InSidE of mY SaxOphoNe....
 
 

ชีวิตที่ไม่ได้หายไปไหน

ชีวิตที่ไม่ได้หายไปไหน


หลังจากไม่ได้เข้ามา up blog ซะนาน เพราะมีอะไรหลายอย่างให้ทำ


1.

อย่างแรกเรยก็คือ ตอนนี้อิชั้น เป็นดีเจ จัดรายการเพลงแจ๊ส อยู่ที่สถานี //www.yesindie.com



จัดทุกวันเสาร์ บ่าย 2 - 4 โมง แระก็วันจันทร์เที่ยง ถึงบ่าย 3 ยังไงเข้าไปฟังกันได้ สำหรับคนที่ชอบแจ๊สทั้งหลาย เข้าไปพูดคุยกันได้เน๊อะ แต่ว่าการจัดวันแรกของอิชั้นฟ้าฝนไม่เป็นใจเอาซะเรย เนื่องจากวันนี้ฝนตกหนัก (ทั้ง ๆ ที่หน้าร้อน เฮ้อ) ทำให้ไฟดับไป 2 รอบ เพลงหยุดไปซะ
ง้าน ในขณะที่เป็นช่วงจัดของอิช้าน (ขอย้ำ ว่า ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ไปจัด) ส่วนไมด์ที่ซื้อมาจะออกอากาศ พี่ท่านก็เกิดไม่ดังขึ้นมาซะเฉย ๆ ซะนี่ (อ้าว งานนี้มีเฮ)


2.

กำลังจาผันตัวไปเป็นนักเขียน (เขียนบ้า ๆ บอๆ ) หลังจากหลงไหลในกลิ่นน้ำหมึก แระตัวอักษร มาตั้งแต่จำความได้ แระไปทำตัวเสร่อ เชื้อชวน นักเขียนที่กำลังมาแรงมาก ๆ ตอนนี้ (พี่ต้น อนุสรณ์ ติปยานนท์) เสร่อชวนพี่ต้น มาร้านที่เราเล่นดนตรี พี่ต้นก็มาจริง ๆ แฮะ พร้อมพ่วงผู้ช่วยบก. มาด้วย แถมคืนนั้น พี่ต้นยังชมว่าวงดนตรีเราเล่นได้ smooth บรรยากาศร้านดีมาก ๆ
แกจาตามไปนั่งดูร้านที่เราเล่นแถวถนนพระอาทิตย์อีกที (โอเชพี่ไว้เจอกัน) ด้วยมารยาหลายร้อยพันเล่มเกวียนของอิช้าน ก็ทำตัวตีสนิท แอบชวนพี่ต้น ไปดูคอนเสิร์ต so::on



อันนี้วง Goose ซึ่งมือกลองชื่อ บะ เป็นเพื่อนของเพื่อนเราอีกที คอนเสิร์ตครั้งนี้เค้าจาเล่นเป็นครั้งสุดท้ายแร้ว
เพราะว่า บะ จาไปเรียนต่อที่ออสเตรเลีย เรยจะพักวงกันชั่วคราว



วงนี้ชื่อไรจำมะได้แร้ว รู้แต่ว่าวงนี้เค้าแทบจะนอนเล่นกับพื้นเวทีเรยว่าง้าน ....



อันนี้มือกลองจากญี่ปุ่น solo อยู่คนเดียว อิช้านมาทันตอนเค้าจาเล่นจบพอดี ตอนปามาณ 3 ทุ่ม ได้



นี่ก็วง Goose อีกที นักร้องนำ ทั้งการแต่งตัว ท่าทางการร้อง คิดว่าเป็นพี่ป๊อด โมเดิร์นด๊อก ซะอีก




