"หัวเข่าดำ" ทำยังไงดี??? วันนี้มีวิธีแก้มาบอก ....

       เจอกันที่คอลัมน์ "ดูแลตัวเองให้สวยเสมอ" วันนี้พี่เหมี่ยวก็ทำตามคำเรียกร้องของสาวๆ เลยคะคะ เพราะมีสาวๆ หลายคนเหลือเกินที่ถามไถ่กันเข้ามาถึงวิธีการรักษารอยด้าน ด่าง ดำ บริเวณ หัวเข่า ข้อศอก และตาตุ่ม ว่าทำยังไงนะถึงจะกำลังร่องรอยอันไม่พึงประสงค์นี้ได้




วันนี้พี่เหมี่ยวก็เลยไปควานหาวิธีการกำจัดร่องรอยกวนใจ มาให้น้องๆ กันค่ะ รับรองว่าได้ผล 99.99% เลยล่ะค่ะ มาดูกันเล้ย!!!

         ก่อนอื่นเราต้องทราบกันก่อนนะคะว่า รอยด่างดำตามบริเวณศอก เข่า และตาตุ่มนั้นอาจจะเกิดจากผิวหนังบริเวณนั้นถูกสัมผัสบ่อย เช่น คุกเข่าถูบ้าน ลุกนั่งด้วยการพักเข่ากับพื้น ชอบยันข้อศอกกับโต๊ะ ยิ่งตอนนี้สาวๆ ฮิตใส่สายเดี่ยว กางเกงไม่มีขา เอ๊ย ขาสั้นจู๋ เมื่อผิวหนังสัมผัสกับวัสดุเนื้อหยาบ แข็ง เลยโดนเนื้อๆ ไม่มีผ้านิ่มๆ ช่วยลดแรงเสียดทาน ผิวจึงยิ่งด้านง่าย และด้านจนดำในที่สุด ... สำหรับวิธีแก้รอยด่างดำเหล่านั้นก็คือ



วิธีแรก :: ลบรอยด่างด้วยมะนาว

      ให้สาวๆ นำมะนาวมาผ่าเป็น 2 ซีก (เราอาจใช้เปลือกมะนาวที่เหลือจากการใช้ทำกับข้าวแล้วก็ได้นะคะ) แล้วนำมาขัดบริเวณรอยหยาบกร้านเบาๆ หรือถ้าไม่มีก็ให้นำเอามะขามเปียกมาใช้แทนและทำเช่นกันค่ะ สาวๆ ควรทำเป็นประจำสัปดาห์ละครั้ง หรือถ้ามีเวลาทำบ่อยครั้งเท่าที่จะทำได้ รับรองว่าผิวที่ข้อศอกและหัวเข่าจะหายด้านและไม่กลับมาดำอีกแน่นอนคะ



วิธีที่สอง :: น้ำตาลทรายเพิ่มความขาว

      ให้สาวๆ นำน้ำตาลทรายมาผสมกับน้ำมันที่ใช้ทาผิวหรือเบบี้ออยล์ นำมาทาที่บริเวณหัวเข่าและข้อศอกแล้วทิ้งไว้สัก 10 - 15 นาที ถ้าจะให้ดีนะคะพี่เหมี่ยวแนะนำให้นำใยบวบที่ใช้ขัดตัวถูมานวดเป็นวงกลมเบาๆ เพราะน้ำตาลจะช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าให้ดูดีขึ้น ส่วนน้ำมันหรือเบบี้ออยล์จะ ช่วยให้ผิวของสาวๆ ชุ่มชื่น ที่สำคัญเมื่อทำเรียบร้อยอย่าลืมตามด้วยการทาครีมบำรุงผิว เท่านี้รับรองได้เลยว่าปัญหาเข่าดำและข้อศอกด้านจะหมดไปคะ




