Group Blog
กันยายน 2564

 
 
 
1
2
4
5
6
7
8
9
10
12
13
14
15
16
19
20
21
22
23
24
26
27
28
29
30
 
 
Women in White เพื่อเธอ เพื่อฉัน...เพื่อเรา - บทที่ ๙ (YURI)

 

เช้าวันรุ่งขึ้น ญาณินเตรียมอาหารเช้า พอทานด้วยกันเสร็จ แวะไปแต่งตัวที่คอนโด จากนั้นแวะมารับดลลชา แล้วออกไปทำงานด้วยกัน

“เย็นนี้นินอยู่เวรนะคะ” ร่างสูงพูด ขณะขับรถใกล้ถึงโรงพยาบาล เพื่ออีกคนจะได้รู้ว่าตนไม่ได้เถลไถล

...ป้องกันการเข้าใจผิด

“ขยันไปรึเปล่า...ระวังเข่าอ่อนนะ” หล่อนหยอกกลั้วหัวเราะ จงใจพูดไปถึงกิจกรรมของเราเมื่อคืน “เมื่อคืนใครนะสลบไปก่อน”

ง่า...รื้อฟื้นมาทำไมกัน

หมอสาวแว่นค้อนน้อยๆ

“ก็เพราะใครละคะ”

สาวสวยทำหน้าตาย ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยอย่างผู้อยู่เหนือกว่า แล้วหันไปท้าทาย

“อยากแก้มือไหม นัดวันมาเลย?”

ง่า...

“ชิส์! นินก็แพ้คุณประจำ”

“รู้ก็ดี” ดลลชาคิดขำกับอุปนิสัยแบบเด็กๆ ของอีกฝ่าย ที่ไม่ค่อยต่างจากเดิมนัก เพียงแต่จะแสดงออกกับคนที่ใกล้ชิดเท่านั้น ก่อนกล่าวเตือนด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ทำไมเธอถึงขยันอยู่เวรนัก ไปอาสามาเหรอ?”

...คนพี่อยากรู้เหตุผลที่แท้จริงของอีกฝ่าย ว่าทำไปเพื่ออะไร?

เปล่าสักหน่อย

หมอร่างสูงทำหน้าอึกอักเล็กน้อย

“คือคุณหมอท่านอื่นบอกว่าติดธุระบ้าง ติดงานบ้าง ท่านเห็นนินเพิ่งมาใหม่ เลยยกเวรให้ค่ะ บอกว่านินจะได้มีเงินเพิ่ม นินก็เลยรับน่ะค่ะ”

เชื่อเขาเลย

หล่อนส่ายหัวเซ็งกับพวกชอบโยนงานให้คนอื่น ไม่ว่าอาชีพอะไรก็ล้วนแต่มีทั้งคนดีและคนไม่ดี เราไม่ควรเอาเปรียบใคร แต่อย่ายอมให้ตัวเองเสียเปรียบมากจนเกินไป

...บางคนสะกดคำว่า ‘เกรงใจ’ ไม่เป็น

“หัดปฎิเสธคนอื่นบ้าง ไม่งั้นเธอจะเหนื่อยแย่”

“นินทราบค่ะ แต่นินก็ได้เรียนรู้มากขึ้นนะคะ”

“รู้อะไรมาบ้างล่ะ?” หล่อนซักต่อ อยากรู้ความคิดของเด็กน้อย

“เวลาอยู่กะดึก นินจะโดนเรียกไปช่วยห้องฉุกเฉินบ่อยๆ ได้ช่วยอาจาย์หมอเก่งๆ ทำงาน ได้ช่วยชีวิตคนค่ะ ถึงนินจะไม่ค่อยได้ช่วยอะไรมากก็เถอะ แถมยังได้ค่าขนมด้วย” ญาณินพูดไปยิ้มไป

คิดง่ายเหมือนเด็กๆ ไม่เปลี่ยนเลยจริงๆ

อุปนิสัยมองโลกในแง่ดีของเธอ เป็นสิ่งหนึ่งที่ดึงดูดใจดลลชา

“ถ้าเธอชอบก็ทำไป แต่อย่าฝืนจนเสียสุขภาพ เข้าใจนะ?”

