2018-08-30 Lagundri Holiday Beach, Ferry to Sibolga


เมื่อวานไม่ได้เล่าว่าโรงแรมที่เราพักคืนแรก ไม่มีพัดลม...ร้อนก็ร้อน, ได้แชร์เตียงกับอิเพื่อนใหม่ซึ่งกรนถล่มทลายใกล้ๆ หู  แถมในห้องยังมียุงอีก.. ชีวิตรันทด.  แต่เมื่อคืนที่โรงแรมใหม่นี่หลับค่อนข้างสบาย, เตียงแยกเป็นเตียงเดี่ยวหมดเลย และที่สำคัญมีพัดลม!...  สะดุ้งตื่นตอนตีสองเพราะอิเพื่อนใหม่เริ่มกรนคล้ายพลุฉลองวันชาติ มันเป็นพรหมลิขิตให้ได้เตียงขั้นกลาง ได้รับเสียงกรนเต็มๆ... งัวเงียลุกขึ้นมากถีบ...เอ๊ย..ไม่ใช่... ไม่รุนแรงขนาดนั้น (แต่ในใจคิดนะ 555) ลุกขึ้นมาควานหาที่อุดหู  ไหนๆ ก็ไหนๆละ เดินเลยไปอีกนิดเข้าไปฉี่ในห้องน้ำเลยก็แล้วกัน... แล้วกลับมาหลับต่อ

ตื่นนอนตอนเช้าประมาณเกือบเจ็ดโมง  พระอาทิตย์ที่นี่ขึ้นไวมาก  พออาบน้ำเสร็จก็ย่องออกมาหน้าระเบียง... ที่ต้องย่องเพราะคนอื่นยังไม่ตื่นกัน...  โอ้ว...วิวสวยมากๆ  แม้ยอดมะพร้าวจะบังวิวทะเลไปบ้าง  แต่ก็ยังสามารถส่องทะเลเห็นเรือชาวประมงได้... มีบ้านพักอีกหลังอยู่ใกล้หาดกว่า  และเห็นวิวทะเลชัดๆ แต่เสียดายที่มีผู้หญิงอเมริกันเขาเช่ารายเดือน อยู่มาได้เกือบ 3 เดือนแระ... เรื่องชาวบ้านขอให้บอก เรารู้รายละเอียดดีนักแล...5555

กว่าเพื่อนทุกคนในกลุ่มจะตื่นและอาบน้ำ, ล้างหน้า, แปรงฟันและแต่งตัวเสร็จ ก็ปาเข้าไปเก้าโมงกว่า.  สั่งกาแฟมาดื่ม  แล้วคนรถก็มารับไปเล่นน้ำที่หาด Lagundri Holiday Beach. โรงแรมที่เราพักก็อยู่ Lagundri bay เหมือนกัน  แต่หาดที่โรงแรมเราเล่นน้ำไม่ได้เพราะหินจะบาดเท้า  ต้องไปหาดอื่นที่เป็นหาดทราย  และหาดที่จะไปก็เป็นหน้าหาดของโรงแรมที่เราพักคืนก่อน.





ที่อุดหู... เตรียมไปทุกครั้งที่เดินทางท่องเที่ยว... ครั้งนี้ได้ใช้ทุกวัน... สำคัญพอๆ กับผ้าขาวม้าเลย.



วิวพระอาทิตย์ขึ้นจากระเบียงหน้าห้องของพวกเรา  ซึ่งอยู่ชั้น 2  แม้ยอดมะพร้าวจะบังวิวทะเลไปบ้าง แต่วิวก็ยังสวยมากๆ


เดินลงมาหน้าหาด บรรยากาศดีมากๆ  


ขออีกสักภาพ... ถ่ายตอนสายแล้ว,  ตรงที่มีคลื่นที่เห็นไกลๆ โน่นคือจุดที่เขาเล่นเซิร์ฟบอร์ดกัน  ภาพนี้จะเห็นว่าชายหาดมีหินเต็มไปหมด จึงไม่สามารถเล่นน้ำที่นี่ได้



ขับรถมาหาด Lagundri Holiday Beach ซึ่งเป็นหาดทราย  สามารถลงเล่นน้ำได้  หาดนี้มีคลื่นพอเล่นเซิร์ฟบอร์ดได้  แต่คลื่นไม่เยอะเหมือน Sorakhe beach ที่เราลุยน้ำไปถ่ายรูปเมื่อวานตอนเย็น


หันมาถ่ายอีกด้านของชายหาดดูครึ้มๆ เหมือนฝนจะตก... 



