~~~ทรรศนะที่หลากหลาย สู่ปัญญาที่กว้างไกล~~~
Group Blog
 
All blogs
 

"ชวรัตน์"ตรวจคลินิกฉาว ใครคือคนผิด???

รมว.สธ.รุดตรวจคลินิกฉาวทำเด็กตาย เสียใจกับครอบครัว "น้องโฟร์โมสต์" พร้อมมอบ 1 หมื่นช่วยเหลือ เตรียมชง สปสช.สอบมาตรฐานคลินิก พ่อแม่ยังเศร้าไม่อยากเป็นข่าว โวยบัตรทอง 30 บาทตัดสิทธิรักษา รพ.ใหญ่ ต้องผ่านคลินิกรับรองก่อน ครวญอยากให้ลูฟื้นเหมือนในละคร



วันนี้ (20 ส.ค.) เมื่อเวลา 10.30 น. นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.บุญชัย สมบูรณ์สุข รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ นพ.ธารา ชินะกาญจน์ ผอ.กองการประกอบโรคศิลปะ นพ.สุรเดช วลีอิทธิกุล ผอ.สำนักสาขาเขตพื้นที่ กทม. สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และ นพ.อิทธพล คณะเจริญ ผู้ช่วยเลขาธิการแพทยสภา เดินทางยังไปคลินิกแห่งหนึ่ง ย่านดอนเมือง เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีนายกิตตินันท์ อินาวัง อายุ 52 ปี และนางสุรีย์ แก้วทิพย์ชัย อายุ 40 ปี 2 สามีภรรยา อุ้มศพ ด.ช.ทวินันท์ อินาวัง หรือน้องโฟร์โมสต์ บุตรชายวัย 1 ปี 8 เดือน ประท้วงคลินิกดังกล่าว และแจ้งความเอาผิด โดยเชื่อว่าแพทย์วินิจฉัยโรคผิด และไม่ยอมส่งตัวไปรักษาที่ รพ.ภูมิพล จนเป็นเหตุให้น้องโฟร์โมสต์เสียชีวิตจากอาการปอดบวม ติดเชื้อในปอด หลอดลมอักเสบ หัวใจล้มเหลว



ทั้งนี้ นายชวรัตน์ ได้มอบเงินช่วยเหลือครอบครัวอินาวังเป็นเงิน 1 หมื่นบาท พร้อมกล่าวว่า ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของน้องโฟร์โมสต์ด้วย ซึ่งทางแพทย์ก็คงไม่อยากให้มีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น ในส่วนของการให้ความช่วยเหลือในเรื่องค่าเสียหายจากการรักษาพยาบาลนั้น เป็นไปตาม พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ มาตรา 41 ที่กำหนดไว้ โดยจะส่งเรื่องเข้าที่ประชุมกรรมการบริหาร สปสช.โดยเร็ว เพื่อพิจารณาค่าเยียวยา ซึ่งมีวงเงินสูงสุด 2 แสนบาท ทั้งนี้พร้อมที่จะให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย

รมว.สาธารณสุข กล่าวต่อว่า สำหรับคลินิกดังกล่าวเป็นสถานพยาบาลลูกข่ายในโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า เพื่อดูแลรักษาประชาชนในเบื้องต้น หากอาการรุนแรงหรือเกินขีดความสามารถจะส่งต่อรักษา รพ.แม่ข่าย คือ รพ.ภูมิพล ในการตรวจสอบจะดูใน 4 เรื่อง คือ ข้อเท็จจริงในการรักษาพยาบาล มาตรฐานคลินิก มาตรฐานผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม และจะประสาน รพ.ภูมิพล ให้สรุปประวัติการรักษาของเด็กที่เสียชีวิต หากพบว่ามีความบกพร่อง จะนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร สปสช.พิจารณาต่อไป ทั้งนี้ได้กำชับให้ สปสช.ตรวจสอบมาตรฐานคลินิกที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมด โดยเฉพาะคลินิกที่ได้รับการร้องเรียนจากผู้ใช้บริการจะต้องเข้มงวดเป็นพิเศษ.

นพ.ธารา กล่าวว่า จากตรวจสอบมาตรฐานคลินิกพบว่า ไม่มีอะไรผิดปกติ เพราะคลินิกมีการขออนุญาตถูกต้อง แพทย์ผู้ให้การรักษามีใบอนุญาตถูกต้อง ดังนั้นคงเป็นเรื่องของมาตรฐานผู้ประกอบวิชาชีพที่ทางแพทยสภาจะต้องเป็นผู้พิจารณา อย่างไรก็ตามจากการพูดคุยกับแพทย์ผู้ให้การรักษา ได้ให้การว่า ในครั้งแรกที่น้องโฟร์โมสต์มาพบแพทย์นั้นประมาณ 09.00 น. มีอาการตัวร้อน ไอ ทางแพทย์ได้ให้ยาไปกิน แต่หลังจากนั้นประมาณ 2 ชั่วโมงทางญาติได้พามาพบแพทย์อีกครั้งและขอให้ส่งตัวไปที่ รพ.ภูมิพล เพื่อพ่นยาเพราะเด็กอาการไม่ดีขึ้น แต่ทางแพทย์ที่คลินิกดังกล่าวบอกว่า ทางคลินิกไม่ได้ส่งตัวเพราะสามารถพ่นยาได้เช่นกันและได้ทำการพ่นยาให้เด็กในการรักษาครั้งที่ 2



ด้านนายกิตตินันท์ และนางสุรีย์ กล่าวทั้งน้ำตาว่า ที่ร้องเรียนไม่อยากให้เป็นข่าวหรืออยากได้เงิน แต่อยากให้มีการแก้ไข ไม่อยากให้เกิดความผิดพลาดเช่นกรณีลูกชายของตน กรณีบัตรทอง 30 บาทถือว่าเป็นเรื่องดี แต่สิ่งที่ไม่ดี คือ การให้รักษาที่คลินิกใกล้บ้านก่อน ตรงนี้ไม่เห็นด้วย อยากให้เป็นเหมือนเดิม คือ ไปรักษาโดยตรงที่ รพ.ได้ตลอด 24 ชม. เพราะเวลาเจ็บป่วยหนักจะต้องขอใบส่งต่อก่อนซึ่งยากมาก เพราะก่อนหน้านี้ลูกตกเตียงแขนหักมาหาหมอที่คลินิกแห่งนี้พอลืมสูติบัตรมาก็ไม่รักษาให้ จะให้กลับเอาใบสูติบัตรมาก่อน ทั้งที่หมอควรจะถามก่อนว่าเด็กเป็นอะไร

“กว่าจะมีลูกคนนี้ต้องรอมานาน พอเสียเขาไปรู้สึกเจ็บปวด ผิดหวัง จนไม่คิดอยากมีลูกอีกแล้ว อยากให้เป็นเหมือนในละครที่ลูกเสียแล้ววิญญาณกลับเข้าร่างและฟื้นคืนมาได้อีก” นางสุรีย์ กล่าว.


