แล้วเราก็แคล้วคลาดจากขี้หมาอย่างไม่น่าเชื่อ

แล้วเราก็แคล้วคลาดจากขี้หมาอย่างไม่น่าเชื่อ


อานิสงค์ของการกวาดทาง


สวัสดีค่ะทุกท่าน วันนี้ลูกหมวยจากจะเล่าเรื่องอะไรเล็ก ๆน้อยที่เกิดกับตัวเองให้อ่านกันค่ะ


ปกติลูกหมวยจะใส่บาตรหน้าบ้านก่อนออกจากบ้านไปทำงานทุกวัน ยกเว้นวันพระเพราะว่าหลวงพ่อท่านไม่มาบิณฑบาตค่ะ ตอนแรกก็รู้สึกไม่อยากใส่หรอกค่ะ เพราะว่าถูกคุณพ่อบังคับก็เลย “จำใจ” ต้องตื่นเช้ามาใส่ คนเราเนี่ยความทำดีมันทำยากจริง ๆอย่างที่ท่านว่า แต่ลูกหมวยก็ต้องเอาชนะใจตัวเองค่ะ ตื่นไม่เกิน 6 โมงอาบน้ำเสร็จลงมารอใส่บาตร คุณพ่อลูกหมวยเล่าให้ฟังว่า คุณยายข้างบ้านที่ท่านเสียชีวิตไปนานแล้วท่านเคยนิมนต์ให้หลวงพ่อเดินมารับบาตรเส้นทางนี้ 20 ปีมาแล้วน่ะค่ะ ตั้งแต่คุณยายท่านนี้กับคุณทวดของลูกหมวยยังมีชีวิตอยู่และใส่บาตรตรงข้ามบ้านกันทุกเช้าจนเสียชีวิตไปนานแล้วทั้งคู่ จนถึงทุกวันนี้หลวงพ่อท่านก็ยังเดินมาโปรดค่ะ เว้นแต่วันที่ท่านติดกิจธุระหรือไม่สบาย ถ้าวันไหนท่านไม่มา วันรุ่งขึ้นท่านจะบอกเหตุผลทุกครั้งค่ะ


บ้านลูกหมวยอยู่ในซอยค่ะ มีถนนเล็ก ๆตัดผ่านหน้าบ้านให้สัญจรได้สะดวกพอควร แต่ถ้าทางเดินหน้าบ้านไม่มีน้องหมา น้องแมวทั้งหลายที่ไม่มีเจ้าของ หรือมีเจ้าของแต่ว่าถูกปล่อยให้เพ่นพ่านตอนกลางคืนผ่านมาทางหน้าบ้านลูกหมวยก็ดีสิคะ (คิดแบบคนเห็นแก่ตัวอะนะ) ตอนเดินก้าวออกจากประตูบ้านตอนเช้าต้องมองซ้ายมองขวาว่ามีเพื่อนร่วมทุกข์ตัวไหนมาปล่อยของฝากที่ไม่พึงประสงค์ไว้หน้าบ้านเรารึเปล่า ตรงใกล้ ๆจุดที่เราจะยืนใส่บาตรหลวงพ่อท่านรึเปล่าน้อ เมื่อก่อนนี้เจอประจำค่ะ เจอทีไรก็จะเบือนหน้าหนี... เจออีกแล้ว แล้วก็จะมีกลิ่นตามมาด้วยทั้ง ๆที่อยู่ไกลจากจุดที่ลูกหมวยยืน เรียกว่าแค่เห็นภาพ กลิ่นก็ตามมาอย่างไม่น่าเชื่อ (ปรุงแต่งไปเรื่อยจริง ๆค่ะ) ลูกหมวยบ่นให้คุณพ่อฟังประจำเลยค่ะ “ป๊า...นี่หนูเจอเป็นกองเกือบทุกวันเลยนะ เบื่อจัง” คุณพ่อก็จะบอกว่าเจ้ากรรมนายเวรมาพิสูจน์ใจเราไง รับได้รึเปล่าล่ะลูก ลูกหมวยได้แต่เซ็งค่ะ...เบือนหน้าหนี หรือไม่ก็หาอะไรมาปิดทับไว้บางทีทั้ง ๆที่อยู่หน้าบ้านคนอื่น แต่มันมองไปก็เจออะค่ะ เคยเจอตรงจุดที่ยืนใส่บาตรเลยจัง ๆด้วยซ้ำ ลูกหมวยเลยยกเก้าอี้วางถาดใส่บาตรหนีไปอยู่จุดอื่นเลยค่ะ เรียกว่าหลอนได้ใจจริง ๆยิ่งหลบยิ่งเจอได้เกือบทุกเช้า... เฮ้อ..แทนที่ตื่นเช้ามาใส่บาตรจะได้สดชื่นแจ่มใส กลับเห็นของไม่น่าพึงประสงค์ตามมาด้วยกลิ่นที่อุปทานขึ้นมาเองอีกตะหาก