วงนี้มาจาก สิงคโปร์ นักร้องนำหน้าใส น่ารักมาก ๆ
วงนี้ชั้นชอบ sound balance เค้ามากที่สุด แบบว่า พอวงนี้ขึ้นมาวงอื่น ๆ ตายกันหมด ในเรื่องความเคลียร์ ความชัดของนักร้อง ของนักดนตรี ฟังแร้วไม่รกเหมือนวงอื่น ๆ

so::on เป็นกลุ่มดนตรีเฉพาะแนว พวก noise /
electronic เช่นวง อัศจรรย์ จักรวาล goose / desktop error / ฯลฯ อีกหลายวงจำมะได้ที่สังกัดในทีมงานกลุ่มนี้

นำทีมโดยหัวเรือใหญ่ Koichi คนทำเพลงประกอบหนังมาหลายเรื่องแระ แร้ววันที่คอนเสิร์ต so::on เล่นช้านก็นัดกับพี่ต้น ชักชวนไปดูกัน อิอิ (เสร็จเราแน่พี่ต้น)

พี่ต้นก็ไปอีกแน่ะ (เข้าทาง ๆ ) อย่าคิดไกล ช้านนับถือพี่ต้นเป็นนักเขียนในใจ แระเหมือนเป็นพี่ชาย



3.

ตอนนี้อิช้าน กำลังต้องฝึกซ้อมดนตรีอย่างหนัก เพราะเจอพี่โก้ saxman ให้ไปเรียนที่โรงเรียนดนตรีของแก แกเหมือนพี่ชายที่อบอุ่นมาก (พี่ชายอีกแระ อิอิ) แนะนำทุกเรื่อง รวมทั้งอุปกรณ์ดนตรี แถมไปถึงแกใช้งานให้ไปสอนนักเรียนที่มาเรียนแซกใหม่ๆ ด้วย (ฝีมือหางอึ่งแบบอิช้าน อายแทบตาย)

ก็หลาย ๆ คนถามว่าหายไปไหนก็ช่วงนี้เข้าไปอยู่แวดวง
คนทำหนัง นักเขียน คนทำเพลง เป็นดีเจ ทำงานประจำ
ตกเย็นออกไปเล่นดนตรี กลางคืนเขียนหนังสือ (บ้าง 55)





 

Create Date : 08 เมษายน 2550   
Last Update : 9 เมษายน 2550 17:42:56 น.   
Counter : 377 Pageviews.  


ฉันจะไม่ลืมความทรงจำของเธอ Olivia

ดวงอาทิตย์ประจำกรุงเทพฯกำลังโบกมือลาพอดี ตอนที่ฉันกำลังเงยหน้าจากงานที่ทำเพิ่งเสร็จ

ฉันเก็บข้าวของ สัมภาระ ก้าวเท้าไปยังสถานที่ที่คราคร่ำด้วยผู้คน นักท่องเที่ยว ทัวร์ต่างชาติ และลานเบียร์ที่แทบจะเรียกได้ว่าใหญ่ที่สุดในกทม. ที่นั่นคือสวนลุม ไนซ์บาซ่า

วันนี้เป็นหนึ่งในหลาย ๆ วันที่ฉันมักใช้ชีวิตหลังเลิกงานเข้ามาซุก และฝังตัวอยู่ในนี้ ท่ามกลางคนแปลกหน้าที่ซึ่งต่างก็หน้าแปลกสำหรับกันและกัน ฉันรู้สึกว่าที่ซึ่งเราต่างเป็นคนแปลกหน้าซึ่งกันและกัน ที่นั่น มักมีช่องว่าง สำหรับฉันอยู่เสมอ มันเป็นช่องว่างแห่งการเริ่มต้น ช่องว่างแห่งการค้นหา พื้นที่ที่ซุกตัว หอบเอาความเหนื่อยล้า ความเหงา ความเจ็บปวด คลายออกมาฝาก และฝังไว้ที่นี่ ฉันชอบพื้นที่ว่างแห่งนี้เปนชีวิตจิตใจ เป็นที่ที่กำเนิดหลายอย่างที่น่าค้นหา น่าเริ่มต้น และฉันสามารถกำหนดจุดจบได้ด้วยตัวเอง

-----------------------------------------------------------
"ขอนั่งด้วยคนได้ไม๊คะ" สำเนียงบ่งบอกว่า ไม่ใช่คนไทยแน่นอน

