กุมภาพันธ์ 2559

 
2
3
4
5
6
7
9
10
11
12
13
14
16
17
18
19
20
21
22
24
25
26
27
28
 
 
8 กุมภาพันธ์ 2559
จุติวิบัติ - บทที่ 5
คุยกันก่อน

สวัสดีวันจันทร์ค้าบ สวัสดีย้อนหลังวันตรุษจีนด้วย
ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดใช้
และก็ วันพรุ่งนี้ ที่ ม.แม่ฟ้าหลวง
ก็เป็นวันรับปริญญา... เย้
ยินดีกับบัณฑิตทุกท่านที่จบการศึกษา
หลังจากพากเพียรกันมายาวนาน
เอาล่ะครับ วันนี้ผมจะไม่โม้นาน แหะ แหะ
เชิญอ่านนิยายกันได้เลยค้าบบบบ




บทที่ 5

ฉันกำลังหนีตามผู้ชาย! ฉันกำลังหนีตามผู้ชาย!!

เจ้าเอยเริ่มจะเข้าใจความรู้สึกของผู้หญิงที่หอบผ้าหอบผ่อนหนีตามคนรักขึ้นมานิดๆ... ทั้งคาดหวัง หวาดกลัว และตื่นเต้น โดยเฉพาะเวลาที่มีอสูรกายร้ายนอกพิภพตามล่าหมายชีวิตด้วยแล้ว ความตื่นเต้นต้องคูณสอง คูณสาม... 

...คูณร้อยเลยเอ้า!

เจ้าเอยวิ่งกระโผลกกระเผลกมาจนถึงลานจอดรถชั้นใต้ดิน หัวใจระรัว...รัวแรง เหนื่อยจนหายใจไม่ทันต้องอ้าปากงับลมช่วย เท้าเจ็บระบมจนสั่นเทิ้มทั้งขา สาบานว่าถ้าไม่ใช่เพราะกลัวตาย ไม่มีวันทำได้แบบนี้

พอเห็นรถก็นึกขึ้นได้ ถ้าขับรถหนีคงเร็วกว่า

...จ๊อด

บุญมีแต่กรรมบัง... ถ้าจำไม่ผิดเธอเพิ่งบอกเขาเมื่อก่อนเข้างาน

“คุณหนูจะให้ผมรอที่ไหนครับ”

“เรื่องของนาย” 

โทรศัพท์สุดหรูในเคสฝังเพชรก็เพิ่งหล่นหายไปตอนถูกทำร้ายหน้าห้องน้ำ... หมดหนทางติดต่อ

คนวิ่งลากเธอมาหยุดกะทันหัน ปล่อยแขนเธอ ทำเอาเจ้าเอยเกือบหัวทิ่ม 

“หยุด... ท... ทำไม...” 

เจ้าเอยถาม คำพูดขาดห้วงตามลมหายใจ น้ำเสียงสั่น ใกล้ร้องไห้เต็มที

ไม่ต้องคอยให้เขาตอบ หลอดไฟทั้งหมดกระพริบถี่ มีแรงสะเทือนจนพื้นสั่น สัญญาณกันขโมยในรถแต่ละคันแข่งกันร้องประสาน

ด้านหน้า ห่างออกไปราวๆ สิบเมตร บนเพดาน เศษฝุ่นเศษปูนร่วงกราว เพียงครู่ มัน ก็ส่งเส้นสายสีดำทะลวงลงมาดั่งห่าฝน ก่อนทิ้งตัวลงเหยียบยืนเต็มตีน คำรามก้อง น้ำลายกระเซ็น เพดานด้านบนกลายเป็นรูโหว่

...ตายแน่ ...ตายแน่ๆ!

