นิดหนึ่งนี้อุทิศแด่ชาวนา ผู้ต่ำต้อยน้อยหน้าเหลือแสน ลำบากยากจนข้นแค้น ไป่แม้นชาวฟ้ามหานคร

โพลิเมอร์ช่วยปลูกป่า ปลูกเห็ด

โพลิเมอร์ (polymer) หรือเป็นที่ทราบกันดีในหมู่สมาชิกชมรมเกษตรปลอดสารพิษว่าเป็นสารอุ้มน้ำที่อยู่ในรูปโพลิเอคริลามายด์ เป็นโคโพลิเมอร์ที่สามารถพองขยายตัวได้มากถึง 200เท่าเมื่อนำมาแช่กับน้ำมีประโยชน์มากในการนำไปใช้ในพืชที่ที่ขาดแคลนหรือห่างไกลแหล่งน้ำ ช่วยให้พืชในระยะปลูกใหม่อย่างเช่นยางพารา ปาล์มน้ำมัน สักทอง ตะกู เพาว์โลเนีย ยูคาลิปตัส พยูง ยมหอม และไม้ผลไม้ยืนต้นต่างๆ หรือแม้กระทั่งพืชที่ปลูกลงไปแล้วประสบกับภาวะฝนแล้ง วิกฤติแล้งหรืออาจจะก้าวหน้าพัฒนาเป็นมหาวิกฤตภัยแล้งซ้ำซาก(เลียนแบบมหาวิกฤติอุทกภัย)กับเขาบ้างก็ได้ในภาวะที่เอาแน่เอานอนอะไรไม่ได้กับธรรมชาติในยุคสมัยนี้

ประโยชน์ของโพลิเมอร์นั้นมีมากมายมหาศาลครับถ้าเรานำไปปรับใช้ให้เหมาะสม โดยเฉพาะเมื่อนำไปใช้รองก้นหลุมปลูกป่าปลูกยางปาล์มยิ่งถ้าปลูกเป็นจำนวนมากพื้นที่เป็นร้อยไร่พันไร่จะช่วยอนุบาลต้นกล้าให้รากรับน้ำได้อย่างต่อเนื่อง ต้นกล้าจะไม่แสดงอาการขาดน้ำ ไม่ชงักการเจริญเติบโตหรือตายได้ ต้นกล้าจำนวนมากถ้าปลูกแบบอาศัยให้เทวดารดน้ำเราก็จะสูญเสียกล้าพันธ์ุจำนวนสูงมากบางครั้งก็มากกว่า 50 %ด้วยซ้ำ ต้นกล้าพันธุ์บางชนิดมีมูลค่าสูงกว่าโพลิเมอร์ที่แช่น้ำพองตัวแล้วหลายสิบเท่า เพราะมีราคาเพียงลิตรละ4-5บาท ถ้าสูญเสียเป็นร้อยเป็นพันต้นเทียบกับการนำโพลิเมอร์ไปรองก้นหลุมไว้ก่อนแต่แรกเร่ิมปลูก ก็จะช่วยให้ประหยัดเงินไปได้หลายพันหลายหมื่นเข้าตำราไม่ต้องเสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย

