ดั้นด้นค้นหาคุณธรรม

มงคลภาษิต 1978





คนเป็นใหญ่ใช่ว่าใหญ่เพราะรูปร่าง
ปัญญาสร้างเขาเป็นใหญ่ให้ตระหนัก
คนจะดีได้ดีมีโยงชัก
แรงดีผลักผลให้จึงได้ดี

ช่างกลึงพึ่งช่างชักเป็นหลักก่อ
เป็นช่างหล่อพึ่งช่างกลึงช่วยจุนเสริม
ช่างสลักพึ่งช่างเขียนคอยเจียนเจิม
ช่างติ - เติมไม่ต้องหมายพึ่งใครเลย

ชาติคางคกผงกหัวอวดตัวเก่ง
อึ่งอ่างเบ่งเก่งกล้าต้องอาสัญ
คนรู้น้อยพลอยอวดเก่งเบ่งสำคัญ
นักปราชญ์นั้นเขาไม่เบ่งเราะเก่งจริง

อันปราสาทราชวังฝังรากลึก
อีกทั้งตึกเรือนโรงโครงเหล็กหิน
ที่สุดไซร้ก็ถล่มถมลงดิน
ทุกสิ่งสิ้นเสื่อมสลายไม่จีรัง

ให้ลูกยอพองามตามเหตุผล
ถ้าถอนต้นเสียหลักหมดศักดิ์ศรี
กินลูกยอแต่น้อยอร่อยดี
ยอเกินที่ก็จะอายขายคนยอ

หลักจะดีต้องมีฐานเป็นคานรับ
หากมีทรัพย์ต้องมีธรรมคอยค้ำหนุน
หลักและฐานตั้งให้มั่นหมั่นค้ำจุน
จะยันทุนวิบูลย์ผลมงคลไชย

ปราบภูติ - ผีปีศาจ อาจปราบได้
ด้วยเส้นไหว้ข้าวของต้องประสงค์
ผีความอยากย่ามใจปราบไม่ลง
ใจยังคงอยากไม่เว้นเส้นไม่พอ

ถึงเพรชนิลจินดามีค่ายิ่ง
แต่งให้ลิงก็เป็นลิงไม่ทิ้งเผ่า
ให้ยศศักดิ์เสริมตัวคนมัวเมา
ก็เข้าเค้าอย่างลิงไม่ทิ้งรอย

ถ้าคิดว่าดีก็นำไปเผยแพร่ต่อ ๆ ไปมงคลภาษิตนั่งถอดเป็นชั่วโมง ๆ น่ะได้มาแค่นี้ถ้าว่าง ๆ จะเอามาถอดใหม่เทปม้วนนี้ซื้อไว้นานแสนนานมาแล้วคนบันทึกเทปก็วายชนม์ไปหลายปีแล้วแต่แว่วเสียงยังกังวาลมิรู้หายกรุณาเอาไปเผยแพร่ต่อ ๆ ไป เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่ผู้อ่านบันทึกเทปไว้ ตอนนี้ถ้าเป็น(ซีดี)ยังไม่มีขายมั๊ง ? แล้วจะหามาอีก สาธุ อนุโมทนาล่วงหน้าตอนนี้เริ่มง่วงแล้ว หิวข้าวด้วย 9 July 2021 Fliday CV Pandemic







 

Create Date : 09 กรกฎาคม 2564   
Last Update : 9 กรกฎาคม 2564 12:47:24 น.   
Counter : 326 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

การดำเนินชีวิตในแต่ละวันทัศนะคำสอนพุทธธรรม






ห่างหายไปหลายวันเลยเพราะว่าคอมพิวเตอร์เสียนั่งซ่อมจนเหนื่อยเลย วันนี้ - วันที่ 2 กรกฎา 2559 ผ่านพ้นไปครึ่งปีแล้วน่ะครับเอาล่ะผมมีเกร็ดเล็ก - เกร็ดน้อยมาฝากกันเช่นเคยเป็นแนวทางในการใช้ชีวิตประจำวันอาจจะมีประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อยและก็เดือนนี้มีวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา 2 วันคือวันเข้าพรรษา เดือนนี้เริ่มมีฝนตกแล้ว 2 เดือนที่ผ่านมาร้อนแทบทนไม่ไหว

การทำเรื่องเล็ก ๆ และ

ดูเหมือนตรากตรำในแต่ละวัน

ทำให้เราสามารถสร้างประวัติศาสตร์อันรุ่งโรจน์

ดังนั้น วันนี้ก็เช่นกัน

ขอให้พยายามมุ่งไปข้างหน้า

แม้เพียงเล็กน้อยก็ตาม

ขอให้พยายามทำสิ่งที่รับผิดชอบเฉพาะของเราให้สำเร็จ

จุดสำคัญในความสำเร็จ

ของกิจกรรมหรือความเพียรพยายามใด ๆ

คือความรวดเร็วที่เราทำงานให้ลุล่วง

และความสามารถในการเอาชนะขั้นเด็ดขาด

จังหวะเวลาเป็นเรื่องสำคัญ จงอย่าพลาด

ลุกโชนด้วยพลังชีวิตที่ไม่อาจหยั่งวัดได้

บัดนี้เป็นเวลาที่ต้องมีชัยชนะในขณะปัจจุบัน

และเป็นผู้มีชัยชนะในแต่ละวันสำหรับพระพุทธศาสนานั้น

จุดประสงค์คือการขัดเกลากิเลสให้หมดจด

จึงจะเป็นผู้ที่ควรแก่การเคารพยกย่อง

พลังชีวิตของเราจะเข้มแข็งขึ้น
ตามความเพียรพยายามของเราที่ส่งเสริมกำลังใจแก่ผู้อื่น
นั่นคือ เมื่อสภาพชีวิตแห่งความสุขที่ยิ่งใหญ่และกว้างใหญ่เปิดออก
ขอให้สร้างความเป็นปึกแผ่นที่งดงามของประชาชนคนทั่วไป
ผู้ซึ่งเติบโตโดยการสนับสนุนและดูแลซึ่งกันและกันอยู่เสมอ








 

Create Date : 16 มิถุนายน 2564   
Last Update : 16 มิถุนายน 2564 15:08:32 น.   
Counter : 296 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

Lotus Sutra




สวัสดีเพื่อนกัลยาณธรรมทุก ๆ ท่าน ในยุค New nomal life Corona Virus - 19 Pandemic อย่างหนักสำหรับปี 2021 นี้ทุกชีวิตมีความเสี่ยงจึงขอนำบางส่วนของ ปทุมสูตรมาวาง ขอพรพระอวโลกิเตศรวรมหาโพธิสัตว์ปกปักรักษา
สัทธรรมปุณฑริกสูตร ภาค การเนรมิตกายของพระอวโลกิเตศวรขณะนั้น พระโพธิสัตต์ มหาสัตต์ อักษยมติ ได้ลุกขึ้นจากที่นั่งครองผ้าไว้บนใหล่ขวา ประนมมือขึ้นทูลถามพระศาสดาเจ้าว่าโอ ! พระศาสดาเจ้าด้วยเหตุใดพระโพธิสัตต์มหาสัตต์ อวโลกิเตศวร จึงมีนามว่า อวโลกิเตศวรพระเจ้าข้าเมื่อทรงถามดังนี้ พระ

