ร้อยฝันเกี่ยวใจ... มาใส่รัก บทที่ 5 เมื่อจากมา... หัวใจมันแปลกๆ

ขวัญชีวาเปิดดูตู้เสื้อผ้าด้วยความเบื่อหน่ายมาสองเดือนกว่าแล้วตั้งแต่กลับจากเกาะบอร์เนียว กางเกงยีนส์สีดำกับเสื้อเชิ๊ตหลากสีที่เธอใส่ไปทำงานมาสี่ห้าปี ช่างไม่ดึงดูดสายตาอีกเลย เธอเปลี่ยนเป็นเสื้อแขนยาวสีเขียวอ่อน และกระโปรงยาวคร่อมเข่าที่ไว้สวมตอนประชุมบุคลากรในโรงพยาบาลแทน


ขับรถออกจากคอนโดมิเนียมหรูสักพัก โทรศัพท์ก็ดังขึ้น เธอเอื้อมมือจะปิด แต่เห็นหน้าจอเป็นชื่อแม่


“หวัดดีแม่” เธอไม่มีหางเสียงมานาน ไม่อยากใช้คำว่าคะ หรือ ฮะ
“ขวัญจ๋า พ่อไม่สบาย รู้ข่าวรึยัง”
“ลูกเป็นหมอฟัน ติดต่อหมออื่นเถอะแม่”
“ขวัญไปเยี่ยมหน่อยนะคนดี พ่อถามถึงลูก”
“พ่อจำผิดมั้ง ชื่อลูกพ่อคล้ายๆ กันทั้งนั้น”
“ขวัญ...”
“ลูกกำลังขับรถ แค่นี้นะแม่”


เธอไม่เข้าใจแม่จริงๆ แม่เธอเป็นแค่เมียที่ถูกลืมของพ่อ ทำไมแม่ถึงจะเป็นจะตายทุกครั้งที่ได้ยินว่าผู้ชายคนนั้นไม่ค่อยสบาย ทีตอนแม่ไม่สบาย ไม่เห็นเขาหรือใครจะมาใยดี เธออยากให้แม่ลืมๆ เขา ออกไปพบโลกกว้าง แต่แม่ยืนยันจะอยู่ที่เดิมเฝ้ารอให้คนที่ไม่รักกลับมา


ช่างน่าสงสารผู้หญิง


ยังมีเวลาอีกเล็กน้อย เธอแวะหาอะไรรองท้องที่ร้านอาหารเช้าเจ้าประจำ นั่งละเลียดอาหารคนเดียวที่โต๊ะริมซุ้มไม้ใกล้หน้าต่าง สักพักมีเสียงเจื้อยแจ้วทักขึ้น ต้นหลิว สาวน้อยอดีตคนรักเธอนั่นเอง เดินยิ้มร่ามาแต่ไกล



“พี่ขวัญ มาคนเดียวเหรอคะ”
“เห็นว่ามากับใครเหรอจ๊ะ”
“แหม วันนี้แต่งซะหญิงเชียว ประชุมอีกล่ะซี ?”
“เปล่า หมู่นี้นึกอยากจะเป็นหญิงแล้วน่ะ เผื่อจะได้มีสามีกะเค้ามั่ง”
“พี่ประชดหนูเหรอ” ต้นหลิวทำท่าจะนั่งลงแต่เสียงผู้ชายดุๆ แว่วมาเสียก่อน
“ต้นหลิว ไปๆ กลับได้แล้ว เจอคนหน่อยก็ทักเขาไปทั่ว”
“ขอคุยกับพี่ขวัญแป๊บค่ะ” ต้นหลิวอ้อน


แต่สามีมองขวัญชีวาขวางๆ และพูดจาอย่างไม่เกรงใจ
“คุยเรื่องอะไร เดี๋ยวก็กลับไปผิดปกติกลายเป็นพวกวิปริตผิดเพศอีก”



ถ้าเป็นเมื่อก่อนขวัญชีวาอาจลุกขึ้นผลักเก้าอี้ กระชากคอเสื้อสามีต้นหลิวแล้วก็ได้ เธอกับแฟนต้นหลิวเคยมีเรื่องกันมาแล้ว แต่ตอนนี้ชักเห็นด้วยว่าเธอวิปริตจริงๆ ต้นหลิวคงงงที่เห็นเธอนั่งเงียบแต่ก็ยอมลุกตามสามีไปโดยดี เธอจัดการอาหารต่อเสร็จ ก็ไปเข้าคิวจ่ายเงิน กุญแจเธอร่วงจากกระเป๋า ผู้ชายที่มาต่อคิวข้างหลังก้มลงหยิบให้