ในกลุ่มของผู้เพาะเห็ดถุงจำพวกนางรม นางฟ้า ขอนขาว ขอนดำ เห็ดตับเต่าเห็ดตีนแรดฯลฯ ถ้าต้องการเพาะปลูกแบบธรรมชาติโดยไม่ต้องอิงอาศัยโรงเรือน เพียงเปลือยถุงที่มีเส้นไยเต็มก้อน พยายามอย่าให้ก้อนแตก นำไปวางเรียงรายเป็นวงกลมรอบโคนต้นไม้เช่นมะม่วง ชุมเห็ดเทศ มะกอกน้ำ ชมพูพันธุ์ทิพย์ ตะแบก เหียง เต็ง รัง ยางนา หรือพือชชนิดอื่นๆ ก็ได้ นำรำหรือลำพวนข้าวร่วมกับพีทมอส พูมิชซัลเฟอร์(หินแร่ภูเขาไฟ)และโพลิเมอร์ นำไปโรยคลุมทับจนมิดก้อนทั้งด้านล่าง ด้านข้าง ด้านบนแล้วทำการรดน้ำ พืชก็จะได้นำไปด้วยพร้อมกัน หลังจากนั้นไม่นานเราก็จะได้ดอกเห็ดมารับประทานเร็วช้าขึ้นอยู่กับชนิดของพืชแต่ละชนิด พืชที่ให้ผลลัพธ์ดีที่สุดจะเป็นชุมเห็ดเทศรองลงมาเป็นชมพูพันธุ์ทิพย์ ในอดีตท่านอาจารย์ดีพร้อม ไชยวงศ์เกียรติยังเคยได้เห็นเห็ดตีนแรดหรือเห็ดตับเต่าขาวขึ้นที่รากของต้นโพธิ์ด้วยเหมือนกันแสดงว่าเราอาจช่วยให้เห็ดมีอยู่ในป่าหรือช่วยปลูกป่าแล้วมีเห็ดเก็บขายได้ด้วยในพืชหลายๆชนิด สำหรับผู้ที่สนใจหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อชมรมเกษตรปลอดสารพิษ //www.thaigreenagro.com โทร. 0-2986-1680-2

มนตรี บุญจรัส
ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ //www.thaigreenagro.com




 

Create Date : 13 มีนาคม 2555   
Last Update : 13 มีนาคม 2555 17:40:32 น.   
Counter : 607 Pageviews.  

บายอเมริกา บายไชน่า บายเจแปน ประเทศไทยจะบายอะไร?

สภาวะเศรษฐกิจในประเทศอเมริกาที่ตกต่ำ ทำการค้ากับจีนก็ขาดดุลหลายแสนล้านเหรียญยูเอส ส่งผลกระทบให้ประเทศยักษ์ใหญ่ที่มีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจโลกหันมาให้ความสนใจตลาดภายในประเทศตนเองมากขึ้น พยายามสร้างกฎเกณฑ์เงื่อนไขเพื่อปกป้องผลประโยชน์ กีดกันการค้าจากภายนอกประเทศโดยมีแนวโน้มไปในทางลดการนำเข้า ส่งเสริมให้ประชาชนซื้อและใช้สินค้าภายในประเทศตนเอง สหรัฐฯสร้างมาตรการทางการค้าโดยการออกกฎหมาย American Economic Recovery and Reinvestment Act ส่งผลให้มีการนำนโยบาย Buy American ส่วนสหภาพยุโรปก็มีการเข้มงวดการตรวจสอบความปลอดภัยอาหารนำเข้าและของเด็กเล่น, จีน ใช้นโยบาย Buy Chinese และเริ่มเข้มงวดมากขึ้น, ญี่ปุ่น ออกมาตรการ Food Action Nippon มุ่งส่งเสริมสินค้าเกษตรภายในประเทศและเพิ่มความเข้มงวดในเรื่องความปลอดภัยอาหารนำเข้า, อินเดีย นำระบบใบอนุญาตนำเข้าสำหรับสินค้าอ่อนไหวมาใช้บังคับ เป็นต้น.

ประเทศยักษ์ใหญ่เหล่านี้ให้ความสนใจแต่ตนเองเป็นหลัก หมดศักดิ์ศรีจากการวางสถานะตนเองที่เป็นพี่ใหญ่ เป็นมหามิตร เป็นตำรวจโลกที่ดูแลน้องๆผองเพื่อน เมื่อเข้าตาจนก็ยังใช้แต่นโยบายแบบตัวใครตัวมันได้อย่างน่าตาเฉย เลยทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่าหน่วยงานและองค์กรระดับโลกต่างๆสร้างกันขีื้นมาเพื่ออะไร เพื่อช่วยเหลือประเทศเล็กประเทศน้อยที่ยากจนหรือเพื่อเป็นเครื่องมืออำนวยความสะดวกในการแสวงหาผลประโยชน์ของประเทศใหญ่ๆไม่ว่าจะเป็น Gatt, WTO, FTA, AFTA, NAFTA จัดตั้งกันขึ้นมาเพื่ออะไร วัตถุประสงค์แท้จริงคืออะไร เพื่อช่วยเหลือให้เกิดความเท่าเทียมในสังคมโลกจริงหรือ? หรือเป็นเพียงเครื่องมืออีกชนิดหนึ่งที่นอกเหนือไปจากไม้ตายเดิมๆ ใครมีระเบิดนิวเคลียร์ไว้ในครอบครอง...ต้องบุก!

