น ก ก ร ะ จิ บ เ ล่ า เ รื่ อ ง
ธรรมะเป็นคำตอบของคนหนุ่มสาว
Group Blog
 
All Blogs
 

อานุภาพแห่งคำอธิษฐาน

ฉันเองเคยฉงนใจ ... เพียงแค่การตั้งจิตอธิษฐานเท่านั้นหรือที่จะมีผลต่อชีวิต และการเวียนตายเวียนเกิด
แต่ถ้าไม่ได้พบผลด้วยตัวเอง ฉันคงนึกสงสัยอย่างไม่มีที่สิ้นสุดเหมือนกัน


หลายคน ... อาจจะมีความปรารถนาแตกต่างกันไป
จึงมีทั้ง พุทธภูมิ ผู้ปรารถนาจะเป็นพระพุทธเจ้า
สาวกภูมิ ผู้ปรารถนาสำเร็จมรรคผลด้วยคำสอนของพระองค์
และยังมีความปรารถนาอีกหลายอย่าง เช่น ปรารถนาจะเป็นเอกทัคคะ ปรารถนาจะเป็นอัครสาวก ปรารถนาจะเป็นพระโพธิสัตว์ ปรารถนาจะเป็นสาวกของพระพุทธเจ้าพระองค์ไหนๆ ตามแต่การตั้งจิตอธิษฐาน


จึงปรากฏว่า จะมีทั้งพุทธเวไนย สาวกเวไนย ธาตุเวไนย
พุทธเวไนย ผู้ที่ปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธองค์ โดยพระพุทธเจ้าเป็นผู้แสดงธรรมจึงจะสำเร็จได้
สาวกเวไนย ผู้ที่ปฏิบัติตามคำสอนของพระสาวกของพระพุทธองค์ โดยพระอริยสาวกเป็นผู้แสดงธรรม จึงจะสำเร็จได้
ธาตุเวไนย ผู้ที่ฟังธรรมะจากพระบรมสารีริกธาตุที่จะมาประชุมกัน โดยอานุภาพแห่งการอธิษฐานไว้ขององค์พระพุทธเจ้า 7 วันก่อนโลกถูกทำลาย พระบรมสารีริกธาตุทั่วทั้งจักรวาลโลกธาตุจะมาประชุมกัน แล้วแสดงธรรม 7 วัน 7 คืน เทวดา พรหม จะได้ฟังธรรมและสำเร็จมรรคผลกันในช่วงเวลานั้น


ส่วนผู้ที่ไม่ได้เป็นธาตุเวไนย ก็จะยังคงเวียนตายเวียนเกิดกันต่อไป ตามยถากรรมและความปรารถนา จวบจนถึงวาระที่จะได้บรรลุมรรคผลได้ ก็จะบรรลุได้ตามอำนาจแห่งความปรารถนา

ฉันเอง .. ก็พบเจอปรากฏการณ์แห่งคำอธิษฐานมากมายอยู่เหมือนกัน แม้เป็นเพียงการพลั้งเผลอ และหลงโง่ตั้งใจ จึงต้องทำการถอนอธิษฐานแล้วตั้งใจอธิษฐานใหม่ให้กลับเข้าที่เข้าทาง

หากจะเล่าความเป็นมาถึงก่อนลงมาเกิดเป็นฉันในทุกวันนี้ นางฟ้าชุดขาวเข้าฌานอธิษฐานจิตไว้ ฉันเคยทบทวนไปดูนิมิตภาพของตัวฉันเอง แต่ได้ยินไม่ถนัดนักว่า ฉันอธิษฐานอะไร

พอรู้ได้ลางๆ ว่า ฉันปรารถนาจะลงมาช่วยคนให้พ้นทุกข์ แต่มิได้อธิษฐานให้ตัวเองบรรลุธรรม
ฉันจึงต้องตั้งใจอธิษฐานใหม่ ต่อหน้าครูบาอาจารย์ คือ หลวงปู่เจือ สุภโร ว่า ฉันขอบรรลุมรรคผลด้วย เพื่อที่จะได้เห็นทางชัดเพียงพอที่จะนำคนให้พ้นจากห้วงแห่งกองทุกข์


เทพยดา พรหม เบื้องบนต่างๆ ต่างเป็นพยานในการอธิษฐานของฉันในครั้งนั้น ...

ฉันจึงคลายความห่วงใยเพื่อนมนุษย์ลง แล้วเร่งปฏิบัติจนบรรลุธรรมตามความปรารถนาได้อย่างราบรื่นขึ้น

คำอธิษฐานเรื่องต่อไปที่เป็นผลต่อจิตใจของฉัน นั่นก็คือ เรื่องของความรัก
เหมือนๆ ช่วงชีวิตที่ผ่านมา ฉันยังไม่เคยได้พบเขาคนนั้นตัวจริงเลยสักที แต่ภาพเก่าๆ ความรู้สึกเก่าๆ วนเวียนมาให้ระลึกถึงอยู่เสมอ และเหมือนๆ จะรู้ด้วยว่า ณ เวลานี้ เขาอยู่บนเครื่องบิน เขาอยู่ต่างประเทศ เขาอยู่ที่สนามบิน บางครั้ง ก็เห็นภาพการเดินทาง และอารมณ์ความรู้สึกนั้นอย่างชัดเจน


เหมือนๆ คุ้นเคยกันอย่างมาก คล้ายๆ ปรากฏการณ์ "เดจาวู"
เดจาวู คือ คำอธิบายทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับสภาพจิตที่เหมือนระลึกชาติได้ เหมือนสถานที่นี้ เวลานี้ เหตุการณ์นี้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว ณ อดีตแล้วเวียนกลับมาให้รับรู้อีกครั้ง เหมือนๆ อารมณ์ความทรงจำอันไกลแสนไกล เหมือนๆ ที่สาวน้อยบางคนบ่นให้ฟังว่า "เหงา ... รู้สึกคิดถึงใครก็ไม่รู้"


ความผูกพันทางใจบางอย่าง ก็ควรจะเกิดจากการตั้งจิตอธิษฐานและความผูกพันในใจ ที่เรายังไม่ได้ถอดถอนมันเลย

กามภพ ... เราวนเวียนอยู่กับมันมานับภพชาติไม่ถ้วน ถ้าใครสักคนถามฉันว่า ฉันมีความรักบ้างไหม ... คำตอบก็คือ ทำไมจะไม่มีล่ะ ในเมื่อเราวนเวียนอยู่ในกามภพจนนับชาติไม่ถ้วนแล้ว กามเป็นเรื่องฝังลึกอยู่ในจิตในใจไม่รู้สิ้นสุด

สัตว์โลกอยู่ด้วยกาม ... ในบางครั้งฉันรู้ขึ้นมาอย่างนี้
และกามเป็นทุกข์ เป็นสิ่งผูกรัดสัตว์โลกไว้แน่นหนานัก


คำอธิษฐานบางอย่างที่ฉันเคยพลั้งเผลอ เช่น อธิษฐานขอมีปัญญา ยังไม่เอามรรคผล วันหนึ่งฉันรู้สึกตัวเองโง่มากที่อธิษฐานไว้เช่นนั้น ฉันจึงต้องขอขมาต่อคุณพระพุทธ พระธรรม พระอริยสงฆ์ เพื่อให้ฉันทำการคงที่ที่กายที่จิต แล้วปฏิบัติธรรมบรรลุธรรมอย่างง่ายดาย

บางคำอธิษฐาน คิดเพียงว่า จะเอาเพียงแค่โสดาบัน ยังไม่เอาขั้นสูงกว่านั้น ซึ่งเร็วๆ นี้ ฉันเพิ่งถอนคำอธิษฐานนี้ต่อหน้าหลวงปู่ไปหยกๆ มิฉะนั้น ฉันจะเจริญทางธรรมขั้นสูงกว่านี้ไม่ได้

ความโง่ความหลงที่ฉันเผลอพลาดไปอธิษฐาน ทำให้ฉันประสบอุปสรรคมากมาย ... เป็นสิ่งจริงที่พบได้ และเมื่อถอดถอนคำอธิษฐานเหล่านั้นไป ฉันกลับพบความสว่างไสวราบรื่น

ฉันเคยอธิษฐานว่า ต้องการเพียงความสุข ไม่ต้องการเงินทอง ...
เห็นที ฉันคงต้องถอนคำอธิษฐานอีกครั้งแล้ว เพื่อจะได้สำเร็จทางด้านทรัพย์สินอันเป็นเครื่องมือสำคัญในการเกื้อกูลพระศาสนา และทำกิจทางสังคมได้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี


คำอธิษฐานในขณะที่จิตตั้งมั่นคงอยู่ในสมาธิ ในฌาน นี่มีผลอย่างมากมาย มีอานุภาพมากมาย ยิ่งเป็นเมตตาฌานด้วยแล้ว ให้พรใคร คนนั้นย่อมพบความสำเร็จตามลมปากของเรา

อธิษฐาน เป็นบารมีที่ยิ่งใหญ่หนึ่งในบารมีทั้งสิบ
อธิษฐานบารมี เป็นเหตุและผลเนื่องกับสัจจะบารมีด้วย ทั้งสองสิ่งอิงกันและกัน


ยิ่งใครมีศีลมีสัตย์มั่นคงแล้ว ยิ่งมีสัจจะบารมีที่มีอานุภาพมาก คำอธิษฐานมักได้ผลแรง
ฉะนั้น ... เราควรอธิษฐานในสิ่งที่เป็นบุญเป็นกุศล และสำรวมวาจา ใจ ของเราให้อยู่ในขอบเขตแห่งความดีงาม เพื่อจะได้สัมฤทธิผลในสิ่งที่ดีงาม


อานุภาพของคำอธิษฐาน อาจจะพิสูจน์ด้วยคำอธิบายหรือคำพูดใดๆ ไม่ได้ และอาจจะไม่อาจจะใช้เครื่องมือใดเป็นเครื่องวัดได้ แต่จะประจักษ์ผลด้วยตนเอง

ขอให้ทุกท่านเจริญในธรรม และ เจริญในปัญญา สาธุ ...