“เข้าใจแล้วค่ะ”

“เย็นนี้ฉันจะกลับบ้าน จะฝากอะไรให้น้ากัญก็เอามานะ”

“ขอคิดก่อนนะคะ”

“ขอบใจนะที่มาส่ง แล้วก็ขอบใจสำหรับเซ็กส์ร้อนๆ เมื่อคืนด้วย” ดลลชาพูดยิ้มเย้ยทิ้งท้าย ก่อนก้าวลงจากรถเก๋งญี่ปุ่น ที่จอดหน้าอาคารทำงานของตน

หมอสาวแว่นหน้าร้อนเห่อ มองสาวสวยที่เดินหายเข้าไปจนลับสายตา จึงเคลื่อนรถออกไป แล้วยิ้มแฉ่งกับตัวเองเหมือนคนบ้า

ขี้แกล้งที่สุด! นินจะเอาคืน คอยดู!

 

“วันนี้มาช้านะ” ปัณรสพูดขึ้นเมื่อเห็นหน้าเพื่อนผ่านเข้ามา ขณะยืนชงกาแฟร้อนใกล้ทางเข้า ซึ่งมีเครื่องดื่มหลายอย่างกับกระติกน้ำร้อนบริการให้แพทย์และพยาบาล

“ออกช้าไปหน่อย รถก็เลยติดน่ะ” เธอพูดความจริง แต่ไม่ได้บอกเหตุผลว่าทำไมถึงออกช้ากว่าปกติ

เพื่อนสนิทเดินตามไปจนอีกฝ่ายเดินเข้าห้องพัก จึงยืนพิงประตูขณะคนกาแฟไล่ความร้อนไปด้วย

“ท่าทางอารมณ์ดี มีอะไรพิเศษรึเปล่า?”

“ไม่นี่” ญาณินตอบ ขณะวางกระเป๋าในลิ้นชัก แล้วหยิบโหลคุกกี้กาแฟออกมาวางให้เพื่อนบนโต๊ะ “ทานรอไปก่อน เดี๋ยวฉันไปชงกาแฟ”

“แท๊งกิ้ว”

ปัณรสยิ้มกว้าง พลันเหลือบเห็นรอยแดงที่ต้นคออีกคนขณะเดินผ่าน ก็ชะงักกึก แม้จะยังไม่มีคนรักเป็นตัวเป็นตน แต่หมอสาวเชื่อว่าตนมองไม่ผิดแน่

...รอยคิสมาร์กชัดๆ

รอยจูบ...ใคร!

เพื่อนสนิทกลอกตาไปมา และคิดว่าจะต้องหาคำตอบนี้ให้ได้ ในใจเดือดพล่านยิ่งกว่าน้ำเดือดในกาน้ำร้อนเสียอีก

บ้าจริงเชียว!

 

ตอนสาย นภดลยกมือนวดหัวคิ้วหนาของตัวเอง ปวดศีรษะจี๊ดหลังรู้ว่า เหล่าผู้ถือหุ้นต้องการเรียกประชุมด่วน หลังกำไรในไตรมาสนี้มีแนวโน้มลดลงติดต่อกันเป็นไตรมาสที่สอง ในสภาวะเศรษฐกิจของชาติมีแนวโน้มติดลบ

หากไม่อาจสนองตอบความต้องการของคนพวกนั้นได้ เขาจะถูกพิจารณาถอดถอนออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการ

บ้าบอที่สุด

นภดลนึกสบถในใจ หลังหนึ่งในผู้ถือหุ้นโทรมาบอกข่าวนี้ ทำให้พ่อหล่อนเครียดไม่น้อย

ไม่มีไอคิวเป็นโคตรอัจฉริยะ ก็คิดได้ว่า หากต้องการกำไรเพิ่มมีสองวิธีคือ หนึ่งเพิ่มรายได้ ด้วยการเพิ่มค่ารักษาคนไข้ หรือสองคือลดค่าใช้จ่าย ด้วยการลดค่าจ้างบุคลากรที่มีในโรงพยาบาล

ทว่าเขาคิดไม่ตกว่าจะเลือกทางไหนดี หลังคำนึงถึงผลกระทบที่จะตามมาเป็นวงกว้าง รู้ตัวดีว่าตนเองเป็นคนโลเล และขี้สงสาร

หลังใช้สมองหนักบิดาหล่อนรู้สึกมึนหัวมาก น่าจะมาจากสาเหตุหลักคือโรคประจำตัวเกี่ยวกับความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจ ถึงเป็นหมอแต่ก็ใช่ว่าจะสุขภาพดีไร้โรคา

เขาเจ็บแน่นหน้าอกมากจนรู้สึกว่าผิดปกติ จึงฝืนตัวเอง เอื้อมมือกดโทรศัพท์ภายในเพื่อเรียกเลขาฯ หน้าห้องให้เข้ามา

“ขออนุญาตครับ” มนัสกล่าวผ่านประตูแล้วเปิดเข้ามาในห้อง พอเห็นสภาพของเจ้านายที่ทำหน้าบิดเบี้ยว แสดงอาการเจ็บปวด เขาผวาเข้ามาข้างกายชายสูงวัย “ท่านผอ. เป็นอะไรครับ?”

