ไปเที่ยว ไปกินกันนะคะ ขอบคุณสำหรับเพื่อนๆทุกท่านที่แวะชมค่ะ
 
**ผีตาโขน และ ดอกกระเจียว**(30 June - 2 July 2006)



เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน ถึง 2 กรกฎาคม 2006 ได้เดินทางไปเที่ยวทุ่งดอกกระเจียว ที่ ชัยภูมิ
และ แห่ผีตาโูขน ที่ จังหวัดเลย มา เที่ยว 3 วัน 2 คืน โดยตั้งหลักพักถิ่นที่ "ไร่วรัญญา รีสอร์ท"ตั้งอยู่บริเวณภูเรือ

ไปกับเพื่อนและน้องสาวรวมด้วยลูกชาย ทั้งหมด 7 คน รวมคนขับก็เป็น 8
ส่วนบ้านพักชื่อ "หินเหล็กไฟ"ที่พวกเราเข้าไปพักอาศัยอยู่มีด้วยกัน 2 ชั้น 4 ห้องนอน 4 ห้องน้า
ห้องหนึ่งนอนได้ 4 คน เพราะฉะนั้นจะได้นอนทั้งหมด 16 ที่
และที่พักแบบ 3 ห้องนอนนั้นก็เต็มแล้ว เลยตัดสินใจเอาแบบ 4 ห้องนอน เพราะไม่รู้แน่วันไปอาจมีสัก 10 คนก็ได้เข้าพักโดยสบาย ไม่ต้องดิ้นรนและคับแคบมากเกินไป
ไปๆมาๆถึุงวันไปกันจริงมีอยู่แค่ 7 คน คราวนี้ก็ยิ่งนอนสบาย รถที่ไปด้วย คนนั่งก็ยิ่งนั่งสบาย กันไปค่ะ















บ้านพักอยู่สบาย มีทีวีทุกห้อง มีระเบียงกว้าง มองไปเห็นแต่พืชพันธุ์ไม้ดอก ไม้ประดับ มากมายกว้างขวาง เดินเล่น วิ่งเล่น บริเวณในไร่ได้สบาย มีบ้านพักหลายแบบให้เลือก
ดอกบานบุรีใหญ่เท่าฝ่ามือ มีต้นแก้วมังกรเรียงเป้นทิวแถวสวยงามเหมาะเป็นไม้ประดับ
แถมให้ลูกเป็นผลิตผลไว้กินได้อีก และต้นไข่มุกอันดามัน และพันธุ์พืชอื่นๆอีกมากมาย

ลืมบอกไปว่าเสียอย่างเดียวค่ะว่า ตอนอาบน้า น้าที่ไหลผ่านตามรูมันเป็นเส้นเล็กๆ
เวลาโดนเนื้อมันเจ็บอย่างกะเข็มแทง แต่น้าอุ่นดีค่ะ เพื่อนบ่นกันอุบ


ส่วนเรื่องอาหารเช้า แนะนำกินด้านนอกนะคะ
เพราะโปรแกรมเราไม่รวมค่าอาหารเช้า
ถ้าต้องการกินก็จะได้เป็นข้าวต้ม หัวละ 50 บาท
ควรบอกล่วงหน้าก่อนวันไปสักหนึ่งวัน ทางรีสอร์ทจะได้ตระเตรียมไว้ให้
แต่ช่วงเราไปเป็นหน้าเทศกาลผีตาโขน ที่พักเต็มหมด เลยได้กินแบบบุฟเฟ่ย์
ก็มีแต่ข้าวต้ม กับ ข้าวผัด และ น้าเต้าหู้ ก็ถือว่าเหมาะสมราคานะคะ







