Welcome to my blog
4 วัน 3 คืน สุราษฎร์ธานี เที่ยววิถีใต้ ณ เมืองหอยใหญ่ไข่แดง (ตอนที่ 2: บ้านดอน เมืองงามริมน้ำตาปี)


สถานที่ท่องเที่ยว : ตึกเก่า สะพานโค้ง, สุราษฎร์ธานี Thailand
พิกัด GPS : 9° 8' 39.30" N 99° 19' 28.57" E

วันที่หนึ่ง

เช้าวันนี้ ผมออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิไปยังจังหวัดสุราษฎร์ธานีด้วยสายการบิน Thai Vietjet Air ไปถึงที่สุราษฎร์ธานีตอน 11 โมงกว่าครับ 

ใครบินกับเวียดเจ็ท แนะนำให้เช็คเวลาบินบ่อยๆนะครับ อย่างของผม มันเลื่อนเวลาไฟลท์เอง ช้ากว่ากำหนดเดิมตั้งครึ่งชั่วโมง (แต่ข้อดีคือ ตั๋วราคาถูกมาก)

 
ท่าอากาศยานนานาชาติสุราษฎร์ธานี

เป็นสนามบินนานาชาติอยู่ห่างจากตัวเมืองสุราษฎร์ธานีประมาณ 30 กิโลเมตร ปัจจุบันมีเที่ยวบินของสายการบินต่างๆทั้งไทยและต่างประเทศไปลง เชื่อมต่อกับจุดหมายปลายทางต่างๆ ทั้งในไทยและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นดอนเมือง, สุวรรณภูมิ, จีน และมาเลเซีย

 

 
นักท่องเที่ยวหลายคนยังนิยมใช้สนามบินนี้ เพื่อเดินทางต่อไปยังจุดหมายปลายทางอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น เขื่อนเชี่ยวหลาน, เขาสก, เกาะสมุย, เกาะพะงัน และ เกาะเต่า ซึ่งมีรถรับส่งจากสนามบินนี้ให้บริการไปยังจุดหมายยอดนิยมเหล่านี้ด้วย ถือว่าเดินทางได้สะดวกไม่ยากเย็นเลยครับ

การเดินทางจากสนามบินสุราษฎร์ธานีเข้าเมือง

การเดินทางจากสนามบินสุราษฎร์ธานีเข้าเมืองถือว่าทำได้ค่อนข้างง่ายเมื่อเทียบกับสนามบินอื่นๆของประเทศไทย เนื่องจากมีบริการค่อนข้างหลากหลายตั้งแต่ Taxi สนามบิน, รถสองแถว ไปจนถึง Airport bus 

สำหรับ Airport bus ของสนามบินสุราษฎร์ธานีเป็นของ บริษัท พันทิพย์ ดังนั้นพอลงจากเครื่องให้หาบูธของบริษัท แล้วซื้อตั๋วเข้าเมืองซึ่งราคาจะอยู่ที่ 100 บาท รถจะวิ่งไปสุดที่คิวรถตรงตลาดเกษตรในเมือง ซึ่งอยู่ใกล้กับที่พักของผมที่จองไว้คือ โรงแรมราชธานี ครับ

 

 
รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Airport bus ดูได้ที่นี่ https://www.phantiptravel.com/

โรงแรมราชธานี (Rajthani Hotel)

เป็นโรงแรมใจกลางเมืองสุราษฎร์ธานีในราคาค่อนข้างย่อมเยา (600 บาทต่อคืน) ในด้านทำเลถือว่าดีมากคือ อยู่ใกล้กับคิวรถที่จะไปยังพระบรมธาตุไชยา และเขื่อนเชี่ยวหลาน ส่วนในแง่การบริการก็ถือว่า อยู่ในระดับมาตรฐาน ห้องพักสะอาด ตกแต่งสวยงาม ถือเป็นโรงแรมที่ผมชอบมากอีกที่หนึ่งเลยครับ

