~~~ทรรศนะที่หลากหลาย สู่ปัญญาที่กว้างไกล~~~
Group Blog
 
All blogs
 
พันธมิตร ประกาศต้องรัฐบาล ประชาภิวัฒน์เท่านั้น

พันธมิตร ประกาศต้องรัฐบาล ประชาภิวัฒน์เท่านั้น





"พันธมิตร" ออกแถลงการณ์ไม่เอา "นายกฯ หุ่นเชิด" ประกาศต้อง "รัฐบาลประชาภิวัฒน์" เท่านั้น

พันธมิตรฯ ออกแถลงการณ์ ยืนยันสิทธิชุมนุมในทำเนียบรัฐบาลต่อ พร้อมย้ำจุดยืนพันธมิตรฯ ไม่เอานายกฯ หุ่นเชิด ไม่เอารัฐบาลแห่งชาติ ที่ให้ทุกพรรคมาสมยอมกันโดยขาดการตรวจสอบ ไม่เอาคนตระบัดสัตย์ พร้อมต่อต้านรัฐประหารเพื่อตัวเอง และพวกพ้อง เสนอทางออกต้องเป็นรัฐบาล "ประชาภิวัฒน์" ส่งเสริมคนดีมาปกครอง พร้อมปฏิรูปการเมือง จัดตั้ง "สภาประชาภิวัฒน์"

เมื่อเวลา 21.25 น. วันที่ 14 กันยายน นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ขึ้นในที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่ออ่านแถลงการณ์ ฉบับที่ 22/2551 ของพันธมิตรฯ เพื่อประกาศจุดยืนกรณีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ดังนี้

แถลงการณ์ ฉบับที่ 22/2551 พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
เรื่อง "รัฐบาลประชาภิวัฒน์เท่านั้นที่จะแก้ไขวิกฤตชาติได้"

ตามที่ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 21/2551 เมื่อวันที่ 9 กันยายน พ.ศ.2551 โดยในข้อที่ 3 ในแถลงการณ์ฉบับดังกล่าวได้ระบุจุดยืนของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ว่า

"เพื่อคลี่คลายวิกฤตที่สุดในโลก และมิให้ประเทศชาติล่มจมต่อไป พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จึงขอเตือนต่อสภาผู้แทนราษฎรให้สนับสนุนคนดีให้มีอำนาจ และปกป้องมิให้คนไม่ดีมีอำนาจ อย่าได้นำเสนอชื่อบุคคลใดก็ตามที่มีประวัติด่างพร้อย กระทำผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ ตระบัดสัตย์ต่อมวลมหาชน แสดงพฤติกรรมเป็นหุ่นเชิดเพื่อช่วยเหลือ หรือปกป้องผู้กระทำความผิดต่อกฎหมายในระบอบทักษิณมาเป็นนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีอีกเป็นอันขาด"

บัดนี้ ได้เกิดขบวนการและความพยายามในการบิดเบือนข้อมูล แอบอ้างความเรียบร้อยและความสงบเพื่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เพียงเพื่อมิให้ประชาชนสนใจต่อนักการเมืองที่ไร้จริยธรรม ทุจริตคอร์รัปชัน ขายชาติ และย่ำยีกฎหมาย พร้อมๆ กับความพยายามที่จะนำเสนอรายชื่อนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลหุ่นเชิด เพื่อให้พรรคพลังประชาชนแสวงประโยชน์แต่ฝ่ายเดียวไม่มีสิ้นสุด ดำรงวิกฤตที่สุดในโลก และความล่มจมประเทศชาติต่อไป ไม่ว่าจะเป็น นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ผู้เป็นน้องเขยของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และมีภรรยา ถูกกล่าวหาว่า เกี่ยวข้องกับคดีทุจริตคอร์รัปชัน และร่ำรวยผิดปกติ

นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการยุติธรรมหุ่นเชิด ผู้ที่ได้โยกย้ายอธิบดีกรมสอบสวนคดี พิเศษให้เป็นคนใกล้ชิดเพื่อช่วยเหลือครอบครัวชินวัตร หรือ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ผู้ที่มีประวัติด่างพร้อยร่วมกับรัฐบาลทักษิณออกสลากพิเศษ 2 ตัว และ 3 ตัวโดยผิดกฎหมาย ตลอดจนแสดงพฤติกรรมช่วยเหลือในการคืนเงินที่อายัดให้กับครอบครัวชินวัตร ซึ่งบุคคลเหล่านี้ไม่เคยแสดงจุดยืนตามข้อ 5 ของแถลงการณ์ฉบับที่ 21/2551 ดังนี้