 

Create Date : 13 มกราคม 2549    
Last Update : 13 มกราคม 2549 20:02:40 น.
Counter : 637 Pageviews.  

ตำนานรักพันปี

เมื่อวันสิ้นปี (๓๑ ธันวาคม ๒๕๔๘) ผู้พันได้ไปหาหลวงปู่ในช่วงบ่าย
หลวงปู่สั่งฉันว่า
"อาตมาจะไปส้วมสักหน่อย รุ่งดูสมาธิผู้พันให้ที"

ฉันก็นั่งดูๆ เอ.. สมาธิแปลกๆ
แต่ก็ไม่รู้ว่าแปลกยังไง ดูๆ ไม่ประสานกัน ทั้งที่ก็ทำถูกวิธี

จึงให้ผู้พันนึกดูลมทั่วกาย ก็เริ่มเบาแล้ว แต่ก็ยังแปลกๆ อยู่ดี
หลวงปู่มาถึง ก็บอกว่า ให้ดูสิว่า ผู้พันมีอะไร


ในจิตผู้พันมีวิญญาณอยู่ เห็นเป็นผู้หญิงสวยเชียว เขาบอกว่า เขารักของเขา จะอยู่กับคนๆ นี้
เจรจากับหลวงปู่ หลวงปู่ท่านบอกว่า ถ้านึกถึงท้องฟ้า แล้วจะอยู่ด้วยกันได้
แล้วให้นึกถึงท้องฟ้าจดดิน แผ่นดิน ดูกายตัวเอง ดูลมทั่วกาย ลมทั่วโลก และแผ่นดิน แผ่นฟ้าตามความเป็นจริง

สาวเจ้าเธอก็เข้าถึงความสุขอันเป็นนิรันดร์ และจะคอยอยู่ช่วยเหลือดูแลผู้พัน


ถามพี่ๆ ที่อยู่บนศาลา เอ.. สมาธิผู้พันแปลกๆ
หลวงปู่จึงให้ผู้พันอธิษฐานเรียกเจ้ากรรมนายเวรมาทั้งหมด ก็เห็นว่า กองทัพใหญ่มายืนเรียงแถวกันเลย เพราะผู้พันเคยเป็นแม่ทัพมาก่อน แม่ทัพของหลวงปู่ซะด้วย

และก็เคยเห็นร่วมกับผู้พันว่า ฉันเองเป็นลูกสาวของหลวงปู่ เป็นเจ้าหญิงและก็ชอบบัญชาทัพ (ฮาๆๆ เป็นคนคุมทัพไปซะแล้ว)


และก็อธิษฐานขอขมาเจ้ากรรมนายเวร มีอยู่คนหนึ่งที่ไม่ยอม
"คนๆ นี้ ไม่ใช่สิทธิ์ของท่าน ท่านไม่มีสิทธิ์เอาไป"
เสียงก้องมาจากฟ้า ฉันได้ยินเสียงเป็นผู้หญิง
"แล้วเป็นสิทธิ์ของใคร" หลวงปู่ถาม
"สิทธิ์ของเรา เราเป็นเจ้าของคนๆ นี้"
แล้วเธอก็ปรากฏร่างขึ้นมา เป็นหญิงสาวร่างงาม หน้าตาสวยมากๆ ผมเป็นลอนสีทอง แววตางามเป็นประกายเหมือนดวงดาว จมูกโด่งคม เป็นผู้หญิงที่สวยมากๆ

ผู้พันถูกกระทบอย่างแรง ถึงขนาดต้องสูดลมหายใจแรงๆ เพื่อทำสมาธิ
หลวงปู่สั่งให้พวกเราเอายันต์เกราะเพชรจับมัดเอาไว้


นางพญาผู้งดงาม ก็ลงมาจากสวรรค์ ร่ำไห้อย่างน่าเห็นใจ
"ทำไมปล่อยให้คนพวกนี้รุมรังแกเรา ลืมความสัมพันธ์ระหว่างเราแล้วหรือ"
เธอคร่ำครวญอย่างเจ็บปวด ผู้พันต้องทำสมาธิอย่างหนักหน่วง
หลวงปู่ก็โต้ตอบกับนางพญาอย่างไม่เกรงกลัวใดๆ
นางพญาพยายามออดอ้อนให้ผู้พันเห็นใจ
"ท่านพี่ ลืมแล้วหรือ ความรักระหว่างเราที่เคยสละชีวิตเพื่อเรา"
แล้วเธอก็ร้องไห้อย่างน่าสะเทือนอารมณ์


ผู้พันมาเล่าให้ฉันฟังทีหลังว่า ระหว่างนั้นแทบจะยั้งตัวเองไม่อยู่ อยากจะพูดเหลือเกินว่า ทำไมต้องพูดจาว่ากล่าวคนของเขาด้วย เหมือนขุ่นเคืองในอารมณ์ยิ่งนัก

ผู้พันน้ำตาไหล หน้าแดง ... หยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดน้ำตา
ภาวะแห่งความกดดันผ่านไปได้ เมื่อหลวงปู่ถาม
"ความรักมันเป็นยังไง"
"ท่านไม่เข้าใจความรักหรอก ความรักเป็นสิ่งยิ่งใหญ่นัก รักล้นฟ้า ท่วมท้นฟ้า รักที่อยู่ในความทรงจำและความผูกพัน เป็นสิ่งที่มีอานุภาพมหาศาล ท่านไม่ใช่เรา ท่านไม่เคยเข้าใจ ...

ท่านพี่ ท่านพี่ลืมสัญญาระหว่างเราแล้วหรือ เรารอท่านอยู่ข้างบนมาเป็นพันกว่าปี เพื่อที่จะให้กลับขึ้นไปอยู่ด้วยกันอีกครั้ง"


สัญญาเก่าๆ กลับคืนมา ผู้พันสะเทือนใจยิ่งนัก
หลวงปู่จึงบอกว่า อยากสมหวังในความรัก ต้องทำกรรมฐาน จะบอกวิธีให้
แล้วให้นางพญานึกถึงท้องฟ้ากว้างๆ สว่างๆ โล่งโปร่ง สีขาว
นางพญายังคงมีความสะอื้นอยู่ในหัวอก


สักพักหนึ่ง ... หลวงปู่ก็ให้ทำในขั้นตอนต่อไป คือ นึกถึงแผ่นดิน กาย ลมออกทั่วกาย ลมทั่วโลก และท้องฟ้าทั่วโลก แผ่นดินตามความเป็นจริง

นางพญาผู้งดงาม ก็ได้ดวงตาเห็นธรรม แล้วรู้ว่า ตัวเองหลงอยู่ในวังวนแห่งความรักมาเนิ่นนาน เพื่อรอคอยคนๆ เดียว แต่ความอาลัยรักยังไม่เคยสิ้นไปจากดวงใจ เพราะความผูกพันและสัญญาที่ยังให้กันยังคงอยู่

นางพญาบอกว่า ขอให้ผู้พันปฏิบัติกรรมฐานแล้วไปด้วยกัน จะรอผู้พันให้สำเร็จมรรคผล


ลงมาโอบกอดร่ำลา ก่อนจะกลับขึ้นไปสู่เบื้องบน
และ ณ เวลานี้ ท่านนางพญาเป็นพรหมอยู่บนสุทธาวาส มีสายตาคอยเฝ้ามองดูแลติดตาม และคอยช่วยเหลือการปฏิบัติธรรมของผู้พัน หวังว่า สักวันหนึ่งผู้พันจะปฏิบัติได้ถึงมรรคผลระดับเดียวกับท่าน

หลวงปู่ขอขมาที่กล่าวจาบจ้วงนางพญา แต่ก็เป็นไปตามธรรมด้วยต้องการให้นางพญาคลายความหลงในความรัก นางพญากราบลาหลวงปู่ อนุโมทนาบุญ และน้อมถวายบุญท่าน


หลวงปู่กล่าวปิดท้ายการพบเห็นนางพญา ตำนานรักพันปีของผู้พันกับพี่ผู้ปฏิบัติสองคนที่เห็นเหตุการณ์นี้ร่วมกัน
"อานุภาพความรักนี่มันเหลือเกิน" ท่านกล่าวเปรยๆ
"หนูก็เหมือนกันเจ้าค่ะ ขนาดปฏิบัติถึงขั้นนี้แล้ว ก็ยังมีความทุกข์เรื่องความรักอยู่อีก ถ้าไม่พบหลวงปู่คงทุกข์หนักเหลือเกิน ความรักมีอานุภาพยิ่งใหญ่จริงๆ"
"หนูด้วยเจ้าค่ะ ถ้าไม่ปฏิบัติธรรมถึงขั้นนี้แล้ว ก็คงจะเครียดหนัก ไหนสามีไปมีใหม่ คงโกรธเกลียดเคียดแค้น และคงจองเวร ไหนลูกดื้ออีก คงไม่มีความสุข"
หลวงปู่ท่านก็ยิ้ม บอกว่า
"ถ้าไม่มาพบอาตมา คงไปเข้าวัดหาทางปฏิบัติให้พ้นความทุกข์ตรงนี้ และไม่พบทางออกอย่างนี้ละมัง"
"เจ้าค่ะ"


พี่ทั้งสองท่านปฏิบัติธรรมจนถึงขั้นอริยะชั้นสูงแล้ว เพียงพอที่จะไม่หวั่นไหวไปกับความรักที่กระทบหนักๆ หรือเวรกรรมใดๆ กระทบท่านก็ไม่สะเทือนมาก ไม่เหมือนกับปุถุชนผู้ยังหลงกับความทุกข์อย่างแสนสาหัสนัก

แม้แต่ฉัน ... ปฏิบัติได้เพียงขั้นต่ำๆ หลายครั้งความคิดถึง ความอาวรณ์ใดๆ ความต้องการ ความอยาก ก็ยังกระทบใจให้ทุกข์บ้าง เพราะเรื่องของเวรกรรม เป็นเรื่องที่พึงสังวร เราต้องรับเวรกรรม แต่จะรับอย่างไรให้มันทุกข์น้อยที่สุด

ฉะนั้น ... วิธีที่จะรับมือกับเวรกรรม และตระหนักถึงทางออกของปัญหาอย่างชัดแจ้งได้ ก็คือ การปฏิบัติให้ถึงความรู้แจ้ง

สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม
สัตว์โลกล้วนอยู่ด้วยกาม ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นกาม ไม่ว่าการกิน เกียรติยศ ทรัพย์สิน ความสะดวกสบาย ล้วนเป็นกามทั้งสิ้น เราต่างหลงกาม ทั้งหยาบและละเอียด สำคัญหมายว่าเป็นความสุขอันยิ่งยวด


แท้แล้ว .. ความสุขเช่นนั้น เป็นความสุขที่เป็นทุกข์อย่างละเอียด ไม่ใช่สุขที่แท้จริง ยิ่งแสวงหาก็ไม่รู้จักเพียงพอ
แรกรัก ก็อยากได้ ดิ้นรนแสวงหา ได้มาแล้วก็ว่างเปล่า


แต่หากเราค้นพบจิตที่แท้จริงได้ สิ่งใดๆ ที่มากระทบ ก็ทำให้เราสะเทือนไม่ได้ นี่คือ สุขที่แท้จริง
ไม่ว่าความทุกข์แสนสาหัสที่ทำร้ายจิตใจ หรือ สุขอันยิ่งยวดที่สุด หากเราถึงมรรคผลแม้ระดับต่ำสุด เราก็อยู่ได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวหรือสะเทือนไหวไปกับสิ่งเหล่านี้


มรรคผล เป็นสิ่งวิเศษ ... หากใครถึงได้ ก็จะใช้ชีวิตอยู่กับทางโลกได้อย่างสงบสุขที่สุด ไม่ใช่สิ่งที่จะกีดกันชีวิตเราจากทางโลกเลย กลับเป็นสิ่งที่ประสานเราให้เข้ากับโลกได้อย่างสมบูรณ์

หวังบันดาลพรจากคุณพระพุทธ พระธรรม พระอริยสงฆ์ให้ทุกท่านได้รับความสุขอันแท้จริงทางจิตใจ ได้ดวงตาเห็นธรรม และมีสติสำนึกรู้ตลอดเวลา ด้วยเทอญ สาธุ..




 

Create Date : 02 มกราคม 2549    
Last Update : 2 มกราคม 2549 19:46:47 น.
Counter : 401 Pageviews.  

แก้กรรมหนัก

กรรมที่ทำให้สติไม่มั่นคง
เพิ่งกลับจากจันทบุรีมา ....
หลวงปู่ท่านถามถึงเรื่อง สติ ของแดดเช้า

แดดเช้าบอกว่า เกิดความสงสัยเหมือนกันว่า ทำไมพยายามทำสติแล้ว ถึงไม่มั่นสักที
ทำไมทำยากจัง ....
ทั้งๆ ที่ไม่น่าจะยาก

แล้วจึงกำหนดรู้เรื่องเวรกรรมของตัวเอง
เป็นกรรมในชาตินี้ เรื่อง การดื่มของมึนเมา

แดดเช้าเคยหลงผิด คิดเห็นเรื่องศีลผิดจากทำนองคลองธรรม
เคยคิดว่า ศีลข้อ 5 คือ การสำรวมจากการดื่มน้ำเมานั้น หมายถึง การสำรวมสติ ถ้าเราดื่มเหล้า ดื่มเบียร์ หรือของมึนเมาแล้วเราไม่เมา เราก็จะไม่ผิดศีล

เหตุเกิดเมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว ที่แดดเช้าทำสมาธิไป นึกพุทโธๆ ดำรงสติ กำหนดดูลมหายใจไประหว่างการดื่มเบียร์ แล้วแดดเช้าก็ไม่เมาจริงๆ ด้วย แดดเช้ามีสติมั่นคงมากๆ

หลวงปู่จึงให้แดดเช้าขอขมาคุณพระพุทธ พระธรรม พระอริยสงฆ์
ด้วยอานุภาพคุณพระพุทธ พระธรรม พระอริยสงฆ์ ข้าพเจ้าเคยมีความคิดเห็นค้านกับพระพุทธเจ้าเรื่องการรักษาศีลข้อ 5 บัดนี้ ข้าพเจ้าสำนึกผิดต่อบาปกรรมทั้งหมดทั้งปวงแล้ว ข้าพเจ้าขอขมาต่อคุณพระพุทธ พระธรรม พระอริยสงฆ์ ข้าพเจ้าจะสำรวมระวังต่อไป จะไม่ทำผิดพลาดพลั้งต่อคุณพระพุทธ พระธรรม พระอริยสงฆ์ อีก และขอให้กรรมเหล่านั้นจงมลายหายไปสิ้นด้วยความสำนึกผิดของข้าพเจ้าในครั้งนี้ ขอให้ข้าพเจ้าดำรงสติสัมปชัญญะที่สมบูรณ์ เพื่อประโยชน์ให้ข้าพเจ้าถึงความสิ้นทุกข์ในเร็ววัน

ขอให้ความปรารถนาของข้าพเจ้าจงสัมฤทธิผลทั้งหมดทั้งสิ้น ด้วยอานุภาพคุณพระพุทธ พระธรรม พระอริยสงฆ์ ด้วยเทอญ


กรรมหนัก ปรามาสพระพุทธศาสนา
แดดเช้าระลึกขึ้นได้ว่า แดดเช้ามีกรรมในชาตินี้ที่แดดเช้าทำผิดต่อคุณพระพุทธ พระธรรม พระอริยสงฆ์ แล้วแดดเช้าจึงทำการขอขมาต่อหน้าหลวงปู่ หลายต่อหลายเรื่องด้วยกัน

แดดเช้าเคยตั้งจิตผิดๆ ด้วยความรู้มากของแดดเช้า แดดเช้าอ่านหนังสือแล้วเกิดความคิดว่า คนเราต้องมีความคิดต่าง ดื้อรั้น จึงจะเกิดปัญญา

แดดเช้าอยากเป็นคนฉลาด แดดเช้าจึงกลายเป็นเด็กดื้อ ....
ทั้งที่เมื่อ 10 ปีก่อนเข้ามหาวิทยาลัย แดดเช้าเคยเป็นคนที่พูดช้ากว่านี้ มีสติมั่นคงกว่านี้ ทำอะไรละเอียดกว่านี้
นับแต่การตั้งจิตผิดว่า จะเป็นคนดื้อ จะตั้งคำถาม จะแสวงหา แดดเช้าจึงเปลี่ยนไป

แดดเช้ากลายเป็นคนร้อนรน ใจเร็ว มั่นใจในตัวเองเกินเหตุอันควร ไม่ค่อยฟังใคร พูดพล่ามไม่หยุด หลงใหลกับสิ่งต่างๆ

ถึงขนาดที่แดดเช้าต้องเข้าโรงพยาบาล เพื่อไปปรึกษาจิตแพทย์ว่า แดดเช้าเป็นโรคจิตหรือเปล่า
จิตแพทย์ถามอาการจนจดไม่ทัน เพราะความคิดของแดดเช้าพุ่งไวมาก
หมอบอกว่า ให้รู้จักยั้งคิด และทำสมาธิให้ดีๆ
หมอให้ยามาทาน แดดเช้าทานยาได้แค่สองวัน ก็เลิกยา เพราะทำให้ง่วงซึม

แดดเช้าวิ่งโร่ไปหานักจิตวิทยา ไปเข้าโบสถ์คริสต์เพื่อศึกษา ไปเข้าสำนักของสันติอโศก และทดลองการกินมังสวิรัติ ไปฝึกสมาธิแบบต่างๆ ไปอ่านปรัชญาทางตะวันตกและตะวันออก ประสานเข้าด้วยกัน แล้วได้แนวความคิดแปลกประหลาดมากมาย สำคัญว่าตัวเองฉลาดเหลือเกิน ....

แดดเช้าไปหลงเชื่อความคิดของตัวเองแบบผิดๆ
ความคิดแบบผิดๆ นั่นก็คือ
แดดเช้าคิดว่า ปรัชญาทางตะวันตกและตะวันออก ที่แท้คือ แก่นเดียวกัน
ตะวันตก มองจากภายนอกเข้าภายใน ขยายอัตตาครอบคลุมจักรวาล
ตะวันออก มองจากภายในสู่ภายนอก ลดอัตตาลงจนเหลือศูนย์

แดดเช้าไปหลงใหลวิชาจิตวิทยาของสำนักต่างๆ ผิดจากความเป็นจริงบ้าง ถูกบ้าง
แดดเช้าไปวิเคราะห์วิวัฒนาการความเชื่อของมนุษย์
จาก ธรรมชาติ ---> เทพเจ้าหลายองค์ ---> เทพเจ้าองค์เดียว (พระเจ้า) ----> เหตุผล (พุทธะ) ----> วิทยาศาสตร์
แล้วแดดเช้าก็ไปหลงใหลศาสนาวิทยาศาสตร์ สำคัญว่า เป็นศาสนาของอารยธรรม สำคัญว่า เป็นศาสนาของความเจริญ

แต่ในบัดนี้ แดดเช้ารู้แน่ชัดแก่ใจแล้วว่า ไม่มีศาสนาใดๆ ในโลกที่เหนือยิ่งไปกว่าพระพุทธศาสนา
พระพุทธ พระธรรม พระอริยสงฆ์ เป็นเลิศที่สุดในโลก

แดดเช้าจึงทำการขอขมาคุณพระพุทธ พระธรรม พระอริยสงฆ์ ที่แดดเช้าเคยไปปรามาสคุณพระรัตนตรัยด้วยการหลงผิดได้ถึงขนาดนี้

แดดเช้าหลงใหลวิชาความรู้ จนความรู้ ความฉลาดบดบังปัญญาที่จะเข้าถึงความจริงได้ของแดดเช้า

ปรามาสพระพุทธองค์ กรรมหนักที่น่าตกใจ
แดดเช้าพยายามระลึกอยู่ว่า แดดเช้าไปทำผิดอะไรอีก .....

