~~~ทรรศนะที่หลากหลาย สู่ปัญญาที่กว้างไกล~~~
Group Blog
 
All blogs
 

นายกฯ ต่อสายคุย สนธิ เคลียร์ลงตัว-ตอบรับดี



วันนี้ (19 กันยายน) นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (กพ.) โดยยอมรับว่า ได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับ นายสนธิ ลิ้มทองกุล หนึ่งในแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เพื่อหารือถึงแนวทางการปรองดองกับพันธมิตรฯ และร่วมกันแก้ไขวิกฤตการณ์ทางการเมืองขณะนี้แล้ว ซึ่งได้รับเสียงตอบรับที่ดี อย่างไรก็ตาม ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดในเรื่องเงื่อนไข หรือโอกาสที่จะมีการเปิดโต๊ะเจรจากันหรือไม่ เนื่องจากอยู่ในขั้นตอนของการทำงาน

นาย สมชาย ระบุว่า บางเรื่องต้องพูดคุยกันยาวๆ ขอย้ำว่าเป็นคนไทยด้วยกัน พร้อมที่จะพูดคุยกับทุกคน โดยไม่ได้ตั้งหน้าตั้งตาว่าใครจะไปโกรธหรือเกลียดกัน และต้องทำใจว่า คนที่มีความคิดแตกต่างกันก็สามารถพูดคุยกันได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงบ่ายวันนี้ (19 กันยายน) นายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปตรวจท่าอากาศยานดอนเมือง ซึ่งเป็นสถานที่ทำงานของรัฐบาลชั่วคราว หลังจากกลุ่มพันธมิตรฯ ปักหลักชุมนุมในทำเนียบรัฐบาล

ด้าน พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ยอมรับว่า แกนนำพันธมิตรฯ มีโอกาสพูดคุยทางโทรศัพท์กับตัวแทนรัฐบาล เพื่อยุติปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง แต่ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด เพราะเพิ่งจะพูดจากัน แต่ไม่เคยมีเงื่อนไขในการเจรจา พร้อมปฏิเสธว่า การเจรจาดังกล่าวไม่ใช่การหาทางลงให้กับแกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ

ทั้ง นี้ พล.ต.จำลอง เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี แสดงความจริงใจต่อการบริหารประเทศด้วยความยุติธรรม เป็นไปตามที่แถลงไว้ภายหลังได้รับพระราชทานโปรดเกล้าฯ ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อวานนี้ ด้วยการนำตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลับมาดำเนินคดีภายในประเทศ รวมทั้งยกเลิกหนังสือเดินทางของ พ.ต.ท.ทักษิณ ด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มพันธมิตรฯ จะมีการจัดสัมนาย่อยเพื่อระดมความคิดเห็น เกี่ยวกับการเมืองใหม่ในวันอาทิตย์ ที่ 21 กันยายนนี้ โดยนายพิภพ ธงไชย หนึ่งในแกนนำพันธมิตรฯ ระบุว่า หากต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตนก็จะเสนอให้มีการแก้ไขแนวทางการเข้าสู่อำนาจของนักการเมือง โดยให้ประชาชนทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม ไม่ใช่จะมีการแก้เฉพาะส่วนของนักการเมืองหรือพรรคการเมืองที่กระทำความผิด ให้สามารถพ้นผิด เหมือนกับที่รัฐบาลชุดนายสมัคร สุนทรเวช ที่พยายามดำเนินการ

ขณะ ที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวว่า ในวันจันทร์นี้ (22 ก.ย.) กลุ่มพันธมิตรฯ จะเปิดเผยตุ๊กตาของการเมืองใหม่เป็นครั้งแรก จะได้รู้ว่ามีขั้นตอนอย่างไร มีสภาอย่างไร มีการเลือกตั้งอย่างไร หรือมี ส.ว.กี่คน ส.ส.กี่คน ส่วนจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยไม่เป็นไร แต่ถือว่าได้จุดประกายความคิดไปแล้ว



ขอขอบคุณข้อมูลจาก //hilight.kapook.com/view/29058

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก //www.thairath.co.th/online.php?section=newsthairathonline&content=104734





นาย บรรทัดฐาน ตาลาน
5131601110




 

Create Date : 20 กันยายน 2551    
Last Update : 20 กันยายน 2551 22:36:49 น.
Counter : 156 Pageviews.  