ศาสดาจึงตอบพระโพธิสัตต์ มหาสัตต์ อักษยมติว่ากุลบุตร เวไนยสัตว์ทั้งหลาย จำนวนร้อยพันหมื่นโกฏิ ผู้ต้องทนทุกข์ยากในโลกนี้ เมื่อได้ยินพระนามของพระโพธิสัตต์ มหาสัตต์ อวโลกิเตศวรเจ้า ก็จะหลุดพ้นจากความทุกขฺ์ยากทั้งปวง ผู้ท่องบ่นพระนามพระโพธิสัตต์ มหาสัตต์ อวโลกิเตศวร แม้จะตกอยู่ในวงล้อมอัคคีภัยก็จะปลอดภัยได้ด้วยพระรัศมีของพระโพธิสัตต์ มหาสัตต์ ผู้นี้ กุลบุตร ในกรณีที่เวไนยสัตว์ถูกกระแสน้ำพัดพาไป แล้วระลึกถึงพระนามของ พระโพธิสัตต์

มหาสัตต์ อวโลกิเตศวร แม่น้ำทั้งหลายก็จะหาที่พักพิงให้กุลบุตรในกรณีที่สรรพสัตว์ ทั้งหลายร้อยพันหมื่นโกฏิ ลงเรือออกทะเลใหญ่ ถูกพายุพัดเข้าไปติดเกาะยักษีทำให้ต้องสูญเสียทรัพย์สมบัติ เช่น ทองคำแท่ง ทอง แก้วมณี มุก ไพฑูรย์ หอยสังข์ หินประการัง มุสารคัลวะมุกแดง และ สินค้าอื่น ๆ และ หากในเรือนั้นมี

ใครซักคนเอ่ยนาม พระอวโลกิเตศวร ทุกคนก็จะพ้นพัยจากเกาะยักษีด้วยเหตุนั้น กุลบุตร พระโพธิสัตต์ มหาสัตต์ อวโลกิเตศวร จึงมีชื่อว่า อวโลกิเตศวรหากมีผู้ต้องโทษประหาร ระลึกถึงพระอวโลกิเตศวร ดาบของเพชรฆาตจะหักสะบั้นทีเดียว นอกจากนั้น กุลบุตร หากโลกทั้งสามเต็มไปด้วยปิศาจและยักษ์ เมื่อกล่าวนามพระโพธิสัตต์ มหาสัตต์ อวโลกิเตศวร แล้วจะทำให้พวกเขามองอะไรไม่เห็น ทำความชั่วไม่ได้ กุลบุตรหากมีผู้ตกอยู่ในเครื่องพันธนาการไม่ว่าจะเป็นไม้หรือ

เหล็ก โซ่หรือเครื่องจองจำ ไม่ว่าเขาจะเป็นผู้ผิดหรือบริสุทธิ์ เครื่องพันธนาการ โซ่หรือเครื่องจองจำเหล่านั้นจะหลุดทันที ที่เอ่ยพระนามพระโพธิสัตต์ มหาสัตต์ อวโลกิเตศวร นี่แหละเป็นอำนาจ พระโพธิสัตต์ มหาสัตต์ อวโลกิเตศวร กุลบุตรหากทั้งสามโลกนี้ เต็มไปด้วยศัตรูโจรผู้ร้าย พร้อมดาบเป็นอาวุธ และ หากพ่อค้าวานิชซึ่งเป็นหัวหน้าคุมกองเกวียนบรรทุกเครื่องเพชรนิลจินดา ได้พบปะกับโจรผู้ร้ายและศัตรูมีดาบเป็นอาวุธ ด้วยความตระหนกตกใจนั้นก็นึกว่าตนทำ

อะไรไม่ได้ แล้ว หากพ่อค้าวานิชผู้นั้นกล่าวว่า"อย่ากลัวไปเลย พี่น้องทั้งหลาย อย่าตกใจเลยทุกๆคน พร้อมกันท่องพระนาม พระโพธิสัตต์ มหาสัตต์ อวโลกิเตศวร พระผู้รอด เจ้าจะพ้นอันตรายแห่งเงื้อมมือของโจรผู้ร้าย และ ศัตรูทั้งปวง และ เมื่อผู้คุมกองเกวียนทั้งหลาย กล่าวขึ้นเป็นเสียงเดียวกันว่า ขอจงทรงพระเจริญ ขอจงทรงพระเจริญ พระผู้ช่วยให้รอด พระโพธิสัตต์ มหาสัตต์ อวโลกิเตศวรเพียงแต่การเอ่ยพระนามดังนี้ กองเกวียนนั้น จะรอดพ้นจากอันตราย กุลบุตร นี่แหละเป็นอำนาจแห่ง พระโพธิสัตต์ มหาสัตต์ อวโลกิเตศวร ที่ยังหมกมุ่นในตัณหา กุลบุตรเมื่อได้สรรเสริญพระนามพระโพธิสัตต์ มหาสัตต์ อวโลกิเตศวร ก็จะเป็นอิสระจากตัณหา ผู้ยังมีความเกลียดโกรธ เมื่อได้สรรเสริญพระนามพระ

โพธิสัตต์ มหาสัตต์ อวโลกิเตศวร ก็จะเป็นอิสระจากความเกลียดนั้นผู้ที่ยังติดในความหลง เมื่อได้สรรเสริญพระนามพระโพธิสัตต์ มหาสัตต์ อวโลกิเตศวร ก็จะเป็นอิสระจากความหลงนั้น กุลบุตร พระโพธิสัตต์ มหาสัตต์ อวโลกิเตศวร มีอำนาจมากดังนี้ หากหญิงใดมีความปราถนาอยากได้บุตรชาย เมื่อสรรเสริญพระโพธิสัตต์ มหาสัตต์ อวโลกิเตศวร แล้วก็จะได้บุตรชาย สง่าและงดงาม มึคุณสมบัติของเด็กชายโดยสมบูรณ์ เป็นคนน่ารัก สามารถเอาชนะใจคนทั้งหลาย เป็นผู้มี(พีชกุศล)หากหญิงใดปราถนาอยากจะได้บุตรหญิง บุตรหญิงที่ดี และงดงามก็จะเกิดแก่เธอ มีคุณสมบัติที่ดีของเด็กหญิงโดยสมบูรณ์ และ เป็น