แล้วแดดเช้าก็พบว่า แดดเช้าเคยไปทำวิทยานิพนธ์ วิเคราะห์ "บุคลาธิษฐานในพระปฐมสมโพธิกถา"
แดดเช้าไปตีความปาฏิหาริย์ในหนังสือเล่มนี้จนกลายเป็นเรื่องของเหตุผลทั้งหมด
ซึ่งเป็นกรรมอันหนัก

นอกจากนี้ ...
แดดเช้ายังมีความคิดผิดๆ ที่เกิดจากการวิเคราะห์ของแดดเช้าเอง
แดดเช้าวิเคราะห์ว่า การที่พระพุทธเจ้ามีปัญญาเป็นเลิศในการค้นพบสัจธรรม เหตุเกิดเพราะระบบสมองผิดปกติจึงกลายเป็นอัจฉริยะเกินปกติมนุษย์

แดดเช้าวิเคราะห์ว่า พระพุทธมารดาประทับยืนประสูติองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทำให้พระพุทธองค์ประสูติผิดท่า แล้วพระเศียรฟาดพื้น กลิ้งไปเจ็ดรอบ สมองจึงทำงานผิดปกติ แล้วรู้สึกเจ็บปวดจนไม่อยากเกิดอีกแล้ว
แดดเช้าทำกรรมอันหนักมาก ที่เข้าใจไปได้เช่นนี้ .....

แดดเช้าจึงต้องขอขมาคุณพระพุทธ พระธรรม พระอริยสงฆ์ ที่แดดเช้าไปปรามาสด้วยความสำคัญตัวเองผิด
แล้วมีความคิดเห็นผิดจากทำนองคลองธรรม

สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งปิดกั้นมรรคผลของแดดเช้า แดดเช้าจึงต้องรีบแก้ไข

พลันที่ขอขมา ตัวเบาโหวง สติแนบใจได้ทันที
แดดเช้าขอขมาเป็นที่เรียบร้อยแล้วต่อหน้าหลวงปู่
สิ่งที่ครอบศีรษะของแดดเช้าทำให้คิดฟุ้ง มึนงง พลันหลุดหายไป
แสงสว่างเข้ามาแทนที่ ....

สติกลับมาได้ดีขึ้น
แดดเช้าเห็นกายตัวเองชัดขึ้น แม้จะไม่ได้ตั้งใจทำ
เห็นลมกระเพื่อมผ่านทั่วกาย
ความคิดฟุ้งจางหายไปจนสิ้น
นอนหลับสนิท และเมื่อตื่นขึ้นก็สว่างไสว
เหมือนนอนเต็มอิ่ม

ทันทีที่ตื่น .... แดดเช้ารู้สึกกายเบา
รู้สึกว่า สติกลับมาได้ไว สมาธิคงที่ได้เร็ว
โล่ง โปร่ง สบาย โดยไม่ต้องตั้งใจทำ

ความรู้สึกกาย รู้สึกลม ดีมากๆ
เหมือนกับว่า สมาธิของแดดเช้าไม่มีอะไรกั้นขวางอีกต่อไป

กรรมที่ทำกับคุณพระพุทธ พระธรรม พระอริยสงฆ์ ทำให้แดดเช้าติดอยู่ ข้องอยู่
แทนที่จะถึงมรรคผลได้ตั้งนานแล้ว ดังที่หลวงปู่เคยพูด

วิบากกรรมครั้งนี้ หลุดออกไป แดดเช้าคงทำความเพียรได้ไม่ลำบากสักเท่าไหร่
แต่ถ้าแดดเช้าระลึกได้อีกว่า แดดเช้าเคยทำอะไร
แดดเช้าจะขอขมาต่อหน้าหลวงปู่อีก
ยอมรับความจริงซะเลยว่า เคยโง่ เคยหลง มาก่อน

เหตุเกิดเพราะแดดเช้าอยากรู้ว่า มีศาสนาอื่นอีกไหมที่ดีเหนือกว่าพระพุทธศาสนา
มีหนทางอื่นอีกไหมที่จะทำให้รู้ความจริง

แดดเช้าวนๆ ในอ่างด้วยความครุ่นคิดมานานแสนนาน
ตั้งแต่แดดเช้าอายุได้ 19 ปี
บัดนี้ แดดเช้าอายุได้ 29 ปี แล้ว
ควรจะค้นพบความจริงได้แล้ว ....

แดดเช้าเคยเลื่อมใสวิธีคิดทางวิทยาศาสตร์ หลงว่า วิเศษเหลือเกิน
แต่วิทยาศาสตร์ก็ให้คำตอบกับแดดเช้าไม่ได้ในบางเรื่อง

แดดเช้าเคยนอนกลางทุ่งกว้างๆ ในยามค่ำคืน
แล้วมองเห็นดวงดาวระยิบระยับตา
แดดเช้าเห็นว่า ตัวเองเป็นคนตัวเล็กนิดเดียว แต่สำคัญว่า ยิ่งใหญ่เหลือประมาณ
แดดเช้าเคยเห็นว่า แดดเช้าเป็นเพียงมนุษย์คนหนึ่ง ไม่ใช่ผู้หญิง ไม่ใช่ผู้ชาย
เพียงแต่จะต้องสวมบทบาท

แต่แดดเช้าก็มัวแต่คิด คิด คิด
ไม่ได้ตั้งใจดู ดู ดู ด้วยใจสงบ
แดดเช้าจึงไม่อาจค้นพบความเป็นจริงได้

จริงๆ แล้ว ....
ความเป็นจริงใดๆ ไม่ใช่การคิดหรือการค้นคว้าอะไรเลย
ยิ่งคิด ยิ่งปิดกั้น
แต่การพบความจริงเกิดจากการนิ่งสงบ
แล้วรู้เห็นทุกอย่างตามความเป็นจริง

ณ วันนี้ .... ดึงสติได้มากกว่าเดิม แม้จะยังไม่ถึง 100%
หลวงปู่บอกว่า เรื่องที่แดดเช้าเคยดื่มเบียร์แล้วทำสมาธินึกพุทโธๆ ไปด้วยนั้น
ให้ขอขมาคุณพระพุทธ พระธรรม พระอริยสงฆ์ บ่อยๆ
ประมาณ 2-3 ครั้งขึ้นไป กรรมจึงจะผ่อนเบาลงได้

แดดเช้าก็จะขอขมาบ่อยๆ
วิบากกรรมทั้งหมดทั้งสิ้นของแดดเช้า ถ้าแดดเช้ายังต้องเวียนตาย เวียนเกิด อีก
จะทำให้แดดเช้าหลงผิดอย่างกู่ไม่กลับได้ง่ายๆ

โชคดีที่แก้ไขทันท่วงที ....
แสงสว่างแห่งมรรคผลก็คงสาดมาในระยะเวลาไม่ไกลเท่าไหร่

แดดเช้าตั้งใจประกาศพระศาสนา ...
ด้วยอานุภาพคุณพระพุทธ พระธรรม พระอริยสงฆ์ ขอให้บุญกุศลจากความตั้งใจอันดีที่จะประกาศพระศาสนาของข้าพเจ้า ส่งผลให้วิบากกรรมต่างๆ มลายหายไปสิ้น ขอให้ข้าพเจ้ามีสติสัมปชัญญะที่สมบูรณ์ ปราศจากเวรภัยใดๆ และมีปัญญาอันแตกฉาน ลึกซึ้ง คมคาย แยบคาย เฉียบคม เพื่อเอื้อกิจแห่งพระศาสนา และเพื่อนำผู้คนให้ถึงความสิ้นทุกข์ในเร็ววัน ขอให้ข้าพเจ้าถึงความสิ้นทุกข์ และได้ดวงตาเห็นธรรมในเร็ววัน ด้วยอานุภาพคุณพระพุทธ พระธรรม พระอริยสงฆ์ นี้ด้วยเทอญ สาธุๆ




 

Create Date : 03 พฤษภาคม 2548    
Last Update : 13 กันยายน 2548 0:46:50 น.
Counter : 429 Pageviews.  

ตั้งใจจะลงมาเกิด

โอ๋ๆๆ หนูน้อยเจ็บป่วย
วันก่อน ... มีคนอุ้มเด็กชายอายุ 7 เดือนมาคนหนึ่ง
อาการของเด็กชายคนนี้ เหมือนๆ มีบารมีมาก

ทันทีที่เขาเห็นหลวงปู่ เขาจ้องตาแป๋ว
นิ่ง ไม่ร้องไห้ ไม่หัวเราะ แต่ดูสง่างาม

คนเป็นแม่ถามว่า ทำไมลูกชายถึงเป็นหวัดได้บ่อย
รักษายังไง ก็ไม่หายสักที

พวกเราที่เป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่ก็ช่วยกันดู
เห็นว่า เด็กคนนี้มีภูมิเทวดาคุ้มครองห้อมล้อมอยู่
แดดเช้าเห็นว่า เด็กอาจจะอึดอัดที่เทวดามาคอยล้อม เพราะเขาเป็นเด็กน่ารัก
แต่พี่อีกคนหนึ่งเห็นไม่เหมือนกับแดดเช้า

เขาบอกว่า เทวดามาคุ้มครองเพราะเด็กมีบุญ
แต่มีผู้หญิงจะมาเอาตัวเด็กคืนไป

หลวงปู่ท่านให้สอบถามผู้หญิงดูว่า จะเอาตัวเด็กคืนไปทำไม
"ก็ฉันรักของฉัน เขาหนีมาเกิดทำไม ฉันจะเอาตัวเขาไปอยู่กับฉันอีก ฉันรัก"
พี่ๆ ดูกันอีกพบว่า เด็กคนนี้เคยเป็นกินนรหรือพญานาค (กึ่งๆ อย่างนั้น) มีผู้หญิงห้อมล้อมเต็มไปหมด
รู้สึกเบื่อหน่ายกามเหลือเกิน จึงหนีลงมาเกิดเพื่อบำเพ็ญบารมี

เหล่าผู้หญิงเหล่านั้น ก็ไม่ค่อยจะยอม ...
เธอร้องจะเอาตัวเด็กคืนไปให้ได้
หลวงปู่จึงถามว่า รักนั่นน่ะเป็นอย่างไร
"รักน่ะ รู้จักคำว่า รักไหม ท่านไม่รู้หรอกว่า รักเป็นยังไง ท่านไม่เข้าใจหรอก"
"ทำไมจะไม่รู้ ดูให้ดีสิว่า รักเป็นยังไง"
ผู้หญิงคนหนึ่ง พูดขึ้นมาว่า
"รัก มัน กาม นี่นา .... สกปรกจริงเลย เราอยู่กับความสกปรก"
แล้วจิตเขาก็หลุดพ้นจากวนเวียนของกิเลส

ส่วนผู้หญิงคนอื่นๆ ก็ยังระงมเสียงร้องกันอีกว่า
"พวกเราจะอยู่กันอย่างไร ไม่มีเขา"
"ท่านไม่เข้าใจความสุขของความรักหรอก ความรักเป็นความสุข"

จึงอธิษฐานให้ท่านที่พ้นไปท่านแรกนั้นช่วยสอนวิปัสสนาให้กับท่านอื่นๆ
หลวงปู่ท่านสอนกรรมฐานให้เหล่าผู้หญิง
หลุดพ้นกันไปหมดแล้ว

ไม่มีใครเอาความรักเลยสักคน ....