พันธมิตร ประกาศต้องรัฐบาล ประชาภิวัฒน์เท่านั้น

พันธมิตร ประกาศต้องรัฐบาล ประชาภิวัฒน์เท่านั้น





"พันธมิตร" ออกแถลงการณ์ไม่เอา "นายกฯ หุ่นเชิด" ประกาศต้อง "รัฐบาลประชาภิวัฒน์" เท่านั้น

พันธมิตรฯ ออกแถลงการณ์ ยืนยันสิทธิชุมนุมในทำเนียบรัฐบาลต่อ พร้อมย้ำจุดยืนพันธมิตรฯ ไม่เอานายกฯ หุ่นเชิด ไม่เอารัฐบาลแห่งชาติ ที่ให้ทุกพรรคมาสมยอมกันโดยขาดการตรวจสอบ ไม่เอาคนตระบัดสัตย์ พร้อมต่อต้านรัฐประหารเพื่อตัวเอง และพวกพ้อง เสนอทางออกต้องเป็นรัฐบาล "ประชาภิวัฒน์" ส่งเสริมคนดีมาปกครอง พร้อมปฏิรูปการเมือง จัดตั้ง "สภาประชาภิวัฒน์"

เมื่อเวลา 21.25 น. วันที่ 14 กันยายน นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ขึ้นในที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่ออ่านแถลงการณ์ ฉบับที่ 22/2551 ของพันธมิตรฯ เพื่อประกาศจุดยืนกรณีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ดังนี้

แถลงการณ์ ฉบับที่ 22/2551 พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
เรื่อง "รัฐบาลประชาภิวัฒน์เท่านั้นที่จะแก้ไขวิกฤตชาติได้"

ตามที่ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 21/2551 เมื่อวันที่ 9 กันยายน พ.ศ.2551 โดยในข้อที่ 3 ในแถลงการณ์ฉบับดังกล่าวได้ระบุจุดยืนของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ว่า

"เพื่อคลี่คลายวิกฤตที่สุดในโลก และมิให้ประเทศชาติล่มจมต่อไป พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จึงขอเตือนต่อสภาผู้แทนราษฎรให้สนับสนุนคนดีให้มีอำนาจ และปกป้องมิให้คนไม่ดีมีอำนาจ อย่าได้นำเสนอชื่อบุคคลใดก็ตามที่มีประวัติด่างพร้อย กระทำผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ ตระบัดสัตย์ต่อมวลมหาชน แสดงพฤติกรรมเป็นหุ่นเชิดเพื่อช่วยเหลือ หรือปกป้องผู้กระทำความผิดต่อกฎหมายในระบอบทักษิณมาเป็นนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีอีกเป็นอันขาด"

บัดนี้ ได้เกิดขบวนการและความพยายามในการบิดเบือนข้อมูล แอบอ้างความเรียบร้อยและความสงบเพื่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เพียงเพื่อมิให้ประชาชนสนใจต่อนักการเมืองที่ไร้จริยธรรม ทุจริตคอร์รัปชัน ขายชาติ และย่ำยีกฎหมาย พร้อมๆ กับความพยายามที่จะนำเสนอรายชื่อนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลหุ่นเชิด เพื่อให้พรรคพลังประชาชนแสวงประโยชน์แต่ฝ่ายเดียวไม่มีสิ้นสุด ดำรงวิกฤตที่สุดในโลก และความล่มจมประเทศชาติต่อไป ไม่ว่าจะเป็น นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ผู้เป็นน้องเขยของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และมีภรรยา ถูกกล่าวหาว่า เกี่ยวข้องกับคดีทุจริตคอร์รัปชัน และร่ำรวยผิดปกติ

นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการยุติธรรมหุ่นเชิด ผู้ที่ได้โยกย้ายอธิบดีกรมสอบสวนคดี พิเศษให้เป็นคนใกล้ชิดเพื่อช่วยเหลือครอบครัวชินวัตร หรือ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ผู้ที่มีประวัติด่างพร้อยร่วมกับรัฐบาลทักษิณออกสลากพิเศษ 2 ตัว และ 3 ตัวโดยผิดกฎหมาย ตลอดจนแสดงพฤติกรรมช่วยเหลือในการคืนเงินที่อายัดให้กับครอบครัวชินวัตร ซึ่งบุคคลเหล่านี้ไม่เคยแสดงจุดยืนตามข้อ 5 ของแถลงการณ์ฉบับที่ 21/2551 ดังนี้

1. ไม่ยอมและละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ในการพิทักษ์รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 พยายามแก้ไขเพื่อฟอกความผิด ที่กระทำสำเร็จไปแล้วให้กับตัวเองและพวกพ้อง พยายามแก้ไขเพื่อการกระทำที่ขัดกันแห่งผลประโยชน์ของนักการเมือง พยายามแก้ไขเพื่อลดพระราชอำนาจ หรือโครงสร้างของสถาบันพระมหากษัตริย์ในการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

2. ไม่ยอมและละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ในการสะสางปัญหาความอยุติธรรม และคืนความยุติธรรมทั้งหลายให้กับสังคม ด้วยความจริงใจ ได้แก่

- ไม่ยอมและละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ในการเร่งรัดดำเนินคดีความต่อ นายจักรภพ เพ็ญแข นายวีระ มุสิกพงศ์ ฯลฯ เว็บไซต์ สื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุชุมชน และขบวนการดูหมิ่นและล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ทั้งหมดโดยเร็ว

- ไม่ยอมและละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ในการเร่งรัดคดีทุจริตคอร์รัปชัน ให้เข้าสู่กระบวนการในชั้นศาล โดยปราศจากการแทรกแซงทั้งทางตรงและทางอ้อม และยึดทรัพย์สินที่โกงชาติไปกลับมาเป็นของรัฐ

- ไม่ยอมและละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ในการเร่งรัดยกเลิกหนังสือเดินทางของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรและภรรยา

- ไม่ยอมและละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ในการเร่งรัดดำเนินการเพื่อให้ส่งตัวผู้ร้ายหนีอาญาแผ่นดินมาดำเนินคดีในประเทศไทย

- ไม่ยอมและละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ในการประกาศยกเลิกแถลงการณ์ร่วมระหว่างไทย-กัมพูชา ที่ยกปราสาทพระวิหาร และพื้นทีโดยรอบให้กับกัมพูชาแต่เพียงฝ่ายเดียว และไม่แสดงจุดยืนเพื่อรักษาอธิปไตยทั้งดินแดน และแหล่งพลังงานก๊าซธรรมชาติและน้ำมันในอ่าวไทยจนถึงที่สุด

- ไม่ยอมและละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ในการเร่งรัดดำเนินคดีความ และลงโทษเจ้าหน้าที่รัฐ ตลอดจนอันธพาลการเมืองของรัฐบาล ที่คุกคามทำร้ายร่างกายและทรัพย์สินของผู้ชุมนุม

- ไม่ยอมและละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ในการยุติการใช้สื่อของรัฐในการโฆษณาชวนเชื่อและโกหกหลอกลวงประชาชน โดยเฉพาะสถานีโทรทัศน์ช่องเอ็นบีที

- ไม่ยอมและละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ในการประกาศยกเลิกโครงการที่ใช้จ่ายเกินตัวและไม่โปร่งใสที่จะทำให้ชาติล่มจม เช่น โครงการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คัน โครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ฯลฯ โดยทันที

- ไม่ยอมยกเลิก พ.ร.บ.ทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2542 และไม่ยอมใช้การปฏิรูปและพัฒนารัฐวิสาหกิจแทน เพื่อประโยชน์ สูงสุดของคนในชาติ ไม่ยอมนำเอารัฐวิสาหกิจที่แปรรูปไปแล้วกลับคืนมาเป็นของรัฐดังเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปตท.

