Once upon a time ...
Group Blog
 
All blogs
 
อียิปต์ วันที่สอง

Sat 12 Apr 08 Day 2

กว่าจะถึง Aswan ก็เที่ยงกว่า แล้วพวกเรากินอะไรกันเหรอ มีขนมปังจากร้านมินิมาร์ท สุวรรณภูมิที่หญิงเล็กซื้อก่อนขึ้นเครื่องบิน เป็นไส้ทูน่าและไส้กรอกพอประทังความหิวไปได้ แล้วยังมีเส้นปลาเหมือนปลาทาโรที่เราพกมาครึ่งกิโล ถ้ารู้ว่าที่ ตม.เขาไม่ตรวจอะไรมาก เราพกหมูทุบมาด้วยก็ดีหรอก น้ำก็มีน้ำเปล่าที่ซื้อไว้ตั้งแต่เมื่อวันก่อน พวกเราไม่ได้ใช้บริการอาหารเช้าบนรถไฟเลย ไม่เหมือนชาวอเมริกันกลุ่มนั้น

พอถึงสถานี Aswan ชักกลุ้มใจว่าคงต้องเรียกแท๊กซี่ให้ไปส่งที่โรงแรม Memnon เพราะหญิงกลางบอกเขาว่าเราจะขึ้นรถไฟรอบ 9 pm แต่ดันเปลี่ยนแผนเพราะตั๋วหมด แต่ก็โชคดีเหลือเกินที่ Mohammhad Makub จาก Memnon Hotel มายืนถือป้ายรอพวกเราตรงทางออก เขาบอกว่าไม่เห็นเราส่งเมลล์บอกเลย แต่เดาว่าน่าจะมารอบนี้ ขอบคุณนะคะ

เราขึ้นรถแท๊กซี่ที่เขาเตรียมไว้ไปที่ Memnon Hotel เดินขึ้นไป 3 ชั้นถึงจะถึง Lobby ของโรงแรม ตอนนั้น พวกเราทุกคนเริ่มรู้แล้วว่าปิรามิดที่ดาชูร์ทำพิษเพราะแต่ละคนก้าวขาขึ้นลงบันไดลำบากเหลือเกิน คิดถึง counter pain จับใจ ถ้าได้ทาก่อนลงไปไต่ปิรามิดอาจจะบรรเทาอาการกล้ามเนื้อขัดยอกได้ดีกว่านี้ ตอนกลับมาเล่าให้เพื่อนที่นี่ฟัง เขาบอกว่า ริอ่านจะเป็น backpacker แล้วไม่พกยาทาแก้เคล็ดขัดยอกนี่นะ (ประมาณว่าเห็นใจปนสมน้ำหน้านิ๊ด นิด)

หญิงเล็กกับหญิงกลางไปดูสภาพห้องนอน ตกลงพักห้อง double มีห้องน้ำในตัว มีแอร์ รวม 2 คืน 2 ห้องเป็นราคา 344 L.E. ตกคนละ 43 L.E. ต่อคืน ต้องขึ้นไปอีก 2 ชั้นถึงจะถึงห้องที่เราพัก ถ้าต้นขาไม่เดี้ยงซะก่อนคงจะไม่มีปัญหาอะไรหรอก

เราถามตา Mohammhad Makub เกี่ยวกับทัวร์ที่ต่างๆ ลืมไปว่าคุณหนุ่มน้อยให้ไปถามราคาจากโรงแรมอื่นด้วย อาจเป็นเพราะความประทับใจที่พวกเราเห็นเขาไปรอรับพวกเราที่สถานีรถไฟและความสุภาพของเขาด้วยล่ะมั้ง เลยจองทัวร์ไปซะเลย ทัวร์ที่ต้องจ่ายในวันนั้นก็มี
เรือ Felucca คนละ 20 L.E.
แล้วก็ทัวร์ที่จะไป Abusimbel, วิหาร Philae, High Dam วันรุ่งขึ้นโดยเสียคนละ 65 L.E.
ค่ารถที่จะพาพวกเรานั่งรถจาก Aswan ไป Luxor ในวันที่ 14 Apr โดยระหว่างทางให้เขาแวะที่ Kom Ombo และ Edfu Temple เสียคนละ 85 L.E. (เจอพี่คนไทยอีกกลุ่มหนึ่ง เขาได้ในราคา 65 L.E. ล่ะ ถูกจัง)