เด็กน่ารักสามารถเอาชนะใจคนทั้งหลาย เป็นผู้มีพีชกุศล กุลบุตร อำนาจของพระโพธิสัตต์ มหาสัตต์ อวโลกิเตศวร เป็นดังนี้ผู้ที่สรรเสริญพระโพธิสัตต์ มหาสัตต์ อวโลกิเตศวร ย่อมได้รับผลประโยชน์โดยแน่แท้ กุลบุตร หากสมมติว่า บุคคลผู้หนึ่งสรรเสริญและท่องบ่นพระนามของพระโพธิสัตต์ มหาสัตต์ อวโลกิเตศวร ส่วนอีกผู้หนึ่งสรรเสริญพระศาสดาพระพุทธเจ้าทั้งหลาย เป็นจำนวนเท่าเม็ดทรายใน 52 คงคานที กับ ทั้งถวายสักการะแก่พระพุทธเจ้าทั้งหลาย ตลอดชั่วชีวิต ได้ ถวายจีวร บาตร อาสนะ ยารักษาโรคสำหรับคนเจ็บ กุลบุตรเจ้าคิดว่า กุลบุตร หรือ กุลธิดาได้สร้างสมบุญกุศลมากหรือไม่พระโพธิสัตต์ มหาสัตต์ อักษยมติ จึงทูลพระศาสดาว่า ยิ่งใหญ่ โอ !พระสุคต กุลบุตรและกุลธิดาย่อมได้รับกุศลมหาศาลจากการกระทำของเขา พระศาสดาจึงตรัสต่อไปว่า กุลบุตร บุญ

กุศลที่ชายหนุ่มได้รับจากการถวายต่อพระศาสดาพระพุทธเจ้าทั้งหลาย และ บุญกุศลที่ได้จากการสรรเสริญพระโพธิสัตต์ มหาสัตต์ อวโลกิเตศวร และ ท่องบ่นพระนามแม้แต่ครั้งเดียวนั้นเท่ากัน ผู้ที่ได้ถวายสักการะพระพุทธเจ้าทั้งหลายมีจำนวนเท่าเม็ดทรายใน 62 คงคานที และได้ท่องบ่นพระนามของพระโพธิสัตต์ มหาสัตต์ อวโลกิเตศวร แม้เพียงครั้งเดียว ย่อมได้บุณกุศลเท่ากับบุญกุศลทั้งสองแบบ ยากแก่การทำลายลงได้ แม้ในเวลานานถึงร้อยพันหมื่นโกฎิกัลป์ กุลบุตร บุญกุศลที่ได้จากการสรรเสริญ และ ท่องบ่นพระนามพระโพธิสัตต์ มหาสัตต์ อวโลกิเตศวร นั้นมากมายมหาศาลยิ่งนักพระโพธิสัตต์ มหาสัตต์ อักษยมติ ได้กราบทูลถามพระศาสดาอีกว่า โอ ! พระศาสดาเจ้า เหตุใด พระโพธิสัตต์

มหาสัตต์ อวโลกิเตศวร จึงต้องมาดูแลสหโลกธาตุนี้อยู่เสมอ พระเจ้าข้า พระองค์ประกาศธรรมอย่างไรพระเจ้าข้าและพระโพธิสัตต์ มหาสัตต์ อวโลกิเตศวร มีความสามารถเพียงใดพระเจ้าข้า" เมื่อทูลถามดังนั้นพระศาสดาจึงตัดตอบ พระโพธิสัตต์ มหาสัตต์ อักษยมติว่าในโลกธาตุบางแห่งนั้น กุลบุตร พระโพธิสัตต์ มหาสัตต์ อวโลกิเตศวร แสดงธรรมแก่สรรพสัตว์ในรูปของพระพุทธเจ้า ส่วนที่อื่นนั้นนั้นในรูปของพระโพธิสัตว์ สำหรับบางคนก็แสดงธรรมในรูปของพระปัจเจกพุทธ สำหรับคนอื่นแสดงธรรมในรูปพระสาวก สำหรับคนอื่นๆ ก็อาจแสดงในรูปของพระพรหม พระอินทร์หรือคนธรรพ์ สำหรับผู้ที่จะหันเข้าหาธรรม

ด้วยปิศาจ พระองค์ก็จะแสดงธรรมในรูปของปีศาจ สำหรับผู้ที่จะหันเข้าหาธรรมได้โดยพระอิศวร พระองค์ก็จะแสดงธรรมในรูปของพระอิศวรสำหรับผู้ที่จะหันเข้าหาธรรมได้โดยพระมเหศวร พระองค์ก็จะแสดงธรรมในรูปของพระมเหศวร สำหรับผู้ที่จะหันเข้าหาธรรมได้โดยพระจักรพรรดิ พระองค์ก็จะแสดงธรรมในรูปของพระจักรพรรดิ สำหรับผู้ที่จะหันเข้าหาธรรมได้โดยท้าวกุเวร พระองค์ก็จะแสดงธรรมในรูปของท้าวกุเวร สำหรับผู้ที่จะหันเข้าหาธรรมได้โดยเสนาบดี พระองค์ก็จะแสดงธรรมในรูปของเสนาบดี สำหรับผู้ที่จะหันเข้าหาธรรมได้โดย

พราหมณ์ พระองค์ก็จะแสดงธรรมในรูปของพราหมณ์ สำหรับผู้ที่จะหันเข้าหาธรรมได้โดยพระวัชรปาณี พระองค์ก็จะแสดงธรรมในรูปของพระวัชรปาณีด้วยคุณสมบัติอันมหาศาลยากที่จะหยั่งถึงได้นี้กุลบุตร เป็นความสามารถเฉพาะของพระโพธิสัตต์ มหาสัตต์ อวโลกิเตศวร ดังนั้น กุลบุตร พึงสรรเสริญพระโพธิสัตต์ มหาสัตต์ อวโลกิเตศวร เถิด พระโพธิสัตต์ มหาสัตต์ อวโลกิเตศวร กุลบุตร สามารถช่วยให้ผู้มีความทุกข์ ความกังวลใจ มีความปลอดภัยได้ และ ด้วยเหตุนี้ จึงถวายพระนามพระองค์ว่า อภัยนทัต(ผู้ประทานความปลอดภัย)จากนั้น พระโพธิสัตต์ มหาสัตต์ อักษยมติ กราบทูลพระศาสดาเจ้าว่า โอ ! พระศาสดาเจ้า เราควรมอบรางวัลแห่งความศรัทธา เครื่องยศแห่งความศรัทธาให้แก่พระโพธิสัตต์ มหาสัตต์ อวโลกิเตศวร หรือไม่ พระเจ้าข้า พระศาสดาจึงตรัสตอบว่า ย่อมได้ หากเจ้าเห็นว่าสมควรพระโพธิสัตต์ มหาสัตต์ อักษยมติ จึงปลดสร้อยไข่มุกจากคอของตนเอง ซึ่งมีค่าถึงแสนเหรียญทองแลัวถวายแก่ พระโพธิสัตต์ มหาสัตต์ อวโลกิเตศวร เป็นรางวัลแห่งความศรัทธา พร้อมกับกล่าวว่า ท่านผู้ประเสริฐ ขอจงรับความศรัทธานี้เถิดแต่ท่านไม่ยอมรับ พระโพธิสัตต์ มหาสัตต์ อักษยมติ จึงกล่าวแก่ พระโพธิสัตต์ มหาสัตต์ อวโลกิเตศวร ว่าด้วยความเมตตาที่ท่านมีแก่พวกเรา กุลบุตร ขอให้ท่านจงรับสร้อยไข่มุกนี้ไว้เถิด พระโพธิสัตต์

