Welcome to my blog
4 วัน 3 คืน นครศรีธรรมราช เที่ยววิถีใต้บนดินแดนแห่งธรรมะ (ตอนที่ 3: ไหว้พระวัดมหาธาตุฯ)


สถานที่ท่องเที่ยว : วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร, นครศรีธรรมราช Thailand
พิกัด GPS : 8° 24' 44.79" N 99° 58' 1.36" E

วันที่หนึ่ง (ต่อ)

หลังจากตอนที่แล้ว ผมได้พาไปเที่ยวยังสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์หลายแห่งของเมืองนครศรีธรรมราช ทั้ง หอพระสูง, ศาลหลักเมือง, กำแพงเมืองเก่า และ อนุสาวรีย์ของพระเจ้าศรีธรรมาโศกราช กันไปแล้ว ในตอนนี้ ผมจะพามาชมไฮไลท์สำคัญของทริปนี้ ซึ่งกำลังจะเป็นมรดกโลกในไม่ช้า นั่นก็คือ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ครับ

วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ นครศรีธรรมราช

เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก สร้างครั้งแรกโดยเจ้าชายทนทกุมารและพระนางเหมชาลา (จากอินเดีย) โดยสร้างขึ้นตามแบบของ เจดีย์กิริเวเทระแห่งลังกา ในปี พ.ศ.854

 

 
ต่อมาในรัชสมัยของพระเจ้าศรีธรรมาโศกราชแห่งอาณาจักรตามพรลิงค์ก็ได้ก่อสร้างเจดีย์ขึ้นใหม่ และได้มีการบูรณะซ้ำอีกหลายครั้ง
 

 
ซุ้มเจดีย์ เป็นศิลปะแบบลังกา
 

 

ทางเดินพระวิหารคด เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปมากมาย
 

 
นอกจากตัวองค์เจดีย์ วัดนี้ยังมีสถานที่น่าสนใจ ได้แก่ มณฑปพระพุทธบาท ซึ่งได้มีพระพุทธบาทจำลองประดิษฐานอยู่ภายใน
 



 
ปัจจุบัน กรมศิลปากรได้ประกาศให้วัดนี้เป็นโบราณสถาน และเมื่อปี พ.ศ. 2556 ก็ได้มีการขึ้นทะเบียนวัดนี้ให้อยู่ใน บัญชีเบื้องต้นก่อนเสนอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก โดยองค์การยูเนสโก้ (ก็หวังว่าที่นี่จะได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในเร็ววันนะครับ)
 

ตรงข้ามวัดมหาธาตุ จะเป็น บ้านของขุนรัฐวุฒิวิจารณ์
 

 
บ้านท่านขุนรัฐวุฒิวิจารณ์

ขุนรัฐวุฒิวิจารณ์ หรือ นายเขียน มาลยานนท์ รับราชการเป็นนายอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ในสมัยรัชกาลที่ 6

 

เนื่องจากขุนรัฐวุฒิวิจารณ์ไม่มีบุตร ท่านจึงยกบ้านหลังนี้ให้กับ นายโกวิท ตรีสัตยพันธุ์ ซึ่งได้ใช้บ้านนี้เปิดเป็น โรงเรียนรัฐวุฒิวิทยา และได้เปิดเป็นโรงเรียนอยู่ถึง 47 ปี ผ่านเหตุการณ์ต่างๆมากมายทั้งสงครามโลกครั้งที่สอง และเหตุการณ์วาตภัยเมื่อปี พ.ศ.2505 (เหตุการณ์ที่แหลมตะลุมพุก)
 

 
ในปี พ.ศ. 2529 โรงเรียนแห่งนี้ก็ได้ปิดตัวลง และได้ปรับปรุงเป็นโบราณสถานให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมในปี พ.ศ.2536
 

 
จากบ้านขุนรัฐวุฒิวิจารณ์ เราก็เดินมารับประทานอาหารที่ร้านชื่อดังของเมืองนครศรีธรรมราช นั่นก็คือ ขนมจีนเมืองคอน ครับ 
 

 
เมื่อมาถึงที่นี่ก็ต้องจัดขนมจีนซะหน่อย
 

 
ผลไม้อย่างหนึ่งที่ถือเป็น signature ของเมืองคอนคือ มังคุดตัด แบบนี้ครับ (มังคุดตัดคือ มังคุดดิบเอามาเสียบไม้กิน ก็ถือว่าอร่อยไปอีกแบบ)
 

 
กินเสร็จก็ได้เวลาเที่ยวต่อ เราเดินออกมาขึ้นรถสองแถวตรงข้ามวัดมหาธาตุ เพื่อไปเที่ยวยัง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครศรีธรรมราช ครับ

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครศรีธรรมราช

เดิมทีที่นี่เป็นส่วนหนึ่งของ วัดสวนหลวงตะวันออก ทำหน้าที่ในการจัดแสดงโบราณวัตถุที่พบในแถบภาคใต้ตอนบน โดยเน้นจัดแสดงประวัติศาสตร์ตั้งแต่ยุคอาณาจักรศรีวิชัย อาณาจักรตามพรลิงค์ จนถึงยุคที่นครศรีธรรมราชเข้าเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรอยุธยาครับ

