มีนาคม 2559

 
 
1
2
3
4
5
6
8
9
10
11
12
13
15
16
18
19
20
22
23
25
26
27
29
30
 
 
จุติวิบัติ - บทที่ 14
จุติวิบัติ
บทที่ 14




“ลูกจะไปไหน”

สุ้มเสียงไพเราะอ่อนหวานปานสำเนียงของเทพธิดาดังขึ้นยามเช้าตรู่ ขณะที่เจ้าเอยกำลังหันรีหันขวาง หิ้วรองเท้าส้นสูงแปดนิ้ว แขนข้างหนึ่งหนีบกระเป๋า ย่องๆ ลงบันไดทำท่าเหมือนหัวขโมย พอชะโงกดูข้ามราวบันได ก็เห็นแม่ยืนกอดอกคอย 

“ไปหาแม่ไงค้า” เจ้าเอยพยายามประจบ ทั้งที่ความจริงอยากจะวิ่งหนีออกจากบ้านจนตัวสั่น แหงล่ะ เมื่อคืนเธอต้องประสบวิบากกรรมขั้นอุกฤษฎ์ พอกลับบ้านก็รีบวิ่งแจ้นเข้าห้องนอนก่อนที่พ่อหรือแม่จะทันได้ลากตัวมาสอบปากคำ

“ไล่ไม่เคยจนล่ะ แม่คนนี้” แม่ไม่ต้องพูดมาก เจ้าเอยก็เข้าใจ ช่างเป็นถ้อยคำที่งดงามและทรงพลังจริงๆ พับผ่า! “พ่อเขารอหนูในห้องทำงานแน่ะ” 

เจ้าเอยรีบรุนหลังแม่ไปตามทางเดินประหนึ่งลูกวัวน่ารักน่าชังกำลังเอาหัวชนแม่ของมัน ภายในห้อง พ่อนั่งหลังโต๊ะทำงาน วางเอกสารลง ผมยุ่ง หน้ายุ่ง ตาแดง แสดงว่าคงไม่ได้นอนมาทั้งคืน จ๊อดยืนมุมห้อง สงบนิ่งราวกับนักเรียนเข้าแถวเคารพธงชาติ คงอยากขยุกขยิกใจแทบขาดแต่ทำไม่ได้ และทันใดนั้นเอง ปัญญาญาณก็สว่างวาบเข้ามาในหัวของเจ้าเอย ถ้าจ๊อดอยู่ในนี้ เรื่องคงแตกหมดแล้วล่ะ

“พ่อว่าหนูรับงานจากสำนักพิมพ์มาทำที่บ้านดีไหม” พ่อไม่พูดพร่ำทำเพลง เล็งเข้าเป้าโช๊ะๆ “งานเดี๋ยวนี้ทำแบบออนไลน์ก็ได้ ไม่ต้องออกนอกบ้านไปเสี่ยงทุกวัน”

“พ่อก็หาบอดี้การ์ดให้เอ๋ยสักสิบคนสิคะ เอามาล้อมหน้าล้อมหลัง จะได้ปลอดภัยหายห่วง” 

“เฮ้อ! ลูกสาวฉัน” แม่ทำเสียหน่าย 

“แม่อ่า” เจ้าเอยงอแง

“ถึงจะเป็นบอดี้การ์ด แต่ถ้าจวนตัว พวกนั้นก็ต้องเอาตัวเองรอดก่อน มันเป็นสัญชาตญาณ เพราะฉะนั้นพ่อไม่ไว้ใจ คนที่จะช่วยเหลือคนอื่นโดยไม่ห่วงชีวิตของตัวเองน่ะ ถ้าไม่ใช่คนที่มีคุณธรรมเสียสละ ก็แปลว่าเขาต้องรักคนที่เขาช่วยมากๆ” 

“งั้นไม่เป็นไรค่ะ เอ๋ยมีจ๊อด”

คนถูกพูดถึงยกไม้ยกมือปฏิเสธ ราวกับจะบอกว่า ผมไม่เกี่ยวนะค้าบ

“ไม่ได้” พ่อบอก “พ่อกับแม่รับปากป้าแจ่มของหนูไว้แล้ว ว่าจะดูแลจ๊อดเหมือนลูกแท้ๆ” ป้าแจ่มก็คือแม่นมของเจ้าเอย “แล้วจ๊อดก็ไม่ใช่หน่วยคอมมานโดที่จะต่อสู้กับผู้ก่อการร้ายได้”

