ใช้สมุนไพรสยบผื่นคัน

บทความ จาก นิตยสารบันทึกคุณแม่
แก้มใส ๆ ของเด็กทารกเล็ก ๆ ใครเห็นก็อยากหอมแก้ม แต่พอลมหนาวมาเยือนแก้มใส ๆ ของลูกก็เริ่มแดงเปล่งปลั่ง เหมือนผลตำลึงสุก เริ่มแดงใหม่ ๆ ก็ดูดี แต่ถ้าคุณแม่ไม่ได้ทาครีม หรือโลชั่นให้ผิวชุ่มชื้นอากาศแห้งในบางช่วง ก็จะทำให้ผิวบาง ๆ นั้นแตกแห้งได้ ลูกจะรู้สึกเจ็บ ๆ คัน ๆ และเจ็บมากเวลาคุณแม่ล้างหน้า หรือไปถูกแก้มเขา
ข้อมูลจากหนังสือสมุนไพรสำหรับเด็กมีคำแนะนำ สำหรับคุณแม่ในกรณีทีลูกของคุณหน้าแห้งแตกมาก การใช้ครีมทาอาจจะไม่ได้ผล ขอให้ใช้ขมิ้นชันผงผสมน้ำมันมะกอกทา จะทำให้ผิวชุ่มชื้นเร็วขึ้น สำหรับขมิ้นชันนั้นรักษาโรคผิวหนังได้ดี มีน้ำมันหอมระเหยที่ฆ่าเชื้อโรคได้ ช่วยบำรุงผิวให้สวย หรือถ้าเป็นไม่มากจะใช้ขมิ้นผงกับแป้งทาตัวผสมน้ำทาก็ได้
บางครั้งผิวหน้าเด็กอาจจะไม่ได้แตกจากอากาศแห้ง แต่เกิดจากแพ้สารเคมีบางอย่าง เช่น น้ำหอมที่ผสมอยู่ในแป้งหรือสบู่ ฝุ่นละออง หรือสิ่งอื่น ๆ อีกมากมาย ผื่นมักจะขึ้นที่หน้าโดยเฉพาะแก้ม ระยะแรกผื่นจะมีลักษณะแดง คัน มีตุ่มน้ำใส ๆ เล็ก ๆ แล้วแตกอกมีน้ำเหลืองซึม พอผื่นแดงเริ่มจางลง ผิวหนังจะแตกแห้งมีสีคล้ำขึ้น
คุณแม่ที่เห็นผิวหน้าของลูกแตกในลักษณะนี้คงจะกังวลใจมาก โดยเฉพาะถ้าเป็นลูกสาว โตขึ้นหน้าจะไม่สวย เวลาเป็นผื่นแดงแตกที่หน้า ถ้าไม่รีบรักษาจะลามมากจนดูน่ากลัว ใคร ๆ เห็นก็จะทักเพราะผื่นมาโชว์อยู่ที่หน้า
ผิวของเด็กที่แพ้ง่ายนี้จะไวมากต่อสิ่งที่มากระตุ้น จึงต้องดูแลเป็นพิเศษต่อสิ่งที่จะมาใช้กับลูกน้อย ไม่ว่าจะเป็นครีม โลชั่น แป้ง สบู่ ซึ่งปัจจุบันผู้ผลิตเห็นความสำคัญ ผลิตอุปกรณ์ของใช้เด็กอ่อนให้เหมาะสมกับผิวบอบบางและแพ้ง่ายออกมามากมาย อย่างไรก็ตามควรหลีกเลี่ยงสิ่งต่าง ๆ ที่จะระคายเคืองผิวเด็กหรือมากระตุ้นให้แพ้ เช่น ผ้าที่มีขนหลุดง่าย หรือกวาดเก็บฝุ่นได้ดี
ถ้าลูกเริ่มมีอาการผิวหน้าแตก ควรใช้ใบมะลิลาหรือมะลิซ้อนก็ได้ ขยี้ผสมแป้งเด็กทาวันละ 3 - 4 ครั้ง หรือจะใช้ขมิ้นผงกับแป้งผสมน้ำทาวันละ 3 - 4 ครั้งก็ได้ แต่ถ้าผื่นแดงมีตุ่มน้ำใสแตกออก มีน้ำเหลือง ซึมเยิ้ม ให้ประคบด้วยน้ำเกลือที่ใช้ล้างแผล วิธีทำไม่ยากให้เอาผ้าก๊อซ หรือผ้าขาวบางที่สะอาดชุบน้ำยาใช้ชุ่ม แล้วางปิดไว้บนผื่น พอผ้ายาแห้งก็เปลี่ยนผืนใหม่
การทำเช่นนี้จะช่วยชะล้างน้ำเหลืองออกทำให้แผลสะอาดและแห้งขึ้น อาจทำตอนที่เด็กนอนหลับก็สะดวกดี เพราะถ้าเวลาตื่นเด็กจะไม่อยู่เฉย ๆ





