ดั้นด้นค้นหาคุณธรรม

จุดยืน





คนที่จะประสบความสำเร็จต้องมีจุดยืน คนจะมีความสุขก็ต้องมีจุดยืนเช่นกันฐานของจุดยืนเรื่องความสุขมีอยู่ 3 ฐาน
1.เกิดมาเพื่อมุ่งหน้าหาความสุขตะพึด - ตะพือ
2.เดินทางสายกลางไม่สุดโต่งไม่กล้าเกินควร สุขก็ต้องหา - ทุกข์ก็ต้องระวัง
3.ไม่ให้จิตใจเป็นทุกข์ - สุขไม่เอา ระวังแต่ทุกข์ไม่วิ่งหาหาความสุขแต่เฝ้าระวังทุกข์ใครชอบทางไหน - ข้อไหนก็เลือกเอาแต่สำหรับอาตมา
(พระพยอม)คิดว่าชาตินี้จะไม่วิ่งหา ความสุข สุขไม่ด้ก็ช่างหัวมันใครจะสวย - ใครจะรวยแค่ไหนใครจะสนุกสนานแบบไหนมาชวนไปเล่นสนกกับเขาอาตมาไม่ไปชาติน้จ ะบวชรับใช้พระพุทธเจ้า รับใช้พระศาสนาจะเอาเหงื่อบูชาพระศาสนาไม่ยอมเสียเหงื่อเพื่อรับใช้กิเลส ตัณหาดดยเด็ดขาดใครมันจะสวยแค่ไหนชวนไปเสียเหงื่อกับมันไม่ไปเด็ดขาดชีวิตจะ ปลอดภัยเพราะวางอยู่บนรากฐานที่ปลอดภัย
คิดเป็นเห็นสุข
อาตมาขอฟันธงเลยว่าไอ้ความสุขนั้นมันอาจจะนำพาไปสู่ความและความหายนะไอ้ความสุขนี่มันเป็นตัวที่ทำให้เราต้อง
เพิ่มภาระต้นทุนชีวิตให้สูงขึ้นทำให้เศรษฐกิจแย่ ทำให้สังคมเสื่อมทราม ทำให้ใจมนุษย์ต่ำลงจ้องเอาเปรียบเบียดเบียนแสวงหาประโยชน์ใส่ตัวคน
ที่ วิ่งไล่งับความสุข โดยไม่ระวังทุกข์ก็จะพบกับความหายนะถ้าต้องการความสุขต้องระวังทุกข์อย่าให้ มันได้เข้ามาในชีวิต
คัดลอก(พิมพ์สด)จากหนังสือวาทะ(พระ พยอม)วัดสวนแก้ว จังหวัดนนทบุรี




 
IMG-07702399




 

Create Date : 22 พฤษภาคม 2553   
Last Update : 27 เมษายน 2564 21:20:07 น.   
Counter : 879 Pageviews.  