เจ้าเอยผงะ ล้มก้นจ้ำเบ้า 

ชายหนุ่มยืนจ้องมันพร้อมประจัน

...น่าแปลก ถึงจะเป็นคนกล้าหาญขนาดไหนก็เถอะ แต่พอต้องเผชิญหน้ากับ ไอ้ตัวนั้น กลับนิ่งเฉยไร้สะทกสะท้านได้ ย่อมไม่ใช่ธรรมดา

ยมฑูตต่างพิภพตวัดแส้สีดำโดยไม่ให้ตั้งตัว เจ้าเอยอ้าปากร้องแต่ไม่มีเสียงเล็ดรอดจากลำคอ

ชายหนุ่มฟาดมือปัดอาวุธสังหารซึ่งจ่อหน้า ปลายแส้ถูกกระแทก สะบัดแล่นปักเข้ากับรถหรูด้านข้าง

เจ้าเอยตาค้าง... แส้สีดำนั้นมีอานุภาพเจาะทะลุแผ่นปูนหนาๆ และใยเหล็กของอาคาร แต่กลับถูกดีดกระเด็นง่ายดายเพียงฝ่ามือเดียว

เขาเคยบอกไว้...

“ข้ามิใช่คนที่เจ้าคิด”

สังหรณ์ใจพิลึก... 

วายร้ายต่างดาวถอนแส้กลับ คำรามต่ำ แม้หัวของมันจะไม่มีตา หากเจ้าเอยกลับสัมผัสได้ถึงการจดจ้องถมึงทึง เสียววาบจากปลายเท้าจนถึงหนังหัว

จู่ๆ เสียงคำรามของมันก็กลับกลายเป็นคำพูด... คำพูดที่เหมือนมีคนสักสิบพูดประโยคเดียวกันพร้อมๆ กัน

“ผู้สังเกตการณ์ รึท่านคิดจะเป็นปรปักษ์ต่อบาเลบา”

ผู้สังเกตการณ์... เจ้าเอยทวนคำในใจ มีเค้าว่าลางสังหรณ์ของเธอจะเป็นจริง

...หมอนี่เป็นมนุษย์ต่างดาว!

ขบฟันแน่น เหงื่อแตกซิกๆ อยากจะวิ่งหนี... แต่ด้วยสภาพอย่างนี้ ขยับได้สักคืบเดียวคงโดนไอ้ตัวประหลาดจิ้มไปเป็นอาหารค่ำเสียก่อน อีกอย่าง ถึงผู้ชายคนนี้จะเป็นมนุษย์ต่างดาว เขาก็เพิ่งช่วยเธอให้พ้นจากการถูกโจมตี บางทีเขาอาจจะเป็นมนุษย์ต่างดาวที่ดีก็ได้

แต่ถ้าไม่ใช่ล่ะ... ถ้านี่เป็นการแย่งชิงตัวเธอ มันก็กลายเป็นหนีเสือปะจระเข้ล่ะสิ!

แต่อีกที... แต่ถ้าหาก เขาไม่มีเจตนาร้าย และที่เข้ามาปกป้องเธอเป็นเพราะตกหลุมรักในความสวยระดับจักรวาล จนเกิดกลายเป็นความสัมพันธ์ต้องห้าม
มนุษย์สาวแสนสวยสมบูรณ์แบบ... กับหนุ่มต่างพิภพ... ความสัมพันธ์รักจะจบลงตรงไหน

“คิดอันใดของเจ้า” เขาเอ็ดเธอเบาๆ 

นั่นสินะ จะตายอยู่รอมร่อ ยังเพ้อเจ้ออยู่ได้ 

อ๊าย...สมแล้วที่เป็นนักเขียนมืออาชีพ

“ผู้สังเกตการณ์... จงมอบธิดาแห่งอาดามะให้แก่ข้า” อสูรกายข่มขู่

ชายหนุ่มแววตาแน่วนิ่ง ภายนอกดูไม่รู้สึกรู้สา หากภายในนั้นอัดแน่นด้วยความล้ำลึก

“หามีความจำเป็นที่เจ้าจักสังหารธิดาแห่งอาดามะไม่”

 “มัน!” อสูรกายคำรามร้อง ชี้นิ้วมาทางเจ้าเอย “ระแคะระคายต่อจิตจักรวาล ข้ามิอาจปล่อยให้มันทำลายพระประสงค์ของบาเลบา”

“นั่นคือสิ่งที่ บุตรแห่งบาเลบาพึงกระทำ” น้ำเสียงชายหนุ่มนิ่งเรียบ “แต่ผู้สืบวิถีแห่งจิตมิควรละเมิดต่อน้ำพระทัยแห่งจิตมารดาผู้ให้กำเนิด... จักรกลคุมจิต มิใช่สิ่งพึงนำมาใช้ตามอำเภอใจ”