“อ่า...ยา...”

“เดี๋ยวนะครับ” เขารู้ทันทีว่าอีกฝ่ายอาการไม่ค่อยดี จึงรีบหายาจากกระเป๋าเสื้อให้เจ้านายทานแล้วจัดให้ดื่มน้ำตาม จากนั้นกดสายด่วนลงไปที่แผนกห้องฉุกเฉิน เพื่อขอความช่วยเหลือ

“แผนกห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาล XXX ค่ะ”

“ผมมนัส เลขาฯ ท่านผอ. รีบส่งเปลมาที่ห้องผู้อำนวยการที ท่านผอ.ไม่สบายมาก”

“ดะ ได้ค่ะ”

จากนั้นมนัสรีบโทรแจ้งนพคุณกับดลลชาทันที

 

ดลลชารุดมาที่หน้าห้องฉุกเฉิน หลังตรวจคนไข้เสร็จ เห็นพี่ชายกับเลขาของพ่อนั่งอยู่ก่อน จึงก้าวเข้าไปหา

“พ่อเป็นอย่างไรบ้างคะพี่นพ?”

นพคุณส่ายหน้าน้อยๆ

“ยังไม่รู้”

สาวสวยรับรู้ได้ถึงความตึงเครียด หลังอีกฝ่ายไร้ซึ่งรอยยิ้มขี้เล่น จึงทรุดตัวลงนั่งข้างๆ แล้วไม่ซักอะไรต่อ

แม้จะเป็นบุคลากรทางการแพทย์ รู้ดีแก่ใจว่าการเจ็บไข้ได้ป่วยเป็นเรื่องธรรมดา แต่พอเกิดกับคนใกล้ตัวก็ยากจะทำใจ หัวใจจึงร้อนรนไม่ต่างจากไฟป่าแผดเผา

“คงไม่เป็นอะไรมากหรอกนะ” แพทย์สาวพึมพำ เหมือนปลอบใจตัวเอง

“จากที่ฟังมนัสบอก พ่อเครียดเรื่องงานน่ะ”

“มีอะไรคะ?”

“เห็นว่าผู้ถือหุ้นจะประชุมเพื่อปลดพ่อน่ะ”

“หา!” หล่อนมองไปทางเลขาฯ ของพ่อ “จริงเหรอคะ?”

“ผมได้ยินมาแบบนั้นน่ะครับ” มนัสตอบ

บ้าชะมัด!

ดลลชาคิดอย่างหงุดหงิด รู้ดีว่าบิดาตั้งใจทำหน้าที่ของตนขนาดไหน แต่คงไม่ถูกใจพวกผู้ถือหุ้นที่อยากได้เงินปันผลเยอะๆ กับคนบางพวกที่จ้องจะเลื่อยขาเก้าอี้ ตำแหน่งผู้อำนวยการนั้นมีทั้งเงินและอำนาจ ใครๆ ก็อยากเป็น

...แต่ไม่ใช่ทุกคนจะมีคุณสมบัติที่เหมาะสม

ต่อไปโรงพยาบาลแห่งนี้คงวุ่นวายแน่

ไม่อยากจะคิดถึงอนาคตของบุคลากรของที่นี่ รวมไปถึงญาณิน แล้วต้องขมวดคิ้ว

ถ้าฉันไม่ได้เป็นลูกสาวผู้อำนวยการ เป็นแค่หมอธรรมดาคนหนึ่ง...เธอจะยังชอบฉันรึเปล่า?