มหาสัตต์ อวโลกิเตศวร จึงยอมรับสร้อยคอไข่มุกจากพระโพธิสัตต์ มหาสัตต์ อักษยมติ ด้วยความเมตตาใน พระโพธิสัตต์ มหาสัตต์ อักษยมติ และพุทธบริษัททั้งสี่ และ ด้วยความเมตตาในเทวดาทั้งหลาย นาค เปรต คนธรรพ์ ปีศาจ ครุฑ กินนร มโหรค มนุษย์ และ อมนุษย์ ดังนั้น พระองค์จึงแบ่ง สร้อยไข่มุกออกเป็น 2 ส่วน ส่วนหนึ่งถวายแก่พระศาสดา ศากยมุนี ตถาคตเจ้า อีกส่วนหนึ่งถวายแก่มหารัตนสถูปแห่ง พระศาสดาประภูตรัตน ตถาคตเจ้า ผู้เสด็จดับขันธ์ปรินิพพานไปแล้วด้วยความสามารถในการแปลงร่างเช่นนี้แหละ กุลบุตร พระโพธิสัตต์ มหาสัตต์ อวโลกิเตศวร เสด็จไปในสหโลกธาตุนี้และในวาระนี้ พระศาสดาเจ้าทรงตรัสเป็นพระคาถา มีความว่า

1.จิตรธวัช ได้ถามพระอักษยมติว่า ด้วยเหตุใดเล่าพระชินบุตร พระอวโลกิเตศวร จึงได้พระนามเช่นนี้
2.พระอักษยมติ ผู้มีพระญาณอันไพศาลดุจมหาสมุทร เมื่อได้พิจารณาแล้ว จึงตอยแก่พระจิตรธวัช ว่า จงฟังถึงการกระทำของพระอวโลกิเตศวรเถิด
3.จงฟังเถิดว่า พระองค์ได้ปฏิบัติสร้างสมภายใต้พระพุทธเจ้าทั้งหลาย จำนวนหลายพันโกฎิพระองค์เป็นเวลานานหลายกัลป์จนมิอาจนับได้ถ้วน
4.ได้ยิน ได้ห็น ได้ระลึกถึงพระองค์อยู่โดย สม่ำเสมอ ย่อมสามารถทำลายทุกขเวทนาทั้งหลายในโลกนี้ลงได้
5.แม้ถูกศัตรูโยนลงในกองไฟ เพื่อหวังจาฆ่าให้ตาย หากเพียงระลึกถึง พระอวโลกิเตศวร ไฟนั้นก็จะมอดลงราวถูกดับด้วยน้ำ
6.หากมีคนตกลงไปในทะเลอัน่ากลัว เป็นที่อยู่ของบรรดานาคทั้งหลาย รวมทั้งสัตว์น้ำและปีศาจ เมื่อระลึกถึงพระอวโลกิเตศวร ก็จะไม่จมน้ำ

7.หากถูกโยนลงมาจากยอดเขาพระสุเมรุโดยหวังจะฆ่าให้ตาย ถ้าระลึกถึงพระอวโลกิเตศวร ก็จะยืนอยู่ในกาศอย่างมั่นคงดุจพระอาทิตย์
8.หากถูกขว้างด้วยก้อนหินใหญ่ เพื่อหวังจะฆ่าให้ตาย ถ้าระลึกถึงพระอวโลกิเตศวร จะไม่เป็นอันตรายแม้เส้นผม
9.หากถูกรุมล้อมด้วยศัตรูพร้อมด้วยอาวุธในมือเพื่อหวังจะฆ่าให้ตาย ถ้าระลึกถึงพระอวโลกิเตศวรพวกศัตรูก็จะเกิดมีจิตเมตตาขึ้นทันที
10.หากถูกจองจำอยู่ในหลักประหาร ถ้าระลึกถึงพระอวโลกิเตศวร ดาบของเพชฌฆาตก็จะพินาศเป็นเสี่ยงๆ
11.หากถูกจองจำด้วยเครื่องพันธนาการที่เป็นไม้ก็ดี เหล็กก็ดี ถ้าระลึกถึงพระอวโลกิเตศวร เครื่องพันธนาการเหล่านั้นก็จะหลุดออกไปทันที
12.เวทมนตร์คาถา อำนาจแห่งแม่มด ยาพิษ ภูตผีปีศาจที่จะป็นอันตรายถึงชีวิต ย่อมแปรเปลี่ยนไปเมื่อ ระลึกถึงพระอวโลกิเตศวร
13.หากถูกรุมล้อมด้วยเปรต นาค ผีปีศาจ หรือ ยักษ์ที่มีนิสัยชอบทำลายพลังในร่างกาย ถ้าระลึกถึงพระอวโลกิเตศวร ก็จะไม่เป็นอันตรายแม้เพียงเส้นผม

14.หากถูกห้อมล้อมด้วยสัตว์ป่าดุร้าย มีเขี้ยวเล็บแหลมคม ถ้าระลึกถึงพระอวโลกิเตศวร สัตว์ป่าเหล่านั้นก็จะวิ่งกระเจิดกระเจิงไปคนละทิศละทาง
15.หากถูกห้อมล้อมโดยงูพิษที่ดุร้ายต่างๆ ทำให้ตกใจกลัวโดยพ่นพิษและไฟถ้าระลึกถึงพระอวโลกิเตศวร งูพิษเหล่านั้นจะสิ้นพิษลงทันที
16.หากมีฟ้าแลบฟ้าผ่าและฟ้าร้อง ถ้าระลึกถึงพระอวโลกิเตศวร ไฟจากสวรรคืก็จะสงบเงียบลง
17.พระองค์ทรงวิชา ทรงเห็นสรรพสัตว์ทั้งหลายอยู่ในความทุกข์ยากหลายร้อยประการ และต้องทนทุกข์อยู่ในเวทนาทั้งหลาย ทรงเป็นพระผู้มาโปรดโลกมนุษย์ และ เทวดา
18.ทรงเป็นผู้ชำนาญในมนตร์คาถา ทรงถึงพร้อมด้วยวิชชาและกุศโลบาย ทรงปรากฎพระวรกายให้เห็นได้ในทุกทิศและทุกสถานที่ในโลกธาตุนี้
19.ความเกิด ความแก่ และ ความเจ็บไข้ ย่อมถึงกาลอวสาน สำหรับผู้อยู่ในสภาพอันเลวร้าย ในนรก เป็นสัตว์ร้ายในอาณาจักรของพระยายมราช สำหรับสรรพสัตว์ทั้งมวล(ด้วยความปลาบปลื้มในดวงจิต พระอักษยมติ จึงเปล่งคาถามีความว่า)