ฉันเงยหน้าจากการจดบันทึก แร้วพยายามติดต่อกับเจ้าขยุก หยุย กลม ๆ ยับ ๆ ที่ซ่อนอยู่ภายใต้เส้นผม การติดต่อครั้งนี้สรุปว่า ฉันไม่เคยรู้จักเธอผู้นี้มาก่อนเรย จากการคาดเดา เธอน่าจาอายุไม่เกิน 20 หรือว่าอาจเรยจากนั้นไปก็ได้ เฮ้อ...ฉันยิ่งมีปัญหากับการคาดเดาอายุคนอื่น ๆ อยู่ด้วย ฉันไม่เคยแม่นยำเอาซะเรยกับเรื่องนี้

My name is Olivia Ong เธอบอกพลางนั่งลงข้าง ๆ ฉัน

สาวน้อยในชุดสีแดง ประหนึ่งดวงอาทิตย์จ้าตอนกลางวัน ชุดเปิดไหล่ ยาวเป็นรูปตัววี เผยให้เห็นลำแขนที่กลมกลึง และเรียวงาม ผมที่ยาวสลวย รับกับใบหน้าที่อ่อนใส ยิ่งผสานทำให้เธอดูอ่อนโยน มากขึ้น แต่ยิ่งไปกว่านั้น เสียงของเธอ ฉันจำไม่ได้ว่าเคยได้ยินเสียงแบบนี้ที่ไหนสักแห่งบนโลกใบนี้ แต่ว่าเสียงเธอมีเอกลักษณ์เหมือนมีมนต์ต้องสะกดให้ฉันต้องหยุดคิดถึงสิ่ง ต่าง ๆ ในขณะนี้

"ฉันเอาความทรงจำมาให้คุณ"

ความทรงจำ ??? เธอจะเอามาให้ฉันทำไมกัน

" ความทรงจำของฉัน ...ที่มีอยู่...ฉันนำมันมามอบให้กับคุณ โปรดเก็บรักษาความทรงจำนี้ไว้ ฉันบินมาจากสิงคโปร์ ฉันหาใครบางคนที่จะเก็บและรักษาความทรงจำนี้ของฉันไว้ และนั่นคือคุณ ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน หากคุณนึกถึงเสียงของฉัน ฉันจะไปอยู่ข้าง ๆ คุณ "

เธอมอบความทรงจำไว้ให้ฉัน ณ ร้านแห่งนึงในสวนลุมไนซ์บาซาร์ เธอจากไปแร้ว พร้อมกับสายฝน ที่สาดกระหน่ำลงมายามค่ำคืนที่นี่






Olivia Ong เป็นนักร้องสาวชาวสิงคโปร์ อายุแค่ 19 เท่านั้นเอง แถมหน้าตาก็น่ารักมากเสียด้วย เสียงร้องของเธอหวานจับใจเอามาก ๆ



เธอไม่เพียงแต่ฝึกร้องภาษาอังกฤษ แต่ว่าภาษาญี่ปุ่นเธอก็ฝึกร้องได้ดีไม่แพ้กัน แนวดนตรีของเธอคือแนว Bossanova ป๊อบ ๆ ใสๆ

ผลงานอัลบั้มของเธอ

Year of release Title (English)

2005 a girl meets bossanova
2006 a girl meets bossanova 2
2006 Precious Stones




 

Create Date : 13 มีนาคม 2550   
Last Update : 13 มีนาคม 2550 14:04:10 น.   
Counter : 355 Pageviews.  


ความเจ็บปวดที่แสนบริสุทธิ์


เมื่อวานมีคนถามว่า ฉันชื่ออะไร?

ทำงานที่ไหน?...... บ้านอยู่หนใด?

ฉันงงกับคำถาม....

นี่คืออาการของคนปกติหรือเปล่า.. มิทราบได้

มันคือคำถามทั่ว ๆ ไปที่คนเรา คงเคยตอบกันไป และโดน

ถามกันมาตลอดชั่วชีวิต


แต่สิ่งที่ฉันรู้ นั้น ก็คือว่า ................


