Eurail Regional Pass เที่ยวยุโรปสองประเทศที่มีพรมแดนติดกัน
สวัสดีค่ะเพื่อน ๆทุกท่าน

ลูกหมวยเคยเล่าเรื่องของตั๋วประเภท Rail Pass ที่ใช้เดินทางในทวีปยุโรปสำหรับผู้โดยสารที่ไม่ใช่ชาวยุโรปที่แบ่งออกเป็น 4ประเภทไปแล้วในบล็อคแรก ๆนะคะ วันนี้ลูกหมวยจะมาเล่าเรื่องของตั๋ว Eurail Regional Pass เพิ่มเติม


สมมติว่าเรากางแผนที่ยุโรปก่อนวางแผนเที่ยวเราก็จะเห็นว่าประเทศที่อยู่แทบจะใจกลางของยุโรปคือเยอรมนี แล้วถ้าเพื่อน ๆมีแผนเที่ยวยุโรปประมาณ 4 – 10 วัน และต้องการเที่ยว 2 ประเทศ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือเยอรมนี และที่เหลือคืออีกประเทศที่มีพรมแดนติดกันเพื่อน ๆมีไอเดียไหมคะสำหรับการเลือกใช้ตั๋วรถไฟประเภทไหนถึงจะเหมาะสมและคุ้มค่าที่สุดสำหรับการเดินทาง?

เยอรมนีมีเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนติดกันทั้งหมด9 ประเทศได้แก่ เดนมาร์ก, เบลเยียม, เนเธอแลนด์, ลักเซมเบิร์ก (กลุ่มประเทศเบเนลักซ์), ฝรั่งเศส, สวิตเซอร์แลนด์,ออสเตรีย,สาธารณรัฐเชกฯและ โปแลนด์

Smileyข้อบังคับของตั๋ว Eurail Regional Pass คือ ใช้สำหรับเดินทางโดยรถไฟในประเทศ 2 ประเทศที่มีพรมแดนติดกัน

สมมติว่าเพื่อนๆตัดสินใจเลือกไปเที่ยวประเทศเยอรมนี และกลุ่มประเทศเบเนลักซ์โดยวางแผนเที่ยวในเยอรมนี5 วัน และเบเนลักซ์อีก 5 วัน เพื่อน ๆอาจจะเลือกซื้อตั๋วโดยสารเป็น German Rail Pass และ Benelux Pass สำหรับการเดินทาง แต่เพื่อน ๆจะต้องซื้อตั๋วประเภท Point to Point สำหรับการเดินทางข้ามประเทศซึ่งค่าโดยสารอาจจะแพงกว่าที่คิดอย่างเช่นเพื่อน ๆจบแผนเที่ยวเยอรมนีที่เมืองโคโลญจน์และจะข้ามต่อไปยังเมืองอัมสเตอร์ดัมเพื่อที่จะไปเที่ยวต่อในกลุ่มประเทศเบเนลักซ์เพื่อน ๆต้องซื้อตั๋วรถไฟแบบ Point to Point สำหรับการเดินทางค่ะค่าตั๋วชั้นสองราคาประหยัดจะเริ่มต้นที่ 19 ยูโร ICE รถไฟตรงใช้เวลาเดินทาง 2.40 ชั่วโมง ซึ่งราคา 19 ยูโรนี่แทบจะซื้อได้ยากแบบต้องเตรียมจ้องก่อนวันเดินทาง 3 เดือนก่อนวันเดินทางตามที่ตั๋วจะออกได้เลยค่ะและการซื้อตั๋วประเภทนี้เท่ากับเป็นการกำหนดรอบเดินทางตามรอบเวลาบนหน้าตั๋ว เช่นถ้าเพื่อนๆซื้อตั๋วรถไฟ Pointto Point จากโคโลญจน์ไปอัมสเตอร์ดัมรอบ08.46 – 11.26 น. ของวันที่ 10.10.2013 ในราคา 19 ยูโรเอาไว้ เพื่อน ๆก็ต้องไปขึ้นรถไฟรอบนั้นเรียกว่าหมดสิทธิ์ตกรถ หรือถ้าต้องการเปลี่ยน/คืนตั๋ว จะต้องเสียค่าธรรมเนียม 15ยูโรค่ะ และสามารถทำได้ 1 วันก่อนเดินทางเป็นวันสุดท้าย นั่นหมายความว่าเพื่อนๆจะได้รับค่าตั๋วคืนเพียง 4 ยูโร และเปลี่ยน/คืนตั๋วได้แค่ภายในวันที่ 09.10.2013เท่านั้นค่ะ ถ้าเพื่อน ๆเลือกซื้อตั๋วราคาปกติของรอบนี้ที่ 62.80 ยูโรก็จะมีสิทธิ์เปลี่ยน/คืนตั๋วได้จนถึงรอบที่เราเดินทาง ถ้าหลังจากนั้นจะเสียค่าธรรมเนียม 15 ยูโรค่ะ มันก็อาจจะทำให้เกิดความยุ่งยากในการเดินเรื่องเปลี่ยน/คืนตั๋วอีกแถมการถือตั๋วหลายๆใบในการเดินทางมันอาจจะเป็นเรื่องไม่สนุกเท่าไหร่สำหรับนักเดินทางมือใหม่ค่ะ


ดังนั้นเราจึงอยากจะแนะนำตั๋วที่เป็นทางเลือกสำหรับการเดินทางแบบนี้คือ Eurail REGIONAL Germany-Benelux Pass เพราะว่าเพื่อนๆไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการโดยสารรถไฟข้ามประเทศ และยังสามารถใช้ตั๋วประเภทนี้เดินทางได้ทั้งในเยอรมนีและกลุ่มประเทศเบเนลักซ์โดยถือตั๋วเพียงใบเดียวเท่านั้น ถ้าเดินทางตั้งแต่ 2 – 5 คนเพื่อนๆก็จะได้รับส่วนลดคนละ 15จากราคาปกติค่ะ จับคู่เที่ยวสองประเทศประหยัดแพ็คคู่ ตั๋วประเภทนี้สามารถใช้ได้สำหรับการเดินทางในประเทศที่มีพรมแดนติดกัน2 ประเทศค่ะ ประเภทของชั้นโดยสารก็จะต่างกันไปค่ะ บางคู่ก็มีแต่ชั้นหนึ่งแต่ส่วนใหญ่จะมีทั้งชั้นหนึ่งและชั้นสองให้เลือกค่ะ สามารถเลือกจำนวนวันเดินทางได้ 4 – 10 วันภายในระยะเวลา 2เดือนค่ะ ตั๋วเป็นแบบ Flexiนะคะ ไม่ต้องใช้เดินทางติดกันทุกวันก็ได้ วันไหนเพื่อนๆจะเดินทางก็กรอกวันเดินทางลงบนหน้าตั๋วแค่นั้นเองค่ะ

