2018-08-29 เที่ยวหมู่บ้าน Bawomataluo, ไปเยี่ยมแม่เพื่อน


เช้านี้ตื่นมาด้วยอาการงัวเงีย... ได้รับข้อความจากเพื่อนอีกสองคนในกลุ่มซึ่งเป็นผู้จัด ว่าตอนนี้เขาอยู่อีกโรงแรมหนึ่ง  ย้ายไปตั้งแต่เมื่อคืนเพราะรับไม่ได้ที่จะต้องนอนห้องสกปรก... อืม! ซึ้งน้ำใจ  แล้วให้เพื่อนอีกสามคนทนนอนที่โรงแรมเก่านี่นะ... ไม่อยากเรื่องมากเลยไม่ได้ต่อว่าอะไรและยังจะต้องเดินทางด้วยกันอีกทั้งอาทิตย์, แต่มันก็ยังติดอยู่ในใจอ่ะ.

อาบน้ำแต่งตัวแล้วมาทานอาหารเช้า  ระหว่างรออาหารก็ออกมาเดินเล่นชายหาด  ถ่ายภาพมุมเดิมกับที่ถ่ายเมื่อคืน  วิวสวยมากจริงๆ  เดินกลับมาร้านอาหารของโรงแรม นั่งรออีกประมาณสิบห้านาที อาหารถึงจะออกมาเสิร์ฟ... เป็นแพนเค้กกล้วย, อาหารอร่อยแต่ขอย้ำว่าช้ามากๆ

ทานอาหารเสร็จก็เช็คเอ้าท์  รถมารอรับพวกเราอยู่แล้ว... ขับรถมาโรงแรมแห่งใหม่ ใกล้กับที่เขาเล่นเซิร์ฟบอร์ด  วิวสวยเหมือนกัน แต่เวิ้งนี้เล่นน้ำไม่ได้เพราะมีหินโสโครก แม้จะเดินลุยน้ำออกไปตรงจุดที่เขาเล่นเซิร์ฟบอร์ด ยังต้องใส่รองเท้าเลย





วิวจุดเดียวกับที่ถ่ายเมื่อคืน, ในภาพจะเห็นคนเล่นเซิร์ฟบอร์ดกัน... แต่คลื่นจุดนี้ไม่ค่อยสูงมากนัก เหมาะกับการว่ายน้ำเล่นมากกว่า



ร้านอาหารของโรงแรม, มีคนนอกเข้ามาทานด้วย... คิดว่าเพราะอาหารเขาอร่อย  แต่ทานที่นี่ต้องมีความอดทนสูงเพราะช้ามากๆ



Banana pancake อาหารเช้ามื้อแรกบนเกาะนิแอส อร่อยมาก.


โรงแรมมีเซิร์ฟบอร์ดให้เช่าด้วย



แม่เพื่อนทำมาให้ทาน เขาเรียกว่า Ketupat มันเป็นข้าวเหนียวใส่กะทิ  รสชาติคล้ายๆ ข้าวหลามบ้านเรา  แต่มีกลิ่นใบปาล์มที่เขาใช้ห่อ



วิวจากหน้าหาดของโรงแรมแห่งใหม่ที่เราไปพัก  ที่เห็นคลื่นฟองขาวๆ ตรงกลางภาพ คือจุดที่นักเซิร์ฟบอร์ดเขาไปเซิร์ฟกัน... คลื่นไม่สูงมากนัก ประมาณสองสามเมตร  แต่มีคลื่นตลอด




หลังจากเก็บของเข้าห้องพักแห่งใหม่เสร็จ พวกเราก็ออกเดินทางไปเที่ยวหมู่บ้าน Bawomataluo หมู่บ้านแห่งนี้สร้างอยู่บนที่ราบบนยอดเขา  ชื่อหมู่บ้านแปลได้ว่า เนินเขาพระอาทิตย์.  ที่พวกเรามาเยี่ยมชมหมู่บ้านแห่งนี้เพราะทั้งหมู่บ้านมีการรักษาสภาพบ้านตามแบบโบราณไว้ได้ดีกว่าหมู่บ้านอื่นๆ บนเกาะนี้  พวกเราจ่ายค่าเข้าชมหมู่บ้านคนละ 5,000 รูเปียห์ หรือประมาณ 11 บาท  มีไกด์ซึ่งเป็นคนในหมู่บ้านพาเราเข้าชม

