2018-08-29 เที่ยวหมู่บ้าน Bawomataluo, ไปเยี่ยมแม่เพื่อน


เช้านี้ตื่นมาด้วยอาการงัวเงีย... ได้รับข้อความจากเพื่อนอีกสองคนในกลุ่มซึ่งเป็นผู้จัด ว่าตอนนี้เขาอยู่อีกโรงแรมหนึ่ง  ย้ายไปตั้งแต่เมื่อคืนเพราะรับไม่ได้ที่จะต้องนอนห้องสกปรก... อืม! ซึ้งน้ำใจ  แล้วให้เพื่อนอีกสามคนทนนอนที่โรงแรมเก่านี่นะ... ไม่อยากเรื่องมากเลยไม่ได้ต่อว่าอะไรและยังจะต้องเดินทางด้วยกันอีกทั้งอาทิตย์, แต่มันก็ยังติดอยู่ในใจอ่ะ.

อาบน้ำแต่งตัวแล้วมาทานอาหารเช้า  ระหว่างรออาหารก็ออกมาเดินเล่นชายหาด  ถ่ายภาพมุมเดิมกับที่ถ่ายเมื่อคืน  วิวสวยมากจริงๆ  เดินกลับมาร้านอาหารของโรงแรม นั่งรออีกประมาณสิบห้านาที อาหารถึงจะออกมาเสิร์ฟ... เป็นแพนเค้กกล้วย, อาหารอร่อยแต่ขอย้ำว่าช้ามากๆ

ทานอาหารเสร็จก็เช็คเอ้าท์  รถมารอรับพวกเราอยู่แล้ว... ขับรถมาโรงแรมแห่งใหม่ ใกล้กับที่เขาเล่นเซิร์ฟบอร์ด  วิวสวยเหมือนกัน แต่เวิ้งนี้เล่นน้ำไม่ได้เพราะมีหินโสโครก แม้จะเดินลุยน้ำออกไปตรงจุดที่เขาเล่นเซิร์ฟบอร์ด ยังต้องใส่รองเท้าเลย





วิวจุดเดียวกับที่ถ่ายเมื่อคืน, ในภาพจะเห็นคนเล่นเซิร์ฟบอร์ดกัน... แต่คลื่นจุดนี้ไม่ค่อยสูงมากนัก เหมาะกับการว่ายน้ำเล่นมากกว่า



ร้านอาหารของโรงแรม, มีคนนอกเข้ามาทานด้วย... คิดว่าเพราะอาหารเขาอร่อย  แต่ทานที่นี่ต้องมีความอดทนสูงเพราะช้ามากๆ



Banana pancake อาหารเช้ามื้อแรกบนเกาะนิแอส อร่อยมาก.


โรงแรมมีเซิร์ฟบอร์ดให้เช่าด้วย



แม่เพื่อนทำมาให้ทาน เขาเรียกว่า Ketupat มันเป็นข้าวเหนียวใส่กะทิ  รสชาติคล้ายๆ ข้าวหลามบ้านเรา  แต่มีกลิ่นใบปาล์มที่เขาใช้ห่อ



วิวจากหน้าหาดของโรงแรมแห่งใหม่ที่เราไปพัก  ที่เห็นคลื่นฟองขาวๆ ตรงกลางภาพ คือจุดที่นักเซิร์ฟบอร์ดเขาไปเซิร์ฟกัน... คลื่นไม่สูงมากนัก ประมาณสองสามเมตร  แต่มีคลื่นตลอด




หลังจากเก็บของเข้าห้องพักแห่งใหม่เสร็จ พวกเราก็ออกเดินทางไปเที่ยวหมู่บ้าน Bawomataluo หมู่บ้านแห่งนี้สร้างอยู่บนที่ราบบนยอดเขา  ชื่อหมู่บ้านแปลได้ว่า เนินเขาพระอาทิตย์.  ที่พวกเรามาเยี่ยมชมหมู่บ้านแห่งนี้เพราะทั้งหมู่บ้านมีการรักษาสภาพบ้านตามแบบโบราณไว้ได้ดีกว่าหมู่บ้านอื่นๆ บนเกาะนี้  พวกเราจ่ายค่าเข้าชมหมู่บ้านคนละ 5,000 รูเปียห์ หรือประมาณ 11 บาท  มีไกด์ซึ่งเป็นคนในหมู่บ้านพาเราเข้าชม