20.โอ ! ท่านผู้มีสายตาอันสว่างไสว มีเมตตา ธรรม ทรงมีปัญญา และวิชชาเป็นเลิศ มีสายตาอันเปี่ยมไปด้วยความเมตตากรุณา มีพระพักตร์และดวงเนตรอันงดงามเป็นที่เจริญตายิ่งนัก
21.ทรงเป็นผู้ประเสริฐบริสุทธิ์ มีแสงโอภาศอันปราศจากมลทิน มีวิชชาอันปราศจากความมืดมัว ส่องแสงดุจดวงอาทิตย์มิอาจบดบังได้ สว่างจ้าดุจเปลวไฟเมื่อเคลื่อนไปฉายแสงส่องสว่างไปทั่วโลก
22.พระองค์ผู้เจริญในเมตตาคุณและกรุณาธิคุณ ทรงเป็นเมฆแห่งคุณธรรม และจิตอันเปี่ยมในเมตตาคุณ ทรงดับไฟอันเผาลนเวไนยสัตว์ให้มอดไหม้ไป ประน้ำทิพย์อันเป็นหยาดฝนแห่งพระธรรม
23.หากทะเลาะ วิวาท มีสงคราม มีการสู้รบ อยู่ในอันตรายใหญ่หลวง จงระลึกถึงพระอวโลกิเตศวร พระองค์จะทำให้กองทัพศัตรูพ้ายแพ้ไป
24.พึงระลึกถึงพระอวโลกิเตศวร ผู้มีพระสุรเสียงดุจเมฆและกลอง สะเทือนเลื่อนลั่นดุจเมฆฝน มีพระสุรเสียงไพเราะดุจพระพรหม มีพระสุรเสียงสูงต่ำทั่วทุกระดับเสียง

25.พึงระลึกถึงพระอวโลกิเตศวร ด้วยอารมณ์ อันตั้งมั่นพระองค์ ผู้บริสุทธิ์ เป็นผู้รักษา เป็นสรณะ ทรงเป็นผู้ให้รอดจากความตาย ภัยภิบัติและความหายนะ
26.ทรงถึงพร้อมไปด้วยบารมีทั้งปวง ทรงมองสรรพสัตว์ทั้งหลายด้วยความมีเมตตากรุณา ทรงเป็นดุจมหาสาครแห่งบารมี ทรงเป็นบารมี พระอวโลกิเตศวรผู้ควรแก่การสรรเสริญ
27.พระองค์ผู้ทรงเมตตาต่อโลก จะได้ตรัสรู้เป็นพุทธเจ้า ทรงทำลายอันตราย และความทุกข์โศกทั้งปวง ข้า ขอนอบน้อมต่อพระอวโลกิเตศวรเจ้าด้วยความเคารพ
28.พระศาสดาแห่งจักรวาล พระราชาธิราชผู้ทรงเป็นเนื้อนาแห่งศีลบารมี เป็นที่เคารพในจักรวาลโดยทั่วถึง ได้บรรลุถึงซึ่งพระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ หลังจากที่ได้บำเพ็ญบารมีเป็นเวลาหลายร้อยกัลป์

29.ครั้งหนึ่งประทับอยู่เบื้องขวา ครั้งหนึ่งประทับอยู่เบื้องซ้ายของพระอมิตภพุทธเจ้า ถวายการพัดวี โดยอาศัยการบำเพ็ญสมาธิประดุจเงา ในทั่วทุกทิศ ถวายพระเกียรติแด่พระชินเจ้า
30.ในทิศตะวันตก อันเป็นที่ตั้งแห่ง สุขากร โลกธาตุ อันบริสุทธิ์ พระอมิตภพุทธเจ้าผู้ทรงฝึก อบรมมนุษย์ ทรงมีที่ประทับอันถาวร
31.ไม่มีอิสตรีเพศ ไม่มีกามรมณ์ ณ ที่นั้น บรรดาพระชินบุตรทั้งหลายอุบัติขึ้นโดยนั่งบนใจกลางดอกบัวอันปราศจากมลทิน
32.และพระอมิตาภพุทธเจ้าประทับนั่งบนบัลลังก์ในใจกลางดอกบัวอันบริสุทธิ์ส่องแสงโอภาสประดุจศาลราช
33.พระโลกนาถเจ้าผู้ทรงบุญญาธิการดังได้แสดงมาแล้ว ไร้ผู้เปรียบในตรีโลก โอ ! พระองค์ผู้ประเสริฐ ขอพวกเราจงได้สำเร็จ อย่างท่านในกาลอันใกล้นี้และแล้ว ระโพธิสัตต์ มหาสัตต์ ธรณินธร ลุกขึ้นจากที่นั่ง ครองผ้าเฉวียงบ่า คุกเข่าขวาลงกับพื้น ถวายนมัสการแด่พระศาสดาเจ้าแล้วทูลว่า โอ ! พระศาสดาเจ้า ผู้ที่ได้ฟังพระธรรมบรรยาย บทนี้เกี่ยวกับพระโพธิสัตต์ มหาสัตต์ อวโลกิเตศวร

และอภินิหารในการแปลงพระวรกายของ พระโพธิสัตต์ มหาสัตต์ อวโลกิเตศวร ย่อมมิใช่ผู้มีพีชกุศลเพียงเล็กน้อย และขณะที่พระศาสดาเจ้ากำลังทรงแสดงพระธรรมเกี่ยวกับพระคุณพระอวโลกิเตศวรอยู่นั้น สรรพสัตว์ทั้งหลายในธรรมสภา จำนวน 84000 พากันน้อมจิตเข้าสู่สัมมาสัมโพธิญาณ อันไม่สิ่งอื่นใดจะเปรียบปาน
คัดบางส่วน จาก สัทธรรมปุณฑริกสูตร ปทุมสูตร หรือ พระสูตรบัวขาว ฉัตรสุมาลย์ กบิลสิงห์ แปล สิงหาคม 2538

มัชฌิมประภาสปุญสถาน

ขอบุญกุศลที่ข้าพเจ้าได้กระทำนี้จงเป็นปัจจัยเกื้อหนุนสรรพชีวิตทั้งหลายให้ได้บำเพ็ญอนุตรวิถี กลับจิตแปรใจ ได้คืนจิตเดิม มีความสงบเย็นใจกาย ปราศจากเสียซึ่งสรรพกำทุกข์ ปลอดพ้นจากภัยเวร สงครามข้าวยาก ด้วยเดชะบุญนี้ จงช่วยค้ำชูบิดา - มารดา ครูบาอาจารย์ - ผู้มีพระคุณ ญาติสนิท - มิตรรัก ศัตรูหมู่มาร สรรพเจ้ากรรมนายเวร เทวาทุกชั้นฟ้า อารักษ์ทั่วชั้นดิน เหล่าภูติ นาคา - นาคี เหล่าวิญญา - หมู่เปรต - อสูรกายเหล่าสัตว์ใด ๆ จงเป็นผู้ได้รับอานิสงค์เดชะแห่งผลบุญนี้ท่วนทั่วทุกคนเทอญ




觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒觀音菩薩 - 大悲咒




 

Create Date : 07 มิถุนายน 2564   
Last Update : 7 มิถุนายน 2564 15:36:21 น.   
Counter : 342 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

จากวารสารอยู่ในบุญ





ในวันที่ Covid - 19 Pandemic

ผู้ให้ที่พักอาศัยชื่อว่าให้ทุกสิ่ง "บุคคลให้อาหารชื่อว่าให้กำลัง ให้ผ้าชื่อว่าให้วรรณะให้ยานพาหนะชื่อว่าให้ความสุข ให้ประทีปโคมไฟชื่อว่าให้จักษุ ให้ที่พักอาศัยชื่อว่าให้ทุกสิ่งทุกอย่าง ผู้พร่ำสอนธรรม ชื่อว่าให้อมฤตธรรม" (กินททสูตร) เมื่อกวาดสายตามองพุทธพจน์นี้แล้ว ก็สะดุดใจตรงคำว่า “ให้ทุกสิ่ง” ในขณะเดียวกันก็รู้สึก ดีมาก ๆ ถ้าชีวิตนี้จะมีโอกาสเป็นผู้ให้ทุกสิ่ง แต่ก่อนอื่นก็ยังอยากทำความเข้าใจกับคำว่า “ให้ทุกสิ่ง” ให้มากกว่านี้ จึงไปสอบถามผู้รู้ ซึ่งท่านก็อธิบายให้ฟังว่า ให้ทุกสิ่งก็คือให้ทั้ง ๔ ประการข้างต้นตามพุทธพจน์ คือให้กำลัง ให้วรรณะ ให้ความสุข และให้จักษุ ทั้งนี้เพราะที่พักอาศัยเป็นสถานที่ที่ช่วยให้มนุษย์เราสามารถทำกิจวัตรประจำวันทุกประการได้อย่างเป็นปกติสุข รวมทั้งช่วยป้องกันความทุกข์ อันตราย และโรคภัยต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นจากความร้อน ความหนาว ลม แดด ฝน สัตว์ร้าย แมลง นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันภัยจาก พวกมิจฉาทิฐิได้อีกด้วย กุศลผลบุญจากการให้ทุกสิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งแก่ผู้มีศีลมีธรรม จึงส่งผลให้ชีวิตของผู้ให้เจริญรุ่งเรืองขึ้นอย่างอัศจรรย์ จากคนยากจนก็กลายเป็นมหาเศรษฐีได้ -

จากสามัญชนก็กลายเป็นพระราชามหากษัตริย์ได้ จากปุถุชนคนธรรมดาก็หมดกิเลส อาสวะกลายเป็นพระอริยเจ้าได้ ดังเรื่องราวของพระเจ้ามหากัปปินะ ผู้เคยสร้างวิหาร (ที่พักของพระภิกษุ) ถวายแด่คณะสงฆ์ ในอดีตชาติในสมัยของพระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้า พระราชามหากัปปินะเกิดเป็นหัวหน้าช่างหูก อาศัยอยู่ในกรุงพาราณสี วันหนึ่ง หัวหน้าช่างหูกได้ยินเสียงป่าวประกาศให้ไปฟังธรรม เขาจึงชักชวนภรรยาและเพื่อนบ้านเดินทางไปฟังธรรม ที่วัด แต่ยังไปไม่ทันถึงสถานที่แสดงธรรมก็มีฝนตกลงมาอย่างหนัก บรรดาผู้ไปฟังธรรมต่างพากันเข้าไปขอหลบฝนในกุฏิของพระภิกษุสามเณรที่ คุ้นเคย แต่หัวหน้าช่างหูกและเพื่อนบ้านไม่กล้าเข้าไปหลบฝนในกุฏิหรือศาลาหลังไหน เพราะไม่รู้จักพระภิกษุสามเณรรูปใดเลย และไม่เคยสร้างศาลาหรือวิหารใด ๆ ไว้ในพระศาสนา จึงได้แต่ยืนกางร่มอยู่กลางแจ้งด้วยความเก้อเขิน และโดนฝนสาดเปียกปอนไปตาม ๆ กัน แต่หัวหน้าช่างหูกเป็นคนมีปัญญาสอนตัวเองได้ เมื่อพิจารณาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว เขาก็รู้ว่าอะไรทำให้พวกเขาต้องมายืนตากฝนอยู่ท่ามกลางวัดเช่นนี้ เขาจึงกล่าวกับเพื่อนบ้านว่า “ที่เราต้องมายืนตากฝนอยู่อย่างนี้ เพราะเราไม่เคยทำบุญสร้างกุฏิ ศาลา หรือวิหารถวายวัดเลย เราควรร่วมมือร่วมใจกันสร้างวิหารหลังใหญ่สักหลังหนึ่ง จะได้อาศัยร่มเงาในบวรพระพุทธศาสนาเพื่อสร้างบารมี

อย่างสะดวกสบาย เกิดกี่ภพกี่ชาติจะได้มีที่อยู่อาศัย มีเสนาสนะไว้สำหรับประพฤติธรรมอย่างสะดวกสบาย ไม่ต้องมายืนเปียกฝน เช่นนี้อีกต่อไป” หัวหน้าช่างหูก เพื่อน ๆ และทุกคนในครอบครัว จึงร่วมกันบริจาคทรัพย์สร้างมหาวิหารหลังใหญ่ มีเรือนยอดพันหลังเป็นบริวาร ไว้ในวัดนั้น เพื่อเป็นที่ประทับของพระบรมศาสดา โดยหัวหน้าช่างหูกบริจาค ๑,๐๐๐ กหาปณะ เพื่อน ๆ บริจาคคนละ ๕๐๐ กหาปณะ ผู้หญิงบริจาคคนละ ๒๕๐ กหาปณะ แต่ปรากฏว่าทรัพย์ไม่เพียงพอ ในการก่อสร้าง เพราะเป็นงานใหญ่มาก หัวหน้าช่างหูกและเพื่อน ๆ จึงทุ่มบริจาคเงินเพิ่มขึ้นจนกระทั่งการก่อสร้างสำเร็จตามประสงค์ เมื่อสร้างเสร็จก็ฉลองด้วยการถวายมหาทานแด่คณะพระภิกษุ ที่มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นประมุขตลอด ๗ วัน พร้อมทั้งถวายจีวรแด่พระภิกษุ ๒๐,๐๐๐ รูป ฝ่ายภรรยาของหัวหน้าช่างหูก นอกจากจะทำบุญทุกอย่างเหมือนคนอื่น ๆ แล้ว ยังตั้งใจจะถวายทานที่พิเศษกว่าใคร ๆ ด้วยความคิดว่า “เราจะบูชาพระศาสดาให้ยิ่งกว่าคนอื่น” นางจึงถวายผอบดอกอังกาบกับผ้าสาฎกที่มีสีเหลืองเหมือนดอกอังกาบแด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วตั้งความปรารถนาว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอสรีระของหม่อมฉันจงมีสีดุจดอกอังกาบนี้ และขอให้หม่อมฉันจงมีนามว่าอโนชาด้วยเถิด” พระบรมศาสดาทรงอนุโมทนาว่า “จงสำเร็จอย่างนั้นเถิด” นับจากนั้น หัวหน้าช่างหูกและเพื่อน ๆ ก็หาโอกาสสั่งสมบุญเรื่อยมา เมื่อละโลกไปแล้ว ด้วยอานิสงส์ที่ถวายวิหารในครั้งนั้น ทำให้พวกเขาได้ไปเสวยทิพยสมบัติในสวรรค์เป็นเวลานานถึงหนึ่งพุทธันดร เมื่อจุติจากอัตภาพนั้น ด้วยอานุภาพ