ข้อคิดจากกำไลมือ



 
พระเจ้ากรุงพาราณสีพระองค์หนึ่ง เสด็จเข้าที่บรรทมในกลางวันในคิมหสมัยและในพระราชสำนักของพระองค์นาง วรรณทาสีกำลังบดจันทร์เหลืองอยู่ในแขนข้างหนึ่งของนางมีกำไลทองหนึ่งวงในแขน อีกข้างหนึ่งมีกำไลทองสองวงกระทบกันกำไลทองหนึ่งวงนอกนี้ไม่กระทบพระ ราชาทรงเห็นเหตุนั้นแล้วจึงทรงแลดูนางทาสีบ่อย ๆ พลางทรงพระราช ดำริว่า ในการอยู่เป็นหมู่ย่อมมีการกระทบกันในการอยู่คนเดียวย่อมไม่มีการกระทบ เหมือนอย่างนั้นแล โดยสมัยนั้นพระเทวีผู้ทรงประดับประดาด้วยเครื่อง อลังการพร้อมสรรพ์ ประทับยืนถวายงานพัดอยู่ พระนางทรงดำริว่าพระราชาชะรอยจะมีพระหทัยปฏิพัทธ์ในนางวรรณทาสี ทรงให้นางทาสีนั้นลุกออกไป ทรงปรารภเพื่อจะทรงบดด้วยพระองค์เองในพระพาหาทั้งสองข้างของพระนางมีกำไลทองหลายวงกระทบกันเกิดเสียงดังมาก พระราชาทรงเอือมระอายิ่งขึ้น ทั้งที่บรรทมด้วยปรัศว์เบื้องขวา ทรงปรารภวิปัสสนาได้ทำให้แจ้งซึ่งพระปัจเจกโพธิญาณพระเทวีทรงถือจันทน์ เสด็จเข้าเฝ้าพระราชาพระองค์นั้นซึ่งบรรทมเป็นสุข ด้วยความสุขอันยอดเยี่ยม ทูลว่ามหาราชหม่อมฉันจะไล้ทา พระราชตรัสว่า ออกไป อย่าไล้ทา พระนางทูลว่าอะไร มหาราช ! พระราชาตรัสว่า เราไม่ใช่ราชา อำมาตย์ทั้งหลายฟังการสนทนานั้นของพระราชาและพระเทวีนั้น อย่างนั้นแล้วจึงเข้าไปเฝ้า พระราชาผู้อันอำมาตย์เหล่านั้นทูลเรียกด้วยวาทะว่า มหาราช จึงตรัสว่า นายเราไม่ใช่ราชาบทที่เหลือเป็นเช่นกับ คำที่กล่าวแล้ว ในคาถาต้นนั้นแล ส่วนคาถาวัณณนามี ดังนี้ว่า บุคคล แลดู กำไลทองสองอันงามผุดผ่องที่บุตรแห่งนายช่างทองให้สำเร็จด้วยดีแล้ว กระทบกันอยู่ในข้อมือ พึงเที่ยวไปผู้เดียว เหมือนนอแรดฉะนั้นดังนี้ ในบทเหล่านั้นบทว่า ทิสฺวาได้แก่แลดูแล้ว บทว่า สุวณฺณสฺส ได้แก่ ทองคำบาลีที่เหลือว่า วลฺยานิ เป็นคำที่นำมาเพิ่มเข้า เพราะอรรถของคำ ที่เหลือมีเนื้อความอย่างนี้เหมือนกันบทว่า ปภสฺสรานิ ได้แก่ อันแพรวพราวเป็นปกติอธิบายว่า มีแสงรุ่งเรืองบทที่เหลือเป็นบทมีอรรถตื้น ทั้งนั้นส่วนโยชนาดังนี้ ว่า เราแลดูกำไรทองกระทบกันอยู่ในข้อมือ จึงคิดว่าเมื่อมีการอยู่เป็นหมู่ ย่อมมีการกระทบกันเมื่อมีการอยู่คนเดียว หากระทบกันไม่จึงปรารภวิปัสสนา ได้บรรลุแล้วบทที่เหลือมีนัยดังกล่าวแล้วนั่นแล
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต เล่ม ๑ ภาค ๕ - หน้าที่ 19
ชื่อว่า วินัย มี ๒ อย่าง ใน ๒ อย่างนี้
อย่าง หนึ่ง ๆ แบ่งเป็น ๕ อย่าง ใน ๕ อย่างนั้น วินัยนี้ ท่านเรียกว่า วิเนติ ก็ด้วย
วิธี ๘ อย่างด้วยว่า วินัยนี้มี ๒ อย่าง คือ
สังวร วินัย ๑
อสังวรวินัย ๑
ก็ในวินัย ๒ อย่างนี้ วินัยหนึ่ง ๆ แบ่งเป็น ๕ อย่าง ก็แม้สังวรวินัยนี้ก็มี ๕ อย่าง คือ

