วันนี้พาไปเดินเที่ยวในสถานีรถไฟที่เยอรมนีก่อนนะคะ
สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ Smiley

ตอนแรกลูกหมวยคิดว่าจะพาเพื่อนๆไปขึ้นรถไฟสัญชาติเยอรมันของ Deutsche Bahn... แต่ลืมคิดไปว่าถ้ายังไม่แนะนำเกี่ยวกับสถานีรถไฟ เพื่อน ๆบางคนอาจจะถามว่าแล้วจะไปขึ้นรถไฟที่ไหน อะไร ยังไง ดูชานชาลายังไง เปลี่ยนรถมีปัญหาไหมSmiley ก็เลยเปลี่ยนแผนเล่าเรื่องพาเพื่อน ๆไปเดินดูสถานีรถไฟที่ประเทศเยอรมนีกันก่อนดีกว่าค่ะ

Smileyไปเริ่มต้นกันที่เมือง Frankfurt am Main กันดีกว่าค่ะ

เพื่อน ๆที่เคย search ดูตารางรถไฟที่เวบ //www.bahn.com คงจะเคยเห็นชื่อสถานีFrankfurt (MAIN) Hbf บางท่านอาจจะคิดว่าหมายถึงสถานีรถไฟหลักเพราะดูจากคำว่า MAIN (โชคดีนะเนี่ยที่ความหมายภาษาอังกฤษช่วยไว้)แต่จริง ๆแล้วคำว่าสถานีรถไฟหลักภาษาเยอรมันเรียกว่า Hauptbahnhof (เฮาพท์บาห์นโฮฟ)ใช้ตัวย่อ Hbf ค่ะ (อ๊ะ ได้เรียนคีย์เวิร์ดเอาไว้ใช้หาข้อมูลแล้ว) แล้วคำว่า MAINคือ?จริง ๆแล้ว Main เป็นชื่อแม่น้ำไมน์ค่ะ ประเทศเยอรมนีมีเมือง Frankfurt 2 เมืองค่ะเมืองแรกอยู่ริมแม่น้ำไมน์ จะเรียกว่า Frankfurt am Main (ฟรังก์ฟวร์ทอัม ไมน์) เมืองที่สองอยู่ริมแม่น้ำ Oder ก็เรียกว่า Frankfurt an der Oder (ฟรังก์ฟวร์ทอัน แดร์ โอเดอร์) ค่ะ

โอ้ว... ไม่แปลกเพราะว่าชื่อเมืองในโลกนี้ก็มีซ้ำกันอยู่พอสมควรค่ะอิอิ

ไปดูหน้าตาสถานีรถไฟกันค่ะ บรรยากาศด้านหน้าสถานีรถไฟเมือง Frankfurtam Main เป็นแบบนี้ค่ะ


หน้าตาอันแสนจะคุ้นเคย เพราะหัวลำโพงบ้านเราก็ได้แบบมาจากเยอรมนีค่ะ Smiley

เวลาลูกหมวยได้รับเส้นทางจากลูกค้าที่เขียนมาถามค่าตั๋วรถไฟจากFrankfurt ไม่ว่าปลายทางจะไปไหนก็ต้องถามลูกค้ากลับไปว่า Frankfurt สถานีไหนคะ สนามบินหรือว่าสถานีรถไฟหลัก (สถานีสนามบินจะเรียกภาษาเยอรมันว่า FrankfurtFlughafen Fernbahnhof) เพราะว่ามีลูกค้าหลายท่านต้องการเดินทางต่อด้วยรถไฟทันทีหลังจากลงเครื่องบินค่ะสถานีรถไฟที่สนามบิน Frankfurt จะอยู่ชั้นล่างค่ะไม่ต้องกลัวหลงนะคะ มีป้ายบอกทางเป็นภาษาอังกฤษอยู่ค่ะ Smiley

ลูกหมวยเคยแต่นั่งผ่านไม่ได้ลงสถานีนี้สักที จะบอกเพื่อน ๆว่าถ้าเพื่อน ๆใช้ตั๋ว German Rail Pass เพื่อน ๆไม่ต้องกังวลเรื่องเวลาเลยค่ะขอเปิดใช้ตั๋วที่เคาน์เตอร์ DB ReiseZentrum (ศูนย์บริการผู้เดินทาง)เช็ครอบรถไฟ และถือตั๋วขึ้นรถไฟได้เลยค่ะ ส่วนเพื่อน ๆที่ซื้อตั๋ว Point toPoint ขอแนะนำให้ซื้อรอบหลังจากที่เพื่อน ๆแลนด์ประมาณ 2ชั่วโมงนะคะ เนื่องจากเราไม่อาจทราบได้ว่าเครื่องบินเราจะดีเลย์ไหมแล้วกว่าจะผ่านตม. ออกมาได้จะใช้เวลานานแค่ไหน ถ้าไปขึ้นรถไฟไม่ทันตั๋วที่ซื้อมาก็สูญเปล่านะคะ (โดยเฉพาะตั๋วราคาประหยัด)เรื่องตั๋วนี่จะเล่าให้ฟังวันหลังค่ะ เพราะว่ารายละเอียดมันเยอะ (มาก...) Smiley