แม้จะใช้สิทธิประโยชน์ไม่ได้เต็มที่เท่ากับการที่เราใช้ตั๋ว National Pass ของแต่ละประเทศโดยตรง โดยเฉพาะ Swiss Pass แต่ถ้าทริปของเพื่อน ๆใช้บริการรถไฟเป็นหลักในการเดินทางข้ามเมือง หรือข้ามระหว่างประเทศทั้งสองตั๋ว Eurail Regional Pass จะอำนวยความสะดวกให้เพื่อนๆได้อย่างมากเลยทีเดียวค่ะ การสำรองที่นั่งก็ใช้หลักเหมือนกับเราถือตั๋วประเภท NationalPass ทั่วไป ผู้โดยสารต้องเช็กว่ารถไฟขบวนนั้นบังคับจองที่นั่งหรือไม่ถ้าบังคับจองเพื่อนๆต้องเสียค่าธรรมเนียมในการจองที่นั่งเพิ่มเติมด้วยนะคะ แนะนำให้จองจากบ้านเราไปเลยถ้าทำได้เพราะรถไฟบางขบวนที่บังคับจองที่นั่งอย่าง THALYS จะเต็มเร็วมากค่ะถ้าไม่ได้จองที่นั่งแล้วถือตั๋ว Pass ขึ้นรถไฟไปเฉย ๆเนี่ย โดนปรับแน่ค่ะ อย่าลืมนะคะว่ารถไฟนอนทุกขบวนบังคับจองที่นั่ง/ที่นอนตามกฎของเขาและสามารถจองล่วงหน้าได้ 3 เดือนก่อนวันเดินทาง ถ้าเพื่อนๆต้องการจองที่นอนโดยเฉพาะชั้นหนึ่งในเส้นทางยอดฮิตอย่างเช่น อัมเสตอร์ดัม – มิวนิกควรจะรีบจองนะคะ เพราะว่าเต็มเร็วมากค่ะ ส่วนโบนัสที่ผู้ถือตั๋วEurail Regional Pass จะได้รับ ไม่ค่อยแตกต่างกับผู้ถือตั๋ว National Pass เท่าไหร่ค่ะ แต่ขอให้ตรวจสอบกับจุดขายอีกทีนะคะ

ในกรณีที่เพื่อนๆต้องการยกเลิกตั๋วที่ซื้อไปแล้วจะต้องเสียค่าธรรมเนียม 15% ของราคาตั๋วค่ะ

ถ้าเพื่อน ๆมีข้อสงสัย หรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อเราได้โดยตรงที่เบอร์ 02-6532148 หรือ E-Mail: sales@railgermany.net นะคะ




Create Date : 13 กันยายน 2556
Last Update : 13 กันยายน 2556 9:42:53 น.
Counter : 2765 Pageviews.

0 comment
Online VS ตัวแทนจำหน่าย... ผู้โดยสารเลือกได้ค่ะ
สวัสดีค่ะเพื่อน ๆทุกท่าน 

คราวนี้ลูกหมวยกลับมาอย่างรวดเร็วด้วยเรื่องตัดแทรกที่อยากจะบอกตรงๆเลยว่า เราอึดอัดใจเหลือหลาย... Smiley หวังว่าจะมีคนเข้าใจSmileyฉันบ้าง (วันหลังจะไปวาดรูปบนเฟสแบบ“บ่น บ่น” แต่จะใช้ชื่อว่า “เวิ่นเว้อ” อิอิ)


คราวนี้หนักไปทางความเห็นส่วนตัวนะคะขออภัยล่วงหน้าเลยค่ะถ้าลูกหมวยพูดไม่ถูกใจท่านผู้ใดขึ้นมา Smiley

วันนี้จะมาเล่าให้เพื่อนๆอ่านถึงข้อดีข้อเสียของการซื้อตั๋วแบบออนไลน์ VS การซื้อตั๋วผ่านเอเย่นต์นะคะ

ตั้งแต่ทำงานมาปีครึ่งก็มีได้รับโทรศัพท์จากลูกค้าเรื่องออนไลน์ (เมื่อก่อนบ้าง ตอนนี้เริ่มบ่อย...)


ลูกค้าที่น่ารัก: น้องคะพี่ซื้อตั๋วออนไลน์ทางหน้าเวบไซต์ไปค่ะ พี่จะทราบได้อย่างไรคะว่าเขาตัดเงินพี่แล้ว?แล้วตั๋วที่พี่ซื้อไปจะจัดส่งมาถึงพี่เมื่อไหร่คะ? แล้วที่นั่งพี่จะดูตรงไหนคะตอนพี่ไปขึ้นรถไฟพี่ต้องทำอย่างไรบ้างคะ?ฯลฯ 

ลูกหมวยที่หน้ายักษ์: ......(กำลังคิดว่าจะตอบคำถามไหนก่อนดี) เอ่อ...แล้วไม่ทราบว่าพี่ได้เบอร์โทรศัพท์ติดต่อเรามาจากที่ไหนคะ (อย่าหาว่าลูกหมวยตอบไม่ตรงคำถามนะคะ) Smiley

ลูกค้าที่น่ารัก: ได้มาจากเวบไซต์น่ะค่ะเห็นว่ามีตัวแทนในประเทศไทยด้วย

ลูกหมวยที่หน้ายักษ์: ...... Smiley

จริง ๆแล้วคำถามมีเยอะกว่านี้เยอะค่ะอย่างเช่นเคสสด ๆเมื่อวานเลย(ลูกหมวยไม่ได้รับเรื่องเองเพราะกำลังออกตั๋วให้ลูกค้าอีกท่าน)ลูกค้าโทรมาบอกว่าซื้อตั๋วรถไฟ CNL (City Night Line) พร้อมจองที่นอนเอาไว้สำหรับ 5 เตียงใน couchette แบบ6 เตียง ได้รับหลักฐานเรียบร้อยแล้ว แต่ว่าไม่มีเลขที่นอนบอกเอาไว้ทีนี้จะมีเพื่อนต้องการเดินทางเพิ่มอีก 1คนก็เลยอยากจะจองที่นอนให้อยู่ในโบกี้เดียวกัน แต่ลืม username/password ที่ลงทะเบียนเอาไว้ครั้งแรก พอเมลไปถามทางออนไลน์ เจ้าหน้าที่ก็ให้ username/password อันใหม่มาค่ะ... ลูกค้าอยากจะให้เราช่วยจองให้ได้อีกที่ให้อยู่ในโบกี้เดียวกัน...โอ้ววว เจอเข้าไปแบบนี้ลูกหมวยแทบจะเป็นลมคาเคาน์เตอร์ Smiley

จริง ๆเคยรับเคสค่ะ ลูกค้าซื้อตั๋วออนไลน์แล้วหน้าตั๋วทุกอย่างเป็นภาษาเยอรมันหมดก็เลยส่งเมลมาให้ทางเราช่วยดูหน้าตั๋วให้ เรายินดีช่วยค่ะ ไม่มีปัญหาเลย Smiley

หรือล่าสุดลูกค้าอยากซื้อตั๋วรถไฟสเปนของเดือนตุลาคมราคายังในระบบที่เราใช้ออกตั๋วยังไม่ออก หน้าเวบไซต์การรถไฟสเปนออกแล้วลูกค้าจะซื้อออนไลน์แต่ทำไม่ได้เพราะยังไม่เปิดให้ซื้อ เราก็ชี้แจงไปว่ายังไม่ถึงกำหนดที่การรถไฟสเปนจะเปิดขายตั๋วนะคะ(ล่วงหน้าประมาณ 60 วันค่ะ) ลูกค้าก็ข้ามไปจองตั๋วเครื่องบินออนไลน์กับสายการบินของสเปนก่อนแล้วได้รับการตอบรับจากเวบไซต์มาเป็นภาษาสเปนลูกค้าก็ส่งประโยคภาษาสเปนของเวบไซต์สายการบินมาให้เราช่วยแปลให้....Smiley อร๊ายยยยลูกหมวยอยากจะบอกว่าหนูอ่านภาษาสเปนไม่ออกค่า โชคดีนะที่มีเพื่อนแต่งงานไปอยู่สเปนเลยไปขอร้องให้เธอช่วย

สรุปนี่ลูกหมวยถามตัวเองวันละหลายๆรอบว่าฉันทำงานอะไรกันแน่....Smiley

ไม่ใช่ว่าไม่อยากช่วยนะคะ แต่บางเรื่องไม่รู้จะเรียกว่าอะไรดี...เจอแบบนี้เข้าไปหลายเคสมันก็จุกอก Smiley

