มารวบรวมความเชื่อสมัยเด็กกันดีกว่า นึกๆแล้วฮาดีอ่ะ 5555+

พอดีได้ฟอร์เวิร์ดเมลล์มา ... เกี่ยวกับเรื่องความเชื่อสมัยเด็กๆ ก็เลยเอามาลงไว้ ใครมีความเชื่ออะไรสมัยเด็กก็โพสต์ทิ้งไว้เน้อ รวบรวมไว้ เอาไว้ฮากันอีกทีตอนแก่ 5555+


เริ่มจากที่ได้ฟอร์เวิร์ดเมลล์กันก่อนเลย

1.เห็นคนโป๊จะเป็นตากุ้งยิง

2.คิดว่าด้วงเป็นแมลงสาบที่แข็งแรง

3.จิ้งจกคือตะพาบถอดกระดอง

4.ตุ๊กแกเป็นพ่อจิ้งจก

5.จิ้งจกโตขึ้นไปเรื่อยๆจะกลายเป็นจระเข้

6.ถ้าไม่ตั้งใจเรียนเขาจะงอกเป็นควาย

7.ถ้าเอากิ้งกือมาต่อกันจะได้กิ้งกือตัวยาวๆ

8.ถ้าดูดนิ้วไปเรื่อยๆนิ้วจะงอกขึ้นมาอีกนิ้ว

9.ถ้าถูกยุงกัดเยอะๆแล้วเลือดจะหมดตัว

10.เด็กผู้หญิงคือเด็กผู้ชายที่วิ่งซนแล้วช้างน้อยหล ่นหาย

11.ถ้าชี้รุ้งกินน้ำแล้วนิ้วจะกุดต้องแก้เคล็ด

12.ถ้ากลืนเม็ดแตงโมเข้าไปมันจะงอกออกมาทางสะดือ

13.เอาไม้หนีบผ้าหนีบจมูกแล้วจมูกจะโด่ง

14.คิดว่าตุ๊กแกกินตับ

15.ยักษ์วัดแจ้งกับยักษ์วัดโพธิ์ยืนหลับอยู่

16.คิดว่าแม่ชีเป็นเมียของพระ

17.แล้วลูกของพระคือเณร

18.คิดว่านอนเตียงเดียวกันแล้วจะท้อง

19.ถ้าไว้ผมยาวจะดูหล่อ

20.วันวาเลนไทน์ต้องติดสติกเกอร์รูปหัวใจ

21.เชื่อว่าฉีดยาเจ็บเท่ามดกัด

22.ถ้าได้เรียนถาปัดจะดูหล่อๆเท่ๆ

23.เรอคือตดที่ออกจากปาก

24.ผู้หญิงด่าแปลว่าผู้หญิงรัก

25.อิจฉาที่ญี่ปุ่นมียอดมนุษย์เยอะ


ใครมีอะไรก็ต่อๆกันมาได้เลยน้อ... หุหุ



UPDATE : ตอนนี้บล๊อกเราขยายคอนเทนท์เพิ่มขึ้นอีกช่องทางนะครับ เป็นช่อง youtube สำหรับเด็กๆ ใครเป็นเด็ก หรือสนใจคอนเทนท์แบบเด็กๆ หรือมีลูก มีหลาน ก็รบกวนกดติดตามกันสักนิด เป็นแรงให้เรามีกำลังใจผลิตคอนเทนท์ดีๆออกมาอีกครับ ขอบคุณครับ


Youtube  น้องนฎาพาเที่ยว บ้านธรรมชาติ @ เขายายเที่ยง / bonanza exotic zoo ค่ะ


#หมูน้อยร้อยชั่ง



Create Date : 23 กรกฎาคม 2551
Last Update : 8 มีนาคม 2562 23:42:05 น.
Counter : 1098 Pageviews.

9 comment
นักกีฬา กับ ความเชื่อ ..........
อืม... ก็ไม่มีไรมาก แค่แบบว่า ไปเตะบอลมาเมื่อคืนก่อน (ใช้คำว่าเมื่อคืนอ่ะถูกแล้ว เริ่มสามทุ่ม จบเอาเที่ยงคืน -_-") ระหว่างนั่งรอ (แพ้ออก เลยรอบ่อย -_-") ไม่มีไรทำไง หนังสือก็ไม่ได้เอาไป ลองนั่งคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย สรุปออกมาได้เป็นเรื่องนี้แหละ


ความเชื่อ กับนักกีฬา หรือจะเป็นนักกีฬากับความเชื่อ อืมม.. ก็คล้ายกันอ่ะเนอะ ผิดแค่ความสำคัญของตัวประธาน กับตัวขยาย อืมมมๆๆๆ...


