Group Blog
 
All blogs
 

พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย (Thai Human Imagery Museum)

ตั้งอยู่เลขที่ 43/2 หมู่ 1 ถนนบรมราชชนนี (ปิ่นเกล้า-นครชัยศรี) กิโลเมตรที่ 31 ตำบลขุนแก้ว เป็นสถานที่จัดแสดงหุ่นขี้ผึ้งไฟเบอร์กลาสซึ่งมีความสวยงามและเหมือนจริงให้ความรู้สึกนุ่มนวล ซึ่งเป็นผลงานสร้างสรรค์ของคุณดวงแก้ว พิทยากรศิลป์และกลุ่มศิลปินไทยซึ่งใช้เวลาค้นคว้าทดลองกว่า 10 ปี โดยมีวัตถุประสงค์ในอันที่จะส่งเสริม เผยแพร่และอนุรักษ์ไว้ซึ่งศิลปวัฒนธรรมและประเพณีของไทย ก่อตั้งโครงการเมื่อปีพ.ศ.2525 เปิดเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2532

ภายในอาคารแบ่งออกเป็น 2 ชั้น ชั้นล่าง จัดเป็นห้องแสดงถาวรจำนวน7 ห้องประกอบด้วยหุ่นชุดต่างๆ ได้แก่ ชุดพระอริยสงฆ์ ชุดพระบรมรูปอดีตพระมหากษัตริย์ราชวงศ์จักรีและชุดมุมหนึ่งของชีวิตเป็นการแสดงชุดหมากรุกไทย ชุดครอบครัวไทย ชุดเลิกทาส เป็นต้น ชั้นบน จัดเป็นห้องแสดงนิทรรศการชั่วคราวชุดต่างๆหมุนเวียนตามความเหมาะสม ปัจจุบันจัดแสดงเรื่องชุดครูเพลงไทย ชุดบุคคลสำคัญของโลก ชุดวรรณคดีไทย พระอภัยมณีของสุนทรภู่ ชุดการละเล่นของเด็กไทย ชุดประวัติศาสตร์ไทย พิพิธภัณฑ์ฯ เปิดบริการทุกวันไม่เว้นวันหยุด (จันทร์-ศุกร์ เปิดตั้งแต่เวลา 09.00-17.30 น. วันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เปิดเวลา 08.30-18.00 น.) อัตราค่าเข้าชม คนไทย 50 บาท นักศึกษาในเครื่องแบบและพระภิกษุ 20 บาท นักเรียนอนุบาล-ม.6 และ เด็ก(สูงไม่เกิน130 ซม.) 10บาท ชาวต่างประเทศ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 3433 2061, 0 3433 2607 โทรสาร 0 3433 2061

การเดินทาง จากกรุงเทพโดยสารรถประจำทางจากสถานีขนส่งสายใต้ สายกรุงเทพฯ-นครปฐม(สายใหม่) รถจะผ่านหน้าพิพิธภัณฑ์ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที จากนครปฐมนั่งรถสายนครปฐม-ศาลายา รถจะผ่านหน้าพิพิธภัณฑ์ ใช้เวลาประมาณ 30 นาที

ที่มา:การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย


Located at Km.31 Borom Ratchonnani Road on the way to Nakhon Pathom, the museum houses life-like sculptures created by a group of Thai artists. hese breathtaking human figures with various characteristics and the replicas of important people are displayed in many sections such as the Great Buddhist Monks, Former Kings of the Chakri Dynasty, and One Side of Thai Life.

Open : Weekdays from 9 a.m. - 5.30 p.m. Holidays from 8.30 a.m. - 6 p.m.
Admission : 200 baht.
Tel : 0 3433 2109, 0 3433 2607, 0 3433 2061

Original:Tourism Authority of Thailand

ผมเห็นอยู่เว็ปหนึ่ง เป็นภาพพาโรนามา น่าสนใจดีครับ คลิกที่นี่

Picture

ชุดพระบรมรูปพระมหากษัตริย์ราชวงศ์จักรี
เป็นผลงานเทิดพระเกียรติ ประกอบด้วยหุ่นจำลองพระบรมรูปอดีตพระมหากษัตริย์ในราชวงศ์จักรี รัชกาลที่ 1 - 8 ภายในห้องท้องพระโรงอันโอฬาร





พ.ศ.2543 นิทรรศการพิเศษ 100 ปี สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี





ชุดประวัติศาสตร์ไทย เรื่องสมเด็จพระปิยมหาราชกับการเลิกทาส







ชุดพระอริยสงฆ์









หุ่นครอบครัวไทย



หุ่นสนใจข่าว



หุ่นเลขาน่ารัก



ชุดมุมหนึ่งของชีวิต
หุ่นชุดหมากรุกไทย



หุ่นชุดเหนื่อยนักพักก่อน



ครูเพลงไทย
ครูจวงจันทน์ จันทร์คณา "บรมครูพรานบูรพ์"



ครูไพบูลย์ บุตรขัน "ราชานักแต่งเพลงลูกทุ่ง"



ส่วนครูเอื้อ สุนทรสนาน ภาพถ่ายเบลอจึงไม่ได้ลงมา

บุคคลสำคัญของโลก
อับราฮัม ลินคอล์น ผู้ปลดปล่อยทาสของสหรัฐอเมริกา



ส่วน เซอร์ วินสตัน เชอร์ชิลและมหาตมา คานธี ภาพถ่ายเบลอ

ชุดวัฒนธรรมประเพณีไทย เรื่อง การละเล่นไทย
การเล่นขี่ช้างชนกัน



การเล่นจ้ำจี้



การเล่นรีรีข้าวสาร



การเล่นแมงมุมขยุ้มหลังคา



การเล่นหัวล้านชนกัน



ชุดวรรณคดีไทย เรื่อง พระอภัยมณีของสุนทรภู่



ภาพอื่น ทั่วๆไป
ห้องขายของที่ระลึก จุดเดียวกับที่ขายตั๋ว



ภาพภายนอกอาคารแสดงหุ่น








 

Create Date : 06 พฤษภาคม 2553    
Last Update : 6 พฤษภาคม 2553 21:26:42 น.
Counter : 2279 Pageviews.  

วัดพระปฐมเจดีย์ราชวรวิหาร (Phra Pathom Chedi)

ตั้งอยู่ที่ตำบลพระปฐมเจดีย์ อำเภอเมืองนครปฐม เป็นพระสถูปเจดีย์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย จังหวัดนครปฐมได้ใช้พระปฐมเจดีย์เป็นตราประจำจังหวัด พระปฐมเจดีย์ที่เห็นอยู่ในปัจจุบันนี้เป็นองค์ที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 เมื่อ พ.ศ. 2396 โดยโปรดเกล้าฯให้สร้างครอบพระเจดีย์องค์เดิมซึ่งเป็นเจดีย์เก่าแก่มีฐานแบบโอคว่ำและมียอดปรางค์อยู่ข้างบน สันนิษฐานว่ามีอายุอยู่ในตอนต้นพุทธศตวรรษที่ 4 เนื่องจากรูปร่างของเจดีย์แบบโอคว่ำ มีลักษณะคล้ายกับสาญจีเจดีย์ในอินเดียซึ่งสร้างสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช การก่อสร้างเจดีย์ครอบองค์ใหม่เสร็จเรียบร้อยในสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อ พ.ศ. 2413 รวมเวลาก่อสร้าง 17 ปี พระเจดีย์องค์ใหม่มีลักษณะเป็นเจดีย์ทรงกลม รูประฆังคว่ำแบบลังกา มีความสูงจากพื้นดินถึงยอดมงกุฎ 3 เส้น 1 คืบ 10 นิ้ว (หรือประมาณ 120.5 เมตร) ฐานวัดโดยรอบได้ 5 เส้น 17 วา 3 ศอก (หรือประมาณ 233 เมตร) ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 6 ได้ทรงบูรณะวัดพระปฐมเจดีย์ให้สง่างามมากขึ้น และถือว่าวัดพระปฐมเจดีย์เป็นวัดประจำรัชกาลที่ 6 พระปฐมเจดีย์ เปิดตั้งแต่เวลา 07.00-20.00 น. ค่าเข้าชมชาวต่างประเทศ 40 บาท ประมาณเดือนพฤศจิกายนของทุกปีจะมีงานนมัสการองค์พระปฐมเจดีย์ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานจัดประโยชน์และรักษาองค์พระปฐมเจดีย์ โทร. 0 3424 2143

ความเชื่อและวิธีการบูชา การนมัสการพระปฐมเจดีย์ถือเป็นสิริมงคลและได้อานิงส์อย่างมาก เนื่องจากเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า นอกจากนี้ชาวนครปฐมเชื่อว่าพระร่วงโรจนฤทธิ์นั้นมีความศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก หากใครอธิษฐานขอพรสิ่งใดก็มักจะได้รับสิ่งนั้นสมดังปรารถนาในทุกประการ