ผู้ก่อการร้าย?... แสดงว่าจ๊อดไม่ได้เล่าให้หมดสินะ

“แต่ถ้าปล่อยให้เฮียดูแลคนเดียว มีหวังปิดสำนักพิมพ์ภายในหนึ่งเดือน” เจ้าเอยโวย

“เอาอย่างนี้ไหมคะคุณ” แม่ถามพ่อ ใบหน้ายิ้มแย้ม มีเลศนัย “เราก็ให้คนที่เราไว้ใจได้คอยดูแลลูก”

เจ้าเอยยกแขนขึ้นทำเป็นสัญลักษณ์กากบาท สีหน้าแววตาท่าทางแบบนี้ องค์กามเทพลงประทับชัดๆ

“คนที่เรารู้จัก เป็นทหาร ยังหนุ่มแน่น” 

เจ้าเอยหน้าซีด

“หมวดเต้” พ่อสรุป แม่ยิ้มกว้าง แต่เจ้าเอยอยากเป็นลม... ชีวิตดี๊ดีเนาะ

“พอเลยค่ะ เอ๋ยสัญญาว่าจะดูแลตัวเอง” 
“เดี๋ยวพ่อจะติดต่อหมวดเต้ให้เขาช่วยดูแลลูก... คิดว่าเขาคงไม่ปฏิเสธ”
“พ่อ!” เจ้าเอยร้อง
“ตกลงตามนี้”




เจ้าเอยเหมือนจะเห็นคุณจักรลูกคุณหญิงผ่อง ระหว่างที่เธอก้าวยาวฉับๆ ไปตามโถงทางเดินในโรงพยาบาลโดยมีจ๊อดหิ้วตะกร้าผลไม้ตามหลัง เจ้าเอยตั้งใจจะเข้าไปทัก แต่เพียงครู่เดียวชายหนุ่มก็ลับหายไป บางทีเขาอาจจะมาเยี่ยมเตชุเหมือนกับเธอก็ได้

