2018-08-27, 28 เชียงใหม่-กรุงเทพฯ-เมดาน-เกาะนิแอส


ทริปนี้ ตอนขอติดตามไปกับกลุ่มเพื่อนไม่ได้เห็นแผนการท่องเที่ยว พอได้ยินเขาว่าจะไปกันก็ขอไปด้วยโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง... พอเพื่อนส่งแผนการเที่ยวมาปุ๊ป แทบหงายหลัง เพราะเกือบทั้งทริปคือการเดินทาง เดินทาง เดินทาง.... รถไฟ เครื่องบิน รถ เรือเฟอร์รี่ และเรือเล็ก.... ขี้เกียจแบบเราจะไหวไหมเนี๊ยะ 5555 ขอเขาไปแล้วยังจะบ่นอีกน่อ....

เนื่องจากทริปนี้เป็นทริปสั้นๆ รวมทั้งหมด 9 วัน... เราไม่ได้เอาอะไรไปมาก จึงมีกระเป๋าเป้ใบเดียว  เสื้อผ้าก็เตรียมไป 9 ชุด รวมทั้งที่ใส่วันไปด้วย  สิ่งที่สำคัญที่สุดของทริปนี้ที่เราเอาไปและรู้สึกถึงประโยชน์อันมากมายก่ายกองของมัน ก็คือ "ผ้าขาวม้า" ไปเที่ยวเกือบทุกทริปก็เตรียมไปเผื่ออยู่แล้ว แต่ไม่ค่อยได้ใช้  แต่ทริปนี้สุดยอดมากๆ ได้ใช้ตลอดเลย ตั้งแต่คลุมไหล่ตอนขึ้นรถไฟและขึ้นเครื่อง ไม่ถึงกับอุ่นเท่าผ้าหม่ แต่ก็ช่วยได้เยอะ, คลุมหัวกันแดด แบบว่าแดดที่โน่นแรงมากๆ, เอาไว้ส่องมือถือกลางแจ้ง, ใช้เป็นผ้าเช็ดตัว... โรงแรมแรก ผ้าเช็ดตัวเขาเหม็นมาก เราก็ได้ผ้าขาวม้าของเรานี่แหล่ะเอาเช็ดตัว, ใช้ปัดยุง ดีนักแล... สาระพัดประโยชน์แบบนี้ ขอแนะนำเลย...ไม่รู้ว่าเด็กรุ่นใหม่จะมีสักกี่คนที่เคยใช้ผ้าขาวม้า.

นอกเรื่องไปเยอะแระเริ่มเลยดีกว่า...  ออกจากบ้านแวะทานมื้อเที่ยงที่ร้าน ฮินเล อยู่แถวหน้าวัดเกตุ, ไปกี่ครั้งก็อร่อยเหมือนเดิม... ทานเสร็จก็เดินทางไปสถานีรถไฟตอนบ่าย 3  รถไฟออกตอนบ่ายสามครึ่ง ตรงเวลาเป๊ะ! พนักงานบนรถบริการดี และสุภาพมากๆ  เราจองตั๋วตู้นอนพัดลม, แต่หน้าต่างทั้งตู้ปิดหมดและเขาเปิดเครื่องปรับอากาศ... จ่ายราคาพัดลมแต่ได้นอนตู้แอร์, เราไม่บ่นสักคำ อิ..อิ..  แต่เพื่อนๆ บ่นปอดๆแปดๆ เพราะพวกเขาไม่ชอบแอร์กัน?!?!?!  พนักงานรถไฟมารับออเดอร์อาหารเย็น เราสั่งชุดข้าวผัดกุ้ง 150 บาท... ประมาณ 2 ทุ่มเราก็เดินไปตู้เสบียง นั่งรอสักครู่อาหารก็เสิร์ฟ, โอ้แม่เจ้า ส่วนนี้ขอรบกวนการรถไฟให้ปรับปรุง เพราะอาหารนี่ไม่สมราคา เราทานได้แค่สองคำ...ลดน้ำหนักดีกว่า!  กลับมาที่นั่งของเรา, เจ้าหน้าที่ปูเตียงให้เสร็จแล้ว... ไปล้างหน้าแปรงฟัน แล้วเข้านอน  






ร้านอาหารฮินเล อยู่แถวหน้าวัดเกตุ.... อาหารอร่อยมากๆ เราทานร้านนี้มานานเกิน 10 ปีแล้ว รสชาติอร่อยเหมือนเดิม, ไม่เคยเปลี่ยน



คือว่า...ทุกครั้งที่มาร้านนี้ต้องจานนี้เลย, ฮินเลเนื้อ... เราสั่งเป็นชุด มาพร้อมกับ ซาโมซ่า, ข้าวเหลือง และสามารถเลือกโรตีหรือนาน ก็ได้  วันนั้นสั่งนานกระเทียม แต่ได้โรตีมา, ไม่เป็นไร อร่อยเหมือนกัน!



