Thank you for your trace pavoonsen Please contact me on E mail : pavoonsen_1@hotmail.com ID Line : @pavoonsen ( มี @ ด้วยนะคะ ) Tel : 092 295 1922 Time :12.00 am - 20.00 pm Off : Satday , Sunday Facebook : Pavoonsen Blink You Up Pavoonsen Blink You Up

ติดต่อป้าวุ้นเส้น คลิกที่นี่
Group Blog
 
All blogs
 

Update รูปน้องจอยหลังตัดกรามผ่านไป 3 เดือน

**ป้าวุ้นเส้นซึ่งเป็นทีมงานคุณหมอสุทัศน์ คุณวโรตม์ เปิดรับจอง...คิวหมอสุทัศน์ ตัดกราม ตัดโหนกแก้ม ตัดเลื่อนคาง ลด เพิ่ม ขนาดคาง แก้ไขรูปหน้า Vline ตัดเลื่อนคาง แก้ไขการสบฟัน กรอลดโหนกคิ้ว คิวพิเศษช่วง 1 - 31 ธันวาคม 2554 และเดือนอื่น ๆ แล้วจ้า...บริการฟรี พร้อมมีส่วนลด คลิกที่นี่.**



....รีวิวใหม่ ปฏิบัติการกระชากวัย ป้าวุ้นเส้นดูดไขมัน พุง ..... ....คลิกที่นี่....
loaocat
de



...ใครต้องการปรึกษาซักถามอะไรอย่าฝากคำถามไว้ที่นี่นะค๊ะ ให้ถามทาง Mail นะ ป้าไม่ค่อยได้เข้ามาค่ะแต่ Mail เนี่ยเช็คทุกวัน เชื่อดิ...




มาแล้ว ร้อน ๆ เลยจ้า
ไอ้ที่ว่าร้อนเนี่ยมีใช่รูปหรอก แต่ป้าโดนแฟนคลับเอาไฟลนก้นมา

อยากดูรูป น้องจอย ( นามสมมุติ ) กันเต็มที่แว้ว

ก่อนอื่นขอให้ น้องจอยเธอได้บอกความรู้สึกหลังตัดกราม
ผ่านไป 3 เดือนหน่อยนะจ๊ะ



จอยบอกว่า "อาการตอนนี้ก็ปกติดีเหมือนตอนก่อนทำค่ะ กิน อ้าปาก พูด เส้นประสาทต่าง ๆ ปกติไม่ชาแล้ว คือเรียกว่าร้อยเปอร์เซ็นต์ได้เลยค่ะ

ตัดผมสั้นเป็นครั้งแรกในรอบสิบสามปีแล้วก็กล้าคาดผม มีความสุขมากค่ะแต่ไม่สุขอยู่อย่างเดียวคือผอมไม่ลงนี่สิ "

ขอบคุณค่ะ
น้องจอย ( นามสมมุติ )

ผู้ใดที่เพิ่งจะเข้ามายลโฉมนู๋จอยเป็นครั้งแรก และรายละเอียดเรื่องการผ่าตัดก็ไปหาดูได้จากบทความเก่า ๆ ใน Blog นี้แหละจ้า ดูหัวข้ออื่น ๆ ทางซ้ายมือเด้อ มีเยอะแยะมากมาย ก่ายกอง






เป็นไง จ๊ะ ดูรูปกันจุใจมั๊ย น้องจอยต่อนข้างอวบอยู่ซักหน่อย
อวบกว่าตอนผ่าตัดใหม่ ๆ อ่ะนะ
ถ้าผอมลงอีกซัก ห้าโล หน้าจะเรียวกว่านี้อีก เอิ๊ก เอิ๊ก
ติดตามน้องจอย ตอนต่อไปอีก 3 เดือนข้างหน้านะจ๊ะ



















และถ้าใครอยากทำหน้า วีเชพ วีไลน์ แบบเกาหลี
ป้าวุ้นเส้นขอเสนอ วิธีทำหน้า เกาหลี V-Line แบบละเอียดยิบ
ตามไปอ่านกันนะจ๊ะ แล้วจะรู้ว่า ไม่ต้องไปถึงเกาหลี
ให้สิ้นเปลือง เมืองไทยก็มีจ้า

…รีวิว สุด HOT นู๋คำหล้า ผ่าตัดทำหน้าวีไลน์ วีเชฟ ตอนที่ 1 … คลิกที่นี่

loaocat

…รีวิว สุด HOT นู๋คำหล้า ผ่าตัดทำหน้าวีไลน์ วีเชฟ ตอนที่ 2 … คลิกที่นี่
loaocat





คลิกโลดจ้า ตามลิ้งค์นี่เลย
บทความ หน้าเกาหลี V- Line หมอไทยก็ทำได้ค่ะ


Please contact.

pAvOOnsEn Surgery represents beauty agency.

E-mail : :pavoonsen_1@hotmail.com





 

Create Date : 19 ตุลาคม 2552    
Last Update : 20 กรกฎาคม 2559 12:10:37 น.
Counter : 9745 Pageviews.  

ป้าวุ้นเส้น เรื่องของนม เล็ก ๆ ไม่ ใหญ่ ๆ ชอบ ตอนเสริมหน้าอก

คลิกที่นี่ เพื่อเข้า เว็บไซค์ป้าวุ้นเส้น pavoonsen.com


เสริมหน้าอก ทำนม เพิ่มขนาดเต้านม
สาว ๆ ที่เคยอยู่ในวัยรุ่น เมื่อ 20 กว่าปีก่อน คงมีความทรงจำนึง
ที่ใกล้คียงกับหลาย ๆ คนในวัยเดียวกันนั้น คือ ไม่อยากมีนมใหญ่ ๆ
อายโว้ย

อายมากเมื่อมีนม มีต้ม ตั้งเต้าขึ้นมา อายที่จะพูดถึงมัน
เดินไหล่ห่อ หลังค้อม เพราะกลัวนมอันน้อยนิดจะไปสะดุดตาใคร ๆ เข้า
เวลาใส่เสื้อนักเรียนสีขาว ไม่ว่ามันจะบางหรือไม่
ก็เป็นอันที่จะต้องใส่เสื้อ
ซับในหนา ๆ เพื่อปิดบังไม่ให้เห็น ลวดลายของบรา
แล้วบราก็จะต้องเป็นสีเดียวกับเสื้อตัวนอก
สายบราไม่มีวันโผล่มาทักทายผู้คน รับแขกบ้านแขกเมือง


ไม่มีฟองน้ำหนาตึบที่ถ้าในวันที่แดดไม่ดี ซักแล้วไม่มีวันแห้ง
โอ้ อนิจจา เมื่อเวลาผ่านไป
ป้าวุ้นเส้นก็ โดนสาวสมัยนี้หลอนด้วย ค่านิยมใหม่
สาววัยรุ่น วัยเรียน อวดน๊ม นม ของเธอต่อสายตาประชาชี
อย่างทั่วถึงด้วยการใส่บราสีตัดกันอย่างน่าเวียนหัว
เช่น บราสีม่วงลาย ด๊อก ดอก แดง ดำ ( งงม๊ย )

