|
นิยาย "เกมรัก เกมร้าย Checkmate" (YURI) บทที่ 6
เช้าวันรุ่งขึ้น บรรยากาศในแผนกการตลาดยังคงอึดอัด ชวนหายใจลำบาก หลังเรื่องที่จารวีวิ่งโร่ไปเอาสัญญากับธาดากลับมาได้ ไม่ใช่ความลับอีกต่อไป พวกสมศรีพลอยหนักใจแทนเธอ ที่เก่งเกินหน้าเกินตาบอสสาว ตามคำโบราณที่ว่า...‘จงทำดีแต่อย่าเด่น จะเป็นภัย’ การที่จารวีหักหน้าบอสรุ้งพรายไปหนึ่งยก ทุกคนก็ระแวงว่า การเอาคืนจะต้องเกิดขึ้น และมันอาจจะรุนแรงระดับภัยพิบัติ ในแผนกมีหลายคนไม่อยากใกล้เลขาสาว ด้วยเกรงจะพลอยฟ้าพลอยฝนไปด้วย แต่มีสองคนระดับอาวุโสในแผนกที่ไม่สนใจ สมศรีนำยาหอมขวดหนึ่งมาวางมุมโต๊ะจารวี ขณะที่พลอยเอายาดมมาให้หนึ่งหลอด “ขอบคุณค่ะพี่สมศรี พี่พลอย” จารวีตื้นตันใจสองสาวอาวุโส หยิบยาดมมาเปิดแล้วสูดเข้าปอดแรงๆ “ชื่นใจจัง” “ใจเย็นๆ นะคะคุณวี เบาได้เบา” สมศรีเตือนอย่างห่วงใย ไม่อยากเสียพันธมิตรแสนดีไปเร็วนัก ในฐานะหัวหน้า รุ้งพรายสามารถสั่งย้ายแผนก หรือร้ายแรงสุดก็ไล่ออกเมื่อไหร่ก็ได้ “นั่นสิ” พลอยเป็นพวกพูดน้อยตามประสาพวก Introvert ที่สงวนถ้อยคำประหนึ่งกลัวดอกพิกุลจะร่วงหล่น น้อยครั้งที่จะมารวมกลุ่มกับใคร ในห้องนี้เธอสบายใจที่จะคุยกับจารวีมากที่สุด “จะพยายามค่ะ” เลขาสาวยิ้มแหย ก่อนพูดปลอบใจตัวเองและคนฟัง “วีไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ” “อย่าฝืนตัวเองเกินไปนะ” “ค่ะ” พอเหลือบมองนาฬิกาติดผนัง สมศรีมองตามแล้วพยักหน้ารู้กันว่า ได้เวลาแยกย้ายไปโต๊ะใครโต๊ะมัน พลอยตบไหล่จารวีเบาๆ เป็นเชิงให้กำลังใจ ก่อนเดินไปโต๊ะตัวเอง “สวัสดีครับคุณวี” นทีเดินเอ้อระเหยมาทักเลขาสาวที่โต๊ะ “อ๋อ สวัสดีค่ะคุณนที” “สู้ๆ ครับ” เขาหลิ่วตาให้จารวี ชายหนุ่มประทับใจที่เธอกล้าทำในสิ่งที่ถูกต้อง ต่างจากพนักงานหญิงหลายคน “มาพยายามด้วยกันค่ะ” “ครับ” นทีพยักหน้า เดินอ้อมไปยังโต๊ะของตนที่อยู่เกือบมุมห้อง ง่วงชะมัด! สาวแว่นหาววอด รีบยกมือป้องปากไม่ให้เสียมารยาท เมื่อคืนจารวีนอนไม่ค่อยหลับ ไม่ได้กังวลใจเรื่องงานหรอกนะ แต่เธอสนใจข้อมูลของรุ้งพรายมากกว่า อ่านทวนอยู่หลายรอบจนแทบจะจำได้ทุกตัวอักษร ไม่ใช่แค่ท่องจำเป็นนกแก้วนกขุนทอง