Group Blog
 
All blogs
 

ทัวร์ยกแก๊งที่ เสม็ด คลับ (Samed club)

บอกข่าวกับชาวคณะว่าจะเดินทางไปพักที่ เสม็ด คลับ
ที่เกาะเสม็ด จ.ระยอง ในโครงการ Thailand Boutique Awards 2010
จะไปนอนรีสอร์ต เก๋ ฮิปๆ นอนฟังเสียงคลื่น เสียงลมที่เสม็ด
ไปๆมาก็เลยกลายเป็นว่า จากที่จะไปกันแค่ 2 คน
สมาชิกเพิ่มขึ้นกลายเป็น 13 คน จากเดิมที่จองไว้ 1 ห้อง
ต้องเพิ่มเป็น 4 ห้อง ขอบคุณคุณปุ้ย คุณชุติมาและคุณต่ายแห่งเสม็ดคลับมากๆ ที่ช่วยเป็นธุระจัดการจองห้องพักให้กับเดอะแก๊งที่วุ่นวายที่สุดคณะนี้ค่ะ ^^
ออกเดินทางจากกรุงเทพแต่เช้าตรู่ ด้วยรถ 4 คัน (จะเอารถมาทำไมกันเยอะแยะ) เพื่อที่จะไปให้ทันเรือรอบแรกในตอน 11 โมง
จุดนัดพบคือ ท่าเรือ เสรีบ้านเพ ซึ่งเป็นท่าเรือที่นักท่องเที่ยวที่มาพักโรงแรมในเครือของ samed resort จะมาลงเรือที่นี่
รวมไปถึงพวกเราที่พักที่ samed club ด้วย..มีที่จอดรถมากมายกว้างขวาง เป็นสัดส่วนดูปลอดภัยค่ะ มีรถรางมารอรับเราไปส่งที่ท่าเรือ ซึ่งค่าจอดรถและค่าเรือ รวมไปถึงรถที่จะไปส่งเราเข้าที่พัก รวมอยู่ในราคาห้องพักทั้งหมดแล้วค่ะ












ใช้เวลาประมาณ ครึ่ง ชม. เรือโดยสารก็พาเราก็ไปถึงจุดหมายที่ท่าเรืออ่าวกลาง ซึ่งจะถึงก่อน ท่าเรือหน้าด่านที่เรือส่วนใหญ่จะไปจอดกันที่นั่น ลงเรือปุ๊บ ก็มีรถจากรีสอร์ตมารอรับ เดอะแก๊ง 13 คนกระโดดขึ้นรถเต็มเอี๊ยดหนึ่งคันพอดี มุ่งหน้าไปยังอ่าวน้อยหน่า ที่เป็นที่ตั้งของ samed club ค่ะ









ถึงแล้ววววววว



นี่เป็นครั้งแรกที่มาทางฝั่งขวาของท่าเรือ ทุกทีที่ไปเสม็ดจะไปทางด้านหาดทรายแก้ว อ่าว ไผ่ ทับทิม ไล่ไปจนลุงดำ แต่ไม่เคยมาทางฝั่งอ่าวน้อยหน่าซึ่งเป็นฝั่งที่หันหน้าเข้าฝั่งบ้านเพ ตอนแรกก็กังวลว่าทะเลจะสวยไป แต่พอรถจอดถึงหน้าที่พักท่านั้นแหละ...โอ้วว..ทะเลสวยไม่แพ้หาดอื่นๆเลยค่ะ ได้คุยกับคุณต่าย ซึ่งเป็น PR ของsamed resort เล่าให้ฟังว่า จุดได้เปรียบของทะเลฝั่งอ่าวน้อยหน่านี้ ได้เปรียบตรงที่ นอกจากทะเลจะสวยแล้ว ยังมี landscape ที่ฝั่งทางหาดทรายแก้วไม่มี คือ มีเรือ มีภูเขา มีเกาะแก่ง ซึ่งรวมกันเข้าครบเป็นองค์ประกอบของวิวทะเล อันนี้ฟังแล้วเห็นด้วย 100 เปอร์เซ็นต์ค่ะ ^^


นั่งรอเช็คอิน ที่ lobby ริมทะเล









เวลคัม ดริงก์



ที่เสม็ดคลับมีห้องหลายแบบค่ะ ห้องที่เราได้พักทั้ง 4 ห้อง คือ deluxe room ที่อยู่ติดสระน้ำ คุณต่ายบอกว่า ห้องนี้เป็นห้องที่นักท่องเที่ยวนิยมมาพักมากที่สุด อาจจะเป็นเพราะใกล้ทะเล ใกล้สระว่ายน้ำ และยังเห็นวิวทะเลด้วย
















