สงสัยจะขอมากไป เฮียกูเกิ้ล แกยังหาให้ไม่เจอ เฮ้อ..... !?
นี่ขอมากไปรึไง กะอีแค่ ใครสักคนที่จะรักเรา อยู่กับเรา ดูแลกัน ไม่ทอดทิ้งกันไปจนวันตาย


มันหายากนักรึไง ขนาดเฮียกูเกิ้ล ยังหาไม่เจอ แล้วชีวิตนี้ตรูจะหาได้สักคนมั๊ยฟระ -*-




UPDATE : ตอนนี้บล๊อกเราขยายคอนเทนท์เพิ่มขึ้นอีกช่องทางนะครับ เป็นช่อง youtube สำหรับเด็กๆ ใครเป็นเด็ก หรือสนใจคอนเทนท์แบบเด็กๆ หรือมีลูก มีหลาน ก็รบกวนกดติดตามกันสักนิด เป็นแรงให้เรามีกำลังใจผลิตคอนเทนท์ดีๆออกมาอีกครับ ขอบคุณครับ


Youtube  น้องนฎาพาป๊าไปไหว้พระ ให้อาหารปลาค่ะ


#หมูน้อยร้อยชั่ง  



Create Date : 06 พฤษภาคม 2551
Last Update : 9 มีนาคม 2562 0:05:16 น.
Counter : 867 Pageviews.

8 comment
ในที่สุด... ชั้นก็ได้ใส่บาตรแล้ววว 5555+
555+ เช้านี้อารมณ์ดีมากมาย หลังจากความอุตสาหพยายามมาแรมเดือน ได้ผล หุหุ


เรื่องของเรื่องก็ไม่มีอะไร (หรือมีหว่า -_-") ก็แค่ เกล้ากระป๋ม พยายามจะใส่บาตรตอนเช้าให้ได้ มาตั้งกะต้นปีแล้ว ....


เจ๋งมะ เป็นไอเดียที่บรรเจิดมากเลยเนอะ ใส่บาตรตอนเช้า ก่อนไปทำงานเนี่ย โฮะๆๆ..



แต่!?


ในโลกของความเป็นจริง มันไม่ได้ง่ายดายขนาดนั้น เฮ้อ.....


ก็อ่ะนะ จากเดิมที่ว่่าตั้งใจจะใส่บาตร ทุกเช้า ไปๆมาๆ นั่งไตร่ตรึก วิเคราะห์ คำนวณดูแล้ว เห็นจะเป็นไปได้ยาก... ยากมั่กๆ


แค่เวลาเดินทางในช่วงเช้า ก็แทบจะไม่พอแล้ว ขืนมานั่งรอพระท่านเดินมารับบิณฑบาตร ไม่แคล้ว คงได้สายทุกเช้าเป็นแน่ ..



ก็เอาว่ะ !? ไม่ได้ใส่ทุกวัน แค่ทุกอาทิตย์ก็ยังดี ก็เอาเป็นวันเสาร์ละกัน รถไม่ติด พอมีเวลายืนรอพระท่านได้ เรื่อยๆ ชิวๆ ....



คิดได้ดังนั้นตั้งกะต้นปีอ่ะ เชื่อมะ !?


แต่เหมือน วิบากเก่าเค้าตามมาบังไว้ ไม่ได้ให้ใส่บาตรเลยตั้งกะต้นปีอ่ะ จริงๆ เหมือนเป็นวิบากกรรมเก่าจริงนะ ลองดูสาเหตุที่ทำให้ไม่สามารถไปใส่บาตรได้ดิ

คือ จริงๆ หน้าที่พักก็มีพระท่านเดินผ่านนะ ตอนเช้าๆอ่ะ แต่แบบ ท่านมาซะเช้ามากมาย เห็นป้าแม่บ้านเค้าบอกว่า ท่านเดินมารับบิณฑบาตร ตอนหกโมงเช้าอ่ะ -_-"


ก็ต้องบายไป กะความคิดที่จะใส่บาตรหน้าที่พัก .......


แล้วเอาไงอ่ะ ก็ต้องหาที่ใส่บาตรใหม่ดิ คิดไปคิดมาก็ ได้ไอเดียบรรเจิดสุดๆ ก็ไปรอใส่บาตรท่าน ตรงเส้นที่ท่านจะกลับวัดเลยดิ ไม่เช้าแน่ เพราะท่านต้องไปที่อื่นมาก่อนแล้ว เส้นทางกลับวัด ต้องเป็นที่สุดท้าย ที่ท่านจะผ่าน คงจะสายหน่อยแหละ ก็ตามนั้น สืบไป ถามมา เลยทราบได้ว่า ท่านมาเดินรับบาตร ข้างวัด ประมาณ แปดโมงเช้าพอดี


หุๆ.. อะไรจะพอดีขนาดน้านนนนน..... ใส่บาตรแปดโมง บึ่งรถไปอีกครึ่งชั่วโมง ถึงออฟฟิศพอดี ไม่สายๆ โฮะๆๆ



เหมือนจะได้ใส่บาตรเนอะ ... แต่ไม่ใช่อ่ะ


เสาร์แรก ตั้งใจไปนั่งรอ กะว่าไปก่อนท่านเลยดีกว่า เอาชัวร์ ก็ไป ไปตั้งกะเจ็ดโมงครึ่ง ชัวร์แน่ ถามคนแถวนั้นก็บอกว่า ท่านยังไม่มาทั้งนั้น ก็เอาเลย จอดรถรอ ... รอออ... รอ. รอไปรอมา วินแถวนั้นดันมาบอกว่า ตรงที่จอดอยู่เนี่ย จอดนานไม่ได้นะ -_-"

ทำไงอ่ะ ก็ อ่ะนะ เลยต้องขับออกไปยังถนนใหญ่ ไปรอท่านตรงถนนใหญ่ก็ได้ฟระ ก็ขับไป หาที่จอดเรียบร้อย มั่นใจมากว่าท่านต้องผ่านตรงนั้น หุๆ

ก็รอไป รอไป ..... มองดูนาฬิกาไป เอ.... นี่ก็เลยแปดโมงไปแล้วนี่หว่า ทำไมท่านยังไม่มาสักทีน้า... ก็เอาน่ะ วันนี้ท่านอาจจะเดินช้าก็ได้ ก็รอไป รอไป....