ลูกหมวยเห็นคุณลุงที่อยู่บ้านถัดไปหน่อยท่านกวาดถนนหน้าบ้านทุกวัน จำได้ว่าเรามองท่านด้วยความชื่นชมค่ะ ดีจังเลย หน้าบ้านสะอาด ถนนสะอาด ใจคนกวาดต้องสะอาดด้วยแน่เลย ลูกหมวยเลยมองไปที่ถังขยะกทมหน้าบ้าน อ้าว...มีไม้กวาดทางมะพร้าวกับที่โกยผงอยู่ด้วยนี่นา มันมีตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมเราไม่เคยเห็นมาก่อนล่ะนี่ ก่อนหน้านี้มัวแต่สำรวจของไม่พึงมอง เอาล่ะ... มีมาได้ทุกวันเลยใช่ไหม ลูกหมวยเลยหยิบไม้กวาดนั่นกวาดเลยค่ะ มีอะไรอยู่กวาดหมด โดยเฉพาะของไม่พึงประสงค์ ตอนแรกคิดเพียงแต่ว่าทำให้มันพ้น ๆสายตาไปซะ จะได้ไม่ต้องเห็นอีก แถมกวาดเสร็จยังกระแทกที่โกยผงลงถังขยะด้วยความขยะแขยง...ยี้...เป็นหน้าที่เราตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย แล้วมันก็มีมาให้กวาดเกือบทุกวันจริง ๆค่ะ เหมือนมาลองใจว่าจะทนได้นานแค่ไหน พอกวาดไปได้สักพักนึงก็รู้สึกภูมิใจเล็ก ๆว่าเราก็ทำได้นะ กวาดขี้หมาเนี่ย ทั้ง ๆที่ชีวิตนี้ไม่เคยเลย ปกติแค่เห็นก็รับไม่ได้แล้ว ก็เลยมาเล่าให้คุณพ่อฟังว่า “ป๊า วันนี้มีมาให้หนูกวาดอีกแล้วนะ แต่รู้สึกดีจังเลยอะ” คุณพ่อก็ยิ้มตอบค่ะ ท่านบอกว่าดีแล้ว


ไป ๆมา ๆก็เริ่มคิดได้ว่าที่เรากวาดทางเนี่ย เป็นเพราะว่าเราอยากให้ทางสะอาด และที่สำคัญทางนี้เป็นทางที่หลวงพ่อท่านเดินผ่านทุกเช้าเพื่อมารับบาตร หลวงพ่อท่านเดินเท้าเปล่านะ... เรามีรองเท้าใส่เรายังขยะแขยงเลยถึงเหยียบขี้หมาไปมันก็ไม่ได้โดนเท้าเราโดยตรง แต่หลวงพ่อท่านเดินผ่านเส้นทางนี้ทุกวันมา 20 ปีตั้งแต่ยังไม่ได้เทคอนกรีตเลย หลวงพ่อท่านเป็นตัวอย่างที่ดีจริง ๆค่ะ ตั้งแต่นั้นมาลูกหมวยตอนก้าวเท้าออกจากบ้านเพื่อจะวางถาดของใส่บาตรก็จะมองทางยาว ๆที่หลวงพ่อท่านเดินผ่านว่ามีอะไรขวางทางท่านไหม ไม่ว่าจะเป็นเศษใบไม้ ขยะ ไม้เสียบลูกชิ้น ขี้หมา หรืออะไรก็แล้วแต่ ลูกหมวยจะรีบหยิบไม้กวาดมากวาดทั้งหมดออกไปให้พ้นทางนั้น เพื่อให้ท่านได้เดินผ่านโดยสะดวก และเป็นของแถมให้ทุกคนที่เดินผ่านด้วย ให้ได้ใช้เส้นทางที่สะอาด และปราศจากอันตรายจากเศษแก้ว ไม้เสียบลูกชิ้นหรืออะไรต่าง ๆ