3. ไม่ยอมให้ความร่วมมือกับประชาชนในการสร้างการเมืองใหม่ เพื่อให้เป็นการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอย่างแท้จริง ไม่ให้คนดีมาปกครองบ้านเมือง คนไม่ดีกลับมีอำนาจ ประชาชนทุกภาคส่วน และทุกสาขาอาชีพไม่มีโอกาสมีส่วนร่วมทางการเมือง

พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ถือว่าการเข้าสู่อำนาจของบุคคลใดก็ตามที่มีจุดยืนดังกล่าวข้างต้น เป็นการเปลี่ยนแปลงอำนาจทางการเมืองของฝ่ายที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง ไม่ปรารถนาดีต่อประเทศชาติ เป็นฝ่ายที่แสดงเจตนาที่จะไม่เคารพกฎหมายและเหตุผล เราจึงขอยืนหยัดใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ เพื่อชุมนุมอย่างสงบ อหิงสา และปราศจากอาวุธต่อไปในทำเนียบรัฐบาล และขอปฏิเสธรัฐบาลที่มีลักษณะดังต่อไปนี้

1. เราไม่ต้องการ "นายกรัฐมนตรีหุ่นเชิด หรือรัฐบาลผสมที่มีส่วนร่วมจากพรรคพลังประชาชน" ซึ่งหมดความชอบธรรมในการบริหารประเทศไปนานแล้ว กระทำผิดกฎหมายและรัฐธรรมนูญ ไม่สามารถจะเชื่อได้ว่าจะปฏิบัติตามแถลงการณ์ของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยฉบับที่ 21/2551 ด้วยความจริงใจ

2. เราไม่ต้องการ "รัฐบาลแห่งชาติ ที่มาจากการส่งตัวแทนทุกพรรคการเมืองเข้าร่วมรัฐบาล" เพราะจะทำให้เกิดการสมยอมกันในทางการเมือง ขาดการถ่วงดุลตรวจสอบในสภาผู้แทนราษฎร จึงย่อมไม่สามารถที่จะปฏิบัติตามแถลงการณ์ฉบับที่ 21/2551 ของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้เช่นกัน

3. เราไม่ต้องการ "บุคคลที่เคยตระบัดสัตย์ต่อคำมั่นสัญญา ต่อมวลมหาประชาชนมาเป็นนายกรัฐมนตรี" ซึ่งไม่สามารถที่จะเชื่อถือต่อคำมั่นสัญญาใดๆ ที่จะปฏิบัติตามแถลงการณ์ฉบับที่ 21/2551 ในอนาคตได้

4. เราไม่ต้องการการรัฐประหาร เพื่อกลุ่มผลประโยชน์ของตัวเองและพวกพ้อง และไม่ปฏิบัติตามแถลงการณ์ฉบับที่ 21/2551

พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ถือว่า วิกฤตการเมืองครั้งนี้ได้มาถึงทางตัน ไม่อาจจะแก้ไขได้ด้วยวิธีการเดิมๆ จึงขอเสนอทางออกด้วยการให้มี "รัฐบาลประชาภิวัฒน์" ซึ่งมีหลักการดังต่อไปนี้

1. ส่งเสริมให้คนดีมาปกครองบ้านเมือง มิให้คนไม่ดีมีอำนาจ ขอให้นักการเมืองในรัฐสภายอมเสียสละพื้นที่ของตัวเอง ยอมให้บุคคลที่เป็นคนดี ซื่อสัตย์สุจริต ไม่มีประวัติด่างพร้อย มีความสามารถ และมีความจริงใจในการแก้ไขวิกฤตของบ้านเมือง ให้เข้ามาบริหารประเทศชั่วคราวโดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมในทุกระดับ ปราศจากตัวแทนผลประโยชน์ของพรรคการเมือง ปราศจากตัวแทนผลประโยชน์ของ กลุ่มการเมือง และปราศจากตัวแทนกลุ่มผลประโยชน์ของกลุ่มทุน

2. ให้รัฐบาลประชาภิวัฒน์เข้ามาดำเนินการภารกิจเฉพาะกิจ เพื่อแก้ไขวิกฤตของบ้านเมืองตามแนวทางในแถลงการณ์ฉบับที่ 21/2551 ของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย สะสางความอยุติธรรมทั้งปวงและคืนความยุติธรรมกลับสู่สังคมไทย