หง่ะ ช่างประโยคมันไปก่อนดีกว่า 555+


เข้าเรื่องเราก่อนๆ ก่อนจะเริ่มเรื่่องนี้ คงต้องเปิดตัวด้วยคำถามนี้ก่อน

"คุณเคยเล่นกีฬาบ้างมั๊ย ?? " ... คำตอบส่วนใหญ่คง ใช่ ชั้นเคยเล่น นั่นแหละๆ อารมณ์ร่วมในบทความนี้ที่ผมต้องการล่ะ

แล้วคนที่เคยเล่นน่ะ เคยได้ยินประโยคจำพวกนี้บ้างมะ ??


ไทเกอร์ วู้ดส์ สวมเสื้อแดงเมื่อเขาชนะการแข่งขันกอล์ฟมาสเตอร์เมื่อปี 1997 ทุกวันนี้เขาปฎิบัติตามคำสอนของแม่อย่างเคร่งครัด โดยใส่เสื้อสีแดงนำโชคทุกๆวันอาทิตย์

หรือ

ท่านเทพไมเคิล จอร์แดน จะสวมกางเกงขาสั้นของมหาวิทยาลัยนอร์ธคาโรไลนาไว้ข้างในเสมอ ซึ่งเป็นชุดที่เคยทำให้เขาได้รับชัยชนะการแข่งขันบาสเกตบอลระหว่าง มหาวิทยาลัยเป็นครั้งแรก


หรือ ใครที่เคยดูกีฬา อย่างฟุตบอล ก็อาจจะเคยเห็นกันมาบ้างว่า นักกีฬาบางท่าน จะมีวิธีการลงสนามที่ ... อืมๆๆ ที่ไม่ใช่ลงไปเฉยๆอ่ะ ประมาณว่า ก้มลงหยิบดินขึ้นมา หรือทำท่าไม้กางเขนก่อนลง ...


นั่นแหละๆ ที่ผมอยากจะบอก ความเชื่อกับ นักกีฬา

เราจะคุยกันแค่ส่วนที่เชื่อนะ ไม่เชื่อก็ไม่คุย ตามใจกันไปละกัน 555+


เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า ส่วนนึงในการเล่นกีฬา จุดประสงค์นึงของเราเลยคือ เพื่อชัยชนะ อันนี้ไม่ได้พูดถึงแค่ส่วนของกีฬาอย่างเดียวนะ อาจหมายรวมถึงการแข่งขันประเภทอื่นด้วย

แต่ก็นั่นแหละ ทำยังไงล่ะ ที่ได้จะมา ซึ่งชัยชนะ!?

คำตอบแบบสำเร็จรูปที่เราได้ยินกันมา ชาหูในช่วงที่ผ่านมา "คุณก็ต้อง ซ้อมๆๆๆ แล้วก็ซ้อม" (ขอยืมคำพูดคุณบัณฑิตนิดนะครับ หุหุ) ถูกล่ะ ถ้าไม่ซ้อม จะเอาทักษะที่ จะเอาเรี่ยวแรงที่ไหนไปเล่นกีฬาได้ล่ะ ...

การซ้อมอย่างหนัก เป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของการนำมาซึ่งชัยชนะ แต่ถ้าผมจะบอกว่า นั่นไม่ใช่ทั้งหมดในหนทางแห่งชัยชนะล่ะ จะว่าไง


เคยมีคนพูดว่า "คุณจะชนะได้จากการฝึกซ้อมของคุณ เจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ อีกสามสิบเปอร์เซ็นต์เป็นเรื่องของดวง" อืมม... คงมีหลายคนเถียงแน่กับประโยคนี้ หุหุ... ถูกล่ะมันน่าเถียงอยู่ ถ้าเกิดว่า เราซ้อมจนเก่งระดับเทพ แล้วไปแข่งกับคนที่เพิ่งหัดเล่น ก็เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ล่ะ ที่เราต้องชนะชัวร์ๆอ่ะ อืม... แล้วทำไมต้องมีคำว่า เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ด้วยล่ะ แน่นอนว่า ไม่มีใครหน้าไหนรู้อนาคตได้นี่ ที่เค้าทำได้ ก็แค่คาดเดา โดยอาศัยสิ่งที่เค้ารู้ ถูกมะ ถ้ามีนักกีฬาหน้าไหนมาบอกคุณว่า เค้าจะชนะร้อยเปอร์เซ็นต์ ให้รู้ไว้เลยว่า เค้ากำลังโกหกคุณ ... ให้คุณเก่งเทพขนาดไหน แต่ถ้าดวง หรือชะตา หรือโชค หรืออะไรก็ตาม มันไม่อำนวยให้คุณขนาดหนัก คุณก็แพ้ได้