ว่าแต่มีสถานีรถไฟหลักแล้วมีสถานีรถไฟย่อย ๆด้วยไหมคะ “น้องคะ แล้วจำเป็นไหมคะที่พี่ต้องขึ้น/ลงรถไฟที่สถานีรถไฟหลักทุกครั้งเวลาเดินทาง?”มีค่ะ แต่ละเมืองโดยเฉพาะเมืองใหญ่ ๆไม่ได้มีสถานีรถไฟหลักแค่สถานีเดียวแน่นอนอย่างเช่นเมือง Köln จะมีสถานี Köln Messe/Deutz Bahnhof เป็นสถานีที่ผู้โดยสารที่ไปดูงาน Exhibition จะไปลงกันเพราะเป็นสถานีหน้าสถานที่จัดงานค่ะเพราะฉะนั้นผู้เดินทางต้องเช็คให้ดีนะคะว่าสถานีที่เราจะไปเป็นสถานีย่อยๆหรือสถานีหลัก

สถานีรถไฟนี่เป็นที่พึ่งยามยากโดยเฉพาะวันอาทิตย์ได้สำหรับผู้เดินทางที่ไม่ได้เตรียมอาหารเอาไว้ล่วงหน้านะคะเพราะปกติแล้ววันอาทิตย์ร้านปิดเกือบหมดค่ะอย่างที่กรุงเบอร์ลินนี่เขาโปรโมทสถานีรถไฟหลักอันแสนจะอลังการงานสร้าง 4 ชั้นของเขาให้เป็นสถานีสำหรับช้อปปิ้งเลยนะคะ 


เมื่อเราเดินเข้าไปในโถงของสถานีรถไฟสิ่งแรกที่เราจะเห็นเด่นเป็นสง่าเลยคือเจ้านี่ค่ะ


เป็นตารางการเดินรถที่จะบอกรายละเอียดไว้ทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นเวลารถออกขบวนรถ เส้นทางเดินรถ ปลายทาง ชานชาลา  หมายเหตุต่าง ๆ (มีภาษาอังกฤษกำกับไว้ค่ะ)

ในกรณีที่ทราบชานชาลาแล้วให้ไปคอยรถไฟตามชานชาลาที่รถออกได้เลยค่ะ Smiley

แต่ถ้าเราต้องการเช็กรอบรถไฟเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง (ไม่พูดถึงแอพในมือถือนะคะสำหรับแฟนเทคโนโลยีสบายมาก) ที่เยอรมนีมีทางเลือกให้ผู้เดินทาง 2 อย่างค่ะ คือให้ไปอ่านตาราง Abfahrt สีเหลืองที่ติดบอร์ดอยู่ในสถานีรถไฟค่ะ (ถ้าเช็ครอบรถไฟมาถึงจะเป็นตาราง Ankunft สีขาวค่ะ)


วิธี้นี้คลาสสิกสุด ๆลูกหมวยนี่ตอนไปสวิตเมื่อปลายเดือนพ.ค.จากดูตารางไม่เป็นเพราะว่าปกติจะเช็ครอบจากเวบไซต์การรถไฟมาก่อนเดินทางต้องมาอ่านให้เป็นเพราะว่าผิดแผนที่วางไว้เยอะ ไว้จะเล่าให้อ่านในหัวข้อเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ค่ะว่าเพราะอะไร Smiley

วิธีที่สองแสนจะสะดวกผู้เดินทางไปยืนสั่งพิมพ์ตารางเดินรถหน้าตู้ขายตั๋วอัตโนมัติได้เลยค่ะช่วยชีวิตคุณได้แน่นอน


ตู้เป็นทัชสกรีนค่ะ ไม่กัด Smiley และมีภาษาให้เลือกหลายภาษาด้วย เพื่อนๆที่พูดเยอรมันไม่ได้ไม่ต้องห่วงค่ะ เช็กรอบเดินทางโดยการใส่ต้นทางปลายทางลงไปแล้วก็เลือกพิมพ์ตารางเดินทางออกมาได้เลยค่ะไม่ต้องแบกการบ้านไปเที่ยวด้วยเป็นปึกแล้วนะคะ ตอนลูกหมวยไปเยอรมนีเมื่อ 2ปีที่แล้วทำตารางไว้บางทีก็ผิดแผนได้ที่พึ่งก็เจ้าเครื่องขายตั๋วสารพัดประโยชน์นี่แหละค่ะเคยมีลูกค้าหลายท่านที่ไม่ถนัดด้านเทคโนโลยีมาหาลูกหมวยที่ออฟฟิศแบกการบ้านที่พิมพ์ออกมาจากเวบการรถไฟมาเป็นตับเลยค่ะSmiley ก็เลยบอกไปว่าพี่ไม่ต้องแบกไปเยอรมันทั้งตับนะคะมันหนักให้จดรอบที่เราตั้งใจจะเดินทาง แล้วเผื่อก่อน/หลังไว้ 1 รอบถ้าพลาดยังไงให้ไปพิมพ์ตารางเดินรถได้จากตู้ค่ะ

