Group Blog
All Blog
|
ผลข้างเคียงต่างๆจากการกินวิตามินที่ไม่อาจมองข้าม ทุกวันนี้ตลาดอาหารเสริมหรือวิตามินเติบโตอย่างรวดเร็วแบบก้าวกระโดดเนื่องจากคุณประโยชน์หรือสรรพคุณของวิตามินที่มีมากมาย แป้งเชื่อว่ามีหลายคนรับประทานอาหารเสริมเพื่อจุดประสงค์ต่างๆหลากหลาย เช่น เพิ่มระดับภูมิคุ้มกัน ชะลอวัย ฟื้นฟูสุขภาพและบำรุงผิวพรรณ ฯลฯ แต่ใช่ว่าเราจะได้รับประโยชน์จากอาหารเสริมเพียงด้านเดียว ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้น มีไม่น้อยจนทำให้หลายคนไม่สามารถรับประทานวิตามินชนิดนั้นได้เช่นกัน มาดูกันว่าอาหารเสริมเหล่านั้นมีผลทำให้เกิดการระคายเคืองกระเพาะอาหาร เกิดกรดไหลย้อน คลื่นไส้หรือเกิดสิว ผดผื่นคัน ฯลฯได้หรือไม่ 1.วิตามินบี 6 และโกโก้ อาจทำให้ระคายเคืองกระเพาะอาหารหรือทำให้เกิดอาการเสียดท้องในบางคน 2.อาร์จินีน(Arginine)อาจเพิ่มระดับกรดในกระเพาะอาหารและทำให้เกิดกรดไหลย้อน(โปรดทราบว่า อาร์จินีนอาจถูกชูเป็นจุดเด่นเพียงตัวเดียวหรือเป็นส่วนประกอบในอาหารเสริมเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ) หากรับประทานร่วมกับยาลดการหลั่งกรดในกระเพาะอาหารเพื่อใช้รักษากรดไหลย้อน เช่น omeprazole(Prilosec)หรือเซนต์จอห์นเวิร์ต(St John's Wort)ซึ่งเป็นสมุนไพรบรรเทาโรคซึมเศร้า อาจทำให้อาการเกิดกรดไหลย้อนเพิ่มขึ้น 3.วิตามินซีอาจทำให้เกิดกรดในกระเพาะอาหารเพิ่มขึ้นในบางคน แต่โชคดีที่มีวิตามินซีรูปแบบพิเศษ(Ester-c)ซึ่งมีประโยชน์คือ สกัดความเป็นกรดออกไปจนหมดสิ้น จึงไม่ทำให้เกิดกรดในกระเพาะอาหาร 4.วิตามินเกลือแร่รวม(Multivitamin)มักมีแร่ธาตุ เช่น เหล็ก(Iron)และสังกะสี(Zinc)ซึ่งอาจทำให้เกิดการระคายเคืองในกระเพาะอาหาร 5.ซิตรัส ไบโอฟลาโวนอยด์(Citrus Bioflavonoid)เป็นส่วนประกอบที่พบบ่อยใน Multivitamin(วิตามินเกลือแร่รวม) สามารถทำให้เกิดอาการคลื่นไส้หรืออาเจียนได้ในผู้หญิงเล็กน้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่รับประทานยาคุมกำเนิดหรือใช้ฮอร์โมนทดแทน 6.CoQ10 สามารถทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อย่างไรก็ตามสามารถลดผลข้างเคียงได้ โดยการแบ่งปริมาณวิตามินต่อครั้ง ไม่ควรรับประทานตอนเย็น เนื่องจาก CoQ10 เป็นวิตามินที่ให้พลังงาน อาจมีผลทำให้นอนไม่หลับในช่วงกลางคืน 7.NAC,ALA อาจมีผลทำให้เกิดการระคายเคืองกระเพาะอาหารหรือเกิดผดผื่น คันตามตัว 8.