Create Date : 27 มิถุนายน 2554
Last Update : 27 มิถุนายน 2554 21:54:54 น.
Counter : 2830 Pageviews.

0 comment
ดูแล "ผม" เจ้าตัวเล็ก

บทความจากนิตยสารรักลูก


ไม่ว่าลูกน้อยสมาชิกใหม่ในครอบครัวของคุณ จะเกิดมาพร้อมกับเส้นผมที่ดกดำเต็มศีรษะ หรือบางหร็อมแหร็มจนน่าใจหาย ก็ไม่ต้องตกอกตกใจไปหรอกค่ะ เพราะถ้ารู้จักดูแลรักษาเส้นผมและหนังศีรษะของลูกให้ดีแล้วละก็ เจ้าตัวน้อยก็จะเป็นเจ้าผมสวยได้ไม่ยาก
เส้นผมและหนังศีรษะที่บอบบางของเด็กอ่อน ควรได้รับการดูแลอย่างดีจากคุณพ่อคุณแม่ด้วยวิธีเหล่านี้...

* สระๆ ล้าง ๆ ให้ผมสะอาด
การดูแลเส้นผมและหนังศีรษะของเจ้าตัวเล็กให้สะอาดอยู่เสมอ วิธีที่ง่ายที่สุดก็คือ สระผมให้ลูกเป็นประจำ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ (แต่ถ้าเป็นช่วงที่อากาศร้อน ๆ แบบนี้ จะสระผมให้ลูกบ่อยครั้งขึ้น ก็ไม่ถือว่าผิดกติกาแต่อย่างใดค่ะ)

วิธีสระผมให้ลูกน้อย
1.อุ้มลูกขึ้นโดยประคองตัวลูกไว้ในอ้อมแขน ใช้มือประคองคอและศีรษะของลูกไว้ กระชับตัวลูกให้แน่
2.ใช้มืออีกข้างวักน้ำอุ่นที่เตรียมไว้ มาชโลมผมลูกให้เปียก
3.หยดแชมพูสำหรับทารกเพียง 1-2 หยดใส่ฝ่ามือคุณ แล้วนำมาลูบให้ทั่ว ถูและนวดเบา ๆ จนเกิดฟอง แล้วล้างคราบแชมพูออกให้เกลี้ยงเกลา
4.ใช้ผ้าขนหนูเนื้อนิ่มเช็ดศีรษะของลูกเบา ๆ ให้ผมแห้ง

* จัดการกับไขบนหนังศีรษะ
เด็กอ่อนมักจะมีไขสีขาว ๆ จับตัวบนหนังศีรษะ ไขนี้เมื่อผ่านไปสักระยะก็จะค่อย ๆ กลายเป็นสะเก็ดและหลุดลอกไปได้เอง คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องเป็นกังวล และไม่ควรไปแกะสะเก็ดนี้ออกจากหนังศีรษะของลูกเด็ดขาด เพราะจะทำให้เป็นแผล เกิดติดเชื้อได้ ทางที่ดีที่จะจัดการกับสะเก็ดขาว ๆ บนหัวของลูกก็คือ....
* ไม่ต้องไม่สนใจกับขุยหรือสะเก็ดเหล่านั้น หากไม่มีอาการบวมแดง หรือบ่งบอกว่าเกิดการอักเสบขึ้น
* ใช้เบบี้ออยล์หรือน้ำมันทาตัวสำหรับทารก ทาไปที่สะเก็ดไขเหล่านั้น แล้วทิ้งไว้ 12-24 ชั่วโมง แล้วล้างออกให้สะอาด เบบี้ออยล์จะช่วยให้สะเก็ดบนหนังศีรษะของลูกนุ่มขึ้น ทำให้สะเก็ดนี้หลุดร่วงไปในเวลาที่สระผมให้ลูกหรือใช้หวีแปรงผมลูกเบา ๆ
* ถ้าเกิดผื่นแดงลามมากขึ้นจนดูผิดปกติ ควรพาลูกไปพบแพทย์

