Don't just me because I sin differently from you.
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2557
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
5 มิถุนายน 2557
 
All Blogs
 
ผู้ปฏิเสธการเป็นทหารเพราะขัดกับมโนสำนึก 3

แปล ตัดต่อ เรียบเรียง จากบทความของ coşkun üstercİ   และ özgür heval çınar


การปฏิเสธที่จะมีส่วนร่วมในสงครามเกิดขึ้นมานานพอ ๆ กับตัวสงครามเอง ตลอดประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา องค์กรทหารในรูปแบบต่างๆ ทำให้ผู้คนปฏิเสธที่จะรับใช้กองทัพด้วยเหตุผลอันหลากหลาย หนึ่งในวิธีการที่ตรงไปตรงมาที่สุดสำหรับต่อต้านสงครามและการทหารก็คือการปฏิเสธการเป็นทหารเพราะขัดกับมโนสำนึกนี่เอง 

โดยทั่วไป อาจนิยาม “การปฏิเสธการเป็นทหารเพราะขัดกับมโนสำนึก” ว่า คือการไม่ยอมเกณฑ์ทหารเพราะมันขัดกับมโนธรรมสำนึกหรือความเชื่อทางศาสนา การเมือง ปรัชญา หรืออื่น ๆ ที่คล้ายคลึงกัน ที่บุคคลผู้นั้นมี


ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ในสหราชอาณาจักรมีผู้ปฏิเสธการเป็นทหารเพราะขัดกับมโนสำนึก
16,000 คน และช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 มีมากกว่า 60,000 คนช่วงสงครามเวียดนาม จำนวนผู้ปฏิเสธการเป็นทหารเพราะขัดกับมโนสำนึกในสหรัฐอเมริกามีจำนวนมากกว่า 200,000 คน และจากข้อมูลของกระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ ช่วงสามปีแรกในสงครามอิรักมีทหารอเมริกันอย่างน้อย 8,000 คนที่หนีทหาร

วันนี้ สงครามไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในสนามรบ หากแต่ยังเข้ามาเกี่ยวพันกับชีวิตประจำวันของพลเรือนด้วย  นอกจากโครงสร้างระบบทหารของรัฐสมัยใหม่จะส่งผลในช่วงสงครามแล้วยังส่งผลแม้แต่ในช่วงสงบ ดังนั้น รูปแบบการปฏิเสธการเป็นทหารเพราะขัดกับมโนสำนึกจึงร่วมสมัยและไม่ได้มีอยู่เฉพาะในภาวะสงครามแต่ยังต่อต้านระบบทหารที่ใช้อยู่ในภาวะสงบด้วย 


เนื่องจากการสนับสนุนของนักเคลื่อนไหวเรียกร้องสิทธิสตรีและกลุ่มบุคคลที่หลากหลายทางเพศการปฏิเสธการเป็นทหารเพราะขัดกับมโนสำนึกจึงมาถึงจุดที่ทำให้เห็นว่า มีปัญหาการกีดกันทางเพศและการเหยียดกลุ่มแตกต่างทางเพศฝังอยู่ในโครงสร้างและแนวคิดของลัทธิทหารนิยมด้วย 

เช่นนี้เอง กลุ่มผู้ปฏิเสธการเป็นทหารเพราะขัดกับมโนสำนึกทั่วโลกจึงประกาศต่อต้านสงครามทั้งยังมีความสนใจมากขึ้นในปัญหาเชิงโครงสร้างและอุดมการณ์ที่ทำให้สงครามกลายเป็นธรรมชาติและเป็นที่ต้องการด้วย

สนธิสัญญาสากลหลายฉบับถูกร่างขึ้นมาเพื่อเสนอสิทธิ์การไม่เข้าเกณฑ์ทหารภายใต้สิทธิในเสรีภาพแห่งความคิดมโนสำนึก และศาสนา เพื่อให้สอดรับกับขบวนการปฏิเสธการเป็นทหารเพราะขัดกับมโนสำนึก เช่นปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ข้อ 18 กฎบัตรสิทธิขั้นพื้นฐานของสหภาพยุโรปข้อ 10 อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิมนุษยชนแห่งยุโรปข้อ9 ส่วนในทางทฤษฎี 