ส่วนห้อง Beach front ของที่นี่จะราคาถูกที่สุด เพราะเป็นห้องขนาดเล็ก แต่เดิน 10 ก้าวก็ถึงทะเลแล้วค่ะ



มีอีกห้องที่ทางรีสอร์ทภูมิใจนำเสนอ คือ ห้อง deluxe hill จะเห็นวิวทะเลมุมสูงสร้างอยู่บนเขา เยี่ยมไปเลยค่ะ แต่เดินขึ้นเขาเหนื่อยนิดนึงค่ะ ถัดลงมาด้านล่างก็จะเป็นส่วนของ deluxe cottage และ deluxe garden







คุณต่ายเล่าว่า จุดขายที่ทำให้นักท่องเที่ยวชอบเสม็ดคลับ คือ เป็นที่พักที่มีความสงบส่วนตัวมากๆๆๆๆ ( ให้หลายมากเลย เพราะสงบจริงค่ะ)และให้ความสำคัญกับการปลูกต้นไม้เยอะๆเพื่อลดความร้อนให้ความสงบร่มรื่นกับผู้มาพัก ในขณะเดียวกันหากต้องการพบกับแสงสีหรือความครึกครื้น ก็สามารถนั่งรถสองแถวหรือขี่มอเตอร์ไซด์ไปแถวหาดทรายแก้ว หรืออ่าวไผ่ได้อีกไม่ไกลมาก ซึ่งจะต่างจากอ่าวพร้าว ที่สงบเงียบจริง แต่ถ้าอยากเจอแสงสีก็จะออกมาที่อื่นลำบาก..











จุดเด่นของเสม็ด คลับ เมื่อเทียบกับบูติค โฮเต็ลในขนาดไม่เกิน 40 ห้องก็คือ เรื่องของการบริการค่ะ ด้วยความที่เสม็ดคลับอยู่ในเครือของรีสอร์ทขนาดใหญ่ พนักงานและเจ้าหน้าที่ทุกคนให้บริการเต็มที่ จัดระบบทุกอย่างเช่นเดียวกับโรงแรมขนาดใหญ่ ดูแลแขกทุกคนดีมากค่ะ ^^ โดยเฉพาะกับคณะใหญ่อย่างเรา 13 คน พนักงานที่นี่รับมือเราไหวค่ะ :P รวมไปถึงระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมที่นำเอาระบบเดียวกับรีสอร์ทใหญ่ๆบนเกาะมาใช้ เช่นการใช้รากไม้น้ำบำบัดน้ำเสียก่อนทิ้งหรือนำมาใช้ใหม่ การจัดการขยะ การผลิตน้ำหมักชีวภาพเพื่อนำมาใช้ในรีสอร์ท มีการแบ่งโซนสูบบุหรี่ รวมไปถึงการรณรงค์ให้ใช้น้ำอย่างประหยัด เพราะน้ำจืดถือว่าเป็นของที่ราคาแพงมากบนเกาะนี้ค่ะ







ทุกคนในทริปบ่นเสียดายที่เรามีเวลากันแค่ 2 วัน 1 คืนบนเกาะเสม็ด ถ้าได้อยู่ต่ออีกสักคืนคงจะสนุกและชิลกว่านี้
....แล้วเราจะกลับมา .... ^^










 

Create Date : 12 ตุลาคม 2553    
Last Update : 12 ตุลาคม 2553 12:22:38 น.
Counter : 6219 Pageviews.  

เกาะพยาม ระนอง

เป็นครั้งแรกที่ได้เดินทางไปเมืองฝนแปด แดดสี่ หรือ ระนอง
จังหวัดที่เราไม่ค่อยเลือกเป็นทางผ่านเพื่อลงไปสู่ภาคใต้

แต่รอบนี้ตั้งใจไว้แน่วแน่ ซื้อที่พักราคาประหยัดจากงานไทยเที่ยวไทย
นัดหมายครบถ้วน พร้อมสมาชิกอีก 8 คน เดินทางไปที่เกาะพยาม ที่ต้องพยายามถึงจะไปถึง แต่ไม่ผิดหวังค่ะ สนุกและสวยจริงๆ

รอบนี้หยิบกล้องภาพนิ่งไป แต่ลืมหยิบ memory card ใส่มาด้วย 5555
เลยคว้ากล้องวิดีโอ มาถ่ายเป็น MV 1ตัว และคลิปเฮฮา เป็นซีรี่ย์ อีก 4 ตอนซะเลย ติดตามชมได้เลยค่ะ ^^












 

Create Date : 07 ตุลาคม 2553    
Last Update : 7 ตุลาคม 2553 2:47:04 น.
Counter : 366 Pageviews.  

slow life @ อิงนทีทรีสอร์ท

..SLOW DOWN…SLOW LIFE..