จัดการจ่ายค่าทัวร์เรียบร้อยแล้วก็เดินออกจากโรงแรมไปซื้ออะไรกินมื้อกลางวันกัน เป็นเบอร์เกอร์ง่าย ๆ ชิ้นละ 2-3 L.E. ไม่รู้เป็นราคาที่บอกผ่านแล้วหรือยังถ้าผ่านก็คงยังผ่านไม่มาก เพราะอีกวันเจอเจ้าของร้าน เขาผ่านไปถึง 4 L.E. เฮ้อ จะหาราคามาตรฐานของนักท่องเที่ยวได้ที่ไหนนะ หรือเขาปรับตามราคาเงินเฟ้อก็ไม่รู้สิ



มองจากห้องนอนออกไป เห็นเรือกับทะเลทรายอยู่ตรงหน้า

เดินไปลงเรือ Felucca ที่หน้าโรงแรมแล้วก็...สบาย เป็นช่วงเวลาหนึ่งในการเดินทางที่พวกเราสบายอกสบายใจกันจริงๆ เด็กเรือมีสองคนและไม่พูดมาก ลมแม่น้ำพัดมาเรื่อยๆ มองไปฟากหนึ่งเห็นเป็นตึกรามบ้านช่อง อีกฟากหนึ่งเป็นทะเลทรายเนียนสวย น้ำในแม่น้ำก็เย็นและใส ใสจนเห็นสาหร่ายที่อยู่ใต้แม่น้ำ เรือที่เราล่องไปไม่ได้ใช้เครื่องยนต์ ก็มีบางช่วงที่ลมหยุด เรือก็หยุด ไม่เป็นไร พวกเราก็นั่งดูโน่นดูนี่ไปได้เรื่อยๆ

เขาไปหยุดพักที่ Botanical Garden เป็นเกาะที่ทำเป็นสวน มีคนท้องถิ่นมานั่งเล่นกันหลายจุด นัดเวลากับเด็กเรือ เสียค่าเข้าคนละ 10 L.E. แล้วก็เดินดูรอบๆเกาะ มองไปอีกฝั่ง เห็นภูเขาทะเลทรายเนียน เป็นทะเลทรายจริงๆนะนี่ หญิงเล็กพูดซ้ำแล้วซ้ำอีกว่าสวยจัง เดากันว่าที่มีคนเล่าว่านั่งเรือไปขี่อูฐเพื่อไปสำนักสงฆ์ เห็นจะเป็นทะเลทรายผืนที่ตั้งอยู่หน้าเรานั่นเอง

ออกจาก Botanical Garden แล้วก็ไปต่อกันที่ Elephant Island เสียค่าเข้าชม พวกเราไม่รู้ว่าที่นี่มีจุดข้างนอกน่าสนใจให้เดินชม เพราะมัวแต่เสียเวลาไปเดิน museum 2 ที่ แต่ museum ที่หนึ่งมีของน่าสนใจ หญิงเล็กบอกว่าเป็นเหมือนใบทะเบียนสมรส เขาจดไว้ในแผ่นหินว่าก่อนแต่งมีสมบัติอะไรบ้าง และจะทำอะไรให้กันบ้าง คล้ายๆสัญญาก่อนแต่งมั้ง