นางรำ .... นางฟ้าแห่งยามา
เด็กผู้หญิงอายุ 5 ขวบคนหนึ่ง หน้าตาน่ารักดี
รูปร่างบอบบาง มากราบหลวงปู่พร้อมแม่ของเธอ

เธอมาด้วยอาการป่วย เป็นไข้เรื่อยๆ
เดี๋ยวก็ไข้ขึ้นสูง เดี๋ยวไข้ก็ลด แล้วก็มีผดสีขาวๆ ขึ้นด้วย

ครั้งแรกเธอมา ดูเธอจะดื้อดึงมาก
ต่อมา ... จึงช่วยกันแก้ไขด้วยการดูเวรกรรม

"หลวงปู่เจ้าคะ รุ่งเห็นว่า เธอเคยเป็นนางฟ้า แล้วหนีลงมาเกิด อธิษฐานสิ้นทุกข์เจ้าค่ะ แต่ไม่ยอมลาผู้ใหญ่บนนั้น ท่านเคืองมาก จึงลงโทษซะเรื่อย"
แต่พี่อีกคนหนึ่งเห็นย้อนลงไปอีกว่า
"เธอเคยเป็นนางรำ หัวหน้านางรำ แล้วตายไปเกิดเป็นนางฟ้า มีเทวดามาหลงรักเยอะมาก เธอเบื่อความรักเหลือเกิน เบื่อเทวดาเหล่านั้น จึงหนีลงมาเกิด"
"แต่เธอไม่ลาผู้ปกครองเลย ผู้ปกครองของเธอโกรธที่เธอลงมาเฉยๆ ไม่ให้ความเคารพ ไม่มาขอพร"

หลวงปู่ท่านถามว่า "รุ่งเห็นผู้ปกครองของเขาบนนั้นไหม"
"เห็นเจ้าค่ะ เคืองๆ อยู่เจ้าค่ะ"
"คุยกับท่านหน่อย"
"ท่านบอกว่า มันจะลงมา มันก็ลงมาเฉยๆ ถ้ามันปรารถนาสิ้นทุกข์ มาลาสักคำ จะได้อนุโมทนา ให้ศีลให้พร ให้ชีวิตของมันดีกว่านี้ แต่นี่ ... มันไม่เคารพเราเลย มันเคืองนัก ต้องทำโทษให้มันรู้ทุกข์ซะบ้าง"
"งั้น รุ่งช่วยนำแม่เขาขอขมาแทนลูกสาวสักหน่อย"
"เจ้าค่ะ

แดดเช้าจึงบอกให้แม่เขากราบพระพุทธรูป ตั้งนโม 3 จบ แล้วอธิษฐานว่า
"ด้วยอานุภาพคุณพระพุทธ พระธรรม พระอริยสงฆ์ ข้าพเจ้าได้ยินมาว่า ลูกสาวของข้าพเจ้าเคยเป็นนางฟ้าอยู่บนสวรรค์ แล้วกระทำความผิดโดยการลงมาเกิดแล้วไม่ลาผู้ปกครอง บัดนี้ ลูกสาวของข้าพเจ้าได้รับกรรมอันนั้นแล้ว และข้าพเจ้าขอขมาแทน ขอให้ท่านผู้ปกครองจงอดโทษให้กับลูกสาวของข้าพเจ้า และขอให้กรรมที่ไม่เคารพต่อผู้ปกครองนั้นจงมลายหายไปสิ้นด้วยการสำนึกผิดแล้วของข้าพเจ้าในครั้งนี้ และเมื่อลูกสาวของข้าพเจ้าอายุได้ 15 ปี จะให้ทำการขอขมาท่านอีกครั้งหนึ่ง

ขอให้ความปรารถนาของข้าพเจ้าจงสัมฤทธิผลด้วยอานุภาพคุณพระพุทธ พระธรรม พระอริยสงฆ์ ด้วยเทอญ สาธุๆๆ"

ไข้ของเด็กคนนี้ค่อยๆ ลด เมื่อไข้ลดลงแล้วเธอก็คุยจ้อไม่หยุดเลย คุยเรื่องนั้นเรื่องนี้ ...
อาการของเธองามเหมือนนางฟ้า รักสวยรักงาม ชอบแต่งหน้า แม่แต่งหน้าให้บางๆ เธอก็ส่องกระจกดูความสวยงามของเธอ
เธอรำให้พวกเราดูด้วย เธอบอกว่า ครูยังไม่สอน แต่เห็นพี่ๆ รำบนเวที ก็จำมารำ
เธอชอบร้องเพลง ชอบเต้น ชอบรำ ...

พอเธอจะกลับบ้าน แดดเช้าแนะนำให้ทำผาติกรรม ขอเช่าผ้าไตรจีวรของหลวงปู่แล้วถวายท่าน ถวายปัจจัยพอเหมาะพอควร
อาการที่เธอถวายผ้าไตร ดูเหมือนนางฟ้าเลยทีเดียว ติดกิริยาอาการของชาติก่อนๆ มาเยอะมาก

หลวงปู่บอกว่า ตอนนี้ดูสวยขึ้นนะ ตอนแรกๆ มาไม่เห็นสวย
เธอมองหน้าหลวงปู่ตาแป๋ว เหมือนตั้งใจฟัง

ถามว่า อยากมาอีกไหม
เธอบอกว่า อยากมาอีก ชอบมาที่นี่

เด็กทุกคนที่มาหาหลวงปู่ จะชอบมากันทุกคนเลย
หลวงปู่สอนอะไร ท่านสอนเหมือนคุยกับผู้ใหญ่ แต่เด็กกลับฟังเข้าใจและรู้เรื่องดี
เป็นสิ่งที่ไม่น่าเชื่อจริงๆ ....

แดดเช้า ก็นางฟ้าแห่งยามา
ประหลาดใจเหลือเกินทันทีที่พบเด็กคนนี้
มีหลายอย่างคล้ายกัน
ยกเว้น ความสวย เพราะเธอสวยกว่าแดดเช้ามากนัก

เด็กคนนี้เกิดปีเถาะ อ่อนกว่าแดดเช้า 2 รอบ เกิดวันจันทร์ ต้นเดือนมกราคม เหมือนกัน
แดดเช้าเกิดวันที่ 5 แต่เธอเกิดวันที่ 3
เธอจะชื่นชอบสีฟ้าเป็นพิเศษ ไม่ต่างอะไรกันเลย
และเธอก็มักจะป่วยเป็นไข้บ่อยๆ เหมือนแดดเช้าตอนเด็กๆ
แต่แดดเช้าไม่ป่วยบ่อยเท่าเธอ

แดดเช้าจึงเห็นว่า แดดเช้าก็มาจากสวรรค์ชั้นยามา
แดดเช้าตั้งใจลงมาเกิดเหมือนกัน
ลงมาเพราะอาการมานะถือตัว

แดดเช้าลาญาติผู้ใหญ่บนนั้น ใครๆ ก็เตือนว่า ลงมาต้องรับวิบากกรรมนะ ยังไม่ถึงเวลา
แต่แดดเช้าก็บอกว่า ฉันเก่ง ฉันทำได้ ฉันจะทำให้ดู
และแดดเช้าก็ไปลา พระสยามเทวาธิราช ท่านเมตตามากๆ
แดดเช้าเห็นตัวเองหน้าตาหมองๆ เหมือนอมทุกข์
ท่านแสดงธรรมเรื่อง ทุกข์ ให้ฟัง

แดดเช้าเดินมาถึงที่ๆ หนึ่ง
เห็นตัวเองเป็นนางฟ้าชุดขาวประกายมุก พนมมืออธิษฐาน
ตั้งสมาธิลงมา
แดดเช้าฟังไม่ได้ยินว่า อธิษฐานว่าอะไร

เคยถามใครๆ ที่พอจะกำหนดดูได้
ได้ยินมาว่า อธิษฐานลงมาบำเพ็ญบารมี มาช่วยคนให้เห็นทุกข์

แดดเช้าเคยเรียนเรื่องนี้ให้หลวงปู่ฟัง
หลวงปู่ให้อธิษฐานเพิ่มเติมว่า ขอให้บรรลุมรรคผลในชาตินี้ด้วย
เพราะถ้าจะบำเพ็ญบารมีช่วยคน เรายังไม่พ้นทุกข์ เราจะช่วยคนได้ยาก
และท่านขอให้อธิษฐานให้เบื้องบนเป็นพยานด้วย

แดดเช้าจึงเข้าใจว่า การฝึกกรรมฐานให้สมาธิเกิดจนกระทั่งสามารถสื่อสารอดีต ปัจจุบัน อนาคต และสื่อสารกับภพภูมิต่างๆ ได้นั้นเป็นปัญญาอันยอดยิ่ง
นอกจากจะทำให้เราเห็นทุกข์ในวงจรของภพชาติแล้ว ยังทำให้เรารู้ด้วยว่า เราเกิดมาเพื่ออะไร และมีหน้าที่อะไร
ทำให้เราเข้าใจชีวิตมากยิ่งขึ้น

อภิญญา คือ ความรู้ยิ่ง ที่พระพุทธองค์ทรงแสดงนั้น เป็นสิ่งวิเศษ
เป็นสื่อให้คนเข้าใจความจริง เป็นสิ่งที่ทำให้ถึงการสิ้นทุกข์ได้
ไม่ใช่สิ่งเลวร้ายอะไรเลย ....