อาหารเสริมน้ำมันปลา(Omega-3,Fish oil)มีผลทำให้เกิดผดผื่นคัน กรดไหลย้อน คลื่นไส้และเรอกลิ่นคาวปลาได้ในบางคน กรดไขมันโอเมก้า 3 ไม่ได้พบได้แค่ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารน้ำมันปลาและปลาเท่านั้น แต่ยังพบได้ในอาหารเพื่อสุขภาพหลากหลายชนิดที่เราบริโภคทุกวันอีกด้วย กรดไขมันโอเมก้า 3 ปริมาณสูงพบได้ในธัญพืชและผลไม้ เช่น • น้ำมันเมล็ดแฟลกซ์(Flaxeed Oil) • ถั่ว โดยเฉพาะแมคคาเดเมียคุณภาพดี จะมีกรดไขมันโอเมก้าสูงที่สุด • เมล็ดงา • อะโวคาโด คนที่บริโภคน้ำมันปลาหรือน้ำมันเมล็ดแฟลกซ์ปริมาณมากเกินไป จะมีความเสี่ยงฟกช้ำง่าย อันนี้จริงเลยคะ แป้งเคยเห็นแขนและขาของรุ่นพี่และรุ่นน้องผู้หญิง มีรอยฟกช้ำจ้ำเขียวกระจัดกระจายไม่ต่ำว่า 5 จุด เลยไถ่ถามว่า กินน้ำมันปลาหรือเมล็ดแฟลกซ์หรือเปล่า คนนึงตอบว่า น้ำมันปลา ส่วนอีกคน กินเมล็ดแฟลกซ์ 9.แมกนีเซียม(Magnesium)ทำให้เกิดอาการปวดท้องหรือท้องเสีย 10.SAM-e อาจทำให้เกิดอาการปวดท้องในบางคน ซึ่งสามารถลดลงได้โดยการใช้สูตรเคลือบลำไส้(Enteric), Mini Dose,แบ่งขนาดหรือรับประทานพร้อมอาหาร 11.การศึกษาหนึ่งพบว่า Curcumin(ขมิ้นชัน)ใช้รักษาอาการกรดไหลย้อน แต่อาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้และปวดท้องเล็กน้อยในบางคน โปรดทราบว่าขมิ้นชันมีฤทธิ์ร้อน หากรับประทานหลังอาหารทันที จะเกิดอาการจุกเสียดแน่นท้องโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรับประทานขมิ้นชันปริมาณสูงหรือใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน 12.แม้ว่าจะมีหลักฐานเบื้องต้นว่า Ginger(ขิง)มีประโยชน์สำหรับลดอาการคลื่นไส้หรือลดกรดไหลย้อน แต่อาจทำให้เกิดอาการปวดท้องหรือกรดไหลย้อนได้ในบางคน 13.วิตามินบีรวม(B-complex)ที่มีส่วนประกอบเป็นวิตามินซี ไบโอติน(Biotin)และกรดโฟลิก(Folic Acid )อาจทำให้เกิดอาการมึนงงปวดศีรษะ คลื่นไส้และท้องเสียเล็กน้อย ผลข้างเคียงที่พบบ่อยของสูตร B-complex คือกรดไหลย้อนและท้องผูก กรดไหลย้อนไม่ได้เป็นผลข้างเคียงในทันทีของการรับประทาน วิตามินบีรวม อย่างไรก็ดีเม็ดวิตามินที่มีขนาดใหญ่มาก อาจทำให้หลอดอาหารระคายเคืองมีผลทำให้เกิดการไหลย้อนของกรดในกระเพาะอาหาร 14.วิตามินบี12 มีผลข้างเคียงคือ อาจทำให้มีอาการคัน ปวดศีรษะ 15.กรดไฮยาลูโรนิก(Hyaluronic acid) มีผลข้างเคียงคือ บวมใต้ตา 16.R-ALA อาจทำให้ระคายเคืองกระเพาะอาหารและเกิดกรดไหลย้อนได้ 17.Collagen 2500 mg ขึ้นไป อาจมีผลทำให้เกิดสิวอุดตัน สิวผดได้ในผู้ที่มีผิวผสมหรือผิวมัน 18.