ใครผิด???

ป่วยการที่จะมาหาคนผิด ทางที่ดีควรจะหาทางป้องกันไม่ให้มีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นมาซ้ำรอยจะดีกว่า ควรจะมีการจัดการมาตรฐานสถานพยาบาลทั้งหมดให้มีคุณภาพดีเพียงพอในการรักษาผู้ป่วย และกำหนดมาตรการในการรักษาผู้ป่วยในการณีฉุกเฉิน ไม่ปล่อยให้ชักช้ายื้ดเยื้อ
...เพราะแค่เสี้ยวนาทีก็หมายถึงชีวิตหนึ่งชีวิต!

###############################################


...นวลจันทร์





ขอขอบคุณข่าวจาก //www.dailynews.co.th ค่ะ

ขอไว้อาลัยแก่น้องโฟร์โมสต์ด้วยค่ะ




 

Create Date : 21 สิงหาคม 2551    
Last Update : 21 สิงหาคม 2551 13:24:04 น.
Counter : 717 Pageviews.  

บิ๊ก พปช.สั่งจัดระเบียบ ส.ส.

หลังจากที่นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องเขยและน้องสาวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกโรงเจรจาไกล่เกลี่ยความขัดแย้งภายในพรรคพลังประชาชน ระหว่างกลุ่มอีสานพัฒนากับแก๊งออฟโฟร์ ล่าสุดแกนนำพรรคพลังประชาชนได้สั่งจัดระเบียบ ส.ส.ของพรรคไม่ให้ให้ข่าวที่ทำให้เกิดความขัดแย้งกัน ขณะที่นายศักดา คงเพชร ส.ส.ร้อยเอ็ด กลุ่มอีสานพัฒนา ยังคงเดินหน้าแฉข้อมูลทุจริตของแก๊งออฟโฟร์ต่อไป โดยเตรียมเปิดโปงเรื่องรถล้อเหล็ก




แกนนำ พปช.สั่งจัดระเบียบ ส.ส.



เมื่อวันที่ 9 ส.ค. นายสุชาติ ลายน้ำเงิน ส.ส.ลพบุรี พรรคพลังประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงความขัดแย้งในพรรคพลังประชาชนว่า เมื่อวันที่ 8 ส.ค.ที่ผ่านมา ผู้ใหญ่ของพรรคเรียกตน พร้อมด้วย ส.ส.จำนวนหนึ่งไปพูดคุยเพื่อช่วยกันยุติความขัดแย้ง โดยเฉพาะการให้สัมภาษณ์ของ ส.ส.พรรคพลังประชาชนควรจะต้องจัดระเบียบใหม่ให้ เหมือนกับพรรคประชาธิปัตย์ที่ทะเลาะกันอย่างไรก็ไม่มีออกมาต่อว่ากันข้างนอกพรรค ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่ามีบางกลุ่มเตรียมแยกออกไปตั้งพรรคใหม่นั้น เป็นเรื่องยาก เพราะที่ผ่านมามีอุทาหรณ์แล้วว่าตั้งใหม่ก็ไปไม่รอด ตั้งไปเพื่อรอวันตายเท่านั้น ประชาชนไม่เลือก เชื่อว่าพรรคพลังประชาชนจะยังคงจับมือกันเหนียวแน่นต่อไป อีกทั้งพรรคที่เคยเป็นสมาชิกพรรคไทยรักไทยและมีคดียุบพรรคจะกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง แต่ขณะนี้ยังไม่สรุปว่าเป็นพรรคเพื่อไทย

“ศักดา” ขู่แฉข้อมูลใหม่ “รถล้อเหล็ก”

ด้านนายศักดา คงเพชร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคพลังประชาชน กลุ่มอีสานพัฒนา ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชาชน สั่งให้เตรียมตั้งพรรคใหม่รองรับหากถูกยุบพรรคว่า เรื่องการตั้งพรรคขึ้นใหม่เคยมีการพูดกันในที่ประชุมพรรคหลายครั้ง ขณะนี้ที่ชัดเจนคือพรรคเพื่อไทย ที่คนใกล้ชิดนายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ส.ส.สมุทร-ปราการ เหรัญญิกพรรคพลังประชาชน ตั้งไว้รองรับแล้ว เชื่อว่าหากเกิดอุบัติเหตุอะไรกับพรรค ส.ส.ของพรรคโดย เฉพาะที่ภาคอีสานคงจะย้ายไปอยู่รวมกัน ยกเว้นคนที่ทรยศต่อพรรคอาจจะแยกออกไป แต่เชื่อว่าจะไม่ได้รับการตอบสนองจากประชาชนอย่างแน่นอน ส่วนกรณีที่จะยื่นข้อมูลให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบคนใกล้ชิดนายกฯรับเช็ค 10 ล้านบาทโดยไม่ถูกต้องนั้น ขณะนี้กลุ่มอีสานพัฒนาอยู่ระหว่างการหารือว่าจะดำเนินการอย่างไร แต่ไม่เป็นมวยล้มอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม ในช่วงนี้ใกล้วันแม่แห่งชาติ คงต้องยุติการพูดเรื่องการเมือง เพราะเป็นโอกาสพิเศษ ไม่ได้หมายความว่ามีการเจรจากันเรียบ ร้อยแล้วจึงหยุดพูด เพราะยังมีเรื่องที่เตรียมไว้มากเช่น เรื่องรถล้อเหล็ก ที่จะออกมาเปิดโปงต่อไป

ชี้ชาวบ้านไม่เลือกคนเนรคุณ “ทักษิณ”

นายศักดากล่าวว่า มีชาวบ้านที่ภาคอีสานโทรศัพท์ มาให้กำลังใจ และบอกว่าจะไม่เลือก ส.ส.ที่อยู่ในแก๊ง ออฟโฟร์ที่เนรคุณต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายก-รัฐมนตรี ดังนั้น มั่นใจว่าชาวอีสานกว่า 90% คงไม่เลือกคนที่เนรคุณต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ผู้สื่อข่าวถามว่า ชาวบ้านจะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นใครที่เนรคุณ นายศักดาตอบว่า ชาวบ้าน รู้จากที่ได้ติดตามสื่อ ที่สำคัญมีการออกมาปกป้อง เพราะกินปูนร้อนท้อง เหมือนตุ๊กแกอยู่ในที่มืด ถ้าไม่ร้องก็ไม่มีใครรู้ว่าตุ๊กแกอยู่ตรงนั้น