ส่วนตามลำดับตอนเดินทางเริ่มวันที่ 30 มิถุนายน สตาร์ทกันตอน 8:00 นาฬิกา
หลังจากรับเพื่อนแค่ 2 จุด ก็จรรีกันไปจุดมุ่งหมายไปที่ทุ่งดอกกระเจียวที่ ชัยภูมิ ก่อน
กลุ่มเรามีแต่ผู้หญิงเป็นส่วนใหญ่และดอกกระเจียวก็บานกันช่วงนี้ จนถึง เดือน สิงหาคม
ถือว่าไปดูผีก็ได้ดูดอกไม้เป็นเครื่องล่อใจ ไปด้วยกัน
และแล้วก็แวะกินข้าวกลางวันกันที่ ลำตะคอง เป็นอาหารริมเขื่อน มีมากมายหลายร้าน
เลือกเอาร้านที่มี ทีวีช่องต่างๆมาแวะชิมและแปะโป้งว่า อร่อย
พวกเราก็เข้าไปทดสอบว่าอร่อยจริงด้วยแห๊ กินไป ชมวิวไป สบายกระเป๋าเบาไปทริปหนึ่งแร๊

ต่อจากนั้นก็มาถึงทุ่งกระเจียว ที่ อุทยานแห่งชาติไทรทอง กันตอน 4 โมงเย็น
น้าท่วมทางเดิน จึงต้องรอรถกระบะของเจ้าหน้าที่ไปส่ง ก่อนจะไปส่งก็ต้องรอไปก่อน
เพราะมีคณะทัวร์อื่นมีตัดหน้าไปแล้ว ก็มานั่งแห้วคนละเม็ด สองเม็ด
แต่ที่นี่มีน้าตกด้วยเลยพากันไปเที่ยวน้าตก แต่ไม่ลงไป เพราะมันไม่น่าลงค่ะ
น้าแรง และเป็นสีอิฐ มันน่ากลัวกว่าน่าเล่น ก็เลยซัตเตอร์กันแหลก







การเข้าไปดูดอกกระเจียว ก็ต้องเสียค่าผ่านประตู ผู้ใหญ่ คนละ 20 บาท เด็กคนละ 10 บาท
เด็กเล็กฟรี ค่ารถโดยสารส่วนตัว 30 บาท ถ้าใครเอาเต็นท์ไปก็เสียอีกเหมือนกัน
ก็ถือว่าเป็นค่าบำรุงให้กับอุืทยานนะคะ

ทุ่งดอกกระเจียวที่ ไทรทอง จะดูเป็นธรรมชาติมากกว่าที่ อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม
เพราะมีสะพานให้เดินดูง่าย คนเฒ่า คนแก่ อยากไปก็ขอแนะนำไปที่ป่าหินงามจะเหมาะกว่าค่ะ
ทำไมจึงบอกได้ว่าที่ป่าหินงามดูสบายกว่าเพราะขากลับเราก็แวะไปดูก่อนกลับกรุงเทพฯจ้าาาา





การขึ้นหน้าผาไปดูทุ่งดอกกระเจียว ก็คือเข้าป่านั่นแหละ
พวกเราก็พอใจกับหน้าผาที่ ชื่อ ผาหำหด กันเป็นยกใหญ่
เพราะมันสวยงามและหวาดเสียว ,ขวัญผวา, น่ากลัว
แต่ก็ข้าฯขอพิซิตหน้าผานี้สักซ็อต สองซ็อต
ดอกกระเจียว เก็บไว้ก่อนยังไปไม่ถึง ช่างมันฉันไม่แคร์ (แต่ใจจริงรอเดี๋ยวก่อน)
การถ่ายหรือโพสท่าแถวหน้าผานี่
ก็ควรระวังการตกเหวกันด้วยนะคะ
เพราะไม่มีสิ่งใดขวางกั้นตกไปคือตายสถานเดียว
ถ้ารอดก็จะได้เป็นเจ้าป่าหรือทาร์ซานและน้องเจนไป ฮ่าๆ(พิมพ์ไป ขำไป)
ตรงหน้าผานี้ก็เสียเวลาถ่ายทำกันหลายเวอร์ชั่น
บ้างยืนกลางหาว คือ ยืนไปก็ทำหน้าชื่นบานไป
บ้างก็นั่งพนมมืออยู่หน้าผา ตามองขึ้นฟ้า เหมือนว่าข้าฯจะไปสวรรค์ ซะงั้น
ท่านั่ง ห้ามยืน เดี๋ยวเซ ตกลงไปค่ะ ต้องกลิ้งตัวเข้าหาที่บริเวณกว้างเข้าไว้