๑.ศีลสังวร
๒.สติสังวร
๓.ญาณสังวร
๔.ขันติ สังวร
๕.วิริยสังวร
แม้ปหานวินัยก็มี ๕ อย่าง คือ
๑.ตทังคปหาน
๒.วิกขัมภนปหาน
๓.สมุจเฉทปหาน
๔.ปฏิปัสสัทธิปหาน
๕.นิสสรณปหาน.
ในสังวรวินัยทั้ง ๕ อย่างนั้นความสำรวมซึ่งมาแล้วในคำทั้งหลายเป็นต้นว่า ภิกษุ
เป็นผู้เข้าถึง เป็นผู้เข้าถึงพร้อมแล้วด้วยปาฏิโมกขสังวรนี้ชื่อว่า ศีลสังวร
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต เล่ม ๑ ภาค ๕ - หน้าที่ 20
ความสำรวมซึ่งมาแล้ว ในคำทั้งหลายเป็นต้นว่า ภิกษุย่อมรักษาจักขุนทรีย์ ย่อมถึงความสำรวมในจักขุนทรีย์ ชื่อว่า สติสังวรความ สำรวมซึ่งมาแล้ว ในคำทั้งหลายเป็นต้นว่าพระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสว่า ดูก่อน อชิตะ กระแส (กิเลส) เหล่าใดมีอยู่ในโลกสติเป็นเครื่องกั้นกระแสเหล่า นั้น เราเรียกเครื่องกั้นกระแสทั้งหลายว่า สังวร กระแสเหล่านั้น อันบุคคลย่อมกั้นเสียได้ด้วยปัญญาดังนี้
ชื่อ ว่าญาณสังวรความสำรวมซึ่งมาแล้ว ในคำทั้งหลายเป็นต้นว่าภิกษุย่อมอดทนต่อความหนาวต่อความร้อนดังนี้ชื่อว่า ขันติสังวรความสำรวมซึ่งมา
แล้วในคำทั้งหลายเป็นต้นว่า ภิกษุย่อมยับยั้ง คือว่าย่อมละ ย่อมบรรเทากามวิตกที่บังเกิดขึ้นแล้วดังนี้ พึงทราบว่า วิริยสังวรก็ความสำรวมนี้แม้ทั้ง
หมดท่านเรียกว่าสังวรก็เพราะสำรวมระวัง กายทุจริต และวจีทุจริต เป็นต้นที่จะพึงสำรวมระวัง เรียกว่า วินัยเพราะกำจัดกายทุจริต และวจีทุจริต
เป็นต้นที่จะพึงกำจัดตามความเป็น จริง.สังวรวินัย พึงทราบว่า แบ่งเป็น ๕ อย่าง อย่างนี้ก่อนอีกอย่างหนึ่ง การสืบต่อสันดานที่ไม่มีประโยชน์อันใด
เป็นไปอยู่ในองค์แห่งวิปัสสนา ทั้งหลาย มีนามรูปปริเฉท (การกำหนดรู้นามรูป) เป็นต้นด้วยอำนาจที่ยังละตนไม่ได้อยู่เพียงใด การละสันดานที่ไม่มีประโยชน์ นั้น ๆ ด้วยญาณนั้น ๆ ก็ย่อมมีอยู่เพียงนั้น






 

Create Date : 20 พฤษภาคม 2553   
Last Update : 27 เมษายน 2564 21:34:58 น.   
Counter : 977 Pageviews.  

ความเป็นสิริมงคล

DSCF_000002011599

IXMG_02018040914103055

 
 
ความเป็นสิริมงคล เป็นที่ปรารถณาของคนทั่วไป แต่ความสามารถที่จะทำให้เกิดสิริมงคลนั้น มิใช่ทำได้ง่าย ผู้ที่ทำได้จึงควรภูมิใจในชีวิตของตนที่มีสิริมงคลเป็นเครื่องประดับอยู่ ตลอดกาล เป็นที่ยกย่องสรรเสริญทั้งในทางโลกและทางธรรม
คัดจากส่วนหนึ่ง.......หนังสือ ธรรมมะให้ลูกดี......สมเด็จพระพุฒาจารย์(เกี่ยว อุปเสโณ)
 




 

Create Date : 26 กุมภาพันธ์ 2553   
Last Update : 27 เมษายน 2564 21:38:45 น.   
Counter : 886 Pageviews.  

ห้องสมุดภาพบางกอกคุณค่าของการถ่ายภาพ







 

Create Date : 11 กุมภาพันธ์ 2553   
Last Update : 4 ตุลาคม 2561 23:39:07 น.   
Counter : 730 Pageviews.  