“จิตมารดาผู้ให้กำเนิดบาเลบาคือผู้ใดเล่า” มันต่อปากต่อคำ “เมื่อบาเลบาจุติ จิตมารดาก็หาใช่จิตมารดาต่อไปไม่ หากแต่บาเลบาคือจิตมารดาแห่งปวงข้า และน้ำพระทัยของบาเลบาคือสิ่งถูกต้องเสมอ... 

“ผู้ใดขัดขวางบาเลบา จักสังหารสิ้น!”

ขาดคำ... หนามไหน่ทั้งหลายรอบตัวมันก็ยืดยาว พันเกลียวเข้าเป็นแส้ใหญ่พุ่งตรงมาทางผู้สังเกตการณ์ราวกับหัวสว่านขุดเจาะ 

ชายหนุ่มวาดมือซ้ายมาทางด้านหลัง จ่อตรงหน้าเจ้าเอย เพียงครู่ก็มีโดมแก้วครอบร่างเธอไว้ บอบบางคล้ายฟองสบู่ เจ้าเอยลองแตะดูก็สัมผัสได้ถึงความเย็นคล้ายแผ่นกระจกใส

ผู้สังเกตการณ์กวาดเท้ามาทางด้านหลังราวครึ่งก้าว ละอองแสงเงินยวงวิบวับปรากฏออกตรงฝ่ามือซึ่งทิ้งตรงข้างลำตัว ล้อมกอรปกันเป็นรูปร่าง แสงสว่างวูบวาบ บังเกิดเป็นปืนคู่ทรงประหลาด ชายหนุ่มกระชับมั่น สาดกระสุนใส่อาวุธสังหารตรงหน้าไม่ยั้ง

ดงกระสุนลำแสงสีเงินโถมต้าน แตะตรงไหนเปลวไฟสีน้ำเงินก็ลุกโชติช่วง ฉีกเส้นใยซึ่งประกอบกันนั้นออกทีละเส้นสองเส้น ในที่สุดเกลียวแส้ก็แตกซ่าน กลายเป็นเพียงเส้นใยบางเล็กๆ นับหมื่นแสนทิ้งตัวแผ่พื้น โดยที่ชายหนุ่มไม่ได้ขยับตัวจากจุดเดิมแม้แต่ก้าวเดียว

ผู้สังเกตการณ์อาศัยช่องว่าง ยิงสวนกลับไปอีกนัด อสูรร้ายก้มหัวหลบ กระสุนลำแสงตัดปลายเขาของมันออกไปเสียข้างหนึ่ง มันร้องโหยหวน ท่อรอบลำคอพ่นไอสีเขียวต่อเนื่อง 

เส้นใยปลายหนามที่นิ่งราบกับพื้นเริ่มขยับไหว เลื้อยไล่จู่โจมจากเบื้องล่าง บ้างก็เจาะพื้น ชอนไช แล้วพุ่งทะลวงขึ้น บางเส้นก็มุ่งหมายมาทางเจ้าเอย หากเมื่อแตะต้องโดมแก้วเข้าก็กลับมอดไหม้เป็นจุณ 

ชายหนุ่มยิงปืนต้านทาน แต่จำนวนที่มากกว่ากลับรุกไล่เป็นต่อ... ผู้สังเกตการณ์ลังกาเกลียวหลบกลุ่มเส้นใยที่แล่นเข้าตวัดฟาด แสงเรืองรองอาบทั่วมือของเขา อาวุธแปรเปลี่ยนไป จากปืนคู่กลายเป็นดาบใหญ่ ชายหนุ่มหมุนคว้างกลางอากาศ ฟาดเปรี้ยง! แรงระเบิดกระแทกไปตามพื้น ถีบร่างอสูรกายจังเบอร์จนมันกระเด็นกระดอน เส้นใยขาดสะบั้น 

