พฤษภาคม 2559

1
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
จะเขียนนิยายให้เข้าที ต้องรู้ว่ามีจุดแข็งอะไรบ้าง


จะเขียนนิยายให้เข้าที ต้องรู้ว่ามีจุดแข็งอะไรบ้าง

หากรู้เขารู้เรา แม้นรบกันตั้งร้อยครั้งก็ไม่มีอันตรายอันใด ถ้าไม่รู้เขาแต่รู้เพียงตัวเรา แพ้ชนะย่อมก้ำกึ่งอยู่ หากไม่รู้ในตัวเขาตัวเราเสียเลย ก็ต้องปราชัยทุกครั้งที่มีการยุทธ์นั้นแล (ซุนวู)

จากที่ได้มีโอกาสพูดคุยกับคนที่ชื่นชอบการเขียนเหมือนๆ กัน มีหลายคนเลยครับ (รวมทั้งผมด้วย ฮ่า ฮ่า ฮ่า) ที่ศึกษากลวิธีการเขียนนิยายแบบผสมปนเป หมายความว่า อะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับคำว่าเขียน ก็อยากรู้อยากอ่านไปหมด เพราะหวังว่าจะได้เทคนิคมาใช้กับนิยายที่เราแต่งบ้าง ให้สดใหม่ ให้ซาบซ่า แต่พอเอาเข้าจริง หลายๆ อย่างที่เรียนรู้มา ก็ดันกลายเป็นส่วนเกินของนิยายไปเสียนี่ จนบางทีก็ถึงขั้นทำลายตัวนิยายเลยด้วยซ้ำ ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น
นั่นก็เพราะ นวนิยายหรืองานเขียนวรรณกรรม มีความลึกซึ้งเฉพาะตัวนั่นเองครับ

การเขียนนิยายนั้น มีบริบทที่แตกต่างจากการเขียนอื่นๆ อาทิ เรื่องสั้น, บทความ, ข่าว, สารคดี, บทหนัง ฯลฯ ค่อนข้างมาก จึงทำให้มีจุดแข็งจุดอ่อนที่แตกต่างกันไป แม้จะสามารถหยิบยืมเทคนิคบางอย่างมาใช้ร่วมกันได้ แต่ก็ไม่อาจทดแทนกันได้ทั้งหมด เหมือนกับที่เราไม่สามารถใช้วิธีการระบายสีไม้ ไปใช้กับภาพวาดระบายสีน้ำได้ทั้งหมดนั่นเอง 
ผมคิดว่า นัก (ฝึก) เขียน จึงควรที่จะได้รู้ถึงจุดแข็งจุดอ่อนในงานที่กำลังทำอยู่ เพื่อที่ว่าจะได้มีแนวทางชัดเจนในการพัฒนาและต่อยอดทักษะได้อย่างมีทิศทาง มีนักเขียนหลายคนทั้งของไทยและต่างประเทศ ที่นำเสนอเรื่องราวได้น่าสนใจและทำให้คนอ่าน (อย่างผม) ทึ่ง นั่นไม่ใช่เพราะว่าพวกเขามีชื่อเสียงหรือมีอิสระทางความคิดมากกว่าพวกเรา แต่เพราะพวกเขามีความเข้าใจในสิ่งที่ทำ จึงพลิกแพลงและเล่นกับมันได้อย่างสุดมือ
พูดมาถึงตรงนี้ ผมคิดว่าหลายคนคงเริ่มนึกออกกันแล้วว่า จุดแข็งของศาสตร์การเขียนนิยายมีอะไรบ้าง ผมเองได้รวบรวมมานำเสนอเพียงเศษเสี้ยวหนึ่งเท่านั้น แต่ก็เป็น เสี้ยว ที่เห็นว่ามีความสำคัญและมีผลกระทบต่อนิยายเล่มหนึ่งๆ อย่างมาก ลองมาดูกันเลยครับว่ามีอะไรบ้าง