3. รัฐบาลประชาภิวัฒน์ จะต้องเป็นกลุ่มคนที่พร้อมปฏิรูปการเมืองร่วมกับประชาชนด้วยความจริงใจ เป็นแกนกลางระดมความร่วมมือจากองค์กรประชาชนทุกภาคส่วน ทุกสาขาอาชีพ เพื่อกำหนดอนาคตและทิศทางของประเทศชาติร่วมกัน ช่วยกันพัฒนาสร้างสรรค์ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทั้งเนื้อหา รูปแบบ โครงสร้างทางการเมืองและวัฒนธรรมทางการเมือง ที่อยู่บนพื้นฐานการมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง เพื่อความเป็นธรรมในสังคม และรับผิดชอบโดยให้ประชาชนมีอำนาจในการตรวจสอบได้อย่างแท้จริง

4. รัฐบาลประชาภิวัฒน์ จะร่วมกำหนด "วาระแห่งชาติ" ที่แท้จริง และครอบคลุมปัญหาและความเรียกร้องของประชาชนทุกภาคส่วน และทุกสาขาอาชีพ

5. รัฐบาลประชาภิวัฒน์ จะร่วมกับประชาชนเพื่อทำให้เกิด "สภาประชาภิวัฒน์" ที่มีองค์ประกอบหลากหลาย กว้างขวาง เพื่อนำพาประเทศให้พ้นจากวิถีการเมืองแบบเดิม ที่เอื้อต่อการทุจริต คอร์รัปชัน ใช้เล่ห์เพทุบายเพื่อหลบเลี่ยงจากการตรวจสอบ และไม่ตอบสนองปัญหาและความต้องการของประชาชน

การก่อกำเนิดของรัฐบาลประชาภิวัฒน์ และการปฏิบัติตามเงื่อนไขในแถลงการณ์ ฉบับ 21/2551 เท่านั้น จะเป็นแนวทางในการแก้ไขวิกฤตของชาติได้


พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
วันอาทิตย์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2551
ณ ทำเนียบรัฐบาล






ขอขอบคุณข้อมูลจาก

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ




พงศ์พสิน บินสมประสงค์
5131601129





 

Create Date : 15 กันยายน 2551    
Last Update : 16 กันยายน 2551 20:47:43 น.
Counter : 70 Pageviews.  

ย้าย 127 กองพันอันตราย! จุดแตกหักที่ยากจะเลี่ยง?

แกนนำเหล่านี้เริ่มใช้วาทกรรมใหม่แกะกล่อง เพราะเพิ่งคิดมาได้จากเวทีปราจีนบุรี คือปล่อยข่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้เตรียมการรัฐประหารตัวเอง เพื่อต้องการควบคุมคดีให้จบสิ้น เหมือนกันเปี๊ยบกับก่อนเกิด 19 กันยายน 2549 สุดท้ายไอ้พวกปล่อยข่าวว่าคนอื่นจะรัฐประหารก็จัดแจงรัฐประหารเสียเอง?

ขณะที่ข้อมูลและข่าวสารของสื่อส่วนใหญ่จะมุ่งไปที่การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูง โดยเฉพาะในแวดวงของ ผบ.เหล่าทัพ และกับบางตำแหน่งสำคัญในวงการข้าราชการ ...เพ่งมองและพร่ำเสนอแนวทางของข้อมูลข่าวสารไปเช่นนี้ช่วยกันปั้นรายการย้ายข้าราชการ 4 ตำแหน่ง หวังให้เกิดกระแส “การรังแกข้าราชการ” ให้อึกทึกคึกโครม เป็นชนวนเรียกร้องหาความเป็นธรรม

ขนาดคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พลอยเตลิดเปิดเปิงร่วมบ้าจี้ไปด้วย ออกมาทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีเงาทันที เขี่ยบอลหวังให้ข้าราชการพลเรือนได้ออกมาเคลื่อนไหว?

นายกรัฐมนตรีเงาพูดเสร็จไม่ทันข้ามคืน อาจจะด้วยเหตุผลมิสชั่นปราจีนบุรี คณะรัฐบาลแฝงโดยนายกรัฐมนตรีแฝงอย่างสุริยะใย กตะศิลา โผล่โฉมฉับๆ (แหกปากฉับๆ-สำนวนคุณสมัคร สุนทรเวช) ระบุตามสไตลล์นักสู้กู้ชาติ บอกว่า “...แนวโน้มการทำงานของรัฐบาลเริ่มออกนอกลู่นอกทางเร็วเกินคาด และการกำหนดบทบาทของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยคงต้องร่วมกับกลุ่มสมัชชาประชาชนแห่งประเทศไทยจัดตั้งกลุ่มขึ้นมาตรวจสอบรัฐบาล...”

