Group Blog
 
All blogs
 
อุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่น (Khao Sam Lan National Park)

“น้ำตกสามหลั่น” หนึ่งในน้ำตก กว่า 10 แห่งของสระบุรี ที่มีเอกลักษณ์ เป็นลานหินกว้างวางเรียงซ้อนกันเป็นสามชั้น ลดหลั่นกันอย่างละชั้นสูงประมาณ 5 เมตร เหมาะสำหรับการไปพักผ่อนหย่อนใจ มีเส้นทางเดินป่าน้ำตกสามหลั่น-อ่างเก็บน้ำซับปลากั้ง ระยะทางประมาณ 4.5 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง โดยมีจุดเริ่มต้นจากบริเวณลานอเนกประสงค์ ผ่านน้ำตกสามหลั่น อ่างเก็บน้ำเขาสามหลั่น อ่างเก็บน้ำเขาไม้นวล น้ำตกแผงม้า อ่างเก็บน้ำซับปลากั้ง ไปสิ้นสุดบริเวณที่ทำการหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ พฉ.1 (ซับปลากั้ง)

ข้อมูลทั่วไป
อุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่น มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่อำเภอแก่งคอย อำเภอหนองแค อำเภอวิหารแดง และอำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี ป่าเขาสามหลั่นอยู่ใกล้กรุงเทพฯ มาก มีสภาพป่าอุดมสมบูรณ์ สภาพธรรมชาติป่าเขา น้ำตกที่สวยงาม โดยเฉพาะน้ำตกเขาสามหลั่น ซึ่งนักท่องเที่ยวรู้จักกันเป็นอย่างดี ทางคมนาคมสะดวกสบาย สามารถเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปกลับได้ในวันเดียว อุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่น มีเนื้อที่ประมาณ 27,856.25 ไร่ หรือ 44.57 ตารางกิโลเมตร

แต่เดิมอุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่น ได้รับการจัดตั้งเป็นวนอุทยานน้ำตกสามหลั่น อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติพระฉายทั้งหมด มีเนื้อที่ 24 ตารางกิโลเมตร ในความรับผิดชอบของป่าไม้เขตสระบุรี ต่อมาเมื่อกรมป่าไม้จัดตั้งกองอุทยานแห่งชาติขึ้นใหม่ ในปี พ.ศ. 2517 จึงได้โอนวนอุทยานน้ำตกสามหลั่นมาขึ้นกับกองอุทยานแห่งชาติ ซึ่งในอดีตป่าแห่งนี้มีความอุดมสมบูรณ์มาก สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นได้ใช้พื้นที่นี้เป็นจุดยุทธศาสตร์ ทำหลุมหลบภัย มีการตัดไม้ ทำฟืน ทำถ่านหุงหาอาหาร และทำถนน ทำให้ป่าธรรมชาติบางส่วนถูกทำลายลง ในปี พ.ศ. 2503 จึงได้เริ่มทำการปลูกป่าทดแทนให้สภาพป่าฟื้นตัวขึ้นมา และเมื่อได้ประกาศเป็นป่าสงวนแห่งชาติทำให้สภาพป่าฟื้นตัวมากยิ่งขึ้น
ต่อมา ในปี 2519 กรมป่าไม้ได้ให้กองอุทยานแห่งชาติ พิจารณาป่าพระฉาย กำหนดให้เป็นอุทยานแห่งชาติ กองอุทยานแห่งชาติจึงให้วนอุทยานน้ำตกสามหลั่นไปทำการสำรวจ ซึ่งวนอุทยานน้ำตกสามหลั่นได้มีหนังสือรายงานผลการสำรวจว่า บริเวณป่าพระฉายเป็นภูเขาสลับซับซ้อน เป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร สภาพป่าสมบูรณ์ดี มีน้ำตกที่สวยงาม และมีสัตว์ป่าอาศัยอยู่หลายชนิด เหมาะที่จะจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ

กองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ได้นำเสนอคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ ซึ่งมีมติเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2519 เห็นสมควรให้กำหนดพื้นที่ดังกล่าวเป็นอุทยานแห่งชาติ โดยได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดบริเวณที่ดินป่าพระฉายและน้ำตกสามหลั่น ในท้องที่ตำบลหนองนาก ตำบลห้วยทราย ตำบลโคกแย้ อำเภอหนองแค ตำบลหนองปลาไหล อำเภอเมืองสระบุรี ตำบลบ้านลำ ตำบลคลองเรือ อำเภอวิหารแดง และตำบลห้วยแห้ง อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี ให้เป็นอุทยานแห่งชาติ โดยได้ประกาศไว้ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 98 ตอนที่ 85 ลงวันที่ 2 มิถุนายน 2524 เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 27 ของประเทศ