ผู้สังเกตการณ์ตัดสินใจฉับไว ควงดาบยักษ์ทะยานใส่เจ้าวายร้าย อสูรกายนอกพิภพไม่ระย่อ ตั้งหลักได้ก็ปล่อยแส้หนามโจมตีใส่เขาราวกับห่าฝน ชายหนุ่มตะปบต้านต่อตีป้องกัน มันบุกซ้ายเชือดซ้าย มันบุกขวาเชือดขวา รุกเพื่อไล่ ถอยเพื่อคืบ สืบแทรกเท้า ก้าวต่อก้าวจนประชิด แล้วกระโจนสูง เปลี่ยนดาบในมือกลับเป็นปืนคู่เดิม ยิงแสกหน้า

ลำแสงสว่างวาบ สั่นสะท้านสะเทือน เจ้าเอยไม่เห็นสิ่งใดนอกจากฝุ่นตลบ 
ชายหนุ่มถูกแรงระเบิดผลักออกมา เขาพลิกตัวกลางอากาศ ลงมาตั้งหลักมั่นคง
ฝุ่นควันจาง เจ้าสัตว์ประหลาดตัวดังกล่าวยังยืนอยู่ แขนขวาของมันถูกตัดขาด มันร้องโหยหวนครวญครางเหมือนเสียงหมูถูกเชือด ท่อรอบคอพ่นไอเขียวรุนแรง พังผืดกระพือพั่บๆ เพียงครู่ก็งับปิดหัว เหมือนกลีบดอกบัวยามหมดแสงตะวัน
ผู้สังเกตการณ์กระชับอาวุธมั่น ตั้งใจซ้ำมันอีกรอบ หากมันโหนขึ้นเจาะเพดาน เร้นร่างหลบหนีรวดเร็ว 

เสียงที่ละม้ายมีคนนับสิบพูดพร้อมกันยังแว่วมาจากชั้นบน ผ่านทางซากเพดานที่ถูกทำลาย

“บาเลบา... จักมีชัยเหนือพิภพ”

ฝุ่นควันเริ่มจาง เจ้าเอยโล่งใจเปลาะหนึ่งเมื่อรู้ว่าไม่ถูกสังหารจากสัตว์ร้ายนั่นแล้ว 

แต่ยังมีอีกปัญหา

ผู้สังเกตการณ์!

ชายหนุ่มย่างมาหาเธอ แสงสว่างในมือวาบขึ้น อาวุธของเขากลายเป็นควันสีฟ้าโชยจาง อันตรธานหายไปในอากาศ ชายหนุ่มปลดโดมแก้มที่ครอบเธอไว้ เจ้าเอยกระถดถอยลนลาน จะแหกปากร้องช่วยด้วยให้สาแก่ใจ

พลันนั้น ชายหนุ่มกลับล้มต่อหน้าต่อตาเธอ! 

เจ้าเอยหดตัว กอดเข่า ตัวแข็งทื่อ ความนิ่งเงียบแผ่คลุม 

“ตายยัง”

เจ้าเอยถาม เพิ่งรู้ว่าน้ำเสียงตัวเองสั่นเครือราวกับคนกำลังจะร้องไห้

“ยัง” เขาตอบ “สังขารนี้มิใช่สังขารแท้ของข้า จึงมิอาจใช้พลังเต็มอัตรา”

เจ้าเอยไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาพูด ภายในใจครุ่นคิดเวียนวนอยู่แต่ว่าจะทำยังไงกับเขา... ไม่รู้จะจัดการเขาหรือถูกเขาจัดการด้วยซ้ำ ลังเลแล้วลังเลอีก แต่พินิจดู เธอก็ไม่รู้สึกถึงภัยคุกคามจากเขาเลย

กระนั้น ก็ไว้ใจไม่ได้... ขนาดคนด้วยกันแท้ๆ ยังมีพวกหน้าเนื้อใจเสือเลย นับประสาอะไรกับมนุษย์ต่างดาว

“ข้ามิทำอันใดเจ้าหรอก”

คำตอบเสียงดังฟังชัดติดจะเอือมนิดๆ ด้วยซ้ำ

เจ้าเอยลืมสนิท... เขาอ่านใจคนออก

เสียงอันแสนคุ้นเคยดังขึ้น พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่มุ่งตรงมา เจ้าเอยหันกลับเห็นจ๊อด ก็ดีใจจนแทบจะกระโดดขึ้นเต้น

“คุณหนู!”