จากทางเข้า เดินเข้าไปประมาณ 300 เมตร ก็เจอฐานหินที่ใช้ในพิธีกรรมต่างๆ  อยู่หน้าบ้านหลังที่ใหญ่ที่สุดในหมู่บ้าน ซึ่งเป็นบ้านของหัวหน้าเผ่า ปัจจุบันลูกหลานของหัวหน้าเผ่า ก็ยังคงอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้  แต่อยู่ในส่วนหลัง (ข้อมูลส่วนนี้เราแปลมาจากวิกิพีเดีย ซึ่งข้อมูลใช้คำว่า Chief, แต่พออ่านไปเรื่อยๆ เขาใช้คำว่า king.... ดังนั้นข้อมูลที่เราเรียกว่า "หัวหน้าเผ่า" นี่ถ้าใช้คำผิดก็กราบขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย) ด้านหน้าเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชม  บ้านหลังนี้สันนิษฐานว่าสร้างเมื่อศตวรรษที่ 18  ภายในไม่ได้จัดแสดงอะไรมากนัก  มีชุดโต๊ะเก้าอี้, มีที่ขูดมะพร้าว, กลองยาวขนาดยักษ์ และไม้แกะสลักติดผนัง  เราปีนขึ้นไปตรงหน้าต่างหลังคา (ไม่รู้ว่าต้องเรียกอย่างไร) มันคือหลังคาที่สามารถดันเปิดขึ้นเพื่อรับลม  ตรงจุดที่เราปีนขึ้นไปนั้นสามารถเห็นวิวหมู่บ้านได้ทั้งหมดเลย.





วิวที่ถ่ายจากทางเข้าหมู่บ้าน Bawomataluo 



บ้านที่หลังคาสูงที่สุดนั่นคือบ้านหัวหน้าเผ่า, หน้าบ้านมีแผ่นหินขนาดใหญ่เพื่อใช้ประกอบพิธีกรรมต่างๆ  ชาวบ้านที่นี่ตากผ้ากันบนพื้นถนนเลยทีเดียว



ฐานหินตรงลานพิธีกรรม... เด็กผู้ชายในหมู่บ้านจะต้องฝึกฝนกระโดดสูง  เมื่อตอนเป็นหนุ่มจะต้องผ่านพิธีกระโดดหิน เพื่อก้าวสู่ความเป็นผู้ใหญ่... ฐานหินนี้สูงถึง 180 เซ็นติเมตรเลยทีเดียว.  พวกเราไม่ได้ชมสาธิตการกระโดดเพราะต้องจ่าย 400,000 รูเปียห์ (ซึ่งเท่ากับเบียร์ 1 ลังเลยทีเดียว...เก็บเงินไว้กินเบียร์อ่ะ)



ไกด์สาวน้อย พาเที่ยวชมหมู่บ้าน  ภาพนี้ถ่ายทางขึ้นบ้านหัวหน้าเผ่า


นี่คือฐานบ้าน  ใช้ไม้เข้าสลัก ไม่ใช้ตะปู... เสาไม้ต้นใหญ่มาก


ข้างในบ้าน ไม่ได้มีอะไรจัดแสดงมากนัก  ตรงกลางภาพเป็นกลองยาวขนาดยักษ์


ที่ขูดมะพร้าวที่เขาจัดแสดง


ตราสัญลักษณ์ของหัวหน้าเผ่า แกะสลักจากไม้ฝาหนัง


กระดูกคางหมู...ไม่ได้ถามไกด์ว่าเขาเอามาแขวนเพื่ออะไร... คิดเอาเองว่าเพื่อใช้ประดับบ้าน...


ไม้แกะสลักติดผนังบ้าน


โต๊ะเลียนแบบของเก่า เอามาจัดแสดง


ไม้แกะสลักติดผนัง เล่าเรื่องราวเมื่อครั้งชาวดัตช์เดินเรือเข้ามาที่เกาะนิแอส ในช่วงประมาณศตวรรษที่ 16


วิวถนนหน้าบ้านหัวหน้าเผ่า ถ่ายจากหน้าต่างหลังคา  ถ้าดูจากหลังคาบ้านหลังอื่นๆ ก็จะเห็นว่าเขาแง้มเปิดหลังคาแล้วใช้ไม้ค้ำไว้  จุดที่เรายืนถ่ายภาพก็เป็นแบบเดียวกัน.


อันนี้ภาพพาโนราม่า 




เดินชมจนพอใจ  และแดดก็แรงมากๆ เลยไม่ได้เดินทั่วทั้งหมู่บ้าน.  ให้ทิปไกด์สาวน้อย แล้วบอกลา.  จากนั้นขับรถเข้าเมือง Teluk Dalam เพื่อหาข้าวเที่ยงกินกัน  เจ้าถิ่นแนะนำร้านหมูย่าง  อร่อยดี  กินไปปัดแมลงวันไป...  กินเสร็จเพื่อนในกลุ่มต้องการซื้อหมวกเพราะลืมเอามา  พวกเราเลยไปช้อปปิ้งมอล... ไม่ได้ถ่ายหน้าร้านมาอ่ะ แต่ดูจากหน้าร้านแล้วเหมือนร้านขายของชำขนาดใหญ่  แต่ข้างในก็มีสินค้าแยกเป็นหมวดหมู่เป็นอย่างดี  เราเดินดูรอบร้าน  ได้เข็มขัดหนังแท้มา 1 เส้น ราคา 55,000 รูเปียห์ หรือ 125 บาท  ถูกมากๆ   