ภายใต้เสื้อนักเรียนแสนบางเบา
ทอด้วยความหนาแน่นของเส้นใยที่ไม่น่าเกิน 50 เส้น
( ปกติผ้าทั่วไปความหนาแน่นของเส้นใยประมาณ 200 เส้น )




และที่ยิ่งกว่านั้นคือ จะทั้งเสริมฟองน้ำ ทั้งดัน ทั้งดุน
บางคนน๊ม นม จะสูงถึงหน้าอยู่แล้ว

ส่วนของป้า ตอนนี้ ย้อยยาน จนมีสามสะดือแล้ว
แหะ ๆ แยกไม่ออกว่าอันสะดือ อันไหน ศรีษะนม

ค่านิยมปัจจุบันนี้ มีที่มาที่ไปจากไหนไม่ขอกล่าวถึงดีกว่า
จะขอกล่าวถึงเรื่องฮิต ๆ ของสาวสมัยนี้
ที่พยายามเก็บเงินมาทำกันเป็นอันดับต้น ๆ
และมีแฟนคลับขอให้ป้าวุ้นเส้นเขียนถึงก็คือ
การเสริมหน้าอก ทำนม ให้บิ๊กเบิ้ม กันดีกว่า




วัตถุประสงค์ ของการเจ็บตัว
( ตอนผ่าตัดน่ะไม่เจ็บหรอก เพราะฤทธิ์ยาสลบ
ยาชาต่าง ๆ จะเจ็บก็อีตอนนวดนี่แหละ )
เสียตังค์ เพื่อเพิ่มขนาดของเต้านมให้มีขนาดใหญ่ขึ้น คือ

1.
เพื่อให้รูปร่างดีขึ้น ซึ่งอาจจะเป็นการแก้ความรู้สึกส่วนตัวที่ว่า
เต้านมของตัวเองมีขนาดเล็กเกินไป

2.
เพื่อเพิ่มขนาดของเต้านมหลังจากมีบุตร หลังการให้นมบุตร
หรือคลอดบุตรแล้ว เต้านมอาจจะมีความตึงน้อยลง
หย่อนย้อย คล้อยย้วย นั่นเอง

3.
เพื่อแก้ไขขนาดที่แตกต่างของเต้านมทั้งสองข้าง
นมไม่เท่ากันนั่นเอง ป้าวุ้นเส้นว่าอวัยวะอะไรก็ตาม
ที่ทุกคนมีสองชิ้น คนส่วนใหญ่มักจะมีขนาดไม่เท่ากัน
เช่น มืออีกข้างใหญ่กว่าอีกข้าง หรือตาไม่เท่ากัน ฯลฯ

4.
แก้ไขรูปทรงที่ผิดปกติ ซึ่งอาจจะเป็นแต่กำเนิดหรือเกิดจากการผ่าตัด อื่น ๆ





สิ่งที่ควรคำนึงถึงก่อนตัดสินใจเสริมหน้าอก

1
ผู้นั้นควรจะมีสุขภาพที่แข็งแรง
แต่ต้องไม่หวังมากเกินไปว่ารูปร่างจะดูสมบูรณ์แบบไม่มีที่ติ
เพราะมันก็แค่ส่วนบน ถ้าช่วงล่างคุณดูแย่
การเสริมหน้าอก อาจทำให้คุณดูดีแค่ตอนนั่งเท่านั้น
และก็อย่าถึงกับให้มันใหญ่โตจนต้องนั่งตลอด
เพื่อเอาน๊ม นมพาดโต๊ะ ช่วยรับน้ำหนักแล้วกัน

2
หากลำตัวช่วงบนแคบ ไหล่แคบ แต่ใจกว้าง
อยากทำหน้าอกให้มันใหญ่ขึ้น มันก็อาจใหญ่เกินไป
การมีหน้าอกที่ใหญ่ขึ้นก็อาจจะไม่สมส่วน
และไม่สามารถทำให้ใหญ่เท่าขนาดที่คาดหวังได้
( แบบหุ่นไทย ๆ อยากได้น๊ม นมฝรั่ง )

3
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ มีประสบการณ์
และทักษะด้านทำนมโดยเฉพาะ จำไว้ว่า ศัลยแพทย์เก่งทุกคนค่ะ
แต่จะเก่งด้านใด เชี่ยวชาญด้านใด ต้องเลือกและศึกษา
ให้มั่นใจ
ส่วนแพทย์ที่ทำได้ทุกอย่าง แต่ไม่เชี่ยวชาญด้านใดเป็นพิเศษนี่
ต้องพึงระวังไว้ก่อน
และที่สำคัญมือต้องนิ่ง แม่นยำ เดี๋ยวนมออกมาไม่เท่ากัน
สูงข้างต่ำข้างแบบ เป้ย นะ

4
สถานที่ทำการผ่าตัด และพักฟื้นหลังผ่าตัด การบริการ
การอำนวยความสะดวกต้องมีมาตรฐาน ตรวจสอบได้

5
เงินค่ะ เงิน ราคาเริ่มต้นจะอยู่ที่ ประมาณ 60,000 บาท

6
เวลาค่ะ ต้องมีเวลาอย่างน้อย 3-4 วัน เพราะต้องนอนโรงพยาบาล 2 คืน
พอออกจากโรงพยาบาลแล้ว พักฟื้นที่บ้านอีกซักคืนนึง
วันรุ่งขึ้น คุณก็ไปทำงานได้แต่ไม่ใช่งานประเภทแบกหามนะค๊ะ หุหุ
ป้าวุ้นเส้นหมายถึงงานทั่ว ๆ ไปนี่แหละค่ะ งานออฟฟิศ ฯลฯ


เตรียมตัวอย่างไร
งดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทุกชนิดก่อนวันเข้ารับผ่าตัด 1 Week
งดเครื่องแอลกอฮอล์ 24 ชม ก่อนผ่าตัด
งดน้ำและอาหารก่อนผ่าตัด 6 ชม
( เมื่อกำหนดเวลาผ่าตัดที่ชัดเจนแล้ว คุณหมอจะแจ้งเวลาที่จะต้องงดน้ำงดอาหารอีกครั้ง )




ระยะพักฟื้นจากการผ่าตัด ประมาณ 3-7 วัน
อยู่กับสุขภาพของผู้เข้ารับการผ่าตัด

ระยะเวลาผ่าตัด ประมาณ 2-4 ชั่วโมง

แผลจากการผ่าตัด
รอยผ่าตัด อาจจะอยู่ที่รักแร้, รอบปานนม, กลางปานนม
, ใต้ฐานนม, สะดือ แล้วแต่วัถตุประสงค์ของคุณและเทคนิคของแพทย์

เดี๋ยวเร็ว ๆ นี้จะมีเคสทำน๊ม นม ป้าวุ้นเส้นก็จะจัดการรีวิว
ให้ได้ชมและทำความเข้าใจกันแบบ จะ จะ นะจ๊ะ เด็ก ๆ

Review นู๋ปีใหม่ ( นามสมมุติ ) ทำนมใหญ่บึ้ม คลิกที่นี่


และถ้าใครอยากทำหน้า วีเชพ วีไลน์ แบบเกาหลี
ป้าวุ้นเส้นขอเสนอ วิธีทำหน้า เกาหลี V-Line แบบละเอียดยิบ
ตามไปอ่านกันนะจ๊ะ แล้วจะรู้ว่า ไม่ต้องไปถึงเกาหลี
ให้สิ้นเปลือง เมืองไทยก็มีจ้า



คลิกโลดจ้า ตามลิ้งค์นี่เลย
บทความ หน้าเกาหลี V- Line หมอไทยก็ทำได้ค่ะ







เขียนโดย : ป้าวุ้นเส้น
ข้อมูลวิชาการ : ยันฮี
ภาพประกอบ : กูเกิ้ล sanook และ mthai





 

Create Date : 17 กันยายน 2552    
Last Update : 30 กรกฎาคม 2555 15:26:15 น.
Counter : 3602 Pageviews.  