แล้วประเทศไทยเราที่มุ่งเน้นการส่งออกแถมตลาดส่วนใหญ่ส่วนใหญ่คือยุโรปและอเมริกา เราจะบายอะไร (BUY) ให้ใคร...จะมีมาตรการอะไรบ้างที่รณรงค์ส่งเสริมให้พี่น้องประชาชนคนไทยอยู่อาศัยในแผ่นดินโดยไม่เดือดร้อนและตื่นตระหนก รัฐบาลควรวางแผนสร้างนโยบายและมาตรการทั้งระยะสั้น ระยะกลางและระยะยาวเพื่อให้มีการตื่นตัวและค่อยๆปรับให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตที่่ปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในอนาคตโดยมุ่งเน้นไปที่การพึ่งพาตนเองให้ได้เป็นหลัก ทฤษฎีใหม่, ทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงของพ่อหลวงควรมีการนำมาปรับใช้อย่างเหมาะสม ควรฉุกคิดให้ดีว่าจะพึ่งพาประเทศต่างๆเหล่านี้ที่นับวันมีแต่สร้างกฏเกณฑ์เงื่อนไขให้เราทำมาหากินยากขึ้นทุกขณะ มาตรการภาษี ADกุ้ง, มาตรการอาหารอินทรีย์ ทั้งจุลินทรีย์แบคทีเรียปนเปื้อนต้องวิเคราะห์แยกแยะหาเหตุผลอย่างแยบคาย ไม่ทำตัวเป็นกระต่ายตื่นตูมบ้าจี้ไปตามเขา เป็นตัวของเองดีที่สุด เรากิน เราเป็น เราทำ เราอยู่อย่างไรควรพัฒนาให้เหมาะสมตามนั้น เน้นพึ่งพาตนเองให้มากๆ

มนตรี บุญจรัส
ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ //www.thaigreenagro.com




 

Create Date : 13 มีนาคม 2555   
Last Update : 13 มีนาคม 2555 17:40:09 น.   
Counter : 272 Pageviews.  

หนี้

คำคำนี้คงไม่มีใครที่ไม่รู้จักและน้อยคนที่จะปฏิเสธว่าไม่เคยเป็นหนี้ ในทัศนะส่วนตัวไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ต่างผ่านการเป็นหนี้ด้วยกันทุกคน ไม่ว่าจะเป็นหนี้บุญคุญ หนี้ชีวิต หนี้สิน หนี้รัก หนี้เสีย หนี้เน่า หนี้สาธารณะ หนี้บัตรเครดิตฯลฯ

แต่จะทำอย่างไรไม่ให้เป็นหนี้ คงเป็นคำถามที่หลายคนอยากทราบ อยากรู้ อยากเข้าถึงเพื่อให้หลุดพ้นจากพันธนาการแห่งการเป็นหนี้ด้วยกันทุกคน แต่เราอาจจะมองข้ามเหตุแห่งการเกิดหนี้ว่ามาจากอะไร มาทางไหน วิธีการเป็นอย่างไร
เหตุผลหนึ่งที่ขอสรุปเอาเองก็คือการดำเนินชีวิตแบบประมาท ไม่พอเพียงเหมาะสมกับรายได้และสังคมของตนเอง พยายามกระเสือกกระสนดิ้นรนเกินความจำเป็นโดยคิดเพียงแต่ความต้องการจะเป็นที่ยอมรับของสังคมเพียงด้านเดียว