จนกระบวนท่าล่าสุด เมื่อฉุดกระแส 6 ตุลาไม่ขึ้น เรียกร้องต่อต้านโยกย้าย 4 ข้าราชการไม่มีเสียงตอบรับที่ดี เรื่องต้านทักษิณกลับเข้ามาสู้คดีก็อธิบายกับสังคมได้ไม่กระจ่าง เรื่องทักษิณตัดตอนแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมคงกระทำได้แบบอ้ำๆอึ้งๆ งัดอาวุธไม่ออก เรื่องโจมตีรัฐบาลคอร์รัปชั่น ชาวบ้านเขาบอกว่ามาเริ่มวาทกรรมอะไรกันก่อนไก่โห่?

มีคำถามว่าเหตุใดแกนนำเหล่านี้ถึงไม่รอคอยอะไรๆให้มันสุกงอมมากกว่านี้ ไยถึงใจร้อนเร่งกระหน่ำรัฐบาลเหลือเกิน ลองทำรายการโต๊ะกลมระดมความคิดเชิญผู้รู้มาร่วมสรุปวิเคราะห์กัน ทุกๆคนชี้เหตุผลและบอกช่องทางว่า

1.แกนนำเหล่านี้ต้องดิ้นสุดชีวิต เพราะเบื้องหลังมีนิยายมากเหลือเกิน โดยเฉพาะถ้ามีการตรวจสอบเส้นทางการเงิน ตรวจสอบบัญชีธนาคาร รายได้ของผู้นำม็อบทั้งหลาย สื่อสารมวลชนกู้ชาติ ไปจนปัญญาชนกู้ชาติ เอ็นจีโอกู้ชาติ...รับรองคนเหล่านี้ไม่กล้าแสดงบัญชีและสินทรัพย์ของตัวเองแน่นอน มันมีอะไรซ่อนร้นเป็นเบื้องหลังในการเคลื่อนไหวและกิจกรรม คือมีบาดแผลไม่น้อยไปกว่ากลุ่มอาชีพอื่นๆ?

2.การเกิดกิจกรรมเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลมันกลายเป็นอะไรบางอย่างที่สร้างโอกาสในเชิงวิชาชีพ เป็นความสัมพันธ์ของธุรกิจเคลื่อนมวลชน!

3.เกรงจะเกิดรายการโยกย้ายฐานกำลังในการเตรียมรัฐประหาร ซึ่งความจริงก็เป็นกำลังในการปฏิวัติ 19 กันยายน 2549 แล้วบังเอิญมีท่าทีแนวโน้มของ พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหมจะเป็นหมัน การล็อกตำแหน่งระดับ “นายพล” ทำได้ยากขึ้น เพราะตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจะมีความหมายเหมือนอดีต กลุ่มเครือข่ายเคยร่วมรัฐประหารกันมาจึงหนาวๆร้อนๆในเมื่อพรรคพวกที่ถือปืนคอยให้ท้ายหรือให้ความคุ้มครองจะสร่างซาอิทธิพลในการต่อรองลงไป โอกาสจะเหิมเกริมสร้างบทบาทเป็นรัฐบาลแฝงของคนพวกนี้ก็จะหมดราคาลงไป ...แย่แน่นอน จึงต้องดิ้นรนสุดขีด!

4.มีอำนาจปริศนาคอยให้การสนับสนุนอยู่ เป็นจำพวกของมือที่มองไม่เห็นหรือเท้าที่มองไม่ได้ ...เป็นขุมพลังอำนาจนอกระบบ คล้ายๆประธานาธิบดีนอกระบบ?

แกนนำเหล่านี้เริ่มใช้วาทกรรมใหม่แกะกล่อง เพราะเพิ่งคิดมาได้จากเวทีปราจีนบุรี คือปล่อยข่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้เตรียมการรัฐประหารตัวเอง เพื่อต้องการควบคุมคดีให้จบสิ้น... เหมือนกันเปี๊ยบกับก่อนเกิด 19 กันยายน 2549 ที่ช่วยๆพูดออกมาว่ารัฐบาลทักษิณขณะนั้นเตรียมรัฐประหารตัวเอง...

ปล่อยข่าวไปไม่ทันไรมีรายการคาร์บอมติดตามมา แล้วยังช่วยๆทำให้คาร์บอมกลายเป็นคาร์บ๊อง ...สุดท้ายไอ้พวกปล่อยข่าวว่าคนอื่นจะรัฐประหารก็จัดแจงรัฐประหารเสียเอง?...ทำเอาคนไทยเศร้าเสียใจมาเกือบ 2 ปีแล้ว?

ควบคู่กับการปล่อยข่าวทักษิณคิดรัฐประหาร คนพวกนี้เขากลัวจริงๆว่า ผบ.กองพันร่วม 127 กองพันจะถูกเปลี่ยนถ่าย เพราะหากเป็นเช่นนั้นไปแล้วโอกาสกู้ชาติรอบสองของพวกเขาจะเกิดไม่ได้... เรื่องจริงเป็นอย่างนี้ และกรณีนี้มีโอกาสสูงที่จะเป็นการแตกหักครั้งสำคัญ แตกหักระหว่างพวกอยากรัฐประหารกับพวกที่ต้านรัฐประหาร แล้วคงไม่มีรัฐบาลหน้าไหนจะปล่อยให้เกิดการรัฐประหารใหม่อย่างง่ายๆ...

นี่จึงเป็นเรื่องที่เราต้องสนใจแบบไม่อาจกะพริบตา เพราะกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยก็ได้ส่งสัญญาณนี้มาแล้วตามผู้จัดการออนไลน์?