ฉันคือคราบน้ำตา... ที่เกรอะกรัง

ฉันคือเศษผ้าขาด... ที่รอให้เข็มทิ่มแทง

ฉันคือแสงไฟที่เปิด.. ในโลกที่ไร้ผู้คน

ฉันคือบทเพลง.... ที่บรรเลงในโลกของคนไร้เสียง

ฉันคือหมาป่า .... ที่วิ่งไล่แมลงบนยอดไม้ใหญ่


ฉันคือความเจ็บปวด.... ที่แสนบริสุทธิ์


** ขอบคุณความเจ็บปวด ที่ทำให้รู้ว่า...

ความสุขเป็นเฉกเช่นใด... บนโลกใบนี้ **








 

Create Date : 27 กุมภาพันธ์ 2550   
Last Update : 27 กุมภาพันธ์ 2550 10:59:38 น.   
Counter : 219 Pageviews.  


เสาร์ - อาทิตย์ ทะลุมิติแห่งความซ้ำซาก จำเจ


เสาร์ - อาทิตย์ที่ผ่านมา รู้สึกตัวเองหลุดไปอยู่อีกโลกนึง ชนิดว่า เงินตราก็หาซื้อไม่ได้

เป็นมิติของชีวิต ที่เรารู้สึกว่า นี่แหล่ะ ใช่เรย...แบบนี้ล่ะ โลกของเรา เหอ..เหอ...



1. เมื่อวันเสาร์ตอนบ่าย ไปเล่นดนตรีให้งาน Event ของ Isuzu ที่เซ็นทรัลพระราม 2

ได้เห็นผู้คนเดินไปมา แล้วเค้ามีความสึกสนุก มีความสุข บางคนก็มาขอเบอร์ติดต่อ บางคนก็หยุดฟังตั้งนาน

บนเวที ประกอบด้วย 1 หญิง (อันน่ารัก) 2 ชาย ในวงเป็นดนตรีเล่นสบาย ๆ แนว Bossa

แต่มีมือแซก ซึ่งเป็นผู้หญิง คือตัวข้าเจ้าเอง เป็นจุดขายของวง (จิง ๆ คือขายขี้หน้า เพราะซุ่มซ่ามตลอด

เดี๋ยวเตะสายไมล์ เดี๋ยวทำไมล์ตกบ้างล่ะ เดี๋ยวก็สะดุดเก้าอี้บ้างล่ะ ฯลฯ)

ตอนนั้นมีคนในห้างมองดูกันตรึม ทั้งชั้นบน ชั้นล่าง ชั้นใน ชั้นนอก (อ่ะเริ่มไม่เกี่ยวแระ)

มีการขอเพลงอีก.... น่านนน ยังกะเล่นในร้านอาหารยังไงยังง้าน ตอนแรกเราคิดว่า เราคงอายน่าดู

โดยปกติเป็นมือแซก ขี้อาย จะเล่นดนตรีทียังต้องหาหมวกมาใส่ เพราะไม่อยากให้ใครจำหน้าได้

แต่วันนี้ไม่ใช่โดยสิ้นเชิง มันไม่มีอาการเกร็ง หรือกัว ใด ๆ เป็นธรรมชาติโดยดนตรีที่ผสานกับ

การมาฟังของคนในขณะนั้น ไอ้เราก็ solo ซะเต็มที่ โดยเฉพาะเด็ก ๆ มักชอบมาออกันหน้าเวที

ไอ้เราก็เล่นดนตรีไป แหย่เด็ก ๆ ไป บางคนก็มาขอจับมือเรา เหมือนว่าช้านเป็นดาราซะง้านนนน


พอเล่นเสร็จ เราต้องเดินสายไปเล่นดนตรีเปิดหมวกที่จตุจักรต่อ กับเพื่อน ๆ ซึ่งรออยู๋ที่นั่น