วิธีที่สา :: น้ำผึ้งก็ช่วยได้นะจ๊ะ

     นำน้ำผึ้งมาอุ่นซัก 2 ช้อนชา นำมาทาบริเวณข้อศอก และหัวเข่าที่ดำคล้ำนวดคลึงแรงๆ จนรู้สึกว่าน้ำผึ้งเริ่มเหนียวนวดต่อไม่ได้ พักไว้ 15-20 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่นๆ แค่นี้ก็จำทำให้ข้อศอกและหัวเข่าของเราชุ่มชื่นขาวเต่งตึงขึ้นค่ะ




ขอบคุณที่มา  //www.dek-d.com/content/view.php?id=13007




Create Date : 09 พฤษภาคม 2555
Last Update : 9 พฤษภาคม 2555 10:50:01 น.
Counter : 1651 Pageviews.

0 comment
วิธีลบเลือนจุดด่างดำ
วิธีลบเลือนจุดด่างดำ
นำส้มเขียวหวาน 1 ผล มาคั้นเอาเฉพาะน้ำให้ได้ประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ ผสมกับโยเกิร์ต 2 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากัน จะได้เนื้อครีมเหลวข้น จากนั้นล้างหน้าให้สะอาด ซับให้แห้ง นำส่วนผสมที่ได้ทาให้ทั่วใบหน้า แล้วนวดเบา ๆ โดยเน้นบริเวณที่มีจุดด่างดำมากหน่อย นวดให้ทั่วประมาณ 10 นาที แล้วใช้สำลีแผ่นเช็ดออก พร้อมกับทาส่วนผสมซ้ำอีกครั้ง พอกทิ้งไว้ประมาณ 10-20 นาที หรือจนกว่าส่วนผสมจะแห้ง แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำอาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง ผิวหน้าจะค่อย ๆ ขาวใสขึ้น จุดด่างดำจะเบาบางลง




Create Date : 27 มิถุนายน 2554
Last Update : 27 มิถุนายน 2554 11:30:20 น.
Counter : 227 Pageviews.

1 comment
14 วิธี .. คงความหนุ่มสาว
14 วิธี .. คงความหนุ่มสาว

ปัจจุบันศาสตร์แห่งการชะลอวัย (anti-aging) เป็นที่พูดถึงอย่างมากในอเมริกาและยุโรป นี่คือเคล็ดลับ 14 ข้อที่จะคงความเป็นหนุ่มสาว จาก แพทย์หญิงพัฒศรี พงษ์สถิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์ชะลอวัยกรุงเทพ ศูนย์การแพทย์โรงพยาบาลกรุงเทพ

1. แคลอรี่เยอะ เสื่อมเร็ว

การรับประทานอาหารที่ให้แคลอรี่สูงจะทำให้ร่างกายมีการเผาผลาญสารอาหารมาก ก่อให้เกิดสารอนุมูลอิสระในร่างกายเพิ่มมากขึ้น อาหารที่เรารับประทานไม่ว่าจะเป็น โปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต สุดท่ช้ายก็จะถูกย่อยสลายกลายเป็นน้ำตาล ถ้าร่างกายรับแคลอรี่หนักทุกมื้อ ย่อมส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงๆต่ำๆ ร่างกายต้องหลั่งสารอินซูลินตลอดเวลาเพื่อนำน้ำตาลไปเก็บไว้ในเซลล์ คนที่มีไลฟ์สไตล์แบบนี้ย่อมเสี่ยงกับการเป็นโรคเบาหวานซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งทำให้แก่เร็ว สมัยก่อนการกินอาหารเน้นแป้งและน้ำตาล รองลงมาคือ โปรตีน ผักผลไม้และไขมัน แต่ถ้าต้องการรับประทานอาหารให้ดีไม่ให้แก่เร็ว ต้องเปลี่ยนใหม่ เพราะสิ่งที่ควรกินมากที่สุดคือ น้ำบริสุทธิ์ 1-2 ลิตรต่อวัน เน้นผักผลไม้ อาหารกลุ่มโปรตีนมีประโยชน์ ไขมันไม่อิ่มตัวกลุ่มโอเมก้า 3, 6 และ 9 ส่วนสิ่งที่ควรกินให้น้อยที่สุดให้น้อยที่สุดคือไขมันอิ่มตัวที่มีอยู่ในแป้งและน้ำตาล