รัฐชาติส่วนใหญ่ยอมรับรองสิทธิข้อนี้ว่าเป็นข้อตกลงร่วมกันในระดับนานาชาติแต่การตีความเพื่อให้เกิดความตระหนักและนำไปใช้เป็นกฎหมายประเทศยังมีน้อย 

ในบรรดา 168ประเทศที่มีกองทัพทหาร (จาก 192 ประเทศสมาชิกสหประชาชาติ)มีเพียง 35% เท่านั้นที่ตระหนักว่าการปฏิเสธการเป็นทหารเพราะขัดกับมโนสำนึกเป็นสิทธิชนิดหนึ่ง(ข้อมูลปี 2008)

ในยุโรปมีเปอร์เซ็นที่สูงกว่านี้มาก อย่างไรก็ตามประเทศตุรมีลักษณะพิเศษเฉพาะในท่ามกลางประเทศสมาชิกคณะมนตรีแห่งสหภาพโรปห้าสิบเจ็ดประเทศมีแค่ตุรกีเท่านั้นไม่ยังไม่ตระหนักว่าการปฏิเสธการเป็นทหารเป็นสิทธิเสรีภาพทั้งยังไม่ยินยอมให้เลือกรับใช้กองทัพด้วยวิธีการอื่นด้วย 


ในทางประวัติศาสตร์รัฐตุรกีหลีกเลี่ยงที่จะรับรู้ถึงการปฏิเสธการเป็นทหารเพราะขัดกับมโนสำนึกเพราะอุดมคติทางทหารและชาตินิยมที่แข็งแกร่ง กองทัพของตุรกีซึ่งใหญ่เป็นลำดับที่สองในนาโต้รองจากสหรัฐอเมริกามีบทบาทอำนาจในการเลือกตัวแทนเข้าไปอยู่ในสภาสหภาพยุโรปและการรับใช้กองทัพเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งทั้งในด้านสังคม วัฒนธรรม การเมืองและเศรษฐศาสตร์ เช่น ผู้สมัครงานในตำแหน่งทางวิชาการมักถูกถามว่าเคยเข้ารับใช้กองทัพแล้วหรือยัง

ทุกวันนี้ ปรากฏการณ์การปฏิเสธการเป็นทหารเพราะขัดกับมโนสำนึกสมควรได้รับการอภิปรายถกเถียงในประเทศต่างๆ ที่กองทัพยังมีอำนาจอยู่มาก เช่น ตุรกี อิสราเอง ปารากวัย และชิลี 

ในตุรกี ประเด็นนี้ได้รับความสนใจจากสาธารณชนเมื่อต้นทศวรรษ 1990 เมื่อผู้ปฏิเสธเข้าเกณฑ์ทหารสองคนแรกนาม Tayfun Gönül และ Vedat Zencir ประกาศว่าจะไม่รับใช้กองทัพเพราะขัดกับมโนธรรมสำนึกและความเชื่อทางการเมือง


ในประเทศที่มีคำขวัญประจำชาติว่า "ชาวเติร์กทุกคนเกิดมาเพื่อเป็นทหารเป็นที่ซึ่งความเป็นชายถูกให้ความหมายผ่านการรับใช้กองทัพ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นที่ซึ่งผลของการรัฐประหารโดยทหารในปี 1980 ยังมีอิทธิพลอยู่และแทบจะเป็นคำที่มีความหมายในด้านบวกด้วยซ้ำ  การปฏิเสธที่จะรับใช้กองทัพจึงถือเป็นเรื่องบ้าบิ่นมาก ทว่า แม้จะยากลำบาก แต่ก็ยังมีผู้ที่ขัดขืนการเกณฑ์ทหารจนถึงตอนที่เขียนบทความนี้ (มิถุนายน 2008) มีคนหนุ่มสาว 69คน (หญิง 30 คน และชาย 56 คน) ที่ประกาศว่าตนปฏิเสธการเป็นทหารเพราะขัดกับมโนสำนึก หนึ่งในนี้ คือ Halil Savda[1] ที่ต้องติดคุกนับสิบครั้ง