งานนมัสการองค์พระปฐมเจดีย์ จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ในวันขึ้น 12 ค่ำ ถึงวันแรม 15 ค่ำ เดือน 12 (ประมาณเดือนพฤศจิกายน) รวม 9 วัน 9 คืน

นอกจากนี้ภายในวัดพระปฐมเจดีย์ยังมีสิ่งที่น่าสนใจต่างๆ ดังนี้

พระร่วงโรจนฤทธิ์ เป็นพระพุทธรูปยืนปางประทานอภัย ประดิษฐานในซุ้มวิหารทางทิศเหนือหน้าองค์พระปฐมเจดีย์ สร้างในสมัยรัชกาลที่ 6 โดยได้พระเศียร พระหัตถ์ และพระบาท มาจากเมืองศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย แล้วโปรดเกล้าฯ ให้ช่างทำรูปปั้นขี้ผึ้งปฏิสังขรณ์ให้บริบูรณ์เต็มองค์ ทำพิธีหล่อที่วัดพระเชตุพนฯ เมื่อ พ.ศ. 2456 แล้วอัญเชิญไปประดิษฐานไว้ในซุ้มวิหารด้านทิศเหนือตรงกับบันไดใหญ่ และพระราชทานนามว่า “พระร่วงโรจนฤทธิ์ ศรีอินทราทิตย์ ธรรมโมภาส มหาวชิราวุธราชปูชนียบพิตร” และที่ฐานพระพุทธรูปองค์นี้เป็นที่บรรจุพระบรมอัฐิของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

พิพิธภัณฑ์วัดพระปฐมเจดีย์ ตั้งอยู่บริเวณชั้นลดด้านทิศตะวันออกตรงข้ามพระอุโบสถ ภายในเก็บวัตถุโบราณที่ขุดพบได้จากสถานที่ต่างๆ ในจังหวัดนครปฐมทั้งสมัยบ้านเชียง สมัยทวารวดี เช่น พระพุทธรูป หินบดยา ลูกประคำดินเผา กำไลข้อมือ เงินโบราณ ฯลฯ และยังเป็นที่เก็บหีบศพของย่าเหลและโต๊ะหมู่บูชาซึ่งใช้ในพิธีศพของย่าเหลซึ่งเป็นสุนัขที่รัชกาลที่ 6 ทรงโปรดปรานมากและถูกคนลอบยิงตาย พระองค์ทรงเสียพระทัยมาก โปรดฯให้สร้างอนุสาวรีย์ไว้อาลัย พิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชมทุกวัน ระหว่างเวลา 08.00-16.30 น. (ปิดช่วงเวลา 12.00–13.00)

ที่มา :คลิกที่นี่

Phra Pathom Chedi, the largest pagoda in Thailand. Phra Pathom Chedi is the official provincial symbol of Nakhon Pathom.

The present Phra Pathom Chedi was built during the reign of King Rama IV in 1853, under his royal command, the new Chedi was constructed to cover the former Chedi of which the shape was of an upside down bell shape with a Prang top. It is assumed that the former Chedi dates back to the year 539 AD due to the fact that the upside down bell shaped Chedi has a similar style to the Sanchi Chedi in India which was built in the reign of King Asoka. The construction of the new huge Chedi was completed in the reign of King Rama V in 1870 AD. In all, it took 17 years to build.

The completed Chedi is a circular one that features an upside down bell shape Chedi (Lankan style). The height from ground to a top crown is some 120.45 metres, and a total diameter at the base is 233.50 metres. The sacred Chedi houses Lord Buddhas relics. During the reign of King Rama VI, Wat Phra Pathom was renovated and later the temple became the royal temple of King Rama VI. Within the monastery compound, there are various interesting historical items, including the Phra Ruang Rodjanarith , an image of Buddha bestowing pardon, is enshrined in a vihara located to the North and in front of Phra Pathom Chedi. The casting of this Buddha image was casted during the reign of King Rama VI: the images head, hand, and feet were brought from Muang Srisatchanalai, Sukhothai.

Under royal command, a wax sculpture of the Buddha image was moulded. The casting process was held at Wat Phra Chettuphon in 1913. Later, the Buddha image was enshrined in the vihara, located on the north side at the top of a huge staircase. The King granted the name of Phra Rung Rodjanarith Sri-intharathit Thammamopas Mahavachiravuth Rachpuchaniyabopitr to this Buddha image. At its base, the relics of King Rama VI are housed. Additionally, there are:

Wat Phra Pathom Chedi Museum The museum is located at a lower level in the east of the church. It houses artefacts and historical remains which were discovered during the excavations in Nakhon Pathom including the coffin and funeral ritual set that were used in Ya-Leis cremation ceremony. Ya-Lei was a dog very dear to King Rama VI, that was shot and died. The King was much saddened and commanded to building of a monument for Ya-Lei as a token of his grief. The museum is open daily from 09.00-16.30 except Monday and Tuesday.