เด็กน้อยชาวนิแอสมาคอยคลื่น เพื่อเล่นเซิร์ฟบอร์ด



เพื่อนชาวอินโดของพวกเรา เล่นเซิร์ฟบอร์ดโชว์... ฝีมือดีมากๆ... ที่จริงเขาเคยเป็นครูสอนเล่นเซิร์ฟบอร์ดด้วยนะ



ไม่น่าเชื่อว่าภาพนี้ถ่ายจากกล้องมือถือ... ชอบภาพนี้มากๆ คุ้มกับการยืนแช่น้ำเกือบครึ่งชั่วโมง... นี่คือภาพที่เราถ่ายให้เพื่อน



นี่คือภาพที่ขอให้เพื่อนถ่ายให้เรา, เราบอกว่าขอวิวด้านหลังด้วยนะ... ก็ได้วิวข้างหลังมาด้วยจริงๆ อ่ะ :(   เซร็งจิต อ่านว่า เซร็ง-จิต แปลว่า อาการรับความรู้สึกของการ หมดความสนุก, หมดความตื่นเต้น, กร่อย.... ไม่ต้องไปเปิดพจนานุกกรมที่ไหนนะ.... 




เล่นน้ำทะเลจนดำมะเมื่อมก็ถึงเวลาถอดกางเกง บิดให้หมาด แล้วเอาใส่ถุง.... ป๊าด! มีแต่คนมอง  ไม่รู้ว่าเพราะตัวเราขาวซีด (คนที่โน่นผิวดำมาก) หรือเพราะพุงอันห้อยย้อย  หรือเพราะเราใช้ผ้าขาวม้าเปลี่ยนชุด (แถวนั้นไม่มีที่เปลี่ยนชุด) หรือเขาดูเอาไว้ปลงสังเวช 555

เปลี่ยนชุดเสร็จก็ขึ้นรถกลับโรงแรม  สั่งอาหารเที่ยงมาทาน  Mie goreng ผัดหมี่อีกแระ  เพราะมันง่ายดี, เพื่อนๆ สั่งเหมือนกันหมด ถ้าเราสั่งแปลกแยก แล้วได้ช้านี่อาจโดนประนามด้วยสายตา  ไปเป็นกลุ่มนี่ต้องตามน้ำ, อย่าทวนน้ำ เพราะจะเสียพลังงาน 555

พอทานเสร็จก็เช็คเอ้าท์  แล้วขึ้นรถโดยมีจุดหมายที่เมือง Gunungsitoli เพื่อไปขึ้นเรือ Ferry ข้ามฝั่งไปเกาะสุมาตรา.  จากโรงแรมที่เราพัก ขับผ่านเมือง Telukdalam แล้วขับไปท่าเรือที่เมือง Gunungsitoli ระยะทางประมาณ 120 กิโลเมตร  แต่ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมงครึ่ง  เพราะถนนที่นี่แคบ  และมีบางจุดที่เขาซ่อมถนน  และบางจุดต้องอ้อม เพราะชาวบ้านจัดงานเลี้ยงและปิดถนน

รถขับมาถึงท่าเรือตอนทุ่มกว่าๆ  ค่าเรือคนละ 90,000 รูเปียห์  ประมาณ 200 บาท  เป็นห้องพัดลม.  เราขี้ร้อนอยากได้ห้องแอร์  แต่ทั้งกลุ่มมีเราเสียงเดียว  เลยพัดลมก็พัดลม.  ได้ตั๋วเสร็จก็แวะร้านอาหารตรงทางเข้าท่าเรือ  เพื่อนชาวอินโดบอกว่าไม่มีเวลาแล้ว เลยต้องซื้อข้าวใส่ห่อไปทานบนเรือ  ไม่มีเวลาแม้จะดื่มเบียร์สักขวด...