ที่จริงตอนนี้เธอควรไปถึงคอนโดฯ ที่ให้จ๊อดพาเหนือเมฆไปหลบซ่อนตัวแล้วตรวจสอบวิดีโอจากกล้องหน้ารถของเตชุที่จ๊อดหามาได้เพื่อเปิดโปงความลับของมนุษย์ต่างดาวให้ประชาชนรับรู้ ทว่ากว่าจะเคลียร์กับพ่อแม่ลงตัวก็ปาเข้าไปเก้าโมงกว่า แล้วยังต้องมาเยี่ยมคุณทหารขี้เก๊ก ตามมารยาท อีก จะปล่อยปละละเลยก็น่าเกลียด เพราะเขาอุตส่าห์เสียสละตัวโตๆ ของเขามาช่วยเธอ และเธอก็เป็นกุลสตรีที่ได้รับการสั่งสอนมาอย่างดีเยี่ยม เรียกได้ว่าเป็นหญิงสาวบริสุทธิ์ที่งดงามทั้งหน้าตาและจิตใจ
แต่พอไปถึงห้องพักผู้ป่วย เตชุไม่อยู่ในห้องนั้นแล้ว เจ้าเอยถามพยาบาลจึงรู้ว่า เขาเพิ่งเช็คเอ้าท์เมื่อสักครู่ นิดหนึ่งในใจรู้สึกเสียศูนย์ (นิดหนึ่งนะ ไม่มากเล้ย... สาบาน!) จึงบัญชาให้จ๊อดหอบของฝากทั้งหมดไปที่รถ จะเอาไปกินกับเฮียกับเหนือเมฆแทน 
“คุณหนูครับ เรื่องหมวดเต้” จ๊อดทัก 
“ว่า”
“มีความเป็นไปได้ไหมครับที่เราจะดึงเขามาเป็นพวก” คนสนิทถามตรงๆ 
เจ้าเอยครุ่นคิด อย่างไรเสียหมวดเต้ก็เป็นคนของทางราชการ โอกาสที่เขาจะขัดคำสั่งเบื้องบนแล้วหันมาเข้าข้างเธอนั้น น่าจะเป็นไปได้ยาก
“ทำไมนายคิดอย่างนั้น” เจ้าเอยหยั่งเชิงถาม
“ผมคิดถึงคำพูดของคุณท่านที่บอกว่าคนเราจะยอมสละชีวิตให้คนอื่นเพราะมีคุณธรรมสูงส่งกับทำเพื่อปกป้องคนรักแล้วนึกได้ ยังมีอีกสิ่งหนึ่งครับ ที่คนเรายอมตายเพื่อปกป้องมัน”
“อะไร”
“อุดมการณ์!”
อุดมการณ์... ความเชื่อ ความศรัทธา... ถ้าจ๊อดจะพูดถึงสิ่งนี้ เธอก็คิดว่าจ๊อดพูดเข้าเค้าทีเดียว เหมือนอย่างข่าวระเบิดพลีชีพนั่นก็ทำเพราะอุดมการณ์ความเชื่อ หรืออย่างตำนานพันท้ายนรสิงห์ที่ยอมถูกประหารเพื่อให้กฏบ้านกฏเมืองดำรงความศักดิ์สิทธิ์ตามอุดมการณ์
“ผมลองวิเคราะห์เล่นๆ นะครับ ถ้าหากหมวดเต้เขาต้องการจะปิดข่าวมนุษย์ต่างดาวอย่างที่พวกเราระแวง เขาน่าจะปล่อยให้คุณหนูตายตรงนั้น แต่เขากลับปกป้องคุณหนู” จ๊อดตอบ และคำตอบของจ๊อดก็ทำให้เจ้าเอยใจเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะหนึ่ง
“เขาอาจจะหลงรักฉันก็ได้นะ” เจ้าเอยว่า
“ไม่น่าจะ... นะครับ”
คนถูกขัดคำรามต่ำในคอ หรี่ตามองราวกับแมวกำลังจ้องตะครุบหนู
“นายมันซื่อบื้อ” 
“อย่าบอกนะครับว่าคุณหนูแอบปิ๊งผู้หมวดแล้ว” คนสนิทย้อนทันควัน เจ้าเอยรู้สึกว่าเสียท่าวายร้ายจอมเจ้าเล่ห์จึงเดินหนี ไม่ยอมตอบ
ออกมานอกโรงพยาบาล จึงเห็นบุรุษที่สามซึ่งเป็นเป้าหมายในการสนทนา ยืนพิงเสา มือล้วงกระเป๋าเก๊กหล่อ เตชุปราดสายตาคมกริบมายังเจ้าเอย พร้อมรอยยิ้มที่เขาคงคิดว่าเท่ที่สุด หญิงสาวชะงักกึก พร้อมๆ กับลูกน้องคนสนิท
“นึกว่าคุณจะไม่มาเยี่ยมผมซะอีก”
“เลิกแอ็คได้แล้วค่ะ” เจ้าเอยเสยผมแล้วถอนหายใจด้วยสีหน้าเซ็งกลบเกลื่อนความรู้สึกที่แท้จริง “ฉันแค่มาเยี่ยมคุณตามมารยาท”
“เป็นห่วงผมก็บอกมาเถอะ” 
“เอาที่สบายใจนะคะ” เจ้าเอยคว้าตะกร้าผลไม้จากจ๊อด ยื่นให้คนตัวโต “ของเยี่ยม”
เตชุเข้ามาประชิด แต่แทนที่จะรับตะกร้าของฝาก กลับฉกแอปเปิ้ลสีแดงแจ๋ดในตะกร้าใส่ปากหน้าตาเฉย เจ้าเอยจะร้องห้ามทว่าคนตัวโตกัดกร๊วบ เคี้ยวหง่ำๆ เธอเลยได้แต่ยิ้มแหย
“ล้างก่อนไหมคุณ”
“หือ...” คนตัวโตหยุดเคี้ยว สายตาระแวง “คุณยังไม่ได้ล้างเหรอ”
คนถูกถามส่ายหน้าช้าๆ ใครจะไปคิดว่าเอามาให้แล้วกินเลยล่ะยะ แถมพ่อเจ้าประคุณยังดูไม่ออกอีกเนาะว่าเพิ่งสอยมาจากตลาด พวกผู้ชาย เป็นงี้กันหมดทุกคนเลยไหมเนี่ย
เตชุกลืนแอปเปิ้ลในปากลงคอ วางลูกแอปเปิ้ลในมือใส่ตะกร้าตามเดิม ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าและท่าทีให้เคร่งขรึมจริงจังมากขึ้น 
“คุณอาสั่งให้ผมเฝ้าคุณ”
“เฝ้า?”
“ครับ”
“แล้วคุณตอบปฏิเสธคุณพ่อไปรึยังคะ”
“โอกาสในชีวิตไม่ได้เข้ามากันบ่อยๆ นะครับ ถ้าเป็นคุณ จะไม่คว้าไว้เหรอ” 
เจ้าเอยรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วใบหน้า แล้วแสร้งกระแทกตะกร้าใส่เขา บ่น “หนัก” เตชุจึงรับของเยี่ยมจากเธอ ทว่าความหนักของเจ้าเอยไม่ได้หายไปเลยสักนิด หากยิ่งหนักเพิ่มขึ้นอีกด้วยซ้ำเมื่อเขาพูด
“ที่จริงผมตั้งใจจะตรวจสอบไอ้นี่” คนตัวโตดึงเมมโมรี่ออกจากกระเป๋าเสื้อ “แต่คิดว่าดูคนเดียวคงไม่สนุก เลยอยากชวนคุณดูด้วย”
เจ้าเอยแทบอยากจะกัดลิ้นตาย ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเขาหมายถึงอะไร
วิดีโอจากเทปกล้องหน้ารถ!
“ไม่ดีกว่าค่ะ” เจ้าเอยตอบ พยายามอย่างยิ่งไม่ให้ถูกจับได้ว่า เธอเองก็มี ไอ้นี่ เหมือนกัน “ฉันมีงาน”
“แต่ งาน ที่คุณเอาไป มันไม่ใช่ตัวจริงนะครับ คุณหนูเจ้าเอย” 
เจ้าเอยนิ่ง เหล่มองจ๊อด คนสนิทของเธอไม่แสดงออกทางสีหน้าเลยสักนิด หากหญิงสาวก็ยังรู้สึกได้ว่าเขาตกใจไม่น้อยไปกว่าเธอ
อีตาหมวดต้องรู้เรื่องที่เธอสั่งให้จ๊อดไปทำแน่ๆ
“ว่าไงครับ” คนพูดชูเมมโมรี่ล่อหน้า
หากคิดกันตามหลักการและเหตุผลแล้ว มันบ้ามากที่เธอจะยอมรับหรือตอบตกลง แต่เมื่อมาคิดถึงคำพูดของจ๊อดก่อนหน้า บางทีเตชุอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่เธอตั้งแง่ไว้แต่แรก แม้จะยังไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าชายหนุ่มคิดอะไรหรือมีความต้องการใด ทว่าการที่เขายอมทุ่มเทขนาดนั้นเพื่อเธอ... มันก็น่าที่เธอจะยอมลองเสี่ยงสักครั้ง
“ฉันไว้ใจคุณได้ ใช่ไหมคะ” น้ำเสียงของเจ้าเอยเครียด มองเขานิ่ง
“ไม่ทราบครับ” สายตาคมกริบดั่งตาเหยี่ยวจ้องตอบ “แต่ถ้าคุณไม่ไว้ใจผม คุณก็อย่าทำสิ่งที่คุณคิดจะทำดีกว่า”