เพื่อน ๆ เราไม่เคยเล่นเรย ก็เกิดอาการอา ย ไม่กล้าเล่นซักที ไม่ได้ล่ะช้าน...ต้องทำตัวเป็นผู้นำ

ในนาทีนั้น เราต้องไม่ให้ความอายเข้าครอบงำ คิดได้ดังน้นเรยบอกเพื่อน ๆ ว่า

เอ๊า...ลุยโลด ๆ ๆ เราคว้า sax ขึ้นมาเป่า เคล้ากีตาร์ ซะเดี๋ยวนั้น

แปลก..แต่จริง... มีคนฮ่องกง ผู้ชาย เอากล้องมาถ่ายรูป พร้อมยื่นแบงค์ 100 ให้ประเดิม

ว้าวว เพื่อน ๆ ที่ไปเล่นเริ่มมีกำลังใจ อันมีมือแซกเป็นจุดขายเหมียนเดิมมมมมมม....


ฝรั่ง ถ่ายรูป กันเต็ม คงเห็นว่าเป็นของแปลกอ่ะ เพราะผู้หญิงที่ไหนวะ มายืนเป่าแซก

โน่น ผู้หญิงเค้าต้องไปตีขิม ตีระนาด เล่นเปียน กันโน่น ....คริ ๆ ๆ

ก็ช่วยไม่ได้อ่ะ ใจมันรัก และถึงขนาดหลงรักจนหัวปักหัวปำกับเจ้าแซก ไปซะแร้วววว

อยู่กินกับแซกมาก็เกือบ 10 ปีแระ หุหุหุ


คนรุมกันตึม ที่เด็ดสุดในวันนั้นคือ ตอนเล่นอยู๋ช่วงนึง อยู๋ดี ๆ รู้สึกว่าทำไมคนมันช่างเยอะไปหมด

เหมือนเค้าโดนมนต์ (ดำ) จากเสียงดนตรีของพวกเรา คือทุกคน หยุดอยู๋กับที่ อาการแบบว่า

นะจังงัง... ตาค้าง ปากอ้า เอาเว้ย ๆ ๆ คนมันต้องชอบแน่ ๆ ไอ้เราก็ใส่ซะเต็มที่

solo กระฉูด แต่สักพักไหงพี่ที่เล่นกีตาร์กลับหยุดเล่น แล้วไม่พูดจาอะไร ไม่พูดเรยสักแอะ ให้ตายเถอะ!!!

ปล่อยให้เราเป่าแซก คู่กับพี่ที่เป็นนักร้องอีกคน แต่หูเราก็ไวว่า ได้ยินเสียงแว่ว ๆ เหมือนเสียงเพลงอาญาสิทธิ์

ตายละเหวย....พี่น้องค๊าบ มันเสียงเพลงชาติไทย นี่ค๊าบบบบบ โอย ๆ ๆ ๆ ลมจาใส่ หยุดคับหยุด

ไอ้เราหยุดเล่นทันใด ทั้ง ๆ ที่เพลงก็เพิ่งเล่นไปกลางเพลงเอง ปล่อยให้พี่นักร้องยังคงยืนร้องไปคนเดียว

พอแซกหยุดเสียงก็เงียบโดยทันใด พี่นักร้องก็เริ่มลังเล พอแกหยุดร้องเท่านั้นล่ะ ความจริงก็เฉลยให้แกรู้ว่า

คนเค้าไม่ได้หยุดฟังพวกเราเว้ย เค้าหยุดเคารพธงชาติกันตอน 6 โมงเย็น กรำ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ

แถมเราก็ทำตัวเลียนแบบพี่มือกีตาร์ โดยหยุดเล่นแล้วไม่ปริปากใด ๆ หรือสะกิดพี่ท่านนักร้องว่า ให้หยุดร้อง

พอทุกคนหยุด ความเงียบกริบเข้าครอบครองยึดหัวหาดจตุจักรแถวนั้น


แหม !!!! ทำไมคนเดินไปมา ไม่บอกกันบ้างล่ะค๊าบบบบ โอย อายสุดอาย พอเพลงชาติจบ

พวกเราก็ปล่อยปู้ด เอ๊ย ปล่อย ฮา กร๊ากกกก กันตรงนั้นอ่ะ 4- 5 คน โอย โอย..อยากเป็นขอมดำดินได้ในนาทีนั้น


