= ປະຫວັດຜູ້ໄທ (ประวัติผู้ไท) - ສິລິພອນ ສີປະເສີດ (สิลิพอน สีปะเสิด) =



477 แปลไทย


จะพูดกล่าวเป็นบทกลอน ให้ลองฟังด้วยกัน
เล่าเรื่องราวความเป็นมา ของปู่ย่าตายาย

เป็นเรื่องจริงอิงตำนาน เราลูกหลานศึกษาเอาไว้
พี่น้องเราเผ่าภูไท สืบเชื้อสายมาจากหนใด

คุณปู่สั่งมาคุณตาสั่งไว้ คนภูไทให้รักใคร่กัน
สืบเชื้อสายไม่ใกล้ไม่ไกล เป็นเชื้อสายมาจากที่เดียวกัน

อยู่ฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง เดี๋ยวนี้เรียกว่าประเทศลาว
หลายร้อยปีตั้งแต่สมัยก่อนเก่า เป็นร่มเงาของแผ่นดินสยาม

ปี พ.ศ. 2388 เกิดกบฎจีนฮ่อ รัชกาลที่ 3 ยกทัพสยามมาปราบกบฎจีนฮ่อ
ตีเอาเมืองพิน เมืองนอง เมืองวัง เซีงฮ่ม ผาบัง เซโปน เมืองญ้อ
เมืองคำม่วนก็ยังมิวาย จนกบฎจีนฮ่อแตกพ่ายหนีตาย

ท่านกวาดต้อนเทครัวพี่น้องเรา(ชาวภูไท) ทิ้งบ้านเก่าทางฝั่งซ้าย
พากันเดินเท้ามาแสนไกล ทั้งหาบทั้งสะพายพะรุงพะรัง​

ถ้วยโถโอชาม ทั้งหม้อทั้งไห ผูกมัดเอาไว้กับหลังวัว
หอบลูกผูกหมาดึงหน้าดึงหลัง พะรุงพะรังทั้งผ้าทั้งหมอน

หนามก็เกี่ยวจนดิ้นไปดิ้นมา ขึ้นเขาลงห้วยทั้งแดดก็ร้อน
พอตกกลางคืนใจวิงวอน นอนกลางดินกินกลางทราย

ข้ามแม่น้ำโขง ลงแพขึ้นมายังฝั่งขวา
พี่น้องเราชาวภูไท พากันแยกย้ายลงหลักปักฐาน

ทาง จ.กาฬสินธุ์ถิ่นน้ำดำ พากันข้ามดง(เทือกเขา)ภูพาน
ไปทางซุ้มภูสีฐาน มุกดาหารบ้านคำชะอี(ปัจจุบัน​อ.คำชะอี)​

ทางเมืองเว้เรณุนคร(ปัจจุบันอ.เรณูนคร ) พากันล่วงหน้ามาก่อนอยู่หลายปี
สร้างบ้านแปลงเมืองจนได้ดิบได้ดี ชาวภูไทสมัยนี้ร่ำรวยก็มากประมาณ

ฮีต12คอง14 ประเพณีรักษาไว้ ให้ลูกหลานที่เกิดใหม่(รุ่นใหม่) ได้ภูมิใจ
ความรักให้แบ่งปัน อย่ายึดติดชนชั้นเกลียดชังกัน

มีมากมีน้อยญาติมิตรใกลไกล ผู้ใหญ่ขอให้เมตตาผู้น้อยที่ขอแบ่งปัน
ชาติพันธุ์เดียวกัน(สื่อถึงเชื่อสายเดียวกัน บทเพลงกล่าวถึงเมล็ดพันธุ์ของผัก)

เป็นสามีภรรยาสืบเชื้อสาย เป็นพี่เป็นน้อง เป็นชุมชนอยู่ร่วมกัน
ให้ดูแลกันและกันตลอดไป 

ให้สร้างความดีแทนคุณแผ่นดิน ที่ได้อาศัยอยู่่กินตั้งแต่เกิดจนตาย
จะเดินทางไปไหนใกล้หรือไกล  คนภูไทให้รักมั่นกลมเกลียวกัน

แปลโดย:บ่าวภูไท บ้านเป้า อ.หนองสูง จ.มุกดาหาร



46



กลุ่มศิลปินภูไทรุ่นใหม่ทางฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงนำเอาเพลง "ประวัติผู้ไท"
ของอาจารย์ "แสง สกุลโพน" (คนภูไทฝั่งขวาแม่น้ำโขง) มา COVER ในแบบของพวกเขา

ร้องโดยสาวน้อยวัย 19 "สิลิพอน สีปะเสิด"
ที่โด่งดังมาตั้งแต่อายุ 14 กับเพลง "ຮັກບ່າວເມຍປະ | ฮักบ่าวเมียปะ",
"ສາວໜອງໄຮ | สาวหนองไฮ", "ກະຖິນຄືນຖິ່ນ | กะถินคืนถิ่น"
และอีกมากมายหลายเพลง (จนนับไม่หวาดไม่ไหว)




อยากรู้จักเธอมากกว่านี้ คลิก



46



มาว่าในส่วนของ MV กันบ้าง
ดูเผิน ๆ ก็เหมือนกับ MV เพลงลูกทุ่งทั่ว ๆ ไปนี่แหละ  
แต่ถ้าสังเกตกันสักนิด เสื้อผ้าหน้าผมและรองเท้า โลเคชั่นกับช่วงเวลาถ่ายทำ
มันช่างลงตัวและเข้ากับเนื้อหาของเพลงเหลือเกิน

เสื้อผ้าที่มีทั้งแบบท้องถิ่นกับแบบสมัยใหม่แต่ไม่เวอร์วังอลังการ
แถมยังให้ทุกคนสวมรองเท้าแตะฟองน้ำ  มันบ่งบอกถึงคนภูไทยุคนี้ที่เห็นกันทั่วไปตามหมู่บ้าน
ไม่ใช่ที่เราเห็นตามงานพิธีหรืองานเทศกาล

ส่วนสถานที่ใช้โลเคชั่นชนบทมีบ้านหลังเล็กแบบภูไทอยู่ด้านหลัง
บวกกับช่วงเวลายามบ่ายแก่ ๆ ที่มีแสงนุ่มสีเขียวอมเหลืองกับส้มอ่อน ๆ
ดูไปดูมาทำเอารู้สึกผูกพันกับสถานที่ตรงนั้นอย่างบอกไม่ถูก
(ทั้งที่ตัวเองก็ไม่ใช่คนภูไท...เอ๊ะ...หรือจะเป็น)

ยิ่งเมื่อมารวมกับเสียงร้องที่หวานปนเศร้าบวกกับเสียงขลุ่ยรำพึงรำพันถึงการพลัดพรากจากกัน
มันก็ยิ่งทำให้เป็น MV ที่ยิ่งดูก็ยิ่งรับรู้ได้ถึงอารมณ์เพลงแห่งการโหยหาอดีตที่ไม่มีวันย้อนคืน
ใครที่เป็นคนภูไทเปิดดู MV นี้เชื่อว่ามีน้ำตาซึมแน่นอน



Create Date : 12 กันยายน 2563
Last Update : 12 กันยายน 2563 14:27:20 น.
Counter : 102 Pageviews.

1 comments
(โหวต blog นี้) 
  
โดย: สมาชิกหมายเลข 2876811 วันที่: 12 กันยายน 2563 เวลา:17:07:31 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

kaizank
Location :
ขอนแก่น  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]



I'm a simple man ( ^ ^ )............
New Comments
กันยายน 2563

 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30