อากาศรอบด้านเจือปนด้วยกลิ่นน้ำยาปรับอากาศ แม้จะหอมแต่เจ้าเอยกลับอึดอัด ความเหนอะหนะของไอชื้นฤดูฝนและบรรยากาศตึงเครียดโป่งพองอัดแน่นทั่วชั้นเจ็ด จ๊อดกำลังใช้คีย์การ์ดสำรองเปิดเข้าห้องโดยมีเธอยืนข้างหลังพร้อมกับเตชุ
“คุณกำลังจะบอกผมว่า คุณเก็บมนุษย์ต่างดาวเอาไว้ที่นี่” เตชุถาม น้ำเสียงคลางแคลงใจ
เจ้าเอยพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะวางตัวให้ดี ไม่สติแตก ทั้งที่เซลล์สมองทุกเซลล์กำลังพากันเต้นเร่าๆ ในจังหวะร็อค แอนด์ โรล เพราะไม่อาจคาดเดาสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปได้ 
“ค่ะ”
“ในคอนโด สุดหรู... มีมนุษย์ต่างดาวอาศัย...”
“ค่ะ”
“เข้าใจคิด” 
เจ้าเอยไม่อยากเถียงต่อ เลยพาเขาเข้ามาในห้อง ได้ยินเสียงเพลงคลอเบาๆ เหนือเมฆลุกจากกองหนังสือที่สุมท่วมหัวมาต้อนรับ เช็ดมือกับก้นกางกางยีน ท่าทางงุนงงที่เห็นเตชุ
“พี่จ๊อดกับคุณเอ๋ยมีธุระอะไรรึเปล่าครับ”
“หมวดเต้ครับ นี่เหนือเมฆ” จ๊อดแนะนำรวดเร็ว “เหนือ นี่หมวดเต้”
เจ้าเอยลอบสังเกตสีหน้าของคนมาด้วยกัน ดูท่าทางเตชุจะจำเหนือเมฆได้
ฉับพลัน คนตัวโตก็ชักปืนออกจากซองเหน็บเอว ส่องหน้าเหนือเมฆ