 



 
เนื่องจากโรงแรมนี้สามารถเช็คอินได้ตอนบ่ายสอง แต่ผมมาถึงตั้งแต่ 11 โมงกว่า เลยยังเข้าห้องไม่ได้ ผมจึงไปฝากกระเป๋าไว้ก่อน แล้วไปหาอาหารเที่ยงกิน ก่อนจะกลับมาเช็คอินอีกรอบในตอนบ่ายครับ

ร้านลำพู 3

ร้านนี้เป็นร้านที่ทางโรงแรมแนะนำมา และถือเป็นร้านที่ต้องห้ามพลาดของเมืองสุราษฎร์ธานีครับ ตัวร้านอยู่ริมปากแม่น้ำตาปี นอกเมืองออกไปเล็กน้อย (ผมเรียก Grab จากทางโรงแรมมาที่นี่)

 
 
ร้านนี้ก็ขายอาหารทะเลทั่วไป แต่สิ่งที่ห้ามพลาดเมื่อมาที่สุราษฎร์ธานีก็คือ หอยนางรมสดๆ ตัวใหญ่แบบนี้ครับ (หอยนางรมถือเป็นอาหารขึ้นชื่อของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ถึงขนาดเอาไปตั้งเป็นคำขวัญเลยทีเดียว)
 

 
พอทานอาหารเสร็จ ผมก็เรียก Grab กลับไปที่โรงแรม จัดการเช็คอิน แล้วก็ได้เวลาเที่ยวครับ

ที่เที่ยวในเมืองสุราษฎร์ธานี

จริงๆในเมืองสุราษฎร์ธานีไม่ค่อยมีที่เที่ยวอะไรเด่นๆเท่าไหร่ แต่ถ้าจะเที่ยวจริงๆก็พอจะมีที่เที่ยวอยู่บ้าง โดยสถานที่ๆจะมาแนะนำในวันนี้ทั้งหมดสามารถเดินได้จากโรงแรมราชธานี

คนสุราษฎร์แท้ๆ จะนิยมเรียกบริเวณตัวเมืองสุราษฎร์ธานีว่า บ้านดอน ซึ่งครอบคลุมสถานที่ทั้งหมดที่ผมจะมารีวิวในวันนี้ครับ

1. พระมหาโพธิสัตว์เจ้าแม่กวนอิมแกรนิตขาว สูงที่สุดในประเทศไทย 

อยู่ใกล้กับโรงแรมราชธานีมาก เดินไปแค่ 1 นาที (160 เมตร) ตั้งอยู่ภายใน ศาลเจ้าของมูลนิธิมุทิตาจิตธรรมสถาน

 

 
องค์เจ้าแม่สลักจากหินแกรนิตขาว มีความสูงถึง 12 เมตร และถือว่าสูงที่สุดในประเทศไทย ใช้เวลาในการก่อสร้างนานถึง 5 ปี และใช้งบประมาณสูงถึง 40 ล้านบาท โดยได้รับจากผู้มีจิตศรัทธาทั้งในจังหวัดสุราษฎร์ธานี และในจังหวัดอื่นๆของไทย

ว่ากันว่า ความสูง 12 เมตร ของพระมหาโพธิสัตว์เจ้าแม่กวนอิม นั้นมีความหมายซ่อนไว้ นั้นก็คือ เลข 12 ซึ่งหมายถึง 12 ราศี กล่าวคือ ทุกราศีหากได้มาสักการะบูชาล้วนเป็นสิริมงคล 

 

2. วัดพัฒนาราม

เป็นวัดเก่าตั้งขึ้นในปี พ.ศ.2439 มี หลวงพ่อพัฒน์ นารโท เป็นผู้สร้างวัดและเป็นเจ้าอาวาสรูปแรก ด้วยเงินเพียง 6 บาท

 