Then there is the National Museum of Phra Pathom Chedi This is also worth a visit. The National Museum of Phra Pathom Chedi is located to the south of the Pathom Chedi compound. It is a 2 storey modern Thai building that houses artefacts and historical remains, most of which dates back to Dvaravati period and were found during excavations in Nakhon Pathom. For more information, contact Phra Pathom Chedi Treasury and Preservation Office tel: 0 3427 0300, 0 3424 2500, Fax: 0 3424 2500. The museum is open daily from 09.00-16.00 except Monday, Tuesday and National Gazette holidays. The admission fee is 30 baht.

source: click here

picture

ถ้านั่งรถไฟสามารถมาลงได้ที่สถานีนครปฐม แล้วเดินไปพระปฐมเจดีย์ได้เลยครับ



พระปฐมเจดีย์





พระอุตตระเถระ







พระโสณะเถระ







ในวันที่ไปมีพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ณ องค์พระปฐมเจดีย์



มีเวลาเที่ยวไม่มาก จึงถ่ายรูปมาได้เพียงเท่านี้




 

Create Date : 02 พฤษภาคม 2552    
Last Update : 3 มิถุนายน 2552 8:13:15 น.
Counter : 13198 Pageviews.  

วัดไร่ขิง นคารปฐม (Wat Rai Khing, Nakhon Pathom)

ตั้งอยู่ที่ตำบลไร่ขิง บนฝั่งแม่น้ำท่าจีนหรือแม่น้ำนครชัยศรี ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 32 กิโลเมตร วัดไร่ขิงนี้ สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรส วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพฯ ทรงพระราชทานนามว่า "วัดมงคลจินดาราม (ไร่ขิง)" แต่ชาวบ้านเรียกกันเต็ม ๆ ว่า "วัดมงคลจินดารามไร่ขิง" จนกระทั่งเหลือแต่ชื่อ วัดไร่ขิง อาณาเขตวัดแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ เขตศาสนสถานและเขตสาธารณสถานซึ่งเป็นพื้นที่ของโรงเรียนและโรงพยาบาลมีถนนตัดผ่านกลาง วัดนี้เป็นวัดราษฎร์ ยังไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าสร้างเมื่อใด อาศัยจากคำบอกเล่าว่า สร้างตั้งแต่ พ.ศ. 2394 สมัยสมเด็จพระพุฒาจารย์(พุก) รัชกาลที่ 4 เป็นต้นมา เมื่อสร้างวัดเสร็จได้อัญเชิญพระพุทธรูปมาจากวัดศาลาปูน (ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นฝีมือช่างสมัยไทยล้านนาและล้านช้าง ตามตำนานเล่าว่าลอยน้ำมาและอัญเชิญขึ้นไว้ที่วัดศาลาปูน) ตำบลหอรัตนไชย อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยามาประดิษฐานไว้เป็นพระประธานวัด ชาวบ้านเรียกว่า “หลวงพ่อวัดไร่ขิง” เป็นพระพุทธรูปเนื้อทองสัมฤทธิ์ ปางมารวิชัยแบบประยุกต์ หน้าตักกว้าง 4 ศอก 2 นิ้ว สูง 4 ศอก 16 นิ้วเศษ ลักษณะผึ่งผายคล้ายสมัยเชียงแสน พระหัตถ์เรียวงามตามแบบสุโขทัย พระพักตร์ดูคล้ายรัตนโกสินทร์ ประดิษฐานเหนือฐานชุกชี พระอุโบสถ เป็นทรงโรง ศิลปะสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ฝาผนังก่ออิฐถือปูนหน้าบันเป็นลายพุดตาล ติดช่อฟ้าใบระกาหางหงส์ หลังคามุงด้วยกระเบื้องเคลือบสลับสี ซุ้มประตูเป็นลายปูนปั้นเครือเถา บานประตูด้านนอกเป็นลายรดน้ำรูปท้าวจัตุโลกบาล ด้านในเป็นภาพสีรูปอสูรยักษ์ เซี้ยวกาง บานหน้าต่างเป็นลายรดน้ำรูปต้นไม้พร้อมด้วยสิงสาราสัตว์ ด้านในเป็นภาพเขียนสีรูปดอกไม้ ส่วนซุ้มหน้าต่างเป็นรูปปูนปั้นลายเครือเถา รอบพระอุโบสถมีวิหารประจำทิศต่างๆทั้งสี่ทิศ หน้าบันใช้ปูนปั้นเป็นลายเทพพนม ไม่มีซุ้มประตูหน้าต่าง ศาลาจตุรมุข ตั้งอยู่ด้านหน้าและด้านหลังของอุโบสถเป็นศาลาทรงไทย 4 มุข หน้าบันทั้งสี่ด้านมีภาพปูนปั้นเป็นเรื่องราวพุทธประวัติตั้งแต่ประสูติจนถึงปรินิพพานและการแบ่งพระบรมสารีริกธาตุ ขอบล่างเป็นรูปปั้นราหูอมจันทร์ ปลายเสาทุกต้นมีบัวหงาย มณฑปกลางสระน้ำ เป็นที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง ตั้งอยู่ด้านทิศตะวันตกของอุโบสถ วัดไร่ขิงเป็นวัดที่พุทธศาสนิกชนรู้จักกันดี นิยมเดินทางไปนมัสการหลวงพ่อวัดไร่ขิงกันอยู่เสมอ ทุกวันศุกร์และเช้าอาทิตย์จะมีตลาดนัดอาหารและผลไม้จำหน่าย ที่บริเวณริมแม่น้ำหน้าวัดเป็นเขตอภัยทาน ร่มรื่น มีปลาสวายตัวโตนับพันอาศัยอยู่ นักท่องเที่ยวสามารถซื้อขนมปังเลี้ยงอาหารปลาได้อีกด้วย สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 0 3431 1384, 0 3432 3056
การเดินทาง สามารถใช้เส้นทางได้ 2 เส้นทาง ได้แก่ รถยนต์ ใช้เส้นทางสายถนนเพชรเกษม ผ่านสวนสามพราน ก็จะพบป้ายของวัดไร่ขิงอยู่ทางขวามือ