มุมหนึ่งบนเกาะ ระหว่างที่เดินหา Nilometer

พอออกมาจาก museum พวกเราก็พบว่าในสวนกว้างนั้นมีจุดต่างๆให้ดูถึง 28 จุด หญิงเล็กบอกว่าอยากดู Nilometer ก็เลยเดินหากัน ไม่มีใครเดินกันแล้วตอนนั้น เดินไปถ่ายรูปที่มุมๆหนึ่ง สวยล่ะแต่ลืมไปแล้วว่าคืออะไร มีคนมาเดินตามเรา เข้าใจว่าเป็นไกด์ ด้วยความมองโลกในแง่ร้ายของพวกเรา เขาจะพาเราเดินไปไหน เราก็ไม่ไปทั้งนั้น ต่อให้เขาเป็นเจ้าหน้าที่อุทยานก็เถอะ ทำไมถึงกลายเป็นคนแบบนี้ไปได้นะพวกเรา อุทยานปิด 5 pm ล่ะ พวกเราเลยกลายเป็นกลุ่มสุดท้ายที่เดินดูซากสถานที่อยู่บนเกาะ ถูกเด็กเรือว่ากระทบเล็กน้อยเพราะกลับไปช้ากว่าที่นัดกันไว้เกือบชั่วโมง จริงๆแล้วควรใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงล่ะแทนที่จะเป็นครึ่งชั่วโมง แล้วใช้เวลากับ museum แค่ 15-20 นาทีพอ ทีเหลือไปดูด้านนอก
จอดเรือเสร็จก็ทิปเด็กเรือไปคนละ 10 L.E. เขาไม่พูดมาก ไม่ต่อรองอะไรทั้งนั้น

แล้วเราก็เดินกันต่อไปที่ตลาด ดูข้าวของต่างๆ มีเหมือนถนนคนเดินที่มีร้านค้าอยู่สองข้างทาง ต่อราคาได้อย่างไม่น่าเชื่อ หญิงกลางต่อสร้อยเงินเส้นหนึ่ง จาก 65 L.E. เหลือ 16 L.E. เลยไม่แน่ใจว่ามันเงินจริงหรือเงินปลอมนะนั่น

เดินไปซื้อส้ม พ่อค้าบอกว่ากิโลละ 5 L.E. เรายืนมองแม่บ้านที่กำลังซื้ออยู่แล้วก็ถามเขาว่าราคาเท่าไหร่ คุณแม่บ้านบอกว่าโลละ 2.5 L.E. ก็เลยบอกพ่อค้าว่าขอราคาเดียวกัน เขาให้ล่ะเลยได้ส้มมา 2 กิโล ส้มที่นี่อร่อยมากๆ ค่ะ รสจัด หวานอมเปรี้ยว ถ้าได้กินตอนเหนื่อยๆนะจะชื่นใจมากเลย วันแรกที่เจอราคานักท่องเที่ยวแบบนี้ เราหัวเสียจังเลย

วันถัดไป กลับไปซื้อที่ร้านเดิมอีก เจอพ่อค้าอีกคน เขาบอกว่า Different Day Different price เราก็ไม่ว่าไงหรอก เราบอกว่า That’s fine ตูไปหาซื้อร้านอื่นก็ได้ฟะ แต่เขาก็เรียกเราให้กลับมาซื้อ เราดึงถุงมาเลือกเองล่ะ ไม่ไว้ใจสักอย่างคนที่นี่ เราบอกเขาว่าคุณทำให้ฉันไม่ประทับใจเลยกับการซื้อของที่นี่ ฉันพูดจริงๆนะ เดินออกจากร้านมาก็อารมณ์ดี หญิงกลางบอกว่าน่าโมโหจริงๆ แต่เราบอกหญิงกลางว่าเราขำ ขำคนประเทศนี้ ช่างมีข้ออ้างตลอด อาจเพราะความไม่มีหรือเปล่าที่ทำให้เขาทำอย่างนี้ หรือความอยาก...อยากรวย ทำให้คนโกหกได้ว่าเขาขายให้คนท้องถิ่นก็ราคานี้ เขาโกหกทั้งๆที่มัสยิดก็ตั้งอยู่หน้าร้านเขา เขาโกหกทั้งที่เสียงละหมาดดังลั่นวันละหลายเวลา หรือการโกหกต่อคนต่างศาสนานั้นไม่ผิด หรือมันเป็นประเพณีปฏิบัติ ใครๆเขาก็ทำกัน เหมือนการคอรัปชั่นบ้านเราไง บางคนอาจจะไม่อยากคอรัปชั่น แต่มองไปมองมา ใครๆเขาก็ทำกัน ขืนไม่ทำคงถูกมองว่าโง่หรือบ้าหรือไม่เข้าพวก ก็เลยต้องทำบ้าง ถ้าเมืองไทยยังเป็นอย่างนี้ได้แล้วนับประสาอะไรกับการขายของเกินราคาหน้าซื่อๆแบบนี้ล่ะ