1. ไม่ยอมและละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ในการพิทักษ์รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 พยายามแก้ไขเพื่อฟอกความผิด ที่กระทำสำเร็จไปแล้วให้กับตัวเองและพวกพ้อง พยายามแก้ไขเพื่อการกระทำที่ขัดกันแห่งผลประโยชน์ของนักการเมือง พยายามแก้ไขเพื่อลดพระราชอำนาจ หรือโครงสร้างของสถาบันพระมหากษัตริย์ในการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

2. ไม่ยอมและละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ในการสะสางปัญหาความอยุติธรรม และคืนความยุติธรรมทั้งหลายให้กับสังคม ด้วยความจริงใจ ได้แก่

- ไม่ยอมและละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ในการเร่งรัดดำเนินคดีความต่อ นายจักรภพ เพ็ญแข นายวีระ มุสิกพงศ์ ฯลฯ เว็บไซต์ สื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุชุมชน และขบวนการดูหมิ่นและล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ทั้งหมดโดยเร็ว

- ไม่ยอมและละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ในการเร่งรัดคดีทุจริตคอร์รัปชัน ให้เข้าสู่กระบวนการในชั้นศาล โดยปราศจากการแทรกแซงทั้งทางตรงและทางอ้อม และยึดทรัพย์สินที่โกงชาติไปกลับมาเป็นของรัฐ

- ไม่ยอมและละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ในการเร่งรัดยกเลิกหนังสือเดินทางของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรและภรรยา

- ไม่ยอมและละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ในการเร่งรัดดำเนินการเพื่อให้ส่งตัวผู้ร้ายหนีอาญาแผ่นดินมาดำเนินคดีในประเทศไทย

- ไม่ยอมและละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ในการประกาศยกเลิกแถลงการณ์ร่วมระหว่างไทย-กัมพูชา ที่ยกปราสาทพระวิหาร และพื้นทีโดยรอบให้กับกัมพูชาแต่เพียงฝ่ายเดียว และไม่แสดงจุดยืนเพื่อรักษาอธิปไตยทั้งดินแดน และแหล่งพลังงานก๊าซธรรมชาติและน้ำมันในอ่าวไทยจนถึงที่สุด

- ไม่ยอมและละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ในการเร่งรัดดำเนินคดีความ และลงโทษเจ้าหน้าที่รัฐ ตลอดจนอันธพาลการเมืองของรัฐบาล ที่คุกคามทำร้ายร่างกายและทรัพย์สินของผู้ชุมนุม

- ไม่ยอมและละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ในการยุติการใช้สื่อของรัฐในการโฆษณาชวนเชื่อและโกหกหลอกลวงประชาชน โดยเฉพาะสถานีโทรทัศน์ช่องเอ็นบีที

- ไม่ยอมและละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ในการประกาศยกเลิกโครงการที่ใช้จ่ายเกินตัวและไม่โปร่งใสที่จะทำให้ชาติล่มจม เช่น โครงการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คัน โครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ฯลฯ โดยทันที

- ไม่ยอมยกเลิก พ.ร.บ.ทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2542 และไม่ยอมใช้การปฏิรูปและพัฒนารัฐวิสาหกิจแทน เพื่อประโยชน์ สูงสุดของคนในชาติ ไม่ยอมนำเอารัฐวิสาหกิจที่แปรรูปไปแล้วกลับคืนมาเป็นของรัฐดังเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปตท.