ซุนวู นักปราชญ์และนักวางกลยุทธ์ชาวจีน กล่าวไว้ว่า ‘รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง’ เลขาสาวต้องวิเคราะห์หล่อน พยายามเข้าถึงความคิดและจิตใจอีกฝ่ายให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ถ้าฉันเข้าใจคุณรุ้งมากพอ ฉันอาจจะหาวิธีรับมือได้ เธออยากเป็นพันธมิตรกับรุ้งพราย มากกว่าเป็นศัตรู เพียงแต่ไม่รู้ว่าสาวสวยจะคิดแบบเดียวกันหรือเปล่า? ว่าไปตามสถานการณ์ก็แล้วกัน 08.25 น. รุ้งพรายก้าวเข้ามาในออฟฟิศช้ากว่าปกติเล็กน้อย หล่อนสวมชุดสูทสีขาวงาช้าง ขับผิวให้ดูสง่างาม สูงส่งจนเอื้อมไม่ถึง ยามที่ผู้จัดการสาวก้าวเข้ามา พวกจารวีไม่มีใครส่งเสียงทักทาย บรรยากาศชวนอึดอัดราวกับอยู่ในบ้านผีสิง “ฉันจะยกเลิกระบบ ADMS” หล่อนเอ่ยเสียงเย็น หลังก้าวมาหยุดข้างโต๊ะเลขาสาว “ค่ะ” จารวีรับคำ มองตามแผ่นหลังรุ้งพรายที่ก้าวเข้าห้องกระจกไป สงสัยยังโกรธอยู่...เฮ้อ! เธอถอนใจเบาๆ ก่อนลุกไปชงกาแฟเสิร์ฟบอสสาวตามหน้าที่ แอบลังเลใจเล็กน้อยว่า จะเพิ่มเอแคลร์ให้ไปด้วยดีหรือไม่? ให้ๆ ไปเถอะ เผื่อจะช่วยให้เกลียดฉันน้อยลงหน่อย ก๊อก! ก๊อก! “เข้ามา” เจ้าของห้องขานรับ รุ้งพรายปรายตามองไปเห็นจารวียกถาดกาแฟเข้ามา ก็ไม่ว่าอะไร รอจนกระทั่งอีกคนวางกาแฟ กับเอแคลร์จานหนึ่งก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “ทานอะไรหวานๆ จะได้อารมณ์ดีค่ะ” จารวีพูดเหมือนรู้ว่าอีกคนคิดจะถามอะไร มาถึงก็กวนประสาทเลย “เฮอะ!” หล่อนส่งเสียงต่ำในลำคอ “ขนมซื้อฉันไม่ได้หรอกนะ” “ก็ไม่ได้คาดหวังขนาดนั้นหรอกค่ะ” เลขาสาวตอบยิ้ม รุ้งพรายไม่อยากจะเชื่อ แต่ไม่คิดต่อปากต่อคำมากความ “เอาแฟ้มที่ต้องเซ็นเข้ามาด้วย” “สักครู่ค่ะ” หลังจารวีออกไปแล้ว รุ้งพรายดึงจานรองกาแฟมาใกล้ เบนสายตาไปที่จานเอแคลร์สี่ชิ้น ลังเลว่าจะทานหรือไม่ทานดี? สุดท้ายก็ใช้ส้อมเล็กจิ้มมาเข้าปาก เคี้ยวช้าๆ แล้วพบว่ารสชาติไม่หวานเกิน อืม อร่อย... ห้านาทีผ่านไป จารวีอุ้มหลายแฟ้มเข้าไปวางมุมโต๊ะ ก่อนสังเกตเห็นว่าเอแคลร์หายไปสามชิ้น จึงซ่อนยิ้มในหน้า ชอบล่ะสิ! รุ้งพรายทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ จิบกาแฟพร่องไปเกินครึ่ง พอวางแก้วก็พูดเสียงเรียบว่า “ช่วยส่งอีเมลให้คุณธาดาด้วย ฉันเขียนเสร็จแล้ว ฉันจะส่งเข้าอีเมลเธอ” “ค่ะ” จารวีรับคำ “อีกสักสิบนาทีต่อสายประชุมทางไกลกับคุณธาดาให้ที และเธอก็นั่งอยู่ด้วยในฐานะพยาน” “คะ?” เลขาสาวทำหน้างง หลังธาดาไม่ได้เรียกร้องขนาดนั้น “ฉันต้องการแสดงความจริงใจ ไม่ใช่ทำแบบขอไปที” หล่อนอธิบาย แน่ใจเหรอคะ? สาวแว่นสบตาอีกคนที่ดูจริงจัง “เข้าใจแล้วค่ะ” รุ้งพรายนั่งตัวตรง ใบหน้าสวยสงบนิ่ง ต่อหน้ามอนิเตอร์ที่พ่วงกล้องเพื่อวิดีโอคอล “สวัสดีค่ะคุณธาดา ดิฉันรุ้งพราย ผู้จัดการแผนกการตลาดค่ะ” “ครับ ผมรอคำอธิบายอยู่” ธาดาในจอเอ่ยเสียงแข็งกร้าว “ดิฉันต้องขอโทษถึงความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ดิฉันได้สั่งยกเลิกระบบตรวจเอกสารนั้นเรียบร้อยแล้ว” “แล้ว?” “ดิฉันได้มอบหมายให้คุณจารวีเป็นผู้ดูแลสัญญาตามเดิมแล้วค่ะ” “ก็ควรต้องเป็นแบบนั้น” เขาพูดเสียงเย็น ก่อนเอ่ยต่อ “ผมอยากเตือนอะไรคุณสักอย่าง” “อะไรคะ?” “ผมจะถือว่าเรื่องนี้จบ แต่จำไว้นะคุณผู้จัดการ ถ้าไม่มีน้องวีวิ่งหน้าตั้งมาขอโทษผมถึงที่นี่ ป่านนี้พวกคุณเสียลูกค้าไปแล้ว...คุณน่ะหัดเรียนรู้จากลูกน้องบ้างก็ดีนะ” คลิก! หน้าจอสนทนาดับวูบ รุ้งพรายรู้สึกเหมือนโดนตบหน้าชา ก่อนหันไปมองจารวี ด้วยสายตานิ่งที่ยากจะอ่านออก “พอใจแล้วใช่ไหม?” น้ำเสียงห้วนสูง “คะ?” เลขาสาวขมวดคิ้วยุ่ง “เธอทำให้ฉันขายหน้า” พาลไปนะ! “ดิฉันไม่ได้ทำคุณขายหน้า แต่เป็นระบบ ADMS แสนฉลาดของคุณต่างหาก” สาวแว่นเถียงเสียงแข็ง “ดิฉันช่วยคุณกู้สัญญาเก้าร้อยล้านเอาไว้ ก่อนที่คุณจะเผามันทิ้ง และทำให้แผนกของเราตกต่ำกว่าเดิม” มันใช่ระบบของฉันซะที่ไหน! รุ้งพรายเถียงในใจ ใจเย็นลงเล็กน้อย หล่อนรู้แก่ใจว่าจารวีไม่ได้พูดผิดเลยสักนิด แต่นี่ก็ไม่ใช่ความผิดของตนเหมือนกัน จึงเลือกจะเปลี่ยนเรื่อง “ช่างเถอะ!” หล่อนโบกมือ “ออกไปทำงานของเธอเถอะ” หืม? จารวีคิดประหลาดใจที่สาวสวยยอมถอยง่ายๆ ถ้าเป็นปกติอีกฝ่ายจะต่อว่าหลายประโยค เธอค้อมหัว แล้วหมุนตัวเดินออกไป รุ้งพรายใช้นิ้วเคาะโต๊ะหลายที เหมือนครุ่นคิดหนัก แล้วถอนใจยาวเหยียดแบบเบื่อหน่าย อีกไม่นานผู้ชายคนนั้นต้องโทรมาเฉ่งฉันแน่...