เจอเด็กสาวๆกินโรตีในร้าน เราเดินเข้าไปถามว่าแผ่นเท่าไหร่ เจ้าของร้านรีบบอกดักคอว่าแผ่นละ 2 L.E. แพงจังราคาที่เราได้จาก blog มัน 0.50 L.E. เองนี่นา แต่ตอนนั้นหิวกันจัง เดินหาไม่มีอะไรให้กินเลย ก็เลยกินไอ้นี่แก้ขัดไปก่อนละกัน สั่งมากินกันแค่ 2 แผ่น โชคดีที่เขาเพิ่งเอาออกจากเตา กำลังร้อนๆ ตัดเป็นแผ่นชิ้นเล็กๆ ราดนม แล้วก็ใส่ถาด เวลากินก็หยิบมาจิ้มกับน้ำตาลไอซิ่งที่เป็นผงๆ อร่อยดีเหมือนกันแต่จะดีกว่านี้ถ้าเหลือแค่แผ่นละ 1 L.E.

เจอ supermarket ระหว่างทางเดินนั่น เดินเข้าไปดู เลยพบว่ามีน้ำขวดใหญ่ขายในราคา 1.25 L.E. โอย...ถูกๆๆๆๆ ปกติซื้อในราคา 2.5 L.E. เลยขนซื้อกันมาซะ 4 ขวด คนละขวด เจอน้ำอ้อยที่คั้นกันสดๆ จะกินก็เสียบอ้อยท่อนยาวๆเข้าไปในเครื่อง ก็จะได้น้ำอ้อยกินกันสดๆโดยไม่ต้องผสมอะไร แก้วละ 1 L.E. ส่วนน้ำส้มราคา 3 L.E. ราคานักท่องเที่ยวอีกแล้ว เพราะที่ไคโรขายน้ำอ้อย แก้วละ 0.5 L.E. ส่วนน้ำส้มราคา 2 L.E. พอเราบอกอีกร้านหนึ่งที่จะขายน้ำผลไม้ราคา 5 L.E. ให้พวกเราว่าไม่ควรจะถึง 2 L.E. เขาบอกว่าต้องเสียค่าเดินทางจากไคโรมาถึงที่นี่ เฮ้อ ตกคูแล้วค่ะคุณขา สุดท้ายเขาก็ให้แต่เราไม่เอาแล้ว ดูท่าทางไม่รู้ว่าสะอาดหรือเปล่า

จะซื้อนมในร้านที่มีตู้เย็นแช่นมและน้ำผลไม้กล่อง ถามเด็กในร้านให้ชี้ซิว่าของที่เราจิ้มเขาเขียนไว้ตรงไหน เพราะเราอ่านออกแต่เลขราคา ส่วนตัวหนังสืออ่านไม่ออก เด็กกำลังจะชี้ไปทางราคา 2 L.E มั้ง พ่อเด็กเดินเข้ามาผลักเด็กออกไปพร้อมกับบอกว่า 5 L.E. พวกเราเลยเดินออก จะอดตายก็ให้มันรู้ไปสิ

ตกลงคืนนั้น พวกเราไม่ได้กินอะไรมื้อเย็นล่ะ เดินชมของจนอิ่มแล้วก็กลับที่พัก ที่จริง ถ้าจะกินก็มีมาม่าอยู่นะ ให้เขาต้มน้ำร้อนให้เราก็ได้ เจ้าหน้าที่โรงแรมน่ารักมากๆ เขาบอกว่าอยากกินอะไรบอกเขาได้ เขาออกไปซื้อให้ เพราะเขารู้ว่าพวกเราซื้อเองก็จะโดนราคาขูดรีดแบบนี้ไปซะทุกที่


Create Date : 09 พฤษภาคม 2551
Last Update : 9 พฤษภาคม 2551 22:48:49 น. 1 comments
Counter : 257 Pageviews.

 
ฮ่าฮ๋าฮ่า

5 LE ราคา basic เลยนะคะเนี่ย

แต่โรงแรมก็น่ารัก แสดงว่าโดนกันจนชิน
ก็เหมือนฝาหรั่งมาบ้านเรา

อะไรอะไรก้เป็น special price ทั้งน้านนนน


โดย: บะหมี่น้ำแสนอร่อย วันที่: 17 พฤษภาคม 2551 เวลา:3:06:00 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

saifan
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




Friends' blogs
[Add saifan's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friends


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.