“ขอบคุณ...” เธอหายใจเข้าหนึ่งครั้งก่อนตามด้วยคำว่า “...ค่ะ”


เมื่อหนุ่มคนนั้นเริ่มจ้องหน้า เธอรีบตื่นจากฝันน่าหวั่นหวาด หันกลับไปยังเคานเตอร์จ่ายเงินตาลีตาเหลือก แต่เสียงเขายังตามมา


“คุณ... ทำงานแถวนี้เหรอฮะ ?”


เธอไม่ตอบแค่ก้มลงดูกระโปรงสีเขียวเข้ม และรองเท้าหุ้มส้นเตี้ยๆ สีครีมแล้วอยากจะหัวเราะ ไอ้หนุ่มน้อยข้างหลังกำลังพยายามผูกมิตรกับทอมแน่ๆ เธอจ่ายเงินแล้วไม่หันไปมองหน้าคนถามอีกเลย ตรงรี่ไปที่รถ ในกระจกรถยังปรากฏภาพหนุ่มน้อยคนนั้นยังจ้องมา


เธอดูหน้าตัวเองในกระจก “เฮ่อ ขวัญชีวาบ้าไปแล้ว !?”


แต่มีคนช่วยยืนยันเพิ่มให้รู้ตัวว่าเธอบ้ามานานอีกเยอะแยะเมื่อไปถึงโรงพยาบาลแล้วผู้คนก็พากันทักทายที่เธอสวมชุดกระโปรงมาทำงาน เหมือนทุกคนเห็นเป็นของแปลก คนไข้ตามนัดคนแรกตอนแปดโมงเช้า เหลือเวลาอีกยี่สิบนาที เธอจึงเดินอ้อมไปทางที่ผู้คนน้อยสุด เพราะไม่อยากพบใครบางคน


แต่พอเดินผ่านห้องรักษาผู้ป่วยโรคไต เธอหยุดกึก... เกือบสองเดือนแล้วที่เธอจากผู้ชายคนหนึ่งซึ่งพบกันบนเทือกเขาคินาบาลูเกาะบอร์เนียวมา แล้วมัวแต่ยุ่งกับงานจนลืมสนิทว่าเคยไปสัญญิงสัญญากับใครคนนั้นว่าจะหาหมอรักษาโรคให้แม่เขา วันจากกันก็ลืมให้นามบัตร ลืมแม้กระทั่งขอเบอร์โทรศัพท์บ้านแม่เขาไว้


คิดถึงวันนั้นแล้วน่าขำ เธอเป็นอะไรก็ไม่รู้ หัวใจลอยๆ และเบื่อๆ แม้กระทั่งอยู่บนเครื่องบินจนถึงบ้านแล้วนึกว่าตัวเองไม่สบายแต่กลับมาถึงก็ไม่ยักป่วย เพียงแต่เหงามากจนไม่อยากนึกออกไปไหนมาไหน



“เฮ่อ มันจะช้าเกินสัญญามั้ยวะเนี่ย” เธอควานโทรศัพท์โทรหาธเนศทันที
“ธเนศ คุณมีเบอร์โทรศัพท์... คุณเดช หัวหน้าคนงานที่...”


เธอไม่ทันพูดจบ ธเนศรีบเข้าใจทันที “เบอร์คุณเดชเหรอ มีสิ แต่คงติดต่อไม่ได้ งานเขายังไม่เสร็จ ยังอยู่บนโน้น ผมเพิ่งกลับไปที่นั่นอีกเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเอง เขาก็... ถามถึงคุณนี่ มีเรื่องอะไรกันหรือเปล่า”


“ไม่ได้มีเรื่องอะไรกับเขาหรอกน่า แต่จะติดต่อแม่เขาน่ะ เรื่องหาหมอให้แม่เขา”
“อ๋อ งั้นหมอขวัญรอหน่อยนะ ผมเข้าบลูเอิร์ธพอดี เดี๋ยวจะถามคนในนี้ให้ เดี๋ยวบ่ายๆ ผมติดต่อกลับ”


