Welcome to my blog
3 วัน 2 คืน สุราษฎร์+นครฯ สัมผัสเสน่ห์เมืองเก่าและวัฒนธรรมแดนใต้ (ตอนที่ 3: เรื่องเล่าจากเมืองคอน)


สถานที่ท่องเที่ยว : กำแพงเมืองเก่า, นครศรีธรรมราช Thailand
พิกัด GPS : 8° 25' 50.89" N 99° 57' 43.84" E

วันที่สอง (ต่อ)

หลังจากในตอนที่แล้ว ผมได้เดินทางไปสักการะพระบรมธาตุไชยาในช่วงเช้า ในตอนนี้ ผมจะออกเดินทางต่อเพื่อไปยังจังหวัดที่มีความสำคัญอีกแห่งของภาคใต้  ที่นี่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน และมีวัฒนธรรมที่สวยงาม จังหวัดนั้นก็คือ นครศรีธรรมราช ครับ


การเดินทางเข้าสู่จังหวัดนครศรีธรรมราช

ถ้าหากเดินทางจากกรุงเทพ วิธีการเดินทางเข้าสู่นครศรีธรรมราชที่สะดวกที่สุดก็คือ เครื่องบิน ปัจจุบันสายการบินหลักของไทยทุกสายการบิน ล้วนแต่มีเที่ยวบินตรงไปยังที่นี่ และเมื่อมาถึงแล้ว ยังมี Airport bus ให้บริการจากสนามบินเข้าสู่ตัวเมืองด้วยครับ นอกจากนี้ เรายังสามารถขึ้น รถไฟ หรือ รถทัวร์ ก็ได้ แต่ส่วนตัว ผมไม่ค่อยแนะนำเท่าไหร่ เนื่องจากใช้เวลาเดินทางนานพอสมควร

สำหรับทริปนี้ ผมเดินทางเข้าสู่จังหวัดนครศรีธรรมราชด้วย รถมินิบัสสายสุราษฎร์ธานี-นครศรีธรรมราช ซึ่งสามารถขึ้นรถได้จาก คิวรถตรงตลาดเกษตร 2 ในราคาคนละ 120 บาท ใช้เวลาเดินทางทั้งสิ้น 2 ชั่วโมงครึ่ง

รายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ที่เว็บนี้ https://www.facebook.com/minibussurat/


การเดินทางเข้าเมืองนครศรีธรรมราช

รถมินิบัสจากสุราษฎร์ธานีจะเข้าจอดที่ สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดนครศรีธรรมราช (หัวอิฐ) ซึ่งอยู่นอกเมืองออกไป แต่การเดินทางเข้าเมืองสามารถทำได้อย่างง่ายดาย โดยอาจจะใช้บริการ Taxi หรือเรียก Grab ก็ได้ครับ

สำหรับการเดินทางในวันนี้ ผมเรียก Grab จากสถานีขนส่งผู้โดยสารไปยังที่พักที่จองไว้ล่วงหน้า นั่นก็คือ The Old Time Nakhon ครับ

The Old Time Nakhon boutique homestay

เป็น homestay เล็กๆ ตั้งอยู่กลางเมืองนครศรีธรรมราช มีรูปแบบการตกแต่งที่สวยงามภายใต้ concept บ้านพักนิทาน

ถ้าหากจองที่พักที่ทางเว็บ Travel agency อย่าง booking หรือ Agoda อาจจะได้ราคาค่อนข้างสูงคือ ประมาณ 800 บาทขึ้นไป แต่เนื่องจากผมจองตรงกับที่พัก และเดินทางคนเดียว ทางที่พักจึงลดราคาให้เหลือคืนละ 600 บาทครับ