หลากวิธีช่วยเพื่อนสู่ธรรม

b0mvlk.jpg



เราจะต้องช่วยกันให้คนเข้าถึงธรรมะให้รู้จักหลักธรรมในทางพระพุทธศาสนาแต่เบื้องต้นคือต้องให้มันรู้ตั้งแต่เด็ก ๆ แต่บางทีนั้น พ่อแม่ไม่ค่อยประสีประสาในเรื่องเกี่ยวกับธรรมะนับถือ พระศาสนาก็เพียงแต่ชื่อ เราจึงต้องหาทางช่วยกันโดยวิธีอื่น วิธีที่จะช่วยกันนั้นคือว่าเราจะต้องสอนเด็กให้เข้าถึงพระศาสนาในวันที่เขา หยุดเล่าเรียน เช่นวันอาทิตย์นี่เด็กหยุดการเรียน ไม่ไปโรงเรียน พ่อแม่ ก็ควรจะนึกว่าลูกเราว่างจากการเรียนวันอาทิตย์ วัดไหนเขามีการสอนพุทธศาสนาให้แก่เด็กวันอาทิตย์บ้าง เราก็ควรเอาลูกไป ฝากให้เรียนเพื่อให้เข้าถึงธรรมะ ได้รู้ไว้เอาไปใช้แก้ปัญหาในชีวิต

ประจำวันต่อไปความจริงเวลานี้ก็มีการศึกษาก้าวหน้าเรียนถึงขั้น มหาวิทยาลัยแต่ว่าในการเรียนนั้นไม่มีการสอนธรรมะให้คนเกิดความรู้ความ เข้าใจเมื่อเขาไม่รู้จักธรรมะเขาก็ไม่รู้จักปลงของหนัก ก็หนักอยู่ตลอดเวลาคนเราถ้าแบกของหนักแล้วไม่ปลงลงเสียบ้าง ก็เดินเอียงไปเท่านั้นเอง บ่าหนักอยู่ข้างหนึ่งมันก็เอียงถ้าหนักสอง บ่ามันก็ทรุดเท่านั้นเอง ลุกขึ้นไม่ได้เพราะไม่รู้จักปลงไม่รู้จักวาง เราจึงต้องสอนเขาให้รู้ธรรมะแล้วสอนให้เขารู้ว่าใช้ธรรมะอย่างไรใน ชีวิตประจำวัน เมื่ออะไรเกิดขึ้นควรจะคิดจะวางอย่างไรแล้วควรจะแนะนำ เขาไว้ว่าเมื่อใดกลุ้มใจอย่าลืมนึกถึงพระพุทธเจ้า มาหาพระสงฆ์ที่มีความรู้ความเข้าใจธรรมะ เพื่อท่านจะได้แบ่งเบาความ ทุกข์ที่อยู่ในอกนั้น ให้มันหายไปตามวิธีของพระพุทธเจ้า ธรรมะจะช่วยเราในเมื่อเราเข้าหาธรรมะ แต่ในเมื่อเราไม่เข้าหา

ธรรมะ ธรรมะจะช่วยได้อย่างไรยาอยู่ในขวดจะช่วย คนให้หายป่วยได้อย่างไร หายไม่ได้ ต้องกินยานั้นตามที่นายแพทย์สั่งกิน กี่เวลาเช้าหรือเที่ยงเย็น ก่อนอาหารหรือหลังอาหาร กินให้มันถูกต้องตามที่หมอสั่ง โรคก็จะหาย ธรรมะก็เป็นอย่างนั้นแหละ ธรรมะเป็นโอสถแก้โรคทางจิตทางวิญญาณเราก็ศึกษาเอามาใช้เป็นหลักปฏิบัติ ในชีวิตประจำวันความจริงคนเรามันต้องอ่านธรรมะทุกวัน ฟังธรรมะทุกวัน แต่ว่าสมัยก่อนนี่ลำบาก หนังสือไม่ค่อยมีอ่านมีอยู่ก็ ในหอไตร หอไตรก็เอาไปอ่านไม่ไหว หนังสือในหอไตรนั่นอ่านแล้วไม่ค่อยรู้เรื่องสมัยนี้หนังสือเยอะแยะ เราควรจะซื้อไปไว้อ่านบ่อย ๆเมื่อมีปัญหาอะไรขึ้นก็อ่าน ๆ ไว้ กลุ้มใจอ่านหนังสือ ไม่สบายใจเข้าห้องอ่านหนังสือ การอ่านหนังสือก็ เหมือนกับว่าเราเข้าใกล้พระธรรม เราเข้าใกล้พระพุทธ เข้าใกล้พระสงฆ์แล้วอ่านบ่อย ๆ ก็จะได้เอาไปนึกใช้ได้ทันท่วงที หรือไม่เราก็ฟังธรรมะบ้าง สมัยนี้สะดวกมาก