=============================================



นวลจันทร์ แจ้งจิตร 5131601102





ขอขอบคุณ คอลัมน์โต๊ะกลมระดมความคิด //www.parliament.go.th ค่ะ




 

Create Date : 11 กันยายน 2551    
Last Update : 11 กันยายน 2551 1:37:11 น.
Counter : 91 Pageviews.  

อนุพงษ์ เหมาะนั่งนายกฯ สมัคร สมควร หยุดพูด




พปช.หลุด! แย้ม "อนุพงษ์" เหมาะนั่งนายกฯ คนต่อไป ซัด"หมัก" สมควร "หยุดพูด"


ส.ส.ลูกพรรค พปช. รวมตัว 30 คนเสนอทางออกกก.บห. สรุปยอมพันธมิตรให้มีเลือกตั้งใหม่แต่ต้องเลิกตอแยบี้พรรคในสมัยหน้าเบรก "สมัคร" พูด-ตั้งทีมโฆษกแจงแทน เชื่อนายกฯ ยังมี "ยาดี" แต่เผลอหลุดปากให้จับตา "อนุพงษ์" เหมาะนายกฯต่อไป

นายปัญญา ศรีปัญญา ส.ส.ขอนแก่น พปช. เปิดเผยเมื่อวันที่ 5 กันยายน ว่า จากการหารือของ ส.ส.พรรคกว่า 30 คน เมื่อวันที่ 4 กันยายนที่ผ่านมา ได้ข้อสรุปเบื้องต้นจะเสนอทางออกทางการเมืองให้กับผู้ใหญ่ในพรรคดังนี้

1. นายกรัฐมนตรีควรจัดทีมโฆษกทำหน้าที่ชี้แจงสถานการณ์ เพื่อให้ทิศทางข่าวสารทิศทางเดียวกัน จะส่งผลดี เพราะนายกฯไม่มีความจำเป็นต้องตอบโต้ทางการเมืองเหมือนอย่างที่ผ่านมา เนื่องจากถือว่าได้มอบอำนาจจัดการพื้นที่ กทม.ให้กับ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ไปแล้ว นายกฯทำหน้าที่เดียวคือบริหารนโยบายทั้งประเทศ

2. ส.ส.พปช.ในทุกจังหวัดจะเปิดเวทีชี้แจงสถานการณ์ทางการเมืองให้ประชาชนเข้า ใจทั้งให้แสดงความคิดเห็นด้วย

"การเปิดเวทีครั้งนี้ไม่ได้เป็นไปเพื่อยุยงปลุกปั่นประชาชนแต่อย่างใด เพราะขณะนี้ ส.ส.พรรคพลังประชาชนอยู่ระหว่างการดำเนินการห้ามชาวบ้านไม่ให้เคลื่อนขบวนมา ชุมนุมในพื้นที่ กทม.เพื่อต้องการแสดงพลัง"


นายปัญญากล่าวอีกว่าขอให้จับตาดู พล.อ.อนุพงษ์ ต่อไปว่า คนคนนี้ในอนาคตจะได้เป็นใหญ่เป็นโต ไม่พ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอย่างแน่นอน เพราะมีความเหมาะสม เป็นคนไตร่ตรองก่อนพูด ไม่พูดมากอย่างนี้คนไทยชอบ แต่ในสถานการณ์ขณะนี้ ส.ส.พปช.ทุกคนจะต้องสนับสนุนนายสมัคร ให้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไปเพราะเชื่อว่ามียาดีอยู่กับตัวเหมือนกัน


ขณะที่นายวิเชียร ขาวขำ ส.ส.อุดรธานี พปช. กล่าวว่า มีการพบปะกันของกลุ่ม ส.ส.พปช.ที่ทำการพรรคช่วงเช้าวันที่ 5 กันยายน ถึงสถานการณ์ทางการเมืองขณะนี้ และมีข้อสรุปเบื้องต้น คือ พรรคยินยอมที่จะให้กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ใช้อำนาจเถื่อนที่มีอยู่บีบบังคับให้ต้องมีการจัดการเลือกตั้งใหม่เพื่อเห็น กับอนาคตของบ้านเมือง แต่หากพวกตนได้รับเลือกตั้งเข้ามาอีกครั้งด้วยเสียงส่วนใหญ่ และกลุ่มพันธมิตรยังคงต่อต้าน พปช. ไม่ให้เข้ามาเป็นรัฐบาล เมื่อนั้นพวกตนก็จะหามาตรการต่อสู้กับกลุ่มพันธมิตร โดยที่ไม่มีรูปแบบเช่นเดียวกับการชุมนุมของพันธมิตร

"วันนี้ความอดทนของพวกเราหมดลงและไม่อยากจะอดทนต่อไปแล้ว หลังผ่าน พ.ร.บ.งบประมาณ พวกเราจะต่อสู้ตามแนวทางนี้ในช่วงเดือนตุลาคม ซึ่งมีประชาชนเป็นล้านคนพร้อมที่จะมาต่อสู้กับเรา โดยที่ไม่ต้องเกณฑ์คน ผมไม่ทราบว่าแนวทางนี้จะตรงกับแนวทางของนายกฯหรือไม่ แต่จะแจ้งให้นายกฯทราบว่าพวกเรามีความเห็นเช่นนี้" นายวิเชียรกล่าว

================================



ณ เวลานี้ เมืองอยากได้ทางออกของปัญหาต่างๆ
ไม่ใช่เวลามาเสนอว่าใครแทนที่ใคร

และทางออกในความคิดของคุณเป็นแบบไหนกันบ้าง เสนอได้เลยค่ะ

##############################################



ศิริลักษณ์ ปิมปา 5131601186






ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก //www.kapook.com ค่ะ




 

Create Date : 09 กันยายน 2551    
Last Update : 9 กันยายน 2551 0:30:13 น.