โดยรวมที่พักนี้ ผมว่าห้องออกแบบตกแต่งสวยดี ภายในห้องก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆถือว่าครบ เจ้าของเป็นมิตร (เหมือนมาพักบ้านญาติตามต่างจังหวัด) และที่สำคัญคือทำเลดีมาก (ใกล้วัดมหาธาตุ ใช้เวลาเดินแค่ 5-10 นาที) แต่ข้อเสียของที่นี่คือ ยุงและแมลงค่อนข้างเยอะ (แต่เค้ามีมุ้งให้นะ)

ถ้าใครสนใจที่พักนี้ สามารถดูรายละเอียดได้ที่นี่เลยครับ https://www.facebook.com/Theoldtimesnakhonsi/


กว่าที่ผมจะเดินทาง check in เข้าที่พักก็เย็นมากแล้ว ทริปในวันที่สองนี้เลยยังไม่ได้เที่ยวอะไรที่นครศรีธรรมราช การเดินทางในวันที่สองนี้จึงจบลงเพียงเท่านี้ครับ

วันที่สาม

วันนี้ ผมตื่นตั้งแต่ 6 โมง เพื่อใช้เวลาที่เหลือทั้งวันในการเที่ยวเมืองนครศรีธรรมราช ก่อนจะขึ้นเครื่องกลับกรุงเทพในช่วงบ่ายครับ

Tip: ใครที่มาเที่ยวที่นครศรีธรรมราช ผมแนะนำให้ตื่นแต่เช้า เพราะถ้าออกเที่ยวสายที่นี่อากาศจะร้อนมาก


การเดินทางภายในเมืองนครศรีธรรมราช

เทศบาลนครนครศรีธรรมราช เป็นเมืองที่ผังเมืองค่อนข้างสวยครับ ที่เที่ยวส่วนใหญ่อยู่บน ถนนเส้นหลัก (ถนนราชดำเนิน) และการเดินทางบนถนนเส้นนี้มี รถสองแถวสายหัวถนน-สนามกีฬา ให้บริการในราคา 10 บาทตลอดสาย (รถสองแถวมีเยอะมาก)

 
ดูแผนที่ฉบับขยายได้ที่นี่  https://pantip.com/topic/32310631

อันดับแรกเราต้องหาอาหารเช้ารับประทานกันก่อน ร้านที่ผมจะมาแนะนำในวันนี้ เป็นร้านขึ้นชื่อที่ชื่อว่า ร้านโกปิ๊ ซึ่งตั้งอยู่ด้านข้างของศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราชครับ

 


 
จุดเด่นของร้านนี้คือ อาหารจำพวกติ่มซำ โรตี บักกุ๊ตเต๋ รวมทั้งเมนูข้าวต่างๆ (ส่วนตัว ผมชอบบักกุ๊ตเต๋ของร้านนี้มากที่สุดครับ)
 

เมื่อทานอาหารเช้าเสร็จ ก็ได้เวลาออกเที่ยวกันเลยครับ จุดแรกผมนั่งสองแถวไปทาง สี่แยกท่าวัง เพื่อไปเที่ยว เจดีย์ยักษ์วัดพระเงิน
 

 
เจดีย์ยักษ์วัดพระเงิน

ไม่มีหลักฐานชัดเจนว่า เจดีย์นี้สร้างขึ้นในสมัยใด แต่เชื่อว่าสร้างในช่วงปี พ.ศ.18XX โดยชาวลังกาที่มาเผยแพร่ศาสนาพุทธ

มีตำนานเกี่ยวกับการสร้างเจดีย์ยักษ์ว่า ยักษ์เป็นผู้สร้าง กล่าวคือ เมื่อครั้งพระเจ้าศรีธรรมโศกราชสร้างเจดีย์พระบรมธาตุ มีพวกยักษ์เข้ามาท้าพระเจ้าศรีธรรมโศกราชสร้างพระเจดีย์แข่งกัน ใครสร้างเสร็จก่อนและสวยงามกว่าก็จะเป็นฝ่ายชนะ โดยยักษ์มีเงื่อนไขเอาเปรียบว่า ถ้ายักษ์แพ้จะไม่ขัดขวางการสร้างบ้านเมือง แต่ถ้าพระเจ้าศรีธรรมโศกราชแพ้ ยักษ์จะจับพลเมืองกินให้หมดรวมทั้งพระเจ้าศรีธรรมโศกราชด้วย