ตัวอย่างก็ประมาณ คุณมีฝีมือชั้นเชิงการชกมวยเยี่ยงโมฮัมหมัดอาลี หมัดหนักขนาดไมค์ ไทสันเรียกพี่ ต้องไปต่อยกะเด็กเพิ่งหัด ที่ใครเห็นก็ต้องร้องบอกว่า คนล่ะรุ่น คนละไซส์ เอามาแข่งกันไม่ได้หรอก .... คุณจะคิดว่า คุณต้องชนะร้อยเปอร์เซ็นต์อยู่มะ !?


หุหุ... ในใจคงร้องบอกแหละว่า ชัวร์ ชนะแน่ แต่ขอโทษ ถ้าดวงคุณมันแย่ขนาด ก่อนแข่งคุณท้องเสียอย่างหนัก เลื่อนการแข่งก็ไม่ได้ ไงๆก็ต้องแบกสังขารขึ้นเวทีไป คุณที่แค่ยืนขมิบไม่ให้ข้าศึกไหลทะลักออกมาก็ลำบากแล้ว กับอีกฝ่ายที่แม้จะเป็นแค่เด็กฝึกหัด ... แต่อย่างน้อย ไอ้เด็กคนนั้น มันก็ยังเดินได้วิ่งได้ แล้วคุณคิดว่า แม็ทนี้ คุณจะยังชนะร้อยเปอร์เซ็นต์อยู่มั๊ย??


เอาล่ะๆ คงพอเห็นกันบ้างแล้วว่า ดวง โชค หรือชะตา มีผลกับการแข่งอยู่พอสมควรร แม้ในความเป็นจริงมันไม่เลวร้ายเท่าที่ผมยกตัวอย่างมาก็ตาม (ผมขอภาวนาเช่นนั้น) เอาเป็นว่า เราจบในส่วนของสามสิบเปอร์เซ็นต์นีั้ไปก่อนละกัน แล้วมาว่า เรื่องที่คาบเกี่ยวระหว่าง เจ็ดสิบ กะสามสิบเปอร์เซ็นต์กันดีกว่า


ที่ต้องใช้คำว่าคาบเกี่ยว เพราะเรื่องนี้ คงว่าไม่ได้ ว่าเกี่ยวเนื่องกับเรื่องไหนแน่ ระหว่าง เรื่องของฝีมือ กับเรื่องของดวง ...


ทริกกี้เล็กๆ ที่นักกีฬาค้นพบด้วยตัวเอง คุณเชื่อมั๊ยว่า นั่นเป็นกุญแจหนึ่ง ที่จะนำมาซึ่งความสำเร็จของตัวเค้าเอง ไม่ว่าจะในด้านโชคลาง หรือแม้กระทั่งความมั่นใจของเจ้าตัวเอง

ทริกเล็กๆน้อยๆ อย่างเช่น การสวมเสื้อสีแดงในวันอาทิตย์ หรือการใส่กางเกงตัวเก่งไว้ข้างในอีกทีนึง ถ้าเป็นคนภายนอกมอง คงเห็นว่า ไม่เห็นมันจะเกี่ยวอะไรกับการแข่งขันเลย ซึ่งผมก็ขอบอกตรงนี้เลยว่า

เกี่ยวครับ เกี่ยวมากด้วย ....


โอเคๆ ส่วนหนึ่งมันเป็นเรื่องของโชคลางล่ะ ใช่ ผมไม่เถียง เป็นเรื่องของความเชื่อเฉพาะบุคคล


แต่คุณจะทราบมั๊ยว่า เจ้าทริกแปลกๆเหล่านี้ มันมีผลต่อความมั่นใจของนักกีฬาด้วย ไม่ใช่แค่ด้วยสิ อย่างมากเลยแหละ

ลองนึกภาพไทเกอร์ วูดส์ ที่สวมเสื้อเขียวในวันอาทิตย์ดูสิ ... ใช่หล่ะว่า ฝีมือเค้าคงเท่าเดิม แต่ ก็ต้องยอมรับกันล่ะว่า ความมั่นใจของเค้าคงลดลงไปเพียบเหมือนกัน


แล้วทริกเหล่านี้มันคืออะไรล่ะ ... !?