วัดพัฒนารามเป็นวัดสำคัญที่สร้างขึ้นในในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และ เคยเป็นสถานที่ประกอบพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา ของทางราชการมาจนถึงการเปลี่ยนแปลงการปกครองในพ.ศ. 2475 นอกจากนี้ ภายในพระอุโบสถยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่มีความน่าสนใจ เพราะเป็นจิตรกรรมแบบไทยประเพณีที่แสดงเรื่องราวทางพุทธประวัติพร้อมกับข้อความอธิบายใต้ภาพแต่ละห้อง โดยสอดแทรกสภาพวิถีชีวิตของผู้คนสุราษฎร์ธานีในยุคสมัยนั้น โดยมี จุดเด่นอยู่ที่การปรากฏภาพของชาวต่างชาติและการแต่งกายที่ได้รับอิทธิพลจากตะวันตก 
 

หลวงพ่อพัฒน์ มรณภาพลงในท่านั่งสมาธิในปีพ.ศ. 2485 และได้มีการบรรจุศพของท่านเก็บไว้จนกระทั่งปี พ.ศ. 2491 เมื่อเปิดโลงที่บรรจุสังขารท่านอีกครั้งปรากฏว่าสังขารไม่เน่าเปื่อยแม้ว่าท่านได้มรณภาพลงไปหลายปีแล้วก็ตาม ทำให้ท่านเป็นที่ศรัทธาของประชาชนชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานีมาจนถึงทุกวันนี้
 

 
3. ศาลหลักเมืองสุราษฎร์ธานี

ทุกจังหวัดของประเทศไทยต้องมีศาลหลักเมืองไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยวสักการะของประชาชนภายในจังหวัด ที่สุราษฎร์ก็เช่นเดียวกันครับ แต่ความพิเศษของศาลหลักเมืองที่นี่คือ มีการผสมผสานศิลปะแบบศรีวิชัย ซึ่งเป็นรากเหง้าของจังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไปด้วย 

 



 
4. สะพานข้ามแม่น้ำตาปี และทางเดินริมฝั่งแม่น้ำตาปี

แม่น้ำตาปี เป็นแม่น้ำสายใหญ่ที่สุดในภาคใต้ของประเทศไทย มีต้นกำเนิดจากเทือกเขาหลวงในจังหวัดนครศรีธรรมราช และไหลสู่อ่าวไทยบริเวณบ้านดอนแห่งนี้

เนื่องจากแม่น้ำตาปี ไหลผ่ากลางเมืองสุราษฎร์ ดังนั้นทางเทศบาลเมืองจึงสร้างที่พักผ่อนหย่อนใจทั้งทางเดินริมฝั่งแม่น้ำ สวนสาธารณะ รวมไปถึงสะพานที่จะใช้ข้ามแม่น้ำ ผมจึงแนะนำให้มาเดินเที่ยวตอนเย็น ชมพระอาทิตย์ตกดิน จะได้บรรยากาศดีมากครับ

 



ใกล้กับสะพานจะเป็นท่าเรือ เราสามารถขึ้นเรือจากที่นี่ไปยังเกาะต่างๆ ทั้งสมุย พะงัน และเกาะเต่าได้ด้วย
 

 
เกาะกลางแม่น้ำตรงนี้เรียกว่า เกาะลำพู เป็นสวนสาธารณะและที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวสุราษฎร์ธานีครับ
 

 
5. ตึกเก่า สะพานโค้ง

ถ้าใครเดินเที่ยวเมืองสุราษฎร์จนถึงตอนเย็น ผมแนะนำว่า ไม่ควรพลาดที่นี่ครับ

จริงๆ ในเมืองสุราษฎร์มีตึกเก่าๆ อายุมากกว่า 100 ปีในสไตล์ชิโนโปรตุกีสอยู่ค่อนข้างเยอะ แต่ตึกที่มีสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นก็คงเป็นตึกที่ ถนนเศรษฐภักดี ซึ่งมีสะพานโค้งเชื่อมระหว่างตึก 2 แห่ง