เมื่อถามว่า แก๊งออฟโฟร์ยืนยันไม่คิดแยกตัวไปตั้งพรรคการเมืองใหม่ นายศักดาตอบว่า ปากกับใจบางทีไม่ตรงกัน จิตใจมนุษย์ยิ่งกว่าทะเล ยากหยั่งถึงได้ บางคนถึงขนาดเพ้อฝันว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย มีการประชุมวางยุทธศาสตร์เมื่อช่วงระยะ 1-2 ปีที่ผ่านมาก่อนจะมีการเลือกตั้ง เมื่อถามว่าคิดจะเป็นนายกฯจึงคิดเนรคุณใช่หรือไม่ นายศักดาตอบว่า ไม่ทราบ ถ้าคิดแบบง่ายๆคนที่มีบุญคุณ หรือในครอบครัวลูกที่คิดจะทำร้ายพ่อแม่ แค่คิดก็ผิดแล้วเป็นบาป

“กุเทพ” อัดยับไม่ช่วยแล้วยังทำลาย

ร.ท.กุเทพ ใสกระจ่าง โฆษกพรรคพลังประชาชน ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้พรรคกำลังจะถูกคดียุบพรรค จึงต้องการคนอุ้มชู เราต้องจับมือกันไว้ให้แน่น ช่วยกันเตรียม หาทางรองรับปัญหา แต่คนที่เคลื่อนไหวอยู่ในขณะนี้ถ้าไม่เห็นใจกันก็ไม่ต้องทำลายกันไปมากกว่านี้ ไม่ควรปล่อย ข่าวโจมตีให้กระเทือนต่อพรรครายวัน นอกจากสร้างชื่อให้ตัวเองแล้ว มันไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย “อย่าไปอ้างว่า คนอื่นสั่งทำ เพราะได้ประกาศตัวว่ามีข้อมูลจะต้องดำเนินการยื่นต่อ ป.ป.ช. ที่ต้องพูดแบบนี้เนื่องจากในวันประชุมพรรค (วันที่ 5 ส.ค.ที่ผ่านมา) เขาอ้างว่านายใหญ่เสียน้ำตา ร้องห่มร้องไห้ ลักษณะอย่างนั้นไม่ใช่วิถีของสุภาพบุรุษที่ไปอ้างคนอื่น ถ้ากล้าหาญจริงต้องนำข้อมูลมาเปิดเผยและตรวจสอบ ไม่ควรแสดงความขี้ขลาดว่ายื่นข้อมูลต่อ ป.ป.ช. แล้วจะถูกยุบสภา คุณเป็น ส.ส.อย่าทำยึกยักว่าถ้ายื่นแล้วจะยุบสภา คุณกลัวอยู่แค่นี้แล้วจะมาทำบทบาทนี้ ทำไม นายกฯไม่เคยพูดเรื่องยุบสภา การอ้างแบบนี้เป็นการพูดแบบเลื่อนลอยและขี้ขลาด”

“เลี้ยบ” ปฏิเสธสั่งตั้งพรรคสำรอง

นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรีและ รมว. คลัง ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชาชน ให้สัมภาษณ์ ถึงกรณีที่นายสมาน เลิศวงศ์รัฐ กรรมการบริหารและนายทะเบียนพรรคพลังประชาชน ระบุว่าหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคสั่งให้จดทะเบียนตั้งพรรคใหม่รองรับพรรคพลังประชาชนที่จะถูกยุบว่า การจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมือง มีคนไปจดทะเบียนพรรคใหม่ไว้เยอะแยะ แต่ในส่วนของกรรมการบริหารพรรคพลังประชาชนยังไม่มีแนวคิดจะไปจดทะเบียนตั้งพรรคสำรองเอาไว้ เพราะเชื่อมั่นว่าเราไม่ได้ กระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ที่ผ่านมามีการประชุมพรรคและ มีมติชัดเจนว่าให้สมาชิกพรรคและกรรมการบริหารพรรคทุกคนดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายทุกประการ ในการต่อสู้คดียุบพรรคนั้นมั่นใจว่าจะสามารถต่อสู้ได้ โดยเรายืนยันในความบริสุทธิ์ในการดำเนินการตามกฎหมายที่กำหนดไว้



ผลสรุปคดีต่างๆ จะออกมาในรูปแบบใด ก็สุดแล้วแต่การวินิจฉัยของศาล หากแต่สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดจากเรื่องนี้คือ "ระบบอุปถัมภ์" ยังคงครอบงำการเมืองของไทยอย่างมาก...

...แล้วเมื่อไหร่ ประชาธิปไตยจะเต็มใบเสียที!



===============================================


...นวลจันทร์






ข้อมูลจาก //www.thairath.co.th ค่ะ




 

Create Date : 10 สิงหาคม 2551    
Last Update : 10 สิงหาคม 2551 9:10:30 น.
Counter : 132 Pageviews.  

ติดป้ายรถเมล์ 800คัน ขึ้นฟรีวันนี้ รถไฟชั้น3ก็พร้อม

"164ขบวน" ทั่วปท. ดีเดย์เที่ยวแรก"ตี4" "ค่าน้ำ-ค่าไฟ"ก็เริ่ม ส่วนหอพักเดือนกย.


ขึ้นฟรีวันนี้-รถเมล์ร้อน 800 คันพร้อมบริการรับ6มาตรการช่วยคน จน "คมนาคม"ติดสติ๊กเกอร์"รถเมล์ ฟรีเพื่อประชาชน" ไว้เรียบร้อยแล้ว ให้บริการประชาชนใน 73 เส้นทาง โดยจะปล่อยรถฟรีสลับกับรถเก็บตังค์ ส่วนรถไฟ ก็พร้อมวันนี้ ให้ขึ้นฟรีชั้น 3 ทั้งหมด 164 ขบวนต่อวัน ดีเดย์เที่ยวแรกตี 4 ด้านค่าน้ำฟรี 50 ยูนิตแรก ในบิลระบุว่า "รัฐบาลรับภาระ" ขณะที่ค่าไฟฟ้าถ้าไม่เกิน 80 หน่วยไม่ต้องเสียเงิน แต่ถ้าเกิน 81 หน่วยแต่ไม่ถึง 150 หน่วยจะเสียค่าไฟแค่ครึ่งเดียว อพาร์ต เมนต์-แฟลต-หอพักที่มีค่าเช่าห้องไม่เกิน 3,000 บาท จะได้รับส่วนลด แต่จะเริ่มเดือนก.ย.นี้

เมื่อวันที่ 31 ก.ค. ที่อู่จอดรถบางเขน องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) นายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.คมนาคม เปิดเผยภายหลังการเป็นประธานติดสติ๊กเกอร์รถโดยสารประจำทาง เตรียมความพร้อมให้บริการรถโดยสารฟรีกับประชาชน ในวันที่ 1 ส.ค.นี้ว่า ได้เตรียมความพร้อมติดสติ๊กเกอร์สีน้ำเงิน-ขาว บริเวณกระจกหน้ารถ หลังรถ และด้านบนประตูขึ้น-ลงรถ ข้อความ "รถเมล์ฟรีเพื่อประชาชน" ตามนโยบายรัฐบาลในโครงการ 6 มาตรการ 6 เดือน ฝ่าวิกฤตเพื่อคนไทยทุกคน ซึ่งจะเริ่มให้บริการในช่วง 6 เดือนต่อจากนี้ นับตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.เป็นต้นไป โดย ขสมก.ได้จัดรถเมล์ร้อนจำนวน 800 คันใน 73 เส้นทางให้บริการฟรีแก่ประชาชน ส่วนจะขยายระยะเวลามาตรการดังกล่าวหรือไม่เป็นเรื่องในอนาคตที่จะต้องประเมินสถานการณ์ความเหมาะสมอีกครั้ง