พลันอดกังวลใจเรื่องของเราไม่ได้ ก่อนสะบัดทิ้งความคิดว้าวุ่นออกจากสมอง แล้วนั่งรอไปภาวนาไป

ไม่นานประตูห้องฉุกเฉินถูกผลักเปิดโดยพีระ หัวหน้าแพทย์ห้องฉุกเฉิน ทั้งสามคนลุกยืนขึ้นทันที

“อาจารย์พีครับ พ่อผมเป็นอย่างไรบ้างครับ?” นพคุณถามหมอใหญ่อย่างนอบน้อม

“ท่านผู้อำนวยการไม่เป็นอะไรมาก แต่รอผลสแกนอีกทีก่อนนะ ผมอยากให้แน่ใจ” ชายอาวุโสตอบ “ถ้ายังไงให้ท่านแอดมิทสักคืนสองคืนดูอาการก่อนนะ”

“เข้าใจแล้วครับ ขอบคุณครับอาจารย์”

“ไม่ต้องเกรงใจหรอก ท่านเป็นรุ่นพี่ผม เป็นผู้มีพระคุณของผม ถ้าไม่มีท่าน ผมคงไม่มีวันนี้”

“รบกวนอาจารย์พีด้วยนะคะ” ดลลชาพูดยิ้ม โล่งใจขึ้น

“อ้าว พลอย กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่?” พีระกล่าวทักทายลูกศิษย์ของตนที่คุ้นเคยกันดี

“สองสามวันค่ะ”

“ยินดีด้วยที่เรียนจบ ดีแล้วจะได้มาช่วยกัน” คนเป็นอาจารย์พูดยิ้ม แล้วเอ่ยไปถึงใครอีกคน “หมอญาณินหัวไวใช้ได้เลยนะ ช่วยได้เยอะทีเดียว ลูกศิษย์นพกับพลอยสินะ”

พีระรู้ว่า ร่างสูงคุ้นเคยกับสองทายาทของท่านผู้อำนวยการ จึงไม่แปลกใจที่ญาณินจะดูมีแววเก่งมากกว่าหมอทั่วไป

“ไม่ใช่ผมครับอาจารย์ ลูกศิษย์พลอยต่างหาก” พี่ชายบุ้ยใบ้ไปที่น้องสาว ยกความดีความชอบทั้งหมดให้ดลลชา หลังตัวเองแทบไม่ได้ช่วยสอนอะไรญาณิน หลังเห็นสายตาจิกๆ ของเจ้าหล่อน ยามที่ตนอยู่ใกล้ชิดกับเด็กน้อยคนนั้น

“พลอยแค่แนะน้องเขานิดหน่อยค่ะ”

“ตอนอยู่กะดึกหมอนินช่วยได้เยอะทีเดียว ถ้าเรียนต่อเฉพาะทาง ER จะเหมาะมาก” หัวหน้าหมอห้องฉุกเฉินเปรยขึ้นกึ่งชม ไม่บ่อยนักที่จะเจอคนถูกใจแบบนี้

“ไว้พลอยจะลองถามน้องดูนะคะว่า สนใจรึเปล่า”

“อือ” พีระยิ้มพอใจ “จะเข้าไปเยี่ยมท่านก็ได้นะ แต่อย่านาน ให้ท่านได้พักผ่อนมากๆ หน่อย”

“ค่ะ” / “ครับ” สองพี่น้องรับคำ

“ผมไปก่อนนะ ตั้งแต่เช้าเพิ่งดื่มกาแฟไปแก้วเดียว” หัวหน้าห้องฉุกเฉินพูดแบบเหนื่อยๆ

“ค่ะ ดูแลตัวเองด้วยนะคะอาจารย์พี”

“รู้แล้วๆ ไปนะ แล้วค่อยคุยกัน”

เขาโบกมือให้ลูกศิษย์แล้วเดินไปทางห้องพัก

สองพี่น้องกับเลขาหนุ่มเข้าไปดูคนป่วยที่ห้องพักรวม มีอุปกรณ์ติดระโยงระยางที่คนไข้ พอเห็นคนไข้หลับสนิทจึงเยี่ยมไม่นานก็ออกมา โดยไม่ลืมฝากฝังกับนางพยาบาลที่ดูแลที่นั่น

“ฝากคุณพ่อด้วยนะคะ” ดลลชาพูดเกือบเป็นขอร้อง

“ได้ค่ะคุณหมอพลอย คุณหมอนพ” สาวในชุดขาวพูดตอบอย่างสุภาพ

“ขอบคุณครับ” / “ขอบคุณค่ะ”

 

มนัสขอตัวไปทำงานต่อ สองพี่น้องเดินไปคุยไปทางโรงอาหาร เพื่อหาอะไรทาน ก่อนทำงานต่อช่วงบ่าย

“พี่นพโทรไปบอกที่บ้านเองนะคะ” หล่อนบอกพี่ชายแบบเกี่ยงๆ ไม่อยากสนทนากับแม่เลี้ยงนัก