ขับรถไปหมู่บ้าน Hiliamaetaniha เพื่อเยี่ยมแม่ของเพื่อนชาวอินโดนีเซีย. รูปแบบของหมู่บ้านดูคล้ายๆ กับหมู่บ้าน Wawomataluo แต่มีขนาดเล็กกว่า บางบ้านก็ก่ออิฐแทนผนังไม้, ทุกบ้านมีจานดาวเทียมอันใหญ่ตั้งอยู่บนหลังคาหน้าบ้าน  บ้านแม่เพื่อนไม่ได้อยู่ในหมู่บ้าน แต่อยู่ตรงเนินทางขึ้น  แม่เพื่อนตัวเล็กมากคงสูงประมาณ 110 เซ็นติเมตร เห็นจะได้  เพื่อนพาชมรอบบ้าน  หลังบ้านเลี้ยงหมูด้วย.  ชมบ้านเสร็จมานั่งคุยกันที่ห้องโถง, สักพักเพื่อนบ้านต่างก็พากันมาชะโงกดูว่าเกิดอะไรขึ้น... มีเพื่อนบ้านสองสามคน ถึงกับเดินเข้ามานั่งคุยกับพวกเราอย่างเป็นกิจจะลักษณะ โดยมีเพื่อนชาวอินโดของพวกเราเป็นคนแปลให้




รถนักเรียนที่เมือง Teluk Dalam... อืม.... ถ้าไม่ไกลมากนี่เราขอเดินดีกว่านะ



รอยอารยะธรรม....


ห้างสรรพสินค้าในเมือง Teluk Dalam


บ้านแม่เพื่อน อยู่ทางซ้ายมือ หลังที่ 5.... ถนนนี่เดินขึ้นไปอีกสักพักก็จะกลายเป็นบันไดคอนกรีตเพื่อเข้าไปหมู่บ้าน Hiliamaetaniha


เด็กชาวนิแอส เล่นลื่นไถลตามขอบคอนกรีต... 


หมู่บ้าน Hiliamaetaniha ตั้งอยู่บนที่ราบเนินเขา  ยังมีเค้าลางของวัฒนธรรมดั้งเดิมอยู่  แต่เนื่องจากมีการผสมผสานวัฒนธรรมสมัยใหม่มากจนไม่ได้เป็นแหล่งท่องเที่ยว


เดินกลับลงไปบ้านแม่เพื่อน... สวนทางกับเด็กน้อยชาวนิแอสที่เล่นลื่นไถลตอนเราเดินขึ้นมา


ห้องครัวบ้านแม่เพื่อน


ชอบหลังคาบ้านที่นี่... สามารถเปิดเพื่อรับแสงและถ่ายเทอากาศได้



หมูของแม่เพื่อน...




สักพักพวกเราก็ต้องขอตัวกลับ  เพราะสงสารเพื่อนที่ต้องแปลให้พวกเราไม่หยุด  เพื่อนบ้านขี้สงสัยตั้งคำถามรัวๆ ตอบแทบไม่ทัน  ส่วนคนแปลก็คงเวียนหัวน่าดู...

รถขับมาส่งพวกเราที่โรงแรม  แล้วบอกลาสำหรับวันนี้.  เราเดินขึ้นห้อง  เปลี่ยนเป็นกางเกงขาสั้น เปลี่ยนรองเท้าแตะที่ซื้อมาใหม่คู่ละ 25,000 เปลี่ยนเคสกันน้ำให้มือถือของเรา  แล้วลงมาสมทบกับเพื่อนอีก 2 คน  ซึ่งเปิดเบียร์คนละขวดและยังมีน้ำใจเตรียมไว้ให้เราอีก 1 ขวด... พากันเดินลุยน้ำที่ลึกประมาณข้อเท้า  แต่มีหินระเกะระกะ  จุดหมายอยู่ลึกเข้าไปในทะเลประมาณหนึ่งกิโลกว่าๆ เพื่อจะไปดูเขาเล่นเซิร์ฟบอร์ดกัน....

เราหาโขดหินที่สูงกว่าน้ำทะเลเป็นที่ตั้ง เพื่อหามุมถ่ายรูป... ตอนที่ถ่ายรูปคิดถึงกล้อง Canon eos 60D ของเรามากๆ  รูปซูมจาก iPhone นี่ออกมาขี้เหร่สุดๆ  ไม่ซูมก็ไม่เห็นอะไรเลย... เราถ่ายตั้งหลายสิบภาพ แต่ไม่มีภาพที่ชอบเลย...  พวกเรายืนเตร็ดเตร่ให้คลื่นซัดขนหน้าแข้งเกือบหนึ่งชั่วโมงก็ถึงเวลาต้องเดินกลับ เพราะระดับน้ำเริ่มสูงขึ้น  กลัวว่า ถ้ามันสูงขึ้นมากกว่านี้ตอนเดินกลับจะทรงตัวไม่ได้....

กลับถึงโรงแรมก็ถึงเวลาอาหารเย็น  วันนี้จัดหนัก สั่งชุดใหญ่ มีปลาย่างตัวใหญ่ 3 อย่าง  ไม่รู้ว่าเป็นปลาอะไรบ้างแต่อร่อยทุกตัว, gado gado เป็นสลัดอินโดนีเซีย, Mie sop เหมือนจะเป็นต้มมาม่าเลยอ่ะ... และที่สำคัญเบียร์ 3 คน 5 ขวด... อาหารเหลือเยอะมาก  น่าเสียดาย. แต่เบียร์ไม่เหลือ...