นายทรงศักดิ์กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงคมนาคมสั่งการให้ ขสมก.อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการใช้บริการรถเมล์ฟรี โดยพนักงานเก็บเงินประจำรถ และนายตรวจต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้โดยสารด้วย ทั้งนี้ ในการปล่อยรถเมล์ร้อนครั้งนี้จะเป็นการปล่อยรถเมล์ร้อนฟรีสลับกับรถเมล์ที่เก็บค่าโดยสารปกติอย่างต่อเนื่องทุกวัน และจัดเก็บสถิติเพื่อประเมินผลการดำเนินงานด้วย อีกทั้งจะใช้เป็นข้อมูลประเมินสถานการณ์และภาวะค่าครองชีพว่า ยังมีความจำเป็นต้องต่ออายุโครงการอีกหรือไม่

ส่วนนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมว.คมนาคม กล่าวว่า การขยายระยะเวลาช่วยเหลือประชาชนเป็นเรื่องของคณะรัฐมนตรี ขสมก.และการรถไฟฯ พร้อมจะให้บริการ เพราะจากการประเมินเบื้องต้นได้รับความ สนใจจากประชาชนอย่างมาก ส่วนเงินชดเชยที่รัฐบาลจะจ่ายคืนให้หน่วยงานคงเป็นไปตามขั้นตอนที่ได้พูดคุยกันไว้ก่อนหน้านี้แล้ว

ด้านนายพิเณศวร์ พัวพัฒนกุล ผู้อำนวยการขสมก. กล่าวว่า คาดว่าผู้ใช้บริการที่มีกำลังทรัพย์อาจเข้ามาใช้บริการรถเมล์ฟรีด้วย ดังนั้นหากใครสามารถจ่ายค่าโดยสารได้ก็ขอให้เลือกใช้รถที่เสียค่าโดยสาร เพื่อให้ผลของโครงการดังกล่าวนี้เกิดประโยชน์กับประชาชนที่มีรายได้น้อย เรื่องการชดเชยต้นทุนการเดินรถเมล์ร้อนจำนวน 800 คันที่เข้าร่วมโครงการ คิดเป็นเงินจำนวน 1,224 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบฉุกเฉินเร่งด่วนปี 2551 ที่รัฐบาลอนุมัติให้ โดยต้นทุนการเดินรถแต่ละคันประมาณ 8,500 บาทต่อคันต่อวัน และในการพิจารณาเบิกจ่ายงบประมาณที่ได้รับชดเชยนั้น ขสมก. หารือกับสำนักงบประมาณแล้วว่า ตลอด 6 เดือน ขสมก.มีภาระที่ต้องจ่ายเบี้ยเลี้ยงและเงินเดือนพนักงาน ซึ่งถือเป็นรายจ่ายทุกครึ่งเดือนและทุกเดือน หากเป็นไปได้จะขอให้สำนักงบฯ จ่ายงบฉุกเฉินทุกต้นเดือน เพื่อให้ ขสมก.มีสภาพคล่อง คาดว่าเรื่องนี้จะได้ข้อสรุปภายใน 1 สัปดาห์ข้างหน้า

นายฉัตรชัย ชัยวิเศษ นายกสมาคมพัฒนารถร่วมเอกชน กล่าวว่า มาตรการช่วยเหลือประชาชนที่รัฐบาลช่วยเหลือเพื่อลดค่าครองชีพที่รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่นั้นแม้จะเป็นการช่วยเหลือประชาชนในภาพรวมเพื่อลดค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าเดินทาง แต่กลับสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ประกอบการรถร่วมโดยสารขสมก. เพราะในช่วงเวลา 6 เดือนที่ ขสมก.จัดให้มีรถฟรีวิ่งให้บริการประชาชนนั้นคาดว่าจะสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ประกอบการรถร่วมเดือนละไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท หรือ 600 ล้านบาทในช่วงเวลา 6 เดือน อย่างไรก็ตามผู้ประกอบการจะประเมินผลกระทบที่ได้รับจากมาตรการดังกล่าวอีกครั้ง และจะขอความช่วยเหลือจากกระทรวงคมนาคมเพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประกอบการรถร่วมในช่วงเวลาดังกล่าว

"ทางผู้ประกอบการขอร่วมให้บริการรถเมล์ฟรีตั้งแต่ก่อนเริ่มโครงการ แต่ทางรัฐบาลไม่อนุมัติให้เอกชนเข้าร่วม ทำให้เอกชนได้รับผลกระทบ เพราะประชา ชนจะแห่ไปขึ้นรถโดยสารฟรีของขสมก. โดยเอกชนจะหาให้บริการฟรีและให้ภาครัฐจ่ายชดเชยรถแอร์ 8,500 บาทต่อวันเท่ากับรถของขสมก. รถร้อนชดเชยให้ 7,000 บาทต่อวัน ขณะที่รถร้อนของ ขสมก.ภาครัฐต้องจ่ายชดเชยให้วันละ 7,500 บาท ขณะที่รายได้จริงของรถโดยสารร่วม ขสมก.โดยเฉลี่ยจะอยู่ที่รถร้อน 5,500 บาทต่อวัน และรถแอร์จะอยู่ที่ 6,000 บาทต่อวัน" นายฉัตรชัยกล่าว

วันเดียวกัน นายศิริพงศ์ พฤทธิพันธุ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการเดินรถ การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กล่าวว่า ทางการรถไฟฯ จะให้บริการมุ่งเน้นการให้บริการรถชั้น 3 โดยแบ่งออกเป็นรถเชิงพาณิชย์กับรถเชิงสังคม ปกติการรถไฟฯ จะให้บริการต่อวันประมาณ 250 ขบวน แบ่งเป็นรถบริการเชิงสังคม 164 ขบวน ที่เหลือเป็นรถเชิงพาณิชย์ คือรถไฟชั้น 3 ที่ต่อพ่วงกับรถเร็วหรือรถด่วน ไม่ได้ให้ใช้ฟรี ซึ่งปัจจุบันรถบริการเชิงสังคมมีรถวิ่งหลักๆ 4 ประเภท คือ รถชานเมือง รถธรรมดา รถท้องถิ่น และรถรวม ยกตัวอย่าง รถชานเมืองเป็นรถที่วิ่งในรัศมีห่างจากกรุงเทพฯ ไม่เกิน 150 กิโลเมตร เช่น กรุงเทพฯ-ปราจีนบุรี, กรุงเทพฯ-แก่งคอย, กรุงเทพฯ-สุพรรณบุรี ฯลฯ