สถานีรถไฟเชียงใหม่... สถานีเหนือสุดในประเทศ  อยากให้มีรถไฟต่อไปเชียงรายอ่ะ, วิวคงสวยน่าดู


นั่งรถไฟนี่เป็นอะไรที่ชอบมาก... เมื่อปี 2012 เรานั่งรถไฟจากเชียงใหม่-กรุงเทพฯ-บัตเตอร์เวอร์ด (ปีนัง)-สิงคโปร์... ชิลมากๆ


นี่คืออาหารเย็นที่ทำให้เราลดน้ำหนัก... กินได้แค่ 2 คำหยุดเลย...555




รถไฟมาถึงสถานีดอนเมืองตอนตีสี่ครึ่ง...ตรงเวลามากๆ  แม้จะงัวเงียก็รีบลุกมาล้างหน้าแปรงฟันตั้งแต่ตีสามครึ่งแล้ว  เพราะเพื่อนมันมาปลุก...มันใช่เวลาตื่นไหมเนี๊ยะ!... นี่คือข้อเสียของการท่องเที่ยว  เวลานอนเวลาตื่นนี่เอาแน่นอนไม่ได้!

เดินข้ามจากสถานีรถไฟดอนเมืองมา ท่าอากาศยานดอนเมือง แล้วไปเคาน์เตอร์แอร์เอเชีย  พอได้ตั๋วเครื่องบินก็ผ่านด่าน ตม. แล้วเข้าไปนั่งรอเครื่อง  ออกตอน 8:15 ใช้เวลาบิน 2 ชั่วโมง ถึงเมดาน (Medan)  ด่านตรวจคนเข้าเมืองที่เมดานนี่โล่งมากๆ เจ้าหน้าที่แค่ถามว่าเราจะอยู่กี่วัน แล้วก็ประทับตราเข้าเมืองให้ 30 วัน เง้อ...เค้าอยู่แค่ 9 วัน, มัยให้ตั้ง 30 วันอ่ะ 55555

แล้วพวกเราก็รีบไปแลกเงิน, ธนาคารแรกไม่รับเงินบาทของเรา เขาว่าเป็นซีรีย์เก่า, เขารับแต่ซีรีย์ใหม่... ใครเดินทางไปต่างประเทศก็ต้องศึกษาให้ดี  ถ้าจะให้ดีใช้ ATM ดีที่สุด, เราเอาบัตร ATM ไทยพาณิชย์ไป แต่บัตรเราเป็นรุ่นเก่าใช้กดไม่ได้อีก...อุ๊ย ซวยละ...ยังไงดีเนี๊ยะ... เพื่อนชาวอินโดพาไปเคาน์เตอร์แลกเงิน, แม้เรทที่ได้จะไม่ค่อยดี แต่ก็ไม่ได้แย่เท่าไหร่นัก  เราแลกเงิน 5,000 บาท ได้ 2,105,000 รูเปียห์  คิดว่าคงพอสำหรับ 9 วัน  เพราะค่าโรงแรมที่ทะเลสาบโทบา ก็จ่ายล่วงหน้าไปแล้ว  นี่เป็นค่าโรงแรม 2 วันแรก ค่ารถ ค่าเรือ และค่าอาหาร ซึ่งเพื่อนคำนวณมาคร่าวๆ ทุกอย่างหาร 5 คนก็ตกคนละไม่กี่บาท

แลกเงินเสร็จก็ไปซื้อซิมการ์ด 100,000 รูเปียห์ 6 กิ๊กกะไบท์ ใช้ได้ 1 เดือน.  แล้วเพื่อนชาวอินโดก็พาออกนอกอาคารสนามบินไปซื้ออาหารใส่กล่อง กลับมากินข้าวข้างนอกอาคารสนามบิน ซึ่งมีที่นั่งพักของคนขับรถแท็กซี่, มากับคนท้องถิ่นก็จะดีตรงทุกอย่างจะออกแนวประหยัด.  ทานเสร็จก็กลับเข้าไปในอาคารสนามบิน แล้วไปเค้าน์เตอร์ Garuda Air ได้ตั๋วแล้วก็ผ่านด่านตรวจ เข้าไปรอสักพัก เจ้าหน้าที่ก็เรียกไปขึ้นรถตู้แล้วขับไปส่งที่เครื่องบิน.  เที่ยวนี้เป็นเครื่องบินเล็กขนาด 4 ที่นั่งต่อแถว  เครื่องออกตอน บ่ายโมงสิบห้า ใช้เวลาบิน 1 ชั่วโมง