อืมม... จะเรียกว่า เป็นรหัสผ่านสำหรับเปิดกุญแจแห่งความมั่นใจในแต่ละคนคงไม่ผิด ซึ่งรหัสผ่าน หรือทริกเหล่านี้ มีสัดส่วนที่ ยิ่งยุ่งยาก ก็ยิ่งสร้างความมั่นใจได้มาก ยิ่งขึ้นตามไป

มันเป็นกลไกที่ประหลาด ถ้าเปรียบเทียบในนักกีฬที่ฝีมือเท่ากัน และต่างคน ต่างมีทริกก่อนลงแข่งทั้งคู่ แต่ต่างกันออกไป หากเปรียบ ให้ทั้งคู่สามารถทำทริกของตัวเองได้สำเร็จทั้งคู่ นักกีฬาคนที่ทริกของเค้ามีความยุ่งยากกว่า ซับซ้อนกว่า จะมีความมั่นใจในการลงแข่งมากกว่า นัยว่า ความยุ่งยากเหล่านั้น คือตัวสร้างให้เค้าเชื่อมั่น มากยิ่งขึ้นในทริกเหล่านั้น


แล้วเรา... จะหาทริกเหล่านี้มาจากไหน!?

ก็ไม่ยาก แต่ก็ไม่ง่ายนัก ทริกเหล่านี้ แต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน แล้วมันจะเกิดขึ้นเองในแต่ละบุคคล แต่ถ้าจะให้แนะนำ ขอคุณจำสิ่งพิเศษ ที่คุณทำ ก่อนที่คุณจะได้รับชัยชนะเอาไว้ แล้วลองทำมันดูอีกครั้งก่อนการแข่ง ถ้าสิ่งนั้น ใช่ คุณจะก็จะชนะ แล้วก็จงเก็บมันเอาไว้ให้ดี สำหรับชัยชนะครั้งต่อไป



อย่างที่บอก ทริกของคุณยิ่งซับซ้อนยุ่งยาก ยิ่งสร้างความเชื่อมั่นบะหลักบะเหลือให้แก่คุณ แต่ก็นะ หากทริกของคุณมันยุ่งยากเกินไป จะเกินกว่า จะทำให้สำเร็จทุกครั้งก่อนการแข่งได้ มันก็เป็นดาบสองคม ที่จะย้อนกลับมาทำลายความมั่นใจของคุณเอง

จำไว้ ... ทริกที่ซับซ้อน ยุ่งยากอ่ะดี แต่อย่าให้มันมากไปนัก จะคุณไม่สามารถทำมันได้สำเร็จทุกครั้งไป


UPDATE : ตอนนี้บล๊อกเราขยายคอนเทนท์เพิ่มขึ้นอีกช่องทางนะครับ เป็นช่อง youtube สำหรับเด็กๆ ใครเป็นเด็ก หรือสนใจคอนเทนท์แบบเด็กๆ หรือมีลูก มีหลาน ก็รบกวนกดติดตามกันสักนิด เป็นแรงให้เรามีกำลังใจผลิตคอนเทนท์ดีๆออกมาอีกครับ ขอบคุณครับ


Youtube  ว่ายน้ำกับพี่น้ำมนต์คร่าา.....


#หมูน้อยร้อยชั่ง



Create Date : 18 กรกฎาคม 2551
Last Update : 9 มีนาคม 2562 0:04:18 น.
Counter : 691 Pageviews.

1 comment
โลกหรือเรา ที่เปลี่ยนไป.. ในระยะทางแห่งความเข้าใจ!?
หลายๆครั้ง มันมีคำถาม .. ?

ทำไมบ้านหลังนี้ดูเปลี่ยนไป ? ทำไมเราถึงกลัวห้องนี้? เอ๊ะ! คูแค่นี้ เรากระโดดข้ามไม่ได้หรอ? หรือ นี่อ่ะนะ ต้นไม้ยักษ์ของเรา?


คำถาม? คำถาม? คำถาม? .... ทำไมๆๆๆ บ้านหลังนั้นเค้าทุบทิ้งไปแล้วหรือ? เอ.. ห้องนี้เค้าทำหน้าต่างใหม่รึไง? เฮ้ย ใครมาถมคลองจนมันเล็กแค่เนี้ยเนี่ย ? ต้นนี้คือลูกของต้นไม้ยักษ์ต้นนั้นใช่มั๊ย??