เคยมั้ยที่เราอยากหนีออกจากความวุ่นวายในเมือง ออกไปใช้ชีวิตช้าๆตามต่างจังหวัด
บ้างคนขับรถไปชะอำ หัวหิน 3-4 ชม..ก็ไปวุ่นวายต่อแถวหัวหิน
บางคนไปพัทยา ไปเสม็ด ก็เบียดเสียดกับผู้คนมากมาย

แต่ที่นี่ เราใช้เวลา ครึ่งชม..ขับรถออกจากกรุงเทพ
ไปที่ อ.สามโคก ปทุมธานี
เข้าไปสู่อีกโลกหนึ่ง
ที่จะทำให้เรา ใช้ชีวิตอย่างช้าๆ
ปล่อยไปตามหัวใจที่อยากทำ
ที่อิงนที รีสอร์ท


!!เชื่อมั่นว่า คนกรุงเทพร้อยละ 99.99 ไม่เคยกระโดดลงเล่นน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา !!!จั่วหัวไว้อย่างนี้ เพราะว่าเดอะแก๊ง ได้แก่ พี่ไบท์ ฟิกกี้ วิวิธ ดาม กำลังจะขับรถไปลั่นล้ากันแถวๆปทุมธานีกันค้า หนึ่งในสมาชิกเดอะแก๊งไปเจอรีสอร์ทเล็กๆ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ชื่อว่า อิงนทีรีสอร์ท เลยหมายมั่นปั้นมือกันว่า คราวนี้แหละ เราจะเป็น 0.01 ที่ได้โดดน้ำเจ้าพระยากันค่ะ

ออกเดินทางจากกรุงเทพกันตอนใกล้ๆเที่ยง เป้าหมายอยู่ที่อำเภอสามโคก จ.ปทุมธานี ก่อนที่จะแวะเข้าที่พัก เราขับรถเลยไปที่ อำเภอ ลาดหลุมแก้ว หาอะไรใส่ท้องกันซะหน่อย ฟิกกี้ทำการบ้านมาอย่างดี เราเลยไปจอดกันที่ ตลาดร้อยปี บ้าน ระแหง...ตอนแรกเถียงกันว่า อ่านว่า ระ-แหง หรือ ระ-แง๋ สรุปว่า อ่านว่า ระ-แหงค่ะ

















ร้านเด็ดอยู่ที่ ร้านแปโภชนา ว่ากันว่าเป็นร้านเก่าแก่ ติดดาว เมนูเด็ด คือ ปลาช่อนทอดแดดเดียว หมูห่อฟองเต้าหู คล้ายๆหอยจ้อ ต้มยำทะเล จี๊ดสุดๆ.. อาหารรอนานนิดนึง เพราะคนเยอะมากกก...ช่วงรออาหารก็เดินสำรวจตลาด วิวิธทนหิวไม่ไหวขอก๋วยเตี๋ยวหมูต้มยำไปก่อน 1 ชาม ของกินขายเยอะแยะค่ะ ที่น่าสนใจคือ ตลาดระแหงจะมีพวกอุปกรณ์จับปลา ทำประมง ขายอยู่เยอะทีเดียว ถ้าจะมาเดินตลาดนี้ แนะนำให้มาเช้าๆหน่อยค่ะ พอบ่ายๆ ตลาดก็เริ่มวายแล้ว..ตลาดไม่ใหญ่มาก เดินเสร็จกลับมา อาหารก็เต็มโต๊ะ...จัดไปเต็มๆ พุงเกือบแตกค่ะ 555555







ออกจากตลาด เห็นป้าย วัดเจดีย์หอย ขอแวะขับตามป้ายเข้าไปหน่อยค่ะ ขับตามทางเล็กๆเข้าไปค่อนข้างไกล ก็เจอเจดีย์หอยตั้งอยู่ริมถนน ฟิกกี้ทักว่า นั่น เจดีย์เหมือนพม่าเลย..ปรากฏว่า เป็นเจดีย์มอญ มีหงส์อ้วนยืนประกบเจดีย์อยู่ (น้องเป้เพิ่งให้ข้อมูลว่า ถ้าเป็นหงส์อ้วน นั่นเป็นมอญแท้ที่มาจากพม่า) เดินเข้าไปในวัด เลยไปเจอเจดีย์มอญเก่าแก่ตั้งอยู่ภายในวัด สร้างหันไปทางทิศตะวันตก มีอักษรมอญจารึกอยู่ โป๊ะเช๊ะ..ใช่เลย..นี่วัดมอญ..