รองเท้าใหม่ 25,000 ไม่รวยจริงนี่ซื้อไม่ได้นะ 5555 ที่จริงรูปนี้จะโชว์ก้อนหิน และระดับน้ำที่เราเดินลุยไปตรงจุดที่มีคนเล่นเซิร์ฟบอร์ด.


จุดที่เพื่อนเรายืนอยู่ น้ำจะอยู่ในระดับข้อเท้า แต่ตรงนั้นมีโขดหินเหนือน้ำขึ้นมานิดหน่อย... แต่พอเลยไปอีกไม่กี่เมตร หลังคลื่นทางด้านขวามือ ระดับน้ำลึกพอที่จะสามารถเล่นเซิร์ฟบอร์ดได้...


พอคลื่นซัดมาถึงจุดที่เรายืนอยู่แรงคลื่นก็จะกระทบกับโขดหินลดระดับความแรงของน้ำลงไปเยอะมาก  แต่เราก็ยังต้องพยายามทรงตัวไม่ให้ล้ม  เพราะถ้าล้มนี่มีเจ็บ เพราะก้อนหินที่นี่คม


อยากได้เลนส์ซูม ณ นาทีนั้น มากๆ มากๆ  เรายืนรอจนมีช๊อทสวยๆ ตั้งหลายครั้ง  แต่ไม่สามารถ! 



ถ่ายพาโนราม่าออกมาก็ไม่สวย... ต้องรบกวนเพื่อนๆ ไปเที่ยวเกาะนิแอสให้เห็นกับตาตัวเอง  มันสวยมากๆ นักท่องเที่ยวก็ไม่เยอะ  รูปถ่ายนี่เก็บความงามมาไม่ได้เลย.



หนึ่งในปลาที่สั่งมา 3 ชนิด... อร่อยเพราะมันสดมากๆ



Gado gado สลัดสไตล์อินโดนีเซีย



Mie Sop (Mie=noodles, Sop=soup) ส่วนตัวเราจะเรียกว่ามาม่าต้ม, ไม่รู้ใครสั่งมา...ปรึกษากันมั่งไหมเนี๊ยะ!




พอทานอาหารเย็นเสร็จ เพื่อนๆ ก็นั่งคุยกัน  ส่วนเราขอตัวเข้าไปอาบน้ำนอน เพราะเพลียแดด  แถมเบียร์อีกสองขวดกว่าๆ.... Selamat Malam!



Create Date : 11 กันยายน 2561
Last Update : 11 กันยายน 2561 15:59:59 น.
Counter : 474 Pageviews.

0 comment
2018-08-27, 28 เชียงใหม่-กรุงเทพฯ-เมดาน-เกาะนิแอส


ทริปนี้ ตอนขอติดตามไปกับกลุ่มเพื่อนไม่ได้เห็นแผนการท่องเที่ยว พอได้ยินเขาว่าจะไปกันก็ขอไปด้วยโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง... พอเพื่อนส่งแผนการเที่ยวมาปุ๊ป แทบหงายหลัง เพราะเกือบทั้งทริปคือการเดินทาง เดินทาง เดินทาง.... รถไฟ เครื่องบิน รถ เรือเฟอร์รี่ และเรือเล็ก.... ขี้เกียจแบบเราจะไหวไหมเนี๊ยะ 5555 ขอเขาไปแล้วยังจะบ่นอีกน่อ....

เนื่องจากทริปนี้เป็นทริปสั้นๆ รวมทั้งหมด 9 วัน... เราไม่ได้เอาอะไรไปมาก จึงมีกระเป๋าเป้ใบเดียว  เสื้อผ้าก็เตรียมไป 9 ชุด รวมทั้งที่ใส่วันไปด้วย  สิ่งที่สำคัญที่สุดของทริปนี้ที่เราเอาไปและรู้สึกถึงประโยชน์อันมากมายก่ายกองของมัน ก็คือ "ผ้าขาวม้า" ไปเที่ยวเกือบทุกทริปก็เตรียมไปเผื่ออยู่แล้ว แต่ไม่ค่อยได้ใช้  แต่ทริปนี้สุดยอดมากๆ ได้ใช้ตลอดเลย ตั้งแต่คลุมไหล่ตอนขึ้นรถไฟและขึ้นเครื่อง ไม่ถึงกับอุ่นเท่าผ้าหม่ แต่ก็ช่วยได้เยอะ, คลุมหัวกันแดด แบบว่าแดดที่โน่นแรงมากๆ, เอาไว้ส่องมือถือกลางแจ้ง, ใช้เป็นผ้าเช็ดตัว... โรงแรมแรก ผ้าเช็ดตัวเขาเหม็นมาก เราก็ได้ผ้าขาวม้าของเรานี่แหล่ะเอาเช็ดตัว, ใช้ปัดยุง ดีนักแล... สาระพัดประโยชน์แบบนี้ ขอแนะนำเลย...ไม่รู้ว่าเด็กรุ่นใหม่จะมีสักกี่คนที่เคยใช้ผ้าขาวม้า.

