Don't just me because I sin differently from you.
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2557
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
20 มิถุนายน 2557
 
All Blogs
 
เจ้าสาวของแฟรงเกนสไตน์ ตอนที่ 1 [เรื่องสั้นแปล]

เจ้าสาวของแฟรงเกนสไตน์

แปลจากเรื่อง TheBride of Frankenstein ของ Mike Resnick


4 เมษายน

ฉันมาทำอะไรที่นี่?

เราไม่มีคนรับใช้ ไม่เคยออกไปไหน ไม่เคยมีแขกเครื่องเรือนก็คร่ำคร่าน่าเกลียด ปราสาทก็มีแต่กลิ่นอับตลอดเวลาและแม้ว่าทั้งหมู่บ้านจะมีไฟฟ้าใช้แล้ว แต่วิคเตอร์กลับไม่ยอมดึงมันขึ้นมาใช้ที่ปราสาทบนเนินเขาแห่งนี้เราจึงต้องอ่านหนังสือจากแสงเทียน และอาศัยเตาผิงสร้างความอบอุ่น

นี่ไม่ใช่อนาคตที่ฉันวาดฝันไว้ให้ตัวเองเลยสักนิด

        เออ ฉันก็รู้ว่าเรามีข้อตกลงทั่วๆ ไปร่วมกันอยู่ – เขาได้เงินฉันและตัวฉันส่วนฉันได้บรรดาศักดิ์ของเขา ฉันไม่รู้ว่าตัวเองเคยนึกภาพการเป็นบารอนเนส ฟอนแฟรงเกนสไตน์ ไว้อย่างไร ที่แน่ๆ มันไม่ใช่อย่างนี้ฉันก็พอรู้ว่าเขาเป็นเจ้าของปราสาทอายุหลายศตวรรษที่ไม่เคยมีการบูรณะเลยแต่ก็ไม่นึกว่าเราจะติดแหง็กกันอยู่ในปราสาทตลอดเวลาเช่นนี้

วิคเตอร์น่ารำคาญเหลือเกินเขาเอาแต่ผิวปากเพลงที่ฟังไม่เป็นทำนอง พอฉันบ่น เขาก็ขอโทษขอโพย แล้วเลิกผิวแล้วฮัมเพลงแทน วิคเตอร์ไม่เคยเอาเรื่องเจ้าค่อมมารยาททรามที่คอยออกไปทำธุระข้างนอกให้เขาเลย  ซ้ำยังขี้ขลาด ไม่เคยล่ะ ที่จะเข้ามาหาฉันแล้วบอกว่า “ผมต้องใช้เงินอีกแล้ว” อะพิโธ่ นั่นไม่ใช่วิคเตอร์หรอก เขาจะส่งเจ้าเด็กรับใช้หน้าตาน่าเกลียดนั่นมาแทนมันหยาบคายกับฉัน ตัวก็เหม็นตลอดเวลาเหมือนไม่เคยโดนน้ำ

แล้วพอฉันถามว่า คราวนี้จะเอาไปทำอะไรมันก็บอกให้ไปถามวิคเตอร์ แล้ววิคเตอร์ก็จะงึมงำตะกุกตะกักไปเรื่อยแต่ไม่เคยให้คำตอบที่ได้เรื่องได้ราว

เมื่อวานเขาส่งเจ้าเด็กอีกอร์ออกไปซื้อเครื่องปั่นไฟฉันนึกว่าในที่สุดเขาก็สำเหนียกได้เสียทีว่าเราต้องพัฒนาปราสาทแห่งนี้ แต่ก็นะฉันควรรู้ดีกว่านั้นสักหน่อย เขาเอามันไปใช้อยู่ในห้องใต้ดินโน่นใช้เพื่อการทดลองบ้าๆ บอๆ ที่ไม่เคยนำชื่อเสียงหรือเงินทองใด ๆ มาให้เราเลยวิคเตอร์ใช้เครื่องปั่นไฟกระตุ้นให้ขากบตายกระตุกขึ้นมา (ประหนึ่งว่าจะมีใครสนใจ) ไม่ได้ใช้เพื่อสร้างความอบอุ่นให้กับปราสาทโล่งโจ้ง อัปลักษณ์และน่าเบื่อหน่ายหลังนี้เลย

13 พฤษภาคม

“เขามีชีวิตแล้ว!”