รถโดยสารประจำทาง นั่งรถโดยสารประจำทางปรับอากาศชั้น 2 จากสถานีขนส่งสายใต้ สายเก่า (กรุงเทพฯ-อ้อมใหญ่-สามพราน-นครปฐม) กรุงเทพฯ-ราชบุรี กรุงเทพฯ-บางลี่ กรุงเทพฯ-สุพรรณบุรี ลงปากทางเข้าวัดไร่ขิงแล้วต่อรถโดยสารประจำทางเข้าไปยังวัดไร่ขิง

ที่มา: คลิกที่นี่

Wat Rai Khing is located in Tambon Rai Khing 32 Kms. from Bangkok. It is a civilian monastery built in 1791. Somdej Phra Phuttha Chan (Pook) named this temple after the district. When construction was completed, the Buddha image was brought from Wat Sala Poon and enshrined here, later the locals named the image Luang Pho Wat Rai Khing. The Buddha image is in the attitude of Buddha Subduing Mara. The Buddha image is of Chiang Saen style and is assumed to have been built by Lanna Thai and Lan Chang craftsmen. According to legend, this Buddha image was found floating in the river, so the townspeople lifted the Buddha image out of the water and enshrined the image at Wat Sala Poon.

Prince Vachirayan Varoros granted temple the name of Wat Mongkol Chinda Ram (with the words Rai Khing in parenthesis after the name) but the locals call the temple Wat Mongkol Chinda Ram Rai Khing, later it was shorten to Wat Rai Khing. The temple is well known among Thais, faithful Buddhists frequently pay a visit to Wat Rai Khing to pay homage to the sacred Buddha image. Every Saturdays and Sundays, food and fruits are sold in front of the temple. This temple is also renowned for its natural fish sanctuary, a habitat of hundreds of thousands of Sawai fish (big catfish-like freshwater fishes). Visitors can buy bread here to feed the fish.

Additionally, there is a museum that collects and displays various kinds of artifacts including ancient bowls, mural paintings, and old books, all of which were donated by the townspeople.

Getting there: there are 3 ways: from the intersection in front of Pho Kaew Police Station, from the intersection in front of the Rose Garden, and from the intersection at Buddhamonthon 5 Road. For more information on the museum, contact tel: 0 3431 1384, 0 3432 3056.

source: click here

picture














 

Create Date : 24 มกราคม 2552    
Last Update : 20 มิถุนายน 2552 8:44:42 น.
Counter : 2684 Pageviews.  


rangsitk4
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add rangsitk4's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.