นอกจากนี้ ยังมีอีกนับร้อยๆ หรือาจนับพันๆ คน เช่น กลุ่มชาวคริสต์นิกายพยานพระเยโฮวาห์ที่ปฏิเสธรับใช้กองทัพเพราะเหตุผลด้านศาสนาหรืออื่น ๆ แต่คนกลุ่มนี้ไม่ได้โยงการขัดขืนของตนให้เข้ากับจุดยืนทางการเมืองรวมถึงคนจำนวนมากเลือกที่จะหลบหลีกการเป็นทหารด้วยการขอรับการยกเว้น หรือด้วยการหลบหนี


กระบวนการที่นำเอาแนวคิดปฏิเสธการเป็นทหารขัดกับมโนสำนึกให้เข้ามาอยู่ในความสนใจของสังคมกระแสหลักที่ประเทศตุรกีมีทั้งความสำเร็จและอุปสรรคปัญหาความสนใจของสาธารณชนต่อประเด็นนี้ปรากฏขึ้นชัดขึ้นมาก็ต่อเมื่อมีผู้ปฏิเสธการเป็นทหารฯถูกจับ เมื่อมีการรณรงค์สนับสนุนกลุ่มผู้ปฏิเสธการเป็นทหารฯ หรือเมื่อเกิดคดีฟ้องร้องผู้สนับสนุนเท่านั้น 


อย่างไรก็ตาม ต้นปี 2006 ศาลสิทธิมนุษยชนแห่งยุโรปประกาศคัดค้านตุรกีในกรณีที่ปฏิบัติต่อผู้ปฏิเสธการเป็นทหารเพราะขัดกับมโนสำนึกที่ชื่อนาย Osman Murat Ulke ในปี 1997 ทำให้เกิดการถกเถียงอย่างกว้างขวางนับตั้งแต่ผู้นำสภาแห่งตุรกีไปถึงนายพลปลดเกษียณจากทนายความไปถึงคอลัมนิสต์หนังสือพิมพ์ รวมถึงประชาชนในแวดวงต่าง ๆ 


การถกเถียงรื่องความเห็นของศาลสิทธิมนุษยชนแห่งยุโรปครั้งนี้จึงสำคัญในแง่ที่ทำให้ผู้ปฏิเสธการเป็นทหารเพราะขัดกับมโนสำนึกปรากฎต่อสายตาประชาชนทั้งยังชี้ให้เห็นทั้งการขาดกระบวนการทางกฎหมายที่เหมาะสมสำหรับผู้ปฏิเสธการเป็นทหารฯในตุรกีและจำเป็นต้องมีกระบวนการนี้
นอกจากนี้ ยังช่วยให้เกิดการทำลายกฎต้องห้ามของกองทัพที่ว่าด้วยการเป็นทหารเกณฑ์และลัทธิทหารนิยมในตุรกีด้วย

ในโลกปัจจุบันนี้ที่การเมือง กฎหมาย เศรษฐกิจ ถูกให้ความหมายผ่านกรอบคิดเสรีนิยมใหม่ คนเห็นค้านอย่างมากกับความอยุติธรรมที่มาพร้อมกับสงครามจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีการอภิปรายถกเถียงทางวิชาการในประเด็นการปฏิเสธการเป็นทหารเพราะขัดกับมโนสำนึกทั้งในมุมมองของปรัชญาการเมือง กฎหมาย และการนำไปใช้จริง นอกจากประโยชน์อื่น ๆ แล้วการถกเถียงนี้อาจช่วยให้เราเข้าใกล้ความเป็นสังคม การเมือง และเศรษฐกิจ ที่ปลอดความเป็นทหารมากขึ้น



[1] ประวัติของฮาลิล ซาฟดา จะลงเพิ่มเติมทีหลัง




Create Date : 05 มิถุนายน 2557
Last Update : 5 มิถุนายน 2557 15:16:35 น. 0 comments
Counter : 765 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Desiderata
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Desiderata's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.