ป้าวุ้นเส้นเล่าเรื่องจริง… เธอเสพติดศัลยกรรม หรือ แพทย์ทำกันแน่ …………ตอนที่สาม ฉีดสารลดริ้วรอย

เรื่องการฉีดซิลิโคน ของ ซิลเวีย ( นามสมมุติ )
โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์

เช้าวันหนึ่ง เป็นหนึ่งในอีกหลาย ๆ วันที่ผ่านมาอย่างกวนใจ
ซิลเวีย เสียเหลือเกิน
หลังจากที่ทำจมูกมาเป็นสิบครั้ง ก็ยังไม่ถูกใจ
( อ่านตอนเรื่องทำจมูกได้ที่ลิ้งค์นี้ )
//www.bloggang.com/mainblog.php?id=pavoonsen&month=25-08-2009&group=2&gblog=29


และตัดกรามที่ผิดพลาด ( อ่านตอนตัดกรามได้ที่ลิ้งค์นี้ )

//www.bloggang.com/mainblog.php?id=pavoonsen&month=27-08-2009&group=2&gblog=30


เธอมุ่งหมั่น เสาะแสวงหาว่าจะแก้ไขหน้าผากที่ดูไม่โหนกนูน
ของเธอได้อย่างไร

เมื่อมีการโฆษณาว่า มีสารเติมต็มชนิดหนึ่ง
ที่สามารถฉีดเข้าไปแล้วเห็นผลอย่างรวดเร็ว
เพื่อปรับหน้าผากให้สวยขึ้นได้ ในราคา ยูนิตละ 17,000 บาท
เธอจึงไม่รอช้าที่จะ
ฉีดมันเข้าสู่ร่างกาย และพร้อมจะหลอมละลายเป็นหนึ่งเดียวกัน

โดยที่เธอมั่นใจว่ามันไม่มีอันตรายเพราะ เธอบอกว่า
เธอเห็นฉลากที่ข้างขวด เธออ่านภาษาต่างประเทศที่ระบุในฉลากว่า
มันคือ ………( สารเติมเต็มชนิดหนึ่ง )

เธอเห็นมันได้จับสัมผัสแตะต้อง ขวดนั้นก่อนที่คุณหมอ
เจ้าของคลีนิคแห่งนั้นจะเป็นผู้ฉีดให้เธอ
เธอมั่นใจว่ามันจะได้ผล
และไม่อันตรายเพราะมันมีราคาสูง งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง





ภาพประกอบไม่ใช่ภาพซิลเวียนะค๊ะ
เป็นเพียงภาพปลากรอบเท่านั้น หุหุ
.......................................................................

ใช่มันได้ผลในตอนนั้น เธอเป็นปลื้มกับหน้าผากโหนกนูน ผิวที่ตึงขึ้น
และ ลืมเรื่องอันตรายที่กำลังจะปรากฏตัวเมื่อถึงเวลา
ดังนั้น

เธอจึงเริ่มมองหาตำแหน่งอื่น ๆ บนใบหน้าของเธอ
เพื่อที่จะฉีดมันเข้าไปอีก
ตำแหน่งถัดมาคือ ใต้ตา เธอเกลียดนัก
ไอ้ใต้ตาที่ดูมีริ้วรอย ไม่เต็ม เนี่ย
ไม่ได้การแล้ว ต้องไปเติมสาร ………… จะได้สวยขึ้น

และแล้วเธอก็มีมันที่ใต้ตาอีก 1 หลอด แบ่งฉีดสองข้าง





เวลาผ่านมาไม่นาน นัก เมื่อเธอเห็นว่า ขมับของตัวเองดูแคบกว่าหน้าผาก
เอาล่ะ ไปฉีดอีก 1 หลอด แบ่งฉีดสองข้าง ซ้ายขวาแบบไม่ลำเอียง


เวลาผ่านไวเหมือนโกหก นรกมาเยือน สารเติมเต็มที่เธอฉีด
มันไม่เต็มอยู่ที่ตำแหน่งเดิมอีกต่อไป
มันไปเต็ม ตรงโน้น ตรงนี้ ตรงนั้น แบบไม่มีระเบียบ
ผิวหน้าของซิลเวีย จึงดูคล้ายพลาสติก
ที่มีความเงามัน แข็งเป็นก้อน และขุรขระ ไม่เรียบเนียน
แล้วมันก็แปลงร่างเป็นซิลิโคนเหลว สปีชี่นี้ อันตรายนัก
ตั้งแต่ก่อนที่มันจะถูกปรรจุลงขวด
แล้วติดฉลากว่า เป็นสารเติมเต็ม……….แล้วค่ะ

.............................................................

ซิลิโคนเหลวคือ

ซิลิโคนเหลวในสารเติมเต็มก็นิยมกันแบบผิด ๆ ในคนไทยและคนต่างประเทศทุกประเทศเนื่องจากหลังการฉีดแล้ว
ซิลิโคนเหลวระยะแรกมักมีใบหน้าหรือ,สะโพกตึงและนูนไป
ทำให้ดูอ่อนเยาว์
( ในช่วงแรก )นอกจากนี้ซิลิโคนเหลวยังราคาถูกทำให้
สามารถฉีดได้ในปริมาณมาก ๆ
ได้ให้รูปหน้าเต่งตึงและสวยงามมากในระยะแรก

ย้ำ ดูดี แรก แรกกกกกกกกกกกกกกกกกก

...............................................................................

โดยทั่วไปปัญหาหลักของการฉีดซิลิโคนเหลวคือจะไหลลงตามแรงโน้มถ่วงของโลกไม่ค่อยอยู่ในที่ทำและไม่สลายไปตามเวลา
และจะซึมไปทั่วเนื้อเยื่อปกติทำให้การผ่าตัดไม่สามารถเอาออกได้ทั้งหมด จะสามารถเอาออกได้เฉพาะบางส่วน และเป็นส่วนน้อยด้วยค่ะ
เพราะมันแทรกซึมปะปนไปกับเนื้อเยื่อของเราแล้ว

อีกทั้งเนื้อเยื่อส่วนใหญ่จะมีกล้ามเนื้อและเส้นประสาทอยู่
จึงเป็นการทำงานที่ลำบากยากเข็ญ
มากที่จะเลาะออกโดยไม่มีความเสี่ยงกับเส้นประสาทต่าง