“จะทำอะไรน่ะหมวด!”

เจ้าเอยตกใจที่จู่ๆ สถานการณ์กลับพลิกความคาดหมาย... นี่หมายความว่า เตชุหลอกเธอ เขาแค่อยากตามหาอาวินเพื่อฆ่าทิ้ง! 

นั่นสินะ มันควรเป็นอย่างนี้ตั้งแต่แรก!!
ยังไม่ทันที่ใครจะได้ทำอะไร จู่ๆ เหนือเมฆก็เคลื่อนที่รวดเร็วดุจสายฟ้า ปราดเข้ามาปัดปืนในมือเตชุจนกระเด็นหลุด กระบอกปืนลอยคว้าง หยุดนิ่ง ท้าทายแรงโน้มถ่วงโลก ละม้ายภาพสิ่งของที่ลอยในภาวะสูญญากาศที่เคยเห็นบ่อยๆ ตามหนังแนวอวกาศ โครงปืน สไลด์ปืน ลำกล้อง สปริง สลัก แมกกาซีน แยกออกจากกันแล้วกระจายห่าง
“ปรารถนาจะพบข้าถึงเพียงนี้เชียวรึ บุตรแห่งอาดามะ”
สิ้นคำ ส่วนประกอบปืนทั้งหมดก็ร่วงหล่น ส่งเสียงโคล้งเคล้ง
“นึกแล้วเชียว ว่าต้องไม่กระจอก” เตชุบ่นงึมงำ นั่งแปะลงกับพื้น เก็บปืนขึ้นประกอบหน้าตาเฉย 
หลังจากปลอบโยนตัวเองให้หายอกสั่นขวัญแขวนจากเหตุการณ์เมื่อครู่ เจ้าเอยก็เริ่มวิเคราห์ความน่าจะเป็น จากคำพูดของอาวิน และจากท่าทีของเตชุซึ่งบัดนี้ปราศจากภัยคุกคาม หมายความว่า อีตาหมวดขี้เก๊กนี่ไม่ได้มีเจตนาจะฆ่าจะแกงเหนือเมฆให้ถึงตาย แต่เขาต้องการเรียกให้อาวินแสดงตัวออกมางั้นสิ แล้วผู้ชายประเภทไหนถึงได้บ้าระห่ำแตกเอาปืนจ่อหน้าคนที่เพิ่งเจอกันวะห๊ะ! 
เตชุแหงนมองเธอ พลางบอก
“คุณส่งสไลด์ที่เท้าคุณให้ผมหน่อย”
“สไลด์?” เจ้าเอยทำหน้างง มองดูอุปกรณ์สีดำๆ ที่เท้า แล้วหยิบยื่นให้
“เป็นอะไรคุณ” เตชุถาม “อย่าบอกนะว่าเมื่อกี๊คุณแอบผิดหวังในตัวผมแล้วก็รู้สึกว่าเชื่อใจคนผิด แต่พอมาตอนนี้คุณกลับรู้สึกผิดเองที่ด่วนตัดสินผมแบบนั้น”
เจ้าเอยถอนใจเฮือกโต หมอนี่อ่านใจคนออกเหมือนอย่างอาวินหรือไงกันยะ... พูดถึงอาวินแล้ว เธอก็ควรถามเขาให้ชัดเจน เพราะหมอนั่นน่าจะรู้ทุกอย่าง ในใจทุกคน
“ว่าไงคะ อาวิน” หญิงสาวลงท้ายน้ำเสียงหนักๆ มองคนหน้าตายที่นั่งยองๆ เผชิญหน้ากับเตชุ ดีแท้ ผู้ชายสองคน คนหนึ่งก็ไหลไปได้เรื่อยๆ ส่วนอีกคนก็นิ่งทื่อ “ตกลงไม่ได้จะฆ่าจะแกงกันเหรอ”
“ไม่” คนถูกถามตอบห้วน “เขาเพียงอยากพบข้า”
“ผมบอกแล้ว ว่าผมเป็นผู้ชายซับซ้อน” เตชุยักคิ้วหลิ่วตาให้เจ้าเอย