 

 
บริเวณรอบๆนี้ยังเป็นที่ตั้งของตลาดขายของเก่า ผสมผสานกับความวินเทจของตึกรอบๆบริเวณนี้
 



ที่นี่ยังมี Street art สวยๆ คล้ายๆกับที่ปีนัง หรือเบตงที่ผมเพิ่งไปมาก่อนหน้านี้ แม้จะมีไม่เยอะเท่า แต่ผมว่าก็สวยงามใช้ได้เลย ดังนั้น ถ้าใครมีเวลาแนะนำให้มาเที่ยวที่นี่กันเยอะๆนะครับ
 



 
ผมเที่ยวชมที่ตึกเก่า สะพานโค้งเป็นที่สุดท้าย จากนั้นก็กลับที่พักเพื่อไปพักผ่อนนอนเอาแรง สำหรับการเที่ยวในวันพรุ่งนี้ต่อไป รีวิวในตอนที่ 2 ของจังหวัดสุราษฎร์ธานีก็ขอจบลงเพียงเท่านี้ครับ

ตอนอื่นๆ
 
ตอนที่ 1: เตรียมตัวเที่ยวสุราษฎร์ธานี
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=sumatekso&date=15-04-2021&group=25&gblog=14
 
ตอนที่ 2: บ้านดอน เมืองงามริมน้ำตาปี
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=sumatekso&date=16-04-2021&group=25&gblog=15
 
ตอนที่ 3: สักการะพระบรมธาตุไชยา
https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=sumatekso&month=17-04-2021&group=25&gblog=16
 
ตอนที่ 4: ล่องเรือเขื่อนเชี่ยวหลาน
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=sumatekso&date=23-04-2021&group=25&gblog=17



Create Date : 16 เมษายน 2564
Last Update : 23 เมษายน 2564 23:16:02 น. 7 comments
Counter : 164 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณKavanich96, คุณโอน่าจอมซ่าส์


 
ขอบคุณที่แบ่งปัน


โดย: Kavanich96 วันที่: 17 เมษายน 2564 เวลา:4:18:56 น.  

 
เที่ยวแบบชิว ๆ ดีจังค่ะ


โดย: wow IP: 188.40.113.83 วันที่: 17 เมษายน 2564 เวลา:14:52:37 น.  

 
โรงแรมน่ารักจังครับ


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 17 เมษายน 2564 เวลา:19:57:46 น.  

 
ผมชอบโรงแรมนี้มากครับ ห้องกว้าง สะอาด แต่ราคาถูกมากครับ


โดย: เจ้าสำนักคันฉ่องวารี วันที่: 17 เมษายน 2564 เวลา:21:31:29 น.  

 
มาเที่ยวกันครับ คุณ Wow


โดย: เจ้าสำนักคันฉ่องวารี วันที่: 17 เมษายน 2564 เวลา:21:34:43 น.  

 
ชอบราคาห้องพักค่ะ ขอบคุณที่นำมาแนะนำ


โดย: โอน่าจอมซ่าส์ วันที่: 22 เมษายน 2564 เวลา:8:34:20 น.  

 
โรงแรมคุ้มค่าเกินราคา ถ้ามาสุราษฎร์แนะนำให้มาพักครับ


โดย: เจ้าสำนักคันฉ่องวารี วันที่: 23 เมษายน 2564 เวลา:23:17:40 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

เจ้าสำนักคันฉ่องวารี
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]




ชอบท่องเที่ยว สนใจประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และการเมืองระหว่างประเทศ

Blog นี้จะใช้เขียนความทรงจำในการเดินทาง และวิธีการเดินทางอย่างละเอียด เผื่อใครจะมาตามรอย หวังว่าจะเป็นประโยชน์นะครับ

ถ้าชอบ blog เนื้อหาประมาณนี้ ฝากกดติดตามด้วยนะครับ
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add เจ้าสำนักคันฉ่องวารี's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.