนย์เรียนรู้ฯ ยังมีนิทรรศการถาวรและหมุนเวียนให้ชมและร่วมสนุกกับกิจกรรมที่สามารถเข้าร่วมได้ทั้งครอบครัว

(คัดลอกจากเวปของหนังสือพิมพ์ไทยโพสท์วันที่ 8 มิถุนายน ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ค่ะ แต่หากท่านใดต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นความเป็นมา กิจกรรม และบริการของศูนย์ฯ สามารถเข้าไปดูได้ที่เวปศูนย์เรียนรู้สุขภาวะค่ะ)







สวนผักบนหลังคาเขียว









นิทรรศการเพื่อการเรียนรู้สุขภาวะ(THAIHEALTH exhibition)









นิทรรศการ "น้ำคือชีวิต"



(ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ศูนย์สุขภาวะที่เกี่ยวข้องทุกท่านค่ะ)





จะเห็นได้ว่าแหล่งเรียนรู้ทุกที่ ไม่เว้นแม้แต่บนสถานีรถไฟฟ้า BTS และในสถานีรถไฟฟ้า MRT เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีชีวิต เกี่ยวพันกับผู้คน ทั้งปัจจุบันและในอดีต มีเรื่องเล่า ความรู้ ประสบการณ์ แรงบันดาลใจ รวมทั้งความงดงามที่เกิดขึ้นและสั่งสมมาช้านาน จึงขอขอบคุณความตั้งใจอันดีงามในการเผยแผ่ของของผู้จัด เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมา ณ ที่นี้อีกครั้งค่ะ


ขอขอบคุณ bg สวย ๆ จากคุณ ยายกุ๊กไก่ และ line สวย ๆ จากคุณญามี่ ค่ะ



Create Date : 09 สิงหาคม 2556
Last Update : 17 พฤษภาคม 2558 23:49:55 น. 2 comments
Counter : 654 Pageviews.

 
thx u crab


โดย: Kavanich96 วันที่: 10 สิงหาคม 2556 เวลา:5:00:08 น.  

 
ขอบคุณค่ะ คุณKavanich96 ที่มาตะลอนด้วยกัน


โดย: chinging วันที่: 10 สิงหาคม 2556 เวลา:12:44:56 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

chinging
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 22 คน [?]








INVITING THE BELL TO SOUND


Body, speech, and mind in perfect oneness-
I send my heart along with the sound of the bell,
May the hearers awaken from forgetfulness
and transcend all anxiety and sorrow.


HEARING THE BELL


Listen, listen,
this wonderful sound
bring me back
to my true self.


THICH NHAT HANH






9 Latest Blogs
ขอขอบคุณ คุณSevenDaffodils
ในคำแนะนำวิธีการทำ Latest Blogs ค่ะ



New Comments
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2556
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
9 สิงหาคม 2556
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add chinging's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.