ผลปรากฏว่า พระเจ้าศรีธรรมโศกราชทรงมีบุญญาบารมีมากกว่า ประกอบกับอภินิหารแห่งพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า จึงทำให้สร้างเจดีย์พระบรมธาตุเสร็จเรียบร้อยก่อนและสวยงามกว่า พวกยักษ์เมื่อแพ้ก็โกรธมาก จึงใช้เท้าถีบยอดเจดีย์ที่ตนสร้างจวนเสร็จแล้วนั้นกระเด็นไปตกกลางทุ่งนอกเมืองด้านทิศตะวันออก แล้วพวกยักษ์ก็หลบไป เจดีย์นี้จึงได้ชื่อว่า "เจดีย์ยักษ์" และมียอดด้วนมาจนทุกวันนี้ 

 
 
หลังจากเที่ยวเจดีย์ยักษ์แล้ว ผมก็นั่งสองแถวมาลงที่หน้า สนามหน้าเมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งมีสถานที่ๆน่าสนใจหลายที่ ได้แก่ ศาลหลักเมือง, หอพระสูง, วงเวียนน้ำพุ, โรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราช, กำแพงเมืองเก่า และ อนุสาวรีย์พระเจ้าศรีธรรมาโศกราช

ศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช


เป็นที่ประดิษฐานของหลักเมืองนครศรีธรรมราช ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของ สนามหน้าเมือง สร้างขึ้นในปี 2532 ประกอบด้วย อาคารทั้งหมด 4 หลัง หลังกลางเป็นที่ประดิษฐานของศาลหลักเมือง ออกแบบให้มีลักษณะ คล้ายศิลปะศรีวิชัย ที่เรียกว่า ทรงเหมราชลีลา ส่วนอาคารเล็กทั้งสี่หลัง ถือเป็นบริวารสี่ทิศ เรียกว่า ศาลจตุโลกเทพ ประกอบด้วย พระเสื้อเมือง ศาลพระทรงเมือง ศาลพระพรหมเมือง และ ศาลพรบันดาลเมือง  

 



 

หอพระสูง

ตั้งอยู่บริเวณด้านเหนือของสนามหน้าเมือง ถัดจากศาลหลักเมือง ใกล้กับสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จังหวัดนครศรีธรรมราช

 

ลักษณะเด่นของหอพระนี้คือ ตั้งอยู่บนเนินดินสูงกว่าระดับพื้นปกติ 2.10 เมตร (เชื่อกันว่า เนินดินตรงนี้ใช้เป็นที่ตั้งของปืนใหญ่ สำหรับสกัดทัพพม่า จึงต้องสูงขึ้นมา) ส่วนประวัติความเป็นมาของหอพระนี้ไม่แน่ชัด เชื่อว่าน่าจะสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย หรือต้นกรุงรัตนโกสินทร์

โรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราช

ตั้งอยู่บริเวณน้ำพุ สิ่งที่น่าสนใจสำหรับโรงเรียนนี้คือ ภายในมีสระที่ชื่อว่า สระล้างดาบศรีปราชญ์

 

ศรีปราชญ์ เป็นกวีเอกในรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราชแห่งกรุงศรีอยุธยา และเป็นบุตรของ พระโหราธิบดี