เอาแหละจบซัตเตอร์หน้าผากันไป ครึ่งชั่วโมง
นี่ก็จวนเย็นและมืด ยังไม่้เห็นเลยว่ะดอกกระเจียว
เดี๋ยวจะมีสัตว์ประหลาดตามป่าออกมาจะแย่
เพราะเดินกันมาก็เจอะกิ้งกือตัวยักษ์, ตัวบุ้ง,
ตัวหนอนที่ออกข่าวตามทีวี
ตัวดิฉันเอง ก็เผลอเหยียบกิ้งกือไปหนึ่งตัว









รวบรัดตัดความ เพราะอาย ขายหน้าว่าคนขับ เขาไม่รู้เส้นทางไปจังหวัดเลย (เล่นอ้อมไปแม่น้าโขงโน้นแน๊ะ) ความจริงมีเส้นทางตัดผ่าน
ควรจะถึงที่พัก สัก 3 ทุ่ม
ทำให้ไปถึงที่พักก็เที่ยงคืน ส่วนผู้โดยสารทั้งเจ็ดยอดมนุษย์ก็สลบกันอยู่ในรถ ถึงไหน ถึงกันค่ะ แหะๆ
เข้าที่พัก ก็ห้องใคร ห้องมันล่ะโว้ย ไม่พูดไม่จา เป็นใบ้กันไปหมด
ตกลงมีห้องเหลืออยู่ห้อง คนขับที่จ้างมาก็ ได้ที่นอนสบายไปค่ะ

ตอนเช้าวันที่ 1 กรกฎาคม ตื่นกันตอน เจ็ดโมง กินข้าวที่รีสอร์ท ออกเที่ยวกันตอนแปดโมง
หมายแรกที่ "พระธาตุศรีสองรัก"
-ใครเข้าไปนมัสการองค์พระธาตุ ห้ามใส่เสื้อแดง
เพราะองค์พระธาตุสร้างเพื่อสัจจะและไมตรี
สีแดงหมายถึงเลือดและความรุนแรง
-ของบูชาห้ามมีสีแดง
-ห้ามใส่หมวก ห้ามกางร่ม ห้ามใส่รองเท้าขึ้นไปนมัสการ




กลางวันแวะกินอาหารอิสาน ปลอมตัวเป็นลูกข้าวเหนียว
ผสมปนเปกับชาวบ้าน เห็นคนเยอะดีก็เข้าไปกิน
ปูเสื่อเรียบร้อย ก็เอร็ดอร่อยกันไป

หลังจากกินเสร็จ ก็ไปเที่ยว "สวนหินผางาม "
ชมคุนหมิงและกุ้ยหลินแห่งเมืองเลย
ไปถึงก็จ่ายค่าผ่านประตูและมีเจ้าหน้าที่นำทางไป
เพราะระหว่างการเดินทางอาจหลงได้
ควรมีเจ้าหน้าที่แนะนำเดินทางไปด้วยกัน
พร้อมด้วยคำบรรยาย ว่าภูเขาแต่ละภูจะมองเห็นภาพด้วยจินตนาการณ์
เช่น ภูเูขาผู้หญิงนอน ,ภูเขาร้องไห้ ,ไดโนเสาร์เหลียวหลัง,
ถำลับแล, เถาวัลย์อนาคอนดา, ภูผานางสาวไทย
และเขาจิปาถะจำไม่หมด









เช้าวันที่ 2 กรกฎาคม วันสุดท้าย เจ็ดโมงเช้า เช็คเอ๊าท์ ลากกระเป๋าขึ้นรถ
ไปดูหมอกที่ภูเรือ หมอกก็ยังมีอยู่บ้างค่ะ
ส่วนสถานที่ภูเรือเปิดให้เข้าตั้งแต่ตีห้า







