Welcome to my blog
4 วัน 3 คืน กระบี่ ท่องแดนธรรมชาติจากผืนป่าสู่ท้องทะเลงาม (ตอนที่ 2: แสงสุดท้ายที่อ่าวนาง)


สถานที่ท่องเที่ยว : อ่าวนาง, กระบี่ Thailand
พิกัด GPS : 8° 1' 46.18

หลังจากในตอนที่แล้วที่ผมได้แนะนำข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับทริปที่กระบี่ไปแล้ว ในตอนนี้เราจะมาเริ่มต้นการเดินทางกันครับ ผมจะพยายามรีวิวให้ละเอียดที่สุดนะครับ เผื่อใครจะมาตามรอย

วันที่หนึ่ง

ทริปนี้เป็นทริปสบายๆกะมาพักผ่อนครับ เราเลยไม่ได้ออกเดินทางแต่เช้ามาก เที่ยวบินก็เป็นเที่ยวบินบ่าย เพื่อให้มาถึงที่พักช่วงเย็นๆ

 

รอบนี้บินกับหางแดงเจ้าเก่าเหมือนเดิมครับ ช่วงนี้ใครขึ้นเครื่อง Air Asia แนะนำให้ลองสั่งขนมปังเบบี้นมสดนูเทลล่ากับชานมไข่มุกมาลองทานกันดู ถ้าซื้อ 2 อย่าง ราคาแค่ 150 บาทเท่านั้นเองครับ แล้วไฟลท์ของคุณจะฟินขิ้นเยอะเลย
 

 
บินแค่ประมาณ 1 ชั่วโมง เราก็มาถึงสนามบินกระบี่แล้วครับ
 

 
ท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่ (Krabi International Airport)

ตั้งอยู่ระหว่างอำเภอเมือง กับอำเภอเหนือคลองของจังหวัดกระบี่ สังกัดกรมท่าอากาศยาน กระทรวงคมนาคม ปัจจุบันเป็นท่าอากาศยานนานาชาติ มีเที่ยวบินมากมายจากทั้งในไทย และต่างประเทศมาลงที่นี่

 

การเดินทางจากสนามบินกระบี่ไปยังอ่าวนาง

ถือว่าสะดวกสบายมากครับ พอเดินออกมาให้หาบูธหน้าตาแบบนี้ แล้วเข้าไปติดต่อซื้อตั๋วราคา 150 บาทต่อคน จากนั้นพนักงานเค้าจะพาเราไปขึ้นรถตู้ส่งถึงโรงแรมที่เราพักเลยครับ

 

 
อ่าวนาง ปรินซ์วิลล์ วิลล่า รีสอร์ท (Aonang Princeville Villa Resort)

ทริปนี้ผมพักที่นี่ครับ รีสอร์ทนี้เป็นที่พักระดับสี่ดาว อยู่เกือบติดริมหาดของอ่าวนาง (มีถนนคั่น) ผมจองห้องแบบ Deluxe Boutique ผ่าน Agoda ได้ในราคา 4,212 บาท สำหรับ 3 คืน (ราคานี้หักส่วนลดเราเที่ยวด้วยกันแล้ว)

ข้อดีของที่นี่คือ ทำเลดีครับ แถมพนักงานบริการดี ห้องใหญ่ มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และอาหารเช้าอร่อย ส่วนข้อเสียคือ ช่วงที่ผมไปพักมีบางส่วนของที่พักปิดซ่อม และมีการก่อสร้าง แต่ไม่ได้กระทบอะไรมากครับ เพราะเค้าทำช่วงกลางวันตอนที่เราออกไปเที่ยว

 

พอเช็คอินเข้าที่พักแล้ว ก็ได้เวลาไปเที่ยวครับ สำหรับวันแรก ผมขอเที่ยวใกล้ๆกับที่พักก่อนล่ะกัน