หลายสิ่งจริง ดังคำถาม แต่อีกหลายสิ่งก็ไม่ บ้านหลังนั้นไม่เคยเปลี่ยนไป ยังคงเป็นบ้านไม้เก่าๆหลังเดิม จากเมื่อยี่สิบปีที่เคยได้มา จะผิดไปคงแค่ ร่องรอยความเก่าที่มาเยือนมากขึ้นๆ ทบทวีตามจำนวนกาลเวลาที่ผ่านไป แต่ไม่ผิดแน่ บ้านหลังนี้ในตอนนี้ กับบ้านหลังนั้นเมื่อยี่สิบปีก่อน คือบ้านหลังเดียวกัน


จำได้แน่!? ก็ห้องๆนั้น ที่เคยโดนทำโทษ จับขังไว้เกือบเต็มวัน (ทีหลังแม่มาบอกว่า "เว่อร์แหละ ชั้นขังแกไว้ยังไม่ถึงห้านาทีดี -*- ") ก็จำได้มาตลอดว่า โดนแม่จับขังไว้เพราะดื้อเรื่องอะไรสักอย่างเนี่ยแหละ โดนจับขังไปเป็นวัน กลัวแทบแย่ ทั้งมืดทึบ ทั้งน่ากลัว

คูนี้ก็เหมือนเดิม ไม่ได้เล็กลง ตรงข้าม กลับใหญ่ขึ้นอีก ตามขนาดของสวนที่เพิ่มขึ้น การใช้น้ำก็ต้องมากขึ้น จะเล็กลงคงไม่ใช่


ข้ามคูไปอีกนิด ลุงที่เดินสวนมาแกตอบว่า "ไม่ได้ล้มนี่ ไอ้มะม่วงต้นนี้ มันก็อยู่ของมันอย่างนี้มาตั้งนานแล้ว"


อะไรๆก็ไม่ได้เปลี่ยน แล้วทำไมวันนี้ มันไม่ใช่เลยกับวันนั้น ที่เคยจดจำ!?


บ้านหลังใหญ่เบ้อเริ่มเทิ่ม ชนิดที่เล่นซ่อนหากันได้เป็นร้อยคน กลับเป็นบ้านไม้ขนาดย่อม ที่เดินไม่ถึงนาทีก็ทะลุออกหลังบ้านได้ ห้องแห่งความน่ากลัว ที่ทั้งมืดทั้งทึบ ก็แค่ห้องเก็บอุปกรณ์ทำสวน แล้วก็ไม่ได้มืดทึบตรงไหนสักหน่อย แค่สลัว คลองน้ำที่เคยลงไปว่ายเล่น ก็แค่คูน้ำเล็กๆ ที่ตอนนี้กระโดดข้ามได้สบายๆ (แล้วไอ้ที่ชั้นตกคลองเสื้อผ้าเปียกจนโดนตีมาตั้งหลายรอบ มันคืออะไรฟระ -*-) ต้นไม้ยักษ์ที่เคยฝันว่า สักวันเมื่อโตขึ้น จะกลับมาสร้างบ้านบนกิ่งก้านอันใหญ่โตของมัน แถมจะสร้างเผื่อเพื่อนๆด้วย ให้อยู่กันคนละกิ่งไปเลย มาดูตอนนี้ แค่ปีนขึ้นไปยืน ไม่หักลงมาก็บุญโข คิดได้ไงฟระ จะไปสร้างบ้านบนต้นไม้... -*-


ไม่ใช่แค่สถานที่ สิ่งของ ต้นไม้ ... กระทั่งเวลา

เวลาที่มากมาย ราวกับมีให้ใช้เที่ยวเล่นไม่มีวันหมด ... มาบัดนี้ เหลือน้อยถึงขนาด เคยอธิฐานขอวันนึงมีสัก 27ชั่วโมง (ทำไมต้อง 27 ?? เลขสวยดี หมายถึง มันเคยเป็นเลขที่ประจำตัวนักเรียนของเพื่อนในห้องเดียวกัน ที่สวยที่สุด)



อะไรๆที่เคยมีมาก เยอะแยะ จนล้น จนใช้แทบไม่หมด มาปัจจุบัน เฮ้อ... แทบหาไม่ได้ เอาแค่เวลาจะพักผ่อน ยังสั้น ซะไม่เหลือดี ....



ไม่ใช่แค่ตัวเราซะแล้วสิ ที่เปลี่ยน ที่เข้าใจโลกเพิ่มขึ้น ขณะที่เราอายุมากขึ้น โลกก็เติบโตขึ้นในอัตราส่วน ที่ดูจะมากกว่าของเราเสียอีก ... !?