2. กินหลากแหล่ง

เลือกผักออร์แกนิกหรือจากหลากแหล่งผลิต เพราะเราไม่รู้ว่าแหล่งปลูกมีสารปนเปื้อนหรือไม่ วิธีนี้ช่วยลดการสะสมสารบางอย่างในร่างกาย เพราะมีงานวิจัยบ่งชี้ว่า การลดการกินอาหารที่มีสารพิษไม่ให้ผลดีเท่ากับกินอาหารจากหลากแหล่งผลิต

3. ร้อนไปไม่ดี กรอบไปไม่เวิร์ค

หลีกเลี่ยงการกินอาหารที่ผ่านกระบวนการร้อนจัดหรือทอดจนกรุงกรอบ นอกจากจะสูญเสียคุณค่าสารอาหารแล้ว ยังเพิ่มสารก่อมะเร็งมากขึ้นด้วย สู้เปลี่ยนมากินอาหารออร์แกนิกหรือผ่านกรรมวิธีนึ่งหรือต้มจะดีกว่า

4. ลดคาเฟอีน

ปกติร่างกายหลั่งฮอร์โมนไทรอยด์เพื่อกระตุ้นร่างกายให้เผาผลาญนำเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆได้เพียงพอ สร้างความสดชื่นกระปรี้กระเปร่าตามธรรมชาติอยู่แล้ว แต่ถ้าดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนเข้าไปกระตุ้นร่างกายให้หลั่งสารอะดีนาลีนอยู่เป็นประจำ อะดรีนาลินทำงานคล้ายฮอร์โมนไทรอยด์ ทำให้ร่างกายลดการสร้างฮอร์โมนไทรอยด์ไปโดยปริยาย ส่งผลให้ต่อมไทรอยด์เสื่อมเร็วกว่าปกติ ถ้าเกิดภาวะไทรอยด์ต่ำ ทำให้การเผาผลาญต่ำลง แม้เราจะรับประทานอาหารเท่าเดิม แต่อ้วนง่าย บางคนมีอากรมอเท้าเย็น เวียนศรีษะ ความจำเสื่อม ผิวและผมแห้ง ไขมันในเลือดสูงเสี่ยงต่อโรคหัวใจ เป็นลูกโซ่ไปเ! รื่อยๆ

5. ดื่มนมมากไปกระดูกพรุน

ในวัยผู้ใหญ่ไม่มีเอนไซม์ที่ใช้ในการย่อยนม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคนเอเชียมีอุบัติการ Cow’s Milk Intolerance มากกว่าคนอเมริกาและยุโรป นอกจากนี้ผลการวิจัยล่าสุดในอเมริกาพบว่า คนที่ดื่มนมมากๆ มีความเสี่ยงในการเกิดโรคกระดูกพรุนมากกว่า เหตุผลคือ กรดแอมิโนบางอย่างในนมทำให้เลือดเป็นกรด ส่งผลให้เกิดการสูญเสียแคลเซียมและแมกนีเซียมจากกระดูกไปในปัสสาวะ เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุนในวัยผู้ใหญ่ ทางที่ดีเลือกทานแคลเซียมจากแหล่งอื่นๆ เช น ปลาเล็กปลาน้อย ธัญพืช หรือเต้าหู้จะดีกว่า

6. ดื่มน้ำจากขวดแก้ว

การดื่มน้ำบริสุทธิ์จากขวดแก้วดีกว่าดื่มน้ำจากขวดพลาสติก เพราะสารพิษในพลาสติกละลายปะปนในน้ำตลอดเวลา ทำให้ร่างกายได้รับสารพิษ ก่อให้เกิดความเสื่อมอย่างไม่ต้องสงสัย