วิธีสุดท้าย... เจ้าหน้าที่เคาน์เตอร์ที่ ReiseZentrum ช่วยท่านได้ ให้เดินเข้าไปถามเลยค่ะเขาพูดอังกฤษได้ค่ะ บางคนพูดเก่งด้วยค่ะ ตอนลูกหมวยไป Freiburg ก็ไปถามรอบรถไป Schauinsland เจ้าหน้าที่พยายามจะพูดคำว่ากระเช้าไฟฟ้าเป็นอังกฤษเขานึกไม่ออก พอเราพูดเยอรมันไป เขาทำหน้าเหวอออ(คงแปลกใจกระเหรี่ยงหน้าหมวยพูดเยอรมันได้) 555 Smiley


เมืองใหญ่สถานีรถไฟก็ใหญ่ เชื่อไหมว่าคนที่เพิ่งเคยเดินทางครั้งแรกมีสิทธิ์หลงทางได้เลยทีเดียวคำถามคือ ชานชาลาที่เราต้องไปขึ้นรถมันอยู่ตรงไหนของสถานีรถไฟล่ะทีนี้? ปกติแล้วป้ายบอกตัวเลขชานชาลาจะเห็นเด่นชัดมากแยกฝั่งซ้ายขวาด้วยเลขคู่-คี่แล้วแต่สถานีค่ะ บางสถานีมี 2-3ชั้นงานนี้อาศัยลูกสังเกตนะคะ Smiley เพราะฉะนั้นลูกหมวยขอแนะนำผู้เดินทางว่าควรจะไปถึงก่อนเวลารถไฟออกอย่างน้อย 30นาที เผื่อเวลาเราเดินหาชานชาลาเผื่อเวลาฝ่าฝูงชนโดยเฉพาะช่วงคนเดินทางไปทำงานหรือเดินทางกลับบ้าน ไปก่อนเวลารถไฟออกยังดีกว่าตกรถนะคะ

กรณีที่เพื่อนๆนั่งรถไฟตรงไปลงปลายทางเลยก็ไม่มีปัญหาค่ะ ยาวไป ยาวไป หลับได้แต่ระวังนั่งรถเลยปลายทางนะคะ แต่ถ้าเพื่อนๆต้องเปลี่ยนรถแถมมีสัมภาระใบเบ้อเริ่มเป็นเพื่อนคู่ใจในการเดินทางครั้งแรก... งานอาจเข้าได้ถ้ามีเวลาในการเปลี่ยนรถ10 นาที แล้วชานชาลาที่ต้องเปลี่ยนรถอยู่กันคนละที่กับชานชาลาที่เราลงรถไฟขบวนแรกอย่างเช่น3 ข้ามไป 12 ลูกหมวยเคยมาแล้วค่ะ เหวอไปเลยตอนเดินทางด้วยรถไฟครั้งแรกที่เยอรมนีจะไป Celle ต้องไปเปลี่ยนรถที่ HannoverHbf สถานีรถไฟใหญ่มาก เกือบตกรถ ชานชาลาอยู่กันคนละชั้นวิ่งหอบน่ะค่ะ Smileyเพราะฉะนั้นอยากแนะนำให้เพื่อน ๆเผื่อเวลาในการเปลี่ยนรถประมาณ 20นาทีนะคะ (เลือกได้ตอนที่เช็ครอบรถไฟในเวบค่ะ ให้เลือกตรง transfer time แล้วระบบมันจะรันรอบรถต่อไปให้เราเองค่ะ) หรือไม่ก็ศึกษาแผนผังสถานีรถไฟก่อนจะได้พอรู้คร่าว ๆว่าอะไรอยู่ตรงไหนบ้าง ไม่ว่าจะเป็นชานชาลา ห้องน้ำล็อคเกอร์ฝากของ เคาน์เตอร์บริการ ฯลฯ หาได้จากเวบไซต์นี้เลยค่ะ

//www.bahnhof.de/?lang=en

ขอเพิ่มเติมเรื่องสัมภาระนิดนึงค่ะแนะนำขนาดกระเป๋าสำหรับการเดินทางด้วยรถไฟว่าไม่ควรเกิน 28 นิ้วนะคะ 25นิ้วกำลังดีค่ะ ถ้าเพื่อน ๆไปถึงสถานีรถไฟก่อนเวลาเช็คอินที่โรงแรมแล้วต้องการเดินเที่ยวในเมืองเพื่อน ๆสามารถใช้บริการ Schließfächer(ชลีสเฟคเชอร์) หรือตู้ล็อคเกอร์ฝากของอัตโนมัติได้นะคะสัญลักษณ์เป็นรูปกระเป๋ากับลูกกุญแจ มีทุกสถานีรถไฟราคาต่างกันตามขนาดตู้และเมืองค่ะ วิธีใช้งานก็ง่ายมาก เปิดตู้เอากระเป๋าใส่ปิดตู้ หยอดเหรียญตามจำนวนเงินที่ระบุหน้าตู้ เสร็จแล้วก็ไขกุญแจออกค่ะ ตามกฎฝากของได้24 ชั่วโมงนะคะ ถ้ามาช้ากว่านั้นให้ติดต่อเจ้าหน้าที่ค่ะ เพราะต้องเสียค่าปรับด้วยแต่ถ้าขนาดกระเป๋าเดินทางเพื่อน ๆใหญ่กว่าขนาดล็อคเกอร์ให้เพื่อน ๆติดต่อเคาน์เตอร์luggage service ได้เลยค่ะเท่านี้เราก็เดินตัวปลิวไปเที่ยวได้อย่างสบายใจ