ตำแหน่งที่มีการฉีดซิลิโคนกันมากคือ

1.
หน้าผาก และขมับเพื่อความโหนกนูน แบบเน้น ๆ
เป็นบริเวณที่ฉีดให้หน้าผากโหนกนูนปัญหาที่เกิดคือซิลิโคนเหลว
มักจะไหลมาที่บริเวณตาบน โหนกแก้ม
ทำให้เวลายิ้มจะเห็นเป็นก้อนแข็งชัดเจนตรงโหนกแก้ม

2.
จมูก หลังจากฉีดปริมาณ 1 ปี จะไหลออกมาด้านข้างของจมูก
ทำให้จมูกดูบวมใหญ่ แต่จะไม่มีสันจมูกตามธรรมชาติ
และไหลมาที่ปลายจมูก ปีกจมูก

3.
แก้ม โดยทั่วไปจะฉีดบริเวณโหนกแก้ม แต่หลังจากฉีด
เวลาผ่านไปจะไหลลงมาที่กระพุงแก้มทำให้ดูเหมือนคนมีอายุมาก
เนื่องจากมีการห้อยย้อยของกระพุ้งแก้ม เหมือนกับแก้มของผู้สูงอายุ

4.
คาง คางมักมีปัญหาเรื่องการไหลย้อย
ทำให้คางยาวขึ้่นเกินไปและการไหลลงไปที่จุดต่ำสุดของคาง
ผิวหนังบริเวณที่ต่ำสุดจะแดงและแข็งทำให้ดูไม่สวยงาม
บางคนดูเป็นสามเหลี่ยมชัดเจนมาก

5.
หน้าอก หน้าอกมักเกิดเป็นก้อนแข็งและตะปุ่มตะป่ำ
ทำให้คล้ำดูไม่เป็นธรรมชาติ นอกจากนี้แล้วการคลำได้ก้อนซิลิโคนที่เต้านม ทำให้การตรวจมะเร็งเต้านมทำได้ยาก
บางครั้งถ้าเกิดเป็นมะเร็งก็จะไม่รู้ตัวในระยะแรก

6.
อวัยวะเพศ ซิลิโคนเหลวมีการนำมาฉีดทำอวัยวะเพศชายและหญิง
ทำให้มีอวัยวะเพศแข็งแต่ช้ำ เมื่อมีการเสียดสีก็จะเกิดเป็นแผลได้ง่าย
เมื่อเวลาผ่านไปบริเวณที่ถูกฉีดจะมีรูปร่างหน้าตา
ตามบทความนี้ ….. ใครอยากเห็นเข้าไปดูได้ หลอนดี ที่ลิ้งค์นี้ค่ะ

//www.bloggang.com/mainblog.php?id=pavoonsen&month=18-07-2009&group=2&gblog=27


7 สะโพก ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ ซิลิโคนจะมีการไหลจากสะโพก
มาที่ต้นขา โดยทั่วไปคนไข้มักมีการฉีดซิลิโคนเหลวจำนวนมาก
ทำให้มักเป็นไตแข็งและอักเสบได้บ่อยๆ

ดูภาพจาก มิกกี้ รูท สุดหล่อของป้าวุ้นเส้นในอดีต ปัจจุบันหน้าเป็นเช่นนี้แล





ซิลิโคนแท่งปลอดภัยที่สุดแล้วค่ะ อย่าเชื่อเรื่องฉีดโน่นนี่เข้าหน้าเลยค่ะ
เป็นภัยภายหลังทั้งนั้น บางคนบอกว่า เค้าเอาหลอดติดฉลากให้ดูด้วย
แต่ข้างในนี่เป็นอะไรเราจะดูรู้เหรอค๊ะ

และถ้ามันดีจริง หมอก็ตั้งราคาสูง ๆ ไปเลย
แล้วไม่ต้องมานั่งเสียเวลาผ่าตัด ทำงานซับซ้อนกันหรอกค่ะ วั
นนึง วันนึง ฉีดซัก 10 คนได้สบาย ๆ เอาเวลาไปตีกอล์ฟ
มีกิ๊ก ไม่ต้องหมกมุ่นอยู่กับการผ่าตัด
ซึ่งวันนึง วันนึง อาจทำได้แค่ไม่กี่คน



การรักษาโดยหมอกำมะลอ ขาดความรับผิดชอบ
ทำให้ใบหน้าของเธอ แลดูเหมือนถูกเคลือบด้วยยางซิลิโคเช่นนี้
เป็นสิ่งที่สาว ๆ ทุกคนควรระมัดระวัง รอบคอบ
ก่อนตัดสินใจทำศัลยกรรม
ใด ๆ

.........................................................................................

หมายเหตุ :
ป้าวุ้นเส้นได้พาซิลเวียไปปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแล้วได้คำตอบว่า
ไม่ควรแตะกับส่วนใดบนใบหน้าเธออีก เพราะยิ่งพยายามแก้ไข
ก็อาจจะยิ่งแย่ไปกันใหญ่
มีความเสี่ยงถึง 80% ที่จะออกมาแย่กว่าเดิม


ซิลิโคนที่ฉีด เข้าสู่ผิวของเธอนั้น เนื่องจากมีความเป็นไปได้ถึงปฏิกริยา ระเบิดเวลา สำหรับเธอตั้งแต่ 1 ถึง 25 ปีในภายหลัง.
เช่นเกิดการอักเสบ เมื่อถึงเวลานั้น
แพทย์คงต้องรักษาด้วยการเลาะเนื้อเยื่อออก
รวมถึงกล้ามเนื้อ และเส้นประสาท โดยที่ไม่สามารถปฏิเสธ
อาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่นปากเบี้ยว ตากระตุกตลอดเวลา ฯลฯ

เมื่อฟังถึงประโยคนี้ ป้าวุ้นเส้นสงสารเธอจับใจเลยค่ะ

ซิลเวีย ดูเหมือนจะมีการทำศัลยกรรม มากเกินไป.
การเปลี่ยนแปลงใบหน้าของเธอในรอบ 20 ปีกว่านี้
น่างงงวยมาก ชนิดลำดับแทบไม่ถูกเลยว่า ทำอะไรก่อนหลัง

และมันยังไม่สิ้นสุดแค่นี้ เมื่อเธอไปดึงหน้า ตอนอายุ 37 ปี

โปรดติดตามเรื่องนี้ได้ในตอนต่อไปจ้า

… pAvOOnsEn Reviews

รีวิวการทำศัลยกรรมทุกอย่างที่คุณอยากรู้
ศัลยกรรมแก้ไขรูปหน้า
ตัดกราม ตัดลดโหนกแก้ม ตัดคาง
เสริมคาง ทำจมูก ทำตาสองชั้น
แก้ไขตาตก ดูดไขมัน เสริมหน้าอก ดึงหน้า
ศัลยกรรมแก้ไขความบกพร่อง
ทุกอย่างนี้หาอ่านได้แบบลึกทั้งเนื้อหา
พร้อมภาพประกอบ
จากผู้ที่ผ่านการศัลยกรรมจริง
ทั้งก่อนและหลัง
คลิกที่นี่
loaocat





เขียนโดย : ป้าวุ้นเส้น
ข้อมูลวิชาการ : ยันฮี
ข้อมูลเรื่องจริง : ซิลเวียนามสมมุติ
ภาพประกอบ : กูเกิ้ล




สนใจโปรโมชั่น โบท๊อกซ์ และเรสทิเลน Botox ,Restylane
โทรสอบถามได้ที่ ป้าวุ้นเส้น 084-0044- 744 เวลา 11.00 - 20.00 ทุกวันค่ะ


หรือโทรหา คุณหลี ผู้ช่วยป้าวุ้นเส้นได้ที่เบอร์ หรือโทรหา คุณหลี 086 602 9394 เจ้าหน้าที่ยันฮี ได้เลยค่ะ บอกคุณหลีว่า เป็นคนไข้ของป้าวุ้นเส้น คุณหลีจะดูแลเทคแคร์ให้ทั้งหมดค่ะ


คุณหลี โทร 081 776 0044 , 086 602 9394 . หรือ เบอร์ยันฮี 02 -879 0300 ต่อแผนกการตลาดความงาม








 

Create Date : 16 กันยายน 2552    
Last Update : 23 กรกฎาคม 2554 7:58:52 น.
Counter : 5252 Pageviews.  