เลือกของใช้...นี่ก็เรื่องสำคัญ
ของใช้ที่เกี่ยวกับเส้นผมและหนังศีรษะของลูก ควรเลือกแบบที่เหมาะกับลูกน้อยที่รักของคุณ
* แชมพูสระผม ควรเลือกแชมพูสำหรับเส้นผมและศีรษะที่บอบบางของเด็กทารกโดยเฉพาะ เลือกชนิดที่มีฟองน้อย และไม่มีกลิ่นน้ำหอมฉุน
* หวีหรือแปรงผม ควรเลือกที่ผลิตมาสำหรับทารกโดยเฉพาะ จะมีขนแปรงอ่อนนิ่มขนาดพอเหมาะ ไม่ก่อให้เกิดความระคายเคืองขึ้นกับหนังศีรษะของลูก

ช่วยด้วย...ลูกผมร่วง
รากผมและเส้นผมของเด็กเล็ก ๆ ยังไม่แข็งแรงนัก จึงทำให้เส้นผมที่บอบบางหลุดร่วงได้ง่าย ด้วยสาเหตุจาก..
1.การถูกเสียดสีกับเบาะที่นอนในช่วงที่นอนอยู่ในเปลหรือเตียงนอน จึงทำให้ผมด้านหลังหลุดร่วงได้มากและรวดเร็วกว่าส่วนอื่น ๆ
วิธีแก้ไขที่ทำได้ก็คือ การเปลี่ยนท่านอนของลูก หรือเปลี่ยนจุดวางของเล่นเพื่อให้เส้นผมลูกไม่ถูกเสียดสีซ้ำ ๆ เพียงจุดเดียว
2.การถูกดึง หมุนเล่น หรือหวีผมแรง ๆ ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผมร่วงได้เช่นกัน เมื่อลดพฤติกรรมนี้ อาการผมร่วงก็จะหมดไปได้
3.การที่เด็กมีไข้สูงหรือป่วยมาก ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผมหยุดการเจริญเติบโต หลังจากนั้นอีกประมาณ 3 เดือนผมของลูกก็อาจจะร่วงได้ แต่เมื่อหายป่วยแล้ว อีกสักระยะหนึ่ง ผมก็จะขึ้นมาใหม่เหมือนเก่า
4.การเกิดเชื้อราบนหนังศีรษะ นอกจากความอับชื้นหรือการรักษาความสะอาดที่ไม่ดีพอ คืออีกปัญหาที่ทำให้เด็กเกิดผมร่วงขึ้น ซึ่งเชื้อรานี้นอกจากจะทำให้ผมร่วงแล้ว ยังทำลายรากผมให้เสียหาย จนเส้นผมไม่ขึ้นมาอีกเลยได้ เพราะฉะนั้นถ้าสงสัยว่า ลูกผมร่วงเพราะเชื้อราควรรีบพาไปปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญค่ะ

เรื่องน่ารู้ของเส้นผม
* เส้นผมของคนเรานั้นไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ จะถูกแบ่งออกเป็น 3 ช่วงคือ
1.ช่วงเติบโต ช่วงนี้ทุก ๆ 3 วันเส้นผมจะยาวขึ้นประมาณ 1 มิลลิเมตร ระยะนี้กินเวลาประมาณ 1,000 วัน
2.ช่วงพัก สำหรับช่วงนี้เส้นผมจะหยุดการเจริญเติบโต แต่ยังคงสภาพเดิมอยู่เป็นเวลา ประมาณ 100 วัน
3.ช่วงหลุดร่วง หลังจากผ่านช่วงพักมาแล้ว เส้นผมก็จะหลุดร่วงจากหนังศีรษะได้วันละประมาณ 100 เส้น
* การตัดผมบ่อย ๆ ไม่ได้ช่วยให้ผมยาวเร็วขึ้น และการโกนผมไฟที่คนไทยนิยมกันนั้นจะช่วยให้หนังศีรษะของเด็กสะอาดเกลี้ยงเกลาขึ้น แต่ไม่ช่วยให้เด็กผมดกขึ้นได้
* การเด็กจะมีผมหนา-บาง และสวยงามหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับกรรมพันธุ์และการบริโภคอาหารที่มีประโยชน์ถูกต้องครบถ้วน




Create Date : 27 มิถุนายน 2554
Last Update : 27 มิถุนายน 2554 13:26:19 น.
Counter : 1587 Pageviews.