นอกเรื่องไปเยอะแระเริ่มเลยดีกว่า...  ออกจากบ้านแวะทานมื้อเที่ยงที่ร้าน ฮินเล อยู่แถวหน้าวัดเกตุ, ไปกี่ครั้งก็อร่อยเหมือนเดิม... ทานเสร็จก็เดินทางไปสถานีรถไฟตอนบ่าย 3  รถไฟออกตอนบ่ายสามครึ่ง ตรงเวลาเป๊ะ! พนักงานบนรถบริการดี และสุภาพมากๆ  เราจองตั๋วตู้นอนพัดลม, แต่หน้าต่างทั้งตู้ปิดหมดและเขาเปิดเครื่องปรับอากาศ... จ่ายราคาพัดลมแต่ได้นอนตู้แอร์, เราไม่บ่นสักคำ อิ..อิ..  แต่เพื่อนๆ บ่นปอดๆแปดๆ เพราะพวกเขาไม่ชอบแอร์กัน?!?!?!  พนักงานรถไฟมารับออเดอร์อาหารเย็น เราสั่งชุดข้าวผัดกุ้ง 150 บาท... ประมาณ 2 ทุ่มเราก็เดินไปตู้เสบียง นั่งรอสักครู่อาหารก็เสิร์ฟ, โอ้แม่เจ้า ส่วนนี้ขอรบกวนการรถไฟให้ปรับปรุง เพราะอาหารนี่ไม่สมราคา เราทานได้แค่สองคำ...ลดน้ำหนักดีกว่า!  กลับมาที่นั่งของเรา, เจ้าหน้าที่ปูเตียงให้เสร็จแล้ว... ไปล้างหน้าแปรงฟัน แล้วเข้านอน  






ร้านอาหารฮินเล อยู่แถวหน้าวัดเกตุ.... อาหารอร่อยมากๆ เราทานร้านนี้มานานเกิน 10 ปีแล้ว รสชาติอร่อยเหมือนเดิม, ไม่เคยเปลี่ยน



คือว่า...ทุกครั้งที่มาร้านนี้ต้องจานนี้เลย, ฮินเลเนื้อ... เราสั่งเป็นชุด มาพร้อมกับ ซาโมซ่า, ข้าวเหลือง และสามารถเลือกโรตีหรือนาน ก็ได้  วันนั้นสั่งนานกระเทียม แต่ได้โรตีมา, ไม่เป็นไร อร่อยเหมือนกัน!



สถานีรถไฟเชียงใหม่... สถานีเหนือสุดในประเทศ  อยากให้มีรถไฟต่อไปเชียงรายอ่ะ, วิวคงสวยน่าดู


นั่งรถไฟนี่เป็นอะไรที่ชอบมาก... เมื่อปี 2012 เรานั่งรถไฟจากเชียงใหม่-กรุงเทพฯ-บัตเตอร์เวอร์ด (ปีนัง)-สิงคโปร์... ชิลมากๆ


นี่คืออาหารเย็นที่ทำให้เราลดน้ำหนัก... กินได้แค่ 2 คำหยุดเลย...555




รถไฟมาถึงสถานีดอนเมืองตอนตีสี่ครึ่ง...ตรงเวลามากๆ  แม้จะงัวเงียก็รีบลุกมาล้างหน้าแปรงฟันตั้งแต่ตีสามครึ่งแล้ว  เพราะเพื่อนมันมาปลุก...มันใช่เวลาตื่นไหมเนี๊ยะ!... นี่คือข้อเสียของการท่องเที่ยว  เวลานอนเวลาตื่นนี่เอาแน่นอนไม่ได้!

เดินข้ามจากสถานีรถไฟดอนเมืองมา ท่าอากาศยานดอนเมือง แล้วไปเคาน์เตอร์แอร์เอเชีย  พอได้ตั๋วเครื่องบินก็ผ่านด่าน ตม. แล้วเข้าไปนั่งรอเครื่อง  ออกตอน 8:15 ใช้เวลาบิน 2 ชั่วโมง ถึงเมดาน (Medan)  ด่านตรวจคนเข้าเมืองที่เมดานนี่โล่งมากๆ เจ้าหน้าที่แค่ถามว่าเราจะอยู่กี่วัน แล้วก็ประทับตราเข้าเมืองให้ 30 วัน เง้อ...เค้าอยู่แค่ 9 วัน, มัยให้ตั้ง 30 วันอ่ะ 55555

แล้วพวกเราก็รีบไปแลกเงิน, ธนาคารแรกไม่รับเงินบาทของเรา เขาว่าเป็นซีรีย์เก่า, เขารับแต่ซีรีย์ใหม่... ใครเดินทางไปต่างประเทศก็ต้องศึกษาให้ดี  ถ้าจะให้ดีใช้ ATM ดีที่สุด, เราเอาบัตร ATM ไทยพาณิชย์ไป แต่บัตรเราเป็นรุ่นเก่าใช้กดไม่ได้อีก...อุ๊ย ซวยละ...ยังไงดีเนี๊ยะ... เพื่อนชาวอินโดพาไปเคาน์เตอร์แลกเงิน, แม้เรทที่ได้จะไม่ค่อยดี แต่ก็ไม่ได้แย่เท่าไหร่นัก  เราแลกเงิน 5,000 บาท ได้ 2,105,000 รูเปียห์  คิดว่าคงพอสำหรับ 9 วัน  เพราะค่าโรงแรมที่ทะเลสาบโทบา ก็จ่ายล่วงหน้าไปแล้ว  นี่เป็นค่าโรงแรม 2 วันแรก ค่ารถ ค่าเรือ และค่าอาหาร ซึ่งเพื่อนคำนวณมาคร่าวๆ ทุกอย่างหาร 5 คนก็ตกคนละไม่กี่บาท