จากทางเข้า เดินเข้าไปประมาณ 300 เมตร ก็เจอฐานหินที่ใช้ในพิธีกรรมต่างๆ  อยู่หน้าบ้านหลังที่ใหญ่ที่สุดในหมู่บ้าน ซึ่งเป็นบ้านของหัวหน้าเผ่า ปัจจุบันลูกหลานของหัวหน้าเผ่า ก็ยังคงอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้  แต่อยู่ในส่วนหลัง (ข้อมูลส่วนนี้เราแปลมาจากวิกิพีเดีย ซึ่งข้อมูลใช้คำว่า Chief, แต่พออ่านไปเรื่อยๆ เขาใช้คำว่า king.... ดังนั้นข้อมูลที่เราเรียกว่า "หัวหน้าเผ่า" นี่ถ้าใช้คำผิดก็กราบขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย) ด้านหน้าเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชม  บ้านหลังนี้สันนิษฐานว่าสร้างเมื่อศตวรรษที่ 18  ภายในไม่ได้จัดแสดงอะไรมากนัก  มีชุดโต๊ะเก้าอี้, มีที่ขูดมะพร้าว, กลองยาวขนาดยักษ์ และไม้แกะสลักติดผนัง  เราปีนขึ้นไปตรงหน้าต่างหลังคา (ไม่รู้ว่าต้องเรียกอย่างไร) มันคือหลังคาที่สามารถดันเปิดขึ้นเพื่อรับลม  ตรงจุดที่เราปีนขึ้นไปนั้นสามารถเห็นวิวหมู่บ้านได้ทั้งหมดเลย.





วิวที่ถ่ายจากทางเข้าหมู่บ้าน Bawomataluo 



บ้านที่หลังคาสูงที่สุดนั่นคือบ้านหัวหน้าเผ่า, หน้าบ้านมีแผ่นหินขนาดใหญ่เพื่อใช้ประกอบพิธีกรรมต่างๆ  ชาวบ้านที่นี่ตากผ้ากันบนพื้นถนนเลยทีเดียว



ฐานหินตรงลานพิธีกรรม... เด็กผู้ชายในหมู่บ้านจะต้องฝึกฝนกระโดดสูง  เมื่อตอนเป็นหนุ่มจะต้องผ่านพิธีกระโดดหิน เพื่อก้าวสู่ความเป็นผู้ใหญ่... ฐานหินนี้สูงถึง 180 เซ็นติเมตรเลยทีเดียว.  พวกเราไม่ได้ชมสาธิตการกระโดดเพราะต้องจ่าย 400,000 รูเปียห์ (ซึ่งเท่ากับเบียร์ 1 ลังเลยทีเดียว...เก็บเงินไว้กินเบียร์อ่ะ)



ไกด์สาวน้อย พาเที่ยวชมหมู่บ้าน  ภาพนี้ถ่ายทางขึ้นบ้านหัวหน้าเผ่า


นี่คือฐานบ้าน  ใช้ไม้เข้าสลัก ไม่ใช้ตะปู... เสาไม้ต้นใหญ่มาก


ข้างในบ้าน ไม่ได้มีอะไรจัดแสดงมากนัก  ตรงกลางภาพเป็นกลองยาวขนาดยักษ์


ที่ขูดมะพร้าวที่เขาจัดแสดง


ตราสัญลักษณ์ของหัวหน้าเผ่า แกะสลักจากไม้ฝาหนัง


กระดูกคางหมู...ไม่ได้ถามไกด์ว่าเขาเอามาแขวนเพื่ออะไร... คิดเอาเองว่าเพื่อใช้ประดับบ้าน...


ไม้แกะสลักติดผนังบ้าน


โต๊ะเลียนแบบของเก่า เอามาจัดแสดง


ไม้แกะสลักติดผนัง เล่าเรื่องราวเมื่อครั้งชาวดัตช์เดินเรือเข้ามาที่เกาะนิแอส ในช่วงประมาณศตวรรษที่ 16


วิวถนนหน้าบ้านหัวหน้าเผ่า ถ่ายจากหน้าต่างหลังคา  ถ้าดูจากหลังคาบ้านหลังอื่นๆ ก็จะเห็นว่าเขาแง้มเปิดหลังคาแล้วใช้ไม้ค้ำไว้  จุดที่เรายืนถ่ายภาพก็เป็นแบบเดียวกัน.