โดยที่ความจริงอาจจะไม่เป็นเช่นนั้นก็ได้เพราะในโลกล้วนอนิจจัง ไม่แน่นอน ความต้องการของมนุษย์ไม่มีที่สุด เรามีสิบก็มักจะไปเปรียบเทียบกับคนมีร้อย คนที่มีร้อยก็จะเปรียบเทียบกับคนที่มีพัน คนที่มีพันก็จะเปรียบเทียบกับคนที่มีหมื่น
คนที่มีอยู่หมื่นก็จะเปรียบเทียบกับคนที่มีแสน คนที่มีแสนก็เปรียบเทียบกับคนที่มีล้านอย่างนี้ไปเรื่อยๆไม่มีที่สิ้นสุด ทำให้หลายๆ คนติดอยู่ในกรอบความต้องการเหล่านี้และกระชากลากถูชีวิตเองและสมาชิกในครอบครัวที่เหลือเพียงไม่กี่สิบปี
ให้มาเป็น "หนี้" ด้วยวิธีการต่างๆ นานา ยอมเสียสละทุกอย่างในชีวิตเพื่อแลกกับสิ่งเล็กน้อยและจับต้องไม่ได้นี้..กว่าจะหวนกลับคืนสู่สภาพเดิมได้ก็สะบักสะบอม บางคนก็ค่อนชีวิต บางคนก็ตลอดชีวิต จนกว่าจะหลุดพ้นวงจรอุบาศก์นี้ก็สาย
หรือเกือบสายเกิน โดยอาจลืมคิวาลวีชนีมนุษย์ที่กว้างคืบ ยาววา หนาศอก ความต้องการจริงๆเพียงแค่เพียง "อิ่มท้องและมีความสุข (พ้นทุกข์)" หรือการได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตาร่วมกับครอบครัวเพียงเท่านั้น ส่วนที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม
และยารักษาโรคในอดีตกาลเก่าก่อนไม่มี มนุษย์เราก็ยังอยู่รอดสืบเผ่าพันธ์มาได้จนทุกวันนี้

ชีวิตจริงไม่ได้ต้องการ "หนี้" แล้วอะไรล่ะที่เราต้องการ "อาหาร" มิใช่หรือ ถ้าเป็นเรื่องอาหารก็คงหนีไม่พ้นเรื่องเกษตรกรรม การปลูกข้าว เลี้ยงสัตว์ ทำไร่ ปลูกไม้ผล หรือการทำไร่นาสวนผสม เกษตรผสมผสานเป็นหนทางหนึ่งที่จะช่วยให้เรา
มีกินมีใช้ไปได้ตลอดชีวิต ค่อยๆทำจนมีเหลือแบ่งปันและขายก็สามารถที่จะมีชีวิตที่มีความสุขปลอดหนี้ได้ ทำตนเองให้ห่างไกลจากสิ่งยั่วยุ โรมเร้า ให้เราเข้าไปหาคำว่า "หนี้" ให้มากที่สุด คอยเตือนสติตนเองไว้ว่าเมื่อเป็นหนี้แล้ว เราอาจจะต้อง
ใช้เวลาเกือบชั่วชีวิต เสียเวลา เสียคุณค่าในความเป็นมนุษย์ในสิ่งที่เขาเพียงสมมุติกันขึ้นมาเท่านั้นเอง มาเลิกเป็น"หนี้" กันเถอะครับ

มนตรี บุญจรัส
ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ //www.thaigreenagro.com




 

Create Date : 13 มีนาคม 2555   
Last Update : 13 มีนาคม 2555 17:39:47 น.   
Counter : 288 Pageviews.  

บีโอไอ ยังห่างไกลจิตวิญญาณ

งานบีโอไอแฟร์ ที่เริ่มมาได้สี่ซ้าห้าวันแล้ว ตั้งแต่วันที่ 5 - 20 มกราคม 2555 ได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมอยู่วันเต็มๆ โดยเริ่มต้นที่ชาร์เลนเจอร์ เรื่อยเรียงไปตามลำดับตั้งแต่ 1-3 หลายสิ่งหลายอย่างน่าดูชมมีทั้งของกินของใช้ประเภทโอทอปเกษตรแปรรูป สินค้าอุปโภคบริโภค แฟชั่นเครื่องประดับ พลอย อัญมณี เสื้อผ้าเครื่องใช้ในครัวเรือนของแต่งบ้าน นวัตกรรม เทคโนโลยีต่างๆอีกมากมายที่บริษัทชั้นนำทั้งหลายไทยและเทศขนมาอวดศักยภาพให้ได้ดูชมอย่างเมามัน เป็นที่เบิกบานสำราญใจในกลุ่มที่ชอบความก้าวล้ำนำสมัยไฮเทคโนโลยีดีนักแล