แดดเช้าไม่ได้ตั้งใจอวดอ้างตัวเองว่ามีคุณวิเศษแต่อย่างไร
แต่ที่แดดเช้าแสดงให้เห็นเวรกรรมจากการใช้อภิญญาก็เพื่อประโยชน์ในพระพุทธศาสนา
หาใช่เพื่อลาภ สักการะ หรือคำสรรเสริญ แต่อย่างไรไม่
ถ้าแดดเช้าทำเพื่อการนั้นแล้ว
แดดเช้าไปเปิดสำนักแล้วแก้เวรกรรมเลยไม่ดีกว่าหรือ?
แดดเช้าได้ทั้งเงิน ชื่อเสียง คำสรรเสริญ และได้ทั้งตำแหน่งที่ใครๆ จะยกให้เป็นอาจารย์บ้าง เป็นอะไรต่ออะไรบ้าง มีโอกาสหลงใหลในสิ่งเหล่านั้น และคิดอุบายหลอกลวงให้ได้สิ่งเหล่านั้นมามากๆ ยิ่งขึ้นด้วย
แล้วแดดเช้าจะสิ้นจากกองทุกข์ได้อย่างไรกัน

เขียนอะไรในนี้ไม่ได้อะไรสักเท่าไหร่หรอก
นอกจากได้บารมีเพิ่มเมื่อมีคนนำข้อปฏิบัติไปใช้ประโยชน์ได้
ถ้าแดดเช้าได้รู้สักนิดว่า มีใครเข้าใจธรรมะ หรือ เข้าใจความจริงของชีวิตและโลกได้แล้ว
แดดเช้าก็ยังยินดีและมีความชื่นใจตามประสาปุถุชนที่ยังอยากเห็นใครต่อใครมีความสุข
แต่ถ้าเป็นไปตามธรรมแล้ว ....
คุณเป็นคนโชคดีมากๆ ที่ได้เข้ามารับรู้เรื่องราวต่างๆ ที่แดดเช้าตั้งใจจะมอบให้

รับสิ่งดีๆ ไปนะเจ้าคะ
อย่ารับบาปรับกรรมไปเลย แดดเช้าไม่ได้ต้องการให้บาปให้กรรมกับใคร อย่าเอาไปเลยนะคะ
อย่าคิดกับแดดเช้าในด้านอกุศลเลย เพราะแดดเช้าทำไปด้วยความเมตตา เขียนทุกคำทุกตัวอักษรด้วยสมาธิแล้วแผ่เมตตาฌานมาสู่เรื่องราวอย่างนี้จริงๆ
เพื่อประโยชน์ของตัวคุณเอง ขอให้นำประโยชน์ไปใช้ให้เต็มที่นะเจ้าคะ
(ขอย้ำหน่อยนึง เพราะแดดเช้ายังห่วงใครต่อใครอยู่นะคะ คนที่เข้ามาอ่าน เข้ามาเรียนรู้สิ่งที่แดดเช้าเขียนนี่น่ะค่ะ เคยมีคนเมลมาต่อว่าแดดเช้า จึงทำให้แดดเช้ากังวลใจ แต่แดดเช้ารู้ดีว่า ทำไปเพื่ออะไร)

ถ้ามีใครต้องการรู้เรื่องเวรกรรม ....
แดดเช้าจะเน้นให้เขาทำกรรมฐาน เพื่อที่จะได้รู้เอง เห็นเองมากกว่าจะมาขอพึ่งพิงแดดเช้า
เพราะอย่างไรก็ตาม ตนย่อมเป็นที่พึ่งแห่งตน

การที่เราฝึกคนให้ได้สมาธิ เหมือนเราสอนเขาจับปลากินเอง
เขาไม่ต้องรอให้เราจับปลา ทอดปลา ทำอาหารให้เขา
เขาสามารถพึ่งพาตัวเองได้ แม้จะไม่มีเรา

เรื่องอภิญญา ไม่ใช่เรื่องวิเศษเหนือมนุษย์แต่อย่างไร
ถ้าเราไม่ติดความสงสัยลังเล
เห็น ก็คือ เห็น
แล้ววันหนึ่ง เราจะสามารถตรวจสอบได้ว่า สิ่งใดจริง สิ่งใดไม่จริง
โดยที่ไม่หลงไปกับมัน

เหมือนดาบสองคมที่แดดเช้าเล่าเรื่องอภิญญาให้ใครๆ ฟัง
ใครปรามาสแดดเช้า ก็จะเกิดบาป
ใครเชื่อถือมากๆ ก็จะไม่เกิดปัญญา
แดดเช้าขอเชิญให้ทุกท่านพิสูจน์ด้วยตัวเองโดยกรรมฐานของพระพุทธองค์ นะเจ้าคะ
เพื่อที่ว่า สักวันหนึ่งจะได้ช่วยเหลือตัวเอง และคนรอบข้างได้

อารมณ์แห่งอริยะ
พระอริยบุคคล จึงเป็นเนื้อนาบุญของโลก
ด้วยการเป็นที่พึ่งแห่งสรรพสัตว์
ด้วยคุณวิเศษของท่านนั่นเอง
แม้ท่านใดไม่มีอภิญญา ท่านก็ยังสามารถใช้โลกุตตรปัญญาชี้ทางให้เห็นทุกข์ เพื่อนำไปสู่การสิ้นทุกข์ได้
แม้ท่านใด โลกียปัญญาทางด้านสมาธิ หรือทางธรรม ไม่มากนัก แต่ท่านก็จะมีกระแสจิตที่สะอาดพอที่จะให้คนเลื่อมใสกราบไหว้ได้
นี่เป็นสิ่งที่เราสัมผัสได้ ....

วันหนึ่ง ... แดดเช้าพบเด็กคนหนึ่ง
มากับพ่อกับแม่ของเขา
เขามาถึงก็เข้ามากราบที่ตักหลวงปู่
อาการของเขางามมาก กราบเหมือนกับระลึกถึงคุณของหลวงปู่จากจิตจากใจ ไม่ใช่กราบแบบเด็กๆ ทั่วไป

เด็กคนนี้อายุประมาณ 9 ขวบ
เขาเรียบร้อยมาก นิ่ง คงที่ สงบ เย็น

แดดเช้าดูเด็กคนนี้เนิ่นนาน
ยิ่งดู ยิ่งสงบ
เหมือนกระแสจิตของเขาดึงแดดเช้าเข้าไปในโลกแห่งความสุขที่ไม่มีในโลกใบนี้ ไม่ว่าในภพภูมิใดๆ

แดดเช้านึกอยากกราบเด็กคนนี้ที่สุด
เป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูกทีเดียว
ไม่ว่าเขาจะนั่ง จะเดิน จะนอน หรือจะทำอะไรก็ตาม
ดูเหมือนสงบ ระงับ จนน่ากราบไหว้

"หลวงปู่เจ้าคะ เด็กคนนี้เขาได้โสดาฯ แล้วหรือเจ้าคะ"
"กำหนดดูจิตของเขาเองสิ"
"ดูบ่อยๆ เจ้าค่ะ รู้สึกว่า รุ่งจะถูกกระแสจิตของเขาดึงไปสู่อีกโลกหนึ่งทุกที เป็นโลกที่มีความสุขที่สุดเลย ไม่เคยพบความสุขอย่างนี้มาก่อน รุ่งอยากกราบเขากับพื้นจริงๆ เลยค่ะ รู้สึกอย่างนั้น"
"มันน่าเอ็นดูนะ"
"เจ้าค่ะ ... รุ่งรู้สึกว่า ไม่ใช่น่าเอ็นดูแบบธรรมดาด้วย น่าเอ็นดูแบบควรเคารพ ควรให้การต้อนรับ ไม่เหมือนเด็กอื่นๆ เขามาหาหลวงปู่ เขาเข้าไปกราบหลวงปู่ที่ตัก เขาจะกลับ เขาก็กราบหลวงปู่ที่ตัก อาการที่กราบหลวงปู่นั้น ดูเหมือนมาจากใจ เหมือนนอบน้อมด้วยการระลึกคุณจริงๆ เจ้าค่ะ เด็กคนนี้น่ากราบจริงๆ เห็นแล้วน้ำตาไหล"
แต่หลวงปู่ท่านก็ไม่ได้ตอบว่า เด็กคนนี้เป็นอริยะขั้นไหนแล้ว ....

แดดเช้าหมั่นนึกถึงเด็กคนนี้บ่อยๆ ด้วยความเคารพ
แล้วแดดเช้าก็จะเกิดกำลังใจ เกิดความสงบอย่างมหาศาล

เขาก็เหมือนเด็กทั่วๆ ไปที่ต้องเรียนหนังสือ
ใช้ชีวิตในสังคมไม่ต่างอะไรกับใครเลย
เป็นปกติธรรมดา

แต่สิ่งที่พิเศษกว่านั้นก็คือ ปัญญาที่เขาดับทุกข์ได้
นี่แหละ ... คุณของอริยบุคคลที่ยากจะเอ่ยบรรยาย

อริยบุคคลแต่ละท่าน ก็มีคุณลักษณะที่ไม่เหมือนกัน
บางท่าน ไม่ได้มีกระแสบารมีที่สั่งสมมาจนรู้สึกอยากกราบได้ขนาดนี้
แต่ท่านอาจจะมีวิธีพูดธรรมะแบบง่ายๆ ให้คนเข้าใจโลกและชีวิตได้เป็นอย่างดี
บางท่าน อาจจะแตกฉานสอนธรรมะอย่างพิสดารตามข้อปริยัติ
บางท่าน ชี้ให้เห็นปัญหาตรงประเด็น ชัดเจน เห็นทางออกสว่างกระจ่างใจ
บางท่าน อาจจะสามารถสาธก ยกตัวอย่างหลักธรรมให้เราฟังได้อย่างเข้าใจและสบายใจ
บางท่าน อาจจะบำบัดให้เราคลายทุกข์ได้