อ่าวนาง / อ่าวพระนาง

ถือเป็นศูนย์กลางด้านการท่องเที่ยวของกระบี่ครับ ที่นี่มีที่พักหลากหลายเกรด ตั้งแต่โฮสเทลไปจนถึงโรงแรมห้าดาว นอกจากนี้ บริเวณนี้ยังมีร้านอาหาร ร้านค้า บาร์ บริษัททัวร์ ไปจนถึงร้านขายยา และคลินิก ดังนั้น ถ้าใครมากระบี่ ผมขอแนะนำให้เลือกพักที่นี่ครับ


 

 

 
อนุสาวรีย์ปลากระทงแทง หนึ่งในสัญลักษณ์ของอ่าวนาง
 

ถ้ามองออกไปในทะเลไกลๆ เราจะมองเห็นเกาะแก่งต่างๆมากมาย ซึ่งมีตำนานท้องถิ่นเล่าต่อกันมาดังนี้ครับ

ตำนานอ่าวพระนาง

มีตำนานเล่าว่า มีหมู่บ้านใหญ่ 2 หมู่บ้าน ตั้งอยู่ริมฝั่งทะเล หมู่บ้านแรก มีหัวหน้าชื่อ "ตายมดึง" เมียชื่อ "ยายรำพึง" ส่วนอีกหมู่บ้านหนึ่ง มีหัวหน้าชื่อ "ตาวาปราบ" เมียชื่อ "บามัย" มีลูกชายชื่อ "บุญ" ทั้งสองหมู่บ้านนี้เป็นอริต่อกันมาช้านาน

ยายรำพึงนั้นอยากจะได้ลูกสาวไว้เชยชมสักคนหนึ่ง จึงไปบนบานศาลกล่าวกับ พญานาค ผู้เป็นเจ้ารักษาท้องทะเล ให้ดลบันดาลให้ตนมีลูกสาว แต่กลับมีข้อแม้ว่า เมื่อนางเป็นสาวแล้วจะต้องให้แต่งงานกับลูกชายของพยานาค ซึ่งมักแปลงกายเป็นมนุษย์ขึ้นมาท่องเที่ยวอยู่เสมอ สองตายายก็รับสัญญา หลังจากนั้นไม่นานยายรำพึง ก็ท้อง และได้ลูกสาวสมใจ ให้ชื่อว่า "นาง"

เรื่องราวผ่านไปเมื่อ "นาง" โตเป็นสาว ก็เป็นที่หมายปองของ "บุญ" ซึ่งเป็นลูกชายของ "ตาวาปราบ" "บุญ" ได้ไปอ้อนวอนให้ "ตาวาปราบ" ไปขอคืนดีกับ "ตายมดึง" และขอให้ "นาง" ได้แต่งงานกับตน ด้วยความรักลูก "ตาวาปราบ" ยอมลดทิฐิไปสู่ขอ "นาง" ลูกสาว "ตายมดึง" ส่วนฝ่าย "ตายมดึง" ก็อยากจะให้ลูกสาวแต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝา จึงยอมตกลงยกลูกสาวให้ โดยลืมสัญญาที่ให้ไว้กับ พญานาค

เมื่อวันแต่งงานมาถึง ฝ่ายเจ้าบ่าวก็จัดกระบวนขันหมากยาวเหยียดมาทางชายทะเล นำโดย "ตาวาปราบ" สะพายดาบไว้บนบ่าทั้งซ้าย ขวา เล่มหนึ่งใหญ่ เล่มหนึ่งเล็ก ในขณะที่งานกำลังดำเนินไปด้วยความสนุกสนานนั้น เหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้น พญานาคที่แปลงกายมาเป็นมนุษย์ ก็เข้าแย่งชิงเจ้าสาว เกิดวิวาทฆ่าฟันกันขึ้น แต่ พญานาค ยังไม่สามารถแย่งชิงได้ "ตายมดึง" เห็นท่าไม่ดีก็พา "นาง" หนีไป ส่วน "ตาวาปราบ" เห็นเข้าก็เข้าขัดขวางไม่ยอมให้เอาตัว "นาง" ไป จึงดึงดาบเล่มใหญ่ขว้างไปหมายจะฆ่า "ตายมดึง" แต่ไม่ถูก หลังจากนั้นก็ดึงดาบเล่มเล็กขว้างไปอีก แต่ปรากฏว่าพลาดเป้าอีกเช่นเคย