ต่อจากชมที่ชาร์เลนเจอร์ต้องนั่งรถต่อไปยังพาวิลเลี่ยนต่างๆที่จัดอยู่ใกล้ๆทะเลสาบเมืองทองธานีอีกไม่กี่อึดใจ ที่นี่ถือเป็นไฮไลท์ของงาน โดยเฉพาะพาวิลเลี่ยนของ ศาลาศรัทธาศรม (Royal Pavilion) ซึ่งเป็นอาคารจำลองรูปแบบเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์สีทองอร่าม ภายในจัดแสดงนิทรรศการการเรียนรู้ธรรมชาติ ทั้งน้ำ ป่า และดิน รวมถึงแนวพระราชดำริและหลักการทรงงานที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติ ผ่านสื่อผสมหลายรูปแบบ, ศาลา บริษัท ปตท. ที่นำเสนอภาพรวมการดำเนินธุรกิจของ กลุ่ม ปตท. ด้วยรูปแบบผสมผสานกับการแสดงสดในรูปแบบ Acrobatic และ Stomp Band พร้อมการบรรเลงเปียโน 4 D Adventure นำเสนอเรื่องราวการกำเนิดปิโตรเลียม และการค้นหาแหล่งปิโตรเลียมผ่านระบบ 4D พร้อม Effect ที่ตื่นตาตื่นใจ, ส่วนศาลา ของเครือซิเมนต์ไทยนั้นนำเสนอเรื่องราวของ “เมืองกรุงเทพฯ ในอนาคต” ที่ซึ่งมนุษย์และธรรมชาติอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล ผู้คนใส่ใจและห่วงใยในสิ่งแวดล้อม รู้จักใช้ทรัพยากรอย่างประหยัด และรู้คุณค่า ดำเนินเรื่องโดย ปู่และหลาน ผ่านจอมัลติมีเดีย และโมเดลทอล์คเกอร์ ขนาดใหญ่, ศาลา เครือเจริญโภคภัณฑ์ จัดฉายภาพยนตร์เรื่อง ประเทศไทยเป็นแผ่นดินแห่งโอกาส ใต้ร่มพระบารมี, เปิดโลกของซีพี ภายใต้แนวคิด From Seed, Feed, Farm, Food to Folk นำเสนอเส้นทางการผลิตอาหารสู่ผู้บริโภคของเครือซีพี ผ่านจอพลาสมา อุโมงค์เกษตร จำลองบรรยากาศของการทำการเกษตรมาไว้ในงาน เช่น นาข้าว ไร่ข้าวโพด การเลี้ยงปลา การเลี้ยงไก่ เป็นต้น ยังมีอีกหลายพาวิลเลี่ยนมากกว่า 60 ศาลา แต่ผมดูได้แค่ประมาณ 8- 9 ศาลา ก็ประมาณ 5 โมงเย็น ขาแข้งก็เริ่มโยเยเพราะมาตั้งแต่เช้าก็เลยต้องจำใจกลับเสียก่อนทั้งที่งานเขาจัดถึง 4 ทุ่ม