ไม่ต่างกับคนปกติทั่วไปหรอก ท่านเหล่านี้ก็มีคำพูดธรรมดาๆ ไม่ได้เป็นภาษาบาลียากๆ อะไรเลย บางท่านอาจจะไม่เคยศึกษาพุทธศาสนามาเลยก็ได้ เพียงแต่ปฏิบัติถูกอุบาย แล้วถึงมรรคผล เท่านั้นเอง
ต่างจากเราตรงที่ ทุกข์ของท่านไม่หนักหนาสาหัสเท่ากับทุกข์ของเรา
ท่านอยู่กับทุกข์ที่โลกมีอยู่แล้วอย่างทุกข์น้อยๆ และเป็นไปตามธรรม

เพียงแต่ ปัญญาทางโลกุตตระของท่าน ท่านถึงแล้ว แต่เรายังไม่ถึง
เรามีปัญญาเพียงแค่สมาธิ ฌาน หรือไม่ก็แค่การอ่านมา ฟังมา รู้มา
แต่จิตของเรายังไม่เข้าถึงการหลุดจากกิเลส ไม่ว่าจะเป็นกิเลสหยาบของปุถุชน หรือกิเลสของพระอริยะขั้นต้นๆ ก็ตาม

นั่นแหละ ...
เป็นสิ่งที่แดดเช้าอยากจะชี้ให้เห็นว่า อริยบุคคลยังมีอยู่ในโลก
ถ้าเราปฏิบัติกรรมฐานอย่างถูกอุบาย
เราก็ถึงความสิ้นทุกข์ได้

โลกนี้ มีแต่ทุกข์นะเจ้าคะ
ไม่มีสุขแท้เลย
มีทุกข์ปกปิด กับ ทุกข์ไม่ปกปิด
เราจะสิ้นทุกข์เหล่านี้ได้อย่างไร

หลวงปู่มักจะให้อธิษฐานเสมอๆ ว่า ให้ปรารถนาให้ถึงความสิ้นทุกข์
ทุกข์หยาบๆ ของคนทั่วๆ ไปนั่นแหละ ถ้าเราสิ้นมันไปได้ ก็สบายแล้ว
เราไม่ต้องขัดเคือง ผูกโกรธ เจ็บใจ อยากได้ในกาม อยากมีสามี อยากมีลูก อยากให้คนอื่นเป็นดังที่เราคาดหวัง แค้นเคืองขุ่นข้อง ไม่ได้ดังใจ ทุกข์แสนสาหัส อกหักเหลือประมาณ หมั่นไส้เห็นใครทำดีเกินหน้าไม่ได้ ริษยาเหลือเกิน ทำไมสิ่งนั้นไม่เป็นของเรา ไม่เป็นเรานะ เหงาสุดชีวิตทีเดียว โหยหาอยากให้ชีวิตสมบูรณ์ อยากมีเงินเยอะๆ อยากมีชื่อเสียงโด่งดัง ใครๆ ก็รัก ใครๆ ก็สนใจ สารพัดสารพัน

ทุกข์ไหม ... นั่นเล่า
ทำไงถึงไม่ต้องมีความอยากเช่นนั้นติดอยู่ในจิตในใจได้โดยสิ้นเชิงล่ะ
ถ้าเราไม่เห็นสิ่งเหล่านี้ สิ่งเหล่านี้จะหลุดออกไปได้ไหม?

สมมุติว่า เราอยากจะกวาดบ้านให้สะอาด
แต่เราปิดไฟซะมืด บ้านเราจะสะอาดได้ไหม

สิ่งที่จะทำให้เราพ้นจากวนเวียนกิเลสเหล่านี้ได้ก็คือ การที่เราทำให้เห็นแจ้ง พอแจ้งแล้วความมืดมนก็จะหายไป
เหมือนกลางคืนที่มืดมิด ผ่านมาทั้งคืนแล้ว เรายังเหน็บหนาว เรายังมองไม่เห็นทาง
พอแสงของดวงอาทิตย์สาดมา ทำให้เราเห็นอะไรชัดขึ้น ทุกข์ของเราก็หายไป ความสว่างเข้ามาแทนที่ เราก็แจ้งแก่ใจ ใช่ไหมล่ะคะ

มาปรารถนาความสิ้นทุกข์กันดีกว่า ... ในโลกไม่มีอะไรเป็นสุขแท้หรอก

ด้วยอานุภาพคุณพระพุทธ พระธรรม พระอริยสงฆ์ ข้าพเจ้าขอมอบบุญกุศลทั้งหลายเหล่านี้ที่ข้าพเจ้าตั้งใจอุทิศข้อเขียนเพื่อเป็นธรรมทาน หากเกิดประโยชน์อันมากมายมหาศาลเพียงใด ก็ขอให้ประโยชน์เหล่านั้นจงทบเพิ่มทวีคูณเพื่อให้ท่านผู้อ่านเห็นแจ้งและถึงความสิ้นทุกข์ได้เร็ววัน ด้วยเทอญ

ขอใหัความปรารถนาของข้าพเจ้าจงสัมฤทธิผลด้วยอานุภาพคุณพระพุทธ พระธรรม พระอริยสงฆ์ สาธุๆๆ




 

Create Date : 15 เมษายน 2548    
Last Update : 16 เมษายน 2548 0:48:57 น.
Counter : 2522 Pageviews.  

พระพุทธรูปปางมารวิชัย - ชนะปัญจมารในจิต

ปัญจะมาเร ชิเนนาโถ ปัตโตสัมโพธิมุตตะมัง
จะตุสัจจัง ปะกาเสติ ธัมมะจักกัง ปะวัตตะยิ
เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ โหตุ เม ชะยะมังคะลัง

เป็นพระคาถา "พระพุทธเจ้าชนะมาร" ของหลวงปู่มั่น

แดดเช้าทำกรรมฐาน มักจะเกิดเหตุขัดข้องซะเรื่อย
บางท่านบอกว่า เป็นเรื่องของเวรกรรม ที่เคยเกิดเป็นมารมาก่อน
แดดเช้าจึงขอคาถาป้องกันมารจากหลวงปู่ ท่านให้ท่องไว้เป็นประจำ

แต่แดดเช้ามักจะขี้เกียจขี้คร้าน ไม่ค่อยใส่ใจท่องนักหรอก

ปล่อยให้มารมากวนอยู่นั่นแหละ ไม่รู้จักป้องกัน ไม่รู้จักแก้ไข สมาธิจึงไม่เจริญ
แดดเช้ามักถูกดุเสมอ
หลวงปู่ท่านบอกว่า แดดเช้าเหมือนไม้หลักปักขี้เลน ทำอะไรไม่จริงจัง
พี่คนหนึ่งบอกว่า สมาธิของแดดเช้าฉาบฉวย ไม่คงที่
หลายๆ คนบอกว่า แดดเช้าสติส่าย สติไม่มั่นคง
แต่คนอื่นๆ มองว่า แดดเช้าอารมณ์ศิลปิน

เอาเป็นว่า .... แดดเช้าต้องปรับปรุงตัว แก้ไขนิสัยไม่เอาไหนของแดดเช้าซะแล้ว
แต่ก็ทำได้เท่าที่ทำได้นะคะ ....

มารมากวนซะเรื่อย ทำสมาธิดีๆ อยู่ๆ ก็คิดฟุ้งไปเรื่องโน้นเรื่องนี้ คิดในทางไม่ดี ต้องรู้ตัวเสมอๆ
พอรู้ตัว ก็จะเห็นเลยว่า แม้เราจะไม่ได้ตั้งใจคิด ถ้าเราหลงเพลินไปกับความคิด เราก็จะเกิดบาปง่ายๆ
รีบขอขมาคุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ซะเลย

มารคืออะไรปัญจมาร มีอะไรบ้าง
มาร มี 5 อย่างนะคะ ได้แก่
กิเลสมาร
อภิสังขารมาร (มารที่เป็น บุญ-บาป ปรุงแต่ง)
ขันธมาร (มารที่เป็นเบญจขันธ์ อาจจะเป็นเรื่องของความเสื่อมทางกาย เป็นต้น)
มัจจุมาร (ความตาย ตัดรอน ขัดขวาง)
และ เทวบุตรมาร

เทวบุตรมาร - เทวดาจำพวกที่ชอบริษยา
แดดเช้าพบเจอพวกเทวดาประเภทเทวบุตรมารบ่อยครั้ง
ได้ยินมาว่า พวกเขาเคยเป็นญาติสนิทมิตรสหายของแดดเช้ามาก่อน
และมีนิสัยชอบสนุก ชอบขัดขวางไม่ให้เราทำความดี บางทีก็มาแกล้งเล่นๆ บางทีก็ทนไม่ได้ ต้องป้องกันไม่ให้เราก้าวไปข้างหน้าได้

พบเจอพวกนี้ .... นอกจากสวดมนต์แล้ว ต้องจับเขาออกมา
แล้วทำให้เขาพ้นจากความเป็นมาร
มีอุบายหลายวิธีด้วยกัน

เช่น การแผ่กระแสจิตเมตตาให้เขาสบายตัว ทำจิตให้สงบ และให้เขาทำสมาธิ แล้วเขาก็จะสิ้นกิเลส หมดจากความเป็นมาร เป็นเทวดา เป็นพรหมไป
การจับเอาออกมา แล้วโยนไปไกลๆ อันนี้เขาก็จะกลับมาได้อีก
การพูดคุยกับเขา แล้วให้เขาคลายความรู้สึกริษยา อยากขัดขวางซะ - เสียเวลาหน่อยนึง
การอธิษฐานขอให้เบื้องบนช่วย เช่น ขอเพชรจากพระแม่กวนอิม ขอให้พระวิษณุจับตัวไปอบรมบ่มนิสัย

ใช้ไม้ตาย - บูชาพระพุทธรูปปางมารวิชัย
แดดเช้าเอ่ยปากถามท่านหนึ่งที่ปฏิบัติธรรมว่า มีพระพุทธรูปปางวิชัยหน้าตัก 3 นิ้วบ้างไหม?
ท่านบอกว่า มี