ดีเนาะ... หญ้าคาปากพูดอะไรไม่ออกเลยงานนี้ 
“เจ้าใคร่รู้เรื่องอันใด”  
“ผู้บงการ...” น้ำเสียงของเตชุเครียดขึ้นทันควัน 
“มิใช่ผู้บงการ หากเป็น ผู้ให้กำเนิด... เมื่อขุนพลแห่งจิตเลือกวิถีของตน เราจักใส่เจตนารมย์แห่งชีวิตไว้ในสิ่งที่เราให้กำเนิด”
คุยอะไรกัน ไม่เห็นจะรู้เรื่องเลย... เจ้าเอยนึกอยากจะโดดเข้าร่วมวงด้วย หากแต่จ๊อดสะกิดเธอให้ถอยมานั่งตรงโซฟารับแขก เลยได้แต่นิ่งฟัง
“ทว่า สิ่งที่เจ้าพบเจอ ข้ามิได้เป็นผู้ให้ชีวิต”
“มีคนอื่นนอกจากท่าน?”
“ผู้สืบวิถีแห่งจิต บาเลบา... ผู้สืบวิถีแห่งโลหิต ซาบารูน”
รอยยิ้มเจ้าเล่ห์แบบที่ติดปากเตชุเป็นประจำเลือนหาย ริมฝีปากเม้มเป็นเส้นตรง ดวงตาหรี่ เหมือนกำลังคิดอะไรสักเรื่อง แต่คิดไม่ตก ทว่า ด้วยความสามารถของอาวิน ต่อให้ไม่ต้องพูด เขาก็สามารถตอบคำถามได้
“หนึ่งในสอง อาจร่วมมือกับคนของพวกเจ้า เพื่อนำเราเข้าสู่ศึกตัดสิน”
“แต่ถ้าผมหาตัวการใหญ่ แล้วกำจัดมัน...”
“เจ้ามิมีวันจะทำเช่นนั้นได้” อาวินเบือนสายตามาทางเจ้าเอย หญิงสาวสะดุ้งโหยง “มีเพียงผู้ใช้อัญมณีแห่งดูนที่จะชี้ชะตาอนาคตหลังศึกสุดท้าย”
เจ้าเอยกระชับหินดาวตกที่แขวนคอ ซุกซ่อนไว้ในเสื้อ อาวินเป็นคนบอกเธอ ย้ำนักย้ำหนาว่าอย่าให้หินก้อนนี้อยู่ห่างจากตัว เพราะมันคือกุญแจสำคัญที่อาจจะช่วยปกป้องเธอ และเผยความลับของจิตมารดาที่เขาอยากรู้
เตชุใส่แมกกาซีนเข้าปืนเป็นสิ่งสุดท้ายเสียงดังแคร้ก เขาลุกยืน เหน็บปืนเข้าซองข้างเอว โยนเมมโมรี่ให้จ๊อด
“ผมเช็คดูแล้ว แต่กล้องหน้ารถเก็บภาพของมันไม่ได้... บอกไว้ก่อน เผื่อคุณอยากรู้” ประโยคสุดท้ายเหมือนจงใจบอกเจ้าเอย
“คุณจะไปไหน” หญิงสาวถาม
“ถามเหมือนเมียถามผัวเลยนะคุณ” 
“ไม่ตลก” เจ้าเอยขู่ฟ่อ “ในเมื่อฉันบอกสิ่งที่ฉันรู้แล้ว คุณก็น่าจะบอกเรื่องของคุณให้ฉันฟังบ้าง”
“เรื่องที่ผมสนใจคุณเหรอครับ” คนตัวโตเล่นลิ้น
“หมวดเต้!”
“โอเค.” เตชุหัวเราะ
“รัฐบาลกำลังทำอะไร... แล้วคุณกำลังทำอะไร” น้ำเสียงของเจ้าเอยเด็ดขาด
เตชุกวาดสายตามองทุกคนที่อยู่ในห้อง สองมือล้วงกระเป๋ากางเกง สีหน้าบ่งบอกว่าเขากำลังคิดหนัก หากสุดท้ายคนตัวโตก็ถอนใจเบา 
“เรียกบอกอสบชัยมาที่นี่ด้วยสิ ผมจะเล่าให้ทุกคนฟัง”