ขวัญชีวาอยากถามธเนศว่าเดชยังปวดฟันหรือเปล่า และงานจะเสร็จเมื่อไหร่แต่เอะใจว่าจะถามไปทำไม จึงทำได้แค่หยุดใช้โทรศัพท์ แล้วเดินเข้าห้องตรวจฟันใจลอยๆ บอกให้เจ้าหน้าที่เรียกผู้ป่วยคนแรกเข้ามา


เจ้าหน้าที่ยื่นแฟ้มให้พร้อมกระซิบ “ผู้ป่วยหมายเลขหนึ่ง สาวรุ่น อึ๋มเช้งวับเลยหมอขวัญเอ๊ย”


เป็นที่รู้กันมานานว่าขวัญชีวาแอบอู้งานโดยการถ่วงเวลาอยู่กับคนไข้สาวน่ารักจนเคยถูกนำไปติทั้งตรงๆ และกลายๆ ในห้องประชุมมาแล้ว เจ้าหน้าที่แอบเห็นหลายครั้งว่าเธอแอบจ้องบางส่วนของคนไข้บนเตียงทำฟัน แต่มาหลังๆ นี้ หน้าอกหน้าใจสาวๆ ไม่ชวนมองเสียเลย บางทีเห็นแล้วนึกอิจฉามากกว่า และละอายใจลึกๆ ที่เมื่อก่อนเธอเคยบ้าคลั่งผู้หญิง ถ้าเป็นทันตแพทย์ชายอาจถูกฟ้องฐานละเมิดผู้ป่วยไปแล้ว แฟนเก่าเธอสองคนนอกจากสวยน่ารักแล้วบางส่วนต้องอวบอิ่มจนผู้ชายต่างมองจนเหลียวหลัง


แล้วผู้ชายพวกนั้นก็อิจฉาเธอ... แต่ที่จริงอาจไม่ใช่... สามีของต้นหลิวยังด่าตรงๆ ว่าคนแบบเธอน่าทุเรศและวิปริต


“คุณหมอคะ” เสียงหวานๆ ของคนไข้สาวน้อยเรียกเธอจากภวังค์
“อ่อๆ นั่งลงสิ ฟันเป็นอะไรจ๊ะ”


สาวเจ้าอธิบายเสียงเจื้อยแจ้ว ขวัญชีวาเริ่มทำงานเงียบเชียบ เธอไม่นึกอยากชายตาดูด้วยซ้ำว่าสาวคนนี้หุ่นเป็นอย่างที่เจ้าหน้าที่บอกหรือไม่ จนเสร็จแล้วสาวน้อยบ้วนปากแล้วดูฟันตัวเองในกระจกแล้วชมเปาะ


“อุดสีนี้ค่อยน่าดูชมหน่อยค่ะคุณหมอขา... คราวหน้าหนูมาที่นี่อีกดีกว่า หมอมือเบ๊าเบา หนูอยากจัดฟันด้วย แต่เคยหาหมอที่อื่นหมอว่าไม่ต้องจัด แต่หนูอยากหน้าเด็ก ปีนี้ตั้ง 18 แล้วหนูรับไม่ได้ หมอจัดให้หน่อยได้มั้ยคะ”


“หมอไม่ได้ทำทันตกรรมจัดฟันจ้ะ เอ...ไม่นึกกลัวหมอฟันบ้างเหรอ”
“กลัวทำไม หนูชอบทำฟันค่ะ” สาวน้อยตอบแย้มยิ้มแล้วเดินออกไป


เธออยากให้คนกลัวหมอฟันอย่างเดชมาเห็นประวัติทำฟันอย่างโชกโชนของสาวน้อยคนนี้จริงๆ ระหว่างรอผู้ป่วยคนใหม่ เจ้าหน้าที่ทันตกรรมผู้ช่วยเธอถามด้วยความสงสัย


“หมอขวัญเป็นอะไร ไม่ค่อยรื่นเริงซาบซ่ากับสาวๆ เหมือนเมื่อก่อน”
“ไม่รู้เหมือนกัน บางทีหงุดหงิดง่ายด้วยแน่ะ พี่เยี่ยม” ขวัญชีวาบอกตรงๆ


เยี่ยมรัตน์ดูกระโปรงสีเขียวชายพริ้วๆ ของเธอแล้วทำหน้างงหนักเข้าไปอีก แต่ชวนเจรจาเรื่องผู้ป่วยรายต่อไป “คุณหนูนางฟ้าไปแล้ว มาดูซาตาน เอ๊ย ทาร์ซานบ้างดีกว่า หมออย่าแกล้งอีกนะ ท่าทางทั้งเจ็บทั้งกลัว”