1.เปิดเผยความรู้สึกอันคลุมเครือและซับซ้อนของตัวละครได้อย่างแยบยล
ในขณะที่หนังหรือละคร คนดูอาจจะประดักประเดิด (จนอาจเลยเถิดไปถึงขั้นรำคาญและหงุดหงิด) กับการที่ตัวละครพูดความรู้สึกในใจออกมาคนเดียวบ่อยๆ หรือมีบทบรรยายความรู้สึกนึกคิดถี่ๆ เพราะมันดูไม่เมคเซ้นท์ แต่สำหรับการเขียนนิยายนั้นตรงกันข้ามเลยครับ เพราะการบรรยายความรู้สึกนึกคิดภายในใจของตัวละคร คือสิ่งที่ช่วยสร้างและส่งเสริมตัวละครให้มีน้ำหนัก มีความแน่น และมีตัวตนขึ้นมาจริงๆ ราวกับมีเลือดมีเนื้ออย่างนั้นเลย! (OMG!) เหตุผลที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะ เวลาที่ใครสักคนหนึ่งอ่านหนังสือ เขาไม่ได้แค่นั่งนิ่งๆ สบายๆ นะครับ แต่สมองของเขากำลังจินตนาการร่วมเพื่อทำความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นในเรื่องราวด้วย หรือพูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ เขาแทบจะกลายเป็นตัวละครตัวนั้นๆ เลยทีเดียว และด้วยเหตุนี้เอง คนอ่านจึงสามารถเข้าใจในพฤติกรรมของตัวละครได้ (แม้ว่ามันจะคลุมเครือ หรือหมิ่นเหม่ต่อศีลธรรมขนาดไหนก็ตาม) และอาจจะรัก/เกลียด มากกว่าคนที่เขียนตัวละครเหล่านั้นขึ้นมาเลยด้วยซ้ำ (OMG! รอบสอง – ฮ่า ฮ่า ฮ่า) 

เพราะฉะนั้น การบรรยายความรู้สึกนึกคิดจึงนับเป็นจุดแข็งอย่างยิ่งสำหรับการเขียนนิยาย เป็นการทำให้ผู้อ่านรู้จักซอกมุมในหัวใจของตัวละครของคุณได้มากขึ้น เป็นการหลีกเลี่ยงไม่ให้ผู้อ่านเกิดความสับสนในพฤติกรรมแปลกๆ ของตัวละครได้ ยกตัวอย่างนะครับ หากใครได้เคยอ่านสี่แผ่นดินมาก่อน จะเห็นว่า ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ผู้ประพันธ์เรื่องนี้ ได้วางลักษณะของแม่พลอยไว้ ให้เป็นกุลสตรีทุกกระเบียดนิ้ว งดงาม อ่อนช้อย สงบปากคำ และแม้จะประสบพบเจอกับเหตุการณ์สะเทือนใจต่างๆ มากมาย แต่แม่พลอยก็ยังเป็นแม่พลอยที่นิ่งๆ เย็นๆ เรียบๆ ในแบบของแก ตั้งแต่ต้นจนจบเรื่อง คำถามคือ หากผู้ประพันธ์ไม่สอดแทรกความรู้สึกนึกคิดของแม่พลอยตลอดทั้งเล่ม แต่ใช้กลวิธีการเขียนแบบเฮมิ่งเวย์ คือ เน้นพฤติกรรมการแสดงออกมากกว่าจะบรรยายความรู้สึกนึกคิดภายในใจ ผมเชื่อว่า แทนที่จะรักและเอ็นดู แต่หลายคนคงไม่เข้าใจแม่พลอยจนถึงขั้นรำคาญแน่ๆ 

2.นิยายที่เจ๋งอาจไม่ได้มีพล็อตที่แจ๋ว แต่เพราะมีสไตล์ที่ยอดเยี่ยมต่างหาก
นิยายบางเรื่องไม่ได้โดดเด่นด้วยพล็อต แต่โดดเด่นด้วยสไตล์การเล่าเรื่องของผู้เขียนต่างหาก มีนิยายหลายเรื่องเลยครับที่พล็อตเรียบง่าย และบางเรื่องก็เป็นสิ่งที่เราเห็นจนเจนตาเสียด้วยซ้ำ แต่พอเรื่องนั้นไปอยู่ในมือของนักเขียนผู้มีสไตล์การเล่าที่ยอดเยี่ยม นิยายเรื่องนั้นกลับมีเสน่ห์ขึ้นมาได้อย่างน่าประหลาด 

แล้วอะไรคือสไตล์ล่ะ? พูดกันอย่างง่ายๆ (เพราะจะเกินโควตาจำนวนหน้าแล้วฮับ - ฮ่า ฮ่า ฮ่า) ก็คือ วิธีการเล่าเรื่องนั่นแหละครับ (สามารถย้อนกลับไปอ่านในบทที่ผ่านมาได้ครับ) เป็นผลรวมของการใช้ภาษา มุมมองผู้เขียน วิธีการวางโครงเรื่อง การลำดับเหตุการณ์ และสื่อสารกับคนอ่าน นักเขียนไทยที่มีสไตล์เด่นๆ ตัวอย่างเช่น ปิยะพร ศักดิ์เกษม, ทมยันตี, ชาติ กอบจิตติ, มาลา คำจันทร์, ประมูล อุณหธูป เป็นต้น 