ภาพรวมในงานคล้ายเป็นการตอบโจทย์การเตรียมความพร้อมในการดำเนินชีวิตของมนุษย์โลกอนาคตหรือในยุคที่ลูกหลานของเราจะต้องเผชิญในอกไม่กี่สิบปีข้างหน้า โดยเน้นไปทางด้านวัตถุเสียเป็นส่วนใหญ่ โดยหวังว่าจะเอาชนะธรรมชาติให้ได้หรือไม่ก็ต้องอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข จึงเน้นนำเสนอสุดยอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่สอดคล้องรองรับกับธรรมชาติที่ผันแปรเปลี่ยนแปลงไปตามสภาวการณ์ของโลกที่ร้อนขึ้นเป็นลำดับหรือที่เรียกกันว่าสถานการณ์โลกร้อนอันเป็นสาเหตุหลักที่ส่วนหนึ่งเกิดมาจากการกระทำของน้ำมือมนุษย์อย่างเราๆท่านนั่นเองเช่น น้ำแข็งขั้วโลกละลาย ระดับน้ำที่สูงขึ้นทุกขณะ แผ่นดินไหว สึนามิ สิ่งมีชีวิตในท้องทะเลล้มตายย้ายถิ่นจากอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลง การเกิดโรคระบาดแมลงศัตรูพืชในเลือกสวนไร่นา ฯลฯ ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าโลกเราหมุนไปถูกทางหรือไม่เมื่อเทียบกับการหันมาพัฒนาจิตใจให้สุขสดชื่นอยู่เสมอเตรียมพร้อมน้อมรับกับสิ่งต่างๆที่จะเกิดขึ้นอย่างเข้าใจและไม่เข้าไปซ้ำเติม สุดยอดเทคโนโลยีและวัสดุต่างๆที่ใช้ในการสร้างอาคารบ้านเรือนโดยคิดค้นพัฒนาต่อๆกันมาเป็นสิบเป็นร้อยปี
เพื่อต่อสู้รองรับแผ่นดินไหวสู้ภัยธรรมชาติได้ 6-7 ริกเตอร์ เมื่อธรรมชาติเขาเอาจริงขึ้นมาจะสู้ ถ้ำและกระท่อมของคนป่าคนเขาชาวไร่ชาวนาที่ใช้เวลารื้อและสร้างสะดวกรวดเร็วได้หรือเปล่าหนอ

มนตรี บุญจรัส
ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ. //www.thaigreenagro.com




 

Create Date : 13 มีนาคม 2555   
Last Update : 13 มีนาคม 2555 17:39:25 น.   
Counter : 271 Pageviews.  

"การศึกษา ช่วยพัฒนากองทัพเกษตร"

ดีใจที่รัฐบาลนี้แสดงออกถึงการให้ความสำคัญด้านการศึกษาโดยสังเกตุจากการจัดสรรงบประมาณที่กระทรวงศึกษาธิการได้มากกว่าทุกกระทรวงสูงถึง 420,490 ล้านบาท เมื่อเทียบกับอีกหลายๆกระทรวงอย่างเช่นกระทรวงมหาดไทย 285,254 ล้านบาท กระทรวงการคลัง 191,415 ล้านบาท ไม่รวมงบประมาณกลางในการควบคุมของกระทรวงการคลังจำนวน 422,211 ล้านบาท กระทรวงกลาโหม จำนวน 168,887 ล้านบาท กระทรวงคมนาคม 81,310 ล้านบาท กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา 10,264 ล้านบาท กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 25,584 ล้านบาท ฯลฯ

ไม่แน่ใจว่าจะนำไปใช้ในการกระตุ้นแผนพัฒนาการศึกษาของประเทศหรือไม่ตามที่ได้ประกาศในช่วงเลือกตั้งหาเสียง โดยจะให้เด็กไทยได้เรียนภาษาอังกฤษสัปดาห์ละ 1 วันแบบเต็มๆวัน แจกแท็บเล็ตให้นักเรียนชั้นประถม(นโยบายนี้เด็กต่างจังหวัดชอบและตั้งตารอคอยมาก) และในเรื่องการยกมาตรฐานการศึกษาของประเทศ การเรียนฟรีจริงๆไม่ใช่ฟรีบ้างไม่ฟรีบ้าง ยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กนักเรียนและครูให้สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างเต็มภาคภูมิ ไม่ใช่เป็นอาชีพที่มีสถิติเป็นหนี้มากที่สุด ซื้อสินค้าเงินผ่อนมากที่สุด ขาดคุณธรรม จริยธรรม ขาดจิตวิญญาณความเป็นครูมากกว่าครูบาอาจารย์ในอดีต เพราะสังเกตุจากข่าวของครูในปัจจุบันค่อนข้างเป็นด้านลบเสียบ่อย ถ้ารัฐบาลนี้สามารถทำให้การศึกษาของไทยมีการพัฒนาได้อย่างเท่าเทียม โรงเรียนรัฐบาลโรงเรียนเอกชนมีมาตรฐานเหมือนกัน (เด็กต่างจังหวัดและเด็กในเมืองได้รับการศึกษาที่เท่าเทียมกัน) พ่อแม่ก็ไม่ต้องตื่นแต่เช้าพาลูกเข้าไปเรียนในเมืองตามสังคมเร่งรีบ แต่ปัจจุบันจะให้ลูกเรียนใกล้บ้านในชุมชนท้องถิ่นเพื่อจะได้มีเวลาดูไร่ดูนาหุงข้าวหาปลาแบบไม่ต้องซื้อไม่ต้องหาก็กลัวว่าลูกเข้าป. 1 ขึ้นป. 2 แล้วยังอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ตรงข้ามกับเด็กสังคมเมืองที่เพียงชั้นอนุบาลก็สามารถสปีคฟุตฟิตฟอไฟได้แล้ว ถ้ารัฐบาลนี้ทำได้ก็นับเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงที่สร้างคุณูปการใหญ่หลวงให้แก่ประเทศชาติและประชาชนชาวไทยอยู่ไม่น้อย