3. ไม่ยอมให้ความร่วมมือกับประชาชนในการสร้างการเมืองใหม่ เพื่อให้เป็นการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอย่างแท้จริง ไม่ให้คนดีมาปกครองบ้านเมือง คนไม่ดีกลับมีอำนาจ ประชาชนทุกภาคส่วน และทุกสาขาอาชีพไม่มีโอกาสมีส่วนร่วมทางการเมือง

พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ถือว่าการเข้าสู่อำนาจของบุคคลใดก็ตามที่มีจุดยืนดังกล่าวข้างต้น เป็นการเปลี่ยนแปลงอำนาจทางการเมืองของฝ่ายที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง ไม่ปรารถนาดีต่อประเทศชาติ เป็นฝ่ายที่แสดงเจตนาที่จะไม่เคารพกฎหมายและเหตุผล เราจึงขอยืนหยัดใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ เพื่อชุมนุมอย่างสงบ อหิงสา และปราศจากอาวุธต่อไปในทำเนียบรัฐบาล และขอปฏิเสธรัฐบาลที่มีลักษณะดังต่อไปนี้

1. เราไม่ต้องการ "นายกรัฐมนตรีหุ่นเชิด หรือรัฐบาลผสมที่มีส่วนร่วมจากพรรคพลังประชาชน" ซึ่งหมดความชอบธรรมในการบริหารประเทศไปนานแล้ว กระทำผิดกฎหมายและรัฐธรรมนูญ ไม่สามารถจะเชื่อได้ว่าจะปฏิบัติตามแถลงการณ์ของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยฉบับที่ 21/2551 ด้วยความจริงใจ

2. เราไม่ต้องการ "รัฐบาลแห่งชาติ ที่มาจากการส่งตัวแทนทุกพรรคการเมืองเข้าร่วมรัฐบาล" เพราะจะทำให้เกิดการสมยอมกันในทางการเมือง ขาดการถ่วงดุลตรวจสอบในสภาผู้แทนราษฎร จึงย่อมไม่สามารถที่จะปฏิบัติตามแถลงการณ์ฉบับที่ 21/2551 ของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้เช่นกัน

3. เราไม่ต้องการ "บุคคลที่เคยตระบัดสัตย์ต่อคำมั่นสัญญา ต่อมวลมหาประชาชนมาเป็นนายกรัฐมนตรี" ซึ่งไม่สามารถที่จะเชื่อถือต่อคำมั่นสัญญาใดๆ ที่จะปฏิบัติตามแถลงการณ์ฉบับที่ 21/2551 ในอนาคตได้

4. เราไม่ต้องการการรัฐประหาร เพื่อกลุ่มผลประโยชน์ของตัวเองและพวกพ้อง และไม่ปฏิบัติตามแถลงการณ์ฉบับที่ 21/2551

พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ถือว่า วิกฤตการเมืองครั้งนี้ได้มาถึงทางตัน ไม่อาจจะแก้ไขได้ด้วยวิธีการเดิมๆ จึงขอเสนอทางออกด้วยการให้มี "รัฐบาลประชาภิวัฒน์" ซึ่งมีหลักการดังต่อไปนี้

1. ส่งเสริมให้คนดีมาปกครองบ้านเมือง มิให้คนไม่ดีมีอำนาจ ขอให้นักการเมืองในรัฐสภายอมเสียสละพื้นที่ของตัวเอง ยอมให้บุคคลที่เป็นคนดี ซื่อสัตย์สุจริต ไม่มีประวัติด่างพร้อย มีความสามารถ และมีความจริงใจในการแก้ไขวิกฤตของบ้านเมือง ให้เข้ามาบริหารประเทศชั่วคราวโดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมในทุกระดับ ปราศจากตัวแทนผลประโยชน์ของพรรคการเมือง ปราศจากตัวแทนผลประโยชน์ของ กลุ่มการเมือง และปราศจากตัวแทนกลุ่มผลประโยชน์ของกลุ่มทุน

2. ให้รัฐบาลประชาภิวัฒน์เข้ามาดำเนินการภารกิจเฉพาะกิจ เพื่อแก้ไขวิกฤตของบ้านเมืองตามแนวทางในแถลงการณ์ฉบับที่ 21/2551 ของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย สะสางความอยุติธรรมทั้งปวงและคืนความยุติธรรมกลับสู่สังคมไทย