1 ชม.นั้นเราได้ตังส์มา 370 บาท อ้อ แถมก่อนกลับมีคนมาติดต่อขอเบอร์เรากันใหญ่

พี่ผู้ชายคนนึงมาบอกว่า เค้าเปิดผับ อยากให้มือแซก เนี่ยะ ไปเล่นโซโล่ให้หน่อย เอาคนเดียวเรยนะคนอื่นไม่เอา

แต่โดนพี่เค้าสกัดความเป็นดาวรุ่งของเราไปแระว่า อ่อ ไม่รับเล่นในผับคร๊า... ดูสิ เราเรยล่วงแทนที่จะรุ่ง อิอิ....


อีกคนเป็นอาจารย์ที่รร. พระแม่มารีย์สาธุประดิษฐ์ (ที่เดิยวกับปาล์มมี่จบที่นั่นเรย) มายืนฟังตั้งน๊านนน

แล้วขอเบอร์เราบอกว่าเค้าสอนกีตาร์ที่นั่น เผื่อมีงานจะติดต่อกลับมาหา ก็เลยเสร็จเรา แลกเบอร์กันเป็นที่เรียบร้อย



2. ณ. ถนนข้าวสาร

เราเดินสายกับค๊าบพี่น้อง ย้ายจากจตุจักร มาที่ถนนข้าวสาร มาเปิดหมวกกันต่ออีกรอบ จิง ๆ พวกเรามาเล่นเพื่อ

หาเงินให้น้อง ๆ ไปค่ายกัน ไม่ได้หาเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง....

ที่นี่หาที่ที่จะเล่นเปิดหมวกยากมาก ไม่ใคร่มีใครให้เล่นหน้าร้านเค้าง่าย ๆ ๆ หาสักพักก็เอาล่ะว่า

เล่นมันหน้าร้าน Brickbar นี่ล่ะว๊า... ร้านที่พวกคนดนตรีเค้าไปฟังกัน แม้แต่พี่โก้ saxman แกก็เคยมาเล่นที่นี่

แล้วไฉนเรยจึงมีแม่นางเล่นแซกมายืนเล่นบ้างไม่ได้ เหอ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ


คิดได้ดังนั้นบอกเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ว่า เอาเร๊ย ๆ พวกเราเต็มที่ ๆ ๆ ๆ

พี่คนนึงถึงกับเอ่ยปากว่า เห้ย ดูไอ้นี่มันดี ๆ นะ มันยิ่งเป็นตัวเงินตัวทองให้พวกเราอย่าให้พวกฝรั่งคาบไปไหนนาเฟ้ย...

โอย...พี่ตัวเงินตัวทองเรยเหรอ จ๊ากกกกก


เปิดตัวด้วยเพลง Amazing Grace พระคุณพระเจ้า และเป็นเพ ลงสากลที่พวกฝรั่งน่าจารู้จัก

มาเรยคับ ๆ ๆ ๆ น้องคนนึงหน้าตาน่ารักมาก ๆ ๆ ตี๋ ใส ขาว ท่าทางเหมือนเด็กอาร์ต มาคนเดียว พร้อมเบียร์ 1 ขวด

พอพวกเราเริ่มเล่น น้องเค้าก็นั่งฟัง แล้วยื่นแบงค์ 100 มาให้ ว้าววววววววววววววว ปลื้ม

แถมบอกว่า ชอบมือแซกด้วย กรี๊ดดดด ค่ะ กรี๊ดดดดดดดดด ถามอีกว่ามาเล่นทุกวันป่าว จะตามมาฟัง


แกก็นั่งฟังของแกอยู่ตั้งนาน สักพักมีคนญี่ปุ่นมาขอเพลง Wonderful tonight บอกว่าเล่นได้ไม๊ขอหน่อย ๆ ๆ