มาถึงวัด เดอะแก๊งเลยแวะไปไหว้พระหน่อยค่ะ ที่นี่เค้าไหว้พระด้วยธูปเทียนเจ็ดสี ตามวันเกิด และก็บังเอิญมาก ที่แต่ละคน ใส่เสื้อมาสีตามวันเกิดพอดี อะไรจะเป๊ะขนาดนั้น..











ไหว้พระกันสบายใจ เดินเที่ยวชมวัด ดูเต่า แล้วเราก็ขับรถเข้าไปที่รีสอร์ตต่อค่ะ











ทางเข้ารีสอร์ตค่อนข้างลึกจากถนนใหญ่ แต่มีป้ายบอกตลอดทาง ในที่สุดเราก็มาถึง อิงนทีรีสอร์ต พี่ไหม เจ้าของยิ้มหวานออกมาต้อนรับพวกเราค่ะ พี่ไหมพาเดินดูห้อง เราเลือกห้องที่ราคาถูกกว่าหน่อยที่ไม่ได้ติดกับบึงน้ำ แต่ว่าห้องขนาดเท่ากัน เป็นห้องพัก 1 ห้องนอนและ 1 ห้องนั่งเล่น เตียงหนานุ่ม..โดยเฉพาะห้องน้ำ กว่างขวาง สวยเก๋ ถูกอกถูกใจเดอะแก๊งอย่างแรง... สิ่งที่น่าสนใจคือ ของตกแต่งทุกชิ้นมีดีไซน์ และผ่านการคิดเรื่องประโยชน์ใช้สอยได้อย่างดี..
พี่ไหมพาเราเดินชมรีสอร์ท ต้นไม้ที่ปลูกในรีสอร์ตส่วนใหญ่เป็นไม้พื้นบ้าน เช่น ต้นปีบ ต้นจามจุรี ต้นทองหลาง ต้นไม้เยอะมากค่ะ




















ที่อิงนที มีพื้นที่ 2 ผืน กั้นด้วยคลองเล็กๆที่ไหลลงแม่น้ำเจ้าพระยา มีทางเดินเชื่อมเลียบคลองไป ผืนที่เป็นส่วนบ้านพัก ไม่ได้อยู่ติดริมน้ำ แต่ขุดบึงขึ้นเพื่อเป็น landscape แทน ส่วนที่ดินอีกผืนนึง ที่อยู่ติดริมน้ำ สร้างเป็นที่พักผ่อนและสระว่ายน้ำ



















เราเลยถามพี่ไหมว่า แทนที่พี่จะสร้างที่พักไว้ริมน้ำ น่าจะดีกว่าสร้างแค่สระว่ายน้ำ พี่ไหมบอกว่า ที่ดินสองผืนนี้ เป็นของครอบครัว พี่ไหม เคยชวนเพื่อนๆที่ทำโฆษณา (นั่น!! ว่าแล้ว ทำไมดีไซน์ที่พักได้เก๋กู๊ด) มาพักแล้วเสียงดัง รบกวนชาวบ้าน ซึ่งเป็นคนรู้จักกันทั้งนั้น พอตัดสินใจทำรีสอร์ท เลยสร้างส่วนที่เป็นห้องพักบนที่ดินผืนที่ไม่ติดกับบ้านชาวบ้าน จะได้ไม่รบกวนคนอื่น ส่วนผืนที่สวยๆ ก็ทำไว้ให้เป็นที่นั่งเล่น ถึงสัก 3-4 ทุ่ม ก็จะปิด (คิดถึงคนอื่นขนาดนี้ ขอให้ที่พักเฮงๆนะคะ ^^)
เดอะแก๊งใช้เวลากับการชิวอยู่ริมน้ำและในสระน้ำไปกว่า 4 ชม. ตอนแรกวิวิธกับฟิกกี้ก็ลั่นล้าอยู่ในสระว่ายน้ำน่ะแหละ แต่สักพักอดไม่ได้ กระโดดลงแม่น้ำเจ้าพระยา ลั่นล้ากันเต็มที่ โชคดีที่แม่น้ำเจ้าพระยาในละแวกนี้ อยู่ใกล้กับบริเวณที่ผันน้ำจากแม่น้ำเข้าคลองปะปา พื้นที่แถบนี้เลยไม่มีโรงงานอยู่ริมน้ำ มีแต่บ้านชาวบ้าน น้ำเลยสะอาด ขุ่นเล็กน้อยตามตะกอนจากธรรมชาติค่ะ