ถูกเตือนแบบนี้เดาไม่ยากว่าต้องเป็นคนไข้ชายและก็จริงตามนั้น คนไข้เป็นผู้ชายอายุ 40 มองเธอหวั่นๆ เหมือนเห็นผีกำลังยื่นมือหักคอ ขวัญชีวาเลยเปิดหน้ากากแล้วถามล้อๆ


“เป็นอะไรลูกพี่ หมอหน้าเหมือนผี ?”
“มะ... ไม่ครับ” เขายิ้มอายๆ แล้วลงนั่งบนเก้าอี้มือจับที่วางแขนจนเกร็ง


เมื่อก่อนถ้าเป็นคนไข้แบบนี้เธอจะดูแต่ปากเขา และจัดการตามที่เห็น ไม่สนใจว่าใครจะกลัวใครจะเกร็งยังไง แต่วันนี้เธอเห็นใจคนไข้ สุขภาพฟันชายกลัวหมอคนนี้ไม่ได้ดีอย่างเดชเลย


“โอ๊ย ไม่ได้พบหมอฟันมากี่สิบชาติแล้วเนี่ย สงสัยหมอฟันหน้าตาขี้เหร่สินะ ฮ่าๆ”


เยี่ยมรัตน์ช่วยไปงงไป ที่เห็นทันตแพทย์สาวห้าวหันมาผูกมิตรกับผู้ป่วยชายเป็นแล้ว ปกติเห็นหน้าแล้วลุกหนีไปทำใจนอกห้องยังเคยมี ตอนนี้กลับมาหยอกล้อกับคนไข้จนหายเกร็ง และพอเสร็จเรื่องคนไข้ลุกจากเก้าอี้แล้วประทับใจขนาดชมกันโต้ง


 “แหะๆ คุณหมอทั้งใจดีทั้งมือเบาครับ ขอให้คุณหมอเจริญๆ ครับ”


ขวัญชีวาต้องรวบมือไหว้รับพร เมื่อหนุ่มใหญ่เดินกุมแก้มออกนอกห้องไป เธอพึมพำออกมา
“น่าสงสารแฮะ”
“หมอขวัญ... ว่าอะไรนะคะ” เจ้าหน้าที่เกือบทำเครื่องมือร่วง
“ว่าน่าสงสาร ท่าทางกลัวหมอมานาน... ทำไมเหรอพี่เยี่ยม” ขวัญชีวาดูผู้ช่วยที่ย่นจมูกแปลกๆ
“เมื่อก่อน คุณหมอจะพึมพำคำว่า ไอ้ควาย สากกระเบือที่หนึ่ง สากกระเบือที่สอง... ตามหลังผู้ป่วยชายเกือบทุกคนที่เพิ่งออกจากห้องไป จะ... จำไม่ได้เลยเหรอคะ ?”
“เหรอ ขวัญเคยว่างั้นเหรอ” ขวัญชีวาทำไม่รู้ไม่ชี้


คนไข้รายที่สามเป็นหญิงวัยกลางคน ทักทายหมออย่างร่าเริง ขวัญชีวาต้องรีบยิ้มให้ร่าเริงเช่นกันแล้วดึงหน้ากาก หาบางสิ่งบางอย่างยัดปากนางก่อนต้องให้สัมภาษณ์ยาวเฟื้อย แต่ทำฟันไปได้เงียบครู่เดียว


ยิ่งยศ นายแพทย์จบเมืองนอกวัยสามสิบกลางๆ แวะมาเยี่ยมเยียน
“ทำอะไรจ๊ะ หญิงขวัญ”
“ซักผ้าอยู่มั้ง ใช้มั้ยป้า ?” ขวัญชีวาถามผู้ป่วยที่ทำได้แค่ส่งเสียงครางอืออออยู่ในลำคอ แล้วเตือนหมอเรื่องสรรพนามเรียกเธอ “และเลิกเรียกว่าหญิงขวัญสักที รู้แล้วย่ะ ว่าเป็นหญิง”