ได้ข้าวปุ๊บ พวกเราก็โดนต้อนขึ้นเรือ  มีแผงลอยขายของข้างทาง  เพื่อนคนนั้นแวะดูของ, เพื่อนคนนี้ก็แวะจะซื้อของ... เพื่อนชาวอินโดไม่สบอารมณ์เท่าไหร่เพราะกลัวพวกเราจะตกเรือ  จากการผลักไส ลากถู ดึงและดัน โดยเพื่อนชาวอินโดของเรา  พวกเราทั้งหมดก็ขึ้นเรือเฟอร์รี่จนครบ  แล้วก็หามุมทานข้าวที่ระเบียงชั้นสามของเรือ... ไม่มีที่นั่งเป็นกิจลักษณะ.  หาที่ล้างมือก่อนทานข้าว...ง่ะ! ไม่มี! ต้องไปล้างมือที่โถปัสสาวะ ก็ไม่ถึงกับว่าเป็นโถ  ถ้าใครเคยเข้าห้องน้ำชายตามปั้ม ก็จะนึกภาพออกว่าเป็นร่องน้ำ  พอฉี่เสร็จก็เปิดน้ำล้าง  แล้วน้ำทั้งหมดก็จะไหลลงท่อด้านที่ลาดเอียงลงไป.  บนเรือมีห้องละมาด เราก็เห็นชาวบ้านเขาล้างมือล้างเท้าก่อนละมาดที่นี่เหมือนกัน...

ทานข้าวเสร็จก็ยังไม่อยากนอน เลยมานั่งจับกลุ่มคุยกัน  มีเด็กๆ มานั่งคุยกับกลุ่มเรา รู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง  สามทุ่มแล้วเรือก็ยังไม่ออก... ห้าทุ่มกว่าเรือก็ค่อยๆ ถอยออกจากท่า... สังเกตุดู ถ้าเรือไม่เต็มเขาก็ไม่ออก... อืม...มันเป็นแบบนี้นี่เอง    

เพลียมากๆ ลงไปห้องนอนที่อยู่ชั้นสองของเรือ... เง้อ! มีชายหนุ่มนอนอยู่บนเตียงเรา... ที่บอกว่าเป็นเตียงของเราเพราะในตั๋วระบุว่าเราได้เตียงไหน... เตียงของเราอยู่ชั้นบนตรงกลางเรือ, เขามองหน้าแล้วก็พูดอะไรไม่รู้ แล้วชี้ไปเตียงว่างๆ ตรงใกล้ๆ หน้าต่าง... อ่ะนะ... เราไม่ได้เรื่องมากอะไร ก็ไปนอนเตียงใกล้ๆ หน้าต่างแต่เป็นเตียงชั้นล่าง... นอนได้ครึ่งชั่วโมง ยังไงก็นอนไม่หลับเพราะร้อนมาก เลยย้ายขึ้นไปนอนเตียงชั้นบนใกล้หน้าต่าง  อืม...ลมโกรก ค่อยยังชั่ว

ผล็อยหลับไป... สะดุ้งตื่นเพราะมีคนมาดึงขวดน้ำในกระเป๋าเป้,  เราลุกนั่งอย่างฉับพลันแล้วจ้องไปที่หน้าชายแก่... คิดว่าคงสักห้าสิบกว่าๆ  เขากำลังดื่มน้ำในขวดของเรา!,  ดื่มเสร็จก็ปิดฝา แล้วยื่นคืนให้เรา แล้วก็พูดอะไรไม่รู้ แล้วชี้ที่คอตัวเอง... คงจะพูดว่า หิวน้ำอ่ะ!.... คือว่าเป็นประสบการณ์ที่แปลกมากๆ ของทริปนี้.  แหม่! แทนที่จะลักหลับ... กลับมาลักดื่มน้ำซะนี่ 5555  ล้มตัวลงนอนอีกครั้ง  ลมโกรกตอนตีสามนี่ค่อนข้างหนาวเลยทีเดียว  ผ้าหม่ก็ไม่มี  ดีนะที่มีผ้าขาวม้าวิเศษของเรา ถึงจะไม่อุ่นเหมือนผ้าหม่ แต่ก็ช่วยได้มากจริงๆ.... ตระหนักแล้วว่าทำไมถึงโดนแย่งที่นอน.