แปดโมงครึ่ง เอ้ย ... ทำไมท่านยังไม่มาอ่ะ ถามคนอื่นก่อนดีกว่าแฮะท่านผ่านทางนี้แน่รึเปล่า ก็ได้ความมาว่า ท่านเดินผ่านตรงนี้แหละ ผ่านเส้นนี้เลย แต่ท่านเดินผ่านไปแล้ว เข้าวัดไปแล้ว ตั้งกะแปดโมงแล้ว -_-"


เฮ้ย.. !? ต้องเป็นช่วงที่เราขับรถออกมาจอดนี่แน่เลย เฮ้อ... ปิ๋วไป



ครั้งแรกผ่านไป นึกว่าไม่เป็นไร เสาร์หน้าก็ได้ ก็ไป.. ไปมันอีกเสาร์ ซื้อข้าวของเตรียมเรียบร้อย ก็ยืนรอมันหน้าร้านนั่นแหละ รอไปรอมา ป้าคนขายคงสงสัย ไอ้นี่รออะไร เลยถาม ก็บอกแกว่า รอใส่บาตรครับ ป้าแกเลยเวทนาบอกว่า "วันนี้วันพระ!" -_-"


ผ่านไปสองเสาร์ ก็เอาน่าาา.. เดี๋ยวก็ได้ใส่ๆ ไปๆมาๆ กลายเป็นว่า แทบจะไม่ได้อยู่ติดที่สักเสาร์เลย ต้องมีธุระให้ได้ไปต่างจังหวัดมาตลอด ทุกเสาร์ -_-"


ก็รอออ.. รอ.. รอจนธุระเรียบร้อยขึ้นมาก ก็รื้อความคิดเดิมอีกรอบ ใส่บาตรๆ ก็เตรียมเหมือนเดิม ไปนั่งรอ แต่เช้าเลย ตั้งใจว่า ไงๆ ก็ต้องใส่บาตรให้ได้อ่ะวันนี้ เดินไปร้านขายผลไม้ กำลังจะซื้อ เลยลองถามคนขายดูว่า พระท่านผ่านไปรึยัง คนขายบอก วันนี้เค้ามีบวช พระท่านไม่ออกมาเดินรับบาตร -_-"

.
.
.
.


หรือตรูจะไม่สามารถใส่บาตรได้ฟระ กรรมเก่าแต่หนไหนเนี่ย -*-



เวลาผ่านไป ด้วยอุปสรรคนานัปการ จนมาเมื่อเช้า ตั้งใจใส่บาตร โดยเตรียมใจไว้แล้วว่า อาจจะปิ๋ว!?


ไม่น่าเชื่อ วันนี้ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น มีที่จอดรถ เดินไปซื้อผลไม้ ถามคนขาย ก็มองเห็นพระท่านกำลังเดินมาพอดี ซื้อเสร็จ นิมนต์ท่านรับบาตร ใส่บาตรเรียบร้อย .....



เฮ้ย... !? แล้วไอ้สามสี่เดือนที่ผ่านมาเนี่ย มันคืออะไรอ่ะ พอเตรียมใจไว้แล้ว ว่าอาจจะไม่ได้ใส่บาตร ดันได้ใส่


เฮ้อ... ชีวิตตรู T__T



UPDATE : ตอนนี้บล๊อกเราขยายคอนเทนท์เพิ่มขึ้นอีกช่องทางนะครับ เป็นช่อง youtube สำหรับเด็กๆ ใครเป็นเด็ก หรือสนใจคอนเทนท์แบบเด็กๆ หรือมีลูก มีหลาน ก็รบกวนกดติดตามกันสักนิด เป็นแรงให้เรามีกำลังใจผลิตคอนเทนท์ดีๆออกมาอีกครับ ขอบคุณครับ


Youtube  น้องนฎาพาเที่ยว บ้านธรรมชาติ @ เขายายเที่ยง / bonanza exotic zoo ค่ะ


#หมูน้อยร้อยชั่ง



Create Date : 03 พฤษภาคม 2551
Last Update : 8 มีนาคม 2562 23:45:31 น.
Counter : 467 Pageviews.

4 comment
เรียงความวันเด็ก......

โคตะระถูกใจเลยอ่ะ







UPDATE : ตอนนี้บล๊อกเราขยายคอนเทนท์เพิ่มขึ้นอีกช่องทางนะครับ เป็นช่อง youtube สำหรับเด็กๆ ใครเป็นเด็ก หรือสนใจคอนเทนท์แบบเด็กๆ หรือมีลูก มีหลาน ก็รบกวนกดติดตามกันสักนิด เป็นแรงให้เรามีกำลังใจผลิตคอนเทนท์ดีๆออกมาอีกครับ ขอบคุณครับ


Youtube  น้องนฎาพาป๊าไปไหว้พระ ให้อาหารปลาค่ะ


#หมูน้อยร้อยชั่ง  



Create Date : 18 มกราคม 2551
Last Update : 9 มีนาคม 2562 0:04:55 น.
Counter : 1708 Pageviews.

10 comment
~...ช่องเย็น...~


~...ช่องเย็น...~



เพิ่งมีเวลาอัพบล๊อก ก็ไม่ใช่อะไรหรอก กลัวน้อยหน้าใครบางคน เลยอัพบ้าง ก็แค่นั้น !?