ป้าวุ้นเส้นเล่าเรื่องจริง… เธอเสพติดศัลยกรรม หรือ แพทย์ทำกันแน่ …………ตอนที่สอง กราม

ต้องการปรึกษา ป้าวุ้นเส้น จองคิวตัดกราม ตัดโหนกแก้ม ตัดเลื่อน เพิ่ม ลดขนาดคาง กรุณาส่งข้อมูลและประวัติ ทาง Mail pavoonsen_1@hotmail.com เวลาทำการ 12.00 -20.00 หยุดวันเสาร์และอาทิตย์ ข้อมูลทั้งหมดเป็นความลับจะตอบกลับภายใน 48 ชม ไม่รับปรึกษาทางโทรศัพท์นะค๊ะ


ตัดกราม แก้ไขรูปหน้า รึสร้างปัญหากันล่ะเนี่ย !!!!!!!!

ป้ามาแชร์ประสบกรามของ " ซิลเวีย " ค่ะ

ดังนรกชังหรือสวรรค์แกล้ง อนิจจา ทำไมตัดออกมาสองข้างไม่เท่ากัน
นี่ขนาดทำโดยแพทย์และชาวคณะ ( นักศึกษาแพทย์ )


ในยุคสมัยหนึ่ง ความงามแบบลูกครึ่งตะวันตก
ได้สร้างแรงจูงใจให้ผู้คนส่วนใหญ่ ในประเทศไทยของเรานี่แหละ
ต้องการเปลี่ยนแปลงตัวเอง ให้คล้ายคลึง ความงามดังกล่าว
บ้างก็เพื่ออยากจะเข้าวงการบันเทิง ฯลฯ



แต่หากในยุคสมัยปัจจุบัน ความงามแบบเอเชีย มาแรง
( แต่ทำไมไทยไม่เคยได้เป็นผู้นำเทรนด์ฟ่ะ )
ใครต่อใครจึงอยากสวยใสแบบเกาหลีกัน
รูปหน้าต้อง V เชฟ
ตากลมโตแบบแบ๊ว ๆ
จมูกโด่งพอประมาณ
ที่สำคัญชั้นต้องขาวววววววววว
ขาเรียวยาว
เสื้อผ้า หน้าผม แบบแฟชั่นเกาหลี
และแน่นอน ซิลเวีย ก็ต้องการเช่นนั้น





สิ่งที่" ซิลเวีย " ไม่สามารถควบคุม หรือปฏิเสธได้ คือ
เธอหลงใหลใบหน้าสวย ๆ และต้องการจะได้เป็นเจ้าของมัน
ซึ่งเป็นสิ่งที่หญิงสาวทุกคนต้องการ รวมถึงป้าวุ้นเส้นด้วย
( ใครจะอยากไม่สวยฟ่ะ )

เมื่ออยากได้ ก็ต้องดิ้นรน ไขว่คว้า ใครบอกว่าอะไรดี
ก็เชื่อเค้าทำตามอย่างกัน
แต่ผลที่ได้มักออกมาเสียหายในภายหลัง
และแก้ไขได้ยาก ลำบากเกิ๊น





เมื่อมีเทคนิคทางการแพทย์ใหม่ ๆ ( ในสมัยนั้น ประมาณ เกือบ 7 ปีแล้ว )
ที่เข้าใจว่าสามารถแก้ไขรูปหน้าของ " ซิลเวีย "ได้
จะรอช้าอยู่ไย ไปเอากรามบาน ๆ นี้ออกดีกว่า ตัดมันออกไปให้พ้นจากชีวิตเธอ
อย่างถาวรซะที อยู่ด้วยกันมาจนป่านนี้ มิได้มีประโยชน์อันใดเลย
เมื่อความคิดนั้น วนเวียนอยู่ในหัวของเธอตลอดเวลา
ตอกย้ำเธออย่างสม่ำเสมอทุกวัน ทุกวัน
ดังนั้นเธอจึงตัดสินใจพึ่งมีดหมอศัลยกรรม ตัดมุมกรามโดยหวังว่า
หน้าเธอจะเรียวหวาน แต่ ……เรื่องราวหาได้เป็นเช่นที่เธอหวังไม่

ก่อนอื่น ขอเกริ่นเรื่องวิธีการตัดมุมกราม เพื่อความเข้าใจกันก่อน

วิธีที่ 1 การผ่าตัดภายนอกช่องปาก
วิธีนี้จะเปิดแผลภายนอก
โดยตรงบริเวณมุมกรามเข้าไปที่มุมกระดูกขากรรไกรทั้ง 2 ข้าง
แล้วใช้เครื่องมือแพทย์ซึ่งเป็นเลื่อยเล็กๆ
ตัดตามตำแหน่งที่ต้องการ

แม้วิธีนี้จะฟังดูง่าย หลังผ่าตัดอาการบวมก็มีน้อย
และแทบไม่ต้องดูแลอะไรมาก
แต่ปัจจุบันความนิยมกลับลดน้อยลง
เนื่องจากมีโอกาสกระทบกระเทือนต่อเส้นประสาท
ที่มาเลี้ยงมุมปากได้ชั่วคราว
และที่สำคัญคือจะมีรอยแผลผ่าตัด (ประมาณ 2-3 ซม.) ทั้ง 2 ข้าง

ขอย้ำว่า วิธีนี้มีรอยแผลผ่าตัดออกมาอวดประชาชีนะค๊ะ

วิธีที่ 2การผ่าตัดภายในช่องปาก
แม้จะต้องอาศัยความชำนาญและเครื่องมือพิเศษ
ที่สามารถเลื่อยกระดูกที่ต้องการตัดแต่งได้ในซอกแคบๆ กว่าวิธีแรก
แต่นั่นมิใช่อุปสรรคสำหรับศัลยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ

ที่สำคัญวิธีนี้จะผ่าโดยผ่านซอกเหงือกด้านหลังฟันกราม
ไปยังมุมกระดูกขากรรไกร
จึงไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับเส้นประสาทที่เลี้ยงกล้ามเนื้อมุมปาก
อีกทั้งสามารถตัดแต่งได้ตลอดกระดูกขากรรไกร
เนื่องจากสามารถเปิดแผลได้ยาวกว่า
โดยไม่ต้องคำนึงถึงแผลเป็นทำให้ได้กระดูกกรามที่โค้งเนียนขึ้น
และวิธี้คือวิธีที่น้องจอยใช้ค่ะ
ดูรีวิวน้องจอย ตัดกรามได้ที่นี่ ลิ้งค์

