เสื้อผ้าคนตาย

เรื่องนี้ ส่งมาจากคุณเอก    คุณเอกเล่าว่า เขาพื้นเพเป็นคนจังหวัดร้อยเอ็ด

เรื่องมันมีอยู่ว่า... น้าหมู  แกเพิ่งกลับจากเกณฑ์ทหาร น้าหมูเป็นน้องคนสุดท้อง ของแม่นิด
แม่นิดมีพี่น้อง คน แต่ตอนนี้เหลือแค่ คน คือ แม่นิด น้าไก่ และน้าหมู
บ้านเราทำนา แต่รายได้ไม่พอ ยังเป็นหนี้อยู่เยอะ แม่นิดต้องไปทำงานเป็นผู้ช่วยแม่บ้านที่กรุงเทพ
อยู่ทางนี้พ่อกับน้าหมูไปเป็นลูกจ้างไร่ผลไม้ที่อีกอำเภอหนึ่ง
เมื่อเดือนกรกฎาคม แม่นิดกับป้าแมวคนข้างบ้าน ขอลานายที่กรุงเทพ เพื่อนกลับมาดำนำที่บ้านเรา
ป้าแมวมีเสื้อผ้าที่นายให้มาแจกลูก ๆ หลาน ๆ มากมาย เป็นลังๆเลย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเสื้อผ้าผู้ชายสีสด ๆ ทั้งเสื้อเชิ้ต แขนสั้น แขนยาว เสื้อยืด เสื้อวอร์ม กางเกงยีนส์
เป็นขนาดตัวที่มีแต่น้าหมูเท่านั้นที่ใส่ได้ เพราะมันเป็นไซน์เอส ตัวเล็กแบบเด็กวัยรุ่นผอม ๆ
น้าหมูผอมเลยใส่ได้ แกชอบใจใหญ่ เพราะมันดูใหม่เอี่ยมมาก ๆ
พอถึงเทศกาลเข้าพรรษาเรามีงานบวช งานบุญ ไม่ใช่ที่หมูบ้านของผมนะครับ แต่เป็นหมู่บ้านอื่น
ตำบลอื่น งานใหญ่ที่สุดคืองานบวชลูกเจ้าของโรงสี เราก็ว่าจะไปร่วมงานกัน
พ่อแม่ทำนาเสร็จปลายเดือนกรกฎาคมพอดี
คืนต่อมาเราออกไปงานบวช ต้องเดินไปขึ้นรถไกลออกไปพอสมควร
น้าหมูใส่เสื้อใหม่สีเขียว กางเกงยีนส์ พ่อแม่เดินนำหน้าไปก่อน แล้วก็น้าหมู ส่วนผมตามหลัง
ทีแรกก็ก้มหน้าก้มตาเดิน มีอยู่ตอนหนึ่ง เงยหน้าขึ้นมองก็ร้องอยู่ในใจว่า เอ๊ะ!
คนที่เดินอยู่ข้างหน้าเราไม่ใช่น้าหมูนี่นา
น้าหมูผมสั้นเกรียน แต่ผู้ชายที่ใส่เสื้อสีเขียว กางเกงยืนส์ ผมดกหนามาก ยาวเกือบระบ่า
ตอนที่เห็น ผมตกใจแต่ยังไม่ได้คิดเรื่องผี นึกแค่ว่า อยู่ดี ๆ ใครมาเดินกับเรา
แต่ผมเผลอตัวเรียกว่า ''น้าหมู!'' ผู้ชายคนนั้นก็หันมา
แต่...เขาหันมาทั้ง ๆ ที่ยังเดิน และหันมาแต่หัว!
คือไม่ใช่เหลียวมานะครับ มันเหมือนกับหัวของเขาค่อย ๆ หมุนกลับมา
ชัดแล้วว่าไม่ใช่น้าหมู หน้านั้นเต็มไปด้วยเลือด ใบหน้าเหยเกผิดรูป ดวงตาปูดโปน
แสยะยิ้มอย่างน่าสยดสยอง
ผมเห็นแบบนั้นถึงกับช็อก หยุดเดินเพราะขาแข็งก้าวไม่ออกจริงๆ
สิ่งเดียวที่ทำได้ในตอนนั้นคือตะโกนร้องเรียกแม่เสียงหลงเลย ก่อนที่ใบหน้านั้นจะค่อย ๆ หันกลับไปตามเดิม