“อ้าว รู้ตัวว่าเป็นหญิงด้วยเหรอ เอ๊อ แต่วันนี้นุ่งกระโปรงสวยเชียว”
“อย่ามาแซวตอนทำงาน คุณหมอมีธุระไรว่ามา”
“จะมาถามว่า สนใจไปล่องแก่งเดือนหน้ากันหรือเปล่า ขาดผู้นำน่ะ”
หมอร่างสันทัด แต่เตี้ยกว่าขวัญชีวาเล็กน้อยถามอย่างมีความหวัง เธอฟังตาโตอย่างเสียดาย


“อยากไป แต่พักนี้โชคไม่ดีแฮะ ทริปที่คินาบาลูทำจี๊พตกเขา ต้องจ่ายไปเกือบแสนแน่ะ ขอวางมือชั่วคราว”
“ว้า... งั้นไปดีกว่า ทำงานต่อเถอะ ไปแล้วครับป้า” ยิ่งยศบอกลาทั้งหมอฟันทั้งคนไข้ตามมารยาท ที่เขาต้องแวะมาชวนคุยระหว่างรักษา


ตอนบ่ายๆ ธเนศก็ส่งข้อความบอกชื่อแม่และเบอร์โทรศัพท์บ้านเดชมาให้ แต่กว่าขวัญชีวาจะได้โทรไปก็ตอนเธอกลับถึงคอนโดฯ มืดค่ำแล้ว เสียงแม่ของเดชยังฟังไม่แก่อย่างที่คิด เธอเริ่มบอกวัตถุประสงค์ที่โทรไปหา แต่นางรีบบอกอย่างรวดเร็วเหมือนเข้าใจดี


“เรื่องหมอเหรอจ๊ะหนู เดชโทรมาติดต่อให้ใหม่ตั้งแต่เดือนที่แล้วจ้ะ ตอนนี้แม่ไปพบหมอและนัดหมอเองทุกอย่างสะดวกแล้ว”


“อ๋อ... ค่ะ... แล้วหมอว่า คุณป้าเป็นอะไรมากหรือเปล่า... คะ”
“ก็ไม่มีอะไรมาก ก็โรคไตนั่นแหละ แต่หมอว่าไม่น่าห่วง ยังไม่เป็นขนาดที่กลัวๆ กัน เดชเขาเป็นแบบนี้แหละจ้ะ ใครป่วยสักคนมันจะเป็นจะตายแทนให้ได้ แต่ทีตัวเองป่วยเมื่อไหร่ไม่ค่อยบอกใครหรอก” เสียงนางเหมือนล้อเลียนลูกชายแต่เต็มไปด้วยความรักและความภูมิใจ


"แล้ว... คุณเดชบอกมั้ยคะว่าเขาเสร็จงานเมื่อไหร”
“คงอีกสักเดือนมั้ง งานยืดเยื้อเพราะที่ซาบาห์ฝนตก นี่สงสารเหมือนกัน วันก่อนโทรมาก็บ่นว่าเจ็บฟันคุดอีก ปวดไปถึงใบหู คราวที่แล้วก็เจ็บอยู่แบบนั้นเป็นปี เฮ่อ ป้าไม่รู้จะทำไงเหมือนกัน ไปอยู่กลางป่ากลางดงแบบนั้นด้วย”
“หนูรบกวนแค่นี้นะคะ สวัสดีค่ะ”
“เดี๋ยวๆ หนูชื่ออะไรจ๊ะ จะได้บอกมัน”
“เอ่อ... ชื่อขวัญ... ค่ะ”


ขวัญชีวาวางโทรศัพท์ลง นึกเสียดายที่หมดโอกาสช่วยเหลือเรื่องหาหมอให้แม่เขา ถ้าเธอมีเวลาให้ขับรถไปได้เธอจะลองแวะไปดูฟันเขาให้ ถ้าปวดถึงหูเขาต้องพบหมอเองเสียที แต่ตามสัญชาติญานเอาตัวรอดแม้กลัวแค่ไหนหากเจ็บจนทนไม่ได้ ก็ต้องไปหมอเองอยู่ดี


เธอออกไปยืนชมวิวกรุงเทพ หลังระเบียง ไม่ไกลไปนักเป็นอาคารกำลังก่อสร้างใหม่ ปาไปสี่ทุ่มแล้วเสียงค้อนตอกตะปู เสียงคนใช้แรงทำงานยังแว่วมาให้ได้ยิน เมื่อก่อนเธอยังเคยรำคาญและคิดตำหนิพวกงานที่รบกวนคนอื่นยามพักผ่อนแบบนี้ แต่ตอนนี้เธอกลับมาสมเพชตัวเองว่าใจแคบน่าดู ใครจะอยากทำงานดึกๆ ดื่นๆ ทั้งสงสัยว่าคนพวกนั้นเคยแหงนหน้าดูเดือนชมดาวหรือนกน้อยที่บินผ่านไปมาบ้างหรือเปล่า


เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ดึงเธอจากความเหงา


“พี่ขวัญ นี่หลิวเอง หลิวเหงาจังค่ะ” ต้นหลิวใช้เสียงออดอ้อนแทนคำทักทายเสมอ
“อืม ไปคุยกับสามีสิ”
“โอ๊ย เขาทำงานหน้าเคร่งทั้งวัน ไม่น่าเผลอใจ แต่งกับมันเลย”
“แต่งเพราะรักมาก อยากมีลูกไม่ใช่เรอะ เอ่... เหงาเพราะท้องหรือเปล่า เทสต์ดูสิ”
“แหม พี่ขวัญอย่าประชดหลิวเลยค่ะ หลิวก็ยังรักพี่ขวัญ พี่ยังรักหลิวมั้ย”


ถ้าครั้งก่อนสาวน้อยน่ารักโทรมาออดอ้อนแบบนี้ ขวัญชีวาคุยได้ทั้งคืน แต่ภาพท้องโย้ในอนาคตของต้นหลิวทำให้เธออายตัวเอง แม้จะเหงาเช่นกันแต่ไม่นึกอยากคุยต่อ


“รักเมียชาวบ้านไม่ลง บาปตายห่า”
“พี่ขวัญเปลี่ยนไป ทำไมเดี๋ยวนี้พูดอย่างนี้กับหลิว”
“ฮอร์โมนมั้ง หมู่นี้พี่แปรปรวน สงสัยพี่ก็จะท้องด้วย”
“พี่ขวัญ จะมีแฟนใหม่แล้วเหรอ หรือนังใบตาลมาคืนดีกับพี่ เห็นว่ามันจะเลิกกะผัวนี่”
“ไม่รู้ ก็เห็นบ่นเลิกตั้งแต่แต่งกันได้สามวันทั้งนั้น”
“พี่ขวัญ... ไม่อยากคุยกับหลิวแล้วเหรอคะ”
“ไม่รู้...”
“พี่รังเกียจขวัญ ?”
“พี่ไม่รักหลิวเท่าสามีหลิวมั้ง พี่ไปนอนล่ะ ปวดหัวน่ะ วันนี้ทำงานทั้งวัน”


ขวัญชีวางโทรศัพท์ที่น่าเบื่อหน่ายลง แล้วนั่งดูวิวข้างนอกระเบียงอย่างเลื่อนลอย เธอเหงา... อยากกลับบ้านแต่เบื่อที่จะต้องฟังแม่ขอให้ไปเยี่ยมพ่อ จะโทรคุยกับเพื่อนร่วมรุ่นก็ล้วนมีครอบครัวมีแฟนหรือมีภาระหน้าที่ชาวโลกกันไว้บนบ่า เพื่อนสนิทผู้ชายเยอะแยะก็ล้วนไว้คุยเอาฮาและแซวกันด้วยภาษาแรงๆ ทั้งนั้น


เธอหยิบหนังสือนิยายมาอ่านแก้เหงา มีหลายเล่มที่ต้นหลิวซื้อทิ้งไว้ ล้วนเป็นนิยายรักๆ ใคร่ๆ มีฉากวาบหวาม เธอเคยหยิบมาอ่านหนเดียวแล้ววางลงทันที แต่คืนนี้อ่านเรื่องบ้าพวกนี้อาจทำให้หายเพ้อขึ้นมาก็ได้ เธอหยิบเรื่อง ‘ซิลเวีย’ ขึ้นมาอ่าน


จำได้ว่าต้นหลิวชอบนิยายเรื่องนี้มาก ‘หนูว่าคนเขียนเนี่ยต้องเป็นคนอบอุ่นและแฝงเถื่อนๆ แบบโรแมนติกมากๆ ถึงบรรยายฉากรักได้หวานซึ้ง ดูดดื่มชวนฝันขนาดนี้ อยากเจอผู้ชายแบบนี้ จะอ้อนให้ทั้งวัน’