ก็ไม่มีอะไรมากหรอกครับ งานนี้ เน้นไปที่ดื่มกะกิน เลยทำให้มือสั่นเล็กน้อย ไม่สามารถควบคุมกล้องของตัวเองได้เต็มที่ 5555+ เลยได้รูปมาน้อยหน่อย




เส้นทางนี่สุดยอดดดดด มั่กๆ ทั้งชัน ทั้งโค้ง โอ้ววว ... แม่เจ้า แล้วถนนแคบมั่กๆ รถแทบจะสวนกันไม่ได้เลยอ่ะ ....




ทิวเขาลิบๆ หลังแนวไม้



พอถึงที่หมายก็ลำบากนิด ด้วยว่า จำนวนเต้นท์มะพอกับจำนวนคน แต่ไม่เป็นไรๆ ในกรณีนี้ เราสามารถแก้ปัญหาได้ เช่าเต้นท์เค้าซะเลยจบเรื่อง 55555+





บรรยากาศโดยรอบ มีครอบครัวอื่นมากางเต้นท์เยอะเหมือนกันนะ...


บ้านทาร์ซาน


ไอ้หลง


ป้ายยๆๆๆๆ....



ขอนไม้สวยดี ทางอุทยานเค้าจัดไว้


เออ... ลืมหลักกิโลฯ 5555+


บรรยากาศที่ศูนย์บริการ ครึ้มมั่กๆ


ทางขึ้นช่องเย็น... สังเกตุฝุ่น -_-"



น้ำตกบริเวณแก่งผาคอยนาง (น้ำน้อยมั่กๆ แต่ก็โออ่ะ เย็นจัดๆ)

มีประวัติด้วยนะ เค้าว่ากันว่า มีกระเหรี่ยงหนุ่มสาวคู่นึง รักกันมาก แต่ถูกทางบ้านกีดกัน เลยนัดพากันหนี แต่ตากระเหรี่ยงหนุ่มต้องคอยเก้ออ่ะ น่าฉงฉานเนอะ



ถึงที่ปุ๊บ ก็เริ่มกินปั๊บ มีอะไรก็งัดออกมาแล้วอ่ะชั่วโมงนี้


ตู้เย็น


ทั้งมืด ทั้งหนาว แต่ดาวสวยได้ใจ สังเกตุหน้าตาผู้ร่วมคณะได้ กรึ่มเต็มที่ (ไม่ได้ถ่ายดาวอ่ะ แบบว่า .. อย่างที่บอก สติสัมปชัญเริ่มลางเลือน 555+)



แชนเดอร์เลีย 555+ เอาเชือกผูกไฟฉายด้านนึง อีกด้านผูกไม้ ปาไปแขวนไว้กับกิ่งไม้ ก็โอนะ... ใช้ได้เลยแหละ 555+







ชวนใครก็ไม่มีใครยอมไปด้วย ลุยเข้าป่ามันคนเดียวซะเลย 5555+






ยิ่งเดิน


ยิ่งลึก .... เปลี่ยนใจแหละ กลับดีกว่า




หมายถึง กลับแล้ว ขากลับไม่ค่อยได้ถ่ายรูปเลยอ่ะ เหนื่อย หมดแรง 555+







ก่อนกลับก็ว่าจะขอถ่ายกะป้ายซะหน่อย เด๋วเสียเที่ยว... แต่ป้ายมันไม่ว่างซักที เลยเอาว่ะ ... ใครก็ไม่รู้ถ่ายไปก่อนละกัน 555+


จบแล้ว ทริปนี้

ปล. ไม่มีปล.เหมือนใครบางคนอ่ะ แบบว่า รูปก็กล้องเราเอง ไม่ต้องขอใคร 5555+



 


UPDATE : ตอนนี้บล๊อกเราขยายคอนเทนท์เพิ่มขึ้นอีกช่องทางนะครับ เป็นช่อง youtube สำหรับเด็กๆ ใครเป็นเด็ก หรือสนใจคอนเทนท์แบบเด็กๆ หรือมีลูก มีหลาน ก็รบกวนกดติดตามกันสักนิด เป็นแรงให้เรามีกำลังใจผลิตคอนเทนท์ดีๆออกมาอีกครับ ขอบคุณครับ


Youtube  1 Day trip หมูน้อยพาเที่ยว วัดญาณเวศกวัน ,ตลาดริมน้ำ พุทธพอเพียง


#หมูน้อยร้อยชั่ง



Create Date : 08 มกราคม 2551
Last Update : 8 มีนาคม 2562 23:56:21 น.
Counter : 1033 Pageviews.

4 comment
เรื่องที่อ่านมาซ้ำๆ อ่านเท่าไหร่ก็รู้สึกดีทุกที ขออนุญาติเจ้าของเรื่องมาไว้ในบล๊อกผมนะครับ
เรื่องที่อ่านมาซ้ำๆ อ่านเท่าไหร่ก็รู้สึกดีทุกที ขออนุญาติเจ้าของเรื่องมาไว้ในบล๊อกผมนะครับ

เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อ 15 ปีที่แล้ว วันที่ 31 ธันวาคม 2528

ซึ่งเป็นวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ที่ร้านบะหมี่ " ฮอกไก " บนถนนซัปโปโร


การกินบะหมี่โซบะในคืนวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่นั้นเป็นประเพณีของชาว
ญี่ปุ่น
ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ร้านบะหมี่ขายดีในวันสิ้นปี "ร้านฮอกไก"

