A Boy and His Dog (1975) : เมื่อเกม Fallout พาข้าพเจ้ามาเจอ




ผมเล่นเกม Fallout 3, Fallout New Vegas และ Fallout 4 

ผมรู้ว่าเกมได้รับแรงบันดาลใจจากหนังอย่าง Mad Max แต่ดูเหมือนว่า Mad Max จะไม่ใช่เพียงแค่หนึ่งในหนังที่เกม Fallout ได้แรงบันดาลใจ 

เอาจริงๆแล้วเรื่องที่ใกล้เคียงกับ Fallout ที่สุดนั้นน่าจะเป็น A Boy and His Dog หนังที่ออกฉายในปี 1975 นี่เอง

และผมชอบหนังเรื่องนี้อย่างคาดไม่ถึงเลยทีเดียว

มันมีการผจญภัย มีแอ็กชั่นดวลปืนกัน มีฉากโป๊ แต่ขณะเดียวกันก็มีแง่มุมตลกร้ายผสมอยู่ด้วย (อย่าเห็นว่าชื่อเรื่องเป็น "เด็กชายกับหมา" แล้วจะกลายเป็นหนังผจญภัย "เด็กดีดูได้" เชียวนะ!)



A Boy and His Dog ดัดแปลงมาจากหนังสือของฮาร์แลน เอลลิสัน (Harlen Ellison) เรื่องราวเกิดขึ้นในปี 2024 หลังจากที่โลกมนุษย์ต้องพบภัยพิบัติเมื่อเกิดสงครามนิวเคลียร์ขึ้น วิคเป็นเด็กหนุ่มอายุ 18 ปีที่ออกผจญภัย (เอาชีวิตรอด) พร้อมกับหมาชื่อบลัด แต่สิ่งที่ทำให้วิคกับบลัดผูกพันกันมากกว่าคนกับหมาก็คือ

วิคคุยกับบลัดได้!




หนังเปิดเรื่องโดยที่วิคกำลังอยากหาผู้หญิงมามีเซ็กส์ด้วย แต่ในโลกนี้ช่างโหดร้าย ผู้หญิงนอกจากจะตกเป็นเครื่องมือทางเพศแล้ว ยังจบลงด้วยความป่าเถื่อนอย่างเช่นถูกทำร้ายร่างกายจนยับ ผลสุดท้ายวิคจึงแห้วไปตามระเบียบ 



กระทั่งวิคกับบลัดไปดูหนัง (โป๊) ด้วยกัน บลัดจึงบอกว่า "ในนี้มีผู้หญิงแน่ะ" วิคจึงเกิดความหื่นขึ้นมา และเกลี้ยกล่อมจนกระทั่งยอมให้บลัดบอกว่าผู้หญิงคนที่ซ่อนตัวอยู่ใน "โรงหนัง" คือใคร สุดท้ายวิคจึงได้เจอกับสาวเจ้าเสน่ห์ชื่อควิลล่า จูน โฮลม์ส ทว่าการได้พบกับควิลล่ากับพาวิคไปเจอกับอะไรที่คาดไม่ถึง






3 สิ่งที่ผมชอบใน A Boy and His Dog:


1) ความสัมพันธ์ระหว่างวิคกับบลัด

วิคกับบลัดไม่ได้ผูกพันกันแค่สาเหตุที่พูดคุยกันรู้เรื่องเท่านั้น แต่บลัดเป็นเหมือนกับผู้อาวุโสที่คอยให้สติวิคอยู่บ่อยครั้ง 

บลัดเป็นหมาที่รอบรู้ ฉลาด มันมักคอยสอนวิคอะไรต่อมิอะไรมากมาย เมื่อเวลาที่ต้องต่อสู้ บลัดกับวิคก็ไม่เคยทอดทิ้งกัน แม้จะมีช่วงเวลาที่ทั้งคู่ทะเลาะกันอยู่บ้างก็ตาม 

สิ่งที่ทำให้ผมอดทนกับการเดินเรื่องแบบช้าๆเนิบๆได้ ก็เพราะความสัมพันธ์ระหว่างวิคกับบลัดนี่แหละ




2) ความเป็นเกม Fallout

ในฐานะคนเล่นเกม Fallout หนังเรื่อง A Boy and His Dog ถือว่าเป็นอะไรที่ "ใช่" เสียยิ่งกว่า Mad Max เสียอีก


โลกหลังสงครามนิวเคลียร์ที่รกร้าง ---- เช็คSmiley




โลกอนาคตที่ไม่มียานพาหนะอื่นนอกจากเดินและเดิน ---- เช็คSmiley




อาวุธปืนโบราณอย่างไรเฟิลและปืนลูกโม่ ---- เช็คSmiley




บังเกอร์ใต้ดิน ---- เช็คSmiley




บ้านป่าเมืองเถื่อน ไม่มีกฎหมาย มีแก๊งอันธพาล ---- เช็คSmiley




เมืองบนดินที่เอาเศษเหล็กมาก่อๆกันเป็นกำแพง หรือสร้างจากขยะเศษเหล็ก ---- เช็คSmiley




กลุ่มสังคมลับแบบยูโทเปียแต่เปลือกนอก ---- เช็คSmiley




ภาพตอนจบที่ตัวเอกออกเดินทางพร้อมกับหมาคู่ใจ ---- เช็คSmiley




ตอนที่ A Boy and His Dog ออกฉายครั้งแรก มันไม่ประสบความสำเร็จทางรายได้มากนัก อย่างไรก็ตาม แฟนเกม Fallout ทำให้หนังเรื่องนี้กลายเป็นที่ฮิตในหมู่คนเฉพาะกลุ่มขึ้นมา

นอกจาก Fallout แล้ว ยังมีเกมที่ได้รับอิทธิพลหนังเรื่องนี้อยู่อีก นั่นก็คือ We Happy Few ตรงไหนน่ะหรือ? ก็สังคมยูโทเปียที่พอกหน้าขาวๆไง!