หลังจากที่มีการฆ่าฟันกันอย่างดุเดือดนั้น ร้อนถึงพระฤาษีซึ่งบำเพ็ญตบะอยู่ในถ้ำออกมาห้ามปรามแต่ไม่มีใครเชื่อฟังพระฤาษีโกรธมาก จึงสาปให้ทุกสิ่งทุกอย่างกลายเป็นหิน ไม่ว่าจะเป็นผู้คน เครื่องใช้ บ้านเรือนก็กลายเป็นภูเขา เป็นถ้ำ เป็นเกาะแก่งในทะเลทั้งสิ้น เช่น บ้านเจ้าสาวกลายเป็น ภูเขา ที่ อ่าวพระนาง เรือนหอกลายเป็นถ้ำ เรียกว่า ถ้ำพระนาง ข้าวเหนียวกวนที่นำมาเลี้ยงกันหกเรี่ยราดกลายเป็นเปลือกหอยทับถมในทะเลต่อมากลายเป็น สุสานหอย ฝ่ายพญานาคพยายามกระเสือกกระสนลงทะเลแต่ไปไม่ถึงกลายเป็นหินทางด้านเหนือชาวบ้านเรียกว่า หงอนนาค บริเวณที่พญานาคกลิ้งเกลือกกลายเป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ ชาวบ้านเรียกว่า หนองทะเล


ในช่วงเย็นๆ กิจกรรมที่ห้ามพลาดคือ การมานั่งชมพระอาทิตย์ตกดินที่อ่าวนาง สำหรับผม ที่นี่ถือเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกดินที่สวยที่สุดจุดหนึ่งของไทยเลย
 



 
ยายสา

จริงๆ ตอนที่ผมไปเที่ยว ที่นี่ยังไม่ดัง เลยไม่ได้แวะไปครับ เพิ่งมาเห็นข่าวหลังจากนั้น 2-3 สัปดาห์ แล้วที่นี่ก็เป็นไวรัล ถ้าใครมีโอกาสไปแถวอ่าวนางช่วยแวะไปเยี่ยมแกหน่อยล่ะกัน แกคงเหงา


ยายสาเป็นประติมากรรมที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 2561 โดยนายคามิน เลิศชัยประเสริฐ ศิลปินชาวไทยที่นำเสนอในงานศิลปกรรมร่วมสมัยนานาชาติ ไทยแลนด์เบนนาเร่ย์ กระบี่ 2018 ภายใต้คอนเซ็ปต์โนซันไรซ์โนซันเซท ไม่มีพระอาทิตย์ขึ้นไม่มีพระอาทิตย์ตก

สำหรับตำนานของยายสา ที่นายคามิน เลิศชัยประเสริฐ ศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงาน ต้องการสื่อเรื่องราวของหญิงชราคนหนึ่งที่มีตัวตนอยู่จริง เป็นชาวจังหวัดกระบี่ วัย 89 ปี ที่ต้องอยู่บ้านเพียงลำพัง ประทับใจคำพูดที่ว่า อยู่ก็ไม่กลัว ตายก็ไม่กลัว จึงเลือกเรื่องราวของเธอมานำเสนอเป็นตัวแทนของมนุษย์ ที่วันหนึ่งก็จะมาถึงจุดนี้เช่นกัน และเธอก็เป็นผู้ศรัทธาในความรัก โดยเธอเฝ้ารอคอยสามีที่ล่องเรือสู่ท้องทะเลด้วยความหวัง รอตั้งแต่เช้ายันเย็น ยันค่ำ
โดยศิลปินได้สร้างกล่องขนาดใหญ่แทนถ้ำผิวด้านนอกมันวาว ด้านในมืดทึบ จัดวางถ้ำไว้ริมหน้าผา ด้านหน้าเป็นทะเลกว้าง ส่วนภายในว่างเปล่ามีเพียงหุ่นกับเงาของยายสาที่จัดวางอย่างลงตัว และหันหน้าออกทะเล สามารถมองเห็นพระอาทิตย์ตกได้อย่างพอดี