สถานีรถไฟดอนเมืองตอนตี 4 กว่าๆ



ถนนวิภาวดีรังสิต ตอน ตี 4:51 นาที



เครื่องบินคันนี้แหล่ะ ที่พาเราไปอินโดนีเซีย



เหนือเมฆ บนน่านฟ้าไทย.... ปกตินั่งเครื่องจะชอบนั่งตรงฝั่งทางเดินเพราะเป็นคนปวดฉี่ง่าย, แต่เที่ยวบินนี้แค่ 2 ชั่วโมง ดีใจที่ได้นั่งติดหน้าต่าง... วิวเมฆนี่สวยมากๆ




ถึงสนามบิน Kualanamu International Airport เมือง Medan แล้ว



เพื่อนชาวอินโดนีเซีย พาออกมาซื้อข้าวนอกสนามบิน ที่ซื้อใส่กล่องเพราะ ถ้านั่งกินในร้าน จะโดนรมควัน.  คนที่นี่สูบบุหรี่ได้ทุกที่ทุกเวลา...โดยเฉพาะเวลาที่กินข้าวเสร็จแล้ว ก็จะพ่นควันกันบนโต๊ะนั่นเลยทีเดียว



อาหารหน้าตาไม่น่าทาน, แต่ขอบอกว่าอร่อยน่าดูเลยทีเดียว



เดินทางต่อจาก Medan ไปเกาะ Nias ใช้เวลา 1 ชั่วโมง... เครื่องบินเล็ก แถวละ 4 ที่นั่ง



บินผ่าน Lake Toba... อีก 3 วันเราจะได้กลับมาที่ทะเลสาบแห่งนี้... 





เครื่องลงจอดที่สนามบิน Binaka เมือง  GunungSitoli, เกาะ Nias ตอนบ่ายสองสิบห้า... แต่ต้องรออยู่บนเครื่องครึ่งชั่วโมงเพราะฝนตกหนัก, ตอนเขาให้ลงเครื่องฝนยังตกปรอยๆ เจ้าหน้าที่เอาร่มให้ผู้โดยสารเพื่อใช้กันฝนตอนเดินไปอาคารสนามบิน.  ญาติของเพื่อนชาวอินโดนีเซียมีอาชีพขับรถแท็กซี่ซึ่งเราก็ใช้บริการของเขาจ้างเหมา 3 วัน (วันนี้น้อยกว่าครึ่งวันก็ตีให้เขาไป 1 วัน)  คนขับไม่ค่อยคุยกับพวกเราเพราะพูดภาษาอังกฤษไม่ได้... แต่เราก็รู้สึกถึงความใจดีเพราะเขาพยายามบริการพวกเราเป็นอย่างดี

จากสนามบินไป Telukdalam เมืองที่ใกล้สุดของบ้านเพื่อนชาวอินโด ระยะทางประมาณ 95 กิโลเมตร แล้วยังต้องขับต่อไปอีก 12 กิโลเมตร ถึงจะถึงโรงแรมที่อยู่ใกล้บ้านเพื่อน  ระหว่างทางจอดยืดเส้นยืดสาย  เพื่อนชาวอินโดและญาติคนขับรถของเขาทานข้าวกัน  ส่วนพวกเราดื่มเบียร์...รสชาดจืดกว่าเบียร์ไทยเยอะเลย แต่ก็พอถูไถ...  

ขับรถต่อไปจนถึงเมือง Telukdalam แวะซื้อเบียร์หนึ่งลังและของใช้ร้านเมียของคนขับรถเพื่อเป็นการอุดหนุน  เราแชร์ค่าเบียร์คนละครึ่งกับเพื่อนในกลุ่ม  ค่าเบียร์ครึ่งลัง 200,000 อืม.... เริ่มเห็นเค้าลางว่าจะต้องแลกเงินเพิ่มซะละ....  