ยิ่งถ้าสามารถทำให้เด็กไทยทั้งประเทศโดยเฉพาะลูกหลานของเกษตรกรที่ค่อนข้างขาดแคลนทุนทรัพย์ เรียนฟรีได้จริงๆตั้งแต่ชั้นเตรียมอนุบาลจนถึงระดับปริญญาตรีโดยไม่เสียสตางค์จริงๆแม้แต่บาทเดียวได้ ไม่ใช่นโยบายบอกว่าเรียนฟรีแต่การปฏิบัติไปเก็บค่าใช้จ่ายด้านอื่นๆแทน เช่นค่าคอมพิวเตอร์, ค่าอุปกรณ์, ค่าตำรา, ค่ากิจกรรม, ค่าเครื่องปรับอากาศ, ค่าน้ำค่าไฟและค่าอะไรต่อมิอะไรอีกจิปาถะโดยเปลี่ยนแปลงเพียงชื่อค่าเทอมเป็นค่าใช้จ่ายชนิดอื่นสรุปแล้วพ่อแม่ผู้ปกครองก็ต้องชำระค่าเทอมไม่ได้แตกต่างจากเดิมเผลอๆเป็นภาระหนักหนากว่าเดิมเสียอีก ถ้ารัฐบาลนี้สามารถช่วยในเรื่องเหล่านี้มีคนคอยกำกับดูแลได้อย่างเป็นรูปธรรมก็จะช่วยลดภาระแบ่งเบาบรรเทาปัญหา ช่วยพัฒนาเยาวชนติดอาวุธทางความคิด มีปัญญาเป็นอาวุธและทรัพย์สินในการพัฒนาอาขีพ พัฒนาสังคม พัฒนาอีกหลายๆด้านของประเทศให้เจริญก้าวหน้าได้ทัดเทียมนานาอารยประเทศสามารถช่วยตนเองได้ ไม่ต้องคอยเป็นภาระให้แก่รัฐบาลอยู่ตลอดเวลาเพราะการศึกษาช่วยให้คุณภาพของประชากรสูงขึ้น ปัญหาด้านยา้สพติดก็จะน้อยลง ต้องไม่ลืมว่าคนโดยเฉพาะเยาวชนคือ ทรัพยากรมนุษย์ที่มีค่าและเป็นอนาคตของชาติ

การศึกษาจะช่วยพัฒนาให้ประชาชนและพี่น้องเกษตรกรในต่างจังหวัดมีมุมมอง ทัศนคติที่กว้าง ท้ังด้านการเมือง สังคม วัฒนธรรมช่วยให้ชุมชนเข้มแข็งเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศที่กำลังก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ซึ่งมีการแข่งขันกันอย่างเสรี ดุเดือดและรุนแรงทั้งด้านแรงงาน ทุน เทคโนโลยี นวัตกรรม ฯลฯ ประเทศไทยเราถนัดด้านเกษตร ถนัดด้านการผลิตอาหาร เราจะเป็นครัวของโลก แล้วกองทัพเราพร้อมหรือยัง?

มนตรี บุญจรัส
ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ //www.thaigreenagro.com




 

Create Date : 13 มีนาคม 2555   
Last Update : 13 มีนาคม 2555 17:39:01 น.   
Counter : 293 Pageviews.  

1  2  3  

mont20
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เกษตรปลอดสารพิษวันละนิด ชีวิตจะแจ่มใส
[Add mont20's blog to your web]