//www.bloggang.com/mainblog.php?id=pavoonsen&month=23-07-2009&group=2&gblog=28




ซิลเวียเธอใช้วิธีที่ 1 ค่ะ เนื่องจากในตอนนั้นวิธีที่ 2 ยังไม่เกิด
การผ่าตัดของเธอ ประกอบไปด้วยแพทย์ และชาวคณะ
ชาวคณะ ในที่นี้ ป้าวุ้นเส้นหมายถึง คณะนักศึกษาแพทย์
และเมื่อถึงเวลาผ่าตัด แพทย์ก็ได้ลงมีด ลงมือ พร้อมสาธิตและอธิบายอะนาโตมี่
มุมกรามของ ซิลเวียไปด้วย สอนตัดมุมกรามให้ชาวคณะไปด้วย
( แพทย์ลงมือทำที่ด้านซ้ายของกรามซิลเวีย )
หลังจากนั้น ก็ถึงคราวที่ชาวคณะ ต้องลงมือภาคปฏิบัติ
ด้วยการตัดมุมกรามที่ด้านขวาของซิลเวีย

โอ้ พระเจ้าช่วย กล้วยหักมุก
กรามของเธอไม่เท่ากันค่ะ
ด้านที่แพทย์ตัดก็เรียบดี
แต่ด้านที่ชาวคณะตัดนี่ซิ
เป็นขั้นบันไดเชียว




ถ้ามองด้วยตาเปล่าก็ไม่กระไรนัก
แต่ในเมื่อมันอยู่บนหน้าเธอ เมื่อไรก็ตามที่เธอสัมผัสมัน
เธอจะเจ็บปวดใจอย่างแสนสาหัส
แล้วยังมีแผลเป็นให้เห็นตำตาอีก
ถึงแม้ว่า เธอจะพยายามที่จะแก้ไข กรามนี้อีกครั้ง
แต่ อย่างที่ทราบกัน ถ้าพยายามทำอีก อาจส่งผลให้เธอ
สูญเสียเส้นประสาทบริเวณนั้น มันจะแย่กว่าเดิมอีก


อย่างไรก็ตาม เธอหาได้ย่อท้อไม่
เมื่อมองกระจกคราใด เธอก็จะพยายามหา หรือคิดไปเองว่า
ส่วนใดบนใบหน้าเธอ มีข้อบกพร่อง ที่เธอคิดว่าควรได้รับการแก้ไข
เธอก็จะยอมเจ็บตัว เสียตังค์
เพื่อให้หมอศัล ฯ ไร้จรรยาบรรณ ยำหน้าเธอต่อไป
แล้วมาติดตามเรื่องราวของ ซิลเวีย กับการดึงหน้าลบตีนกา ในวัยใกล้ 40
ในตอนต่อไปค่ะ



จบตอน 2 บาย บาย

ข้อมูล : จากเรื่องจริงของ“ ซิลเวีย ”( นามสมมุติ )
เขียนและเรียบเรียงโดย : ป้าวุ้นเส้น
ภาพประกอบ : กูเกิ้ลเสริทซ์ Ok nation
หมายเหตุ :เจตนาที่ต้องการถ่ายทอดเรื่องนี้
เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจทำศัลยกรรม
ของแฟนคลับป้าวุ้นเส้นที่รักทุกคนค่ะ
มิได้มีเจตนาส่อเสียดใครแต่อย่างใด ทั้งสิ้น

และถ้าใครอยากทำหน้า วีเชพ วีไลน์ แบบเกาหลี
ป้าวุ้นเส้นขอเสนอ วิธีทำหน้า เกาหลี V-Line แบบละเอียดยิบ
ตามไปอ่านกันนะจ๊ะ แล้วจะรู้ว่า ไม่ต้องไปถึงเกาหลี
ให้สิ้นเปลือง เมืองไทยก็มีจ้า



คลิกโลดจ้า ตามลิ้งค์นี่เลย
บทความ หน้าเกาหลี V- Line หมอไทยก็ทำได้ค่ะ



ปรึกษาเรื่องศัลยกรรม กรุณาติดต่อ
pavoonsen_1@hotmail.com ค่ะ

ส่งรูปและระบุชื่อมาด้วยนะค๊ะ Mail เยอะมาก
ป้าวุ้นเส้นสับสนค่ะ




 

Create Date : 27 สิงหาคม 2552    
Last Update : 2 มกราคม 2559 21:10:37 น.
Counter : 3102 Pageviews.  

ป้าวุ้นเส้นเล่าเรื่องจริง… เธอเสพติดศัลยกรรม หรือ แพทย์ทำกันแน่ …………ตอนที่หนึง จมูก

เคยมั๊ย ……
เคยมั๊ยจ๊ะ ที่ไม่พอใจในส่วนประกอบของตัวเอง บางชิ้น
บางช่วงเวลา ที่อยู่ใกล้กับบางคน ที่ดันสวยกว่า หล่อกว่า
ถ้าเปลี่ยนได้ แก้ได้ คุณต้องอยากได้ของใหม่ สุดเจ๋ง
ก็ในเมื่อแฟชั่นเปลี่ยน เทคโนโลยีเปลี่ยน มือถือมีรุ่นใหม่ออกมา ทุกๆ เดือน เป็นต้น ฯลฯ


เธอคนนี้ก็เช่นกัน
ผู้หญิงคนหนี่ง เธอผ่าน การทำศัลยกรรมจมูกมาแล้ว 12 ครั้ง ตั้งแต่ อายุไม่ถึง 20 ปัจจุบันเธออายุ 45 ปี
ผู้หญิงคนหนึ่ง เธอผ่าน การตัดมุมกรามมาแล้วหนึ่งครั้ง แต่กรามสองข้างนั้นหาได้เท่ากันไม่ เพราะ ?
ผู้หญิงคนหนึ่ง เธอผ่าน การดึงหางตาลดรอยตีนกา ด้วยการใช้ไหมที่ประกอบไปด้วย
อุปกรณ์ที่คล้ายเงี่ยงตกปลา หลายอัน ดึงใต้ผิวหนังขึ้นไปขมวดปลายไว้ที่ขมับ ตอนที่เธออายุ 37 ปี
ผู้หญิงคนหนึ่ง เธอผ่านการฉีดซิลิโคน มาอย่างน้อย 4 ครั้งในรอบ 5 ปี (และตอนที่ได้รับการฉีด เธอมั่นใจว่า
มันไม่ใช่ซิลิโคน เพราะเธออ่านฉลากที่บรรจุภัณฑ์ สารตัวนั้นแล้ว ว่าเป็น อะไรซักอย่าง บลา บลา บลา
และเธอบอกว่ามันแพงมาก เธอเลยมั่นใจว่าต้องไม่ใช่ ซิลิโคน โอ้ แม่เจ้า …. )




ภาพประกอบนี้ มิใช่ซิลเวียคนที่ป้าวุ้นเส้นกล่าวถึงนะ

แล้วถ้าผู้หญิงคนที่ถูกกล่าวถึงนั้น เธอผ่าน การทำศัลยกรรมทุกอย่างที่กล่าวมาทั้งหมดบนหน้าเธอ
คุณคิดว่า เยอะไปไหม ?