นี้ก็เช่นกัน ในวันนี้คน

แน่นร้านแทบทั้งวัน จนกระทั่งถึงเวลา 22.00 น. คนก็เริ่มน้อยลง

โดยปกติแล้วบน ถนนสายนี้คนจะแน่นขนัดไปจนถึงเช้าตรู่



แต่วันนี้ทุกคนจะต้องรีบกลับบ้านเพื่อไปต้อนรับปีใหม่กัน

ดังนั้นถนนสายนี้จึงปิดร้าน เร็วกว่าปกติ เถ้าแก่ของร้าน "ฮอกไก" เป็นคนซื่อ

และเถ้าแก่เนี้ยก็เป็นคนอัธยาศัยใจ คอดี


ในคืนวันส่งท้ายปีเก่า

พอลูกค้าคนสุดท้ายกลับไปในขณะเถ้าแก่เนี้ยก็จะปิดร้าน

ประตูร้านก็ถูกเปิดออกอย่างเบา ๆ มีผู้หญิงคนหนึ่งพาเด็กชายสองคน

คนหนึ่งประมาณ 6 ขวบกับอีกคนหนึ่งประมาณ 10 ขวบเข้ามาในร้าน


เด็กชายทั้งสองคนสวมชุดกีฬาใหม่เอี่ยมเหมือนกันทั้งสองคน

ส่วนหญิงคนนั้นสวมโอเวอร์โค้ทลายสก๊อตเก่า ๆ เชย ๆ


"เชิญนั่งครับ" เถ้าแก่ร้องทักทายออกมา


หญิงคนนั้นเอ่ยปากอย่างขลาดกลัวว่า

"ขอบะหมี่น้ำสักชามได้ไหมค๊ะ"


เด็กชายสองคนที่อยู่ข้างหลังสบตากันอย่างไม่ค่อยสบายใจนัก


"ได้ค่ะ ได้ค่ะ ทำไมจะไม่ได้ล่ะค่ะ เชิญนั่งก่อนค่ะ"



เถ้าแก่เนี้ยพาพวกเขาไปนั่งที่โต๊ะเบอร์สองชิดกำแพง

แล้วตะโกนบอกไปทางห้องครัวว่า "บะหมี่น้ำหนึ่งชาม"

บะหมี่หนึ่งชามมีบะหมี่แค่หนึ่งก้อน เถ้าแก่คิดแล้วก็ใส่บะหมี่

เพิ่มไปอีกครึ่งก้อน ต้มบะหมี่ได้ชามเบ้อเริ่ม

ทั้งเถ้าแก่เนี้ยและสามแม่ลูกต่างก็ไม่รู้เรื่อง

สามแม่ลูกนั่งล้อมชามบะหมี่กินกันอย่างเอร็ดอร่อย

กินพลางพูดพลาง


"ทานเถอะครับ" ลูกคนพี่พูด



"แม่ทานหน่อยสิครับ"ลูกคนน้องพูดไปก็คีบบะหมี่ให้แม่กิน

ไม่นานก็กินบะหมี่หมดชาม จ่ายเงินไปหนึ่งร้อยห้าสิบเยน

แล้วทั้งสามคนก็ชมว่า


"ขอบคุณมากค่ะ(ครับ) บะหมี่อร่อยมากค่ะ(ครับ)"


พร้อมกับค้อมตัวเล็กน้อยแล้วลาจากไป


"ขอบคุณมากค่ะ(ครับ) สวัสดีปีใหม่ค่ะ(ครับ)"


ทั้งเถ้าแก่และเถ้าแก่เนี้ยต่างก็กล่าวขอบคุณ

ทำงานไปวันแล้ววันเล่ายุ่งตั้งแต่เช้าจรดเย็น

และแล้วก็ผ่านไปอีกหนึ่งปี

วันที่ 31 ธันวาคมก็เวียนมาครบรอบอีกครั้งหนึ่ง ในวันส่งท้ายปีเก่า

ร้านบะหมี่ "ฮอกไก" ก็ยังคงขายดีและดูเหมือนจะขายดีกว่าปีที่ผ่านมา

สองตายายยังคงยุ่งวุ่นวายอยู่กับการค้าขาย

และแล้ววันที่วุ่นวายก็จบสิ้นลง

22.00น.กว่า ในขณะที่เถ้าแก่เนี้ยกำลังจะปิดร้านอยู่นั้น

ประตูร้านก็ถูกผลักออกเบา ๆ

ผู้ที่เข้ามาก็คือหญิงวัยกลางคนกับเด็กชายสองคน

พอเห็นเสื้อโอเวอร์โค้ทที่เก่า และเชย

เถ้าแก่เนี้ยก็นึกขึ้นมาได้ว่าเป็นลูกค้าคนสุดท้ายในวันส่งท้ายปีเก่าของปีที่
แล้วนั่นเอง

"ขอบะหมี่น้ำหนึ่งชามได้มั๊ยคะ"


"ได้ค่ะ ได้ค่ะ เชิญนั่งตามสบายนะคะ"


เถ้าแก่เนี้ยนำพวกเขาไปนั่งที่เดิมที่เคยนั่งเมื่อปีที่แล้ว

โต๊ะเบอร์สอง

ตะโกนไปพลางว่า "บะหมี่น้ำหนึ่งชาม" เถ้าแก่รับคำพลาง

จุดเตาที่เพิ่งจะดับไปพลาง "ได้ครับ บะหมี่น้ำหนึ่งชาม"

เถ้าแก่เนี้ยแอบไปพูดที่ข้างหูของเถ้าแก่ว่า


"นี่ตาแก่ ต้มบะหมี่ให้พวกเขาสามชามไม่ได้หรือ"


"ไม่ได้ ถ้าทำแบบนั้นจะทำให้พวกเขาอายและไม่สบายใจได้รู้มั๊ย"


สามีตอบพลาง

แล้วโยนบะหมี่อีกครึ่งก้อนลงไปในหม้อที่น้ำกำลังเดือดพล่าน

เดินไปยืนข้างภรรยาแล้วก็ยิ้ม ภรรยาก็พูดขึ้นว่า


"เห็นเธอซื่อ ๆ ทึ่ม ๆ ไม่นึกเลยว่าจิตใจก็ดีเหมือนกันนะ"



ฝ่ายสามีเดินไปตักบะหมี่ชามใหญ่ที่กลิ่นหอมชวนกินชามนั้นแล้วให้ภรรยายกไปให้
สามแม่ลูก