แลกเงินเสร็จก็ไปซื้อซิมการ์ด 100,000 รูเปียห์ 6 กิ๊กกะไบท์ ใช้ได้ 1 เดือน.  แล้วเพื่อนชาวอินโดก็พาออกนอกอาคารสนามบินไปซื้ออาหารใส่กล่อง กลับมากินข้าวข้างนอกอาคารสนามบิน ซึ่งมีที่นั่งพักของคนขับรถแท็กซี่, มากับคนท้องถิ่นก็จะดีตรงทุกอย่างจะออกแนวประหยัด.  ทานเสร็จก็กลับเข้าไปในอาคารสนามบิน แล้วไปเค้าน์เตอร์ Garuda Air ได้ตั๋วแล้วก็ผ่านด่านตรวจ เข้าไปรอสักพัก เจ้าหน้าที่ก็เรียกไปขึ้นรถตู้แล้วขับไปส่งที่เครื่องบิน.  เที่ยวนี้เป็นเครื่องบินเล็กขนาด 4 ที่นั่งต่อแถว  เครื่องออกตอน บ่ายโมงสิบห้า ใช้เวลาบิน 1 ชั่วโมง






สถานีรถไฟดอนเมืองตอนตี 4 กว่าๆ



ถนนวิภาวดีรังสิต ตอน ตี 4:51 นาที



เครื่องบินคันนี้แหล่ะ ที่พาเราไปอินโดนีเซีย



เหนือเมฆ บนน่านฟ้าไทย.... ปกตินั่งเครื่องจะชอบนั่งตรงฝั่งทางเดินเพราะเป็นคนปวดฉี่ง่าย, แต่เที่ยวบินนี้แค่ 2 ชั่วโมง ดีใจที่ได้นั่งติดหน้าต่าง... วิวเมฆนี่สวยมากๆ




ถึงสนามบิน Kualanamu International Airport เมือง Medan แล้ว



เพื่อนชาวอินโดนีเซีย พาออกมาซื้อข้าวนอกสนามบิน ที่ซื้อใส่กล่องเพราะ ถ้านั่งกินในร้าน จะโดนรมควัน.  คนที่นี่สูบบุหรี่ได้ทุกที่ทุกเวลา...โดยเฉพาะเวลาที่กินข้าวเสร็จแล้ว ก็จะพ่นควันกันบนโต๊ะนั่นเลยทีเดียว



อาหารหน้าตาไม่น่าทาน, แต่ขอบอกว่าอร่อยน่าดูเลยทีเดียว



เดินทางต่อจาก Medan ไปเกาะ Nias ใช้เวลา 1 ชั่วโมง... เครื่องบินเล็ก แถวละ 4 ที่นั่ง



บินผ่าน Lake Toba... อีก 3 วันเราจะได้กลับมาที่ทะเลสาบแห่งนี้... 





เครื่องลงจอดที่สนามบิน Binaka เมือง  GunungSitoli, เกาะ Nias ตอนบ่ายสองสิบห้า... แต่ต้องรออยู่บนเครื่องครึ่งชั่วโมงเพราะฝนตกหนัก, ตอนเขาให้ลงเครื่องฝนยังตกปรอยๆ เจ้าหน้าที่เอาร่มให้ผู้โดยสารเพื่อใช้กันฝนตอนเดินไปอาคารสนามบิน.  ญาติของเพื่อนชาวอินโดนีเซียมีอาชีพขับรถแท็กซี่ซึ่งเราก็ใช้บริการของเขาจ้างเหมา 3 วัน (วันนี้น้อยกว่าครึ่งวันก็ตีให้เขาไป 1 วัน)  คนขับไม่ค่อยคุยกับพวกเราเพราะพูดภาษาอังกฤษไม่ได้... แต่เราก็รู้สึกถึงความใจดีเพราะเขาพยายามบริการพวกเราเป็นอย่างดี

จากสนามบินไป Telukdalam เมืองที่ใกล้สุดของบ้านเพื่อนชาวอินโด ระยะทางประมาณ 95 กิโลเมตร แล้วยังต้องขับต่อไปอีก 12 กิโลเมตร ถึงจะถึงโรงแรมที่อยู่ใกล้บ้านเพื่อน  ระหว่างทางจอดยืดเส้นยืดสาย  เพื่อนชาวอินโดและญาติคนขับรถของเขาทานข้าวกัน  ส่วนพวกเราดื่มเบียร์...รสชาดจืดกว่าเบียร์ไทยเยอะเลย แต่ก็พอถูไถ...  