เรื่องที่เกิดขึ้นนั้น มีสาเหตุมาจากใคร ? อะไร ? และอย่างไร ?

ต้นเหตุเกิดจาก เธอหญิงสาวผู้อยากสวย หรือ นักธุระกิจวงการศัลยกรรม
ที่เราเรียกกันว่า หมอ หรือ ?

การศัลยกรรมครั้งแล้ว ครั้งเล่า บนใบหน้าของหญิงสาวผู้หนึ่ง
ซึ่งเหลือเค้าโครงเดิมน้อยลงมาก เมื่อพิจาณาจากภาพ ก่อนและหลังทำศัลยกรรม
ทำให้เธอเป็นเช่นนี้





ป้าวุ้นเส้นขอเชิญชวนคุณๆ มาร่วมรับรู้เรื่องราวของเธอ ก่อนที่จะตัดสินว่า เธอเสพติดศัลยกรรมเพราะความที่เธอผลักดันตัวของเธอ เข้าสู่วงจรนั้นด้วยตัวเธอเอง
หรือ เธอบังเอิญว่าเธอได้พบแต่กับนักธุระกิจวงการศัลยกรรม ที่ชักนำเธอกันแน่
และสื่ออีกมากมายที่เป็นกามเทพระหว่างเธอกับการศัลยกรรม

และด้วยความที่ป้าวุ้นเส้น วนเวียน เรียนรู้ พอกพูนประสบการณ์ตัวเอง
ผ่านผู้ที่ถูกทำศัลยกรรม และผ่านผู้ที่เป็นคนลงมีดศัลยกรรม มานับไม่ถ้วน
( คำว่าผ่านในที่นี้ มิได้มีความหมายเดียวกับการผ่านผู้ชายแต่อย่างใด
ปล ถึงแม้ว่าอยากผ่านจะตายไป หึหึ … )

จึงอยากให้พวกเราตระหนักกันเถิดว่า ศัลยกรรมนั้น มากเกินไปย่อมไม่ดี
และวิธีการทำศัลยกรรมแบบผิด ๆ นั้น สร้างบาดแผลทั้งตัวและใจ ได้เจ็บปวดสาหัสนักแล
คงมีหลายคนย้อนว่า แล้วตรูจะรู้ได้ไง ว่าอันไหนผิด อันไหนถูก ง่ะ
นั่นนะสิ ป้าวุ้นเส้นก็ว่า แยกยาก พอ ๆ กับจำแนกผู้ชายหล่อ ๆ ว่าคนไหนเป็นเกย์
และคนไหนไม่เป็น เฮ้อ !!!!

ว่าแล้วก็ถอนหายใจ แรง ๆ ให้หน้าอกหน้าใจ อันห่อเหี่ยว
( คือมันเหี่ยวเลยห่อไว้ให้ดูล้นตึง ) สะเทือนเล่น ๆ

ใครจะทำตามบางก็ได้นะ ไม่ว่ากัน หุหุ



เธอผู้ที่ต่อไปนี้ ป้าวุ้นเส้นขอสมมุตินามเธอว่า “ ซิลเวีย ”

“ ซิลเวีย ” เริ่มเปลี่ยนแปลงผลงานศิลปะทางพันธุกรรมที่ถ่ายทอดสู่เธอ จากรุ่นสู่รุ่น
และตัดสินใจโดยไม่ลังเลชิ้นแรกคือ การเสริมจมูกเมื่อตอนอายุ 20 ปี

เรื่องคงหยุดที่ตรงนั้น และไม่สร้างความกดดันอื่นใด หากเธอพอใจกับผลงานของหมอที่เธอทำมา
คงไม่มีผลงานศิลปะจากปลายมีดหมอ ที่จารึกไว้ให้เธอเจ็บใจเล่น
( ออกจะคลับคล้ายภาพวาดบนผืนผ้าใบ ที่หลายครั้งป้าวุ้นเส้นก็ดูไม่ออกว่า ตกลงเป็นรูปอะไรกันแน่
และบางครั้งเมื่อมองมันเราก็รู้สึกว่า “ วาดแบบนี้ใคร ๆ ก็วาดได้ว่ะ ฮ่า ฮ่า ”)

“ ซิลเวีย ” ถูกกดดันด้วยสิ่ง ที่ไม่มีวันลบเลือนไปจากใบหน้า เมื่อใดก็ตามที่เธอมองกระจก มันย่อมตอกย้ำให้เธอปวดร้าวใจ จนถึงทุกวันนี้

มันเริ่มจากที่ “ ซิลเวีย ”
ไม่ชอบจมูกตัวเอง ที่สถิตและเสถียร
อยู่บนหน้า ตามกรรมพันธ์ของเธอ ตั้งแต่เกิดมา

และหลังจากการทำจมูกครั้งแรกนั้นผ่านไป
เธอก็หาได้ชื่นชอบจมูกที่ผ่านการเสริมครั้งแรกนั้นไม่ โดยเธอบอกว่า “ มันเตี้ยไป “
เธอจึงกลับไปให้หมอคนเดิม แก้ไข อีกครั้งนั่นคือครั้งที่ 2 ที่เธอบอกว่า ผลที่ออกมา“ และมันก็สูงไป ”
จึงมีการแก้ไขครั้งที่ 3 กับหมอคนเดิมอีกเช่นกัน ผลที่ออกมา ครั้งนี้เธอบอกว่า “ มันใหญ่ไป ”

เมื่อเธอเล่าถึงตอนนี้ ป้าวุ้นเส้นก็มีคำถามเกิดในหัวทันที มันวิ่งด้วยความไวกว่าแสงผ่านเส้นสมองที่เกือบไม่หยัก
พุ่งทะลุออกปากเจ่อ ๆ เยินหนา ( แต่ทว่าเซ็กซี่ )
ของป้าวุ้นเส้นว่า “ หมอไม่มีทักษะนี่หว่า ทำครั้งแรกไม่ดี จะกลับไปแก้กับเค้าทำไมเนี่ยหึ ”

“ ซิลเวีย ” ตอบแบบชัดถ้อยชัดคำว่า หมอเค้ารับประกัน แก้ฟรีภายในระยะเวลา ……
ก็ต้องกลับไปแก้กับหมอคนเดิมซิ ( น่านนนนนนนนน นั่น นั่น ว่าเข้าไปนั่น อืม ……..
ดีนะที่แค่ทำจมูก ถ้าเป็นคนที่แปลงเพศกับหมอคนนี้ คงยับเยินเกินเยียวยา หาปั๋วฝรั่งก็ยังย้วยเยยยยยยยยยย )