Counter : 92 Pageviews.  

ทุนเลว-รัฐบาลชั่ว-ทหารหลงทาง เหลือแต่พันธมิตรฯที่รักชาติ?

พวกเขาหมายมั่นปั้นมือที่จะกลายเป็นหัวหอกในการปฏิวัติสังคมไทยครั้งใหญ่ จากท่าทีที่ป่าวประกาศกันอยู่ในม็อบบอกว่ามีนายทหารระดับพลตรีและพันเอกลงมาเป็นฐานกำลัง

ฟัง ASTV ถ่ายทอดในช่วงหลังๆ ให้รู้สึกว่าม็อบกลุ่มนี้ได้พัฒนาตัวเองไปอีกขั้นเสียแล้ว สะท้อนการพัฒนาได้จากยุทธศาสตร์หลักของตัวเองที่จะสถาปนาระบบการเมืองใหม่ขึ้นในประเทศนี้ กลุ่มฝูงชนที่กล้าประกาศการกู้ชาติ ผลักดันให้เกิดการปฏิวัติของประชาชน เราคงจะไปบอกว่าเป็นเพียงม็อบก็ไม่น่าจะใช่เสียแล้ว แต่นี่คือ “ขบวนการทางการเมือง” ตามความหมายที่แท้จริง ซึ่งเราอนุมานได้จากท่าทีและบทบาทที่ได้แสดงออกมาปรากฏแก่สังคม!

จากม็อบพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยตั้งแต่อดีต พอมาถึงวันที่ 25 พฤษภาคม 2551 ได้แปรขบวนกลายเป็นนครรัฐอิสระหรือเมืองแห่งสะพานมัฆวานรังสรรค์ จนเคลื่อนพลเป็นสงคราม 9 ทัพตามพิชัยยุทธ์ของราชอาณาจักรพุกามในอดีต เข้ายึดพื้นที่หน้าทำเนียบไทยคู่ฟ้า คราวนี้ได้จัดตั้งสภาประชาชนแห่งสะพานชมัยมรุเชฐขึ้นมา

...นี่อธิบายถึงการเปลี่ยนแปลงที่ใครๆอย่าได้ไปสบประมาท หรือแสดงความตลกขบขันต่อกลุ่มคนหรือขบวนการเหล่านี้...แม้จะไปมองให้เป็นดอน กีโฮเต้ อัศวินบ้าแห่งแมน ออฟ ลา มันช่า ผู้มีความใฝ่ฝันอันสูงสุดเพื่อปราบปรามอธรรมในแผ่นดิน...ถึงจะเป็นเพียงความเพ้อฝันหรือจินตนาการเท่านั้น เช่นเดียวกับอุดมการณ์การเมืองใหม่ของสุริยะใส กตะศิลา, สนธิ ลิ้มทองกุล, พิภพ ธงไชย และสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ มันจะเป็นประชาธิปไตยทางตรงหรือสภาวะอนาธิปไตย เราย่อมไปดูแคลนความคิดเพ้อเจ้อเหล่านี้ไม่ได้เลย รวมจนถึงอุดมทัศน์ในความเป็นสังคมพระศรีอาริย์ของพลตรีจำลอง ศรีเมือง...ไม่ว่าการนำเสนอเหล่านี้จะเป็นแก่นแท้ของความเชื่อหรือเพียงเป็นข้ออ้าง เป็นเงื่อนไขทางการเมืองเท่านั้น แต่มีคนไทยจำนวนหนึ่งผู้สมัครเข้ารักและให้การเชื่อถือ ทำให้เรากล่าวได้ว่าอิทธิพลของกลุ่มพันธมิตรฯในอดีต อย่างน้อยขั้นต่ำๆได้เกิดกลายสร้างเป็นอิทธิพลในลักษณะขบวนการไปเรียบร้อยแล้ว…

เป็นขบวนการภาคประชาชนที่เข้มแข็งที่สุดในเวลานี้ของประเทศไทย ไม่แพ้อิทธิพลของขบวนการซาปาติสต้าในแถบลาตินอเมริกา ถือเป็น “ของจริง” ที่เกิดขึ้น สามารถสร้างบทบาทและอิทธิพลให้เกิดการกระเพื่อมสั่นไหว หรือจนส่งผลเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงในสังคมไทย...นี่น่าจะเป็นมุมมองที่ถูกต้องในการประเมินถึงศักยภาพของขบวนการนี้ คือเราต้องยอมรับความจริงในด้านศักยภาพที่ระบุได้ว่า “ไม่ธรรมดา”

...เพียงแต่การใช้ศักยภาพนั้นไปรับใช้หรือตอบสนองเป้าหมายอะไร? เป็นคุณหรือโทษกับบ้านเมืองย่อมเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องประเมินกัน?