นายศิริพงศ์กล่าวว่า ส่วนรถท้องถิ่นจะวิ่งในพื้นที่แต่ละภูมิภาค เช่น พัทลุง-สุไหงโกลก, ตันหยงมัส-ยะลา, สุราษฎร์ธานี-หาดใหญ่ ฯลฯ ซึ่งการให้บริการรถไฟแต่ละขบวนจะมีการติดป้าย "รถไฟฟรีเพื่อประชาชน" สลับตู้เว้นตู้ โดยอีกป้ายจะติดบอกจุดเริ่มขึ้นที่ต้นทาง-ปลายทาง เช่น กรุงเทพฯ-อรัญประเทศ โดยประชาชนสามารถขึ้นใช้บริการได้ทุกตู้ ทุกขบวนที่มีป้ายติดบอกดังกล่าว

"ทางการรถไฟฯ จะออกเป็นตั๋วรวมเพื่อความสะดวก และให้พนักงานเก็บสถิติบนรถว่ามีประชาชนเข้ามาใช้บริการจำนวนเท่าไร ส่วนผู้โดยสารสามารถขึ้นรถไฟได้ฟรีและไม่ต้องรับตั๋ว ส่วนพนักงานที่ดูแลก็จะใช้ธงสัญลักษณ์เพื่อบอกกล่าวพนักงานขับรถไฟว่าพร้อมเดินรถหรือไม่ ทั้งนี้พนักงานต้องดูแลผู้โดยสารและเก็บสถิตยอดขึ้น-ลงด้วย" นายศิริพงศ์กล่าว และว่า รถไฟบางขบวนอาจไปไม่ถึงที่หมายของประชาชน ดังนั้น ประชาชนอาจจะต้องต่อรถไฟเพื่อเดินทางไปถึงที่หมาย เช่น ต้องการเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปเชียงใหม่ ต้องขึ้นรถไฟชั้น 3 จากกรุงเทพฯ-พิษณุโลก และต่อรถไฟจากพิษณุโลก-เชียงใหม่ โดยประชาชนที่ต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่โทรศัพท์สายด่วน 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง

นายถวิล สามนคร รองผู้ว่าการร.ฟ.ท. เปิดเผยภายหลังตรวจความพร้อมขบวนรถไฟที่จะให้บริการฟรีในวันที่ 1 ส.ค.ว่า ร.ฟ.ท.ได้นำป้ายข้อความว่า "รถไฟฟรีเพื่อประชาชน" เป็นตัวอักษรสีขาวบนพื้นสีเขียว ติดข้างขบวนรถไฟควบคู่กับป้ายบอกเส้นทาง ซึ่งประชาชนที่ต้องการเดินทางสามารถขึ้นไปบนขบวนรถได้โดยไม่เสียค่าโดยสาร และไม่ต้องติดต่อขอรับตั๋วโดยสารจากทางสถานี ทั้งนี้ ร.ฟ.ท.จัดขบวนรถชาน เมือง ขบวนรถท้องถิ่น ขบวนรถธรรมดา และขบวนรถรวม จำนวนทั้งสิ้น 164 ขบวนไว้บริการในแต่ละวัน โดยมีระยะทางไกลสุดที่ 420 กิโลเมตร หากประชาชนที่ต้องการเดินทางไกลกว่านี้จะต้องศึกษาเส้นทางเพื่อที่จะเปลี่ยนขบวนรถไฟในแต่ละช่วง โดยสามารถสอบถามรายละเอียดที่โทร. 1690 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

"เชื่อว่าประชาชนจะหันมาเดินทางด้วยรถไฟเพิ่มขึ้น 15-20% โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์คาดว่าจะมีประชาชนหนาแน่น ซึ่งหากพบว่าผู้โดยสารหนาแน่นมากร.ฟ.ท.ได้จัดเตรียมเพิ่มขบวนรถไฟสำรองไว้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนด้วย ส่วนขบวนรถไฟฟรีที่จะให้บริการขบวนแรก คือ เส้นทางกรุงเทพฯ-หัวตะเข้ เวลา 04.15 นาที" นายถวิลกล่าว

นายชวลิต สารันต์ ผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลจัดทำ 6 มาตรการ 6 เดือน ฝ่าวิกฤตเพื่อคนไทยทุกคน เพื่อลดผลกระทบให้ประชาชนที่มีรายได้น้อย ซึ่ง 1 ใน 6 มาตรการคือ งดเก็บค่าน้ำประปาภาคครัวเรือนประเภทที่อยู่อาศัยในรายที่ใช้น้ำไม่เกิน 50 ลูกบาศก์เมตร หรือไม่เกิน 50,000 ลิตร/เดือน โดยรัฐบาลจะรับภาระแทน จะมีผลตั้งแต่เดือนส.ค.นี้เป็นต้นไป ทั้งนี้ กปภ.ซึ่งมีสำนักงานประปา 228 สาขา รับผิดชอบการให้บริการน้ำประปาในส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ ยกเว้นกรุงเทพฯ นนทบุรี สมุทรปราการ และบางพื้นที่ที่เทศบาลและ อบต. ดำเนินการเอง จะงดเก็บค่าน้ำประปาตั้งแต่ใบแจ้งหนี้ หรือใบเสร็จค่าน้ำประปา ในรอบการจัดเก็บเดือน ส.ค.51 และสิ้นสุดเดือนม.ค.52 แต่จะยังมีเจ้าหน้าที่ไปอ่านมาตรที่บ้านและได้รับใบแจ้งหนี้ตามปกติ โดยในใบแจ้งหนี้จะพิมพ์ข้อความว่า "รัฐบาลรับภาระ" เพื่อให้ลูกค้าสามารถติดตามตรวจสอบปริมาณน้ำที่ใช้อย่างต่อเนื่อง

สำหรับนิติบุคคลหรือผู้ประกอบการให้เช่าอาคารชุดหรือห้องเช่าที่มีระดับราคาค่าเช่าไม่เกิน 3,000 บาท/ห้อง/เดือน และมีการใช้น้ำเฉลี่ยต่อห้องไม่เกิน 50 ลูกบาศก์เมตร/เดือน ขอให้นำสัญญาเช่าไปลงทะเบียนที่สำนักงานประปาทั้ง 228 สาขา เพื่อตรวจสอบจำนวนผู้อยู่อาศัยจริง ภายในวันที่ 15 ส.ค.นี้ ส่วนลูกค้าประเภทที่อยู่อาศัยที่ใช้น้ำเกิน 50 ลูกบาศก์เมตร/เดือน และลูกค้าประเภทอื่นๆ สำนักงานประปาทุกสาขาจะยังคงจัดเก็บค่าน้ำตามปกติ