เพราะว่าธรรมะมันอยู่ในเทปอัดเสียง เขาทำไว้เยอะแยะเราก็มีซื้อวิทยุก็มีฟังกันอยู่ทั่วไปแล้ว เทปมีก็อย่าฟังแต่เพลง เธอจ๊ะเธอจ๋า เราก็เอามาใช้ให้เป็นประโยชน์ฟังก่อนนอนก็ได้ ฟังตื่นนอนก็ได้นั่ง รับประทานอาหารก็เรียกว่าเอาเทปธรรมะปลอบใจต่างเสียงเพลง มันก็ดีขึ้นได้ประโยชน์เพื่อนฝูงมาเยี่ยมมาเยือนคุยเรื่องงานเรื่อง การกันเสร็จแล้ว ฟังนี้หน่อยเอาธรรมะมาเปิดให้เพื่อนฟังหรือเปิดธรรมะ ให้ฟังก่อน เรื่องงานเอาไว้พูดกันทีหลัง ใจมันสงบแล้วคุยกันสบาย มีปัญญามีความคิดความอ่านเราเอาธรรมะไปเลี้ยงเพื่อน ต้อนรับเพื่อน เพื่อนที่ไม่เคยได้ยินได้ฟังธรรมะเมื่อได้ยินเข้าจะรู้สึกประหลาดใจรู้สึกว่า โอ ! นี้มีประโยชน์แก่ชีวิตของเรา เขาจะสนใจในวันหนึ่ง เดือนหนึ่ง ปีหนึ่งของชีวิต เราได้จูงเพื่อนของเราที่เดินหลับตาคลำโลกอยู่นั่น ให้ได้ลืมหูลืมตาหันหน้าเขาหา

ธรรมะสักรายสองรายนับว่าเป็นการช่วยอย่างประเสริฐ ให้ของประเสริฐแก่เพื่อน แล้วดึงเพื่อนเข้าหาสิ่งถูกต้องแล้วเราควรอิ่มใจ ในสำนักงานเราเคยชวนเพื่อนมาในทางที่ถูกต้องบ้างไหมช่วยเพื่อนให้เกิดปัญญาความคิดความอ่าน ในเรื่องชีวิตได้อย่างถูกต้องไหม น้อยมากที่จะชวนกัน เวลาพบกันก็ได้แต่วางแผนว่าเย็นนี้จะไปดูหนังกันที่ โรงไหน หรือจะไปกินข้าวกลางวันกันที่ไหนวางแผนแต่เรื่องของวัตถุ แต่เราไม่วางแผนเรื่องของธรรมะกับเพื่อนไม่หาโอกาสคุยธรรมะให้เพื่อน ฟัง กลัวเหมือนกัน กลัวว่าเขาหาว่าเราแก่วัดแก่ธรรมะไปแต่ว่าการแก่วัดแก่ธรรมะนี้ดีกว่าการแก่เหล้าแก่การพนันขันต่อ เพราะว่าการแก่เหล้านี้มันขาดทุนแก่การพนัน แก่การเที่ยวกลางคืน แก่เรื่องเหลวไหล มันไม่ได้เรื่องอะไรแต่ถ้าเพื่อนหาว่าคุณยายมาอีก แล้ว และพอเราจะกล่าวธรรมะก็บอกว่าจะเทศน์อีกแล้วก็ช่างเขา เราก็ชวนพูดชวนคุยไป หาโอกาสสนทนาไป เพื่อนก็ค่อย