โปรไบโอติกส์(Probiotics)มีผลข้างเคียงคือ แน่นท้อง ท้องอืด ร่างกายแต่ละคนมีระบบย่อยอาหารรวมถึงจุลินทรีย์ประจำถิ่นไม่เหมือนกัน การดูดซึมสารอาหารก็แตกต่างกัน ดังนั้นผลลัพธ์ในการกินวิตามินแล้วเกิดผลข้างเคียง จึงไม่ได้เกิดกับทุกคนเสมอไป แม้ว่าในอดีตแป้งจะเป็นภูมิแพ้ แต่ไม่ค่อยเจอผลข้างเคียงจากการกินวิตามินเท่าไหร่ เพราะค่อนข้างพิถีพิถันในการเลือกยี่ห้อ ดูส่วนประกอบโดยเฉพาะส่วนประกอบหลัก(Main ingredients)และวัตถุดิบอื่นๆ(Other ingredients)รวมถึงอัตราส่วนไปจนถึงที่มาของส่วนผสมว่ามาจากซีกโลกไหนอีกด้วย(วัตถุดิบที่มาจากจีน จะมีราคาถูกกว่าอินเดีย ส่วนผสมที่ผลิตในแถบสแกนดิเนเวียจะมีราคาแพงกว่าอเมริกา) สำหรับแป้ง การมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ไม่ได้เกิดจากการกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพหรือออกกำลังกายสม่ำเสมอเพียงเท่านี้ การกินวิตามินเสริมคือทางเลือกที่ดีที่สุดในการเพิ่มระดับภูมิคุ้มกันและพลังชีวิตเลยทีเดียวคะ เรียบเรียงโดย แป้งปังปอนด์ ที่มา https://www.consumerlab.com › hea...Supplements That Cause Reflux, Heartburn & GERD | Consumerlab ... https://www.livestrong.com › articleIs it Normal to Have Acid Reflux After Taking a Vitimin B Complex ... |
แป้งปังปอนด์
ผู้ติดตามบล็อก : 878 คน [?]![]() เริ่มเขียนblog 20ก.ค55 ปัจจุบัน ( 3 มี.ค 57 ) แป้งได้มีเพจแป้งปังปอนด์ สร้างขึ้นเพื่อจุดประสงค์แชร์ข้อมูลจาก blog ให้ท่านที่สนใจได้ติดตามอ่านอย่างสะดวกและรวดเร็ว ไม่ต้องเสียเวลาโหลดเนื้อหาจาก blog ดังนั้นขออนุญาตงดตอบคำถามใดๆทางเพจและ facebook ค่ะ หากท่านใดมีคำถามเกี่ยวกับการกินวิตามินเพื่อแก้ไขปัญหาสุขภาพและบำรุงผิวพรรณ รบกวนส่งคำถามไปยัง blog แป้งปังปอนด์ นานาสารพันปัญหา volume 5 อย่างเดียวเท่านั้นค่ะ ขออนุญาตฝากกด like เพจแป้งปังปอนด์ เพื่อเป็นกำลังใจในการสรรค์สร้างผลงานด้วยมันสมองและสองมือพยาบาลสาวภูไท คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จบการศึกษา ปี พ.ศ 2539 จากที่ราบสูงคนนี้ด้วยนะคะ สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ 2539 ห้ามผู้ใดละเมิด ไม่ว่าการนำชื่อ " แป้งปังปอนด์ " ไปใช้เพื่ออ้างอิงหรือติดป้ายสินค้าในเวปไซด์หรือที่ใดๆหรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของข้อความใน " Blog แป้งปังปอนด์ " แห่งนี้ไปใช้ ทั้งโดยการเผยแพร่เพื่อการอ้างอิงหรือนำรูปภาพไปโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร จะถูกดำเนินคดีตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด
|

ผู้ติดตามบล็อก : 878 คน [