วันเดียวกัน ที่กระทรวงมหาดไทย นายพงศ์โพยม วาศภูติ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นำนายภัสสร เวียงเกตุ ผู้ช่วยผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) นายสมศักดิ์ จันทร์น้อย ผู้ช่วยผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) นายศักดา ปโรสิยานนท์ รองผู้ว่าการการประปานครหลวง (กปน.) และนางรัตนา กิจวรรณ ที่ปรึกษาผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) แถลงความพร้อมในเรื่องการลดค่าใช้จ่ายน้ำประปา และไฟฟ้า ของครัวเรือน ตาม 6 มาตรการ 6 เดือน ฝ่าวิกฤตเพื่อคนไทย สนองนโยบายรัฐบาล ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.นี้เป็นต้นไป จนถึงเดือนม.ค.2552

โดยนายสมศักดิ์กล่าวว่า ในส่วน กฟน.จะมีการแบ่งการเก็บค่าไฟออกเป็น 2 ลักษณะ คือบ้านที่อยู่อาศัย และอาคารชุดที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 80 หน่วย จะได้รับส่วนลด โดยรัฐบาลจะรับภาระค่าใช้จ่ายทั้งหมด ทั้งในส่วนของค่ากระแสไฟ ภาษี ค่าบริการ และค่าเอฟที โดยผู้ใช้ไฟฟ้าไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย แต่ในส่วนของผู้ที่ใช้ไฟฟ้า 81 หน่วย แต่ไม่เกิน 150 หน่วย จะได้รับส่วนลดครึ่งหนึ่งจากค่าใช้จ่ายทั้งหมด สำหรับอาคารชุด อพาร์ตเมนต์ แฟลต หอพัก ที่มีค่าเช่าห้องไม่เกิน 3,000 บาท จะได้รับส่วนลดในลักษณะเดียวกับบ้านพักอาศัย แต่จะเริ่มตั้งแต่เดือนกันยายนนี้ จนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2552

นายภัสสรกล่าวว่า ส่วนของ กฟภ.จะเป็นหลักเกณฑ์เดียวกับ กฟน. แต่สำหรับผู้ที่ใช้ไฟของ กฟภ. ส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่ที่มีผู้ใช้ไฟน้อย จึงคาดว่าจะมีผู้ที่ไม่ต้องชำระค่าไฟฟ้าทั้งหมด ประมาณ 8.9 ล้านราย ซึ่งเป็นส่วนลดประมาณ 6.3 พันล้านบาท ที่รัฐบาลจะต้องชดเชยให้กับกฟภ. ในส่วนของผู้ที่ได้ส่วนลดครึ่งหนึ่งคาดว่าจะมี 1.8 ล้านราย คิดเป็นเงินส่วนลดประมาณ 1 พันล้านบาท ซึ่งมีผู้ได้รับประโยชน์เป็นเงินส่วนลดทั้งหมด 7.3 ล้านบาท ที่รัฐบาลจะต้องเป็นผู้รับภาระดังกล่าว

ด้านนายศักดากล่าวว่า ทั้ง กปน.และ กปภ.จะให้ผู้ที่ใช้น้ำไม่เกิน 50 ยูนิตไม่ต้องชำระค่าน้ำ แต่สำหรับ ผู้ที่อาศัยอยู่ในอาคารชุด หอพัก อพาร์ตเมนต์ แฟลต ผู้ประกอบการจะต้องแจ้งขอรับสิทธิ์เสียก่อน โดยการคำนวณจะเป็นการนำตัวเลขการใช้มาหารจำนวนห้องพักที่มีอยู่จริง มีหลักฐานที่สามารถตรวจสอบได้ อย่างเช่น หอพักมีห้องพักอยู่ 100 ห้อง แต่มีผู้อาศัยอยู่เพียง 80 ห้อง ก็จะต้องนำตัวเลข 80 ไปหารกับจำนวนค่าน้ำทั้งหมด ซึ่งหอพักแห่งนี้จะต้องใช้น้ำไม่เกิน 4,000 ยูนิต

นางรัตนากล่าวว่า สำหรับครัวเรือนที่เช่าอาศัยอยู่ในอาคารชุด หรือเช่าประกอบการถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งมีราคาเช่าไม่เกิน 3,000 บาทต่อเดือน ต่อห้อง นิติบุคคลหรือผู้ประกอบการจะต้องมาลงทะเบียนกับ กปน. กปภ. กฟน. และกฟภ. เพื่อขอรับผลประโยชน์จากมาตรการดังกล่าวภายในวันที่ 15 ส.ค. โดยจะต้องยื่นเอกสารคือ สำเนาหนังสือจากส่วนราชการที่แสดงการประกอบกิจการที่พักอาศัยให้เช่า พร้อมสำเนาสัญญาเช่า เป็นหลักฐานประกอบการลงทะเบียน เพื่อตรวจสอบจำนวนผู้อยู่อาศัยจริง ซึ่งสามารถขอลงทะเบียนได้ที่การประปาฯ และการไฟฟ้าฯ ทุกสาขา

นายพงศ์โพยมกล่าวว่า การออกใบแจ้งหนี้สำหรับผู้ที่ได้รับส่วนลดทั้งหมดจะมีข้อความว่า รัฐบาลรับภาระค่าใช้จ่าย ส่วนผู้ที่ชำระผ่านทางการหักบัญชีธนาคารก็จะได้รับส่วนลดเช่นเดียวกัน ซึ่งในแต่ละหน่วยงานจะออกใบแจ้งหนี้ไม่พร้อมกัน แต่ทุกหน่วยงานจะออกใบแจ้งหนี้ให้ครบ 6 เดือน ซึ่งอาจจะลดหลั่นกันไป สำหรับมาตรการดังกล่าวนี้จะใช้ 6 เดือน เมื่อครบแล้วขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลจะให้ดำเนินการต่อหรือไม่ หากไม่ดำเนินการต่อจะมีการประชาสัมพันธ์ให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง



...นี่เป็นวิธีแก้ปัญหาที่แท้จริงหรือ???....

ในความคิดเห็นส่วนตัว การกระทำอย่างนี้เทียบได้กับการจับปลาใส่มือประชาชน

การกระทำอย่างนี้ดีจริงหรือ?

น่าจะสอนให้ประชาชนจับปลาด้วยตัวเอง... มิใช่จับปลาให้ประชาชนอย่างนี้

เพราะหากสอนให้เขาจับปลาเองเป็น เขาจะไม่อดตายเพราะเขาเหล่านั้นมีความรู้ที่จะสามารถจับปลาหากินเองได้ในภายภาคหน้า แต่การจับปลาใส่มือเขา หากภายภาคหน้าไม่มีใครมาจับปลาใส่มือเขา มิแย่หรอกหรือ?


ประชาชนจะทำอย่างไร???


===============================================



...ศิริลักษณ์






ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก //www.matichon.co.th




 

Create Date : 02 สิงหาคม 2551    
Last Update : 2 สิงหาคม 2551 21:02:14 น.
Counter : 156 Pageviews.  