“เฮ้อ!” นพคุณทำหน้าเซ็งๆ ไม่ได้อยากทำหน้าที่นี้สักเท่าไหร่

“พี่หมอพลอย พี่หมอนพคะ” เสียงสุพรรณีเรียกสองพี่น้องมาแต่ไกล

ทั้งคู่หันไปมองต้นเสียงที่ก้าวอย่างรีบร้อนมาหา หมอหนุ่มยักคิ้วให้น้องสาว

“พี่ไม่ต้องทำแล้ว ได้ตัวช่วย”

หล่อนส่ายหน้าอย่างรู้ทัน

อุ้มรีบสอบถามอาการของพ่อเลี้ยง หญิงสาวทำท่าโล่งใจหลังไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง น้องสาวนอกไส้รับปากว่าจะโทรบอกแม่เอง จากนั้นทั้งสามก็ไปทานอาหารร่วมกัน โดยมีสายตาสอดรู้สอดเห็นหลายคู่มองตาม ด้วยเป็นครั้งแรกที่สามพี่น้องอยู่พร้อมหน้าพร้อมตา

อาการป่วยของนภดลแพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็ว ยิ่งกว่าไฟลามป่า ภายในไม่กี่ชั่วโมงทุกคนก็รู้กันทั่ว สร้างความปั่นป่วนให้กับบุคลากรในโรงพยาบาลไม่มากก็น้อย หลังเขาเปรียบเป็นเสาหลักขององค์กร ที่ทำให้ทุกคนอุ่นอกอุ่นใจ ปลอดภัย และมั่นคง

แต่ยามนี้บุคลากรเกือบทุกระดับขวัญเสีย ไม่ต่างจากการสูญเสียแม่ทัพใหญ่ ข่าวผู้อำนวยการป่วยกลายเป็นหัวข้อข่าวร้อนของวันนี้ และมีคนพูดไปถึงว่า จะมีการเปลี่ยนตัวคนใหม่ขึ้นมาแทน ใส่สีตีไข่กันอย่างสนุกสนาน

 

ญาณินเพิ่งรู้เรื่องนี้ในช่วงก่อนเลิกงาน รีบเขียนข้อความไปถามคนพี่ทันที

Yanin : ท่านเป็นอย่างไรบ้างคะ?

Dollacha : อาจารย์พีว่าไม่เป็นไร ให้แอดมิทดูอาการ

Yanin : ดีจัง

เธอโล่งใจ หลังนภดลเป็นเจ้านายผู้มีพระคุณของตน ไม่อยากให้เขาเป็นอะไร

Dollacha : คืนนี้เธออยู่เวร?

Yanin : ค่ะ

Dollacha : งั้นฝากดูพ่อด้วยนะ

Yanin : ได้ค่ะ นินจะแวะไปดูทุกชั่วโมง

Dollacha : ขอบใจ

Yanin : ยินดีค่ะ

Dollacha : ฉันจะแวะไปดูพ่อ แค่นี้นะ

Yanin : นินไปด้วยค่ะ

 

“ท่านต้องไม่เป็นอะไรค่ะ” ญาณินยืนข้างดลลชา ซึ่งมองไปยังคนไข้ที่นอนหลับด้วยสายตาเศร้า เต็มไปด้วยความห่วงใย แล้วกล่าวต่อ “หมอที่นี่เก่งมากนะคะ คุณไม่ต้องเป็นห่วงหรอกค่ะ”

เธอเอาประโยคของฉัน มาใช้กับฉันเนี่ยนะ...ก๊อปปี้กันชัดๆ

สาวสวยคิดขำในใจ เรื่องที่ว่าหมอที่นี่เก่งแค่ไหน หล่อนย่อมรู้ดีกว่าคนพูด

“ถ้าเธอคิดจะเป็นคนปลอบใจฉัน...เร็วไปสิบปี”

ลืมไป...