แวะเข้าร้าน" ซาโต้ เดอ เลย "
เพื่อซื้อของฝากเป็นไวน์และของที่ระลึก
เพราะเป็นทางผ่านก่อนไปดูผีตาโขนที่อำเภอด่านซ้าย
วัดโพนชัย





=========ดูแห่ผีตาโขน=======



"ผีตาโขน" เทศกาลงานบุญ ที่ไม่เกี่ยวกับการแสดงโขน เป็นเสียงที่เพี้ยนมาจาก"ผีตามคน"
ฟังดูน่ากลัวแต่ผีในที่นี้เขามาดีค่ะ
อ้างอิงตามเนื้อเรื่องพระเวสสันดรชาดก
เมื่อตอนที่พระเจ้ากรุงสัญชัยกับพระนางผุสดีไปเชิญ
พระเวสสันดรและพระนางมัทรีกลับเมือง ขบวนแห่แหนที่ตามเสด็จนั้น
ก็มีทั้งคนป่าหรือผีป่าที่เคยปรนนิบัติและเคารพพระเวสสันดรร่วมขบวนมาส่งด้วย ซึ่งชาวบ้านนำมาผนวกกับงานบุญหลวง ซึ่งเป็นประเพณีประจำปี
มาแต่โบราณเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งจุดมุ่งหมายหลักของงานบุญที่จัดขึ้น
ในวันเพ็ญเดือน 6 ของทุกปี





ชาวบ้านของอำเภอด่านซ้าย ใช้ศิลปะและทฤษฎีสีเฉพาะตัวประดิษฐ์หน้ากากผีตาโขน
ขึ้นจากโคนก้านมะพร้าว และหวดนึ่งข้าวเหนียว นำมาประกอบกันแปะด้วยกระดาษ
วาดลวดลายสีฉูดฉาด สวมเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งด้วยเย็บจากเศษผ้าหลากสี
ขบวนผีนี้มีความสนุกสนาน ไม่มีการเชิญผีเจ้าเข้าทรงด้วย
พอสิ้นขบวน ก่อนพระอาทิตย์ตกดิน บรรดาผีก็จะกลับสู่ร่างเดิม
โดยการถอดเอาชุดกะรุ่งกะริ่งและหน้ากากผีออกทิ้งน้าไป เชื่อว่า
เป็นการทิ้งสิ่งอัปมงคลทั้งหลายออกไปด้วย ไม่เก็บเอาไว้
ปีหน้าจะเล่นใหม่ ค่อยมาทำกันใหม่















ที่วัดโพนชัยก็จะมีีพิพิธภัณฑ์ผีตาโขน ให้เข้าชมฟรี








หลังจากเที่ยวดูแห่ผีตาโขนเสร็จ ก็เดินทางกลับบ้าน
โดยผ่านเส้นทางชัยภูมิ ก็แวะดูทุ่งดอกกระเจียวที่ป่าหินงาม
เพื่อดูให้สะใจ และซื้อต้นดอกกระเจียวกลับบ้าน 5 ต้น
ต้นละ 10 บาท
รูปดอกกระเจียวตามร้านสวยกว่าเยอะค่ะ
แม่ค้าใจดี ยินดีให้เดินเข้าถ่ายได้
อีกรูปเป็นตุ่มพลาสติกเก่าๆที่บ้าน เอาดอกกระเจียวลงใส่ซะเลย อิๆ
อีกหน่อยก็เหลือแต่หน่อล่ะค่ะ
ปีหน้าพอถึงหน้าดอกกระเจียวบาน
ก็จะได้เชยชมกันอีกต่อไป
และอีกรูปซื้อ Sparking Wine & Red Wine
ของฝากจาก ซาโต้ เดอ เลย







แม่น้าโขง









Create Date : 12 กรกฎาคม 2549
Last Update : 13 กรกฎาคม 2549 14:05:18 น. 0 comments
Counter : 3835 Pageviews.
 
 

ป้าซิ่ง Naomichan
Location :
นนทบุรี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 70 คน [?]




........หลังไมค์ถึงป้าซิ่งค่ะ.........
[Add ป้าซิ่ง Naomichan's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com