เสียงตะโกนนรกแตกนั่นปลุกให้ตื่นกลางดึก ใช่สิตัวประหลาดบ้าบอที่เขาสร้างมีชีวิตขึ้นมาแล้วก็วันนี้เจ้าเปี๊ยกตัวแสบนั่นเพิ่งมากวนใจขอเงินฉันอีกแล้วนี่

14 พฤษภาคม

เอาล่ะ ในที่สุด วันนี้ฉันก็ได้เห็นผลงานที่เขาทำมาตลอดหลายเดือนแล้ววิคเตอร์ภูมิใจเป็นบ้าเป็นหลังกับปีศาจสยองขวัญที่เขาสร้างขึ้นเอง จะบอกให้ว่ามันอุบาทว์สิ้นดี พูดแทบไม่เป็นภาษา ส่วนสติปัญญาคงต้องใช้กล้องจุลทรรศน์มาส่องหาซ้ำกลิ่นตัวก็ร้ายยิ่งกว่าเจ้าอีกอร์เสียอีกนี่คือสิ่งที่เขาทุ่มผลาญเงินของฉันไปเพื่อมัน

“มันตัวอะไร” ฉันถาม และวิคเตอร์ก็อธิบายว่ามันไม่ใช่ “มัน” แต่มันเป็น “เขา” เขาที่ว่านั่งบนขอบโต๊ะจ้องผนังด้วยท่าทางซื่อบื้อ วิคเตอร์จับแขนฉัน (มือเขาเลอะสารเคมีตลอดเวลาฉันจึงไม่ชอบเลยเวลาเขาจับตัว) และจูงไปหาเจ้าสัตว์ประหลาดนั่น “คุณเห็นว่ายังไง” เขาถาม “คุณอยากรู้จริงๆ หรือ” ฉันย้อน เขาตอบว่าอยากรู้จริงๆฉันก็เลยใช้เวลาห้านาทีต่อจากนั้นบอกเขาว่าฉันคิดอย่างไรจนหมดเปลือกวิคเตอร์ไม่ปริปากตอบ แค่ยืนอยู่ตรงนั้น ปากล่างสั่นระริก ความรู้สึกที่ปรากฏบนใบหน้าของเขาเป็นแบบเดียวกับใบหน้าของน้องชายฉันตอนที่ลูกหมาของแกจมน้ำเมื่อครั้งกระโน้น

เจ้าสัตว์ประหลาดทำเสียงปลอบโยนและเอื้อมมือไปหาวิคเตอร์คล้ายให้กำลังใจเขา ฉันปัดมือมันออก และบอกว่า ห้ามแตะตัวมนุษย์มันร้องครางและยกมือขึ้นบังหน้าตัวเอง ราวกับกลัวจะโดนฉันตบ แหมถึงตบได้ก็ไม่ตบหรอก เสื้อตัวนี้ลำพังยังไม่มีปีศาจน่าขยะแขยงมาอ้วกรดมันก็ซักยากอยู่แล้ว

“อย่าทำให้เขากลัวสิ” วิคเตอร์เสียงแหลม

ช่างเป็นตัวอย่างที่สมบูรณ์แบบเหลือเกินว่าชายผู้นี้ไม่อยู่กับความเป็นจริงขนาดไหนเจ้าสัตว์ประหลาดตัวใหญ่ประมาณนักฟุตบอลหกคนรวมกับนักยกน้ำหนักอีกคน ส่วนฉันแค่หญิงสาวที่ช่วยตัวเองไม่ได้ผู้ซึ่งใช้เวลามากเกินไปในการเฝ้าสงสัยว่าทำไมหล่อนไม่แต่งงานกับบรูโน่ชมิดท์ไปเสีย ก็จริงอยู่ ที่ว่าเขาหัวล้าน อ้วน ฟันผุ แถมใส่แว่นอีกแต่เขาก็เป็นนายธนาคาร แถมบ้านของเขาก็ไม่มีปีศาจอยู่ในห้องใต้ดินด้วย

25 พฤษภาคม

วันนี้ ฉันออกไปตกปลาที่ลำธารเพราะวิคเตอร์มัวแต่ยุ่งกับการจดบันทึก จนลืมสังเกตว่าเราแทบไม่มีอาหารเหลือแล้ว(แน่นอนว่า อาหารจะไม่หมดบ่อยนักถ้าเพียงแต่เรามีตู้เย็น เอาเถอะ ถึงมีตู้เย็นก็ไม่มีที่เสียบปลั๊กให้มันหรอก)

ฉันก็เลยต้องมายืนอยู่ตรงนี้ไงสวมรองเท้าบู๊ทยาง พร้อมคันเบ็ดในมือ แล้วก็ได้ยินเสียงมาจากด้านหลังฉันหันไปมองเพราะผู้หญิงอยู่ตามลำพัง ระวังตัวเข้าไว้ก็ไม่เสียหลายและสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ วิคเตอร์ปล่อยเจ้าสัตว์ประหลาดมาออกกำลังกาย หรือมาสูดอากาศหรืออะไรก็แล้วแต่ที่เจ้าสัตว์ประหลาดที่โคตรน่าสะอิดสะเอียนนั่นถูกปล่อยมาทำ

เมื่อฉันหันไปเผชิญหน้า มันก็หยุดมองฉันบอกไปว่า “ถ้าแกแตะฉันแค่ปลายนิ้ว ฉันจะควักลูกตาแกออกมา!”