สาวแว่นทำหน้าเจื่อน ยกมือขึ้นเกาคอแบบอายๆ

“โหย ห่างชั้นขนาดนั้น”

“เธอเป็นแค่เด็กน้อย...ของฉันญาณิน” คนพี่เอ่ยประโยคหลังเบาลง แค่ได้ยินกันเพียงสองคน

ใช่ค่ะ นินเป็นของคุณ...ของคุณคนเดียว

ร่างสูงเม้มปากแทบเป็นเส้นตรงแบบเขินๆ

“ได้เป็นแค่เด็กน้อยก็ยังดีค่ะ แต่นินไม่ยอมหยุดอยู่แค่นี้หรอกนะคะ สักวันนินต้องโตขึ้นให้ได้”

คนฟังหัวเราะหึเบาๆ แล้วเผยรอยยิ้มสวยออกมาได้เป็นครั้งแรกในรอบหลายชั่วโมง

“ฉันจะรอดูก็แล้วกัน”

“อีกไม่นานค่ะรับรอง” เธอตอบ ก่อนเอ่ยชมออกมา “คุณยิ้มแล้ว เวลายิ้มคุณสวยมากๆ”

“ฉันรู้อยู่แล้ว” หล่อนยิ้มเยาะอย่างมั่นใจในตัวเอง

 

แม้จะไม่ได้ยินว่าดลลชากับญาณินคุยอะไรกัน แต่ปัณรสเดาจากสีหน้าและภาษากายของทั้งคู่ แล้วมั่นใจว่า หมอสาวสองคนนี้ต้องสนิทสนมกันมาก ไม่ได้เหินห่าง หรือผิดใจอะไรกันแน่ๆ

อย่าบอกนะว่า...นินชอบคุณหมอพลอย!

ขณะที่เพื่อนเธอกำลังยืนแอบดูอยู่นั้น ไม่ได้รู้เลยว่า มีใครบางคนมายืนอยู่ข้างหลัง พลันมีมือใครก็ไม่รู้วางบนไหล่ก็สะดุ้งสุดตัว

“เฮ้ย!” ปัณรสหลุดอุทานออกมา หันขวับไปมองข้างหลัง

“มาทำอะไรลับๆ ล่อๆ อยู่ตรงนี้” อัญรินทร์ที่ถอดเสื้อกาวน์เป็นชุดเสื้อเชิ้ตกระโปรงสีเข้มถามเสียงเย็น พอเหลือบไปมองเห็นสองสาวยืนคุยกันอยู่...ก็เดาใจคนตรงหน้าออก “เธอสงสัยความสัมพันธ์ของสองคนนั้น ใช่ไหม?”

แสนรู้ไปแล้ว

เพื่อนเธอคิด ทว่าแสร้งทำหน้าใสซื่อ

“คุณพูดเรื่องอะไรคะ ฉันไม่เห็นเข้าใจ?”

เฉไฉเก่งเกิน

อัญรินทร์คิดเซ็งกับพวกดันทุรัง

“เธอเป็นพวกเข้าใจยากสินะ พยายามต่อไปล่ะ อย่าลืมเตรียมน้ำเก๊กฮวยไว้ดื่มเยอะๆ ด้วยนะ...จะได้ไม่ช้ำในนาน” หมอจิตเวชพูดประชดทิ้งท้าย ก่อนเดินไปหาเพื่อนรักของตน

เพื่อนเธอทำตาโตกว้างกับคำใบ้นั้น รู้สึกเหมือนหัวใจสลายไปกองกับพื้น

แปลว่าสองคนนั้น...ไม่จริง!

OoXoO

ปัณรสรู้เรื่องที่ทั้งคู่คบหากันแล้ว เรื่องราววุ่นๆ กำลังจะตามมาอีกขนาดไหน...ต้องติดตามต่อในเล่มนะคะ ไรท์จะอัพจบแค่ตรงนี้ ครั้งหน้าจะเป็นตัวอย่างนิดๆ หน่อยๆ ใครชอบก็อุดหนุน E-book ได้ที่ MEB ค่ะ 

คืนนี้จะครบกำหนดเวลาตัดสินแจกรางวัล ใครอ่านแล้วไม่ได้เขียน รีบเขียนก่อน 20.00 น.คืนนี้นะคะ 

ขอบคุณสำหรับทุกการติดตาม ทุกหัวใจ ทุกคอมเมนท์ พบกันใหม่เรื่องหน้าค่ะ  

นาง ^^

OoXoO




Create Date : 17 กันยายน 2564
Last Update : 17 กันยายน 2564 17:45:44 น.
Counter : 176 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณนายแว่นขยันเที่ยว

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#17



นิ้วนาง-เดียนา
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]



งานเขียนทั้งหมดใน blog นี้ สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย พระราชบัญญัติ พ.ศ.2537 ห้ามนำไปพิมพ์ เผยแพร่ หรือลอกไปกระทำการใดๆ ก็ตาม หากผู้ใดกระทำการผิด เจ้าของ blog จะเอาผิดท่านตามกฏหมาย ได้ทุกกรณี


  •  Bloggang.com