แม่ดุผมว่าตะโกนอะไร ตกใจหมด ผมเดินไม่ออก ก้าวขาไม่ได้ ร้องเรียกแม่อีกที
คราวนี้ร้องไห้โฮเลย พ่อกับแม่ตกใจใหญ่ น้าหมูก็ทำหน้าเหลอหลา ผมกลัวมาก
มันหนาวจับใจ หนาวจนตัวสั่น ผมบอกแม่ว่าน้าหมู ไม่ใช่น้าหมู!
ตอนนั้นผมรู้สึกวูบ ๆ คล้ายจะเป็นลม กลัวมาก หนาวสั่นมาก
จนพวกเราทุกคนกลับบ้าน ไม่ไปงานบวชแล้ว
พอกลับมาถึงบ้าน แม่ก็เปิดไฟสว่างหมดทุก ๆ ห้อง ผมก็เล่าว่าเห็นอะไร
พ่อบอกว่านึกแล้วเชียว สังหรณ์อยู่เหมือนกัน เพราะวันก่อนพ่อก็เห็นน้าหมูกลายเป็นผู้ชายคนนั้น
ลักษณะเดียวกับที่ผมเห็นไม่มีผิด พอน้าหมูได้ยินก็หน้าซีด
รีบเปลื่ยนเสื้อออกแล้วเอาผ้าทั้งหมด ไปคืนป้าแมวทันที (บ้านป้าแมวอยู่ติดบ้านเราครับ)
พ่อ แม่ ผมและน้าหมูไปหาป้าแมวที่กำลังนั่งดูทีวีอยู่ ป้าแมวทำท่างง แต่ก็เชื่อครับ
แกทำท่าขนลุกพลางร้องว่า เฮ้อ! ฉันไม่น่าเอามาเลย!
แม่นิดถามว่า เสื้อผ้านี้ของใคร ป้าแมวบอกว่าเป็นของหลานชายนายป้าแมวเองแหละ
เขาเป็นนักศึกษา แต่เอาแต่เที่ยวเตร่เลยโดนไล่ออก คงจะติดยาอะไรสักอย่างด้วย
ป้าแมวได้ยินมาอย่างนี้
ข้อสำคัญคือ เขาคิดสั้นด้วยการกินยานอนหลับกับเหล้าในห้องนอนของตัวเอง
เสื้อผ้าพวกนี้พ่อแม่คนตายเขาบริจาคเป็นทาน ป้าแมวเห็นว่ามันยังใหม่ก็เลยเอามาฝากกันนี่แหละ
นึกไม่ถึงจริง ๆ ว่าผีเจ้าของเสื้อผ้าจะตามมาถึงนี่ แถมยังดุขนาดหนักอีกต่างหาก
เขาคงจะหวงของของเขา พอวันรุ่งขึ้น เราเผาเสื้อผ้าทั้งหมด เพราะไม่มีใครกล้ารับไปใส่อีก
มีแต่ทำท่าขนลุกขนพอง ถอยหนีกรูด ๆ กันทั้งนั้น ต่อให้เป็นเสื้อผ้าใหม่ ๆ สวย ๆ
ก็ไม่มีใครใจถึงกล้าใส่มันอีกแล้ว เพราะกลัวโดนผีหลอกกัน
เสร็จแล้วพวกเราก็ทำบุญ กรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้เจ้าของเสื้อผ้า หวังว่าเขาจะไปสู่สุคติ
หลังจากวันนั้น ผมและน้าหมู ก็ไม่กล้ารับเสื้อผ้าคนตาย หรือเสื้อผ้าจากผู้บริจาก อีกเลย

 



Create Date : 05 มีนาคม 2564
Last Update : 5 มีนาคม 2564 20:37:20 น.
Counter : 238 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สมาชิกหมายเลข 6233428
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ทุกเรื่องหลอนเล่าจากประสบการณ์จริง แม้มองไม่เห็นแต่เราสัมผัสได้
มีนาคม 2564

 
1
8
10
12
13
14
16
17
18
19
21
22
23
24
25
26
27
28
30
31
 
 
5 มีนาคม 2564