น่ารำคาญจริง! ช่วงบ่าย รุ้งพรายสั่งให้ลูกน้องเร่งมือทำงานให้มากขึ้น โดยบอกว่าจะปรับมาตรฐานคะแนน PTS ขึ้นเล็กน้อยราวสิบเปอร์เซ็นต์ เพื่อนร่วมแผนกทุกคนจึงอยู่ในสภาพที่ดูไม่ได้ ใบหน้าบอกบุญไม่รับ มิ้นท์เด็กฝึกงานตาแดงก่ำ ได้ยินว่าแอบไปร้องไห้ในห้องน้ำสามรอบ สมศรีกินยาแก้ไมเกรน แต่กัดฟันพิมพ์งาน พลอยก้มหน้าก้มตาแก้งานบนโต๊ะขยำกระดาษทิ้งไปเป็นสิบแผ่น ส่วนนทีที่เคยร่าเริงยิ้มง่ายกลับยิ้มไม่ออก ขณะที่จารวีนั่งอยู่ท่ามกลางกองภูเขาสัญญา แว่นสายตาเลื่อนตกลงมาที่ปลายจมูก ทั้งเหนื่อยทั้งเพลียจนอยากจะอาเจียน แต่เธอไม่คิดยอมแพ้ ไม่อยากเห็นสายตาเยาะเย้ยของหล่อน ดูก็รู้ว่าตั้งใจแกล้งกันชัดๆ หน้าตาก็สะสวย แต่นิสัยใช้ไม่ได้ เลขาสาวบ่นกระปอดกระแปดในใจ พอถึงเวลาเลิกงาน คนอื่นทยอยกลับบ้านไปหมดห้อง เหลือเพียงจารวีกับรุ้งพรายที่ยังอยู่ในห้องกระจก บ้าพลังชะมัด! เลขาสาวส่ายหน้า ก่อนเก็บข้าวของเพื่อเตรียมกลับบ้าน พลันได้ยินเสียงแว่วมาจากห้องผู้จัดการ จึงมองผ่านกระจกเห็นหล่อนกำลังคุยโทรศัพท์ด้วยสีหน้าตึงๆ ใบแบบที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน คุยกับใคร? ความสนใจใคร่รู้ทำให้จารวีขยับไปใกล้ประตูอย่างลืมตัว โดยซ่อนอยู่ในมุมที่รุ้งพรายน่าจะมองไม่เห็น “ดิฉันเป็นคนสั่งยกเลิกโปรแกรม ADMS เองค่ะ เพราะมันไม่เหมาะกับลูมีแยร์” รุ้งพรายกล่าวกับคนในสาย แล้วฟังหลายวินาที ก่อนจะพูดแย้ง “หรือท่านอยากให้บริษัทสูญเสียรายได้ไปเก้าร้อยล้านบาท?” “ใช่ค่ะ” หล่อนพูดรับคำเป็นระยะ ไม่นานเสียงภายในห้องก็เงียบไป เลิกคุยแล้วเหรอ? จารวีคิดสงสัย แต่ไม่ทันจะขยับตัวหนี ประตูห้องเปิดออก สาวสวยก้าวออกมา ใบหน้างามดูเหนื่อยล้ากว่าปกติ วินาทีต่อมาสายตาของทั้งคู่ประสานกัน โลกเหมือนหยุดหมุน รุ้งพรายชะงัก จ้องหน้าเลขาสาวด้วยสายตาเย็นชา ก่อนเอ่ยตำหนิ “มายืนตรงนี้ จะแอบฟังหรือไง ไม่มีมารยาท” หล่อนไม่รอคำตอบ ก้าวเท้าเดินผ่านหน้าจารวีไป ไหล่ของทั้งคู่เฉียดกันเพียงนิดเดียว