สิ่งแรกที่ลูกหมวยได้รับจากการกวาดทางคือความสุขค่ะ เห็นทางสะอาดน่าเดินผ่าน หลวงพ่อท่านเดินได้โดยไม่ต้องหลบ เพราะก่อนหน้านี้ลูกหมวยเห็นท่านเดินหลบของบนพื้นถนนบ่อย ๆ


จากนั้นมาสิ่งที่ไม่น่าเชื่อที่เกิดขึ้นกับตัวคือ ลูกหมวยเดินพ้นขี้หมา หรือสิ่งสกปรกบนพื้นไปแบบเฉียด ๆบ่อยมากโดยไม่เหยียบเลยค่ะ จะเห็นก่อนแบบก้าวต่อก้าวเลยค่ะ เมื่อก่อนนี้ยังไงก็ต้องเหยียบแน่ เพราะความที่เป็นคนซุ่มซ่ามอยู่แล้ว ทำอะไรไม่ค่อยมอง ไม่น่าเชื่อจริง ๆค่ะ เรื่องนี้เกิดกับตัวจนรู้สึกได้เลยว่าเป็นผลบุญจากการที่เรากวาดทางจริง ๆค่ะ


อ่านแล้วยิ้มกันรึเปล่าคะ ความดีทำยากค่ะ แต่ถ้าทำได้แล้วมันจะเกิดความสุข และเห็นผลของความดีได้หลังจากที่ทำไม่นานเลยจริง ๆนะคะสำหรับลูกหมวย ขณะนี้กำลังอยู่บนเส้นทางเดินสร้างสมความดี จนกว่าจะถึงวันที่เราละทั้งดีทั้งชั่วได้ ลูกหมวยขออนุโมทนาบุญกับผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบทุกท่านด้วยค่ะ สาธุ ~_~










Create Date : 08 มกราคม 2553
Last Update : 10 กรกฎาคม 2556 13:05:25 น.
Counter : 266 Pageviews.

3 comment
ไม่อยากเป็นโต๊ะ...ก็รู้
หนูไม่อยากเป็นโต๊ะค่ะ

“อยากเป็นโต๊ะว่ะ... จะได้ไม่ต้องมีความรู้สึก”
โหเฮีย ถึงขั้นอยากเป็นโต๊ะกันเลยเหรอคะ อยากมีหน้ากว้างแล้วมีขา 4 ขาเพื่อเป็นที่วางสิ่งของต่าง ๆ หรืออยากเป็นเครื่องระบายอารมณ์ (ถูกตบ) เวลาคนเค้าโมโหเลยเหรอคะเนี่ย ไม่ไหวมั้ง แต่เอ.. คนตบโต๊ะนี่เจ็บเอง หรือโต๊ะมันเจ็บได้ล่ะนั่น

เพื่อน ๆเคยสงสัยกันรึเปล่าคะว่า ถ้าโต๊ะพูดได้เนี่ย มันจะพูด หรือบ่นว่าอะไร... อืมม น่าคิดเหมือนกันเนอะ