นั่งๆนอนๆปล่อยชีวิตไปเรื่อยๆ กับลมเย็นๆริมน้ำ สักพักก็มีก๋วยเตี๋ยวเรือผ่านมา...ก๋วยเตี๋ยวเรือแท้ๆ แบบยังไม่ขึ้นบกค่ะ เดอะแก๊งพากันเข้าไปรุมล้อมเรือป้า จัดมาค่ะ 10 ชาม ชามละ 15 บาท
มีทั้งหมูต้มยำ หมูน้ำตก ป้าคนขายบอกว่า พายขายริมน้ำอย่างนี้มา 28 ปีแล้ว โอ้ววว...เก่าแก่มาก









อิ่มจากก๋วยเตี๋ยว สักพักก็มีเรือแป๊นๆมาอีกลำ เรือขายไอติมนั่นเอง.. โบกค้าโบก...จอดๆๆ..ขอของหวานตบท้ายคนละแท่ง เอาขาแช่น้ำกินไอติมอย่างสนุกสนาน กินอิ่มก็นั่งชิวนอนชิว ดูพระอาทิตย์ตกที่หน้าสระน้ำกันเลย แต่วันนี้เมฆเยอะ อดเห็นไข่แดง เห็นแค่ฟ้าแดงๆก็พอใจแล้ว..

พี่ไหมบอกว่า ถ้าพรุ่งนี้ตื่นกันไหว จะพาไปใส่บาตรที่ริมน้ำค่ะ









หลับสนิท หลับสบาย ตื่นกันมาตั้งแต่ 6 โมงเช้า มีพระพายเรือมาตอนเช้าค่ะ เรียงหน้ากันใส่บาตร พี่ไหมบอกว่า แถบสามโคกนี้เป็นชุมชนมอญ ถ้ามาช่วงออกพระษาจะมี งานตักบาตรพระร้อย พระนับร้อยๆรูปพายเรือมาตักบาตรกับชาวบ้านริมน้ำ สวยมาก..พลาดไม่ได้ค่ะ
อาหารรวมอยู่ในราคาที่พักของรีสอร์ท มีข้าวต้มเห็ด และ american breakfast สมาชิกทุกคน
เลือกข้าวต้มเห็ดค่ะ พี่ไหมก็เลยบอกว่า จะพาเราไปเก็บเห็ดสดๆเอาไปทำกินกันเลย
ทำไมถึงต้องเป็นเห็ด ที่นี่มีโรงเพาะเห็ดเป็นของตัวเองค่ะ อาหารจานเห็ดที่ทำในรีสอร์ท มาจากโรงเห็ดในนี้ทั้งนั้น เป็นเห็ดนางฟ้าภูฐาน ส่วนหนึ่งไว้ทำกับข้าวให้แขกในรีสอร์ต อีกส่วนหนึ่งถ้าเหลือ จะแบ่งขายในราคาไม่แพงนัก.. เราเลยมีโอกาสได้ซื้อกลับบ้านเลย..

















เฮ้อ..กินอิ่ม นอนหลับ ลมพัดโชย..สบายที่สุด.. ตอนที่คุยกับเดอะแก๊งว่าจะมาเที่ยวที่นี่ มีแต่คนถามว่า ไปแถวปทุมจะมีอะไรเหรอ.. แต่เอาเข้าจริงๆ มันมีสิ่งที่น่าสนใจ ทั้งวิถีชีวิตชุมชน ผู้คนและมิตรภาพที่หาได้ง่ายกว่าแถวหัวหินหรือพัทยาอีก..
ฟิกกี้ เลยฝากคำนิยามให้ที่นี่ไว้ว่า Easy trip /Eco tourist /Emotional retreat.










 

Create Date : 01 ตุลาคม 2553    
Last Update : 1 ตุลาคม 2553 16:26:26 น.
Counter : 3285 Pageviews.  