7. หน้าแก่เพราะฟิตเกิน

คุณเคยเห็นคนออกกกำลังกายหนักจนหน้าแก่ หรือบางคนฟิตจัด แต่จู่ๆเกิดหัวใจวายกะทันหันกลางสนามกีฬาหรือไม่ นั่นเป็นเพราะร่างกายเผาผลาญอาหารเพิ่มขึ้นทำให้เกิดสารอนุมูลอิสระมากขึ้นกว่าเดิม เป็นเหตุของความเสื่อมของร่างกาย ดังนั้นการออกกำลังกายแบบแอโรบิกที่เหม! าะสมจึงค วรอยู่ที่ 30-45 นาทีต่อวัน จากนั้นยกเวทนิดหน่อย ทำ 3-5 ครั้งต่อสัปดาห์ ถือเป็นการออกกำลังกายที่ดี ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป ส่งผลดีต่อร่างกายมากกว่าผลเสีย

8. ดื่มเหล้ามาก จากชายกลายเป็นหญิง

การดื่มเหล้าทำให้เกิดสารอนุมูลอิสระในร่างกาย แถมเหล้าที่ดื่มเข้าไปกลายเป็นน้ำตาลสะสมในรูปไขมัน ถ้าเทียบการได้รับแคลอรี่จากโปรตีน 1 กรัม ให้พลังงาน 4 กิโลแคลอรี่ แต่เหล้าปริมาณเท่ากันให้พลังงานถึง 7 กิโลแคลอรี่ แถมยังทำให้ผู้ชายที่ดื่มจัดรูปร่างเหมือนถงเบียร์ หัวล้าน มีเต้านมเหมือนผู้หญิง นั่นเป็นเพราะเหล้ามีผลต่อตับ ทำให้มีการเปลี่ยนฮอร์โมนจากชายกลายเป็นหญิงมากขึ้น ซึ่งโดยธรรมชาติของฮอร์โมนเพศหญิงใช้ในการเก็บไขมัน คนที่ดื่มหนักจะลงพุงและแก่เร็ว นอกจากนี้ยังทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก ในผู้หญิงที่ดื่มหนักมาก มีผลการวิจัยออกมาแล้วว่า เพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งเต้านมเช่นเดียวกัน

9. หยุดสูบเสียแต่วันนี้

บุหรี่ 1 สูบกระตุ้นการสร้างสารอนุมูลอิสระเพิ่มขึ้น 1014 ล้านโมเลกุล ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อโรคถุงลมโป่งพองและโรคมะเร็ง

10. หลีกเลี่ยงโลหะหนักและสารปรอท

ในอเมริกาและยุโรปสั่งห้ามใช้อะมัลกัม (Amalgum : ทำมาจากปรอทซึ่งเป็นโลหะหนัก) ในการอุดฟันคนไข้ เพราะพบว่ามีการระเหยปล่อยสารปรอทเข้าสู่ร่างกายตลอดเวลา มีงานวิจัยบ่งชี้ว่าคนเป็นมะเร็งเต้านมและอัลไซเมอร์มีผลส่วนหนึ่งมาจากปรอทและโลหะหนัก ปัจจุบันคนเยอรมันหันมาใช้ “เซอร์โคเนียม” (เพชรรัสเซีย) ในการอุดฟัน รวมถึงการผลิตข้อเทียม กระดูก และรากฟันเทียมแทน เพราะไม่ทำปฏิกิริยาต่อร่างกาย

11. วางโทรศัพท์มือถือไกลตัว

มีงานวิจัยว่าการใช้โทรศัพท์มือถือซึ่งใช้คลื่นความถี่สูง เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง ถ้าเป็นไปได้ ควรวางโทรศัพท์ไว้ห่างจากร่างกายจะดีกว่า