พอเดินไปถึงชานชาลาที่ต้องไปรอรถเพื่อนๆจะเห็นป้ายนี้ประจำทุกชานชาลา ถ้าสถานีไหนทันสมัยก็จะเป็นป้ายคอมพิวเตอร์ ถ้าเมืองเก่าหน่อยจะเป็นป้ายตัวอักษรหมุนค่ะ ได้ยินเสียงพั่บๆๆ ด้วย อิอิ Smiley


ให้เช็คว่าเลขขบวนรถไฟที่แสดงบนป้ายตรงกับขบวนที่เรากำลังจะขึ้นหรือไม่ ถ้าใช่ก็รอได้เลยค่ะ ให้ดูให้ถูกต้องเพราะบางทีรถไฟมาก่อน หรือมาสายกว่าเวลาที่กำหนดไว้ค่ะ ถ้าเพื่อน ๆไม่ได้จองที่นั่งไว้ก็ขึ้นไปนั่งให้ถูกต้องตามชั้นของตั๋วที่ซื้อมา ส่วนใหญ่ชั้น 1 จะมีไม่เกิน 2 โบกี้ค่ะ ถ้าเพื่อน ๆท่านไหนจองที่นั่งมา ให้ไปยืนรอตาม sector A B C D E ตามผัง Wagen ที่มีอยู่ทุกชานชาลาจะได้ขึ้นถูกตู้ขบวนค่ะ ในกรณีที่ขึ้นผิดตู้ก็ไม่เป็นไรค่ะ เดินทะลุกันได้ไม่มีปัญหา Smiley

เอ้า... นี่แค่พาไปดูสถานีรถไฟยังเล่าได้ยาวขนาดนี้ รอติดตามต่อคราวหน้าจะเป็นเรื่องของรถไฟสัญชาติเยอรมันซะทีค่ะ Smiley

ขอบคุณค่ะที่ติดตามกัน ถ้าอยากให้ลูกหมวยเล่าเรื่องอะไร หรือว่าอยากทราบรายละเอียดเรื่องไหนคอมเมนต์ได้เลยนะคะ




Create Date : 10 กรกฎาคม 2556
Last Update : 10 กรกฎาคม 2556 12:53:39 น.
Counter : 3212 Pageviews.

3 comment
คุ้มหรือไม่ถ้าจะซื้อ BahnCard?
สวัสดีวันสุขค่ะเพื่อน ๆ Smiley

 

ตามสัญญาค่ะ วันนี้ลูกหมวยจะพูดถึงบัตรโดยสารรถไฟประเภทต่าง ๆโดยขอเริ่มที่ประเทศเยอรมนีก่อนนะคะ (ข้อมูลจากเวบไซต์ของ Deutsche Bahn ค่ะ) 

วันนี้ลูกหมวยขอเริ่มต้นด้วยเรื่องของ BahnCard ก่อนเลยค่ะ


ลูกหมวยคิดว่ามีผู้เดินทางจำนวนมากเวลาซื้อตั๋วออนไลน์อยากจะได้ส่วนลดค่าตั๋วอย่างน้อย  ก็ 25จากราคาปกติ จึงตัดสินใจซื้อ BahnCard พร้อมกับตั๋วประเภท Point to Point โดยที่ไม่ทราบว่าต้องจ่ายค่าธรรมเนียมสำหรับตัว BahnCard เองด้วย Smiley

เรามาดูกันค่ะว่าจริง ๆแล้วบัตรใบนี้มีเงื่อนไข และรายละเอียดในการใช้งานอย่างไรบ้าง

BahnCard 25, 50 และ 100 สำหรับผู้เดินทางเป็นประจำ

SmileyBahnCard 25


คุ้มค่าสำหรับผู้โดยสารที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายสำหรับการเดินทางตลอดทั้งปีมากกว่า 200 ยูโร เช่นเส้นทางเดินทางไปกลับระหว่าง Hamburg – München

ราคาของ BahnCard 25 อยู่ที่ 61 ยูโรสำหรับชั้นสอง และ123 ยูโรสำหรับชั้นหนึ่ง ใช้เป็นส่วนลดได้ 25% สำหรับการจ่ายค่าโดยสารแบบเต็มราคา