จารวีได้กลิ่นน้ำหอมที่อีกคนใช้เป็นประจำ เธอเหลียวมองตามแผ่นหลังของรุ้งพรายจนลับสายตา สัมผัสได้ถึงความโดดเดี่ยวอย่างน่าประหลาด ท่านที่คุณรุ้งคุยด้วยคือใคร? หญิงสาวมั่นใจมากว่า รุ้งพรายน่าจะเป็นหุ่นเชิดของท่านคนนั้น เดาจากสรรพนามน่าจะเป็นคนใหญ่คนโตในบริษัท ซึ่งเป็นไปได้จำนวนนับนิ้วได้ ลางสังหรณ์บอกเธอว่า...เนื้อแท้บอสสาวไม่ได้เป็นคนเลวร้าย จารวีเดาว่า คงไม่พ้นเป็นวังวนสงครามแย่งชิงอำนาจภายในบริษัท ซึ่งเป็นสิ่งที่เลขาสาวไม่ชมชอบสักเท่าใด เธออดกังวลกับอนาคตตัวเอง และอนาคตของแผนกการตลาดไม่ได้ ว่าแต่ท่านอะไรนั่น คิดจะทำอะไรบ้าๆ อีก? เป็นคำถามที่เธออยากรู้ ทว่าไร้คำตอบจากจักรวาล ณ คอนโดหรูใจกลางเมือง รุ้งพรายทิ้งตัวลงบนโซฟาหนังราคาแพงทั้งชุดทำงาน ที่เปียกชื้นจากละอองฝน แต่หญิงสาวไม่คิดสนใจ ไฟในห้องมืดสนิท มีเพียงแสงไฟจากตึกระฟ้าด้านนอกสาดเข้ามา ในมือหล่อนมีแก้วไวน์ที่ถูกเติมอยู่เกือบครึ่งแก้ว ยกขึ้นจิบเล็กน้อย กริ๊ง! กริ๊ง! เสียงมือถือดังขึ้น สาวสวยวางแก้วไวน์ คว้าอุปกรณ์สื่อสารมาดูชื่อผู้โทร ลังเลเล็กน้อยก่อนกดรับ “สวัสดีค่ะแม่” “รุ้งวันไหนว่าง ก็กลับมาบ้านบ้างสิ มาทานข้าวกันสักมื้อ แม่จะให้คนเตรียมของโปรดของลูก” มารดาหล่อนชวนขึ้น หลังลูกสาวไม่ยอมมาให้เห็นหน้าเห็นตาเลย ทั้งที่กลับมาไทยเกือบจะเดือนอยู่แล้ว ครั้งสุดท้ายที่มยุราเจอลูกสาวตัวเป็นๆ น่าจะเกือบสองปี รุ้งพรายเงียบ ไม่ตอบรับคำชวนนั้น “แม่มีเรื่องอยากคุยกับรุ้งเยอะแยะเลย” “แม่มีเรื่องอะไรเหรอคะ?” ลูกสาวถามเสียงเรียบ “ใจคอไม่คิดจะมาหาแม่เลยหรือไง?” “รุ้งไม่ค่อยว่างค่ะ งานค่อนข้างเยอะ” เรื่องงานคือข้ออ้างที่ดีที่สุด คุณหญิงมยุราเงียบไปอึดใจ ก่อนถามตรงๆ “แม่ได้ยินมาว่า แผนกที่ลูกดูแลมีปัญหา?” ข่าวไวชะมัด รู้จากใครล่ะนั่น? “ค่ะ” รุ้งพรายไม่จำเป็นต้องปิดบัง หลังมารดาเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นใหญ่ของลูมีแยร์ เรื่องราวน้อยใหญ่มักจะลอยถึงหูแม่เสมอ คำว่า ‘มีหูตาเป็นสัปปะรดไม่ได้เกินจริง’ ประกอบกับสัญญาของคุณธาดาจัดว่ามีมูลค่าสูงเป็นอันดับต้นๆ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะถูกจับตามองเป็นพิเศษ “ทำงานที่นั่น ลูกอึดอัดใจหรือเปล่า?” ที่จริงแล้ว มยุราไม่ได้อยากให้ลูกสาวทำงานที่ลูมีแยร์กรุ๊ป แต่ขัดใจลูกสาวไม่ได้ อย่างน้อยรุ้งพรายก็ยอมกลับมาทำงานในไทย ดีกว่าอยู่ห่างกันครึ่งค่อนโลก “ไม่ค่ะ” หล่อนไม่ได้โป้ปด แค่รำคาญใครบางคนเท่านั้น “งั้นเหรอ” มยุราถอนใจเบาๆ “ถ้ามีอะไรจะให้ช่วย ก็บอกแม่นะ” “เข้าใจแล้วค่ะ” “แล้วลูกได้เจอคิรากรบ้างหรือเปล่า?” สาวสวยหรี่ตาลงเล็กน้อย ไม่สบอารมณ์กับชื่อนี้สักเท่าใด “เดินสวนกันบ้าง แต่ไม่ได้คุยอะไรกัน” “งั้นเหรอ” แม่หล่อนพึมพำ “ถ้ามีโอกาส ลูกทำความรู้จักเขาไว้ก็ไม่เสียหายนะ” คิรากรเป็นลูกชายคนเดียวของประเสริฐ เป็นรองประธานตั้งแต่ยังหนุ่มแน่น ทั้งยังเป็นว่าที่ประธานลูมีแยร์คนต่อไป โปรไฟล์ของเขาจัดว่าดีเลิศ มยุราจึงให้ความสนใจคิรากรมากเป็นพิเศษ มองว่าเขามีคุณสมบัติเป็นเขยขวัญของตน ทว่ารุ้งพรายไม่เคยยอมรับความคิดบ้าๆ นี้ “ท่านรองคงไม่ว่างมาคุยกับคนตำแหน่งเล็กๆ แบบรุ้งหรอกค่ะ” “ไม่ใช่หรอกมั้ง แม่ได้ยินท่านประเสริฐพูดบ่อยๆ ว่าคิรากรอยากรู้จักลูก” จะเล่นเกมจับคู่เหรอคะ? บังเอิญว่าผู้ชายคนนี้ไม่ใช่สเปคค่ะ “เหรอคะ” มยุราสาธยายถึงความเลิศเลอของคิรากรไปหลายคำ พอลูกสาวเงียบกริบ คนเป็นแม่จึงไม่เซ้าซี้ต่อ ก่อนปิดฉากด้วยประโยคทิ้งท้ายที่ชวนคนฟังอบอุ่นหัวใจ “แม่คิดถึงรุ้งนะ ไว้ค่อยคุยกัน” ทว่าความอบอุ่นนี้ ส่งไปไม่ถึงหัวใจของรุ้งพราย ตกลงแม่ห่วงฉัน หรือห่วงสมบัติกันแน่? สาวสวยไม่แน่ใจคำตอบ และไม่อยากรู้ กลัวปวดหัวใจ หลังวางสาย รุ้งพรายไม่สนใจมือถือ คว้าแก้วไวน์มากระดกรวดเดียวหมด ก่อนยกขวดเติมอย่างไม่กลัวหมด ภายในห้องมีชั้นไวน์ราคาแพงวางเรียงเป็นสิบขวด หญิงสาวเทแล้วกระดกดื่ม...แก้วแล้วแก้วเล่า ไม่ถึงชั่วโมงต่อมา หล่อนเมาหลับเป็นตายอยู่ที่โซฟาในห้องรับแขกนั่นเอง . . ตอนนี้ยังมีราคาพิเศษอยู่นะคะ 149 บาทเท่านั้น ใครสนใจโหลดซื้อได้ที่ MEB ค่ะ ซื้อก่อนสนุกก่อนค่ะ ^^
| Create Date : 07 มีนาคม 2569 |
|
0 comments |
| Last Update : 7 มีนาคม 2569 12:57:20 น. |
| Counter : 75 Pageviews. |
|
 |
|