ถ้าเพื่อน ๆท่านไหนเคยคุยกับลูกหมวยแล้วจะรู้เลยว่าการให้คำปรึกษาลูกค้าแต่ละเคส กว่าจะสรุปให้ได้ตรงตามความต้องการ ลูกหมวยจะต้องใช้เวลาในการทำงานค่อนข้างเยอะมันคือเวลา...มันคือเซอร์วิสมายด์... คนทำงานบริการทราบเรื่องนี้ดีแก่ใจเราพยายามสุดความสามารถเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าให้ดีที่สุด Smiley

ถ้าเปรียบเทียบการซื้อตั๋วออนไลน์กับซื้อตั๋วผ่านเอเยนต์ สมมติว่าราคาต่างกัน 2 – 5 ยูโร สำหรับตั๋วประเภท Point to Point ลูกค้าที่ซื้อตั๋วออนไลน์หลายท่านอาจจะมั่นใจว่าสะดวก เร็วดี ไม่ต้องเสียเวลาติดต่อคนกลาง ไม่มีปัญหา... โอเคเลยค่ะ Smiley นั่นเป็นข้อดีของเทคโนโลยี จัดไป...เราก็ขอบพระคุณที่ท่านใช้บริการของการรถไฟต้นสังกัดเดียวกันค่ะ

แต่....

......

...........

ถ้ามีปัญหาขึ้นมาล่ะค่ะ... อยากคืนตั๋วได้ไหม เปลี่ยนไปเดินทางรอบถัดไปได้ไหมตัดเงินแล้วหรือยัง หน้าตั๋วอ่านยังไง เงื่อนไขตั๋วเป็นอย่างไรตั๋วประเภทนี้ใช้อย่างไร จองที่นั่งด้วยได้ไหม ขึ้นรถไฟยังไง ตารางรถไฟดูอย่างไรต้องจองที่นั่งด้วยไหม ต้องตอกตั๋วก่อนไหม สัมภาระวางตรงไหน ชานชาลาดูยังไงจะเปลี่ยนรถทันไหม ถ้าตกรถไฟทำอย่างไร ต้องโชว์บัตรเครดิตด้วยไหม.... แล้วปัญหาหรือคำถามที่ตามมาอีกล้านแปด ใครจะเป็นคนตอบให้คะ... พี่ถามไปทางออนไลน์แล้วเขาตอบกลับมาตรงกับคำถามที่พี่ถามไปไหมคะ Smiley

ด้วยเหตุนี้...

ในฐานะตัวแทนจำหน่ายที่สามารถให้บริการและให้คำปรึกษาได้จึงอยากจะตะโกนให้ก้องโลกว่า “คุณลูกค้าที่น่ารักทุกท่านคะทีมงานของเราอยู่ตรงนี้ ผู้เชี่ยวชาญเดินทางจริงมาแล้วอยู่ตรงนี้ เราพร้อมให้บริการช่วยเหลือพี่ทุกอย่างอย่างสุดความสามารถทั้งก่อนซื้อ ตอนซื้อ และหลังซื้อ” ถ้าเรื่องไหนเราไม่รู้จริง ๆเราจะสอบถามจากต้นสังกัดให้จะหาคำตอบให้พี่ให้ได้แน่นอน ถ้าตั๋วพี่มีปัญหา พี่ถามเรามาได้เลยค่ะเราสามารถเปลี่ยน/คืน แจ้งเงื่อนไขการใช้งาน แนะนำการใช้รถไฟ การเดินทาง ออกตั๋วตัวจริงจองที่นั่ง ฯลฯ ที่ปรึกษาของคุณอยู่ตรงนี้ค่ะ กรุณาใช้ประโยชน์ให้เต็มที่นะคะ แล้วคุณจะรู้ว่า 2– 5 ยูโรที่ต่างกันในค่าตั๋ว+ค่าบริการ VS การได้ที่ปรึกษาที่ตอบโจทย์ของคุณได้มันคุ้มค่าสุดๆไปเลยค่าพี่น้อง Smiley ถ้าพี่น้องไปใช้บริการที่ปรึกษาที่ต่่างประเทศจะเจอค่าให้คำปรึกษาคิดแบบจับเวลานะคะ....

และอีกเรื่องที่อยากจะบอกเพื่อน ๆคือโปรดัคที่ขายในเวบกับที่ตัวแทนขายเป็นตัวเดียวกันค่ะแต่ที่ราคาไม่เท่ากันเป็นเพราะว่าเป็นคนละ allotment กันค่ะและที่สำคัญคือ ใช้ระบบการทำงาน/ออกตั๋วคนละระบบกันค่ะ เพราะฉะนั้นต่อให้ตัวแทนอย่างเราอยากจะยื่นมือเข้าไปช่วยผู้โดยสารที่ซื้อออนไลน์ไปแล้วก็ทำไม่ได้ค่ะมันมีข้อจำกัด สิ่งที่เราทำได้ดีที่สุดคือประสานให้ซึ่งก็เป็นคนละฝ่ายกับทางฝ่ายขายทางต้นสังกัดที่ดูแลตัวแทนให้....ฟังดูซับซ้อนไหมคะ แต่มันคือความจริงอันโหดร้ายค่ะ Smiley

เวิ่นเว้อมายาวนาน... ท้ายที่สุดลูกหมวยอยากจะบอกว่า

Smileyตัวแทนของคุณอยู่ตรงนี้ค่ะ ขอให้ใช้บริการของตัวแทนให้เป็นประโยชน์ที่สุดนะคะSmiley

ขอบคุณค่ะ Smiley ถ้าเพื่อน ๆมีคำถามลูกหมวยก็ยินดีตอบให้นะคะ ถ้ามีปัญหาก็จะช่วยแก้เท่าที่เราจะสามารถทำได้ดีที่สุดนะคะ




Create Date : 01 สิงหาคม 2556
Last Update : 1 สิงหาคม 2556 17:28:12 น.
Counter : 1061 Pageviews.

1 comment
Cannstatter Volksfest in Stuttgart

สวัสดีค่ะเพื่อน ๆลูกหมวยกลับมาแล้วพร้อมกับเรื่องราวที่ได้รับคำแนะนำให้เขียนเล่าให้เพื่อนๆอ่านเป็นความรู้กันสำหรับผู้เดินทางที่สนใจเข้าร่วมงานเทศกาลช่วงปลายปีในประเทศเยอรมนีที่กำลังจะมาถึงว่าแต่พอพูดถึงปลายปีแฟนพันธุ์แท้เทศกาลคนเมาที่ใหญ่ที่สุดในโลก (เป็นที่รู้กัน)ก็คือ Oktoberfest ที่จัดที่เมือง München ใช่ไหมคะ Smiley ไม่ต้องห่วง...ตอนนี้เราจะไม่พูดถึงค่ะ..Smiley แป่ววว แต่เราจะมาพูดถึงงาน Cannstatter Volklsfest ที่เมือง Stuttgart กันค่ะ

Smileyเครดิตข้อมูลจากWikipedia นะคะ

บรรยากาศในงานตามลิงค์นี้ไปดูได้เลยค่ะ

https://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=fF3_1kJR5yk

Cannstatter Volksfest (คันน์ชตัทเทอร์ โฟล์คเฟสท์) เรียกกันแบบบ้าน ๆว่า CannstatterWasen (คันน์ชตัทเทอร์ วาเซน) หรือ Wasen เป็นfolk festival ที่มีระยะเวลาจัดงาน 2 สัปดาห์ตั้งแต่ปลายเดือนกันยายน ถึงต้นเดือนตุลาคม และจัดขึ้นที่ CannstatterWasen ในสวน NeckarPark ที่อยู่ในเขต Stuttgarter Stadtteil Bad Cannstatt