ถ้าเป็นโต๊ะเขียนหนังสือที่ห้องเราคงบอกว่า เอ่อ...ช่วยจัดของบนหน้าผมหน่อยได้มั้ย ผมจะขาดออกซิเจนตายอยู่แล้ว ปล่อยให้รกอยู่แบบนี้ชาติเศษแล้ว ไม่เห็นจัดการอะไรซักที หนักจะแย่อยู่แล้วนะ ถ้าดึงอะไรออกชิ้นเดียวที่เหลือก็จะล้มครืนลงมาทั้งกอง

ถ้าเป็นโต๊ะที่ออฟฟิศก็คงจะ ”บ่น” ว่า นี่สายอะไรเนี่ย เต็มไปหมดเลย (ก็สายคอมอะดิ ถามได้) ทำไมไม่ผูกให้เรียบร้อย ไม่กลัวไฟช็อตตายตาคอมเหรอ (ไม่กลัว น่าลองเหมือนกัน เอ้อ... ไม่ใช่วัวนี่ถึงต้องรักแล้วให้ผูกอะ)

จริง ๆแล้วดีรึเปล่านะที่สิ่งของต่าง ๆไม่มีชีวิตจิตใจ ถ้าสักวันมีนางฟ้าผู้ใจดีเหมือนในเรื่องพินอคคิโอมาเสกให้สิ่งของมีชีวิตจิตใจขึ้นมาได้ จะเกิดอะไรขึ้นกับโลกที่ยุ่งวุ่นวายไปด้วยมนุษย์ และสัตว์ที่มีชีวิต(อยู่แล้ว)กันหนอ

สมมติว่า โทรศัพท์ มีชีวิต อุ๊แม่เจ้า... ไม่อยากจะคิดเลยว่ามันจะรู้สึกยังไงในฐานะเครื่องมือสื่อสารระหว่างคนที่อยู่ปลายสายทั้งสอง จะรำคาญ จะเลี่ยน จะรู้สึกอยากรู้อยากเห็น ลุ้นแทนอีกฝ่าย หรือปลง...
แล้วถ้ารองเท้าพูดได้ล่ะ... มันจะเล่าเรื่องราวของชีวิตตัวเองว่าอะไร มันจะดีใจมั้ยที่ได้เกิดมาเป็นรองเท้า เอ... ไม่แน่เหมือนกันนะคะ รองเท้าอาจจะมีความสุขที่ได้ทำหน้าที่ของมันก็ได้นะ

หรือเก้าอี้ถ้าเก้าอี้มีชีวิตขึ้นมาแล้วสามารถเลือกได้ว่าจะยอมเป็นที่รองนั่งของเราอยู่รึเปล่า เพื่อน ๆคิดว่ามันจะยังยอมเป็นเก้าอี้อยู่ หรือจะกระโดดหนีไม่ยอมให้เราวางก้นลงบนตัวมันอีกต่อไป เพราะบางทีเราก็ไม่ได้แค่วางก้นแล้วไม่ทำอย่างอื่นบนเก้าอี้นี่นา อืมม...

ตัวอย่างสุดท้าย สุขภัณฑ์รองรับความทุกข์ หรือสิ่งที่น่าสงสารที่สุดที่ขึ้นต้นด้วยคำว่า “โถ” และอยู่ในห้องน้ำ แค่ได้ยินชื่อก็รู้สึกสงสารแล้ว ก็แหม มีคำว่า “โถ” อยู่ข้างหน้านี่นา ถ้าเขาพูดได้... โลกนี้จะเป็นยังไง จะยังมีคนกล้าไประบายทุกข์กับเขาอีกมั้ย แล้วตัวเขาเองจะเล่าเรื่องราวชีวิตของเขาที่ต้องอยู่นิ่ง ๆตลอด เคลื่อนไหวไปไหนมาไหนไม่ได้ และเป็นที่รองรับทุกข์สารพัดรูปแบบของสิ่งมีชีวิตที่บางครั้งก็ไม่ใช่มีเพียงแค่คน... เขาจะรู้มั้ยว่าตัวเองทำให้คนอื่นหายทุกข์ และเป็นสุขได้ในเวลาไม่นาน แถมบางครั้งยังเป็นที่ต้องการของคนมีทุกข์ถึงขั้นต้องแย่งกันเลยทีเดียวถ้ามีไม่พอ เขาอาจจะมีความสุข และภูมิใจในตัวเองสุด ๆก็ได้นะคะ