12. เข้านอนตั้งแต่สี่ทุ่ม

ตั้งแต่ 4 ทุ่มถึงตีสองเป็นช่วงที่ร่างกายผลิตฮอร์โมนเมลาโทนินซึ่งส่งผลให้หลับลึก ทำให้ความจำดี เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และทำให้การหลั่งฮอร์โมนอื่นๆในร่างกายสมดุล ขณะเดียวกันช่วงที่ร่างกายหลับลึกส่งผลให้โกร็ธฮอร์โมนหลั่งออกมาเพื่อเสริมสร้างโปรตีนในร่างกาย ได้แก่ คอลลาเจนใต้ผิวหนัง กล้ามเนื้อ และกระดูกให้แข็งแรง ช่วยลดไขมันที่สะสมในร่างกาย ถ้าไม่อยากแก่ อย่านอนดึกจนเกินไป

13. กินวิตามิน

วิตามินบางตัวออกฤทธิ์เป็นสารอนุมูลอิสระ เช่น กลุ่มวิตามินเอ อี ซี ซึ่งเป็นสารที่ร่างกายต้องการตลอดเวลาเพราะสร้างเองไม่ได้ และต้องทำงานเป็นระบบ แต่ละตัวมีคุณสมบัติต่างกัน เช่น วิตามินซีละลายในน้ำ ช่วยปกป้องดีเอ็นเอ ส่วนวิตามินเอ อี โคเอนไซม์คิว 10 ละลายในไขมัน ช่วยปกป้องผนังเซลล์ให้แข็งแรง ถ้ามั่นใจว่าได้รับสารเหล่านี้เพียงพอจากการกินอาหารจะไม่กินวิตามินเสริมก็ได้ แต่ปัญหาก็คือ จะแน่ใจได้อย่างไรว่า อาหารที่กินเข้าไปให้วิตามินเหล่านั้นเพียงพอ เช่น ร่างกายต้องการวิตามินซีวันละ 1,000 มิลลิกรัม เท่ากับส้ม 14 ลูก วิตามินอี 500 IU เท่ากับกินน้ำมันพีนัท 12.5 ช้อนโต๊ะ ซึ่งในชีวิตประจำวันเราไม่มีโอกาสได้รับอย่างครบถ้วน จึงต้องใช้วิตามินเสริมทดแทนสารอาหารที่ร่างกายขาดไป เราจะทราบได้อย่างไรว่าเราขาด ก็ด้วยการตรวจปริมาณสารเหล่านี้ในเลือดว่าเพียงพอหรือไม่ มีความจำเป็นต้องได้รับในปริมาณเท่าไหร่ต่อวันจึงจะเหมาะสมที่สุด

14. เสริมฮอร์โมน

ปกติร่างกายต้องใช้ฮอร์โมนในการทำงาน แต่ผู้หญิงผู้ชายถูกกำหนดไว้แล้วโดยเฉลี่ยเมื่ออายุ 35 ปีขึ้นไป ร่างกายจะเริ่มเข้าสู่ภาวะผลิตฮอร์โมนลดลง เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ไม่พึงประสงค์ เช่น อ่อนเพลีย อารมณ์หงุดหงิด ความจำแย่ลง การเผาผลาญลดลง ร่างกายเปลี่ยนแปลง เช่น ผิวหนังเหี่ยวย่น แห้ง ผมร่วง ตามหลักการของเวชศาสตร์ชะลอวัย หรือ Anti-Aging Medicine นั้น ถ้าไม่มีข้อห้าม สามารถได้รับฮอร์โมนทดแทนเพื่อรักษาสมดุลเหล่านั้นกลับคืนมา แต่ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์



Create Date : 25 มิถุนายน 2554
Last Update : 25 มิถุนายน 2554 1:09:48 น.
Counter : 239 Pageviews.