บุญเขาได้มาบังเกิดในตระกูลกษัตริย์ในกุกกุฏวดีนคร เมื่อเจริญวัยแล้วได้เป็นพระราชา มีพระนามว่า “พระเจ้ามหากัปปินะ” มีมเหสีคู่บุญที่มีผิวพรรณเหมือนดอกอังกาบ มีพระนามว่า “อโนชา” ส่วนผู้ที่เคยร่วมบุญสร้างวิหารด้วยกันก็มาเกิดเป็นข้าราชบริพาร วันหนึ่ง พระราชากัปปินะได้ยินถ้อยคำอันเป็นสิริมงคลจากพ่อค้าที่เดินทางมาจากนครสาวัตถีว่า “พระพุทธเจ้าทรงอุบัติขึ้นแล้ว พระธรรมอุบัติขึ้นแล้ว พระสงฆ์อุบัติขึ้นแล้ว” ก็เกิดมหาปีติซาบซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย พระราชารวมทั้งอำมาตย์อีกหนึ่งพันต่างพร้อมใจกันเดินทางไปเข้าเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทันที เพื่อบวชอุทิศแด่พระศาสดา เมื่อได้ฟังธรรมแล้ว พระราชาและข้าราชบริพารได้บรรลุโสดาปัตติผล แล้วทูลขอบรรพชา พระบรมศาสดาทรงเห็นว่า “บุคคลเหล่านี้ เคยถวายจีวรพันผืนแด่พระปัจเจกพุทธเจ้าพันองค์ และในกาลแห่งพระพุทธเจ้าพระนามว่ากัสสป ได้ถวายจีวร ๒๐,๐๐๐ ผืน แด่พระภิกษุ ๒๐,๐๐๐ รูป จึงประทานการบวชแบบเอหิภิกขุอุปสัมปทา ด้วยการเหยียดพระหัตถ์ขวาแล้วตรัสว่า “ท่านทั้งหลายจงเป็นภิกษุมาเถิด จงประพฤติพรหมจรรย์ เพื่อทำที่สุดแห่งทุกข์โดยชอบเถิด” และต่อมาเมื่อได้ฟังธรรมครั้งที่ ๒ พระมหากัปปินะและพระภิกษุที่เคยเป็นข้าราชบริพารได้บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ผู้ทรงอภิญญา ส่วนพระนางอโนชา เมื่อทรงทราบว่า พระราชาเสด็จออกบวช ก็ทรงปรารถนาที่จะบวชเช่นกัน จึงเดินทางไปเฝ้าพระบรมศาสดาแล้วทูลขอบวชเป็นภิกษุณี และต่อมาได้บรรลุอรหัตผล หลุดพ้นจากการร้อยรัดของกิเลสอาสวะที่ก่อให้เกิดทุกข์ทั้งปวง อานิสงส์ของการถวายวิหารทานทำให้ ผู้ถวายสมบูรณ์พร้อมในทุกสิ่งได้จริง ๆ ตามเรื่องราวในพระไตรปิฎกข้างต้น คือถึงพร้อมด้วยมนุษย์

คัดลอกจากวารสาร อยู่ในบุญ








 

Create Date : 06 พฤษภาคม 2564   
Last Update : 6 พฤษภาคม 2564 15:41:05 น.   
Counter : 394 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

ศาสตร์แห่งการใช้ชีวิต





สวัสดี กัลยาณธรรมทุก ๆ ในขณะนี้ Covid - 19 สายพันธุ์ต่าง ๆ กำลังระบาดอย่างหนักทำอย่างไรจึงจะฝ่าวิกฤตนี้ได้

นักปราชญ์กล่าวว่าการเกิดเป็นมนุษย์นั้นเป็นเรื่องยากหนักหนา ในจำนวนของผู้ที่มีชีวิตมนุษย์ มีน้อยราวกับดินบนเล็บมือ ชีวิตในฐานะมนุษย์นั้นยากที่จะรักษาไว้ ยากราวกับน้ำค้างบนใบหญ้า แต่การมีชีวิตอยู่หนึ่งวันอย่างมีเกียรติดีกว่ามีชีวิตอยู่ถึง 120 ปีและตายอย่างน่าอับอาย

ผู้ที่ดำเนินชีวิตของเขาโดย

ต่อสู้เพื่อบรรลุอุดมการณ์อย่างต่อเนื่อง

จะคงความเป็นตัวของตัวเองอยู่เสมอ

ด้วยความศรัทธาเหมือนลำธารใสที่กำลังไหล

วันนี้ก็เช่นกัน ขอให้ท้าทายกับตัวเราเอง

เพื่อบรรลุเรื่องใหม่ ๆ

ขอให้เขียนหน้าใหม่อีกหน้า

ของประวัติส่วนตัวของเรา

เราทุกคนยังเป็นคนธรรมดาที่มีทั้งความดีและความไม่ดี เวลาจิตใจดีมีเมตตาก็เอื้อ

เฟื้อเผื่อแผ่ เกื้อกูลกัน เวลาจิตใจไม่ดีก็มีความโกรธแค้นชิงชัง อาจจะถึงอาฆาตเข่นฆ่า

กันให้ตายไปข้างหนึ่งถ้าความโกรธเกลียดนั้นมีกำลังมากขึ้น ขณะใดที่ทำดี ก็เรียกว่า

เป็นคนดี ขณะที่ทำไม่ดี ก็เรียกว่าเป็นคนไม่ดี ซึ่งทุกคนก็เป็นทั้งคนดีและคนไม่ดีกัน

ทั้งนั้น ดังนั้นจึงไม่ต้องเอ่ยถึงชื่อคน หรือกลุ่ม หรือสีใด ๆ เพราะนั่นเป็นเพียงสิ่งสมมติ

ใช้เรียกให้รู้กันเท่านั้น

เมื่ออยู่ในสังคม ทุกคนก็มีบทบาทหน้าที่ต่าง ๆ กันไป ถ้าทุกคนทำตามหน้าที่อย่างมี

เมตตาจิต สังคมก็จะอยู่กันอย่างเป็นสุข โดยเฉพาะผู้ที่เลี้ยงชีพด้วยภาษีของประชาชน

ถ้าไม่ทำหน้าที่ ก็ถือว่าเป็นการเลี้ยงชีพโดยไม่ชอบ เช่น ทหารมีหน้าที่ปกป้องอธิปไตย