เล็กๆ เก๋ๆ บ้านสิรีณ รัชโยธิน

ตอนที่ได้รับอีเมล์จากทาง KTC เพื่อให้ร่วมพิจารณาโรงแรม
ในโครงการ Thailand Boutique Awards 2010
ดูจากรายชื่อโรงแรมจนตาลายแล้ว ก็ตัดสินใจ เลือก บ้านสิรีณ
หลายๆคนถามเหตุผลว่า ทำไมเลือกที่นี่...
ทั้งๆที่บ้านสิรีณ อยู่ห่างจากบ้านของตัวเองไปไม่ถึง 1 กิโลเมตร!!!!

จำได้ว่า เคยมาติดต่องานที่ตึกแห่งนี้ สมัยที่เป็นสำนักงานของเว็บไซด์ กระปุกดอทคอม มาเช่าพื้นที่ตรงนี้ประมาณ 4 ปีที่แล้ว
หลังจากนั้นที่นี่ ก็ถูกนำมา renovate เป็น บูติค โฮเตล
(ตามความเข้าใจ คือ หมายถึง โรงแรมขนาดเล็ก เรียบง่าย มีดีไซน์โดดเด่นเฉพาะตัว)
และมีสิรีณ spa and massage ที่เราเคยแวะเวียนมาเป็นลูกค้าอยู่หลายครั้ง
และทุกครั้งก็จะแอบชะเง้อคอมองดูห้องพักเก๋ๆของบ้านสิรีณ
นี่ก็เลยเป็นโอกาสดีที่จะได้เข้ามาพักค่ะ :)






บ้านสิรีณตั้งอยู่ตรงข้ามธนาคารไทยพาณิชย์สาขาใหญ่ หรือ ตึก SCB บนถนนรัชดาภิเษก
เข้าซอยมาเล็กน้อย ก็จะพบกับกับความเงียบสงบ
ที่พาเราหลีกหนีความวุ่นวายของรถราและผู้คนในละแวกรัชโยธิน

ในฐานะที่เคยมาที่ตึกแห่งนี้ตอนที่เป็นออฟฟิศสำนักงาน เมื่อเทียบกับตอนนี้ แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
โครงสร้างตัวอาคารเดิม แต่นำมาตกแต่งใหม่ทั้งหมด
พี่สถาพร สิริสิงห เจ้าของบ้าน สีรีณ เล่าให้ฟังว่า เกือบจะเหมือนกับสร้างใหม่ทั้งหมดค่ะ
ค่าใช้จ่ายในการ renovate แทบไม่ต้องพูดถึง อาจจะแพงกว่าสร้างใหม่ด้วยซ้ำ
เพราะรายละเอียดของห้องพักไสตล์ บูติค โฮเตล ต้องมีความละเอียดอ่อน ทั้งการวางระบบปะปา ระบบไฟฟ้า
ระบบการตกแต่งภายในที่แตกต่างกันทุกห้อง
จนมาถึงวันนี้มาเป็น บ้านสิรีณ bed and breakfast
ที่อยากให้ผู้มาเยือน ได้รู้สึกถึงสัมผัสกับความอบอุ่นเป็นส่วนตัวเหมือนบ้านตัวเองค่ะ







บ้านสิรีณ มีทั้งหมด 8 ห้อง 8 สไตล์บนอาคาร 3 ชั้น
แตกต่างกันที่โทนสีและภาพเขียนที่เพนท์ลงผนังศิลปินรั้วศิลปากร
ห้องที่เราได้พักคือห้อง เขียวบัวบาน เป็นห้องสีโทนเขียว ระหว่างเขียวเข้มและเขียวอ่อน เบรกความหวานด้วยผนังฝั่งหนึ่งที่ใช้สีน้ำตาล เพนท์ภาพเป็นรูปดอกบัวหลายๆแบบค่ะ
ส่วนการตกแต่งห้อง จะมีเตียงและเก้าอี้ที่ทำมาจากไม้ไผ่ และโซฟาที่สานมาจากใบมะพร้าว
เป็นคอนเซ็ปต์รวมของวัสดุธรรมชาติค่ะ




















หลายๆห้องตกแต่งแตกต่างกันไปเน้นใช้ภาพเขียนเป็นตัวเล่าเรื่อง นอกจากในห้องพัก แล้ว รอบๆบริเวณอาคารก็เพนท์เป็นรูปต่างๆเช่นกัน เก๋ๆค่ะ