อันนี้ภาพพาโนราม่า 




เดินชมจนพอใจ  และแดดก็แรงมากๆ เลยไม่ได้เดินทั่วทั้งหมู่บ้าน.  ให้ทิปไกด์สาวน้อย แล้วบอกลา.  จากนั้นขับรถเข้าเมือง Teluk Dalam เพื่อหาข้าวเที่ยงกินกัน  เจ้าถิ่นแนะนำร้านหมูย่าง  อร่อยดี  กินไปปัดแมลงวันไป...  กินเสร็จเพื่อนในกลุ่มต้องการซื้อหมวกเพราะลืมเอามา  พวกเราเลยไปช้อปปิ้งมอล... ไม่ได้ถ่ายหน้าร้านมาอ่ะ แต่ดูจากหน้าร้านแล้วเหมือนร้านขายของชำขนาดใหญ่  แต่ข้างในก็มีสินค้าแยกเป็นหมวดหมู่เป็นอย่างดี  เราเดินดูรอบร้าน  ได้เข็มขัดหนังแท้มา 1 เส้น ราคา 55,000 รูเปียห์ หรือ 125 บาท  ถูกมากๆ   

ขับรถไปหมู่บ้าน Hiliamaetaniha เพื่อเยี่ยมแม่ของเพื่อนชาวอินโดนีเซีย. รูปแบบของหมู่บ้านดูคล้ายๆ กับหมู่บ้าน Wawomataluo แต่มีขนาดเล็กกว่า บางบ้านก็ก่ออิฐแทนผนังไม้, ทุกบ้านมีจานดาวเทียมอันใหญ่ตั้งอยู่บนหลังคาหน้าบ้าน  บ้านแม่เพื่อนไม่ได้อยู่ในหมู่บ้าน แต่อยู่ตรงเนินทางขึ้น  แม่เพื่อนตัวเล็กมากคงสูงประมาณ 110 เซ็นติเมตร เห็นจะได้  เพื่อนพาชมรอบบ้าน  หลังบ้านเลี้ยงหมูด้วย.  ชมบ้านเสร็จมานั่งคุยกันที่ห้องโถง, สักพักเพื่อนบ้านต่างก็พากันมาชะโงกดูว่าเกิดอะไรขึ้น... มีเพื่อนบ้านสองสามคน ถึงกับเดินเข้ามานั่งคุยกับพวกเราอย่างเป็นกิจจะลักษณะ โดยมีเพื่อนชาวอินโดของพวกเราเป็นคนแปลให้




รถนักเรียนที่เมือง Teluk Dalam... อืม.... ถ้าไม่ไกลมากนี่เราขอเดินดีกว่านะ



รอยอารยะธรรม....


ห้างสรรพสินค้าในเมือง Teluk Dalam


บ้านแม่เพื่อน อยู่ทางซ้ายมือ หลังที่ 5.... ถนนนี่เดินขึ้นไปอีกสักพักก็จะกลายเป็นบันไดคอนกรีตเพื่อเข้าไปหมู่บ้าน Hiliamaetaniha


เด็กชาวนิแอส เล่นลื่นไถลตามขอบคอนกรีต... 


หมู่บ้าน Hiliamaetaniha ตั้งอยู่บนที่ราบเนินเขา  ยังมีเค้าลางของวัฒนธรรมดั้งเดิมอยู่  แต่เนื่องจากมีการผสมผสานวัฒนธรรมสมัยใหม่มากจนไม่ได้เป็นแหล่งท่องเที่ยว


เดินกลับลงไปบ้านแม่เพื่อน... สวนทางกับเด็กน้อยชาวนิแอสที่เล่นลื่นไถลตอนเราเดินขึ้นมา


ห้องครัวบ้านแม่เพื่อน


ชอบหลังคาบ้านที่นี่... สามารถเปิดเพื่อรับแสงและถ่ายเทอากาศได้



หมูของแม่เพื่อน...




สักพักพวกเราก็ต้องขอตัวกลับ  เพราะสงสารเพื่อนที่ต้องแปลให้พวกเราไม่หยุด  เพื่อนบ้านขี้สงสัยตั้งคำถามรัวๆ ตอบแทบไม่ทัน  ส่วนคนแปลก็คงเวียนหัวน่าดู...

รถขับมาส่งพวกเราที่โรงแรม  แล้วบอกลาสำหรับวันนี้.  เราเดินขึ้นห้อง  เปลี่ยนเป็นกางเกงขาสั้น เปลี่ยนรองเท้าแตะที่ซื้อมาใหม่คู่ละ 25,000 เปลี่ยนเคสกันน้ำให้มือถือของเรา  แล้วลงมาสมทบกับเพื่อนอีก 2 คน  ซึ่งเปิดเบียร์คนละขวดและยังมีน้ำใจเตรียมไว้ให้เราอีก 1 ขวด... พากันเดินลุยน้ำที่ลึกประมาณข้อเท้า  แต่มีหินระเกะระกะ  จุดหมายอยู่ลึกเข้าไปในทะเลประมาณหนึ่งกิโลกว่าๆ เพื่อจะไปดูเขาเล่นเซิร์ฟบอร์ดกัน....