เปิดประวัติ "ดา ตอร์ปิโด"




กลายเป็นประเด็น ทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ เพียงชั่วข้ามคืน จากกรณีที่กองทัพบกทำหนังสือแจ้งไปยังกองบัญชาการตำรวจนครบาล ให้ดำเนินคดีกับ นางสาวดารณี ชาญเชิงศิลปกุล หรือ "ดา ตอร์ปิโด" หลังจากที่เธอทำการปราศรัยที่ท้องสนามหลวงมีข้อความจาบจ้วงหมิ่นเบื้องสูง ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนักถึงความไม่เหมาะสม ซึ่งมาพร้อมกับคำถามที่ว่า "ดา ตอร์ปิโด" เป็นใคร มาจากไหน และเข้ามามีบทบาททางการเมืองได้อย่างไร วันนี้เราจึงจะพาไปไขข้อข้องใจเกี่ยวกับ "ดา ตอร์ปิโด" กัน...


"ดา ตอร์ปิโด" หรือ นางสาวดารณี ชาญเชิงศิลปกุล วัย 45 ปี เป็นชาวกรุงเทพมหานคร โดยกำเนิด และด้วยความที่สนใจข่าวสารโดยเฉพาะข่าวการเมือง จึงเข้าศึกษาต่อที่คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง หลังจากนั้นก็เริ่มต้นชีวิตการทำงาน ด้วยการเป็นนักข่าวด้านการเมืองและเศรษฐกิจ ของหลายๆ สำนักพิมพ์ ไม่ว่าจะเป็น วัฏจักร พิมพ์ไทย ไทยสกายทีวี

แต่หลังจากเกิดการปฏิวัติ ของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ดา ตอร์ปิโด ได้ตัดสินใจลาออกจากอาชีพนักข่าวอย่างกระทันหัน โดยให้เหตุผลว่า "ไม่อยากเป็นสื่อมวลชนที่ถูกครอบงำ อยากทำงานอย่างอิสระ วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล และคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ เรียกร้องประชาธิปไตยได้อย่างเต็มที่ ตรงไปตรงมา ไม่ต้องมีใครกลัวใคร"




ดา ตอร์ปิโด ปราศรัย ก่อนถูก ยุพา อิ่มแดงปาอึใส่




ก่อนหน้านี้อาจจะไม่ค่อยมีใครรู้จัก "ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล" แต่หลังจากที่เธอได้ตั้งเครือข่ายสภาประชาชนเรียกร้องประชาธิปไตย เธอก็เป็นที่รู้จักและได้รับฉายาว่า "ดา ตอร์ปิโด" ซึ่งเป็นฉายาที่เพื่อนๆ ตั้งให้เนื่องจากเห็นลีลาการปราศรัยบนเวทีที่ดุเด็ด เผ็ดมัน ทั้งอารมณ์ น้ำเสียง ถ้อยคำ ที่คล้ายกับระเบิดตอร์ปิโดลง

สำหรับจุดยืนที่ "ดา ตอร์ปิโด" ได้ตั้งเครือข่ายสภาประชาชนเรียกร้องประชาธิปไตยนี้ เพื่อเรียกร้องให้มีการนำรัฐธรรมนูญปี พ.ศ.2540 กลับมาใช้เลือกตั้ง พร้อมกับเป็นตัวตั้งตัวตีลุกขึ้นมาประท้วงการทำงาน ของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ ด้วยรูปแบบการปราศรัยที่ดุเดือด

และคืนวันที่ 31 พฤษภาคม 2550 ดา ตอร์ปิโด ได้ไปรวมกลุ่มกับ "พีทีวี" (PTV) ที่บริเวณท้องสนามหลวง (ขณะนั้นกลุ่มพีทีวีกำลังตั้งเวทีขับไล่รัฐบาลนายกรัฐมนตรี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนน์) โดย ดา ตอร์ปิโด ได้เปิดเวทีเล็กๆ ด้านข้างเวทีใหญ่ของพีทีวี ด่าทอคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ ตุลาการรัฐธรรมนูญ และ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ จนกระทั่ง นางยุพา อิ่มแดง อายุ 34 ปี แม่ค้าขายดอกไม้ ย่านปากคลองตลาด ทนไม่ไหว ถึงกับนำถุงพลาสติกที่ข้างในใส่อุจจาระปาใส่หน้า ดา ตอร์ปิโด ทำให้ขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์หลายฉบับ




ยุพา อิ่มแดง แม่ค้าปาอึใส่ ดา ตอร์ปิโด



ต่อมาหลังจากการเลือกตั้ง เดือนธันวาคม 2550 เสร็จสิ้น รัฐบาลพรรคพลังประชาชนก็ได้เข้ามาทำหน้าที่บริหารประเทศต่อ เป็นผลทำให้กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (People's Alliance for Democracy: PAD) ลุกขึ้นมาประท้วงขับไล่รัฐบาลพรรคพลังประชาชน โดยอ้างว่าเป็นรัฐบาลนี้ยังคงเป็นเครือข่ายของระบอบทักษิณ (พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี) ทำให้ ดา ตอร์ปิโด ลุกขึ้นมาต่อต้านกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยอีกครั้งเช่นกัน โดยร่วมกับกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และเปิดการชุมนุมต่อต้านกลุ่มพันธมิตรที่บริเวณท้องสนามหลวง

และเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2551 ดา ตอร์ปิโด ได้ขึ้นเวทีปราศรัยกลุ่มต่อต้านพันธมิตร ณ บริเวณท้องสนามหลวง ระหว่างปราศรัยนี้เธอได้ใช้ถ้อยคำดูหมิ่น หมิ่นประมาท หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อสถาบันเบื้องสูง อันเป็นการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และถือเป็นการมิบังควรอย่างที่สุด ทำให้กองทัพบกมีหนังสือด่วนที่สุด ถึงผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เรื่องขอให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดต่อพระมหากษัตริย์ ทำให้ ดา ตอร์ปิโด ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดี




ดา ตอร์ปิโด หลังถูก ยุพา อิ่มแดง ปาอึใส่





ดา ตอร์ปิโด ในวันที่โดนจับข้อหาหมิ่นเบื้องสูง



อย่างไรก็ตาม แม้ "ดา ตอร์ปิโด" จะยืนหยัดเรียกร้องประชาธิปไตย แต่ทุกฝ่ายก็ไม่เห็นด้วย ที่เธอจะนำเอาสถาบันเบื้องสูงที่ประชาชนคนไทยเคารพรักยิ่งมาพาดพิงเช่นนี้ และพฤติกรรมของเธอก็ถือว่าไม่สมควรเป็นอย่างยิ่ง


จะเห็นได้การกระทำใดๆ ภายใต้กรอบแห่งสิทธิเสรีภาพของประชาธิปไตย ควรคำนึงถึงความเหมาะสม กาลเทศะ และสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น มิใช่เพียงต้องการแสดงออกถึงเจตจำนง ความคิดเห็นของตนเอง โดยที่มิได้คำนึงถึงผลกระทบที่จะตามมาภายหลังต่อตนเอง ผู้อื่น สังคม และประเทศชาติ การกระทำเช่นนี้อาจเรียกได้ว่า "เขลา" และ "ไร้สติ"

============================================


...กรวิชญ์




ขอขอบคุณwww.kapook.com สำหรับข้อมูลดีๆ นี้




 

Create Date : 29 กรกฎาคม 2551    
Last Update : 29 กรกฎาคม 2551 4:56:41 น.