ต่อมาในปี 2543 อธิบดีกรมป่าไม้ ได้เดินทางตรวจเยี่ยมราชการและได้แนะนำว่า ควรเปลี่ยนชื่ออุทยานแห่งชาติเขาสามหลั่นเป็น อุทยานแห่งชาติพระพุทธฉาย โดยกรมป่าไม้พิจารณาแล้วเพื่อให้สอดคล้องกับข้อมูลทางโบราณคดี ประวัติศาสตร์ และสภาพของพื้นที่ จึงเปลี่ยนชื่ออุทยานแห่งชาติเขาสามหลั่น เป็นอุทยานแห่งชาติพระพุทธฉาย

ต่อมาเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2549 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้พิจารณาชื่ออุทยานแห่งชาติให้มีความเหมาะสม สอดคล้องกับจุดเด่น และศักยภาพที่สำคัญของพื้นที่ที่จัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ จึงเปลี่ยนชื่ออุทยานแห่งชาติพระพุทธฉาย เป็นอุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่น

ลักษณะภูมิประเทศ
สภาพภูมิประเทศประกอบด้วยภูเขาสลับซับซ้อน เป็นเทือกเขาสูงที่วางตัวตามแนวตะวันตกเฉียงเหนือ-ตะวันออกเฉียงใต้ มีที่ราบแคบๆ ระหว่างหุบเขาอยู่ทางตอนเหนือของอุทยานแห่งชาติ ยอดเขาที่สูงที่สุดคือ เขาครก มีความสูงประมาณ 329 เมตรจากระดับน้ำทะเล สามารถมองเห็นตัวเมืองสระบุรี และอำเภอใกล้เคียงได้อย่างชัดเจน ป่าแห่งนี้เป็นต้นกำเนิดของน้ำตกหลายแห่ง เป็นต้นน้ำลำธารที่ไหลไปหล่อเลี้ยงไร่นาของราษฎรที่อยู่ใกล้เคียง สภาพของดินเป็นดินเหนียวและดินร่วนปนทราย หินชั้นล่างเป็นพวกหินดินดาน

ลักษณะภูมิอากาศ
สภาพภูมิอากาศในเขตอุทยานแห่งชาติสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ฤดูกาล ได้แก่ ฤดูร้อน จะร้อนอบอ้าวระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน ฤดูฝนจะมีฝนตกชุก ระหว่างเดือนพฤษภาคม-กันยายน และฤดูหนาวอากาศเย็นสบาย ระหว่างเดือนตุลาคม-มกราคม อุณหภูมิเฉลี่ย 28oC มีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 1,200 มิลลิเมตรต่อปี ซึ่งสามารถเดินทางไปท่องเที่ยวพักผ่อนได้ตลอดปี

พืชพรรณและสัตว์ป่า
สภาพป่าประกอบด้วยป่าเบญจพรรณ และป่าเต็งรัง มีพันธุ์ไม้ที่สำคัญได้แก่ แดง ประดู่ พลวง เต็ง รัง ตะเคียนทอง มะค่า ตะแบก เป็นต้น และพันธุ์ไม้อื่นๆ ที่ทำการสำรวจไว้กว่า 800 ชนิด ส่วนไม้พื้นล่างเป็นพวกไม้ไผ่ชนิดต่างๆ ตลอดจนหวาย และกล้วยไม้ เป็นต้น

สำหรับสัตว์ที่มีอาศัยอยู่เป็นสัตว์ขนาดเล็ก เช่น ไก่ฟ้า ไก่ป่า เก้ง กระจง ลิง หมูป่า กระรอก กระแต และนกชนิดต่างๆ ที่สำคัญ ได้แก่ นกเจ้าฟ้าหญิงสิรินธร ซึ่งคาดว่าจะสูญพันธุ์ ไปแล้ว

กิจกรรม : - ชมทิวทัศน์ - ดูผีเสื้อ - เดินป่าศึกษาธรรมชาติ - เที่ยวน้ำตก

การเดินทาง
จากกรุงเทพฯสู่จังหวัดสระบุรี ตามถนนพหลโยธิน ( ทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 1) ก่อนถึงจังหวัดสระบุรี ประมาณ 3 กิโลเมตร บริเวณ หลักกิโลเมตรที่ 102 U-TURN เลี้ยวขวา เข้าถนนลาดยาง หมายเลข 3042 ประมาณ 5 กิโลเมตร และเลี้ยวขวาเข้าถนนลาดยาง หมายเลข 3046 ประมาณ 3 กิโลเมตร ถึง ที่ทำการอุทยานแห่งชาติ น้ำตกสามหลั่น รวมระยะทางจากกรุงเทพฯ ประมาณ 110 กิโลเมตร

ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่น คนไทย ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ต่างชาติ ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท

บ้านพัก
อุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่นมีบ้านพัก 8 หลัง ราคา 600-2,400 บาท มีบ้านพักสำหรับค่ายเยาวชน 2 หลัง สามารถรองรับได้ 120 คน ราคาหลังละ 6,000 บาท สามารถจองที่พัก-บริการได้ด้วยตนเองผ่านระบบออนไลน์ทาง //www.dnp.go.th สามารถจองล่วงหน้าได้ 60 วัน หรือติดต่องานบริการห้องพัก สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โทร.0 2562 0760

หมายเหตุ : น้ำตกจะมีความสวยงามมากที่สุดในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม-ต้นเดือนตุลาคม

ติดต่อสอบถาม
อุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่น
ตู้ ปณ.10 ต.หนองปลาไหล อ. เมืองสระบุรี จ. สระบุรี 18000
โทรศัพท์ 0 3622 5171-2 โทรสาร 0 3622 5172 อีเมล์ namtoksamlan@thaimail.com
ข้อมูลจาก //www.dnp.go.th

ที่มา: คลิกที่นี่

Namtok Sam Lan National Park originally called “Khao Sam Lan National Park”, covers 4 districts: Mueang, Kaeng Khoi, Nong Khae and Wihan Daeng, and occupies an area of approximately 44 square kilometres or 27,856 rai. It was declared a national park on 2 June, 1981. October to January, which is during winter, is the best time to visit.
The park comprises many tiny and large mountains with a plain in the valley. The highest summit is Khao Khrok with a height of 329 metres. It is the highest sightseeing spot where the panoramic view surrounding the centre of Saraburi and nearby districts can be clearly witnessed. During World War II, the Japanese soldiers used this spot to watch the movements of their opponents through binoculars. The condition of this area is still naturally abundant. Many wild animals can be witnessed such as pheasants, red jungle fowls, barking deer, monkeys, wild boars, and various kinds of birds such as the Asian fairy-bluebirds, the white-crested laughing thrushs, the lineated barbets, the green-billed malkoha, as well as, many types of butterflies.

There are many waterfalls inside the national park such as “Namtok Sam Lan”. It features 3 levels of rock terraces similar to a staircase, and this is the origin of the waterfall’s name. It is 300 metres from the office of the National Park. There is also “Namtok Pho Hin Dat", approximately 300 metres from the park office. It is a single-levelled waterfall, suitable for swimming. In the area of the waterfall is a wide rock terrace with a gigantic Pho or Bodhi tree, extending its branches outward. Moreover, there is “Namtok Ton Rak Sai”, which is 400 metres from the park office and originates from the same stream as Namtok Pho Hin Dat. It is a single levelled waterfall. Its lively stream flows from the 7-metre high stone cliff to the basin below. Around the basin are many big and small rocks which can be used as the place for admiring the waterfall. There is a trail, connecting these waterfalls together, which takes approximately 2-3 hours to get back to the starting point without having to return the same way. The waterfall is most beautiful during the end of July until the beginning of October. Other interesting attractions are as follows:

Khao Ruak Reservoir is a small reservoir with a carrying capacity of 50,000 cubic metres. It is located between Khao Ruak and Khao Daeng and was constructed in 1980 with a sightseeing spot and venue for recreational activities such as kayaking, cycling a punting boat, swimming, etc.

Phra Phutthachai Tunnel is 12 kilometres from the park office. It is a one-way train tunnel which is 7 metres wide, 7 metres high and 1,197 metres long. It was constructed in 1994 and is the longest train tunnel in Thailand built by Thai people. It is at Khao Chong Ling on the border between Tambon Charoen Tham , Amphoe Wihan Daeng and Tambon Nong Pla Lai, Amphoe Mueang, Saraburi.

World War II Memorial of the Japanese Army (Khao Daeng) is 2 kilometres from the park office. It is a historical attraction. During World War II, the Japanese soldiers occupied the area of Khao Daeng as a military base and prison for captives. There remain traces of holes caused by the bombs left behind by the Japanese soldiers. The constructions made by the Japanese soldiers are the commanding tunnel, trenches along the valley, the commanding room, a treasure room, and the bunker lines.

Ancient Chedi on Top of Khao Radar is assumed to have been constructed during the Ayutthaya period but was struck by the thunderbolt. At present, there are some traces left. Another historical importance is that the Japanese soldiers once used this place as a cannon base.