ขับรถต่ออีกสิบกว่ากิโล ก็ถึงโรงแรม... สั่งอาหารจากโรงแรมมาทานทั้งๆ ที่ยังไม่ได้เช็คอิน  พอทานอาหารเสร็จก็เช็คอิน  ห้องไม่ค่อยสะอาด  แต่ห้องน้ำนี่สกปรกเอามากๆ ดีที่ซื้อรองเท้าแตะร้านญาติเพื่อน  เราบ่นเล็กน้อยกับเพื่อนที่สนิทที่สุดที่ไปด้วยกัน  แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อเพราะเราขอติดมาเที่ยวนิ... ห้องที่พักแชร์กัน 3 คน  เพื่อนเราแย่งเตียงเดี่ยวไป  เราแชร์เตียงกับเพื่อนใหม่ที่เพิ่งเคยเจอ...อุ๊ แม่เจ้า...กรนเหมือนพลุวันลอยกระทง, ดีที่พกที่อุดหูมา  และถือว่าโชคดีที่ดื่มเบียร์ไปสามขวด.  สองวันแห่งการเดินทาง....หลับไปด้วยความเพลีย...





เครื่องลงจอดที่ Binaka Airport.  เมือง Gunungsitoli, เกาะ Nias



รถญาติของเพื่อนที่จะคอยบริการพวกเราในระหว่างเที่ยวที่เกาะนิแอส  ที่นี่ขับรถฝั่งซ้ายเหมือนที่เมืองไทย.



ถนนที่นี่ค่อนข้างแคบ  ทั้งคน สัตว์ สิ่งของ ก้อนหิน ต่างก็มาเดินพาเหรดกันบนถนน คนขับรถที่นี่มั่นใจสูงมาก  และการบีบแตรที่นี่เป็นเรื่องปกติ, แม้จะไม่มากเท่าที่อินเดียก็ตาม.



เบียร์ขวดแรกของทริป, เราเก็บฝาขวดมาเป็นของที่ระลึกด้วย  เดี๋ยวจะติดแม่เหล็กแล้วเอาไปแป๊ะที่ตู้เย็น.



วงเวียนที่เมือง Telukdalam, เล็กกว่าห้าแยกสันติธรรมเยอะเลย 55555



มันก็จะหลอนโหน่ยๆ  เขาฝั่งศพไว้หน้าบ้านกันอ่ะ.



คนบนเกาะนี้นับถือศาสนาคริสนิกายโปรแตสแตนส์ถึง 85% อีก 7% เป็นแคธอลิค  ทั้งนี้เนื่องจากการเป็นเมืองขึ้นของชาวดัตช์เมื่อศตวรรษที่ 16



อีก 7% ของประชาชนบนเกาะนิแอสเป็นชาวอิสลาม, ทั้งโบสถ์ชาวคริสและมัสยิดชาวอิสลามตั้งอยู่ใกล้กันอย่างสันติสุข!



แวะร้านญาติเพื่อน  อุดหนุนเบียร์ 1 ลัง และของใช้ส่วนตัวเล็กๆ น้อยๆ



นี่คือของใช้ส่วนตัวที่ซื้อจากร้านญาติเพื่อน... รองเท้าแตะสีดำ, สบู่, แชมพู และยาทากันยุง  ตอนซื้อนี่แค่อยากอุดหนุน, ไม่ได้คิดว่าจะได้ใช้จริงๆ  ที่โรงแรมคืนแรกไม่มีอะไรให้เลย, โชคดีมากๆ ที่ซื้อมา.



พระอาทิตย์ตกดินที่เกาะนิแอส... ยังอยู่บนรถอยู่เลย, เพลียมากๆ



เย้...ถึงโรงแรมก็วางกระเป๋าที่ห้องอาหารของโรงแรมแล้ววิ่งมาถ่ายภาพ, พระอาทิตย์ตกดินไปแล้ว แต่วิวก็ยังสวยอยู่ดี... เสียดายกล้องจาก iPhone 6s Plus ถ่ายรูปมืดๆ ออกมาไม่สวย, ต้องเก็บเงินซื้อมือถือใหม่อีกแล้วไหมเนี๊ยะ...



อาหารเย็นมื้อแรกปลาทอดพริก อร่อยมาก (เพราะหิวหรือเปล่า?) แม่ครัวทำอาหารช้ามากๆ



Mie Goreng อันนี้ หมี่โกเลง... อาหารขึ้นชื่อไปที่ไหนก็เจอ...คงอารมณ์คล้ายผัดไท, ใครมาเมืองไทยก็กินผัดไท อะไรทำนองนั้น.

จบการเดินทางขาไปอย่างอ่อนเพลีย...  



Create Date : 10 กันยายน 2561
Last Update : 11 กันยายน 2561 13:57:07 น.
Counter : 448 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

annopwichai
Location :
เชียงใหม่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 88 คน [?]



ชีวิตอิสระ, ชอบความเรียบง่าย, เป็นโรคภูมิแพ้ IT
New Comments
MY VIP Friend