SmileyBahnCard 50


ให้ประโยชน์ทั้งความยืดหยุ่น และส่วนลดในเวลาเดียวกัน

ราคาของ BahnCard 50 อยู่ที่ 247 ยูโรสำหรับชั้นสอง และ 496 ยูโรสำหรับชั้นหนึ่ง ผู้ถือบัตรประเภทนี้จ่ายค่าโดยสารเพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้น เด็ก นักเรียน และนักศึกษาที่อายุน้อยกว่า 27 ปี และผู้สูงอายุที่อายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป จ่ายค่า BahnCard 50 เพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้น

SmileyBahnCard 100


ผู้ถือบัตรประเภทนี้ขึ้นรถไฟของ DB ไม่ว่าที่ไหน เมื่อไหร่ ก็สะดวกสบาย

ผู้ถือ BahnCard 100 สามารถเดินทางในเครือข่ายการเดินรถไฟของ DB ทั้งหมดได้ 12 เดือน ในราคาชั้นสอง 4090 ยูโร และชั้นหนึ่ง 6890 ยูโร โดยไม่ต้องซื้อตั๋วรถไฟ

สะสมคะแนนกับ bahn.bonus

คุณสามารถสะสมคะแนนสำหรับการเดินทางด้วยรถไฟของ DB ในแต่ละครั้ง และแลกคะแนนเหล่านั้นเป็นของรางวัลได้ภายในเวลา 3 ปี ดังนั้นอย่าลืมแจ้งเจ้าหน้าที่ทุกครั้งเวลาซื้อตั๋วว่าคุณต้องการสะสมคะแนน bahn.bonus เพราะว่าไม่สามารถดำเนินการย้อนหลังได้

bahn.bonus Card

สะสมคะแนน bahn.bonus ได้ถึงแม้จะไม่มี BahnCard

คุณสามารถสะสมคะแนนจากข้อเสนออันหลากหลายของ DB ด้วย bahn.bonus Card เพียงแค่สั่งซื้อ bahn.bonus Card โดยไม่เสียค่าธรรมเนียม และเริ่มสะสมคะแนนไว้แลกของรางวัลน่าสนใจได้เลยค่ะ

**BahnCard ทุกประเภทมีอายุ 1 ปี และจะต่ออายุเองโดยอัตโนมัติถ้าหากไม่ได้แจ้งยกเลิกภายในเวลา 6 สัปดาห์ก่อนหมดอายุ** Smiley

โดยปกติแล้วในใบลงทะเบียนสมัครสมาชิก BahnCard เขาจะให้กรอกเลขที่บัญชีของผู้สมัคร (เน้นว่าเป็นบัญชีในประเทศเยอรมนีเท่านั้น)

BahnCard 25 และ BahnCard 50 สามารถสมัคร หรือสั่งซื้อทางออนไลน์ได้ค่ะ มีแบบชั่วคราวพิมพ์ออกมาใช้ก่อน และจะได้รับบัตรจริงทางไปรษณีย์ภายหลัง กับสั่งซื้อทางไปรษณีย์โดยรอรับบัตรจริงที่บ้านค่ะ ส่วน BahnCard 100 ต้องกรอกแบบฟอร์มภาษาเยอรมันและส่งใบสมัครทางไปรษณีย์ หรือสมัครได้ที่ Reisezentrum (ศูนย์บริการผู้เดินทางที่สถานีรถไฟ) เท่านั้นค่ะ

ลูกหมวยเคยได้รับคำถามเกี่ยวกับการยกเลิก BahnCard เข้ามาเหมือนกันค่ะ เราหา contactมาให้เพื่อน ๆได้แล้วนะคะ การยกเลิก BahnCard ต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษรภายในเวลา 6 สัปดาห์ก่อนบัตรหมดอายุโดยส่งไปที่

BahnCard Service

60643 Frankfurt

E-Mail:
bahncard-service@bahn.de

ทีนี้เพื่อน ๆที่เดินทางในเยอรมนีคงตอบตัวเองได้แล้วนะคะว่า BahnCard เหมาะกับตัวเองหรือไม่ (ขอกระซิบนิดนึงว่าเคยได้ยินมาว่าขั้นตอนการขอยกเลิกวุ่นวายน่าดูเลยค่ะ ไม่แน่ใจว่ามีปัญหาเรื่องภาษาหรือเปล่านะคะ)

ปล. ถ้าเพื่อน ๆมีข้อสงสัยเรื่องการเดินทาง หรือตั๋วรถไฟ สามารถสอบถามได้ที่ sales@railgermany.net นะคะ 

คราวหน้าลูกหมวยจะพาเพื่อน ๆไปขึ้นรถไฟเยอรมันกันค่ะ Smiley





Create Date : 05 กรกฎาคม 2556
Last Update : 5 กรกฎาคม 2556 17:19:06 น.
Counter : 1378 Pageviews.