พื้นที่จัดงานนี้บน Cannstatter Wasen มีขนาดประมาณ 35 เฮคเตอร์ปกติแล้วเทศกาลแบบชเวบิช (ชวาเบีย) นี้จะเริ่มต้น 1 สัปดาห์หลังจากงานOktoberfest ค่ะ (มีเกี่ยวจนได้) เนื่องจากเทศกาลนี้มีผู้เข้าร่วมจัดงานเป็นจำนวนมากงานนี้ก็เลยได้ชื่อว่าเป็น"งานเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองที่มีจำนวนผู้ออกงานมากที่สุดในยุโรปSmiley เค้าว่าแบบนั้นนะคะลูกหมวยก็ไม่เคยไปเหมือนกัน มีเพื่อน ๆท่านไหนเคยไปมาแล้วบ้างคะ 

คุณ Andreas Kroll หัวหน้าผู้จัดงานกล่าวว่าในปีค.ศ. 2006 มีผู้เข้าร่วมงาน Cannstatter Volksfest ที่จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 161 เป็นจำนวน 4.2 ล้านคน ซึ่งจำนวนดังกล่าวเพิ่มขึ้นจากปี ค.ศ. 2005 ประมาณ20% เชียวค่ะ Smiley ในปีค.ศ.2011 มีการติดตั้งบันไดฉุกเฉินขนาดกว้าง 2 แห่งมาลงที่ถนน Mercedesstraße ปกติแล้วบันไดนี้จะไม่เปิดให้บริการค่ะจะเปิดใช้เฉพาะกรณีฉุกเฉิน และโดยคำสั่งของเจ้าหน้าที่เท่านั้นค่ะ

ไปดูรูปบรรยากาศในงานกันค่ะ ลูกหมวยว่าไม่แพ้ Oktoberfest เลยน้า Smiley




Cannstatter Volksfest จัดขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1818 เพื่อระลึกถึงเทศกาลเฉลิมฉลองผลผลิตทางการเกษตรที่จัดขึ้นในวันที่28 กันยายนของทุกปีในปีแรกที่จัดงานก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูงแล้วค่ะเพราะว่ามีแขกเข้าร่วมงานรวมถึงผู้จัดงานมากกว่า30,000 คนตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเทศกาลนี้ก็ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆSmiley

เหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นในงานนี้ได้แก่งานเฉลิมฉลองสิริราชสมบัติครบ25 ปีของพระเจ้าWilhelm ที่หนึ่ง เมื่อวันที่ 28 กันยายนค.ศ. 1841 และการพบกันของจักรพรรดิทั้งสองพระองค์แห่งฝรั่งเศสและรัสเซีย ณ สถานที่แห่งนี้เมื่อวันที่ 28 กันยายน ค.ศ. 1857ในวันที่ 28 กันยายน ค.ศ. 1876 พระเจ้า Wilhelm ที่หนึ่ง และ Großherzog Friedrich ที่หนึ่ง (ลูกเขย) เสด็จมาที่งานเทศกาลนี้ และในปี ค.ศ. 1881ก็เช่นกันค่ะ ในช่วงศตวรรษที่ 19 งานนี้จัดขึ้นเพียงแค่วันเดียวจากนั้นก็เพิ่มขึ้นเป็น 3 และ 4 วันตั้งแต่ปี ค.ศ. 1920 ก็จัดงานทั้งหมด 5 วันค่ะ ช่วงต้นของปี ค.ศ. 1950 ก็มีการขยายระยะเวลาในการจัดงานโดยเริ่มต้นที่10 วัน เป็น 12 วัน และในปี ค.ศ. 1972กลายเป็น 16 วัน ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2007 เป็นต้นไปงานเทศกาลนี้ก็จัดทั้งหมด 17 วันค่ะ

จนถึงปี ค.ศ. 2006 พิธีเปิดงานนี้จะจัดขึ้นในวันที่27 กันยายนของทุกปีเพื่อเป็นการระลึกถึงวันพระราชสมภพของพระเจ้า Wilhelm ที่หนึ่งพิธีเปิดงานที่เคยจัดขึ้นเร็วที่สุดคือวันที่ 22 กันยายนและตั้งแต่ปี ค.ศ. 2007 เป็นต้นไปพิธีเปิดก็จัดขึ้นเวลา 15.00น. ของวันศุกร์และช่วงหัวค่ำวันศุกร์ก็จะมีการถ่ายทอดสดพิธีเปิดโดยผู้ว่าราชการเมือง Stuttgartให้ชมทางโทรทัศน์ในท้องถิ่นค่ะ

เขาเปิดงานกันแบบนี้ค่ะลูกหมวยก็ไม่รู้จะเรียกว่าอะไร พิธีทุบเปิดถังเบียร์ (ตรงเกิ๊นน) Smiley ลงภาพให้ดูดีกว่าค่ะ

(เครดิตภาพจาก StuttgarterZeitung.de ค่ะ)


ในบริเวณที่จัดงานจะมีเต๊นท์ทั้งหมด 9 หลังค่ะ Smiley เบียร์ 7 หลัง และไวน์อีก 2 หลัง (จริง ๆมันมาเป็นหลังเบ้อเริ่ม เรียกเต๊นท์ฟังดูแปลก ๆแต่ภาษาเยอรมันใช้คำนี้ค่ะ) รวมถึงบูธของผู้ออกงานที่จำหน่ายอาหาร และเบียร์การ์เดนจำนวนมาก Smiley

ชื่อของเต๊นท์ทั้ง 9 มีดังต่อไปนี้ค่ะ


Dinkelacker-Festzelt เป็นหนึ่งในสามของเต๊นท์เบียร์ที่ใหญ่ที่สุด ให้บริการโดยครอบครัว Klauss มีที่นั่งสำหรับแขก 5,000 คน




เอาล่ะสิ... ลูกหมวยเริ่มจะหิวแล้วนะเนี่ย (เขียนบล็อคข้ามวัน) Smiley


Grandl Hofbräu Zelt ให้บริการโดย Hans-Peter Grandl มีที่นั่งสำหรับแขก 5,800 คน มีวงดนตรี Königlich-Würtembergische Hofbräu-Regiment บรรเลงเพลง และนักดนตรีที่ใส่ชุดฟอร์มโบราณตามประวัติศาสตร์และใส่หมวกยอดแหลมด้วยค่ะ (ลูกหมวยเห็นรูปหมวกแล้วอึ้ง Smiley) ถ้าอากาศดีเต๊นท์นี้สามารถกดปุ่มเปิดหลังคาออกได้ด้วยนะคะ





Schwaben-Bräu-Festzelt ให้บริการโดย Michael Wilhelmer เป็นเต๊นท์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในงาน มีพื้นที่ 4,000 คิวบิกเมตร ปัจจุบันนี้ให้บริการแขกได้ 5,000 ที่นั่ง




Fürstenberg-Festzelt ให้บริการโดย Peter Brandl 

ช่วงปีค.ศ. 2000 - 2004 มีผู้มาใช้บริการของWalter Weitmannที่เต๊นท์นี้ 5,000 คน แต่ว่าการนำเอาเบียร์แบบบาดิชเข้ามาขายบนพื้นที่ของชเวบิชทำให้กลายเป็นประเด็นที่สร้างความโกรธเคืองอย่างหนักค่ะ (เยอรมันเค้าเรียกว่าภูมิภาคนิยมก็ว่าได้นะในความคิดของลูกหมวยSmiley) ตั้งแต่ปีค.ศ. 2005 ก็มีการตั้งเต๊นท์เบียร์ที่มีขนาดเล็กกว่าของผู้ให้บริการคนใหม่ Peter Brandl โดยมีที่นั่งให้บริการ 3,300 ที่ และมีพื้นที่แบบโถงส่วนตัวให้บริการสำหรับแขกประมาณ 370 ท่านค่ะ