0 comment
มานวดตัวเจ้าตัวน้อยกันเถอะ



...การนวดทารกเป็นการส่งผ่านความรักจากแม่สู่ลูก ช่วยกระตุ้นประสาทสัมผัสทั้งห้า ช่วยให้เซลล์ประสาทของเด็กแตกกิ่งก้านสาขามากขึ้น พูดง่ายๆ คือ ทำให้เจ้าตัวเล็กฉลาดขึ้นนั่นเอง คุณแม่นวดให้ลูกได้ตั้งแต่แรกเกิด

**นวดตอนไหนจึงจะเหมาะ**

---นวดตอนเจ้าตัวเล็กอารมณ์ดี เช่น หลังเล่น ตื่นนอนใหม่ๆ ไม่แนะนำให้นวดตอนหงุดหงิด มีไข้ หิว ง่วงหรือ กินอิ่มใหม่ๆ เพราะจะทำให้เค้ารู้สึกไม่สบายตัวไปกันหญ่ายอ่ะ
---อากาศไม่หนาวเกินไป เพราะขณะนวด เจ้าตัวเล็ก ต้องเปลือยการล่อนจ้อนหรือใส่เฉพาะผ้าอ้อม

**เตรียมตัวอย่างไร**

คุณแม่ไม่ควรไว้เล็บยาว ใช้โลชั่นหรือครีมทามือก่อนนวด จะช่วยลดการเสียดสีของมือกับผิวนุ่มๆ ของลูกได้ ก็หามุมเหมาะๆ พร้อมเบาะนุ่มๆ เปิดดนตรีคลอเบาๆ ช่วยเพิ่มบรรยากาศให้ผ่อนคลาย

---ท่านวดหน้าและหัว---
ใช้นิ้วโป้งนวดหน้าผากหรือกระหม่อม พร้อมกับใช้นิ้วชี้นวดตรงส่วนโหนกแก้ม แก้มและคางด้วย ช่วยเพิ่มประสาทสัมผัสตรงใบหน้า ริมฝีปากและแก้มให้แข็งแรง

---ท่านวดหน้าอก---
ใช้ปลายนิ้วนวดไล่ตามซี่โครงจากกลางลำตัวออกสู่ด้านข้าง ช่วยให้กล้ามเนื้อบริเวณอกแข็งแรงและปอดทำงานได้ดี หายใจคล่อง

---ท่านวดท้อง---
ใช้ 4 นิ้ว ลูบไล่เป็นทางโค้งบนท้องเหมือนรุ้ง จากซ้ายไปขวา ช่วยเรื่องการย่อยอาหาร ทอ้งไม่อืด ทำให้กล้ามเนื้อท้องแข็งแรง

---ท่านวดแขนขา---
จับแขนลูกทำท่าเหมือนกอดอก โดยค่อยๆ ดึงแขนซ้ายไปทางขวา แขนขวาไปทางซ้าย จากนั้นจับขาลูกยกขึ้น-ลง จะทำให้กล้ามเนื้อแขนและขากระฉับกระเฉง แข็งแรง

---ท่านวดหลัง---
ให้ลูกนอนคว่ำ ใช้ทั้ง 2 มือวางนิ้วโป้งที่กลางกระดูกสันหลัง ค่อยๆ ไล่จากก้นกบขึ้นสู่ไหล่ ช่วยทำให้สันหลังแข็งแรง นั่งได้มั่นคง

---ท่านวดนิ้วมือนิ้วเท้า---
นวดฝ่ามือและฝ่าเท้าลูก นวดไล่ตามนิ้วมือและนิ้วเท้า ทีละนิ้ว การนวดจะกระตุ้นประสาทสัมผัส ของอวัยวะส่วนต่างๆ

ท่านวดแต่ละท่า ให้ทำซ้ำประมาณ 3-5 ครั้ง ใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที และควรใช้แรงเบาๆ ให้พอดีกับวัยและเนื้อตัวของลูก คุณแม่สามารถนวดลูกได้ทุกวัน แต่ต้องระวังเล็บมือไม่ให้ยาวนะคะ โอ๊ะโอ๋ แล้วอย่าลืมชวนคุณพ่อมานวดกันด้วยนะคะ (ให้คุณพ่อนวดแม่แหละ..อิๆ)



Create Date : 27 มิถุนายน 2554
Last Update : 27 มิถุนายน 2554 13:25:43 น.
Counter : 325 Pageviews.