สามแม่ลูกนั่งล้อมชามบะหมี่ กินไปพลางคุยไปพลาง

เสียงคุยของสามแม่ลูกดังถึงหูของตายาย


"หอมจังเลย…ยอดไปเลย…อร่อยจริง ๆ "


"ปีนี้สามารถกินบะหมี่ของร้านฮอกไกได้ นับว่าไม่เลวทีเดียว"


"ถ้าปีหน้าสามารถมากินได้อีกก็ดีนะสิ"


กินเสร็จก็จ่ายเงินไปหนึ่งร้อยห้าสิบเยน

แล้วสามแม่ลูกก็เดินออกจากร้านฮอกไกไป


"ขอบคุณค่ะ(ครับ) สวัสดีปีใหม่ค่ะ(ครับ)"

มองตามหลังสามแม่ลูกจนลับหายไป


สองตายายก็ยกเรื่องสามแม่ลูกมาพูดซ้ำแล้วซ้ำอีกไปได้ระยะหนึ่ง

ในวันสิ้นปีของสามปีมานี้ กิจการของร้านฮอกไกดีมาก

สองตายายต่างก็ยุ่งจนไม่มีเวลาคุยกัน แต่พอเลย 21.00น.ไปแล้ว

สองตายายก็เริ่มกระวนกระวายใจขึ้นมา พอถึง 22.00น.

พนักงานในร้านต่างก็รับอั้งเปาแล้วก็แยกย้ายกันกลับไป


พอคนกลับไปหมดแล้วเจ้าของร้านทั้งสองก็ช่วยกันเอาป้ายราคาบะหมี่ในร้านที่
เขียน
ไว้ว่า "บะหมี่ชามละสองร้อยเยน"

ที่แขวนไว้ตามผนังทั้งหมดพลิกกลับหลัง

แล้วช่วยกันเขียนใหม่ว่า "บะหมี่ชามละร้อยห้าสิบเยน"

30นาทีก่อนเถ้าแก่เนี้ยก็เอาป้าย "จองแล้ว"

ไปวางไว้บนโต๊ะเบอร์สอง



เหมือนกับว่าจะมีเจตนารอแขกที่ลูกค้าออกจากร้านไปหมดแล้วถึงจะมาอย่างนั้นแหละ

22.30น. ในที่สุดสามแม่ลูกก็ปรากฎตัวขึ้น

พี่ชายสวมเครื่องแบบมัธยมของรัฐแห่งหนึ่ง


น้องชายสวมเสื้อแจ๊คเก็ทที่พี่ชายสวมเมื่อปีก่อนดูหลวมและไม่พอดีตัว

เด็กทั้งสองคนโตขึ้นมาก


ส่วนผู้เป็นแม่ก็ยังคงสวมเสื้อโค้ทลายสก๊อตที่ทั้งเก่าและเชยแถมสีซีดตัวเดิม


"เชิญค่ะ เชิญค่ะ"


เถ้าแก่เนี้ยกล่าวทักทายอย่างมีน้ำใจ


มองใบหน้าอันยิ้มแย้มและท่าทางต้อนรับอย่างเต็มที่ของเถ้าแก่เนี้ย


ทำให้ผู้เป็นแม่นั้นเปล่งคำพูดออกมาอย่างงกงกเงิ่นเงิ่นว่า


"รบกวนช่วยทำบะหมี่น้ำให้สักสองชามได้ไหมค่ะ" "ได้ค่ะ

เชิญนั่งทางนี้ค่ะ"


เถ้าแก่เนี้ยนำแม่ลูกไปนั่งยังโต๊ะเบอร์สอง


แล้วรีบเอาป้าย"จองแล้ว"ออกเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น


แล้วตะโกนบอกไปทางครัวว่า


"บะหมี่น้ำสองชาม"


"ได้ครับ บะหมี่น้ำสองชามได้เดี๋ยวนี้แหละครับ"


เถ้าแก่พลางตอบ พลางโยนบะหมี่ลงไปในหม้อน้ำสามก้อน

สามแม่ลูกกินไปพูดไป


ดูแล้วเหมือนมีความสุขกันมาก





สองสามีภรรยาที่ยืนอยู่หลังโต๊ะทำบะหมี่ได้รับรู้ถึงความสุขที่พวกเขาได้รับ
กัน
ในใจก็พลอยเบิกบานไปด้วย


"ลูกรัก วันนี้แม่ต้องขอบคุณลูก ๆ เป็นอย่างมาก"


"ขอบคุณ ?"


"ทำไมครับ"


"เรื่องเป็นอย่างนี้



คือคุณพ่อของลูกที่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตไปได้ทำให้คนอีกแปดคนได้รับบาด
เจ็บ
และทางบริษัทประกันก็ไม่รับผิดชอบในส่วนนั้น


ในช่วงหลายปีมานี่ทำให้เราต้องจ่ายเงินเดือนละห้าหมื่นเยนทุกเดือน"


"เอ๊ะ เรื่องนี้เราก็ทราบกันอยู่แล้วนี่ครับ"

ผู้เป็นพี่ตอบ


ส่วนเถ้าแก่เนี้ยได้แต่ตั้งใจฟังอย่างเงียบ ๆ

อยู่หลังโต๊ะทำอาหาร


"แต่เดิมนั้นเเราต้องชำระหนี้ไปจนถึงปีหน้าเดือนมีนาคม


แต่ตอนนี้เราได้ชำระหนี้ไปหมดแล้ว"


"จริง ๆ หรือครับ แม่"


"จริงสิจ๊ะ

นี่เป็นเพราะว่าพี่ชายของลูกขยันไปส่งหนังสือพิมพ์


ส่วนตัวลูกเองก็ช่วยแม่ซื้อกับข้าวทำอาหาร

ทำให้แม่ไปทำงานได้อย่างเต็มที่


ทางบริษัทจึงได้ให้เงินเบี้ยขยันพร้อมทั้งเงินโบนัสพิเศษอื่นๆ อีก


จึงทำให้วันนี้สามารถชำระในส่วนที่เหลือได้หมด"