UPDATE : ตอนนี้บล๊อกเราขยายคอนเทนท์เพิ่มขึ้นอีกช่องทางนะครับ เป็นช่อง youtube สำหรับเด็กๆ ใครเป็นเด็ก หรือสนใจคอนเทนท์แบบเด็กๆ หรือมีลูก มีหลาน ก็รบกวนกดติดตามกันสักนิด เป็นแรงให้เรามีกำลังใจผลิตคอนเทนท์ดีๆออกมาอีกครับ ขอบคุณครับ


Youtube  น้องนฎาพาเที่ยว บ้าน1000ไม้ ย้อนกลับสู่วิถีเกษตรกร


#หมูน้อยร้อยชั่ง



Create Date : 16 กรกฎาคม 2551
Last Update : 9 มีนาคม 2562 0:01:12 น.
Counter : 707 Pageviews.

5 comment
เสพข่าว หรือ วิ่งไล่มัน .... !?
ไม่เฉพาะแค่ข่าวเท่านั้น แต่ปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นความรู้แขนงไหน ประเภทใด เราก็สามารถค้นหามาอ่านได้อย่างง่ายดาย รวดเร็ว ต่างจากยุคที่ผ่านมา ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ต้องขอขอบพระคุณอากู๋กูเกิลเป็นอย่างสูง ที่สร้างเครือข่ายฐานข้อมูลให้ใหญ่ขนาดนี้


มันก็มีแต่เรื่องดีแหละ ไม่ดีได้ไงอ่ะ อยากรู้เรื่องอะไรสมัยนี้ ก็แค่เข้าเน็ต เปิดกูเกิ้ล ค้นหา สักพักข้อมูลเป็นร้อยเป็นพันก็จะประดังประเดเข้าหาเรา ....

มันก็มีข้อดี ข้อเสียอ่ะเนอะ ข้อดีอ่ะเพียบ ไม่ต้องไปว่าถึงมันหรอก แต่ข้อเสียนี่ดิ

ยกตัวอย่างง่ายๆ สูตรเคมี ที่ใช้ทำระเบิด ที่สมัยก่อน หากันแทบตาย ก็ยังหาไม่ได้ แต่มาตอนนี้ดิ กดค้นหาทีสองที ข้อมูลไหนมาเป็นหน้าๆ 555+


จะขำทำไมเนี่ยตรู -*-


เอาเหอะๆ นั่นไม่ใช่ประเด็นที่เราอยากจะคุยกัน ... เรื่องผลดีผลร้าย เอาไว้ให้จริยธรรมในตัวแต่ละคน เป็นคนจัดการละกัน ไปยุ่งมากก็หาว่า เจือกเรื่องชาวบ้านอีก -_-"


แต่สิ่งที่นึง ที่บังคับเราอยู่ในปัจจุบันนี้ บางคนแทบไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ เพราะมันเนียน ประหนึ่งดังกิจวัตรธรรมดาๆ ที่ต้องทำในแต่ละวัน

พฤติกรรมวิ่งไล่ตามความรู้ .... อืมม เรียกงี้ เ้ข้าท่ารึเปล่าหว่า !? เอาเป็นว่า เรารู้กันละกันเนอะ


จะเรียกว่าเป็นปัญหารึเปล่า ก็ไม่เชิงนะ ....


อืมม จะว่าไงดีอ่ะ ถ้าเป็นสมัยก่อน เราต้องไขว่คว้าหาใช่มะ กว่าจะได้ความรู้มาแต่ละเรื่อง ยิ่งในสมัยโบราณเก่าแก่เข้าไปเท่าไหร่ ก็ยิ่งต้องทวีความลำบากเข้าไปเท่านั้น ก็นั่นแหละเนอะ กว่าจะได้ความรู้นั้นมา บางทีต้องคุกเข่ากันเป็นเดือนๆ ต้องเสียเงินเสียทองแทบจะสิ้นเนื้อประดาตัว ความรู้ที่ได้มา ก็ย่อมได้รับความสำคัญเสมอกัน ...


แต่ปัจจุบันนี้ล่ะ คนละเรื่องๆ เหมือนที่บอกไปข้างต้น อยากรู้เรื่องอะไรก็กดปุ่มค้นหาไป ก็ได้แหละ ความรู้มาง่าย ในขณะเดียวกัน มันก็ไปง่ายเช่นเดียวกัน


ถ้าใครลองสำรวจพิจารณาตัวเองดู อาจพบปัญหา ข้อมูลล้นสมอง ประมาณว่า ในบางครั้ง ชื่อบางชื่อ คำบางคำ ไม่อาจหลุดพ้นริมฝีปากออกมาได้ ทั้งๆ ที่รู้อ่ะ รู้อยู่ในหัวสมองน่ะ


ความล้าของสมอง ปริมาณข้อมูลที่มากเกินไป ..... เฮ้อ !?