ชอบการวางไฟบนราง และเปลือยสายไฟให้เห็น เท่ห์ดีค่ะ



มีผลไม้ต้อนรับให้เราด้วย





ห้องน้ำ เพิ่มเติมความพิเศษเข้าไปด้วยโอ่งน้ำค่ะ พี่สถาพรบอกว่า โอ่งนี้สั่งตรงมาจาก เถ้าฮ่งไถ่ ที่ราชบุรี แต่ละห้องพัก ก็จะมีโอ่ง แต่ละสีแตกต่างไปตามธีมของห้องค่ะ
พูดถึง เถ้าฮ่งไถ่ แล้วนึกถึง พี่วศินบุรี ทายาทรุ่นที่ 4 ของเถ้าฮ่งไถ่ (เจ้าแรกที่ขายโอ่งมังกรราชบุรีที่โด่งดัง)
ตอนนี้พี่วิศบุรี ขอกจากดูแลธุรกิจของครอบครัวแล้ว ยังเป็นอาจารย์สอนงานดีไซน์และออกแบบผลิตภัณฑ์ให้กับนักศึกษา เคยมีโอกาสพูดคุยกับเราว่า ตอนนี้ ทุกคนหันไปอาบน้ำอุ่น น้ำร้อนอาบฝักบัวกันหมด ทั้งๆที่ภูมิปัญญาของคนสมัยก่อน เลือกใช้ดิน เป็นที่กักเก็บน้ำ การที่เราได้ตักน้ำอาบจากโอ่ง เท่ากับเราได้รับเอาพลังงานและความสดชื่นจากดิน จากธรรมชาติที่เป็นต้นกำเนิดของตัวเรา
มานอนที่บ้านสิรีณรอบนี้ เลยไม่แลฝักบัวกับเครื่องทำน้ำอุ่นสักแอะ.. ขอควักน้ำอาบจากโอ่ง ให้ชื่นใจสุดๆค่ะ



ความสะดวกสบายอื่นๆ มีสระว่ายน้ำ มุมชา กาแฟสบายๆใต้ร่มไม้ใหญ่ ฟรีอินเตอร์เนต wi-fi แต่ถ้าใครไม่ได้เอาโน้ตบุคมา ก็มีคอมพิวเตอร์ไว้ให้บริการค่ะ มี Spa and Massage ราคาไม่แพง แต่บรรยากาศยอดเยี่ยมมากไว้ให้บริการค่ะ สำหรับอาหารเย็น ที่นี่ไม่มีครัวแต่สามารถสั่งอาหารจากบริเวณใกล้เคียงมาบริการให้ค่ะ
แต่ถ้าใครอยากออกไปทานของกินอร่อยๆ ก็อาจจะออกไปหาอะไรทานที่ตึก SCB หรือ เมเจอร์รัชโยธิน ใกล้ๆค่ะ
หรือเดินจากที่พักไปหน่อย จะเจอร้านขนมปังเว้ยเฮ้ยยย...อบใหม่ๆ มากินเล่นได้ค่ะ ^^













หนึ่งคืนที่บ้านสิรีณ ถือว่าได้มาพักผ่อน หนีจากชีวิตที่เร่งรีบ ปล่อยชีวิตให้เดินไปอย่างช้าๆ เติมพลังชีวิตกลับไปเต็มที่เลยค่ะ




 

Create Date : 01 ตุลาคม 2553    
Last Update : 1 ตุลาคม 2553 10:40:15 น.
Counter : 2912 Pageviews.  

Time to relax in Bangkok

ได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ KTC real team ครั้งที่ 12
ตามคอนเซ็ปต์ 2 + 2 ฉลองความรัก พักผ่อนฮิปสไตล์กรุงเทพ ที่ โรงแรม The Mini R
แต่ทริปนี้หาคู่ไปด้วยยากเหลือเกิน
คู่ที่คุยไว้ ก็ติดงานกันซะงั้น
สุดท้ายมาได้น้องนกโกะ..ไปสวีทกันที่โรงแรม เดอะ มินิ รัชดาแทนค้า ^^

เช้ามามีราชรถมารับถึงป่าใหญ่..
มีพีอาร์และผู้จัดการสาวสวยสองคน จาก มินิ อาร์ ยิ้มหวานลงจากรถ
มาต้อนรับ
คุยไปคุยมา ว่าหายากมั้ย ปรากฏว่าทั้งคู่เป็นคนละแวกนี้ทั้งหมด
หนึ่งในสองอยู่ซอยบ้านเดียวกับเราด้วย ฮ่าๆๆๆ โลกมันกลม จริงๆ