"ว้าว แม่ครับ พี่ครับ อย่างนี้ก็วิเศษสิครับ


แต่ว่าต่อไปขอให้ผมได้ช่วยทำอาหารต่อไปเถอะนะครับ"


"ผมก็จะส่งหนังสือพิมพ์ต่อนะครับ ไอ้น้องชาย


เราต้องร่วมแรงร่วมใจกันสู้หน่อยแล้วนะ"


"ขอบใจลูกทั้งสองมาก ขอบใจจริง ๆ "



"แม่ครับผมกับน้องก็มีความลับจะบอกกับแม่เหมือนกันครับ

คือในวันอาทิตย์วันหนึ่งของเดือนพฤศจิกายนโรงเรียนของน้อง

ได้แจ้งให้ผู้ปกครองไปเยี่ยมชมนักเรียนในห้องเรียนในวันพบผู้ปกครอง

คุณครูของน้องยังได้แนบจดหมายมาอีกหนึ่งฉบับว่า

เรียงความของน้องได้ถูกคัดเลือกให้เป็นตัวแทนของฮอกไกโด

เพื่อไปแข่งขันเรียงความทั่วประเทศ นี่ผมได้ยินมาจากเพื่อน ๆ

ของน้องนะครับผมถึงทราบ ดังนั้นในวันนั้นผมจึงไปเป็นตัวแทนแม่

ไปร่วมในงานวันพบผู้ปกครองของน้อง"


"จริงหรือลูก แล้วต่อมาล่ะ"


"หัวข้อที่คุณครูให้เรียงความคือ ความปรารถนาของข้าพเจ้า"


น้องได้เอาเรื่องของบะหมี่น้ำหนึ่งชามมาเขียนเป็นเรียงความ


แล้วยังได้อ่านต่อหน้าทุกคนด้วย"



"เรียงความเขียนว่า…หลังจากที่คุณพ่อประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์แล้ว

ได้ทิ้งหนี้สินให้เรามากมาย เพื่อที่จะชำระหนี้

คุณแม่ต้องทำงานดึกดื่นหามรุ่งหามค่ำทุกวัน แม้แต่เรื่องของผมที่ต้องไปส่ง
หนังสือพิมพ์
น้องก็ยังเอาไปเขียนเลย…"


"ยังมีอีก น้องยังเขียนถึงในคืนวันที่ 31 ธันวาคม

พวกเราสามคนแม่ลูกได้มาล้อมวงกันกินบะหมี่น้ำ

อร่อยมาก…สามคนกินบะหมี่น้ำแค่ชามเดียว

คุณตาคุณยายเจ้าของร้านยังกล่าวขอบคุณพวกเราอีก

แล้วยังอวยพรวันปีใหม่ให้พวกเราอีก


เสียงเหล่านั้นเหมือนกับว่าให้กำลังใจให้เข้มแข็งที่จะยืนหยัดมีชีวิตอยู่ต่อ
ไป
พยายามปลดเปลื้องหนี้สินทั้งหลายของคุณพ่อให้หมดให้เร็วที่สุด…"



"ด้วยเหตุนี้น้องจึงได้ตัดสินใจว่าโตขึ้นน้องจะเปิดกิจการร้านบะหมี่

แล้วจะต้องเป็นเจ้าของร้านบะหมี่ยอดเยี่ยมอันดับหนึ่งของญี่ปุ่นอีกด้วย

แล้วยังจะให้กำลังใจแก่ลูกค้าทุกคน…ขอให้มีความสุขครับ…ขอบคุณครับ…"


สองตายายเจ้าของร้านบะหมี่ที่ยืนฟังอยู่หลังโต๊ะทำบะหมี่จู่ ๆ

ก็หายตัวไป


พวกเขาไม่ได้หายไปไหนเลยเพียงแต่คุกเข่ากันอยู่ใต้โต๊ะ

ในมือถือปลายผ้าขนหนูกันคนละข้าง


พยายามซับน้ำตาที่ไหลไม่ยอมหยุดเหมือนทำนบพังนั้นอย่างไม่ลดละ


"พอน้องอ่านเรียงความจบ คุณครูก็พูดว่า


"วันนี้พี่ชายได้มาเป็นตัวแทนของคุณแม่

ดังนั้นขอเชิญพี่ชายขึ้นมากล่าวอะไรสักหน่อยค่ะ "


"จริงหรือลูก แล้วลูกทำอย่างไรหล่ะ"


"ก็มันกระทันหันเกินไป ตอนแรก ๆ ก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี

ผมจึงพูดว่า…ขอบคุณทุกคนที่เอาใจใส่น้องผมเป็นอย่างดี

น้องผมต้องไปจ่ายตลาดซื้อกับข้าวกลับมาหุงหาอาหารทุกวัน

ดังนั้นในเวลาที่เพื่อน ๆ ทุกคนมีกิจกรรมกันในตอนเย็นก็มักจะ

อยู่ร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ไม่ได้เพราะต้องรีบกลับบ้าน

เมื่อเป็นอย่างนี้คงจะทำให้ทุกคนวุ่นวายกันพอสมควร"


"เมื่อครู่นี้ตอนที่ได้ยินน้องอ่านเรียงความเรื่องบะหมี่น้ำหนึ่งชาม

ผมรู้สึกอายมาก แต่พอได้เห็นน้องยืดอกอ่านเรียงความเรื่องบะหมี่น้ำหนึ่งชาม
ด้วยเสียงอันดังนั้นจนจบ
ถึงได้รู้สึกว่าความรู้สึกอายเมื่อสักครู่นี้ถึงจะเรียกว่าเป็นความอายจริงๆ "


"หลายปีมานี้

ความกล้าของคุณแม่ที่จะสั่งบะหมี่น้ำหนึ่งชามนั้นเพื่อกิน

กันสามคนนั้นผมกับน้องจะไม่มีวันลืมเป็นอันขาด ผมและน้องจะต้องขยัน

และดูแลแม่เป็นอย่างดี

และผมขอฝากน้องของผมให้ทุกคนช่วยดูแลด้วยครับ"