Festzelt Göckelesmaier ให้บริการโดย Karl Maier เป็นเต๊นท์ขนาดกลาง มีที่นั่งสำหรับแขก 3,500 คน



Cannstatter Wasenzelt ให้บริการโดย Sonja Merz มีที่นั่งบริการ 3,500 ที่ เต๊นท์นี้ให้บริการครั้งแรกในปี ค.ศ. 2005 ใช้ชื่อว่า Erlebniszelt Arcadia โดยมีที่นั่ง 1,800 ที่ มีโชว์ และบาร์ แถมยังมีน้ำตกในเต๊นท์ด้วยค่ะ แต่ตอนนี้ไม่มีน้ำตกแล้วนะคะ และคงไม่มีลาบ... (อะไรยังไง Smiley



Festzelt Wasenwirt ให้บริการโดย Max Rudi Weeber เต๊นท์แห่งนี้ถือเป็นเต๊นท์สำหรับปาร์ตี้ (SWR3-Wasenparty, Megapark Mallorca, Gaydelightparty) ให้บริการได้ 2,900 ที่นั่ง และมีที่ตั้งอยู่ตรงกับ Früchtsäule พอดีค่ะ




Cannstatter Oberamt ให้บริการโดย Dieter Zeiß เป็นเต๊นท์ไวน์ดั้งเดิม มีบริการอาหารเลิศรส เช่นเมนูตอนบ่ายจะมีกาแฟ และเค้ก รวมถึงไวน์ใหม่ และเค้กหัวหอมอุ่นๆ... (เค้กหัวหอมเป็นยังไงหว่า Smiley) ตอนเย็นจะมีอาหารแบบครัวชเวบิชไว้ให้บริการ เต๊นท์นี้สามารถให้บริการแขกได้ 550 ที่ 


อร๊ายย... เค้กหัวหอมหน้าตายังกะพิซซ่า น่ากินมั้ยคะ Smiley



Württemberg Haus ให้บริการโดย Marco Grenz ตั้งอยู่ตรง Früchtsäule มี 2 ชั้น ให้บริการได้ประมาณ 1,000 ที่



สิ่งที่น่าสนใจในงานเฉลิมฉลองนี้นอกจากจะมีเต๊นท์ตามที่พูดถึงแล้วก็จะมีบูธต่าง ๆรวมถึงเครื่องเล่นสวนสนุกค่ะ มีผู้ประสงค์จะเข้าร่วมงานนี้ 1,054 ราย แต่ได้รับคัดเลือก 333 รายในปีค.ศ. 2004 หนึ่งในสิ่งที่ดึงดูดที่สุดก็คือชิงช้าสวรรค์ขนาดใหญ่ที่สุดในโลกที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ และมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 60 เมตรที่ตั้งอยู่จนถึงปีค.ศ. 2009 

Fruchtsäule (ฟรุคทซอยเลอ) แปลตรง ๆก็เรียกว่าเสาผลไม้ค่ะ เป็นเสาไม้สูง 26 เมตร หนัก 3.5 ตันที่ตกแต่งด้วยผลไม้ต่าง ๆบนยอดเสา ถือเป็นสัญลักษณ์ของ Cannstatter Wasen ค่ะ ซึ่งก็แน่นอนว่าจะมีผู้คนจำนวนมหาศาลหลั่งไหลกันไปตรงเสานี้ค่ะ เมื่อก่อนนี้เสานี้จะได้รับการสร้างใหม่ทุก 2 - 3 ปี ตั้งแต่ปีค.ศ. 1995 เขาก็พยายามจะปล่อยให้เสานี้ตั้งอยู่ตลอดทั้งปี และก็จะเริ่มเห็นได้ในช่วงงานเทศกาลฤดูใบไม้ผลิที่ชตุทท์การ์ท เป็นเวลา 2 - 3 ปีมาแล้วค่ะที่มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบแค่ตรงยอดเสา และโครงสร้างด้านล่างเท่านั้นซึ่งเป็นที่ตั้งบูธประชาสัมพันธ์


นอกจากนั้นก็ยังมีพวกเครื่องเล่นสวนสนุกขนาดใหญ่ บูธเล่นเกมส์ ร้านขายอาหาร โชว์การแสดงต่าง ๆ มีหมูบ้านฝรั่งเศสซึ่งแขกที่เข้าชมงานสามารถฟังเพลงสไตล์พื้นบ้านฝรั่งเศสพร้อมกับรับประทานอาหารและเครื่องดื่มไปด้วยได้ ในปีค.ศ. 2007 ถูกยกเลิกไป แล้วก็ยังมี Almhüttendorf ที่เหมือนกับหมู่บ้านฝรั่งเศสเพียงแต่เป็นบูธรวมในรูปแบบของบ้านสไตล์ชาเล่ แล้วก็มีขบวนพาเหรดประจำงานที่จะจัดขึ้นเป็นประจำในวันอาทิตย์แรกของงาน

งานนี้ผู้จัดเขาก็พยายามหากิจกรรมที่ดึงดูดให้ผู้ชมงานมาเที่ยวกันทั้งครอบครัวด้วยนะคะ ในเต๊นท์บางหลังก็จะมีธีมของตัวเองเช่น เครื่องเล่นสวนสนุกสำหรับเด็กโดยเฉพาะ หรือไม่ก็มีส่วนลดพิเศษสำหรับทั้งครอบครัว เต๊นท์อีกหลายหลังก็ลดราคาพิเศษตลอดทั้งวัน หรือไม่ก็มีข้อเสนอราคาพิเศษช่วงกลางวัน แล้วก็ส่วนลดพิเศษสำหรับผู้เกษียณอายุ Smiley

ตั้งแต่ปีค.ศ. 1990 ก็มีการจุดดอกไม้ไฟประกอบเสียงเพลงเนื่องในโอกาสฉลองวันชาติเยอรมันตอนต้นเดือนตุลาคม (วันชาติเยอรมันวันที่ 3 ตุลาคมค่ะ) และในวันอาทิตย์สุดท้ายก่อนปิดงานเวลา 21.45 น. จะมีการจุดดอกไม้ไฟประกอบเสียงเพลงยาวนานถึง 20 นาทีด้วยค่ะ

งานนี้เขาก็มีตลาดขายของชำด้วยนะคะ สินค้าที่มีให้เลือกซื้อก็ได้แก่ สายเอี๊ยม Smiley เข็มขัดหนัง กะทะ สิ่งทอ เครื่องเทศ และสิ่งของกระจุกกระจิกอื่น ๆ

เพื่อน ๆสามารถเข้าชมงานนี้ได้ตั้งแต่วันอาทิตย์ถึงวันศุกร์ 11.00 - 23.00 น. ส่วนวันเสาร์ร้านค้า และเต๊นท์ต่าง ๆจะให้บริการถึง 24.00 น. ค่ะ ส่วนดนตรีในเต๊นท์สำคัญทั้ง 9 แห่งจะหยุดเล่นเวลา 23.30 น. พวกม้าหมุน และเครื่องเล่นสำหรับเด็กจะให้บริการถึง 22.00 น.ค่ะ

ปีนี้งาน Cannstatter Volksfest (Stuttgart Beer Festival 2013) จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27.09.2013 - 13.10.2013 ค่ะ เพื่อน ๆท่านไหนสนใจจะเปลี่ยนบรรยากาศจาก Oktoberfest มาที่นี่ก็เชิญเลยนะคะ 