0 comment
ดูแลผิวพรรณทารก

บทความจาก นิตยสารบันทึกคุณแม่

การดูแลของผิวพรรณลูกน้อยเป็นเรื่องละเอียดอ่อน โดยเฉพาะช่วงตัวทารก ผิวของลูกน้อยบอบบาง ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ คุณคงเป็นอีกคนหนึ่งที่เวลาจะใช้ผลิตภัณฑ์อะไรสักอย่างหนึ่งเกี่วกับ ผิวของทารกก็ต้องไตร่ตรอง คิดแล้วคิดอีก เพราะกลัวทั้งปัญหาการแพ้ การระคายเคืองสารพัด หรือเวลาที่ลูกมีผื่นขึ้นตามผิวหนัง คุณพ่อและคุณแม่ก็มักจะกังวลใจและไม่สบายใจ ไม่รู้ว่าจะทำ อย่างไรดี เพราะฉะนั้นสิ่งที่อยากจะแนะนำคุณพ่อคุณแม่เป็นอันดับแรกก็คือควรหาความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับผิวพรรณของลูกน้อยตามวัย รู้จักวิธีการดูแลรักษาผิวพรรณของลูกน้อย อย่างถูกวิธี
รู้จักผิวพรรณของหนูน้อย
ธรรมชาติของผิวเด็กอ่อนจะมีลักษณะบาง ขนอ่อน และมีการจับตัวกันระหว่างเซลล์ผิวหนังที่เหนียวแน่น น้อยกว่าผู้ใหญ่ ผิวของทารกมีต่อมเหงื่อและต่อมไขมันน้อยกว่าผิวของเด็กโตและผิวของผู้ใหญ่ ทำให้ทารก ไม่ค่อยมีเหงื่อออกและมีผิวหนังที่แห้งได้ง่าย นอกจากนั้นการที่ทารกมีผิวบางและอ่อนแอกว่านั้น ย่อมทำให้ เกิดการสัมผัสระคายเคืองต่อสารต่าง ๆ ได้ง่ายกว่า และยังติดเชื้อจากแบคทีเรียได้ง่ายกว่าผิวของผู้ใหญ่ด้วย
คุณแม่คนใหม่อาจเคยสังเกตว่าลูกอ่อนที่เพิ่งคลอดออกมามีไขมันสีเทาฉาบเคลือบที่ผิวหนัง ซึ่งพวกไขมันนี่เอง ที่จะเป็นเกราะธรรมชาติที่ช่วยปกป้องผิวหนังของทารก เกิดขึ้นจากไขมันที่หลั่งออกมาจากต่อมไขมันรวมกับ เศษขี้ไคลที่หลุดออกมาระหว่างทารกอยู่ในครรภ์
เจ้าไขมันตัวดังกล่าวไม่มีโทษต่อผิวหนังของเด็กอ่อน ซ้ำยังอาจมีประโยชน์คือ ช่วยเป็นครีมทาหล่อเลี้ยงผิว ของเด็กด้วย จึงไม่ควรขัดถูมันออกไปจนหมดเองในเวลา 2-3 สัปดาห์หลังคลอด
นอกจากนี้คุณอาจจะเห็นว่าทารกจะมีผิวที่เหี่ยว และลอกบริเวณที่เห็นได้ชัดเจนที่สุด ก็คือบริเวณฝ่ามือ และฝ่าเท้า สำหรับทารกแรกเกิดอาจเกิดอาการเช่นนี้เพราะเด็กมีผิวลอกหรือแห้ง เป็นอาการปกติที่อาจเกิดขึ้น กับทารกและจะหายไปภายใน 1-2 วัน
ปัญหาที่เกี่ยวกับผิวพรรณ