Besides, there are 3 natural study routes; namely, 1) Khao Daeng route, a distance of 1.6 kilometres, 2) Sam Lan – Ton Rak Sai route, a distance of 3.2 kilometres, and 3) Sam Lan – Sap Pla Kang route, a distance of 4.5 kilometres. For the 3rd route, tourists can stay overnight. Please inform the national park officer in advance.

The admission is 100 baht for adults and 50 baht for children.

Accommodation and Facilities: The park has three guesthouses provided for tourists, costing 600-2,400 Baht, a camp for 60 people, costing 6,000 Baht/night, and a camping site for tourists bringing their own camping gear. Besides, there are punting boats and canoes for rent. For more information, please contact the park office at Tel. 0 3622 5171-2 or at the National Park, Wildlife and Plant Conservation Department, Bang Khen, Bangkok, at Tel. 0 2562 0760, or at //www.dnp.go.th.

To get there: The park is located on the Bangkok - Saraburi Road, on Highway No. 1, Phahonyothin Road, approximately 16 kilometres south of Saraburi. Departing from Bangkok, turn right to make a U-turn before reaching Km. 102 to Highway No. 3042 and 3046, respectively to the asphalt road for 8 kilometres.

Original: click here

picture



เมื่อผ่านแยกระหว่างไปวัดพระพุทธฉายกับไปน้ำตกสามหลั่น โดยมุ่งหน้าสู่น้ำตกสามหลั่น ก็จะพบป้ายอุทยานด้านขวามือ



ขับมาประมาณ 1 กิโลเมตร จะพบป้ายคำเตือน ให้ปฏิบัติตามกฏเมื่อเข้าสู่เขตอุทยาน



ขับมาอีกประมาณ 1 กิโลเมตร จะพบป้ายต้อนรับของอุทยาน



ลานจอดรถ



ทางเดินเข้าน้ำตกสามหลั่น









น้ำตกสามหลั่น











พันธุ์ไม้ที่หลากหลาย









อื่นๆ







หมายเหตุ ช่วงที่ผมไปนี่เป็นช่วงต้นเดือนตุลาคม เห็นทางเจ้าหน้าที่บอกว่าน้ำจะมีช่วงต้นเดือนพฤษภาคม และมีอีกครั้งก็ปลายเดือนกันยายน นอกนั้นน้ำจะไม่มี อย่างไรก็ตามถ้าจะมาให้โทรไปสอบถามก่อนก็ได้นะครับจะได้ไม่เสียเที่ยว

เดือนตุลาคม 2010 ได้ไปน้ำตกสามหลั่นอีกครั้ง

ไปครั้งนี้โชคดีได้เจอกุ้ง 1 ตัวที่น้ำตกแห่งนี้



นอกจากกุ้งแล้ว ยังพบกระต่ายด้วย (ไม่รู้เป็นกระต่ายป่าหรือกระต่ายเลี้ยงกันแน่)



สุดท้ายนี้เป็นภาพน้ำตกสามหลั่น








เดือนสิงหาคม 2012 ได้ไปน้ำตกสามหลั่นอีกครั้ง ซึ่งเจ้าหน้าที่แจ้งว่าในวันนี้ (25/8/2012) น้ำตกไม่มีน้ำ เราก็ลองเข้ามาดูบรรยากาศอีกแบบหนึ่ง

ท้องฟ้าในวันนั้น



ก่อนเข้าน้ำตก เห็นมีการเตรียมต้นกล้าอยู่





ระหว่างทางเข้าน้ำตก (จากทางเข้าถึงน้ำตกประมาณ 100 เมตร) มีที่พักให้นั่งด้วย



เจอสะพานเหมือนเดิม



ฝายหินเรียง



ระหว่างทางก่อนถึงน้ำตก















ถึงน้ำตกแล้ว













พอน้ำไหลน้อย สีน้ำก็จะขุ่นหน่อย



แต่ก็ยังมีให้เห็น ปลา, ปู, กุ้ง





ถึงแม้น้ำจะน้อย แต่ก็ยังพอมีให้ได้ยินน้ำไหลอยู่บ้าง





สุดท้ายถ่ายรูปหมู่กันหน่อย






Create Date : 07 ตุลาคม 2552
Last Update : 2 กันยายน 2555 7:45:19 น. 2 comments
Counter : 2801 Pageviews.

 
สวยครับ ร่มรื่นมากเลยทีเดียว


โดย: นายหัว (nindhua ) วันที่: 7 ตุลาคม 2552 เวลา:6:51:27 น.  

 
สวยน่าไปเที่ยวจัง แต่ช่วงนี้ฝนยังตก ไม่ค่อยกล้าไปเที่ยว กลัวน้ำป่ามาน่ะค่ะ


โดย: หญิงแก่น วันที่: 27 ตุลาคม 2553 เวลา:11:13:15 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

rangsitk4
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add rangsitk4's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.