0 comment
ผิวสวยจากภายใน ไม่ใช่เรื่องยาก
ผิวสวยจากภายใน ไม่ใช่เรื่องยาก
ที่มา Thaihealth.or.th และ Lisaguru.com
เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม


เรื่องของความสวยความงามกับผู้หญิงนั้นเป็นของคู่กันมาแต่ไหนแต่ไร ไม่มีผู้หญิงคนไหนไม่อยากสวย... ไม่มีสาวใดไม่อยากงาม ยิ่งเรื่องของ ผิวพรรณ เป็นเรื่องที่ยอมกันไม่ได้เด็ด ขาด บางคนหน้าตาแค่พอดูได้ แต่ ผิวพรรณ สดใส ก็แสนจะน่าหลงไหลเป็นที่สุด บางคนไม่ต้องสวย... ขาว แต่ ผิวพรรณ เปล่งปลั่ง ดูมีสุขภาพดี ก็ทำเอาหนุ่ม ๆ หลงเสน่ห์ได้ง่าย ๆ เหมือนกัน (อิอิ) เช่นเดียวกันกับที่หลาย คนมักพูดว่า "คนเราเลือกเกิดไม่ได้" ขณะที่ดิฉันว่า... แม้เลือกเกิดไม่ได้ แต่เราเลือกที่จะสวยสุขภาพดีได้นี่นา...

สวยสุขภาพดี.. ไม่ใช่สวยเพราะแต่งหน้า แต่งตัว หรือประทินโฉมด้วยเครื่องสำอางราคาแพง เพราะใครที่ผิวแห้งกร้าน กระดำกระด่าง หรือมีสิวเกรอะกรัง แต่งหน้ายังไง โบ๊ะแป้งหนาขนาดไหน ก็คงสวยดูดียาก!! เพราะฉะนั้น การมี ผิว สวยจากภายใน จึงเป็นสิ่งที่สาว ๆ ทุกคนใฝ่ฝัน วันนี้เราขอเอาใจสาว ๆ ทำฝันของคุณให้เป็นจริง ด้วยการนำเคล็ดลับ ผิวสวยจากภายใน มาฝาก..

เริ่มกันที่ สูตรความงามที่เป็นสูตรมาตรฐานและคุณสามารถทำสวยได้ทุกวันก่อน นั่นก็คือ.. การนอนให้ได้คืนละ 6 – 8 ชั่วโมง หลายคนอาจจะมองว่า แค่นี้เองหรอ ไม่เห็นจะน่าสนใจเลย แต่ทราบหรือไม่ว่า แค่การนอนหลับอย่างเพียงพอ ก็สามารถทำให้ผิวพรรณของคุณสดชื่นเปล่งปลั่งได้ทั้งวัน เพราะเวลาที่คุณหลับสนิทในตอนกลางคืน ร่างกายก็จะหลั่งสารเมลาโทนินออกมา ซึ่งสารนี้สามารถต้านอนุมูลอิสระและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอต่าง ๆ ในร่างกายของเราได้

การดื่มน้ำให้ได้ 6 - 8 แก้วต่อวัน สามารถส่งผลทำให้ระบบต่าง ๆ ในร่างกายทำงานได้คล่องขึ้น โดยเฉพาะระบบไหลเวียนเลือด ซึ่งจะส่งผลทำให้ผิวพรรณของคุณดี ชุ่มชื่น สดใสอยู่เสมอ และเมื่อผิวชุ่มชื้น ริ้วรอยต่าง ๆ ก็เกิดได้ยาก ตัดปัญหาผิวแก่ก่อนวัยไปได้เลย

การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ มีผลดีต่อสุขภาพผิวพรรณ รวมทั้งสุขภาพร่างกายด้วย คุณควรออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาทีต่อครั้ง 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ทั้งนี้ การเต้นแอโรบิก เป็นการออกกำลังกายที่ดีต่อผิวพรรณ แถมยังเหมาะกับคุณผู้หญิง เพราะมีการใช้พลังงานอย่างต่อเนื่อง และช่วยกระตุ้นระบบหัวใจและหลอดเลือดให้ไหลเวียนไปเลี้ยงเซลล์ผิวอย่างทั่ว ถึง หรือจะเลือกเล่นกีฬาชนิดอื่นที่คุณชื่นชอบก็ได้ไม่ว่ากัน