ไอ้เราก็ไม่เคยแกะเรย เพลงนี้ แกะมันสด ๆ ตรงนั้นล่ะ แล้วก็เล่นเรย กับน้องมือกีตาร์ จบจากมศว. เชียวนา

เอาวะ เล่นมันสด ๆ เดี๋ยวนั้น เห้ย...เล่นได้เฟ้ย ๆ ๆ ๆ โดยเฉพาะท่อนขึ้นต้นของเพลงนี้


โหย คนเล่นแซกมันช่างเก่งกาจเหลือร้าย...โดนใจสิคับพี่น้อง คนต่างชาติเริ่มมารุม

จากวงเล็ก ๆ ขยายกลายเป็นก้อนใหญ่ ๆ หน้าร้าน brickbar เอาแร้ว ๆ ๆ สตางค์ที่โยนลงมาก็ไม่ขาดสาย

มีทั้งขอเพลงแล้วร้องเอง หรือทั้งขอเล่นกีตาร์เองด้วย ร้องเองด้ว ยแล้ว jam กับแซก สนุกโค-ตะ-ระ


สักพักยามมาไล่เรย บอกว่าคนเยอะไป เดี๋ยวไม่มีใครเข้าร้าน อ้าว...ซะง้าน

เรยต้องย้ายที่ ไปอีก... เดินไปเรื่อย ๆ ก็ไมมีแววว่าจาได้เล่นซักที จนมาหยุดที่หน้าสถานีตำรวจ

เอามันตรงนี้ล่ะวะ..... ดังนั้นเมื่อใจพร้อม พวกเราทุกคนก็เริ่มบรรเลง

ฝรั่ง ต่างโยนสตางค์มาให้กันเยอะมาก....และช๊อตเด็ด ที่ประทับใจที่สุดแห่งค่ำคืนนี้ของเราก็คือ

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด....ก้อ AF ก็มาดูแล้วโยนสตางค์ให้ด้วย


คือปามาณว่าตอนนั้นกำลังเล่นเพลง joy to the world ฝรั่งก็เข็นรถลูก ๆ มานั่งฟังกันเต็ม

แต่ว่านังมือแซก ตามันลอยไปกับก้อ AF ซะเต็ม ๆ เพลงที่เป่าก็หยุดเป่า เพราะใจลอยไปกับก้อ

ทำให้เพื่อน ๆ เบิร์ดกระโหลกอีช้านไป 1 ที เง้อ.....โทดฐานไม่ยอมเล่นต่อ

เอาใหม่ๆ ๆ พอเล่นต่อก็มีฝรั่งเต้น enjoy ไปกับเพลง


ค่ำคืนนี้เราได้เงินกันมา 900 กว่าบาท โอ่วววว ที่สำคัญไม่ใช่ตัวเงินที่ได้มา

แต่ว่าความสุข ความสนุก ความมันส์ในตัวเรามากกว่า ซึ่งเงินก็ไม่สามารถซื้อประสบการณ์แบบนี้ได้

และค่ำคืนนั้นแม้ว่าเหนื่อยใจจะขาด แต่หัวใจกลับพองโตทะลักล้นด้วยคลื่นยักษ์แห่งความสุข




 

Create Date : 13 กุมภาพันธ์ 2550   
Last Update : 13 กุมภาพันธ์ 2550 9:36:09 น.   
Counter : 229 Pageviews.  


mv. โคตรรักเอ็งเลย



























 

Create Date : 12 กรกฎาคม 2549   
Last Update : 12 กรกฎาคม 2549 15:14:00 น.   
Counter : 285 Pageviews.  


1  2  3  4  5  

lamduanjazz
 
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




*คำเตือน* ไม่ควรรู้จักบุคคลผู้นี้ เพราะเราเตือนคุณแล้ว ถ้าเกิดคุณหลงเสน่ห์เธอเข้าให้แล้ว คุณจะไม่สามารถ ออกไปจากโลกของเธอได้
[Add lamduanjazz's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com