Smileyมาดูเวลาที่ใช้ในการเดินทางด้วยรถไฟ ICE กันดีกว่าค่ะ 

Frankfurt Flughafen - Stuttgart Hbf 1 ชั่วโมง 15 นาที

Frankfurt Hbf - Stuttgart Hbf 1 ชั่วโมง 30 นาที 

München Hbf - Stuttgart Hbf 2 ชั่วโมง 19 นาที

Freiburg Hbf - Stuttgart Hbf 2 ชั่วโมง 6 นาที (เปลี่ยนรถไฟจาก ICE เป็น IC ที่ Karlsruhe Hbf ค่ะ)

ประเภทตั๋วที่เพื่อน ๆใช้เดินทางได้ก็มี German Rail Pass, Point to Point, Baden-Württemberg Ticket (ตั๋วประเภทนี้เหมือนกับ Bayern-Ticket ค่ะ เพียงแต่ใช้เดินทางได้ในรัฐ Baden-Württemberg เท่านั้นค่ะ), quer-durchs-Land-Ticket, schoenes-Wochenende-Ticket ใช้ได้เยอะเหมือนกันแฮะ Smiley

โอ้ว... เป็นบล็อคที่ยาวสุดตั้งแต่เขียนมานะคะ อัดแน่นด้วยสาระเรื่องที่ลูกหมวยเองก็ไม่เคยรู้มาก่อนเหมือนกัน เยอรมนีเค้าก็สมกับเป็นเมืองเบียร์จริง ๆเนอะ

Smiley ขอบคุณที่ติดตามอ่านกันนะคะ เดือนหน้าอย่าลืมแวะไปเจอกันที่ศูนย์ประชุมสิริกิติ์ในงานเที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลก ระหว่างวันที่ 15 - 18 ส.ค. 2556 นะคะ Smiley




Create Date : 25 กรกฎาคม 2556
Last Update : 30 กรกฎาคม 2556 16:47:29 น.
Counter : 870 Pageviews.

0 comment
นอกจาก ICE แล้วรถไฟอื่น ๆของ DB มีอะไรบ้างตามไปดูกันค่ะ
สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ ลูกหมวยกลับมาจากแอ่วเหนือแล้ว จริง ๆตั้งใจจะอัพเดทตั้งแต่วันศุกร์เย็นแล้ว แต่ไม่ทันเพราะว่าต้องรีบไปขึ้นรถไฟที่หัวลำโพง อิอิ ตอนนี้กลับมาจัดเต็มให้แล้วค่ะ Smiley

เช้าวันนี้มาเล่าเรื่องของรถไฟสัญชาติเยอรมันของ DB กันต่อว่านอกเหนือจาก ICE แล้วยังมีรถไฟประเภทไหนอีกบ้างนะคะ 

InterCity และ EuroCity (IC/EC)



IC จะเป็นรถไฟลักษณะขบวนเหลี่ยม ๆ บรรยากาศภายใน (เท่าที่ลูกหมวยจำได้) จะไม่สบายเท่ากับ ICE แต่ก็ไม่ได้เลวร้ายนะคะ Smiley



รถไฟ IC เชื่อมต่อเมืองใหญ่ในประเทศเยอรมนีเข้าด้วยกัน ส่วนรถไฟ EC จะเชื่อมระหว่างเมือง Zürich และ Basel เข้ากับเมืองใหญ่ในประเทศเยอรมนีค่ะ

รถไฟ IC/EC ยังจองที่นั่งได้เหมือนกับ ICE นะคะ และลูกหมวยก็ยังคงแนะนำให้เพื่อน ๆจองเหมือนเดิม เพราะว่ารถไฟที่วิ่งข้ามเมืองใหญ่ ๆส่วนใหญ่ใช้เวลาในการเดินทางนานค่ะ เท่าที่เคยเช็กให้ลูกค้าจาก München Hbf ไปลง Zürich HB รถไฟตรงจะใช้เวลา 4 ชั่วโมงกว่า ๆ แล้วเขาไม่ได้บังคับให้จองที่นั่ง แต่ 4 ชั่วโมงถ้าเพื่อน ๆมีสัมภาระก็จองที่นั่งเถอะค่ะ เพราะว่ารถไฟไม่ได้วิ่งเฉพาะเส้นทางที่เพื่อน ๆซื้อตั๋วค่ะ วิ่งยาวมาก่อนหน้านั้นแน่นอน Smiley

ขบวนรถไฟเร็วตระกูลเดเบ (Deutsche Bahn) ทั้งหลายก็จะมีเอกลักษณ์เป็นตู้ขบวนสีขาวพาดแดงค่ะ

ในขณะที่รถไฟท้องถิ่นของเดเบหน้าตาตรงกันข้ามกันค่ะ (IRE/RE/RB) จะเป็นตู้ขบวนสีแดงพาดขาวค่ะ ถ้าถามว่าใช้อารมณ์หวานเย็นซะทีเดียวเลยมั้ย มันก็ไม่ใช่ซะทีเดียวค่ะ รถไฟท้องถิ่นมันไม่ได้วิ่งช้าขนาดนั้น Smiley เพียงแต่มันวิ่งเชื่อมต่อเมืองเล็ก ๆในท้องถิ่น และแวะจอดสถานีเล็ก ๆค่อนข้างบ่อยก็เลยใช้เวลาในการเดินทางนานกว่ารถไฟด่วนค่ะ นอกจากนั้นรอบบริการก็ไม่ถี่เท่ากับรถไฟด่วนค่ะ อีกเรื่องที่ต้องบอกเพื่อน ๆคือ รถไฟท้องถิ่นสีแดงพาดขาวนี่จองที่นั่งไม่ได้นะคะ Smiley เพราะฉะนั้นให้ระวังศึกเก้าอี้ดนตรีโดยเฉพาะเส้นทางยอดฮิตเช่น München Hbf - Füssen ฮ้า... พอพูดถึงเส้นทางนี้ขึ้นมา เพื่อน ๆทายกันได้ไหมคะว่าเราไปเที่ยวที่ไหนกัน (ตอบไว้ตรงคอมเมนต์ได้เลยค่ะ ไว้ลูกหมวยจะกลับมาเฉลยให้ค่ะ) ถ้าเพื่อน ๆนั่งชั้นสองล่ะก็... ไปขึ้นรถไฟแต่เนิ่น ๆนะค้า เพราะถ้าไม่ได้ที่นั่งก็ต้องยืนไปตลอดทั้งสองชั่วโมงค่ะ โดยเฉพาะเสาร์-อาทิตย์ ชั้นหนึ่งเองบางทีเก้าอี้ยังเต็มเลยค่ะ Smiley

พาไปดูหน้าตารถไฟท้องถิ่นเพื่อนเรากันดีกว่า

รถไฟ IRE (InterRegio-Express)

อินเตอร์เรกิโอ เอ็กซ์เพรสเป็นรถไฟเร็วของท้องถิ่นที่เชื่อมต่อเมืองใหญ่เข้ากับเมืองเล็ก ๆค่ะ มีให้บริการเฉพาะบางแคว้นเท่านั้น




บรรยากาศภายในเป็นแบบนี้ค่ะ น่านั่งจังเลยอ้ะ รถไฟเป็นแบบ 2 ชั้นน่ะค่ะ แต่เพดานไม่สูงมากนะคะ Smiley ดู ๆไปแล้วน่าจะเป็นแบบชั้นครึ่งมากกว่า


RE (Regional Express)