วันหนึ่งศรีปราชญ์ ได้กระทำผิดต่อพระสนมของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช แม้ว่าจะมีโทษถึงประหาร แต่ด้วยความสามารถจึงทรงเมตตา ลดโทษเหลือเพียงเนรเทศมายังเมืองนครศรีธรรมราชแห่งนี้ แต่เมื่อศรีปราชญ์มาอยู่ที่นี่ ก็ถูกกล่าวหาว่าเป็นชู้กับภรรยาของเจ้าพระยานครศรีธรรมราช จึงถูกประหารชีวิต
และก่อนที่เพชฌฆาตจะลงดาบประหารศรีปราชญ์ได้ขออนุญาตเขียนโคลงบทสุดท้ายไว้กับพื้นธรณีว่า

 
                                                                  ธรณีนี่นี้          เป็นพยาน
                                                 เราก็ศิษย์มีอาจารย์          หนึ่งบ้าง
                                                 เราผิดท่านประหาร          เราชอบ
                                                  เราบ่ผิดท่านมล้าง           ดาบนี้ คืนสนอง

 
เชื่อว่า สถานที่ๆใช้ล้างดาบที่ใช้ประหารศรีปราชญ์ก็คือ สระล้างดาบศรีปราชญ์ ภายในโรงเรียนแห่งนี้นั่นเอง

ในขณะที่ถูกประหารนั้นศรีปราชญ์มีอายุประมาณ 30 หรือ 35 ปี ได้ข่าวการประหารศรีปราชญ์ แพร่ไปถึงพระกรรณของสมเด็จพระนารายณ์ผู้ซึ่งใคร่จะเรียกตัวศรีปราชญ์มาใช้งานในเมืองหลวงพระองค์ทรงพระพิโรธเจ้าเมืองนคร ฯ ผู้ซึ่งกระทำการโดยปราศจากความเห็นชอบของพระองค์ และเมื่อพระองค์ได้ทราบถึงโคลงบทสุดท้ายของศรีปราชญ์จึงมีพระบรมราชโองการให้นำเอาดาบที่เจ้าพระยานคร ฯ ใช้ประหารศรีปราชญ์แล้วนั้นนำมาประหารชีวิตเจ้านครศรีธรรมราช ให้ตายตกไปตามกัน สมดังคำที่ศรีปราชญ์เขียนไว้เป็นโคลงบทสุดท้ายก่อนสิ้นชีวิตว่า “ดาบนี้คืนสนอง ”

เนื่องจากที่นี่เป็นโรงเรียน จึงไม่เปิดให้บุคคลภายนอกเข้าชม เห็นแต่บริเวณภายนอกโรงเรียน และมองเข้าไปจากสะพานลอย ผมก็ไม่เห็นสระนี้นะ(เข้าใจว่า อยู่ลึกเข้าไปในโรงเรียนอีก)

กำแพงเมืองเก่า นครศรีธรรมราช

สันนิษฐานว่า สร้างขึ้นครั้งแรกในรัชสมัยของพระเจ้าศรีธรรมาโศกราช ต่อมาในรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ได้มีวิศวกรชาวฝรั่งเศสเข้ามาในกรุงศรีอยุธยา จึงมีการสร้างกำแพงในรูปแบบของฝรั่งเศส เรียกว่า ชาโต (Chateu) ซึ่งเป็นกำแพงที่เราเห็นอยู่ในปัจจุบันนี้

ต่อมา เจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม) ครั้งยังป็นผู้ว่าราชการมณฑลนครศรีธรรมราช สั่งให้รื้อกำแพง นี้ลง แต่ยังคงเหลือกำแพงบางส่วนไว้มาจนถึงปัจจุบัน

 



อนุสาวรีย์พระเจ้าศรีธรรมาโศกราช

ประดิษฐานอยู่ใน สวนสาธารณะศรีธรรมาโศกราช ไม่ไกลจากกำแพงเมืองเก่า

 
 