จ๊อดวิ่งถลาเข้ามาหาเจ้าเอยเนื้อตัวชุ่มเหงื่อ เหล่มองคนที่นอนกองกับพื้นแว่บหนึ่ง แล้วรีบทรุดลง คุกเข่าข้างกายเจ้าเอย กล้ามเนื้อบนใบหน้าเขาเคร่งเครียด ย่นหัวคิ้ว แววตาล้ำลึกบ่งบอกถึงความห่วงใยล้นพ้น

เจ้าเอยพูดอะไรไม่ออกสักคำ... 

นี่ล่ะมั้งที่เขาเรียกว่า ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก 

แต่พอเห็นหน้าจ๊อดซึ่งเป็นคนสนิทคุ้นเคยแล้ว ความรู้สึกปลอดภัยก็เข้ามาปกคลุมจิตใจ อาการพื้นฐานกลับมาเป็นปกติ ริมฝีปากเริ่มสั่นระริก หากเธอพยายามเกร็งฝืนเอาไว้

“เกิดอะไรขึ้นครับ คุณหนู”

พอได้ยินคำถาม ความรู้สึกที่อัดอั้นภายในพลันระเบิดออกมา น้ำตาไหล ทำเอาจ๊อดตกใจ ลนลาน

“เป็นอะไรครับ” จ๊อดถามเสียงหลง ละล่ำละลัก พลิกเนื้อพลิกตัวเจ้าเอยดู “เจ็บตรงไหนรึเปล่าคุณหนู”

เจ้าเอยส่ายหน้าแรง สะอื้น

“คุณหนู...” 

เจ้าเอยใช้หลังมือเช็ดน้ำตาเหมือนเด็กๆ พยายามกลั้นอารมณ์ของตัวเอง 
จะบ้าตาย เธอคือนางสาวเจ้าเอย เป็นผู้หญิงที่สวย รวย เก่ง ฉลาด ชาติตระกูลดี เป็นที่นับหน้าถือตา จะมาปอดแหกแบบนี้ได้ไง 

มิหนำซ้ำ ยังร้องไห้กลัวตายต่อหน้าผู้ชายตั้งสองคน แม้คนหนึ่งจะเป็นมนุษย์ต่างดาวก็เหอะ... มันน่าขายหน้าที่สุด

หายใจเข้าลึก กลืนก้อนสะอื้นลงคอ

“ไม่เป็นไร” น้ำเสียงของเจ้าเอยยังสั่นพร่า และปวดร้าวนัยน์ตา “นายรีบพาฉันไปจากตรงนี้ได้แล้ว”

สีหน้าเกร็งเคร่งเครียดของจ๊อดบรรเทา เขาหันไปทางผู้สังเกตการณ์ซึ่งนอนแอ้งแม้งอยู่ แล้วเอ่ยถามเจ้าเอยเสียงขรึม ติดระแวง

“ใครครับ”

เจ้าเอยไม่รู้จะตอบยังไง ถ้าจะให้พูดคงต้องอธิบายอีกยาว 

ไม่ว่ายังไง เธอก็ควรรีบออกจากสถานที่นี้ก่อนที่จะเกิดอะไรไม่คาดฝันตามมา ในสภาพแบบนี้ เธอไม่คิดว่าจะรับมือกับสิ่งที่อยู่เหนือการควบคุมของตนเองได้อีกแล้ว

“พาฉันไปจากนี่”

“งั้นให้ผมแจ้งความ...”