แต่คนเราน่ะค่ะ มีความรู้สึก และเพราะความรู้สึกที่เราเอาตัวลงเข้าไปคลุกด้วยนี่แหละ ที่ทำให้เราทุกข์ ถ้าหากว่าเรารู้สึกอะไรขึ้นมา แล้วไม่ลงไปปรุงแต่ง เพียงแค่ “รู้” ว่ารู้สึก ก็จบ แล้วจะเห็นว่าความรู้สึกทั้งสุข ทุกข์ หรือเฉย ๆ ดีใจ เสียใจ มันเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป ต่อให้อยากจะรั้งให้ความรู้สึกนั้นคงอยู่นานแค่ไหน หรืออยากให้มันหายไปเลยในพริบตาเราก็ทำไม่ได้ จำได้รึเปล่าคะ ว่าเรามีความสุขล่าสุดนานแค่ไหน แล้วความสุขนั้นยังอยู่กับเรา ณ ปัจจุบันนี้รึเปล่า หรือความทุกข์ที่เกิดขึ้น ตอนนี้เรายังทุกข์ด้วยความรู้สึกนั้นอยู่อีกมั้ย ถึงอยากจะไปขุดหรือจงใจจะลืมเรื่องในอดีต มันก็ไม่ได้ประโยชน์อะไร เพราะมันผ่านไปแล้ว จะเอื้อมคว้าอนาคตก็หาความแน่นอนไม่ได้ เพราะมันยังไม่เกิดขึ้น เพียงแค่ “รู้” ปัจจุบันขณะไปบ่อย ๆไม่ต้องทำอะไร สักวันเราจะเห็นความจริงว่าทุกสิ่งทุกอย่างมันผ่านมาแล้วก็ผ่านไปทั้งนั้น ไม่ควรเลยที่จะไปยึดมั่นถือมั่น เพราะท้ายที่สุดแล้วมันไม่มีอะไรเลยที่เราจะยึดให้อยู่กับเราได้ แม้แต่ชีวิตของเราเองเรายังต้องคืนให้แก่ธรรมชาติเมื่อถึงเวลา ความจริงข้อนี้ไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้แม้แต่พระพุทธองค์เองก็เสด็จดับขันธปรินิพพาน แล้วเราที่เป็นปุถุชนผู้หนาไปด้วยกิเลสเล่า...

“หากท่านคิดที่จะออกจากทุกข์ ท่านจงเรียนรู้ที่จะอยู่กับทุกข์ให้ได้เถิด”

เกิดมาเป็นมนุษย์ทั้งที โอกาสในการสะสมบารมี และลงมือปฏิบัติเพื่อเดินสู่เส้นทางแห่งการไม่ต้องกลับมาเวียนว่ายตายเกิดมีอยู่กับตัวแล้วค่ะ เร่งความเพียร เรียนรู้ความจริงของชีวิตเถอะค่ะ หนทางอาจจะยาวไกล แต่ถ้าเริ่มเดินให้ถูกทางตั้งแต่วันนี้ จุดหมายคงไม่ไกลแล้วล่ะค่ะ

ปล. ขอเป็นกำลังใจให้กับทุก ๆคนเลยค่ะ ~_~



Create Date : 10 ตุลาคม 2551
Last Update : 10 กรกฎาคม 2556 13:02:51 น.
Counter : 156 Pageviews.

3 comment

Mission Wiederaufbau
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]



สวัสดีค่ะ หมวยอ้วนตาขีดค่ะ
เป็นปุถุชนคนแสนธรรมดาคนหนึ่งบนโลกใบนี้ที่มีความสุขบ้าง ทุกข์บ้าง ยินดีที่รู้จักทุกคนนะคะ ~_~
New Comments