พระเจ้าศรีธรรมาโศกราช เป็นปฐมกษัตริย์เป็นต้น ราชวงศ์ปทุมวงศ์ แห่งอาณาจักรตามพรลิงค์ เป็นผู้สร้างเมืองนครศรีธรรมราชจากชุมชนเดิมซึ่งมีชื่อเรียกว่า ตามพรลิงก์  เมื่อปลายพุทธศตวรรษที่ 17 จนกลายมาเป็นอาณาจักรใหญ่ในแถบภาคใต้ ก่อนที่จะเข้ารวมอยู่ในอาณาจักรอยุธยา ในต้นพุทธศตวรรษที่ 20
 

หลังจากเที่ยวบริเวณรอบๆสนามหน้าเมืองแล้ว ผมก็นั่งสองแถวเพื่อไปยังจุดต่อไปก็คือ หอพระอิศวร และ หอพระนารายณ์ ครับ
 
หอพระอิศวรและเสาชิงช้า

สันนิษฐานว่า สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา เป็นโบราณสถานในศาสนาฮินดู และเป็นที่ประดิษฐานศิวลึงค์, ฐานโยนี รวมทั้งเทวรูปสำริดอีกหลายองค์ อาทิ เทวรูปศิวนาฎราช พระอุมาและพระพิฆเนศ ซึ่งจำลองจากองค์จริงที่เก็บรักษาไว้ที่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาตินครศรีธรรมราช

 
 

หอพระนารายณ์

ตั้งอยู่อีกฝั่งถนน ตรงข้ามหอพระอิศวร ภายในประดิษฐานเทวรูปพระนารายณ์ที่สร้างตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 11 (ปัจจุบัน เก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาตินครศรีธรรมราช)

 

 
 
รีวิวการท่องเที่ยวของผมในเมืองนครศรีธรรมราชยังไม่จบเพียงเท่านี้ครับ เมืองนี้ยังมีอะไรน่าสนใจมากมายอีกเยอะมาก โดยเฉพาะไฮไลท์สำคัญอย่าง วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร แต่เนื่องจากถ้าใส่ทั้งหมดลงไปในบล็อกตอนนี้ก็อาจจะยาวเกินไป ผมจึงขอจบรีวิวเที่ยวใต้ในตอนนี้เพียงเพียงเท่านี้ก่อนนะครับ 

ตอนอื่นๆ

ตอนที่ 1: เตรียมตัวเที่ยวสุราษฎร์ธานี-นครศรีธรรมราช
https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=sumatekso&month=02-04-2019&group=25&gblog=5
 
ตอนที่ 2: จากบ้านดอนสู่ไชยา
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=sumatekso&date=06-04-2019&group=25&gblog=6
 
ตอนที่ 3: เรื่องเล่าจากเมืองคอน
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=sumatekso&date=08-04-2019&group=25&gblog=8
 
ตอนที่ 4: ไหว้พระวัดมหาธาตุ
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=sumatekso&date=09-04-2019&group=25&gblog=9



Create Date : 08 เมษายน 2562
Last Update : 18 มกราคม 2564 22:17:27 น. 3 comments
Counter : 267 Pageviews.

 
ขอบคุณที่แบ่งปัน


โดย: Kavanich96 วันที่: 9 เมษายน 2562 เวลา:2:48:08 น.  

 
เมืองนครน่าเที่ยวมากๆครับ


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 10 เมษายน 2562 เวลา:22:41:53 น.  

 
น่าเที่ยวจริงครับ ผมไปมาหลายรอบแล้ว


โดย: เจ้าสำนักคันฉ่องวารี วันที่: 26 เมษายน 2562 เวลา:23:42:16 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

เจ้าสำนักคันฉ่องวารี
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]




ชอบท่องเที่ยว สนใจประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และการเมืองระหว่างประเทศ

Blog นี้จะใช้เขียนความทรงจำในการเดินทาง และวิธีการเดินทางอย่างละเอียด เผื่อใครจะมาตามรอย หวังว่าจะเป็นประโยชน์นะครับ

ถ้าชอบ blog เนื้อหาประมาณนี้ ฝากกดติดตามด้วยนะครับ
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add เจ้าสำนักคันฉ่องวารี's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.