ซึมซาบเข้าไปทีละน้อย ๆ วันอาทิตย์ที่เรามาวัดนัดเพื่อนมาบ้างชวนเพื่อนว่า เออ.วันนี้ไปวัดกันนะ ถ้าเรามีรถก็เอาไปรับเพื่อนมาวัด นี่แหละคือการ สงเคราะห์เพื่อนด้วยความดี สงเคราะห์ด้วยธรรมะสงเคราะห์เพื่อนด้วย ธรรมะเป็นการสงเคราะห์ที่มีคุณค่ามีราคา ทำให้ชีวิตของเขาดีขึ้น ไม่ได้ ช่วยแต่เพื่อนคนนั้นแต่ว่าช่วยให้คนในครอบครัวดีขึ้น ให้การงานดีขึ้น ให้ประเทศชาติดีขึ้นเพราะคนได้หันหน้าเข้าหาธรรมะ ได้ปฏิบัติธรรมะ ครูโรงเรียนไหนที่พาเด็กมาเข้าวัดเรียกว่าเป็นครูที่ประเสริฐ เป็นครูที่ดีแล้วกล้านำเด็กมาที่วัด นำมาเถอะมาบ่อย ๆ อย่างน้อยเขาได้เกิดความคิดเกิดปัญญาสิ่งที่เขาฟังไว้นั้นอาจจะไม่ได้ใช้เวลานี้ก็ได้แต่เมื่อโตขึ้นบางที เขาได้เอาไปใช้เวลาเขามีความทุกข์ขึ้นโอ ! แหม หลวงพ่อองค์นั้น เคยเทศน์ให้เราฟังแล้วเขาก็มาหาที่พึ่งทางใจเพราะฉะนั้นเ ราช่วย

กันดึงคนเข้าวัดเข้าวา ดึงไม่มาก็เอาเทปไปเปิดให้ฟังที่บ้านก็ได้ วันเกิดนี่เราส่งเทปไปให้เขา ฟัง ส่งหนังสือธรรมะไปให้รู้ว่าวันเกิดใครก็ส่งไปเป็นของขวัญวันเกิดดี กว่าเอาดอกไม้ไปให้ ดอกไม้ดูตอนเช้า ตอนบ่ายเหี่ยวแล้ว ตอนเย็นขว้างทิ้งแล้ว มันไม่ได้เรื่องอะไร แต่ว่าธรรมะมันไม่เหี่ยวมันไม่แห้งเราให้เขาแล้วมันก็อยู่ถาวร เขาได้เปิดฟังแล้วก็สบายใจเขาได้ความรู้ความเข้าใจเป็นเรื่องดีกว่าให้ ของขวัญด้วยดอกไม้ผู้หลักผู้ใหญ่ก็เหมือนกัน วันเกิดรัฐมนตรีอะไรอย่างนี้ เอาธรรมะส่งไป

ให้บ้างเผื่อว่าฟังแล้วจะได้รู้สึกตัวว่ากูนี่กำลังเลอะแล้วแล้วก็จะได้แก้ไขเสียบ้างด้วยอำนาจ ธรรมะที่เราเอาไปให้เป็นของขวัญ คนเรามันจะดีขึ้นเมื่อได้เข้าไปหาพระได้นำพระมาใส่ไว้ในใจแล้วก็รักษาพระนั้นไว้ชั่วชีวิตจะคิดอะไรจะพูดอะไรจะทำอะไรต้องอยู่ในขอบเขตของ พระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าเรารักเราซื่อตรงต่อพระพุทธเจ้า เมื่อเรามีปัญหาอะไรก็นึกถึงท่าน นึกถึงคำสอนของท่าน นึกถึงพระสงฆ์อริยสาวกของพระพุทธเจ้าเราก็สบายใจ

เรียบเรียงจากส่วนหนึ่ง ของปาฐกถาธรรมวันที่ ๒๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๒๕

พระพรหมมังคลาจารย์หลวงพ่อ ปัญญานันท วัดชลประทานรังสฤษฎฺ์.








QU11Kg.jpg




 

Create Date : 10 กุมภาพันธ์ 2553   
Last Update : 27 เมษายน 2564 21:55:55 น.   
Counter : 998 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  

BlogGang Popular Award#17


 
suchu
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เงียบ ๆ และชอบสันโดษ ไม่พูดมาก ไม่พูดเพ้อเจ้อ ไม่ชอบคุย



https://leemupai.tumblr.com/post/167978216820/in-bangkok-1900


IMG0813 L
[Add suchu's blog to your web]