เครือข่ายความเข้มแข็งเหล่านี้ที่ประมาทไม่ได้ มีโอกาสชักจูง กระชากสังคมไทยให้เข้าสู่สภาวะการเปลี่ยนแปลงที่เรามิอาจคาดหมายถึง หากจะเป็นคำตอบที่ดีมันก็กลายเป็นโชคของบ้านเมือง แต่เท่าที่สำรวจตรวจสอบบทบาทในแต่ละขั้นตอนเท่าที่ผ่านมา ก็เห็นว่าคงมีโอกาสน้อยมากที่จะไปสู่เป้าหมายนั้นได้ เพราะขบวนการประชาชนที่ถูกชี้นำและชักจูงทั้งด้วยปัญญาชน ราษฎรอาวุโส เชื่อมโยงเกี่ยวข้องอยู่กับบทบาทของกลุ่มทุนสูญเสียผลประโยชน์ กลุ่มการเมืองที่ใช้โอกาสนำการเมืองในระบบรัฐสภาเข้ามาสัมพันธ์อย่างฉวยโอกาสกับข้ออ้างของการเมืองนอกระบบ เป็นการเมืองภาคประชาชน...ด้วยความมีเบื้องหลังแฝงเร้น ทำให้เราต้องมีข้อสรุปออกมาว่า สภาประชาชนที่สะพานชมัยมรุเชฐน่าจะเป็นเพียงภาคการเมืองประชาชนฉบับตัดแต่งพันธุกรรม กลายเป็นขบวนการทางการเมืองผสมกลมกลืนของหลายๆฝ่าย รวมทั้งเป้าหมายของการล้มระบบ แย่งชิงอำนาจรัฐที่มีเป้าหมายชัดเจน?

ขบวนการที่กล้าประกาศชนโครมกับรัฐบาล ย้ำบอกเจตนารมณ์ที่จะเปลี่ยนแปลงโค่นล้ม พร้อมต่อการสถาปนาการเมืองระบบใหม่ ตลอดจนสุดท้ายยังวิจารณ์บทบาทของกองทัพ ขนาดพูดยั่วยุว่า “หลับเถิดทหารกล้า พากันมุดใต้กระโปรง...” คือเป็นขบวนการที่กระหน่ำตีครบ ระบุให้ทุนเลว รัฐบาลชั่ว ทหารหลงทาง...นั่นแสดงถึงการเป็นขบวนการที่มีอิทธิพลอย่างยิ่ง แม้รัฐบาลและบุคคลระดับผู้นำเหล่าทัพยังไม่อยู่ในสายตาของพวกเขาเลย แล้วเราจะหมิ่นแคลน ปรามาสขบวนการเหล่านี้ให้เป็นเพียงขบวนการกบฏผีบุญได้อย่างไร?

เป็นเรื่องน่าเชื่อว่าพวกเขาหมายมั่นปั้นมือที่จะกลายเป็นหัวหอกในการปฏิวัติสังคมไทยครั้งใหญ่ โดยถ้าเชื่อถึงท่าทีที่ป่าวประกาศกันอยู่ในม็อบ...ขบวนการเหล่านี้บอกว่ามีนายทหารระดับพลตรีและพันเอกลงมาเป็นฐานกำลังของพวกตัวเอง....

ม็อบสะพานชมัยมรุเชฐจึงไม่ใช่ม็อบอีกต่อไปแล้ว แต่มีสถานะเป็นพรรคนำปฏิวัติ มีมวลชนและแนวร่วมควบคุมการสื่อสาร คงรอเพียงความพร้อมของกองกำลังให้ลงตัว...ถ้ากองกำลังลงตัวเมื่อไหร่รับรองหน้าประวัติศาสตร์ยุคใหม่เปลี่ยนแปลงแน่นอน.... แต่ไม่รู้ว่าเปลี่ยนแล้วจะเขียนกันว่าอย่างไร และเป็นระบอบอะไร?

+++++++++++++++++++++++


ประเทศไทยจะเป็นเช่นไรต่อไป?
คำตอบของอนาคตทั้งหมด... อยู่ในกำมือคนไทยทุกคน

คุณคิดว่าไงล่ะ?...และ...

คุณจะทำอย่างไรต่อไป???

################################################


นวลจันทร์ แจ้งจิตร ID : 5131601102




ขอขอบคุณwww.parliament.go.th ค่ะ




 

Create Date : 05 กันยายน 2551    
Last Update : 5 กันยายน 2551 16:35:27 น.
Counter : 97 Pageviews.  

1  2  3  4  

เด็กน้อย ณ ดอยแง่ม
Location :
เชียงราย Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




"เด็กน้อย ณ ดอยแง่ม"


เด็กนิติศาสตร์กลุ่มเล็กๆ ที่เพิ่งก้าวล่วงรั้วโรงเรียนมัธยมมาเป็นนักศึกษาน้องใหม่แห่งมหาวิทยาลัยที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุดในประเทศไทย...


"มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง"


ณ มหาวิทยาลัยแห่งนี้ จักเป็นที่ที่พวกเราได้สานความฝันให้เป็นจริง เป็นที่ซึ่งหล่อหลอมให้เด็กน้อยในวันวาร เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคต และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติต่อไป...


...ปลูกป่า สร้างคน...
พวกเราจักสืบสานปณิธานแห่งแม่ฟ้าหลวงไทย


=============================

ขอบคุณที่ร่วมแสดงความคิดเห็นค่ะ!
Friends' blogs
[Add เด็กน้อย ณ ดอยแง่ม's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.