ผิวสวยจากภายใน

อย่างไรก็ตาม ผิวพรรณจะดูสวยมีสุขภาพดีจากภายในได้นั้น คุณควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย และวันนี้เรามีอาหารที่มีประโยชน์ต่อ ผิวพรรณ โดยตรงมาแนะนำกันด้วย ดังนี้

1. ปลา ปลาที่มีไขมันสูงอย่างเช่นแซลมอน ให้กรดไขมันโอเมก้า -3 ที่ทำให้ผนังเซลล์แข็งแรง
2. อัลมอนด์ ไม่เพียงแต่มีกรดไขมันโอเมก้า -3 แต่ยังมีโปรตีนที่จำเป็นต่อการสร้างเซลล์ผิว และวิตามินอีที่เป็นแอนตี้ออกซิแดนท์ซึ่งปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระ
3. ผักหลากสี เช่น ฟักทองสีเหลืองสด แครอทสีส้ม ผักโขมสีเขียว พริกหวาน ผักเหล่านี้อุดมด้วยแคโรทีนที่ดีต่อผิว
4. น้ำมันพืช เช่น น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันมะกอก น้ำมันดอกทานตะวัน ให้ไขมันจำเป็นแก่ผิวที่ทำให้เซลล์มีความยืดหยุ่น และช่วยให้ร่างกายดูดซึมวิตามินเอและอีได้ดีขึ้น
5. อาหารนมไขมันต่ำ โยเกิร์ต ชีส นม อุดมด้วยวิตามินเอที่จำเป็นต่อสุขภาพผิว แบคทีเรียในโยเกิร์ตไม่เพียงแต่ดีต่อลำไส้ แต่ยังดีต่อผิวด้วย การย่อยที่ดีทำให้ผิวดูสดใสและแข็งแรง
6. ผักกาดหอม ให้เส้นใยอาหารคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมันเพียงเล็กน้อย วิตามินที่สำคัญที่สุด คือ วิตามินเอและโพแทสเซียม
7. โฮลเกรน มีแร่ธาตุและแอนตี้ออกซิแดนท์ที่เรียกว่า ซีลีเนียม ที่ช่วยควบคุมความเสียหายของเซลล์ และงดพวกแป้งขาวที่จะให้ระดับอินซูลินเพิ่มขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่อาการอักเสบและระคายเคืองของผิว
8. อาหารที่อุดมด้วยธาตุเหล็ก เช่น เนื้อแดง อาหารทะเล ที่ใช้ในการสร้างเม็ดเลือดแดง ถ้าขาดจะทำให้เกิดอาการโลหิตจาง และทำให้ผิวดูซีดเซียวไม่สดใส และทำให้เกิดรอยคล้ำใต้ตา
9. ไข่ มี โปรตีนที่ช่วยในการซ่อมแซมเซลล์ผิวที่เสียหายจากอนุมูลอิสระ และยังมีไบโอตินที่ช่วยปกป้องผิวแห้งด้วย
10. ส้ม มีวิตามินซีสูงที่ช่วยปกป้องผิวจากสภาวะแวดล้อม เช่น รังสียูวี วิตามินซีช่วยผิวสร้างคอลลาเจนที่จำเป็นในการทำให้มันปราศจากริ้วรอย

เป็นไง.. สูตรผิวสวยจากภายในของเราทำง่ายกว่าที่คิดใช่ไหมล่า.. เพียงปรับเปลี่ยนนิสัยส่วนตัวนิด ๆ หน่อย ๆ คุณสาว ๆ ก็สวยเด้งได้โดยไม่ต้องพึ่งยาหรืออาหารเสริมใด ๆ ให้เปลืองเงินเปลืองทอง อย่าลืมว่า.. สวยอะไรก็ไม่เท่าสวยอย่างธรรมชาติแน่นอน



Create Date : 01 กรกฎาคม 2553
Last Update : 1 กรกฎาคม 2553 13:22:48 น.
Counter : 210 Pageviews.

0 comment

มนแพรวา
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]