3) ตลกร้าย

สิ่งที่ทำให้ผมชอบ A Boy and His Dog มากที่สุดก็คือ ความเป็นหนังตลกร้ายนี่เอง!

บลัดเป็นหมาที่ทรงความรู้ ฉะนั้นเวลาที่บลัดคอมเมนท์อะไร มักจะมีอารมณ์ของการจิกกัดอยู่บ่อยครั้ง เช่น 

ตอนที่วิคกำลังจะมีเซ็กส์กับควิลล่า บลัดบอกว่า "เอาเหอะ การผสมพันธุ์ก็ไม่ใช่เรื่องแย่อะไรนี่นะ" ฮ่าๆๆๆ



แล้วตลอดทั้งเรื่อง วิคค้นหาการมีเซ็กส์กับผู้หญิงมาตลอด หลังจากวิคมีเซ็กส์กับควิลล่าสมใจอยากแล้ว ควิลล่ากลับเอาไฟฉายฟาดวิคจนสลบแล้วหนีไปยัง "โทเพก้า" สังคมเมืองสุดมีอารยธรรมที่อยู่ใต้ดิน โดยจงใจทิ้งร่องรอยไว้ให้ วิคตามรอยของควิลล่าไปจนถึงโทเพก้า แล้วค้นพบว่า... ทั้งหมดเป็นแผน...

โทเพก้ากำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตที่การ "ผสมพันธุ์" เกิดติดขัดขึ้นมา ทำให้คนในสังคมไม่อาจปั๊มลูกขึ้นได้อีก จึงเลือกวิคมาเป็นพ่อพันธุ์ แต่แทนที่วิคจะได้มีเซ็กส์กับผู้หญิงทุกคนในโทเพก้าแบบหนังโป๊ฮาเร็ม เขากลับต้องนอนอยู่บนเตียง แล้วถูกเครื่องจักรดูดน้ำเชื้อออกมาเหมือนกับพ่อพันธุ์วัว! แล้วขณะที่ดูดน้ำเชื้อใส่หลอด ก็จะมีการพาผู้หญิงที่สวมชุดแต่งงานมาทำพิธีแต่งงานกับวิคด้วย!

เจ็บแสบมาก!




ไม่เพียงเท่านั้น หนังยังจิกกัดระหว่าง "เซ็กส์" "การมีชีวิตรอด" และ "ความรัก" 

ควิลล่าพยายามจะพูดว่า "ฉันรักเธอ" กับวิคในหลายๆครั้ง แต่คำว่ารักในหนังเรื่องนี้ ก็ไม่ต่างอะไรกับสังคมที่สวยหรูแต่ภายนอก ทว่าฟอนเฟะภายในของโทเพก้า คือมันก็เป็นแค่ "หน้ากากอันสวยหรู" ที่เอามาสวมเพื่อให้การดิ้นรนมีชีวิตรอดมันดูดีขึ้นมาเท่านั้นเอง



และที่จิกกัดได้อย่างแสบสันก็คือ ความแตกต่างระหว่างโลกบนดินกับโทเพก้า มีเพียงแค่ภาพลักษณ์เท่านั้น คือโลกบนดินฟอนเฟะจากภัยสงคราม ทำให้ผู้คนต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดแม้จะป่าเถื่อนแค่ไหนก็ต้องทำ ส่วนโทเพก้าคือสังคมที่สวยหรู มีอารยธรรม ทว่าสุดท้ายแล้ว ทั้งสองฝ่ายกลังทำทุกวิถีทางเพื่อดิ้นรนเอาชีวิตรอดเหมือนกัน

ภายใต้เปลือกอันสวยงามของโทเพก้า กลับป่าเถื่อนและไร้อารยธรรมพอๆกับข้างบนดิน

และนั่นจึงนำมาซึ่งบทสรุประหว่างวิค, บลัด และควิลล่าที่แสบสันจนอดฮาไม่ได้!


สรุปผมให้ A Boy and His Dog...

7/10

การดำเนินเรื่องเหมือนจะไม่สนุก แต่ความสัมพันธ์กับวิคและบลัดทำให้หนังดูสนุก และการจิกกัดสังคมมนุษย์ก็ทำได้แสบสัน แถมคนที่เป็นแฟนเกม Fallout ยิ่งต้องชอบเข้าไปใหญ่ น่าจะได้เห็นว่าเกม Fallout หยิบยืมแนวความคิดหลายต่อหลายอย่างจากหนังเรื่องนี้ไปใช้ตรงไหนยังไงบ้าง

โชคดีจริงๆที่ได้ดู!



Create Date : 21 สิงหาคม 2559
Last Update : 21 สิงหาคม 2559 16:20:26 น.
Counter : 821 Pageviews.

1 comments
  
สวัสดีตอนเช้า แวะมาทักทายครับ
โดย: สมาชิกหมายเลข 3392476 วันที่: 4 กันยายน 2559 เวลา:5:46:47 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

หมาหัวโจก
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 18 คน [?]



All Blog