ขับรถต่อไปจนถึงเมือง Telukdalam แวะซื้อเบียร์หนึ่งลังและของใช้ร้านเมียของคนขับรถเพื่อเป็นการอุดหนุน  เราแชร์ค่าเบียร์คนละครึ่งกับเพื่อนในกลุ่ม  ค่าเบียร์ครึ่งลัง 200,000 อืม.... เริ่มเห็นเค้าลางว่าจะต้องแลกเงินเพิ่มซะละ....  

ขับรถต่ออีกสิบกว่ากิโล ก็ถึงโรงแรม... สั่งอาหารจากโรงแรมมาทานทั้งๆ ที่ยังไม่ได้เช็คอิน  พอทานอาหารเสร็จก็เช็คอิน  ห้องไม่ค่อยสะอาด  แต่ห้องน้ำนี่สกปรกเอามากๆ ดีที่ซื้อรองเท้าแตะร้านญาติเพื่อน  เราบ่นเล็กน้อยกับเพื่อนที่สนิทที่สุดที่ไปด้วยกัน  แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อเพราะเราขอติดมาเที่ยวนิ... ห้องที่พักแชร์กัน 3 คน  เพื่อนเราแย่งเตียงเดี่ยวไป  เราแชร์เตียงกับเพื่อนใหม่ที่เพิ่งเคยเจอ...อุ๊ แม่เจ้า...กรนเหมือนพลุวันลอยกระทง, ดีที่พกที่อุดหูมา  และถือว่าโชคดีที่ดื่มเบียร์ไปสามขวด.  สองวันแห่งการเดินทาง....หลับไปด้วยความเพลีย...





เครื่องลงจอดที่ Binaka Airport.  เมือง Gunungsitoli, เกาะ Nias



รถญาติของเพื่อนที่จะคอยบริการพวกเราในระหว่างเที่ยวที่เกาะนิแอส  ที่นี่ขับรถฝั่งซ้ายเหมือนที่เมืองไทย.



ถนนที่นี่ค่อนข้างแคบ  ทั้งคน สัตว์ สิ่งของ ก้อนหิน ต่างก็มาเดินพาเหรดกันบนถนน คนขับรถที่นี่มั่นใจสูงมาก  และการบีบแตรที่นี่เป็นเรื่องปกติ, แม้จะไม่มากเท่าที่อินเดียก็ตาม.



เบียร์ขวดแรกของทริป, เราเก็บฝาขวดมาเป็นของที่ระลึกด้วย  เดี๋ยวจะติดแม่เหล็กแล้วเอาไปแป๊ะที่ตู้เย็น.



วงเวียนที่เมือง Telukdalam, เล็กกว่าห้าแยกสันติธรรมเยอะเลย 55555



มันก็จะหลอนโหน่ยๆ  เขาฝั่งศพไว้หน้าบ้านกันอ่ะ.



คนบนเกาะนี้นับถือศาสนาคริสนิกายโปรแตสแตนส์ถึง 85% อีก 7% เป็นแคธอลิค  ทั้งนี้เนื่องจากการเป็นเมืองขึ้นของชาวดัตช์เมื่อศตวรรษที่ 16



อีก 7% ของประชาชนบนเกาะนิแอสเป็นชาวอิสลาม, ทั้งโบสถ์ชาวคริสและมัสยิดชาวอิสลามตั้งอยู่ใกล้กันอย่างสันติสุข!



แวะร้านญาติเพื่อน  อุดหนุนเบียร์ 1 ลัง และของใช้ส่วนตัวเล็กๆ น้อยๆ



นี่คือของใช้ส่วนตัวที่ซื้อจากร้านญาติเพื่อน... รองเท้าแตะสีดำ, สบู่, แชมพู และยาทากันยุง  ตอนซื้อนี่แค่อยากอุดหนุน, ไม่ได้คิดว่าจะได้ใช้จริงๆ  ที่โรงแรมคืนแรกไม่มีอะไรให้เลย, โชคดีมากๆ ที่ซื้อมา.



พระอาทิตย์ตกดินที่เกาะนิแอส... ยังอยู่บนรถอยู่เลย, เพลียมากๆ



เย้...ถึงโรงแรมก็วางกระเป๋าที่ห้องอาหารของโรงแรมแล้ววิ่งมาถ่ายภาพ, พระอาทิตย์ตกดินไปแล้ว แต่วิวก็ยังสวยอยู่ดี... เสียดายกล้องจาก iPhone 6s Plus ถ่ายรูปมืดๆ ออกมาไม่สวย, ต้องเก็บเงินซื้อมือถือใหม่อีกแล้วไหมเนี๊ยะ...



อาหารเย็นมื้อแรกปลาทอดพริก อร่อยมาก (เพราะหิวหรือเปล่า?) แม่ครัวทำอาหารช้ามากๆ



Mie Goreng อันนี้ หมี่โกเลง... อาหารขึ้นชื่อไปที่ไหนก็เจอ...คงอารมณ์คล้ายผัดไท, ใครมาเมืองไทยก็กินผัดไท อะไรทำนองนั้น.

จบการเดินทางขาไปอย่างอ่อนเพลีย...  