นอกจากนั้น ยังมีความเครียดเล็กๆ ที่ค่อยๆเกาะกุมเข้าไปในจิตใจเราทุกวี่ทุกวัน ความเครียดที่กลัว "จะไม่ทันข่าวสาร"

ก็นั่้นแหละ ข่าวสารมันมาง่าย หาง่าย ใครๆก็หาได้ มนุษย์ที่เป็นสัตว์อยากรู้อยากเห็น อีกทั้งเป็นสัตว์สังคม ที่ต้องการความเป็นที่หนึ่ง ...

อาจดูเหมือนเรื่องเล็กๆ แต่เชื่อมั๊ย ในบางประเทศ มีการว่าจ้าง ในตำแหน่ง "ผู้อัพเดทข่าวสารส่วนตัว" ด้วยนะ เพียงแค่ เอามารองรับปัญหานี้เท่านั้น



ลองนึกภาพตัวเรานั่งคุยอยู่ในวงสนทนานึงดูดิ ทุกคนคุยกันเรื่องการเดินเครื่องที่เซิร์นอย่างออกรสออกชาติ ในขณะที่หน้าเรา มีเควสชั่นมาร์คตัวเบ้อเริ่มติดอยู่กลางหน้าผาก "มันคุยเรื่องอะไรกันว่ะ!?"


ความกลัวที่จะรู้น้อยกว่าคนอื่น ความกลัวไม่ทันข่าวสาร ... อาจดูเหมือนเรื่องน้อยนิดสำหรับบางคน แต่ขอโทษ กับบางคน ต้องใช้เวลาช่วงเช้าของทุกวัน เพียงหาข่าวสาร หาข้อมูล ดังที่ว่ามา ให้ใกล้เคียงกับคำว่า "ทันเหตุการณ์"


ผมก็คนนึง ที่มีอาการเช่นที่ว่า ... แรกก็สำราญสนาญ สนุกสนานดีอยู่หรอก จวบจนปัญหาข้อมูลล้นสมองเริ่มแสดงผลออกมา ความล้าเริ่มปรากฏ เริ่มรู้สึก เหมือนไม่อยากกดปุ่มเปิดคอมพิวเตอร์ ไม่อยากต่อเน็ต ไม่อยากกระทั่งจะจับเมาส์คลิกหาข้อมูล แต่มันเป็นไปไม่ได้ มันต้องทำ มันต้องหา มันต้องอ่าน มันต้องเสพ ....


เฮ้อ... พูดได้คำเดียว "เหนื่อยว่ะ!?"



UPDATE : ตอนนี้บล๊อกเราขยายคอนเทนท์เพิ่มขึ้นอีกช่องทางนะครับ เป็นช่อง youtube สำหรับเด็กๆ ใครเป็นเด็ก หรือสนใจคอนเทนท์แบบเด็กๆ หรือมีลูก มีหลาน ก็รบกวนกดติดตามกันสักนิด เป็นแรงให้เรามีกำลังใจผลิตคอนเทนท์ดีๆออกมาอีกครับ ขอบคุณครับ


Youtube  น้องนฏาหัดปั่นจักรยาน พาป๊าไปสนามเด็กเล่น


#หมูน้อยร้อยชั่ง



Create Date : 15 กรกฎาคม 2551
Last Update : 9 มีนาคม 2562 0:01:35 น.
Counter : 735 Pageviews.

3 comment
เสื้อผ้า สำคัญด้วยหรือ!?
อืม... สำหรับบางคน คำถามนี้อาจเป็นเสียงดังๆ ที่ก้องในใจมาตลอด

ไม่ต้องใครหรอก ผมเองนี่ก็เป็น เป็นมาโดยตลอด นับแต่ได้ยินเสียงแม่บ่น "แกแต่งตัวอะไรของแกเนี่ย ไปเปลี่ยนมาใหม่เลยนะ" หรือไม่ก็ "แต่งตัวให้มันเรียบร้อยหน่้อย ไม่อายเค้ามั่งรึไง" ... บลาๆๆๆ จริงๆ โหดกว่านี้เยอะ -*-


เด็กๆอ่ะเนอะ อยากแต่งตัวอะไรให้มัน... ร่วมสมัย !?