3. รัฐบาลประชาภิวัฒน์ จะต้องเป็นกลุ่มคนที่พร้อมปฏิรูปการเมืองร่วมกับประชาชนด้วยความจริงใจ เป็นแกนกลางระดมความร่วมมือจากองค์กรประชาชนทุกภาคส่วน ทุกสาขาอาชีพ เพื่อกำหนดอนาคตและทิศทางของประเทศชาติร่วมกัน ช่วยกันพัฒนาสร้างสรรค์ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทั้งเนื้อหา รูปแบบ โครงสร้างทางการเมืองและวัฒนธรรมทางการเมือง ที่อยู่บนพื้นฐานการมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง เพื่อความเป็นธรรมในสังคม และรับผิดชอบโดยให้ประชาชนมีอำนาจในการตรวจสอบได้อย่างแท้จริง

4. รัฐบาลประชาภิวัฒน์ จะร่วมกำหนด "วาระแห่งชาติ" ที่แท้จริง และครอบคลุมปัญหาและความเรียกร้องของประชาชนทุกภาคส่วน และทุกสาขาอาชีพ

5. รัฐบาลประชาภิวัฒน์ จะร่วมกับประชาชนเพื่อทำให้เกิด "สภาประชาภิวัฒน์" ที่มีองค์ประกอบหลากหลาย กว้างขวาง เพื่อนำพาประเทศให้พ้นจากวิถีการเมืองแบบเดิม ที่เอื้อต่อการทุจริต คอร์รัปชัน ใช้เล่ห์เพทุบายเพื่อหลบเลี่ยงจากการตรวจสอบ และไม่ตอบสนองปัญหาและความต้องการของประชาชน

การก่อกำเนิดของรัฐบาลประชาภิวัฒน์ และการปฏิบัติตามเงื่อนไขในแถลงการณ์ ฉบับ 21/2551 เท่านั้น จะเป็นแนวทางในการแก้ไขวิกฤตของชาติได้


พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
วันอาทิตย์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2551
ณ ทำเนียบรัฐบาล






ขอขอบคุณข้อมูลจาก

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ




พงศ์พสิน บินสมประสงค์
5131601129





Create Date : 15 กันยายน 2551
Last Update : 16 กันยายน 2551 20:47:43 น. 2 comments
Counter : 66 Pageviews.

 
ไม่เอาแล้วจะเอาใคร คุณไม่เชื่อในการตัดสินใจของพรรคการเมืองที่ได้รับเลือกจากประชาชน แล้วคุณได้รับเลือกจากใครไม่ทราบ


โดย: sevenstars61.exteen.com IP: 202.28.47.15 วันที่: 16 กันยายน 2551 เวลา:23:28:31 น.  

 
ทำไม่ทุกวันนี้คนกลัว พธม. กันไปหมดไม่มีคนกล้าแตะเพราะกลัวถูกด่า/ไม่ได้คะแนนจากชนชั้นกลาง แล้วไอ้ระบบ 70:30 นี้ถ้ามันมีคนอย่างทักษิณพยายามหาไอ้คน 70 เข้ามาบริหารประเทศมันก็อีหลอบเดิม โกงกันเหมือนดิม อย่านึกว่าระบบฝรั่งที่คิดว่ามันทำสำเร็จจะดี ดูอย่างบริษัทระดับโลกมีระบบจัดการชั้นเยียมเป็นต้นแบบให้องค์กรอื่นทำตามยังล้มละลายกันเป็นทิวแถว จะตามมากันอีกเยอะ ผมว่าทักษิณได้เงินไปนี้ก็เงินของสิงคโปร์ไม่ใช่หรือครับ คนที่น่าจะเดือดร้อนที่สุดนีน่าจะเป็นสิงคโปร์นะครับกลับเป็นคนไทยไปได้
จุดแห่งความแตกแยกที่รุ่นแรง อีกจุดหนึ่งก็คือสื่อครับ วิวัฒนาการของสื่อทุกวันนี้มันล้ำหน้าไปเยอะสามารถถ่ายทอดปลุกระดมกันได้ทั้งคืนทั้งวัน เสนอในมุมที่ขายได้ยิ่งเป็นเจ้าของสื่อยิ่งมันเสนอมันเฉพาะด้านเดียวผมไม่แปลกใจเลยทำไม่สนธิ/จำลอง ถึงได้มีอิทธิพล พธม.ทุกคนพร้อมจะเชื่อทุกเรื่องบ้างเรื่องถ้ามีเวลาคิดวิเคราะห์ก็จะเห็นจุดที่น่าสงสัย ( คนที่จมกับขัอมูลด้านเดียวมากว่า 100 วันไม่เชื่อก็ไมรู้จะว่ายังไง ) ถ้าเป็นสมัยก่อนที่เสพข่าวได้เฉพาะบางช่วงบางตอนมันคงไม่รุ่นแรงถึงขนาดนี้ (มันมีเวลาคิดวิเคราะห์ตอนเค้าพักเสนอละครแทนก่อน)