3.ความรุ่มรวยทางภาษา ก็มีส่วนช่วยให้นิยายเรื่องหนึ่งๆ โดดเด่นเหมือนกันนะ

แม้ผมจะประทับใจกับวิธีการประพันธ์นิยายแบบเรียบง่าย ใช้คำง่ายๆ เล่าเท่าที่จำเป็น และติดไปทางจะห้วนสักหน่อย แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า อารมณ์สุนทรีทางภาษาคือจุดแข็งอีกประการหนึ่งของงานเขียนประเภทนิยาย เพราะความรุ่มรวยทางภาษานั้นเป็นอารมณ์เชิงศิลป์ที่สามารถตรึงใจผู้ที่เสพให้เกิดความสวยงามในความรู้สึกได้นั่นเอง
ผมมีความเชื่อส่วนตัวนะครับว่า คนไทย เป็นชนชาติที่มีความรุ่มรวยทางอารมณ์สูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก มีความละเมียดละไม ละเอียดอ่อน ประณีต เจ้าบทเจ้ากลอน (หากพูดกันภาษาใหม่หน่อยก็คงต้องว่า มีอารมณ์ฟรุ้งฟริ้ง) ทำให้บุคลิกเหล่านั้นถ่ายทอดลงสู่งานวรรณกรรมจนกลายเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นประจำชาติไปแล้ว 
ทั้งสามข้อที่ได้กล่าวไปแล้วนั้น คือจุดแข็งอันโดดเด่นของงานเขียนนิยายครับ ซึ่งไม่ได้หมายความว่า หากคุณได้อ่านแล้วจะต้องใช้ให้ครบทุกข้อไป เพียงแต่เมื่อได้รู้ คุณก็จะมีเครื่องมือในการสร้างสรรค์นิยายเจ๋งๆ ออกมาเพิ่มขึ้นเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม หากคุณลองสังเกตดูดีๆ จะพบว่า จุดแข็งของงานวรรณกรรมนั้น คาบเกี่ยวกับจุดแข็งจุดอ่อนและทักษะของตัวนักเขียนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะในเรื่องของสไตล์ มุมมอง ความคิด ที่ผู้เขียนถ่ายทอดสู่ผู้อ่าน นั่นก็หมายความว่า นอกจากคุณจะรู้จุดแข็งจุดอ่อนของงานเขียนวรรณกรรมแล้ว คุณยังต้องเรียนรู้จุดแข็งจุดอ่อนของตัวคุณเองด้วย และการที่จะรู้ได้นั้น ก็มาจากวิธีเดียว 


จงลงมือเขียน! นั่นเอง

จบบทนี้แล้ว ผมอาจจะห่างหายไปอีกสักระยะนะครับ (ที่จริงก็หายเฮดไปตั้งแต่สงกรานต์ ฮ่า ฮ่า ฮ่า) เนื่องจากผมติดปัญหาบางอย่าง ทำให้ไม่สามารถมาอัพเดทบล็อกได้ตามปกติ แต่ก็จะพยายามชะแวบเข้ามาบ่อยๆ แล้วกันนะค้าบบบ แล้วพบกันตอนหน้าครับผม

กลิ้งโคลงแก้มขาว




Create Date : 02 พฤษภาคม 2559
Last Update : 2 พฤษภาคม 2559 12:18:34 น.
Counter : 405 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

สมาชิกหมายเลข 2273544
Location :
เชียงราย  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



เชิญติดตามผลงานของบล็อกได้ครับ

.........................



แคนโต้:เรื่องราวในช่องว่าง
แจกฟรี
โดย...กลิ้งโคลงแก้มขาว

ช่องว่าง คือสิ่งที่ปรากฏอยู่ในทุกที่หน
บางครั้งช่องว่างก็นำพา
เอาความหมองหม่นมาให้
แต่บางคราวช่องว่างก็กลายเป็นสิ่งสำคัญ
ที่ช่วยผลักดันให้หัวใจเติบโต

.........................

***หมายเหตุตัวโตโต***

ขอความกรุณาอย่าลอกหรือนำผลงานใดๆ
ในบล็อกนี้ไปดัดแปลงเลยนะครับ
สงสารนักเขียนตาดำๆ นะค้าบบบ

^o^
กลิ้งโคลงแก้มขาว