สามแม่ลูกกุมมือกันเงียบ ๆ ตบไหล่

กินบะหมี่หมดอย่างมีความสุขกว่าทุก ๆ ปี


จ่ายเงินไปสามร้อยเยนกล่าวขอบคุณค้อมตัวลงเคารพและเดินออกจากร้านไป


มองตามหลังสามแม่ลูกไป

เจ้าของร้านจึงได้รู้สึกว่าปีนี้ได้ผ่านไปแล้วจริง ๆ


พร้อมกับกล่าวว่า "ขอบคุณค่ะ(ครับ) สวัสดีปีใหม่ค่ะ(ครับ)"


และแล้วก็ผ่านไปอีกปีหนึ่ง



พอถึงเวลา 21.00น.ทางร้านฮอกไกก็วางป้าย"โต๊ะจอง"ไว้บนโต๊ะเบอร์สองและเฝ้ารอ
คอย
การมาเยือนของสามแม่ลูกเช่นเคย


แต่ในปีนั้นสามคนแม่ลูกไม่ได้มาปรากฏตัวที่ร้านเลย


ปีที่สอง ปีที่สาม

โต๊ะเบอร์สองก็ยังคงว่างอยู่เช่นเดิม


สามแม่ลูกไม่ได้มาที่ร้านฮอกไกอีกเลย กิจการของร้านฮอกไกดีมาก


เรียกว่าดีวันดีคืนเลยทีเดียว

ภายในร้านมีการตกแต่งใหม่


โต๊ะเก้าอี้ก็มีการเปลี่ยนใหม่


จะมีก็แต่โต๊ะเบอร์สองที่เก็บรักษาไว้เหมือนเดิม


"นี่มันเรื่องอะไรกัน"

ลูกค้าหลายคนต่างก็ถามด้วยความกังขา



เถ้าแก่เนี้ยก็เลยเล่าเรื่องบะหมี่หนึ่งชามให้แก่ลูกค้าฟัง


โต๊ะเก่าตัวนั้นวางอยู่กลางร้านเหมือนกับว่าเป็นการให้กำลังใจตัวเองอย่าง
หนึ่ง

และก้อไม่แน่ว่าวันใดวันหนึ่งลูกค้าทั้งสามอาจจะกลับมาอีก


พวกเขาหวังว่าจะใช้โต๊ะเก่าตัวนั้นในการต้อนรับลูกค้าทั้งสามของเขา


โต๊ะเบอร์สองตัวนั้นเปลี่ยนเป็นชื่อว่า "โต๊ะแห่งความสุข"


ลูกค้าต่างก็พูดต่อๆ กันไป



มีนักเรียนหลายคนอยากเห็นโต๊ะตัวนี้ถึงขนาดที่ว่านั่งรถมาจากที่ไกลแสนไกลมา
กิน
บะหมี่ และเจาะจงที่จะนั่งโต๊ะตัวนี้


ผ่านวันที่ 31 ธันวาคม ไปอีกหลาย ๆ ปี


พอถึงวันสิ้นปีหลังจากปิดร้านแล้ว

เจ้าของร้านค้าในระแวกใกล้เคียงร้านฮอกไก


ก็มักจะมารวมตัวฉลองโดยการกินบะหมี่ที่ร้านฮอกไก

กินไปพลาง


ก็รอเสียงระฆังส่งท้ายวันสิ้นปีเก่าไปพลาง


แล้วทุกคนก็ไปวัดเพื่อไหว้พระด้วยกัน

เป็นธรรมเนียมมา 5-6 ปีแล้ว


ในวันนี้พอเลย 21.30น.ไปแล้ว


เจ้าของร้านขายปลามาถึงก่อนพร้อมทั้งนำซาซิมิมาด้วย


ต่อจากนั้นก็มีคนมาเรื่อยๆ เป็นระยะ บ้างก็เอาเหล้ามาบ้างก็เอาอาหารกับแกล้ม
มา

ปกติแล้วก็จะรวมตัวกันได้ประมาณ 30-40 คน ต่างก็คึกคักกันมาก


ทุกคนที่มานั้นต่างก็รู้ตำนานเกี่ยวกับโต๊ะเบอร์สอง


ทุกคนก็พยายามไม่เอ่ยถึงมันแต่ในใจต่างก็คิดกันว่า


วันนี้"โต๊ะจอง"ตัวนั้นไม่มีคนที่พวกเขาเฝ้ารอมานั่ง


มันคงจะว่างเปล่าเพื่อส่งท้ายปีเก่าอีกเช่นเดิม


พวกเขาบ้างก็กินเหล้า บ้างก็กินบะหมี่ บ้างก็เข้า ๆ ออก ๆ


พอเตรียมกับข้าวกับแกล้ม ต่างก็กินกันไปคุยกันไป พูดเรื่องการค้าบ้าง


คุยเรื่องโน้นเรื่องนี้ แม้แต่น้ำทะเลขึ้นลง


ในระยะนี้บ้านไหนมีเด็กเกิดใหม่


ก็นำมาพูดคุยในวงสนทนา คุยมันทุก ๆ เรื่อง


จนเหมือนกับว่าเป็นครอบครัวเดียวกัน


เวลาผ่านไปจนถึง 22.30น.