และไม่กี่วันมานี้ ตรงกับวันมาฆบูชา ท่านนำพระพุทธรูปปางมารวิชัยสีดำ คมขำ มาให้แดดเช้า 1 องค์
มองเผินๆ เห็นเป็นองค์ดำ แต่ยิ่งพิศยิ่งงาม
พระพักตร์รูปไข่ เรียวปากงาม ช่างทำพระพุทธรูปช่างมีฝีมือ

แดดเช้าได้พระพุทธรูปมา ทุกครั้งแดดเช้านั่งมองท่าน ขนลุกซ่านไปทั้งกาย น้ำตาจะไหลออกมา
เกิดสมาธิมากมาย

รับสัมผัสได้ว่า ท่านเป็นพรหมที่มีอานุภาพมาก มีฌานที่เข้มกล้า และมีปัญญาที่แหลมคม
ท่านยิ้มเสมอ ยิ้มอย่างเมตตาและเปี่ยมไปด้วยปัญญา

ทุกคืน หลังจากที่ท่านพรหมในพระพุทธรูปนี้มาอยู่ในห้อง
ท่านจะแผ่อานุภาพมาป้องกันแดดเช้า
เป็นกรอบแก้วสีใสสะอาด และแดดเช้าก็นอนอย่างมีความสุข อบอุ่น ปลอดภัย

วันแรกที่อัญเชิญท่านมาตั้งไว้ แดดเช้าบอกกับท่านว่า ขอให้ท่านอยู่ที่นี่ก่อนนะเจ้าคะ แล้วหนูจะจัดหาสถานที่ที่เหมาะสมให้ท่านต่อไป
ท่านยิ้ม แล้วบอกว่า ปฏิบัติธรรมไปเถอะ ไม่ต้องห่วงหรอก ท่านอยู่ตรงนี้ได้
เมตตาของท่านมากมายมหาศาล

ท่านเป็นพรหมที่เหมือนผู้ใหญ่ที่คุ้นเคย
ทุกวันนี้ แดดเช้าบูชาท่านเสมอๆ
ท่านมักจะยิ้มๆ ทุกครั้งที่แดดเช้ากราบท่าน ท่านบอกว่า ไม่ต้องจุดธูป เทียนหรอก
สวดมนต์ต่อหน้าท่านอย่างนี้นี่แหละ .....

พระพุทธรูปแทบทุกองค์ จะมีพรหมดูแลรักษาอยู่นะคะ
แต่พรหมที่อยู่ในพระพุทธรูปปางมารวิชัยของแดดเช้านี้ ท่านเป็นพรหมอริยะ
ท่านมีฌานที่คมกล้า และปัญญาแหลมคม เมตตามหาศาล
แดดเช้าโชคดีจัง ....

การที่เราบูชาพรหมอริยะ เท่ากับเราบูชาพระสงฆ์
และการที่เราบูชาพระพุทธรูป ก็เท่ากับเราบูชาพระรัตนตรัยอย่างครบถ้วนเลยทีเดียว
เพราะบูชาพระพุทธเจ้า นำพระพุทธเจ้าเป็นบุพนิมิต
และบูชาพระธรรม ที่เราจะปฏิบัติธรรมเพื่อให้ถึงการสิ้นทุกข์
บูชาพระสงฆ์ ที่เป็นพรหมอริยะดูแลพระพุทธรูปนั้นๆ

พระพุทธรูปบางองค์ จะเป็นพรหมชั้นอื่นๆ
ซึ่งถ้ามีโอกาส เราก็ควรหาเวลานำธรรมะหรือแนะนำกรรมฐานให้ท่านปฏิบัติเพื่อให้ท่านสิ้นทุกข์ แล้วดูแลพระพุทธรูปของเรา ให้ทรงอานุภาพอย่างมากมายยิ่งขึ้น

แดดเช้าเขียนเล่าเรื่อง มาร ในคอลัมน์ นิยายจากเวรกรรม เพื่อที่จะแนะนำให้รู้จักพระพุทธรูปของแดดเช้า
แนะนำให้รู้จักท่านพรหมที่ทรงอานุภาพและเปี่ยมไปด้วยเมตตาและปัญญาอันแหลมคม

การบูชาพระพุทธรูป ทำให้เรามีสมาธิเพิ่มขึ้นด้วยนะเจ้าคะ
เหมือนๆ กับแดดเช้าที่ไม่ว่าจะเป็นเมื่อก่อน หรือ ปัจจุบัน แดดเช้ามักจะชอบไปนั่งอยู่ต่อหน้าพระพุทธรูปเสมอๆ

เมื่อประมาณสิบปีที่แล้ว ไม่สบายใจก็ไปนั่งร้องไห้ต่อหน้าพระประธานในพระอุโบสถวัดระฆัง
เมื่อสิบปีที่แล้ว ..... แดดเช้าเป็นเด็กอ่อนไหว จิตใจไม่มั่นคง ความเข้มแข็งไม่มี
แดดเช้ามักจะขี้แย ชอบไปนั่งในพระอุโบสถในวัดระฆัง
นั่งสมาธิ และก็มองหน้าพระพุทธรูปองค์ใหญ่ๆ สีทองๆ
บางทีก็เหมือนเล่าเรื่องราวให้ท่านฟัง

ว่างๆ ก็เข้าไปนั่งที่นั่นทุกที
สงบใจที่สุดเลย นั่งจนสบายใจแล้วก็กลับห้อง (ตอนนั้นมีหออยู่แถวๆ โรงพยาบาลศิริราช)

เพียงแค่แดดเช้านึกถึงพระพุทธรูป แดดเช้าก็มีความสบายใจแล้วค่ะ
เหมือนๆ จะมีการรับส่งพลังสมาธิถึงจิตของแดดเช้าได้ด้วยนะ

และเมื่อแดดเช้าได้พระพุทธรูปปางมารวิชัยมา แดดเช้ายิ่งปีติเข้าไปใหญ่
เพราะแดดเช้ารู้สึกว่า ตัวเองเหมาะกับพระพุทธรูปปางนี้ที่สุด
แดดเช้าเรียกพระพุทธรูปปางนี้ว่า "ปางสะดุ้งมาร"

เวลาแดดเช้าทำสมาธิ แดดเช้าก็มักจะนึกนำพระพุทธรูปปางสะดุ้งมารมาครอบกาย ครอบจิตไว้
รู้สึกเบาสบาย และปลอดภัยที่สุดเลย

เป็นพระพุทธรูปที่เหมาะสมกับแดดเช้ามากๆ

มารเอ๋ย เจ้าเกิดขึ้นมาเพราะเราดำริ บัดนี้เราจะไม่ดำริถึงเจ้า เจ้าก็จะไม่มีในเรา
แดดเช้าจะไม่ใส่ใจพวกมารอีกแล้ว
แดดเช้าจะทำสมาธิไป ถ้าพวกนี้มายุ่งกับแดดเช้า แดดเช้าจะเอากระแสจิตไปกระทบพวกเขาให้ไปห่างๆ แดดเช้าซะเลย

แล้วแดดเช้าจะทำความเพียรต่อไป ......

ขอให้ทุกท่านพ้นจากบ่วงมาร และมีความสุขในการปฏิบัติธรรม อย่าได้พบสิ่งอื่นใดเป็นเครื่องขัดขวางอีกเลย
ขอให้ทุกท่านประสบความสุข ความเจริญ ความสำเร็จทุกๆ ประการ
ขอความปรารถนาของข้าพเจ้าจงสัมฤทธิผลทุกประการ ด้วยอานุภาพคุณพระพุทธ พระธรรม พระอริยสงฆ์ ด้วยเทอญ สาธุๆๆ




 

Create Date : 25 กุมภาพันธ์ 2548    
Last Update : 25 กุมภาพันธ์ 2548 21:45:28 น.
Counter : 4398 Pageviews.  

1  2  3  

แดดเช้า
Location :
พัทลุง Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




[จะเป็นสะพานพาคนให้พ้นทุกข์]
...........................................................
หวังเกื้อกูลพระศาสนา
จึงตั้งค่าการหยั่งรู้ สู่มรรคผล
เพื่อรู้แจ้ง แห่งสัจธรรม นำใจคน
พาหลุดพ้น เป็นคันฉ่อง ครรลองธรรม : )

เกิดตายมาหลายหนจนนับไม่ถ้วน
ชาติหน้า หน่ายแล้ว ไม่อยากเกิดอีกแล้ว )

..............................................................
นาม ฉันนั้นแดดเช้า ........... ทอทอง
รูป แจ่มสดใสมอง ................ สุขล้ำ
จุดหมาย ดั่งครรลอง ............. หวังวาด
คติ แน่นในเนื้อน้ำ .......... ดิ่งซึ้งรสธรรม

หวัง นำชนสู่เป้า ................... แดนฝัน
กิจ ที่อธิษฐานพลัน ............... หยั่งรู้
ใน ชีวิตคิดสรรค์ .................... สร้างโลก
ธรรม สถิตมั่นสู้ ........... ปราบสิ้นกิเลสมาร

สานชีวิตแดดเช้า .................... หยาดอรุณ
มองโลกเพื่อเจือจุน ................. แหล่งหล้า
อาบอุ่นประกายคุณ .............. ไตรรัตน์
เพียงนบสนองแกล้วกล้า ..... แจ่มแจ้งปัญญา

ค่าแห่งอุดมคติเน้น .............. ตรงธรรม
ประกาศศาสน์น้อมนำ ........ อริยะแจ้ง
ฉุดผองเหล่าชนถลำ ............ จมทุกข์
ชี้ฝั่งให้เห็นแห้ง ......... แห่งห้วงทะเลกรรม

จึงบำเพ็ญตบะกล้า ......... ทางใจ
เพื่อมรรคผลอำไพ ........... จิตแจ้ง
เห็นอริยสัจจ์สว่างใส...... ทุกข์ปลด
แล้วจึ่งล้างขัดแย้ง .......... เบิกฟ้าสันติธรรม

หวังนำคุณพระแพร้ว......... ชี้ทาง
สถิตจิตในสิ่งวาง ............. มั่นเข้า
แผ่คุณเมตตาถาง .............. อุปสรรค
สู่ทุกจิตค่ำเช้า ........... พบแผ้วผ่องใส.

Friends' blogs
[Add แดดเช้า's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.