0 comment
ประเภทของตั๋ว Eurail Pass ที่หลายคนยังสับสน
Smiley วันนี้ลูกหมวยจะพาเพื่อน ๆไปทำความรู้จักกับตั๋วรถไฟยุโรปประเภท Pass กันค่ะ Smiley




ถ้าหากคุณไม่ใช่ชาวยุโรปหรือเดินทางเข้ายุโรปไปยังไม่เกิน 6เดือน (นับจากตราประทับบนหน้าหนังสือเดินทาง)และต้องการเดินทางเที่ยวในทวีปยุโรปจะมีตั๋วรถไฟแบบ EurailPass ให้เลือกทั้งหมด4 ประเภทซึ่งขึ้นอยู่กับจุดหมายปลายทาง และระยะเวลาในการเดินทางค่ะ

1. Eurail Global Pass:









เหมาะสำหรับการเดินทางด้วยรถไฟไม่จำกัดเที่ยวทั่วทวีปยุโรปทั้ง 24ประเทศ ได้แก่ Austria (รวมถึง Liechtenstein),Belgium, Bulgaria, Croatia, Czech Republic, Denmark, Finland, France (including Monaco), Germany, Greece, Hungary, Italy, Luxembourg, the Netherlands, Norway,Portugal, Republic of Ireland, Romania, Slovakia, Slovenia, Spain, Sweden,Switzerland และ Turkey ซึ่งตั๋วประเภทนี้จะมีให้เลือกทั้งแบบConsecutive (เดินทางติดกันทุกวันตั้งแต่ 15 วัน, 21 วัน และ 1, 2, 3 เดือน)และ Flexi (เลือกวันเดินทางได้ 10 หรือ15 วัน ภายใน  2 เดือน)

เป็นตั๋วประเภท First Class สำหรับผู้ใหญ่เดินทางท่านเดียวและ/เดินทางด้วยกัน 2 ท่านขึ้นไป (Saver) และเป็นตั๋วประเภท Second Class สำหรับเยาวชนอายุไม่เกิน25 ปี

2. Eurail Select Pass


ผู้เดินทางสามารถเลือกจุดหมายปลายทางได้ 4 ประเทศจากทั้งหมด 24 ประเทศในยุโรปซึ่งต้องเป็นประเทศที่มีพรมแดนติดกัน สามารถเดินทางถึงกันทางรถไฟ หรือทางเรือ

**ตั้งแต่เดือนเมษายน ปี 2014 เป็นต้นไปประเทศฝรั่งเศสจะกลับมาอยู่ในกลุ่มประเทศที่ผู้เดินทางจะเลือกใช้ตั๋วประเภทนี้เดินทางได้**

เป็นตั๋วเดินทางที่มีให้เลือกวันเดินทางจำนวน 5, 6, 8 หรือ 10 วันภายในระยะเวลา 2 เดือน โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางติดกันทุกวันค่ะ (ผู้โดยสารกรอกวันเดินทางลงบนหน้าตั๋วเองค่ะ)

เป็นตั๋วประเภท First Class สำหรับผู้ใหญ่เดินทางท่านเดียวและ/เดินทางด้วยกัน 2 ท่านขึ้นไป (Saver) และเป็นตั๋วประเภท Second Class สำหรับเยาวชนอายุไม่เกิน25 ปี

3. European Regional Pass


ใช้สำหรับการเดินทางใน 2 ประเทศที่มีพรมแดนติดต่อกันไม่จำกัดเที่ยว

เป็นตั๋วเดินทางที่มีให้เลือกวันเดินทางจำนวน 5, 6, 8 หรือ 10 วันภายในระยะเวลา 2 เดือน

เป็นตั๋วประเภท First Class/Second Class สำหรับผู้ใหญ่เดินทางท่านเดียวและ/เดินทางด้วยกัน 2 ท่านขึ้นไป (Saver) และเป็นตั๋วประเภท Second Class สำหรับเยาวชนอายุไม่เกิน25 ปี

4. European National Pass


เป็นตั๋วรถไฟสำหรับการเดินทางในประเทศใดประเทศหนึ่งในยุโรปตามที่คุณเลือกไม่จำกัดจำนวนเที่ยวและจำนวนวันเดินทางที่สามารถเลือกได้สำหรับแต่ละประเทศจะไม่เท่ากัน ตั๋วมีให้เลือกทั้ง First Class และ Second Class ค่ะ

ซึ่งตั๋วแต่ละประเภทจะมีเงื่อนไขในการใช้ไม่เหมือนกันและบางเส้นทางผู้ถือตั๋วเหล่านี้จะต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมจากอัตราค่าโดยสารปกติและบางเส้นทางก็บังคับจองที่นั่งดังนั้นผู้เดินทางจำเป็นต้องศึกษารายละเอียดให้รอบคอบก่อนการเดินทางนะคะ Smiley


Smiley ทีนี้เรามาดูหน้าตาตั๋วประเภท Eurail Pass กันค่ะ

ตัวอย่างของเราเป็นตั๋ว Eurail Benelux-France Pass ประเภท Saver

ปกติแล้วตั๋วจะมี 2 ใบนะคะ จะแบ่งเป็นหน้าตั๋ว 1 ใบ และ Control Voucher ที่มีชื่อผู้โดยสาร