.....................โปรดติดตามตอนต่อไป




ทักทายท้ายบท

สวัสดีครับพ่อแม่พี่น้องทุกท่าน พบกันอีกแล้ว เย้... 
(ช่วงนี้เจอกันบ๊อยบ่อย อย่าเพิ่งเบื่อหน้าผมก่อนนะก๊าบ)
เมื่อวานคุยแชทกับเพื่อนๆ ในเฟส ได้ข่าวว่า กทม. ฝนตก
โห... อิจฉา อยู่เชียงรายฝนไม่ตกเลยครับ 
ร้อนอบอ้าว หมอกควันก็ยังหนาทึบเหมือนเดิม 
แต่ก็ไม่เป็นไร ถือเสียว่า เปลี่ยนบรรยากาศประหนึ่งอยู่สวิซฯ ฮ่า ฮ่า

จุติวิบัติเองก็งวดเข้ามาเรื่อยๆ แล้วนะครับ
ในที่สุดเตชุกับอาวินก็ได้พบกันเสียที 
(แต่ทำไมบทของเหนือเมฆช่างจืดจาง T_T 
ถ้าจะจืดจางขนาดนี้ อาวิน แกยึดร่างเหนือเมฆไปเลยก็ได้!!!)

สำหรับบทต่อไป “เป้าหมายที่แท้จริงของเตชุ”  
เราจะได้รู้กันซะทีว่าเตชุคิดอะไรอยู่กันแน่ 
แล้วพบกันค้าบบบบบ

ปล.รูปปกนี่ ทำขึ้นเองเล่นๆ นะค้าบบบ
ใช้รูปจากในเน็ตมาตัดๆ ต่อ ไม่ได้ใช้เป็นปกจริงนะค้าบบบ

^O^
กลิ้งโคลงแก้มขาว




Create Date : 28 มีนาคม 2559
Last Update : 28 มีนาคม 2559 15:00:06 น.
Counter : 300 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

สมาชิกหมายเลข 2273544
Location :
เชียงราย  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



เชิญติดตามผลงานของบล็อกได้ครับ

.........................



แคนโต้:เรื่องราวในช่องว่าง
แจกฟรี
โดย...กลิ้งโคลงแก้มขาว

ช่องว่าง คือสิ่งที่ปรากฏอยู่ในทุกที่หน
บางครั้งช่องว่างก็นำพา
เอาความหมองหม่นมาให้
แต่บางคราวช่องว่างก็กลายเป็นสิ่งสำคัญ
ที่ช่วยผลักดันให้หัวใจเติบโต

.........................

***หมายเหตุตัวโตโต***

ขอความกรุณาอย่าลอกหรือนำผลงานใดๆ
ในบล็อกนี้ไปดัดแปลงเลยนะครับ
สงสารนักเขียนตาดำๆ นะค้าบบบ

^o^
กลิ้งโคลงแก้มขาว