Counter : 160 Pageviews.  

น้ำผึ้งหยดเดียว ?

เรื่องราวชักลุกลามใหญ่โต จนไม่สามารถควบคุมได้ เพียงแค่สาเหตุของความขัดแย้งในเรื่อง ความคิดเห็นของคน"สองกลุ่ม" คือกลุ่มที่สนับสนัน และต่อต้านอดีตนายกทักษิณ ได้ปลุกกระแสรักชาติให้คนไทยกลุ่มหนึ่งกระทำการ อันไม่สมควร โดยการจุดชนวนสงครามรักชาติ เพื่อขัดขืนและไม่ยอมรับการตัดสินเรื่องตัวประสาทพระวิหารให้เขมร และการให้ตัวปราสาทได้รับความคุ้มครองเป็นมรดกโลกจึงเป็นชนวนเหตุก่อให้เกิดความขัดแย้งและลุกลามไปใหญ่โตกลายเป็นการขัดแย้งระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน และขณะนี้อาจเป็นเรื่องลุกลามไปถึงยูเอ็น เพราะเขมรเองได้ขอให้ยูเอ็นเข้ามาร่วมตัดสินเพื่อเข้ามาระงับข้อพิพาทในเรื่องดินแดนทับซ้อนระหว่างไทยกับเขมร

จึงอย่างถามทุกท่านว่า...




1. น้ำผึ้งหยดนี้ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ? เพราะทั้งสองฝ่ายถึงเวลานั้น คงกินอิ่มนอนหลับทั้งสองฝ่าย โดยเฉพาะผู้จัดเกมส์เรียลริตี้โชว์ ออกรายการเอเอสทีวีได้เงินจากการจัดรายการนี้รวยไม่รู้เรื่อง มีรายได้เป็นกอบเป็นกำแต่ผลเสียหายไม่รับรู้ ส่วนทักษิณก็คงไม่ได้เดือดร้อนอันใดในเรื่องนี้ แต่ที่เดือดร้อนจริงคือคนไทยตาดำๆ

2. หากยูเอ็น เข้ามาตัดสินว่าที่ดินทับซ้อนเป็นของเขมรคนไทยจะทำอย่างไรต่อไปและมีทหารยูเอ็นเข้ามาเดินเพ่นพ่านตามแนวชายแดนไทยก็จะเป็นประเทศที่เข้าสู่สงครามอย่าง แท้จริง

3. หากการเป็นมรดกโลกของพระวิหารและเราสามารถเข้า มาบริหารงานร่วมกันกับเขมรในฐานะบ้านพี่เมืองน้องให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่แบ่งรายได้กันจะดีกว่าหรือไม่?

4. ถ้าเราสามารถคุยกับเขมรโดยไม่มียูเอ็นเข้ามาเกี่ยวข้อง(จะกลายเป็นตาอินกับ ตานาทะเลาะกัน ตาอยู่มาเอาพุงไปกินฝรั่งตาน้ำข้าวเข้ามาบริหารงานแทนอะไรจะเกิดขึ้น)

5. มีการจัดการกับพื้นที่ทับซ้อนโดยแบ่งกันดูแลความปลอดภัย ออกมาอย่างชัดเจนในการดูแลห้ามผู้ใดล่วงล้ำเข้ามาอย่างเด็ดขาดได้หรือไม่?

6. คนที่เขียนรัฐธรรมนูญเพื่อกำจัดสส.(เป็นเหตุเริ่มให้เกิดน้ำผึ้งหยดเดียว)ให้ หมดไปทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล จะเห็นได้ว่าปชป.เองก็เริ่มหวาดๆ จึงได้ลดจำนวนของ คณะกรรมการบริหารพรรคเลือเพียง 19 คนเท่านั้นเพื่อต่อไปจะได้ป้องกันเหตุอันเกิดจากกรรมการบริหารพรรค และสส.ที่มีหุ้นซื้อทิ้งไว้ก็เริ่มมีผลอาจต้องโดนให้ออกเช่นกันทั้งเทพเทือก และอีกหลายๆคนที่กำลังตามมาติดๆแบบกรณีไชยยา ต่อไปนักการเมืองดีๆ และมีฝีมืออยู่บ้าง ก็จะโดนเก็บกรุไปอีก5 ปี (กรรมการบริหารพรรค) โดยโดนทั้ง2ฝ่ายกันอย่างถ้วนหน้า (เข้าตามแผนที่คมช.วางไว้คือลดอำนาจนักการเมืองและกำจัดเสีย) ต่อไปกรรมการบริหารพรรคต่างๆก็จะเหลือคนขับรถ คนเดินตามรมต.เข้ามาเป็นกรรมการบริหารพรรค ถึงเวลานั้นประเทศไทยคงได้สนุกกันน่าดู

ถ้าเรื่องราวเหล่านี้เกิดขึ้นจริง ใคร.. จะมารับผิดชอบ รัฐบาล? ฝ่ายค้าน? พันธมิตร? หรือว่า ภาระอันนี้จะตกอยู่ที่ประชาชน...




.....ตรัยรัตน





Credit //www.mthai.com




 

Create Date : 20 กรกฎาคม 2551    
Last Update : 21 กรกฎาคม 2551 15:02:17 น.
Counter : 181 Pageviews.  

1  2  3  4  

เด็กน้อย ณ ดอยแง่ม
Location :
เชียงราย Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




"เด็กน้อย ณ ดอยแง่ม"


เด็กนิติศาสตร์กลุ่มเล็กๆ ที่เพิ่งก้าวล่วงรั้วโรงเรียนมัธยมมาเป็นนักศึกษาน้องใหม่แห่งมหาวิทยาลัยที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุดในประเทศไทย...


"มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง"


ณ มหาวิทยาลัยแห่งนี้ จักเป็นที่ที่พวกเราได้สานความฝันให้เป็นจริง เป็นที่ซึ่งหล่อหลอมให้เด็กน้อยในวันวาร เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคต และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติต่อไป...


...ปลูกป่า สร้างคน...
พวกเราจักสืบสานปณิธานแห่งแม่ฟ้าหลวงไทย


=============================

ขอบคุณที่ร่วมแสดงความคิดเห็นค่ะ!
Friends' blogs
[Add เด็กน้อย ณ ดอยแง่ม's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.