ดังนั้นเมื่อการแก้ไขครั้งที่ 3 ไม่เป็นที่น่าพอใจสำหรับเธอ มันจึงมีครั้งที่ 4 ตามมา
ผลปรากฏว่า ซิลิโคนที่เธอใส่ในครั้งที่ 4 นั้น ทะลุออกมาปลายจมูกเธอเมื่อทำได้ 2 สัปดาห์
ในขณะที่เธอออกกำลังกายที่ฟิตเนสแห่งหนึ่ง ใจกลางกรุงเทพ ฯ
สร้างความตกอกตกใจแก่เธอยิ่งนัก และนั่นคือที่มาของการแก้ไข ทำจมูกใหม่
อีกครั้ง และอีกหลายครั้ง จนถึงวันนี้เธอ“ ซิลเวีย ” ทำจมูกมาแล้ว 12 ครั้ง
ถ้าจมูกแตะบอลได้ฉันใด “ ซิลเวีย ”ก็จะมีทีมฟุตบอลจมูก เป็นของตัวเอง ฉันนั้น




และผลจากการทำครั้งที่ 12 นั้น “ ซิลเวีย ” ก็ยังคงความไม่พอใจกับสิ่งที่ปรากฏบนสูญกลางใบหน้าเธอ
และพยามยามจะแก้ไขจมูกอีกเป็นครั้งที่ 13
( ตัวเลข 13 น่ากลัวมาก คุณ ๆ ขา ป้าวุ้นเส้นกลัว กรี๊ด ๆ ขอซบอกหมอหนุ่ม ๆ ได้มั๊ย หมอศัล ฯ นะค๊ะ
มิใช่ หมอสูญ ฯ )
ครั้งที่ 13 คิดดู ซิค๊ะ ให้บังเอิญว่า ศัลยแพทย์ผู้มีจรรยาบรรณหลายท่าน
ปฏิเสธที่จะทำการแก้ไขให้“ ซิลเวีย ” อีก โดยให้เหตุผลว่า
อาจทำให้รูปทรงจมูกของเธอแย่ลงไปอีกกว่าเก่า
และมิใช่ความเสี่ยงแค่ 50 / 50%หากแต่เป็นความเสี่ยงถึง 80/20 % ทีเดียว
เนื่องจาก “ ซิลเวีย ” ใช้กระดูกอ่อนหลังหูมาเสริมตรงปลายจมูกถึง 2 ครั้งแล้ว
ในการแก้ไขที่ผ่านมา และเนื้อเยื่อที่จมูกของเธอ อ่อนแอและบอบช้ำ จากประสบการณ์ศัลยกรรม
ซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยที่ “ ซิลเวีย ” ก็ยังไม่เคยไม่พอใจรูปทรงของจมูกตัวเองเลย ตลอดระยะเวลา 25 ปี



และก่อนที่ป้าวุ้นเส้นจะถ่ายทอดเรื่องราวการทำศัลยกรรมส่วนอื่น ๆ
บนใบหน้าของ“ ซิลเวีย ” ให้คุณ ๆ ได้รับรู้
ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็น กับเรื่องนี้ ว่าคุณมีความเห็นว่า อย่างไรระหว่าง

1 “ ซิลเวีย ”
ไม่ได้วางเป้าหมายโดยชัดเจนให้กับศัลยแพทย์ ผู้ทำการผ่าตัดให้เธอในแต่ละครั้งว่า
เธอต้องการผลลัพท์แบบใด
2 ผู้ที่ทำการผ่าตัดทำจมูกให้“ ซิลเวีย ” เป็นนักธุระกิจวงการศัลยกรรม หาได้ใช่ผู้ที่เป็นแพทย์ตัวจริง
ผู้มีจรรยาบรรณไม่
3 การสื่อสารที่ผิดพลาดระหว่าง แพทย์ผู้ทำการผ่าตัด และ“ ซิลเวีย ” นั้นเอง ที่ทำให้วัตถุประสงค์ไม่ตรงตามต้องการของผู้ร้องขอทำศัลยกรรม
4 ถูกทุกข้อ
5 อื่น ๆ ………

และเรื่องราวการผจญภัย ในวังวนการศัลยกรรมของ “ ซิลเวีย ” ก็ไม่ได้หยุดอยู่ที่จมูกเท่านั้น
มันลุกลามไปทั่วใบหน้าของเธอ
และคราวหน้าป้าวุ้นเส้นจะมาถ่ายทอด ประสบการณ์การตัดกราม ที่น่าตื่นเต้นเร้าใจ
ที่“ ซิลเวีย ” ไม่มีวันลืม ค่ะ ติดตามได้ตอนหน้า



จบตอน บาย บาย

ข้อมูล : จากเรื่องจริงของ“ ซิลเวีย ”( นามสมมุติ )
เขียนและเรียบเรียงโดย : ป้าวุ้นเส้นกับความพยายามที่จะเขียนให้ขำ ไม่รันทด
ภาพประกอบ : กูเกิ้ลเสริทซ์ ( ไม่มีภาพของ ซิลเวียตัวจริงแต่อย่างใดค่ะ )
หมายเหตุ :เจตนาที่ต้องการถ่ายทอดเรื่องนี้ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจทำศัลยกรรม
ของแฟนคลับป้าวุ้นเส้นที่รักทุกคนค่ะ มิได้มีเจตนาส่อเสียดใครแต่อย่างใด ทั้งสิ้น




ใครมีคำถามเรื่องศัลยกรรม ใด ๆ
ได้โปรด Mail มาที่ pavoonsen@hotmail.com นะค๊ะ
จะรีบตอบไว ไว รับรอง
ขอความกรุณาอย่า แอด MSN เลยนะค๊ะ ขอร้อง
ล่าสุดเครื่องเพิ่งโดยไวรัสจาก M เล่นเอาเดี้ยงไปหลายวัน

และถ้าใครอยากทำหน้า วีเชพ วีไลน์ แบบเกาหลี
ป้าวุ้นเส้นขอเสนอ วิธีทำหน้า เกาหลี V-Line แบบละเอียดยิบ
ตามไปอ่านกันนะจ๊ะ แล้วจะรู้ว่า ไม่ต้องไปถึงเกาหลี
ให้สิ้นเปลือง เมืองไทยก็มีจ้า



คลิกโลดจ้า ตามลิ้งค์นี่เลย
บทความ หน้าเกาหลี V- Line หมอไทยก็ทำได้ค่ะ



ปล เวลาส่ง Mail มาขอชื่อเสียงเรียงนาม ด้วยนะค๊ะ
บางทีชื่อเล่นมันซ้ำกันแล้วป้าวุ้นเส้น ก็งง งง เน้อ
แต่ยินดีตอบทุก Mail ค่ะ รักทุกคน บาย




 

Create Date : 25 สิงหาคม 2552    
Last Update : 4 กุมภาพันธ์ 2553 8:06:42 น.
Counter : 3719 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  

Dress Code
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 31 คน [?]




Thank you for your trace pavoonsen
Please contact me on
E mail : pavoonsen_1@hotmail.com
ID Line : @pavoonsen (มี@นะคะ)
SMS : 092 295 1922
Time :12.00 am - 20.00 pm
Off : Satday , Sunday

ปล ป้าต้องขอกราบ งาม ๆ กับท่านเหล่านี้
ที่ป้าไปจิก Code เค้ามาแต่ง Blog ค่ะ

คุณ ทาสบอย
คุณN_BEE810
คุณ Lozocat
คุณรักษ์บ้านเกิด

ขอบพระคุณอย่างสูงค่ะ
ฝากข้อความ ทักทายกันได้
ในกล่องนี้ค่ะ



ShoutMix chat widget


Friends' blogs
[Add Dress Code's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.