1. ชื่อ และประเภทของตั๋ว Eurail Pass 

2. ระยะเวลาที่ตั๋วมีผลบังคับใช้

3. กำหนดระยะเวลาภายใน 2 เดือนนั้นที่ตั๋วมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันแรกที่ขอเปิดใช้ตั๋วทบไปจนครบ 2 เดือน

4. วันเดินทาง และเดือนที่ผู้ถือตั๋วต้องกรอกเองก่อนขึ้นรถไฟทุกวันที่เดินทาง

5. ปกติจะมีคำว่า See Control Voucher ระบุอยู่

6. เป็นตราประทับที่เจ้าหน้าที่ที่สถานีรถไฟจะประทับให้เมื่อผู้โดยสารขอเปิดใช้ตั๋วครั้งแรก

ลักษณะของหน้าตั๋วอาจจะต่างกันบ้างแล้วแต่สังกัดของเอเยนต์ที่ออกตั๋วค่ะ


เพิ่มเติมนิดนึงค่ะ ตั๋วประเภท Pass จะต้องมีหน้าปกด้วยนะคะ ตามปกติแล้วผู้ออกตั๋วจะต้องเย็บตั๋วติดกับปกให้ผู้โดยสารทุกครั้งค่ะ


ว้าว... วันนี้เล่ายาวจริง ๆ คราวหน้าจะพูดถึงตั๋วประเภทอื่น ๆที่ใช้เดินทางในยุโรปนะคะว่านอกจาก Pass แล้ว ผู้เดินทางยังมีทางเลือกอื่น ๆที่ประหยัด คุ้มค่าสำหรับการเดินทางแบบไหนอีกบ้าง


ขอบคุณที่ติดตามกันค่ะ ^o^ 




Create Date : 02 กรกฎาคม 2556
Last Update : 4 เมษายน 2557 11:03:21 น.
Counter : 8881 Pageviews.

4 comment
โจทย์ที่เป็นประโยคบอกเล่าสั้น ๆประโยคเดียวจากลูกค้า แต่มีความหมายกว้างราวกับมหาสมุทร
สวัสดีค่ะเพื่อน ๆทุกคน :)

ลูกหมวยคิดว่าจากประสบการณ์ที่ไปแบกเป้เที่ยวมาเองทั้งเยอรมนีและสวิตเซอร์แลนด์ รวมถึงประสบการณ์ทำงานในสายท่องเที่ยวด้วยการให้คำแนะนำลูกค้าที่ต้องการเดินทางด้วยรถไฟในทวีปยุโรป น่าจะมีข้อมูล และข้อคิดที่เป็นประโยชน์สำหรับผู้เดินทาง และเพื่อน ๆที่ต้องการศึกษาข้อมูลก่อนการเดินทางมาแชร์กัน ก็เลยเปิดอีกกรุ๊ปขึ้นมาให้เพื่อน ๆได้ตามอ่านกันค่ะ ถ้าข้อมูลไหนที่เพื่อน ๆรับทราบมาแล้วอัพเดทมากกว่า หรือมีเรื่องราวสนุกสนานที่อยากจะเมนท์ หรืออยากจะแชร์ ลูกหมวยยินดีรับฟังนะคะ ^^ เพราะลูกหมวยเองก็ได้ข้อมูลมาจากลูกค้าเยอะเหมือนกันค่ะ

วันนี้มาเล่าเรื่องสนุก ๆที่เจอจากลูกค้าให้อ่านกันดีกว่าค่ะ (เรื่องมันเศร้าสำหรับคนรับสาย แต่พอเอามาเล่าแล้วฮาสำหรับคนอ่าน)

มีอยู่วันหนึ่งได้รับโทรศัพท์จากลูกค้าที่น่ารัก


ลูกค้าที่น่ารัก: น้องคะพี่อยากเที่ยวเยอรมนีค่ะ  Smiley

ลูกหมวย: (Smileyอยากจะบอกลูกค้าใจจะขาดว่าหนูไม่ได้ทำงานการท่องเที่ยวเยอรมันนะคะ หนูขายตั๋วรถไฟค่ะพี่)
เอ่อ.... พี่คะ โจทย์พี่กว้างมากเลยค่ะ Smiley พี่ลองหาหนังสือท่องเที่ยวเยอรมนีมาอ่านก่อนดีไหมคะ แล้วลองดูเมืองที่พี่สนใจ กำหนดช่วงเดินทางแล้วมาคุยให้หนูฟังคร่าว ๆก่อนก็ได้ค่ะ หนูรับปรึกษาแผนเที่ยวค่ะ ไม่ต้องห่วง