ทันใดนั้นเองประตูร้านก็ถูกผลักออกเบา ๆ


ทุกคนในร้านหยุดพูดคุยกัน

สายตาทุกคู่มองตรงไปยังประตูร้าน


ชายหนุ่มสองคนยืนสง่าในชุดสูทสากล
พาดโอเวอร์โค้ทไว้บนแขน



พอเห็นว่าผู้ที่มาเป็นใครทุกคนก็รู้สึกว่าบรรยากาศเริ่มผ่อนคลายลง


และเริ่มสนทนากันต่อไปอย่างคึกคัก

ในขณะที่เถ้าแก่เนี้ยกำลังจะพูดว่า


"ขอโทษค่ะ ที่นั่งเต็มหมดแล้วค่ะ"


เพื่อปฏิเสธลูกค้าที่ไม่ได้รับเชิญอยู่นั้น



ก็มีหญิงคนหนึ่งสวมชุดกิโมโนเดินเข้ามายืนระหว่างกลางของชายหนุ่มทั้งสองคน



ทุกคนในร้านแทบจะหยุดหายใจเมื่อได้ยินคุณนายผู้นั้นพูดว่า


"เอ้อ…รบกวน…รบกวนช่วยทำบะหมี่ให้สามชามได้ไหมคะ"


ทันทีที่เถ้าแก่เนี้ยได้ยินสีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที

เวลาผ่านไปสิบกว่าปีแล้ว


ภาพของสามแม่ลูกในความทรงจำ

กับภาพของสามแม่ลูกตรงหน้า


เธอพยายามจะนำทั้งสองภาพมาวางซ้อนกัน


เถ้าแก่ที่ยืนตะลึงอยู่ที่โต๊ะทำบะหมี่


ชี้นิ้วไปยังทั้งสามแม่ลูก "พวกคุณ .. พวกคุณ"

เขาพูดได้เพียงแค่นั้น


คำพูดทุกคำจุกอยู่ที่คอ




ชายหนุ่มหนึ่งในสองคนเห็นท่าทีของเถ้าแก่เนี้ยที่ทำอะไรไม่ถูกก็เลยพูดกับ

เถ้าแก่เนี้ยว่า


"พวกเราสามคนแม่ลูกที่เมื่อสิบสี่ปีก่อนในวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่มา

สั่งบะหมี่น้ำหนึ่งชามทานกันสามคนไงครับ

และพวกเราก็ได้รับกำลังใจจากบะหมี่น้ำชามนั้น

พวกเราจึงได้สามารถยืนหยัดมาถึงวันนี้ได้"



"หลังจากนั้นก็อพยพครอบครัวไปอาศัยอยู่กับยายที่อำเภอชิกะ

ปีนี้ผมสอบผ่านได้เป็นนายแพทย์แล้ว

ตอนนี้ผมเป็นแพทย์ฝึกหัดแผนกกุมารเวชที่โรงพยาบาลเกียวโต

ปีหน้าเดือนเมษายนก็จะย้ายมาประจำโรงพยาบาลกลางของซัปโปโรแล้ว"


"วันนี้พวกเราก็เลยแวะมาที่โรงพยาบาลเพื่อทำความรู้จักและฝากเนื้อฝากตัว

แล้วเลยไปไหว้สุสานของคุณพ่อ

และน้องชายที่ครั้งหนึ่งเคยใฝ่ฝันว่าจะเป็นเจ้าของกิจการร้านบะหมี่นั้น


ขณะนี้ได้ทำงานในธนาคารเกียวโต

ได้เสนอความคิดที่เลิศเลออย่างหนึ่งก็คือ


ปีนี้ในวันส่งท้ายปีเก่า



พวกเราสามคนแม่ลูกจะมาเยี่ยมคารวะเจ้าของร้านบะหมี่ฮอกไกที่ซัปโปโร


และทานบะหมี่น้ำสามชามของร้านฮอกไกด้วย"


สองตายายฟังไปพลาง พยักหน้าไปพลางด้วยน้ำตาคลอเบ้า


เถ้าแก่ร้านขายผักที่นั่งอยู่ตรงหน้าประตู



พยายามใช้แรงอย่างเต็มที่ที่จะกลืนบะหมี่คำที่คาอยู่ในปากลงไปในคอ


แล้วลุกขึ้นยืนพูดว่า "อ้าว…เถ้าแก่… เป็นอะไรไปหล่ะ


อุตสาห์เตรียมการมาตลอดสิบปีเพื่อเฝ้าคอยวันนี้

"โต๊ะจอง"


ตัวนั้นไงที่พวกเถ้าแก่จองให้ลูกค้าที่จะมาตอนหลังสิบโมงของคืนวันสิ้นปีไง


รีบๆ ต้อนรับพวกเขาสิ เร็วเข้า"


ในที่สุดเถ้าแก่เนี้ยก็ได้สติ

ตบไหล่ของเถ้าแก่ร้านขายผัก แล้วพูดว่า



"ยินดีต้อนรับค่ะ…เชิญนั่งข้างในค่ะ…นี่ตาเฒ่า…บะหมี่น้ำสามชามโต๊ะสอง"


เถ้าแก่ที่ยืนตะลึงอยู่ก็รีบปาดน้ำตาแล้วรับคำว่า

"ครับ..บะหมี่น้ำสามชาม"



UPDATE : ตอนนี้บล๊อกเราขยายคอนเทนท์เพิ่มขึ้นอีกช่องทางนะครับ เป็นช่อง youtube สำหรับเด็กๆ ใครเป็นเด็ก หรือสนใจคอนเทนท์แบบเด็กๆ หรือมีลูก มีหลาน ก็รบกวนกดติดตามกันสักนิด เป็นแรงให้เรามีกำลังใจผลิตคอนเทนท์ดีๆออกมาอีกครับ ขอบคุณครับ


Youtube  น้องนฎาซ้อมเต้น...!?


#หมูน้อยร้อยชั่ง



Create Date : 02 มกราคม 2551
Last Update : 8 มีนาคม 2562 23:50:12 น.
Counter : 528 Pageviews.

4 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  

ฟาฬ
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]



ขออนุญาติ อัพเดทชีวิตผมหน่อยนะครับ ตอนนี้เป็นคุณพ่อลูกหนึ่งละ

ฝากติดตามชีวิตกลมๆของ พ่อหมี กับลูกหมูด้วยนะครับ

#หมูน้อยร้อยชั่ง
All Blog