มันตัวสั่นงันงกเดินอ้อมตัวฉันเป็นรัศมีครึ่งวงกลมขนาดใหญ่ และสุดท้ายก็ลงไปอยู่ในลำธารห่างออกตรงจุดที่ห่างออกไปราวสามสิบหลามันมองดูปลา ราวกับปลารู้ว่ามันไม่ได้ต้องการจับจึงเกาะกลุ่มกันว่ายวนรอบตาตุ่มของมันขณะที่มันอยู่ในน้ำเจ้าสัตว์ประหลาดยิ้มเหมือนคนไม่เต็มเต็ง พลางชี้ไปที่ฝูงปลา

“ดี” ฉันว่า“แกก็จับไปสักสี่ตัวสิ ไว้เป็นอาหารเย็นบางทีฉันอาจจะปรุงให้แกสักตัว”

จนถึงนาทีนั้นฉันก็ยังเชื่อจริงจังว่ามันไม่เข้าใจคำพูดสักคำแต่แค่ตอบสนองตามความสูงต่ำของน้ำเสียง แต่เจ้าสัตว์ประหลาดกลับโน้มตัวไปข้างหน้าจับปลาขึ้นมาสี่ตัว และโยนไปบนหญ้า ปลาดิ้นปัด ๆ อยู่บนนั้น

“ไม่เลว”  ฉันยอมรับ“ทีนี้ก็ฆ่าพวกมัน แล้วเราก็จะได้เอากลับไปที่ปราสาท”

“ผมไม่ฆ่าอะไรทั้งนั้น”  มันตอบเสียงแหบแห้งน่าขนลุก ซึ่งก็ทำให้ฉันรู้ว่า มันพูดได้

“ก็ได้ แกก็กินมันทั้งเป็น ๆก็ได้” ฉันว่า “เรื่องของแก”

มันจ้องมองฉันชั่วครู่แล้วในที่สุดก็พูดออกมาว่า “ที่จริงแล้ว ผมไม่เคยหิว” แล้วมันก็ออกตัวเดินตุปัดตุเป๋กลับไปที่ปราสาท

“ก็ดี!”  ฉันตะโกนไล่หลัง“เราจะได้ไม่ต้องแย่งเรากิน!”

ถ้าจะมีอะไรสักอย่างหนึ่งที่ฉันทนไม่ได้ก็คงเป็นสัตว์ประหลาดอวดดีนี่แหละ

27 พฤษภาคม

“คุณไม่รู้หรือที่รัก” วิคเตอร์เอ่ย ยืดอกลีบๆของเขาอย่างภาคภูมิ “ว่าไม่เคยมีใครเคยทำเรื่องนี้สำเร็จมาก่อน”

“ฉันเชื่อ”  ฉันตอบพลางหันไปมองเจ้าสัตว์ประหลาดที่ดูเหมือนจะน่าเกลียดมากขึ้นทุกวัน ๆ “แต่ไม่ได้หมายความว่ามันเป็นอะไรที่น่าโอ้อวดหรอกนะ”

“คุณแค่ไม่เข้าใจ”  วิคเตอร์ว่า พลางทำปากยื่นเหมือนที่เขาทำทุกครั้งเมื่อฉันชี้ให้เขารู้ถึงสิ่งที่รู้ ๆ กันอยู่ “ผมสร้างชีวิตขึ้นมาจากชิ้นส่วนต่างๆ ของศพที่มาจากคนละทิศละทาง!”

“ฉันเข้าใจอย่างถ่องแท้เชียวล่ะ” ฉันตอบ “คุณคิดว่าจะมีใครบ้างจ่ายเงินเพื่อทั้งหมดนี่” ฉันชี้ไปทางเจ้าสัตว์ประหลาดที่กำลังยุ่งกับการเหม่อมองท้องฟ้า “แขนข้างซ้ายนั่นควรเป็นเตาใหม่ของฉันส่วนแขนขวาก็เป็นพรมของฉัน ขาซ้ายเป็นรถยนต์ของฉัน ขาขวาเป็นระบบทำความร้อนของบ้านลำตัวคือเครื่องเรือนใหม่ของฉัน ส่วนหัวนั่นคือท่อน้ำประปาที่ใช้งานได้จริง”

“คุณให้ค่ากับวัตถุมากเกินไปแล้ว ที่รัก” วิคเตอร์ว่า “ผมอยากทำให้คุณเห็นจริงๆว่าสิ่งมีชีวิตนี้มีค่าอย่างสุดประมาณต่อวงการวิทยาศาสตร์”

ฉันมองสภาพรกรุงรังที่สามีทำไว้กับห้องทดลองของเขา "ถ้าคุณจะเก็บมันไว้” ฉันบอก “อย่างน้อยก็เอาไม้ถูพื้นให้มันแล้วก็สอนวิธีถูให้มันด้วย”




Create Date : 20 มิถุนายน 2557
Last Update : 20 มิถุนายน 2557 13:43:13 น. 0 comments
Counter : 1078 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Desiderata
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Desiderata's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.