Mie goreng (Mie=Noodles, Goreng=Stir fried) หมี่ผัด....กลายเป็นอาหารที่พวกเราสั่งบ่อยมาก



ไม่แน่ใจว่าเขาซ่อม หรือจะขยายสะพาน... แต่ที่แน่ๆ สะพานนี้มีเลนเดียว รถยนต์วิ่งสวนกันไม่ได้



บรรยากาศบ้านเรือนและวิถีชีวิตของคนบนเกาะนิแอส  ระหว่างทางไปเมืองกูนุง สิโตลี่...



แม้จะพลบค่ำแล้วคนงานยังคงเร่งซ่อมแซมถนน


แล้วก็มาถึงท่าเรือเฟอร์รี่ เมืองกูนุง สิโตลี่


ตอนไปถึงท่าเรือประมาณทุ่มกว่า, เพื่อนบอกว่าเรือจะออกสามทุ่ม ไม่มีเวลาแม้แต่จะทานข้าวที่ท่าเรือ  เลยต้องซื้อข้าวห่อไปทานบนเรือ  อยากดื่มเบียร์จนจะลงแดงก็ไม่ยอมพาไป  พวกเราโดนต้อนขึ้นเรือหลังจากได้ข้าวห่อ... ใจร้าย!



ด้านข้างเรือดูเล็กๆ แต่นี่แค่ครึ่งหนึ่งของเรืออ่ะ  ด้านหน้าเรือยาวและเปิดโล่งเพื่อให้รถยนต์และรถบรรทุกจอด



ลานจอดรถด้านหน้าของเรือเฟอร์รี่... เรากำลังเดินตามทางเดินไปขึ้นชั้นสองของเรือซึ่งเป็นห้องนอนเตียงสองชั้นและมีร้านขายเครื่องดื่มและบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป, ส่วนชั้นสามเป็นห้องนอนเหมือนกันแต่เป็นห้องแอร์



รูปนี้ถ่ายให้เห็นหน้าเรือที่มีสะพานพาดกับท่าเรือ แล้วให้รถถอยเข้ามาจอดบนเรือ...



เอาน้ำขวดไปล้างมือที่โถปัสสาวะ  แล้วหามุมยืนทานข้าวห่อ, ช้อนก็ไม่มี... กินได้แค่ครึ่งห่อก็ไม่อยากกินต่อแระ...


เรือจะออกตอนสามทุ่ม,เพื่อนชาวอินโดบอก!.... ภาพนี้ถ่ายตอนสี่ทุ่มยี่สิบ... รถยังไม่เต็มลานจอด... เรือก็จะไม่ออก


โดนแย่งที่นอน... เลยได้ย้ายมานอนริมหน้าต่าง... ภาพนี้ถ่ายตรงปลายเท้าของเรา... ที่นอนมีสองชั้น, บนและล่าง... ที่นอนเรียงติดๆกัน กว้างประมาณ 80 เซ็นติเมตร  มีหมายเลขกำกับทุกเตียง มีฟูกยางหนาไม่ถึงนิ้วให้ 1 อัน  เราเห็นบางคนเอามาซ้อนกันให้นอนสบายขึ้น  คิดจะเอาฟูกมาซ้อนเหมือนกัน...แต่ไม่เอาดีกว่า เผื่อมีคนอื่นมานอนเขาก็จะไม่มีฟูกนอน!  




=== ประสบการณ์ท่องเที่ยว ทั้งดีและร้าย รวมกันทำให้ทริปสนุก ตื่นเต้น  ถ้าคาดหวังว่าทุกอย่างจะราบเรียบเป็นไปตามที่เราคิด, ตามที่เราต้องการ ก็คงต้องเก็บตัวอยู่ในบ้านไม่ต้องออกไปไหน... นี่คือสิ่งที่เราพร่ำบอกกับตัวเอง... ราตรีสวัสดิ์ - Selamat Malam === 






Create Date : 12 กันยายน 2561
Last Update : 12 กันยายน 2561 21:44:39 น.
Counter : 347 Pageviews.

1 comments
  
awsome
โดย: thip IP: 139.99.104.93 วันที่: 12 กันยายน 2561 เวลา:19:33:22 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

annopwichai
Location :
เชียงใหม่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 88 คน [?]



ชีวิตอิสระ, ชอบความเรียบง่าย, เป็นโรคภูมิแพ้ IT
New Comments
MY VIP Friend