เราหาโขดหินที่สูงกว่าน้ำทะเลเป็นที่ตั้ง เพื่อหามุมถ่ายรูป... ตอนที่ถ่ายรูปคิดถึงกล้อง Canon eos 60D ของเรามากๆ  รูปซูมจาก iPhone นี่ออกมาขี้เหร่สุดๆ  ไม่ซูมก็ไม่เห็นอะไรเลย... เราถ่ายตั้งหลายสิบภาพ แต่ไม่มีภาพที่ชอบเลย...  พวกเรายืนเตร็ดเตร่ให้คลื่นซัดขนหน้าแข้งเกือบหนึ่งชั่วโมงก็ถึงเวลาต้องเดินกลับ เพราะระดับน้ำเริ่มสูงขึ้น  กลัวว่า ถ้ามันสูงขึ้นมากกว่านี้ตอนเดินกลับจะทรงตัวไม่ได้....

กลับถึงโรงแรมก็ถึงเวลาอาหารเย็น  วันนี้จัดหนัก สั่งชุดใหญ่ มีปลาย่างตัวใหญ่ 3 อย่าง  ไม่รู้ว่าเป็นปลาอะไรบ้างแต่อร่อยทุกตัว, gado gado เป็นสลัดอินโดนีเซีย, Mie sop เหมือนจะเป็นต้มมาม่าเลยอ่ะ... และที่สำคัญเบียร์ 3 คน 5 ขวด... อาหารเหลือเยอะมาก  น่าเสียดาย. แต่เบียร์ไม่เหลือ...




รองเท้าใหม่ 25,000 ไม่รวยจริงนี่ซื้อไม่ได้นะ 5555 ที่จริงรูปนี้จะโชว์ก้อนหิน และระดับน้ำที่เราเดินลุยไปตรงจุดที่มีคนเล่นเซิร์ฟบอร์ด.


จุดที่เพื่อนเรายืนอยู่ น้ำจะอยู่ในระดับข้อเท้า แต่ตรงนั้นมีโขดหินเหนือน้ำขึ้นมานิดหน่อย... แต่พอเลยไปอีกไม่กี่เมตร หลังคลื่นทางด้านขวามือ ระดับน้ำลึกพอที่จะสามารถเล่นเซิร์ฟบอร์ดได้...


พอคลื่นซัดมาถึงจุดที่เรายืนอยู่แรงคลื่นก็จะกระทบกับโขดหินลดระดับความแรงของน้ำลงไปเยอะมาก  แต่เราก็ยังต้องพยายามทรงตัวไม่ให้ล้ม  เพราะถ้าล้มนี่มีเจ็บ เพราะก้อนหินที่นี่คม


อยากได้เลนส์ซูม ณ นาทีนั้น มากๆ มากๆ  เรายืนรอจนมีช๊อทสวยๆ ตั้งหลายครั้ง  แต่ไม่สามารถ! 



ถ่ายพาโนราม่าออกมาก็ไม่สวย... ต้องรบกวนเพื่อนๆ ไปเที่ยวเกาะนิแอสให้เห็นกับตาตัวเอง  มันสวยมากๆ นักท่องเที่ยวก็ไม่เยอะ  รูปถ่ายนี่เก็บความงามมาไม่ได้เลย.



หนึ่งในปลาที่สั่งมา 3 ชนิด... อร่อยเพราะมันสดมากๆ



Gado gado สลัดสไตล์อินโดนีเซีย



Mie Sop (Mie=noodles, Sop=soup) ส่วนตัวเราจะเรียกว่ามาม่าต้ม, ไม่รู้ใครสั่งมา...ปรึกษากันมั่งไหมเนี๊ยะ!




พอทานอาหารเย็นเสร็จ เพื่อนๆ ก็นั่งคุยกัน  ส่วนเราขอตัวเข้าไปอาบน้ำนอน เพราะเพลียแดด  แถมเบียร์อีกสองขวดกว่าๆ.... Selamat Malam!



Create Date : 11 กันยายน 2561
Last Update : 11 กันยายน 2561 15:59:59 น.
Counter : 496 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

annopwichai
Location :
เชียงใหม่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 88 คน [?]



ชีวิตอิสระ, ชอบความเรียบง่าย, เป็นโรคภูมิแพ้ IT
New Comments
MY VIP Friend