รักษาความสงบมั่นคงของบ้านเมือง ก็ทำหน้าที่ด้วยเมตตาจิต คิดว่าจะรักษาความ

สงบเพื่อให้คนดีได้อยู่อย่างเป็นสุข และคนไม่ดีจะได้ไม่มีโอกาสทำไม่ดีมากขึ้น

ตำรวจมีหน้าที่รักษากฎหมายก็ทำด้วยเมตตาจิตเช่นกัน เพื่อให้คนดีอยู่อย่าง

ปลอดภัย และเชื่อมั่นว่าเมื่อทำความดีแล้ว ตำรวจผู้รักษากฎหมายจะปกป้องได้ จับกุม

คนทำผิดกฎหมายด้วยเมตตาจิตว่า เขาจะไม่มีโอกาสทำผิด ทำไม่ดีมากไปกว่านี้

ประชาชนก็มีหน้าที่ทำตามกฎระเบียบกฎหมายของสังคม เสียภาษีให้รัฐบาล และ

ปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายด้วยเมตตาจิตต่อกัน ไม่ทำความเดือดร้อนให้คนอื่น

และเจ้าหน้าที่บ้านเมืองด้วย

คนไทยทุกคนอยู่ในสถานการณ์บ้านเมืองที่ตึงเครียด เราต่างภาวนาขอให้

บ้านเมืองสงบ หรือขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆของบ้านเมืองคุ้มครอง แต่จะขออย่างเดียวก็

คงไม่ได้ คงต้องลงมือทำด้วย สิ่งที่ควรจะทำ คือ รักษาผืนแผ่นดินไทยนี้ไว้ให้คนดีได้

อยู่อย่างสงบ คนไม่ดีถูกกำจัดให้ไม่มีโอกาสทำไม่ดีอีกต่อไป ให้ความดีเป็นธงชัยของ

ลูกหลานไทยในอนาคต ให้ลูกหลานไทยมีศรัทธาในความดี ให้เป้าหมายของลูกหลาน

ไทยคือได้ทำความดี ไม่ใช่เป้าหมายในชีวิตคือ เงินทอง อำนาจ และชื่อเสียง ไม่ใช่

ปลูกฝังให้เลือกเรียนเลือกวิชาชีพที่ทำเงินทองมากที่สุด เพราะสอนกันว่า เมื่อมีเงินก็มี

อำนาจและมีชื่อเสียง ทำให้คนอยากได้เงินกันจนไม่สนใจวิธีการได้เงินกันเลย แม้จะ

โกง ทุจริตคอร์รัปชัน โกหกหลอกลวง ปล้นฆ่า ทำได้ทุกอย่าง จนเกิดอาชีพที่ไม่เคย

คิดว่าจะเกิดขึ้น คือ ขายเสียง รับจ้างยกมือสนับสนุน รับจ้างประท้วง รับจ้างด่าทอ

รับจ้างเป็นโล่มนุษย์ รับจ้างฆ่าคนไทยด้วยกัน รับจ้างปิดถนนให้คนเดือดร้อนไปทั่วบ้าน

ทั่วเมือง อย่างที่เห็นทำดีคือทำอย่างไร คือ ใครมีหน้าที่อย่างไร ก็ทำตามหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด

โดยตั้งใจว่าหน้าที่ของเรานั้นต้องทำให้ความดีอยู่คู่มนุษย์ตลอดไป ให้มีศรัทธาว่า

ความดีเป็นสิ่งที่ทุกคนควรทำ ต้องทำ และทำความดีเท่าไรก็ไม่พอ จนกว่าจะไม่มีความไม่ดี เพราะ

เมื่อยังมีเศษเชื้อของความไม่ดีอยู่ เช่นความอยากได้ เมื่อมีมากขึ้น จนเกินสมควร 10

ล้านไม่พอ 100 ล้านไม่พอ 1,000 ล้านก็ยังไม่พอ จนถึงแสนล้านก็ยังไม่พอ เท่าไร ๆ

ก็ยังไม่พอ เมื่อความอยากมีกำลังมากขึ้นอย่างนี้ ก็ทำได้ทุกอย่าง โกหก หลอกลวง ปล้น

ฆ่า ฉ้อราษฎร์บังหลวง จนกระทั่งถึงขายชาติ หรือถ้ายังมีความโกรธเหลืออยู่ เมื่อ

สะสมไว้ให้มีกำลังมากขึ้น ก็อาจจะถึงทำผิดศีล คือ ด่ากัน จ้างคนมาด่าแทน ฆ่ากัน

จ้างคนให้ฆ่าคนไทยด้วยกัน อย่างที่เห็น

สิ่งสำคัญก็คือเริ่มที่ตัวเราทุกคน และเริ่มเดี๋ยวนี้ ไม่ต้องไปกะเกณฑ์คนนั้นคนนี้ กลุ่ม

นั้นกลุ่มนี้ว่าควรทำดี แต่เริ่มที่ตัวเรา เริ่มเดี๋ยวนี้ เรามีหน้าที่อย่างไรก็ทำหน้าที่ของตน

ให้ดีที่สุด รักษาจิตใจของเราให้ไม่โกรธ ไม่เคียดแค้นพยาบาทคนที่เราคิดว่าไม่ดี

เพราะถ้าเราอยู่ในสถานการณ์สิ่งแวดล้อมอย่างเขา เราก็อาจจะทำอย่างนั้นก็ได้ เมื่อ

เขาทำความดี เขาก็คือคนดี เพราะฉะนั้นก็ให้อภัยกันที่หลงผิดปล่อยให้ความอยากได้

เงิน อยากได้อำนาจและเงินทองมีมากจนทำให้มืดบอด ไม่เห็นความผิดชอบชั่วดี

เริ่มที่ตัวเราให้ทำความดีก่อน แล้วบอกกล่าวคนใกล้ชิดให้ทำความดีและต่อ ๆ ไป

เหมือนเริ่มจุดเทียนของเราให้สว่างก่อน ให้คนอื่นต่อแสงสว่างนั้นต่อไปเรื่อยๆ จนสว่าง

ไปทั่ว เมื่อเป็นเช่นนั้น การปกครองระบอบใดก็คงไม่สำคัญ ถ้าทุกคนในสังคมเป็นคนดี

ขอให้ความดีจงเจริญ ความไม่ดีจงเสื่อมไปจากจิตใจมนุษย์ทุกคน







 

Create Date : 04 พฤษภาคม 2564   
Last Update : 4 พฤษภาคม 2564 21:31:29 น.   
Counter : 406 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

1  2  3  4  5  6  

BlogGang Popular Award#17


 
suchu
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เงียบ ๆ และชอบสันโดษ ไม่พูดมาก ไม่พูดเพ้อเจ้อ ไม่ชอบคุย



https://leemupai.tumblr.com/post/167978216820/in-bangkok-1900


IMG0813 L
[Add suchu's blog to your web]