รถไฟเรกิโอนาล-เอ็กซ์เพรสให้บริการการเชื่อมต่อที่รวดเร็วและตรงตามความต้องการของผู้เดินทางตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะเป็นผู้เดินทางที่มีจุดประสงค์ทางธุรกิจ ผู้เดินทางเป็นประจำ หรือ ผู้เดินทางเป็นครั้งคราว รถไฟประเภทนี้เชื่อมต่อย่านเมือง และเครือข่ายการคมนาคมท้องถิ่นเข้าด้วยกัน





RB (Regional Bahn) 
รถไฟประเภทเรกิโอนาลบาห์นให้บริการทุกสถานีเป็นพื้นฐานการเดินรถไฟในท้องถิ่น เชื่อมต่อท้องถิ่นกับใจกลางเมืองเข้าด้วยกัน นอกจากนั้นยังเชื่อมต่อกับรถไฟประเภทเรกิโอนาล-เอ็กซ์เพรสด้วย



ดูหน้าตารถไฟท้องถิ่นทั้งสามประเภทแล้วก็คล้าย ๆกันนะคะ ภายในก็ไม่ค่อยต่างกันค่ะ นั่งสบายค่ะ โดยเฉพาะช่วงวันที่ไม่มีคนเดินทางนะคะ ลูกหมวยเหยียดขาหลับมาแล้ว สบายมาก (แต่เราถอดรองเท้านะคะ) Smiley แล้วรถไฟมันก็ไม่ได้วิ่งช้าเหมือนที่เพื่อน ๆหลายคนกังวลค่ะ 

อีกโปรดัคหนึ่งที่เราจะลืมไปไม่ได้เลยคือ S-Bahn ค่ะ

S-Bahn เป็นรถไฟ จริง ๆแล้วเรียกว่ารถรางวิ่งบนถนนดีกว่าค่ะ เอสบาห์นจะวิ่งเชื่อมต่อเขตต่าง ๆในเมืองเข้าด้วยกันค่ะ เพราะฉะนั้นถ้าเพื่อน ๆต้องลงป้ายไหนให้ฟังประกาศสถานีต่อไป ดูชื่อสถานีที่เป็นตัวอักษรคอมพิวเตอร์ในขบวน หรือว่าดูป้ายตรงสถานีค่ะ ประตูรถจะเปิดไม่นาน อย่าลืมกดปุ่มเปิดข้างประตูด้วยนะค้า Smiley S-Bahn ไม่ได้มีแค่ของ DB เท่านั้นนะคะ เอกชนบางแห่งก็ให้บริการเช่นกัน เพราะฉะนั้นผู้ถือตั๋ว German Rail Pass ก็อย่าลืมสอบถามเจ้าหน้าที่นะคะว่าสามารถใช้บริการเอสบาห์นของเอกชนได้หรือไม่นะคะ



คราวหน้าจะมาเล่าเรื่องเกี่ยวกับตั๋วรถไฟประเภทต่าง ๆให้เพื่อน ๆอ่านกันนะคะ 

ระหว่างนี้อย่าลืมติดตามเราที่ FB: RailGermany.net นะคะ รับรองว่าลูกหมวยจะมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์มาอัพเดทให้เพื่อน ๆได้ทราบกันตลอดค่า Smiley



Create Date : 19 กรกฎาคม 2556
Last Update : 23 กรกฎาคม 2556 8:45:28 น.
Counter : 1565 Pageviews.

0 comment
ไปขึ้นรถไฟ ICE ด้วยกันนะจ๊ะ ^^
สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ ลูกหมวยกลับมาแล้วค่ะ รู้สึกว่าหายไปนาน อาทิตย์นึงจะได้อัพสักครั้งเพราะงานยุ่ง ทำเคสเดินทางให้ลูกค้าหลายเคสอยู่ค่ะ ถ้าเพื่อน ๆอยากวางแผนหรือปรึกษาการเดินทางด้วยรถไฟในยุโรปสามารถเมลมาถามได้ที่ sales@railgermany.net นะคะ หรือถามไว้ใน comment ก็ได้ค่ะ ลูกหมวยจะรีบมาตอบให้นะคะ Smiley

เอาล่ะค่ะ... วันนี้จะได้พาเพื่อน ๆไปขึ้นรถไฟสัญชาติเยอรมัน มั้น มัน ของ Deutsche Bahn กันซะทีน้า... อย่าลืมนะคะว่ากระเป๋าที่เราจะเอาขึ้นรถไฟได้ถึงแม้จะไม่จำกัดขนาด แต่ก็ไม่ควรเกิน 28 นิ้วนะคะ (นั่นก็นับว่าใหญ่มากแล้วนา...) ส่วนเรื่องความปลอดภัยนับว่าโอเคในระดับนึงค่ะ แต่ลูกค้าของลูกหมวยก็เคยเล่าให้ฟังว่าโดนขโมยเป้บนรถไฟค่ะ หันมาอีกทีหายไปแล้ว... ร้อยพ่อพันแม่บนรถไฟนะคะ เพื่อน ๆก็ต้องระวังตัวเองด้วยค่ะ 

เราเริ่มต้นกันที่รถไฟ ICE ก่อนนะคะ



ICE(Intercity-Express) รถไฟด่วน Intercity-Expressสามารถวิ่งด้วยความเร็วสูงถึง 320 กม./ชม.ให้บริการระหว่างเมืองสำคัญในประเทศเยอรมนี และ เมืองสำคัญอื่นๆในยุโรป เช่นจากสนามบินแฟรงก์เฟิร์ตไปยังเมืองฮัมบวร์ก กรุงเบอร์ลิน มิวนิกและกรุงปารีสใช้เวลาเดินทางประมาณ 4ชั่วโมงค่ะ เอกลักษณ์ของอีเซเอคือเป็นรถไฟหัวจรวดขบวนสีขาวมีแถบคาดสีแดงค่ะ รถไฟประเภทนี้มีมาตรฐานสูงทั้งด้านความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และความเร็วในการเดินทาง ลูกหมวยนั่งไปเพลิน ๆก็ถึงปลายทางแล้วค่ะ เคยหลับด้วยนะ โชคดีไม่ตกรถ อิอิ Smiley

รูปลักษณ์ภายใน ICE ชั้นหนึ่งเป็นแบบนี้ค่ะ


เบาะหนังไซส์เก้าอี้ขนาดใหญ่เหมาะกับหุ่นฝรั่งตัวใหญ่ค่ะ ทางเดินกว้างขวาง ที่เหยียดขากว้าง มีพื้นที่สำหรับการวางสัมภาระใต้เบาะมากกว่าชั้นสอง แต่ปกติแล้วผู้เดินทางจะเก็บสัมภาระไว้เหนือศีรษะค่ะ ถ้ายกขึ้นไม่ไหวเจ้าของประเทศชาวเยอรมันก็ยินดีช่วยนะคะ Smiley

บรรยากาศในรถไฟ ICE ชั้นสองเป็นแบบนี้ค่ะ


เป็นเก้าอี้กำมะหยี่แถวคู่ขนาดความกว้างจะไม่เท่ากับเก้าอี้ในชั้นหนึ่งค่ะ ที่เดินตรงกลางจะแคบกว่า บางช่วงจะมีโต๊ะให้ทำงานได้ด้วยค่ะ มีชั้นเก็บของอยู่บางโบกี้ ที่เก็บสัมภาระอยู่เหนือศีรษะเช่นเดียวกันค่ะ