สิว: ลูกน้อยก็มีสิวได้ตั้งแต่แรกคลอด ซึ่งเป็นสภาวะที่พบได้บ่อยเช่นกัน โดยจะพบมากในวัย 2-4 สัปดาห์ บริเวณที่พบบ่อยก็คือ บริเวณใบหน้า, หน้าอก, หลัง รักษาหายได้เองโดยไม่จำเป็นต้องรักษา แต่ถ้า คุณพ่อคุณแม่เห็นแล้วรำคาญจะทายาอะไรก็ควรปรึกษาแพทย์เสียก่อน
ผด: เกิดจากที่มีเหงื่ออุดตันตามผิวหนัง ลักษณะเป็นตุ่มเล็ก ๆ ซึ่งอากาศร้อน และมีเหงื่อออก ทำให้ เกิดการอุดตันของท่อต่อมเหงื่อ ผดแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ซึ่งจะพบบริเวณที่เสื้อผ้าปกคลุม
ผดใส: เป็นตุ่มขนาดเล็ก เกิดเป็นหย่อม ๆ ผดใสนี้จะไม่มีอาการคันใด ๆ มักพบบริเวณหน้าผาก อก หลัง และแขนด้านใน ตามข้อพับต่าง ๆ ลักษณะเป็นตุ่มแดงหรือตุ่มเล็กใส ๆ เป็นหย่อม ๆ จึงจะมีอาการคัน ร่วมด้วย
ผดลึก: มักเกิดขึ้นหลังจากเป็นผดแดงขึ้นเป็นหลาย ๆ ครั้ง ลักษณะเป็นตุ่มสีขาว พบได้ตามตัวและตาม แขนขา
ผื่นผ้าอ้อม: ลักษณะอาจจะเป็นผื่นแดงธรรมดา หรือเป็นเม็ดแดง ๆ หากคุณใช้ผ้าอ้อมผ้า ควรนำ ผ้าอ้อมนั้นไปต้มเพื่อฆ่าเชื้อและนำไปตากแดดทุกครั้ง การปล่อยให้ลูกนอนตัวเปล่าบ้าง และหมั่นเปลี่ยน ผ้าอ้อมบ่อย ๆ จะช่วยลดการเกิดอาการผื่นนี้ได้ หลังจากลูกปัสสาวะทำความสะอาดโดยใช้สำลีหรือผ้า ชุบน้ำอุ่นธรรมดาก็เพียงพอแล้ว
วิธีทำความสะอาดผิวหนัง
โดยทั่วไปการดูแลลผิวหนังของทารกแรกเกิด คือ การอาบน้ำธรรมดาในน้ำสะอาด และการเช็ดล้างบริเวณ ซอกรักแร้ต่าง ๆ ด้วยน้ำต้มสุกที่เย็นแล้วด้วยสำลีที่สะอาด และทุกครั้งที่ทารกฉี่หรืออึ ก็ให้ใช้สำลีชุบน้ำ สะอาดเช็ดบริเวณก้น ถ้าเปื้อนมากอาจใช้สบู่อ่อน ๆ ล้างออกทุกครั้งระหว่างเปลี่ยนผ้าอ้อมหรืออาจจะโรย แป้งฝุ่นบาง ๆ ด้วยก็ได้
การป้องกันและการดูแลรักษา
คุณแม่จะต้องคอยดูแลและหลีกเลี่ยงลูกจากแสงแดด อากาศที่ร้อนและชื้น ซึ่งจะเป็นสาเหตุของการ เกิดเหงื่อ ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดผดผื่นชนิดต่าง ๆ ได้ ไม่ควรสวมเสื้อผ้าที่หนาและรัดเกินไปให้กับลูก เพราะจะทำให้เหงื่อออกมาก และเสียดสีผิวหนัง ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นให้เกิดอาการมากขึ้น




Create Date : 27 มิถุนายน 2554
Last Update : 27 มิถุนายน 2554 13:25:13 น.
Counter : 236 Pageviews.