ลูกค้าที่น่ารัก: พี่ไม่ว่างหรอกค่ะน้อง พี่ต้องทำงานค่ะ

ลูกหมวย: Smiley

อ้ว... เจอแบบนี้เข้าไปแล้วใครจะไม่อึ้ง ถ้าถามว่าหน้าที่ของหนูจริง ๆคืออะไร หนูจะตอบว่า หนูขายตั๋วรถไฟค่ะพี่ รับปรึกษาแผนเที่ยว และหาประเภทของตั๋วที่คุ้มค่า และเหมาะสมที่สุดสำหรับการเดินทางของลูกค้าแต่ละท่านค่ะ ไม่ได้รับวางแผนตั้งแต่ศูนย์ เพราะหนูไม่อาจจะทราบได้ว่าความต้องการของผู้เดินทางแต่ละท่านเป็นอย่างไร เคยมีลูกค้าที่ไปด้วยกันขนาดวางแผนกันมาเรียบร้อยแล้วยังมานั่งเถียงกันต่อหน้าลูกหมวยหลายครั้ง อาชีพเสริมในอนาคตก็อาจจะกลายเป็นกรรมการห้ามมวยได้นะคะ Smiley

มีอีกหลายกรณีที่เจอโจทย์ยากมาก และแทบจะหาคำตอบให้ไม่ได้เช่นกัน

ลูกค้าที่น่ารักสุดๆ: น้องคะ พี่มีเวลา 12 วัน พี่อยากเที่ยวเยอรมนี ฝรั่งเศส ออสเตรีย สวิต อิตาลีค่ะ Smiley

ลูกหมวย: Smiley


งานเข้าไหมคะพี่น้อง... ถ้าเป็นเพื่อน ๆจะตอบลูกค้าท่านนี้อย่างไรดีคะ

จากประสบการณ์ทำงานในสายท่องเที่ยว 1 ปีครึ่ง (น้อยมากนะคะถ้าเทียบกับผู้เชียวชาญในสายนี้) ได้เจอลูกค้าครบทุกประเภท ในฐานะ Ticketing & Travel Consultant อยากจะสรุปในความเห็นของตัวเองว่า ผู้โดยสารที่เดินทางเองมีอยู่ 3 แบบค่ะ

1. ไม่รู้อะไรเลยจริง ๆเกี่ยวกับสถานที่ที่อยากไป หรือถูกบังคับให้ไป ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าประเทศนั้นอยู่ตรงไหน Smiley

2. รู้ข้อมูลบ้าง พอมีภาพรวมสำหรับการเดินทางเพราะได้ศึกษามาบ้างแล้ว Smiley

3. รู้หมดทุกอย่าง หาข้อมูลมาปึ้กมาก เก่งกว่าคนขายอีกค่ะ Smiley (เอาไปเลยล้าน likes) ที่มาหาเราเพราะต้องการแค่ซื้อตั๋วเท่านั้นเอง

(ประเภทที่ 4 ที่ไม่อยากจะนับ แต่อยากจะบอกว่ามีคือ รู้เยอะมาก แต่ที่รู้มาผิด หรือไม่อัพเดทแล้วมาเถียงเราเอาเป็นเอาตาย...)

หัวหน้าของลูกหมวยจึงย้ำเสมอว่าข้อมูลเราต้องแม่น ต้องอัพเดทตัวเองตลอดเวลา เพราะสายงานนี้จะเจอคำถามจากลูกค้าที่ไม่ใช่เฉพาะเรื่องตั๋วแน่นอน เคยเจอแม้กระทั่งถามว่าพี่ไปเที่ยวพี่ต้องเอากระติกน้ำไปด้วยไหมคะ มือใหม่หัดเดินทางไม่ผิดที่จะถามค่ะ... ทุกคนมีคำถามได้ทั้งนั้นเพราะจะกังวลไปหมดทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องภาษา เรื่องการเดินทาง จะตกรถไหม ขึ้นรถไฟยังไง สัมภาระทำยังไง ฝากของที่ไหน เที่ยวที่ไหนดี มีร้านอาหารอร่อยแนะนำไหม sightseeing tour ในเมืองติดต่อทีไหน คำถามล้านแปด หลายเรื่องเราก็ไม่รู้ก็ต้องไปแสวงหาคำตอบมาให้ และจากการไปหาคำตอบให้ลูกค้า ลูกหมวยเองก็ได้รู้เรื่องต่าง ๆเพิ่มขึ้นเยอะเลยค่ะ เรียกว่าต้องขอบคุณลูกค้าด้วยเหมือนกันค่ะ Smiley

ต่อจากนี้ไปจะเล่าเรื่องการเดินทางที่ลูกหมวยไปแบกเป้เที่ยวเองมา กับแนะนำประเภทของตั๋วโดยสารรถไฟในยุโรปให้อ่านกันนะคะ คอยติดตามกันนะคะ



Create Date : 27 มิถุนายน 2556
Last Update : 10 กรกฎาคม 2556 14:57:35 น.
Counter : 584 Pageviews.

0 comment
1  2  

Mission Wiederaufbau
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]



สวัสดีค่ะ หมวยอ้วนตาขีดค่ะ
เป็นปุถุชนคนแสนธรรมดาคนหนึ่งบนโลกใบนี้ที่มีความสุขบ้าง ทุกข์บ้าง ยินดีที่รู้จักทุกคนนะคะ ~_~
New Comments