ลูกค้าถามมาบ่อย ๆว่าความสูงระดับคนไทยนี่นั่งรถไฟแค่ชั้นสองก็พอแล้วใช่ไหม? ถ้าพี่ไม่ได้ตัวใหญ่มากนะคะ ก็ไม่มีปัญหาหรอกค่ะ เพียงแต่รถไฟชั้นสองมักจะเต็มเสมอโดยเฉพาะในเวลาเร่งด่วน และช่วงฤดูร้อนที่คนเดินทางท่องเที่ยวกันค่ะ ลูกหมวยเคยเกือบได้ยืน 3 ชั่วโมงจาก Hannover Hbf กลับมา Duisburg Hbf Smiley โชคดีนะคะ มี Oma (คุณป้าชาวเยอรมัน)มาเรียกให้ไปนั่ง แทบจะลงไปกราบงาม ๆ ตอนนั้นถือตั๋ว German Rail Pass ไม่ได้จองที่นั่งค่ะ ด้วยความชะล่าใจ คิดว่าคงมีที่นั่ง... โอ้ว ตอนขึ้นรถไฟถึงกับอึ้ง ที่นั่งเต็มทุกที่ ต้องออกมายืนตรงทางเดินระหว่างโบกี้...ร้อนมากค่า เพราะฉะนั้นอีกเรื่องนึงที่ลูกหมวยอยากแนะนำเพื่อน ๆคือเรื่องการจองที่นั่งค่ะ... จองไปเถอะค่ะ 4 ยูโรแลกกับการต้องยืนเกินหนึ่งชั่วโมง ยิ่งถ้าเพื่อน ๆมีสัมภาระขนาดใหญ่ด้วยนะคะ... การเดินทางที่คิดว่าจะสบายจะกลายเป็นประสบการณ์เลวร้ายอย่าให้เซ่ดดด... Smiley ถ้าเพือน ๆขึ้นไปไม่ถูกโบกี้ที่เราจองที่นั่งไว้ก็ไม่เป็นไรค่ะ รถไฟของเยอรมันสามารถเดินทะลุกันได้ค่ะ เป็นประตูกระจกเลื่อนอัตโนมัติค่ะ ไม่ต้องกังวลน้า Smileyแต่ห้ามนั่งผิดขบวนนะคะ ไม่ใช่ซื้อตั๋วชั้นสองแล้วไปนั่งที่นั่งชั้นหนึ่ง... โดนปรับนะคะพี่น้อง กรณีกลับกัน ซื้อตั๋วชั้นหนึ่งไปนั่งชั้นสองได้นะคะ ไม่มีใครว่า.. อิอิ

อ้อ...ลูกหมวยเคยคิดด่า Smiley (...แรงงง)คนเยอรมันในใจเรื่องวางกระเป๋า ไว้อีกเบาะข้างตัวเอง ก็ด้วยเราเป็นคนไทยนะคะ ส่วนใหญ่แล้วเวลานั่งรถเบาะคู่ ถ้าสัมภาระไม่เยอะ เราก็จะวางของของเราไว้บนตัก ผู้โดยสารคนอื่นจะได้นั่งข้าง ๆเราได้ค่ะ เพราะเก้าอี้มันว่าง คนเยอรมันจะไม่ยกของขึ้นถ้าเราไม่ถามเขาว่าที่นั่งตรงนี้ว่างหรือไม่นะคะ (เห็นได้ถึงความต่างของวัฒนธรรม) ลูกหมวยไม่รู้ว่าชาติอื่น ๆเป็นเหมือนกันหรือเปล่านะคะ แต่เพื่อน ๆก็มีสิทธิ์ถามนะคะ ง่าย ๆสั้น ๆว่า Frei? (ไฟร?) จริง ๆคำถามเต็ม ๆต้องถามว่า Ist der Platz hier frei? (ที่นั่งตรงนี้ว่างไหมคะ?) ถ้าว่างตามมารยาทแล้วเขาจะยกสัมภาระบนเบาะขึ้นให้เรานั่งค่ะ 

Smiley ต้องถามถ้าเพื่อน ๆไม่อยากยืน เหมือนกับต้องกดปุ่มเปิดประตูข้างรถไฟถ้าอยากให้ประตูเปิดค่ะ ไม่ใช่เค้าใจร้ายไม่เปิดให้เราขึ้นลงนะคะ Smiley

และถ้าเพื่อน ๆหิวระหว่างการเดินทางด้วย ICE เพื่อน ๆก็เดินไปใช้บริการร้านอาหารบนรถไฟ หรือ Bordrestaurant ได้เลยค่ะ 



Smileyตัวอย่างเมนูเป็นแบบนี้นะคะ



จริง ๆแล้วเค้าก็ไม่ได้ห้ามเราเอาอาหารขึ้นไปกินบนรถไฟขณะเดินทางนะคะ ตอนลูกหมวยนั่งรถไฟก็เห็นคนส่วนใหญ่ถือกาแฟกันมาเป็นถ้วยพร้อมขนมปังนั่งหม่ำกันตอนเดินทางที่แหละค่ะ ก็ซื้อที่สถานีรถไฟก่อนขึ้นรถง่ะ มีอยู่ทีนึงเจ้าหน้าที่รถไฟเขาเดินมาบอกว่ามีบริการบอร์ดเรสเตอรองนะ ไปใช้บริการได้ Smiley

บรรยากาศในบอร์ดเรสเตอรองเป็นแบบนี้นะคะ Smiley


นอกจากนั้นเรื่องห้องน้ำก็บนรถไฟ ICE ไม่ต้องห่วงนะคะ เคยอ่านจากหนังสือคุณน้องมาว่าสะอาดใช้ได้ ว่าแต่ลูกหมวยก็ไม่เคยเข้านะ เคยเข้าแต่บนรถไฟสวิตแต่ก็คิดว่าไม่น่าจะต่างกันค่ะ Smiley

ทีนี้เราจะรู้ได้อย่างไรว่าถึงปลายทางที่จะต้องลงแล้ว... ให้ฟังเสียงประกาศค่ะ เค้าจะประกาศเป็นภาษาเยอรมันว่า สถานีต่อไป.... อ๊ะ ไม่ต้องห่วงค่ะ มีเสียงประกาศภาษาอังกฤษด้วยค่ะ ถ้าฟังไม่ออกก็ไม่เป็นไรค่ะ งานนี้ให้ใช้ลูกสังเกตมองป้ายชื่อสถานีตรงชานชาลา หรือไม่ก็ดูตัววิ่งที่เป็นจอคอมพิวเตอร์ที่อยู่ด้านหน้าโบกี้ได้ค่ะ เขาจะประกาศสถานี และประกาศว่าให้ลงฝั่งซ้ายหรือฝั่งขวาค่ะ เพื่อน ๆเตรียมสัมภาระให้พร้อม และสามารถลากไปรอที่ประตูได้เลยค่ะ อย่าลืมกดปุ่มให้ประตูเปิดนะคะ

ตอนหน้าลูกหมวยจะพาเพื่อน ๆไปขึ้นรถไฟประเภทอื่น ๆของ DB ด้วยกันอีกนะคะ รอติดตามกันน้า Smiley

ถ้าเพื่อน ๆมีคอมเมนท์หรือเรื่องอื่น ๆที่อยากรู้ก็ถามมาได้เลยนะคะ ลูกหมวยยินดีไปหาคำตอบมาให้ค่ะ




Create Date : 16 กรกฎาคม 2556
Last Update : 16 กรกฎาคม 2556 18:01:46 น.
Counter : 4276 Pageviews.

3 comment
1  2  

Mission Wiederaufbau
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]



สวัสดีค่ะ หมวยอ้วนตาขีดค่ะ
เป็นปุถุชนคนแสนธรรมดาคนหนึ่งบนโลกใบนี้ที่มีความสุขบ้าง ทุกข์บ้าง ยินดีที่รู้จักทุกคนนะคะ ~_~
New Comments