 

เรื่องราวของยายสา ได้ถูกนำไปแต่งเป็นเพลงด้วยครับ เอาเพลงนี้ไปฟังตอนชมงานศิลปะ น่าจะได้บรรยากาศดีครับ
 

ร้าน Family Thai Food & Seafood

ในเมื่อมาทะเลทั้งที เราก็ต้องกินซีฟู้ดครับ ตอนแรกผมก็ไม่ได้กะจะมากินร้านนี้หรอก แต่เนื่องจากช่วงที่ผมไป อ่าวนางเงียบเหงามาก ร้านอาหารต่างๆปิดไปเยอะ ร้านที่กะว่าจะไปกินตอนแรกก็ปิด พอเดินไปเรื่อยๆเลยมาเจอร้านนี้ครับ

ผมสั่งอาหารไป 4 อย่าง ได้แก่ ปลากะพงทอดน้ำปลา, หมึกผัดไข่เค็ม, ใบเหลียงผัดไข่ และ ทอดมันกุ้ง และมีผลไม้แถมฟรีให้ด้วย อาหารทั้งหมดนี้อร่อยใช้ได้เลยครับ แถมราคาก็ถูก ทั้งหมดนี้ ผมจ่ายไปแค่ 375 บาทเท่านั้น (ราคานี้หักส่วนลดโครงการเราเที่ยวด้วยกันแล้ว ถ้าจ่ายเต็มคือ 625 บาทครับ)

 
โดยรวมผมชอบร้านนี้นะครับ พนักงานบริการดี  อาหารอร่อย ราคาถูก เลยเอามาบอกต่อ ใครมาอ่าวนางแนะนำให้มากิน แต่ร้านนี้จะไม่ติดถนนนะครับ ต้องเดินเข้าซอยไปนิดเดียว ใครสนใจจะไปทานให้ลองเปิด google map หรือลองทักไปสอบถามที่เพจได้ครับ https://www.facebook.com/FamilyAonang

ทานอาหารเย็นเสร็จ ผมก็เดินช็อปปิ้งแถวนั้นต่ออีกนิดหน่อย แล้วก็เดินกลับที่พัก ทริปในวันแรกก็จบเพียงเท่านี้ครับ

ตอนอื่นๆ

ตอนที่ 1: เตรียมตัวเที่ยวกระบี่
https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=sumatekso&month=29-12-2020&group=25&gblog=10

ตอนที่ 2: แสงสุดท้ายที่อ่าวนาง
https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=sumatekso&month=01-01-2021&group=25&gblog=11

ตอนที่ 3: เที่ยวป่าเมืองกระบี่
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=sumatekso&date=09-01-2021&group=25&gblog=12

ตอนที่ 4: ทัวร์สี่เกาะ+ทะเลแหวก
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=sumatekso&date=12-01-2021&group=25&gblog=13



Create Date : 01 มกราคม 2564
Last Update : 21 มีนาคม 2564 22:15:45 น. 1 comments
Counter : 240 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

 
ขอบคุณที่แบ่งปัน


โดย: Kavanich96 วันที่: 2 มกราคม 2564 เวลา:4:20:21 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

เจ้าสำนักคันฉ่องวารี
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]




ชอบท่องเที่ยว สนใจประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และการเมืองระหว่างประเทศ

Blog นี้จะใช้เขียนความทรงจำในการเดินทาง และวิธีการเดินทางอย่างละเอียด เผื่อใครจะมาตามรอย หวังว่าจะเป็นประโยชน์นะครับ

ถ้าชอบ blog เนื้อหาประมาณนี้ ฝากกดติดตามด้วยนะครับ
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add เจ้าสำนักคันฉ่องวารี's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.