“จ๊อด!” เจ้าเอยสติแตก “ฉันบอกว่าให้รีบพาฉันไปให้พ้นตรงนี้!!”
หญิงสาวรู้ว่าเขาไม่ค่อยพอใจกับคำตอบของเธอนัก หากชายหนุ่มเลือกสงบปากคำไว้

รู้สึกเหมือนถูกจับเข้าห้องสอบสวนแบบในหนังที่ชอบดู มีไฟสว่างจ้าส่องหน้า บีบบังคับให้เธอแสดงอาการผิดปกติเพื่อจับพิรุธ บรรยากาศทั้งหมดนั่นคือสิ่งที่แสดงในอากัปกิริยาและสีหน้าของจ๊อดตอนนี้เป๊ะ

“แล้วคุณหนูจะให้ผมจัดการยังไงกับเขาครับ”

เจ้าเอยชายตามองผู้สังเกตการณ์ที่นอนหมดสภาพ นึกถึงว่าเขาช่วยเหลือเธอให้พ้นจากการไล่ล่าของสัตว์ประหลาดตัวร้ายนั่นจนเธอปลอดภัยก็รู้สึกว่าติดหนี้บุญคุณเต็มขนาด แถมอีตามนุษย์ต่างดาวบ้าก็ยังนอนมองเธอตาแป๋วเหมือนลูกแมว ยิ่งน่าสงสารเข้าไปใหญ่ 

แต่พอระลึกว่าเขาเป็นพวกเดียวกับไอ้ตัวกระเหี้ยนกระหือรือที่จะฆ่าเธอแล้ว ก็อดหวั่นวิตกไม่ได้

ต่อให้เขาบอกว่าไม่คิดจะทำอันตรายเธอก็เถอะ แต่มันเสี่ยงเกินไป

ภาษิตไทยสอน... รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี

“ทิ้งไว้งี้แหละ”

“คุณหนูตัวจริงเสียงจริง” 

เจ้าเอยค้อนใส่คนสนิท... ไม่รู้อะไรแล้วยังพูดมาก

หญิงสาวยันตัวลุก โดยมีจ๊อดคอยประคอง ผู้สังเกตการณ์ไม่พูดอะไรสักคำ นอนมองเธอตาปริบๆ ท่าทางปลงๆ รับสภาพสิ่งที่เกิดขึ้น ดูสงบ ไม่ดิ้นรน ไม่โวยวาย ไม่ทวงบุญคุณด้วย

อันหลังนี่เอง ที่ทำให้เจ้าเอยรู้สึกผิดตะหงิดๆ 

คำพ่อสอนก้องในหัว

“คนไม่รู้จักสำนึกบุญคุณคนอื่น เป็นคนที่หาดีไม่ได้”

คำสอนแม่ก็สะท้อนความคิดมาติดๆ 

“กลัวไม่กลัวไม่เกี่ยว ถ้ารู้ว่าถูกต้อง ต่อให้กลัวก็ต้องทำ”

...เริ่ด! 

หญิงสาวกำหมัดแน่น อยากจะกรี๊ดดังๆ... ทำไมต้องมามีมโนสำนึกเอาตอนนี้ด้วยยะ ยัยเจ้าเอย

เอาวะ... ลองเสี่ยง

“ว้อย เก็บไปด้วยก็ได้!”

ถ้าถูกฆ่าตายนะ... แม่จะหักคอจิ้มน้ำพริกให้หมด ทั้งคนทั้งมนุษย์ต่างดาวเลย คอยดู!!



...........โปรดติดตามตอนต่อไป



Create Date : 08 กุมภาพันธ์ 2559
Last Update : 8 กุมภาพันธ์ 2559 14:56:15 น.
Counter : 323 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

สมาชิกหมายเลข 2273544
Location :
เชียงราย  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



เชิญติดตามผลงานของบล็อกได้ครับ

.........................



แคนโต้:เรื่องราวในช่องว่าง
แจกฟรี
โดย...กลิ้งโคลงแก้มขาว

ช่องว่าง คือสิ่งที่ปรากฏอยู่ในทุกที่หน
บางครั้งช่องว่างก็นำพา
เอาความหมองหม่นมาให้
แต่บางคราวช่องว่างก็กลายเป็นสิ่งสำคัญ
ที่ช่วยผลักดันให้หัวใจเติบโต

.........................

***หมายเหตุตัวโตโต***

ขอความกรุณาอย่าลอกหรือนำผลงานใดๆ
ในบล็อกนี้ไปดัดแปลงเลยนะครับ
สงสารนักเขียนตาดำๆ นะค้าบบบ

^o^
กลิ้งโคลงแก้มขาว