 
 




  
ค่าเข้าชม: คนไทย 30 บาท (ปิดวันจันทร์ อังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์)

จากพิพิธภัณฑ์ ผมก็นั่งรถสองแถว กลับที่พัก เพื่อพักผ่อนให้หายเหนื่อยซะหน่อย เมื่อหายเหนื่อยก็มาไปเที่ยวสถานที่สุดท้าย ซึ่งอยู่ตรงข้ามที่พัก (The Old Time Nakhon) เลยครับ


บ้านหนังตะลุง ลุงสุชาติ

ลุงสุชาติ ทรัพย์สิน เป็นศิลปินหนังตะลุง และช่างทำหนังตะลุงฝีมือเยี่ยมของจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยท่านได้ยกระดับหนังตะลุงให้ได้รับการยอมรับในระดับสากล

 

 
เมื่อเข้าไปด้านใน จะมีไกด์ตัวน้อยพาชมพิพิธภัณฑ์ (น้องเป็นหลานของลุงสุชาติครับ)
 

 
ด้านในจะมีการจัดแสดงหนังตะลุงมากมาย ทั้งเทวดา ยักษ์ ตัวตลก รวมทั้งหนังตะลุงนานาชาติ
 





 
ที่นี่ยังมีการสาธิตการทำหนังตะลุง โดยคนในครอบครัวของลุงสุชาติด้วยครับ (คุณป้าคนนี้เป็นลูกสะใภ้ของลุง)
 

 
การทำหนังตะลุง เริ่มจากการนำเอาหนังวัวและหนังควายมาแช่ในกรดเพื่อกัดหนังให้ใสขึ้น จากนั้นก็นำไปร่างภาพตามจินตนาการของตัวเอง ตัด ฉลุลาย ก่อนจะพ่นและลงสี และลงน้ำมันชักเงา ก็เป็นอันเสร็จครับ
 

 
บ้านหนังตะลุง เป็นสถานที่สุดท้ายที่ผมไปเยี่ยมชมในวันนี้ครับ

จากรีวิวทั้งหมดใน 2 ตอนที่ผ่านมา จะเห็นนะครับว่า จริงๆในตัวเมืองนครศรีธรรมราช นอกจากวัดมหาธาตุแล้ว ที่นี่ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งหลายคนมักมองข้ามไปอย่างน่าเสียดาย ครั้งหน้าถ้าใครมาเที่ยวเมืองนครศรีธรรมราช ก็ลองแวะสถานที่ท่องเที่ยวพวกนี้ดูนะครับ แล้วคุณจะได้พบกับเมืองคอนในอีกแง่มุมหนึ่ง


สำหรับรีวิวในตอนนี้ก็จบลงเพียงเท่านี้ครับ หวังว่าผู้อ่านคงจะชอบและเป็นประโยชน์นะครับ ในตอนหน้า ผมจะพาทุกคนออกนอกเมืองคอนเพื่อไปดูปลาโลมาสีชมพูที่ขนอม จากนั้นก็จะไปไหว้ขอหวยที่วัดเจดีย์ไอ้ไข่ ที่สิชล เรื่องราวจะเป็นยังไง ฝากติดตามต่อในตอนหน้าด้วยนะครับ

ตอนอื่นๆ

ตอนที่ 1: เตรียมตัวเที่ยวนครศรีธรรมราช
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=sumatekso&date=24-04-2021&group=25&gblog=18

ตอนที่ 2: เรื่องเล่าจากเมืองคอน
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=sumatekso&date=26-04-2021&group=25&gblog=19

ตอนที่ 3: ไหว้พระวัดมหาธาตุฯ
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=sumatekso&date=29-04-2021&group=25&gblog=20

ตอนที่ 4: เส้นทางเลียบทะเลสายขนอม-สิชล
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=sumatekso&date=21-05-2021&group=25&gblog=21

ตอนที่ 5: วิถีชุมชนที่คีรีวงและปากพนัง
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=sumatekso&date=24-05-2021&group=25&gblog=22



Create Date : 29 เมษายน 2564
Last Update : 25 พฤษภาคม 2564 21:29:39 น. 1 comments
Counter : 217 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณKavanich96, คุณนายแว่นขยันเที่ยว


 
ขอบคุณที่แบ่งปัน


โดย: Kavanich96 วันที่: 30 เมษายน 2564 เวลา:4:59:45 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

เจ้าสำนักคันฉ่องวารี
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]




ชอบท่องเที่ยว สนใจประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และการเมืองระหว่างประเทศ

Blog นี้จะใช้เขียนความทรงจำในการเดินทาง และวิธีการเดินทางอย่างละเอียด เผื่อใครจะมาตามรอย หวังว่าจะเป็นประโยชน์นะครับ

ถ้าชอบ blog เนื้อหาประมาณนี้ ฝากกดติดตามด้วยนะครับ
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add เจ้าสำนักคันฉ่องวารี's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.