0 comment
เรื่อง เด็ก ๆ กับแสงแดด

ความอบอุ่นของแสงแดดทำให้รู้สึกดีต่อผิวหนังแต่ก็มีโทษต่อคุณและครอบครัว โดยเฉพาะเด็กๆ ก่อนที่จะพาเด็กไปสวนสาธารณะ ชายหาด ออกนอกบ้าน ควรทราบว่าจะปกป้องคุณและครอบครัวจากแสงแดดอย่างไร

แสงแดดกับผิวหนังของเด็ก
ผิวของเด็ก ๆ บอบบางมาก สามารถถูกแสงแดดเผาไหม้ได้ จะทำให้เกิดอาการขาดน้ำและมีไข้ตามมา การถูกแสงแดดเผาไหม้จำนวนมาก ๆ เป็นเวลานาน ๆ นอกจากจะเกิดมะเร็งผิวหนังแล้ว ยังทำให้เกิดรอยเหี่ยวย่น และเกิดต้อกระจกของตาได้ใน ภายหลังส่วนใหญ่การถูกแสงแดดเผาไหม้ประมาณร้อยละ 60 - 80 เกิดในช่วงอายุก่อน 18 ปี เพราะเด็กใช้เวลาเล่นอยู่นอกบ้านมากกว่าผู้ใหญ่ โดยเฉพาะช่วงฤดูร้อน

การปกป้องเด็กๆ จากการถูกแดดเผาไหม้
เด็กอายุน้อยกว่า 6 เดือน ไม่ควรถูกแดดโดยตรง ควรกางร่มหรือให้อยู่ในร่มเงาต้นไม้ ใส่เสื้อผ้าที่ปกคลุมส่วนต่างๆ ของร่างกาย สวมหมวกช่วยบังแดดที่ใบหน้าและหู เลือกเสื้อผ้าที่ผลิตจากเนื้อผ้าที่เส้นใยแน่น ทำให้แสงผ่านได้น้อย ทดสอบโดยให้แสงส่องผ่านถ้าผ่านได้น้อยจะดีที่สุด ผ้าฝ้ายนอกจากจะใส่สบายแล้วยังปกป้องแสงแดดได้ดีมาก ให้เด็กสวมแว่นตากันแดด

สิ่งควรจำ
แสงแดดที่อันตรายที่สุดอยู่ในช่วงเวลา 10.00 - 16.00 น. ควรหลีกเลี่ยงการพาเด็กออกไปตากแดดช่วงเวลาดังกล่าว ถ้าจำเป็นต้องอยู่กลางแดดควรทายากันแดดป้องกัน แสงแดดจะสะท้อนจากทรายและคอนกรีต ควรหลีกเลี่ยง แสงแดดสามารถผ่านเมฆได้ ดังนั้น ถึงแม้วันมีเมฆก็ต้องใช้ครีมกันแดด น้ำมันทาผิวเป็นสาเหตุทำให้ผิวหนังไหม้เร็วขึ้น

ครีมกันแดดสำหรับลูก
ในเด็กอายุน้อยกว่า 6 เดือน การใช้ครีมกันแดดยังเป็นที่ถกเถียงว่าเป็นประโยชน์หรือโทษ ถ้าจำเป็นต้องใช้ควรปรึกษาแพทย์
เด็กอายุมากกว่า 6 เดือน ควรใช้ครีมกันแดดที่ทาสำหรับเด็ก ควรทดสอบก่อนใช้ และทาครีมอย่างระมัดระวังบริเวณรอบตา ยกเว้นเปลือกตา ถ้ามีอาการแพ้มีผื่นหลังใช้ควรรีบปรึกษาแพทย์

การเลือกครีมกันแดด ควรเลือกชนิดที่ครอบคลุมแสงอุลตร้าไวโอเลตทั้ง A และ B เลือกชนิด SPF 15 เป็นอย่างน้อย ควรทาให้ทั่วโดยเฉพาะ หน้า จมูก หู มือและเท้า 30 นาทีก่อนออกจากบ้าน ถ้าว่ายน้ำควรเลือกชนิดกันน้ำซึ่งควรทาทุก 2 ชั่วโมง Zinc oxide เป็นสารปกป้องแสงแดดที่มีประสิทธิภาพมาก สามารถใช้ปกป้องบริเวณจมูก แก้ม ใบหู ไหล่ได้

ข้อมูล: ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี




Create Date : 27 มิถุนายน 2554
Last Update : 27 มิถุนายน 2554 13:24:45 น.
Counter : 204 Pageviews.

0 comment
1  2  

มนแพรวา
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]