ตอนนี้ พธม.ก็มีปัญหากับสื่อเองเพราะสื่อไม่มีเรื่องอะไรเล่นแล้วหันมาเจาะทาง พธม. โดนมากๆก็ออกอาการให้มาถามบนเวทีเอ้อใครจะกล้า คนที่เค้าปลุกระดมมา 100 วันฟังทั้งนั้นไม่โดนก็ไม่รู้จะว่ายังไง ต้องยอมรับว่าเงินเยอะจริงๆพวก พธม.เนี่ย เงินบริจาคก็มีละครับแต่ที่สนับสนุนกันลับๆนี้มันปิดตัวอยู่ได้นานเหมือนกัน(หรือมีคนรู้แล้วแต่ผมยังไม่รู้อะครับ) ผมว่าเวลาเท่านั้นจะช่วยได้ปล่อยมันไปอย่งนี้และเดียว พธม.ก็ต้องหาอะไรที่รุ่นแรงขึ้นมาเล่นไม่งันเงินสนับสนุนคงไม่มาหวังว่ารัฐบาลใหม่จะไม่ไปสนใจหันมาเอาเวลาบรหารประเทศ กู้เศรษฐกิจ กู้ความเชื่อมั่นกลับมา กล่อมนักท่องเที่ยวเข้ามา เดียวมันก็หมดความชอบธรรมไปเรื่อยๆแหละครับ



โดย: เบื่อม็อบทุกม็อบ IP: 58.64.94.204 วันที่: 18 กันยายน 2551 เวลา:22:31:44 น.







พรรคการเมืองทุกพรรคเป็นนอมินีให้กับผู้ลงทุน/ผู้บริจาค ทั้งนั้น จะไม่ให้นักการเมืองโกงต้องเพิ่มเงินเดือนให้เยอะๆครับ เพราะค่าใช่จ่ายมานเยอะคนธรรมดา มีแต่จริยธรรม มีความสื่อสัตย์อย่างเดียวเข้ามาเป็นอยากครับ เงินหมดก็กินตามน้ำต่อ เงินเดือนอย่างเดียวไม่พอหรอกครับมันเลต้องมีกลุ่มก๊วนค่อยรับเงินดือนพิเศษแล้วคอยเป็นเสียงสนับสนุนเมื่อต้องการต่อรอง เงินครับเรื่องของเงินทั้งนั้น หากมีการปรับเงินเดือนสูงๆให้อยู่ไดสบายๆ พวกมีจริยธรรม ความสื่อสัตย์สูงก็จะอยู่ได้โดยไม่ต้องโกงกินหรือเข้ากลุ่มก๊วนรับเงินเดือนเพิ่ม เห็นด้วยกันไหมครับ




โดย: เบื่อม็อบทุกม็อบ IP: 58.64.94.204 วันที่: 18 กันยายน 2551 เวลา:22:52:57 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

เด็กน้อย ณ ดอยแง่ม
Location :
เชียงราย Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




"เด็กน้อย ณ ดอยแง่ม"


เด็กนิติศาสตร์กลุ่มเล็กๆ ที่เพิ่งก้าวล่วงรั้วโรงเรียนมัธยมมาเป็นนักศึกษาน้องใหม่แห่งมหาวิทยาลัยที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุดในประเทศไทย...


"มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง"


ณ มหาวิทยาลัยแห่งนี้ จักเป็นที่ที่พวกเราได้สานความฝันให้เป็นจริง เป็นที่ซึ่งหล่อหลอมให้เด็กน้อยในวันวาร เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคต และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติต่อไป...


...ปลูกป่า สร้างคน...
พวกเราจักสืบสานปณิธานแห่งแม่ฟ้าหลวงไทย


=============================

ขอบคุณที่ร่วมแสดงความคิดเห็นค่ะ!
Friends' blogs
[Add เด็กน้อย ณ ดอยแง่ม's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.