Create Date : 10 กันยายน 2561
Last Update : 11 กันยายน 2561 13:57:07 น.
Counter : 439 Pageviews.

0 comment
2018-08-14 ไปเที่ยวสุมาตราเหนือกัน





เกาะสุมาตรา (Sumatra) เป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 6 ของโลกและเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดของประเทศอินโดนีเซีย.  แบ่งออกเป็น 10 จังหวัด.... ทริปนี้เราจะไปจังหวัดสุมาตราเหนือ (North Sumatra)

สุมาตราเหนือมีเมืองหลวงชื่อ เมดาน (Medan) มีประชากรประมาณ 13.5 ล้านคน (ข้อมูลปี 2014๗ สถานที่ท่องเที่ยวมีมากมายเพราะมีพื้นที่กว้างใหญ่ และยังมีภูเขาไฟที่ยังไม่ดับอีกด้วย... ที่จริงเราอยากปีนขึ้นไปชมความงามของปากปล่องภูเขาไฟ Sibayak เพราะเข้าไปอ่าน Road trip สุมาตราเหนือ ของ Go travel น้ำฟ้าป่าเขา  เป็นแรงบันดาลใจอย่างแรง, แต่ทริปนี้ตามกลุ่มเพื่อนมาเลยต้องไปตามโปรแกรมที่เพื่อนเขาจัดไว้แล้ว  เอาไว้มีโอกาสจะแอบไปเที่ยวเองและจะไปปีนปากปล่องภูเขาไฟให้ได้.

เล่าเกริ่นนำปูพื้นมาพอสมควร, เลยอยากเล่าที่มาของทริปนี้ให้ฟัง... พอดีเพื่อนมีแฟนเป็นชาวอินโดนีเซียอยู่เกาะนิแอส (Pulau Nias) เขาชวนเพื่อนเขาอีกสองคนไป... เขาไม่ได้ชวนเราแต่เราก็ขอเป็นติ่งตามไปด้วยความหน้าแข็งแรง... โชคดีขนาดไหนที่ไปเที่ยวโดยมีคนในพื้นที่นำเที่ยว.  หลังจากเขาตกลงรับเราเข้ากลุ่มไปด้วย  ก็จองตั๋วรถไฟเชียงใหม่กรุงเทพฯม ตั๋วเครื่องบินจากดอนเมืองไปเมดาน, ตั๋วเครื่องบินจากเมดานไปกุนุงสิโตลี (Gunung Sitoli)-เกาะนิแอส, ตั๋วเครื่องบินจากเมดานกลับมาดอนเมือง และสุดท้ายตั๋วเครื่องบินจากดอนเมืองกลับมาเชียงใหม่.... กระเป๋าตังค์เบาขึ้นในฉับพลัน....

ทริปนี้ไม่ต้องเตรียมการอะไรมาก, วีซ่าก็ไม่ต้องขอเพราะคนไทยเข้าอินโดนีเซียได้ 30 วันโดยไม่ต้องขอวีซ่า.  แต่พาสปอร์ตต้องเหลือมากกว่า 60 วันก่อนที่จะหมดอายุ, ไม่เช่นนั้นจะซื้อตั๋วเครื่องบินไม่ได้ อันนี้ประสบการณ์ตรง.  แม้จะรู้ว่ามีคนพื้นที่พาเที่ยว แต่ด้วยนิสัยสอดรู้ เราเลยศึกษาข้อมูลคร่าวๆ ก่อนไป.  เราจะเดินทางวันที่ 27 สิงหาคม, ตอนนี้ก็เหลือไม่ถึงสองอาทิตย์แล้ว.  ตื่นเต้นและกลัวนิดหน่อย  เพราะเดือนก่อนมีข่าวเรือล่ม (ตรงที่เราจะไปด้วยอ่ะ), อาทิตย์ก่อนก็มีข่าวแผ่นดินไหว.  ป้าของคนที่จะนำทางก็เสียอาทิตย์ก่อนเพราะแผ่นดินไหวครั้งนั้นนั่นเอง....   อืม...อ่ะนะ... ก็จองตั๋วอะไไว้หมดแล้ว  คืนตั๋วก็ไม่ได้,  ยังไงก็ต้องไป... ลุย... ไหวไหมเนี๊ยะ...

เขียนไว้เมื่อ 14/8/2018

ตอนที่เขียนเตรียมตัวไว้ว่าจะเขียนบล๊อกผ่านกระทู้พันทิพย์  เพราะเอาแต่มือถือไป, เขียนบล๊อกแก๊งค์ในมือถือไม่ได้เพราะไม่มีแอป... พอเอาเข้าจริงๆ ตอนไปเที่ยว เพลินมากๆ เลยไม่ได้เขียนบล๊อก เลยเอากลับมาเขียนที่บ้านตอนกลับมาแล้วอ่ะ...



Create Date : 09 กันยายน 2561
Last Update : 9 กันยายน 2561 20:28:23 น.
Counter : 256 Pageviews.

0 comment
1  2  

annopwichai
Location :
เชียงใหม่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 88 คน [?]



ชีวิตอิสระ, ชอบความเรียบง่าย, เป็นโรคภูมิแพ้ IT
New Comments
MY VIP Friend