ต้นหลิวชอบอ้อน ใครใจดีให้ต้นหลิวออดอ้อนได้ เธอก็หลงรักทั้งนั้นไม่ว่าหญิงหรือชาย


นิยายเรื่องซิลเวียน่าจะเป็นนิยายแปลแต่มันกลับเป็นนิยายที่เขียนโดยคนไทยถูกตีพิมพ์ตั้งสามครั้ง เป็นเรื่องหญิงสาวชื่อซิลเวียสาวยูเครนกับผู้ชายไทยชื่อทอมมี่ ดำเนินเรื่องโดยใช้ภาษาง่ายๆ น่าอ่านไม่น้อย แต่แค่บทที่สองซิลเวียก็ใจอ่อนเดินตามทอมมี่แล้ว ทำเอาขวัญชีวาเริ่มขำ


“อะไรจะรักกันเร็วปานนี้วะ”


แต่อ่านไปๆ ถึงได้รู้ว่าทำไมต้นหลิวถึงชอบนัก เพราะมีแต่บทบรรยายว่าทอมมี่พร่ำเพ้อคิดถึงซิลเวียแค่ไหนและตามด้วยฉากรักที่สาวๆ อ่านแล้วคงอยากเป็นซิลเวีย กันเป็นแถว ส่วนผู้ชายอ่านคงอยากถึกและอึดเหมือนทอมมี่
ขวัญชีวาพลิกหน้าปกดูชื่อนามปากกาคนเขียน ‘หิ่งห้อยกลางวัน’


“เออ เก่งนะจ๊ะ... พ่อหิ่งห้อย ทำเอาทอมอยากเป็นหญิงว่ะ ฮ่าฮ่า”


เธอไม่แน่ใจว่าหิ่งห้อยที่เขียนเรื่องนี้เป็นหญิงหรือชายกันแน่ แต่ซิลเวียความยาวสามร้อยหน้าก็ทำเอาลืมความเหงา และเริ่มหลับปุ๋ยเมื่อหนังสือถูกเปิดอ่านละเอียดไปจนถึงแค่หน้าที่ร้อยกว่าๆ


โปรดติดตามตอนต่อไป




Create Date : 11 กันยายน 2553
Last Update : 11 กันยายน 2553 11:13:54 น. 4 comments
Counter : 103 Pageviews.

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...



โดย: นนนี่มาแล้ว วันที่: 11 กันยายน 2553 เวลา:11:33:17 น.  

 
ขอรวบตอบเมนท์เก่าๆ ค่ะ

แวะเข้ามาทักทายครับ
โดย: MaFiaVza
ตอบ... ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ


aw, having a degree doesn't prove that you are better than other people; being a nice (and caring) guy is much more important (as can warm your heart).
โดย: Olathe

ตอบ... Totally agree ka !!!

นางเอกกวนได้โล่จริงๆค่ะ พระเอกออกแนวจริงจังกะชีวิต แต่ชอบเพ้อฝันนะคะ ตอนนี้น่ารักมากเลยค่ะ พระเอกต้องชอบนางเอกแล้วแน่เลยใช่ไหม?คะเนี่ย
โดย: Dewii

ตอบ... ใช่แล้ววววว


ใช้ได้เลย ชอบ ๆ สู้ ๆ นะ
โดย: secret garden

ตอบ... ขอบคุณค่ะ


อย่าให้รอนานน๊า.....ตอนต่อไปน่ะ
โดย: an-o

ตอบ จะพยายามค่ะ - -*


ทักทายยามบ่ายนะคะ^^
โดย: หาแฟนตัวเป็นเกลียว

ตอบ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ


โดย: ปลายเดือน กันยา วันที่: 11 กันยายน 2553 เวลา:11:43:39 น.  

 
ทอมเริ่มกลับใจแล้ว


โดย: Dewii IP: 58.8.106.242 วันที่: 11 กันยายน 2553 เวลา:15:55:25 น.  

 
แวะมาทักทายค่ะ^^


โดย: jeab114 วันที่: 11 กันยายน 2553 เวลา:22:45:42 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ปลายเดือน กันยา
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




นามปากกา ปลายเดือน กันยา
นิเทศศาสตร์ มสธ.

เขียนไปเรื่อยๆ เรื่องจริง เรื่องโกหก เขียนได้หมด
อ่านไปเรื่อยๆ เรื่องชาวบ้าน เรื่องจริง เรื่องโกหก ชอบหมด

อยู่ไปเรื่อยๆ ด้วย
Group Blog
 
<<
กันยายน 2553
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
11 กันยายน 2553
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ปลายเดือน กันยา's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.