ทั้งๆที่ในความเป็นจริง จากสายตาชาวบ้าน เค้าจะดูมันทุเรศขนาดไหนก็เหอะ 5555+




เวลาผ่านไป พาคนที่อาศัยมันเดินทางไปด้วย ... เริ่มมีประสบการณ์ เริ่มรู้ เริ่มซึมทราบ ในสังคม มากขึ้น


แม้ปัจจุบัน จะไม่ได้แต่งตัว .... กระเลวกระราด (แม่ใช่คำนี้ T__T) พอจะรู้กาลเทศะบ้าง แต่ก็เป็นไปด้วยความจำเป็นบังคับ ไม่ว่าจะเรื่องงาน เรื่องสังคม บลาๆๆๆ...



อยู่วันนึง จึงมานั่งคิด ทำไมอ่ะ ชั้นแต่งตัวทุเรศยังไง มันก็ยังเป็นตัวชั้นไม่ใช่เหรอ ชั้นจะใส่กางเกงเลเสื้อกล้ามมาทำงาน งานชั้นมันก็ยังคุณภาพเท่าเดิมไม่ใช่รึไง กางเกงเลเสื้อกล้าม มันคงไม่ได้รั้งให้สมรรถภาพการทำงานชั้นลดลงได้แน่ .... ดีไม่ดี ใส่เสื้อกล้าม ยังทำงานได้สะดวกกว่าเสื้อเชิ๊ตพอดีตัวซะอีก


แล้วทำไมอ่ะ ทำไมชั้นต้องแต่งตัวเพื่อคนอื่นด้วย??



เพื่อคนอื่น !? -_-?

ใช่ !? เราไม่ได้แต่งตัวเพียงเพื่อตัวของเราเองนี่ เสื้อผ้าสำหรับตัวเราเอง ก็เพียงแค่ ห่อหุ้ม ป้องกันความเย็น ความร้อน กันอุจาดตาจากสายตาคนภายนอกก็เท่านั้น


แต่สีสรรค์ความสวยงาม ดีไซน์ รูปทรงของมัน ไม่ได้เกี่ยวสักนิดกับการใส่เสื้อผ้าเพื่อตัวเรา...



เสื้อผ้า ในปัจจุบันเป็นสิ่งที่เราใส่เพื่อคนอื่นเหรอ เพื่ออะไรอ่ะ ???


มารยาทหรอ... ใช่ๆๆๆ มารยาท เสื้อผ้าที่สุภาพเรียบร้อย เปรียบดังการแสดงมารยาทอันดีงาม ประดุจความเรียบร้อยของเสือผ้าที่สวมใส่ เป็นการให้เกียรติ ผู้ที่เราจะไปพบปะด้วย

ความสวยงาม ... ก็ใช่ๆๆๆๆๆ เรามีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน คงหนีไม่พ้นข้อที่ว่า ต้องการสร้างแรงดึงดูดต่อเพศตรงข้าม เสื้อผ้าที่สวยงาม ในความหมายของเรา อาจไม่ใช่ สิ่งที่สบายตา ดึงดูดใจของคนอื่น เมื่อเช่นนั้น ก็ต้องพึ่ง กระแสของโลก กระแสของสังคม ให้บอกเรา ว่าเสื้อผ้าที่ควรสวมใส่คือตัวไหน



ฯลฯ


เฮ้อ.... ยิ่งโต ยิ่งแก่ ยิ่งวุ่นวาย ยิ่งยุ่งยาก ยิ่งอยู่อยากเข้าไปทุกวันสิน่า ..!?


UPDATE : ตอนนี้บล๊อกเราขยายคอนเทนท์เพิ่มขึ้นอีกช่องทางนะครับ เป็นช่อง youtube สำหรับเด็กๆ ใครเป็นเด็ก หรือสนใจคอนเทนท์แบบเด็กๆ หรือมีลูก มีหลาน ก็รบกวนกดติดตามกันสักนิด เป็นแรงให้เรามีกำลังใจผลิตคอนเทนท์ดีๆออกมาอีกครับ ขอบคุณครับ


Youtube  น้องนฎาพาเที่ยว บ้าน1000ไม้ ย้อนกลับสู่วิถีเกษตรกร


#หมูน้อยร้อยชั่ง



Create Date : 14 กรกฎาคม 2551
Last Update : 8 มีนาคม 2562 23:58:32 น.
Counter : 777 Pageviews.

5 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  

ฟาฬ
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]



ฝากช่องยูทูป Misterfharl ด้วยนะครับ
All Blog