ถึงโรงแรม ก็แยกย้ายไปพักผ่อน
ทริปนี้มี 2 คู่ ค่ะ อีกคู่นึง เป็นคู่เพื่อนเหมือนกันด้วย
The mini R ตั้งอยู่บนถนนรัชดา
เค้าบอกว่า เค้าเป็น Very Small Hip Hotel
อันนี้เราต้องพิสูจน์ค่ะ ว่าจริงมั้ย






พอรถจอดเทียบหนาบันได้รถแรม ก็ต้องยอมรับว่า ถึงจะเล็ก แต่เก๋และแนวใช้ได้เลย
ที่นี่ มี ห้อง สามไซส์ S M L
เราได้พักห้อง ไซส์ L เป็นห้องใหญ่ที่สุดแล้ว
มีจอ LCD มี เครื่องเล่น DVD
(ต้องขอบคุณ นกโกะมาก ที่ไปยืมหนังผีมาเปิดดูตอนกลางคืนกัน T__T)
ห้องน้ำกว้างมากกกกกกกก...
เตียงนุ่มมากกกกกกก...
สบายจนรู้สึกว่า ไม่ต้องออกไปไหน ก็นอนอยู่ในนี้ได้ทั้งวัน ^^










เกลือกลิ้ง ลั่นล้ากันพักใหญ่
ก็ได้เวลาออกไปออกกำลังกายค่ะ
นั่นก็คือ....... โยน โบวลิ่ง...
เอาล่ะสิ.. ไม่ได้เล่นมาตั้งแต่เรียนจบมหาวิทยาลัย
จะรอดมั้ยเนี่ย..
เอาเป็นว่า สู้ๆๆ ลองดู
เล่นไปเล่นมา เออ..เนอะ.. ฝีมือไม่ได้น่าเกลียดเท่าไหร่
หลังๆเริ่มสนุก กับอีกสองทีมที่อยู่รอบข้าง
ได้เหงื่อพอตัวค่ะ











ตามแพลน พอได้เหงื่อ ทางโรงแรม ก็จัดบริการ Aromatherapy Body Massage
มานวดให้ถึงห้อง โอ้.. นี่แหละ ความสุขที่สุดของวันนี้
(จุดนี้คงไม่สามารถลงรูปใดๆให้ดูได้ เพราะน่ากลัวมากๆ -_-")

เอาเป็นว่า สบายตัว นอนเกลือกกลิ้งต่ออีกพักใหญ่
ก็ได้เวลา dinner แล้วค่ะ
ที่ The mini R มีร้านอาหารชื่อ Maxi resturant
ทาง KTC เตรียม เมนูไว้ รอเราด้วยค่ะ
เริ่มจาก จิบไวน์แดง โรงแรมเลือกเป็นไวน์ Gato NegroMerlot
ซึ่งเป็นไวน์ แบรนด์เก่าแก่ของ ชิลี
ขึ้นชื่อว่าไวน์จาก ชิลีแล้ว จะรอช้าทำไม อิอิ ^^



จิบไวน์จนแก้มแดงระเรื่อ
ก็ตามด้วย appetizer เป็นสลัดแซลมอนรมควัน น้ำสลัดอร่อยมากกกกกกกกก
ต่อด้วย main course
ของเราสั่งเป็น Plank steak silvia
เป็นเสต็กสันในวัว ราดซอสไข่แดง กินกับ มันฝรั่งอบบนถาดไม้

ส่วน นกโกะ สั่งเป็น Setto bello
พิซซ่า แบบหอมนุ่ม ใส่เห็ดและสันในหมู อบอวนไปด้วยชีส ราดด้วยซอสไข่แดง ^^

ตบท้ายด้วย ของหวาน ชื่อว่า Maxi's Mesco Lare
เป็นครีมใส่ไอศครีมและฟรุตสลัด














อิ่มขนาดนี้ พอขึ้นห้องหัวถึงหมอน ก็หลับสนิทค่ะ ^^
สายๆมีอาหารเช้าเสริ์ฟถึงห้อง
แล้วก็มีรถมาส่งเรากับนกโกะถึงป่าใหญ่

..อยู่กรุงเทพ ก็มีความสุขแบบนี้ได้ค่ะ...
ขอบคุณ KTC
ขอบคุณ The Mini R ค่ะ ^^




 

Create Date : 24 กุมภาพันธ์ 2553    
Last Update : 24 กุมภาพันธ์ 2553 12:20:33 น.
Counter : 646 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  

นก183
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




LoVe Is BLinD
ถนนมีไว้ให้เดินทาง แค่ระยะทางอย่าไปกลัว
Friends' blogs
[Add นก183's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.