Once upon a time ...
Group Blog
 
All blogs
 
อียิปต์ วันแรก / 2

คนขับชื่อ Amhet เราเดินทางออกไปตอน 10.30 am ขึ้นรถเขาแล้วมุ่งตรงไปที่เมือง Memphis เขาอธิบายตามข้างทางบ้าง พอไปถึงที่นั่น พวกเราไม่ได้เข้าไปดู Museum ข้างในล่ะ เขาบอกว่าเดี๋ยวเราไปที่ Aswan กับ Luxor ก็จะเจอรูปปั้น Ramses II อีกเยอะแยะ เราก็เลย...ว่าไงก็ตามกัน แต่มานึกอีกที เสียดายเหมือนกัน ถ้าเข้าไปดูจะเสียเวลาสักเท่าไหร่นะ เพราะวันนั้น เราใช้บริการเขาถึงเย็นเชียวล่ะ

ตกลงก็เลยผ่านเมืองเมมฟิสไป ไปต่อกันที่ปิรามิดแดง เขาบอกว่าตอนหกโมงเย็น พระอาทิตย์ส่องกระทบทำให้ดูเป็นสีแดง แต่เราอยู่ไม่ถึงน่ะ เราไปกันตอนประมาณเกือบเที่ยง ถ่าย Bent Pyramid ด้านหลังแล้วก็มามุดปิรามิดแดงกัน Dashur เสียค่ามุดคนละ 15 L.E. ลงบันไดเข้าไปข้างในก็จะเห็นห้องเป็นรูปสามเหลี่ยม หินข้างในตัดเรียบอย่างไม่น่าเชื่อ เข้าไปอีกห้อง ส่วนของเพดานก็เห็นเป็นเหมือนกัน พอเดินออกมาจากปิรามิด ทุกคนก็ขาสั่น แล้วก็เริ่มมีอาการกล้ามเนื้อขาไม่เป็นใจกันอย่างถ้วนหน้า (แอบคิดว่า นี่ขนาดฉันฟิตร่างกายมาเป็นเดือน ยังออกอาการตั้งแต่วันแรกเชียวหรือนี่ แล้วอีก 8 วันที่เหลือจะทำยังไง)

ออกจากปิรามิดแดง เราไปต่อกันที่ Step Pyramid ที่ Saqqara เสียค่าเข้าชมกันคนละ 25 L.E. มีค่ารถที่พาเราเข้าไปชมด้วยโดยเราต้องออกค่าใช้จ่ายส่วนนี้ให้กับรถคุณอาเหม็ด จำไม่ได้แล้วว่าเท่าไหร่ 20 L.E. มั้ง เราเดินเข้าไปดู museum ของท่านอิมมูโฮเทปก่อน ด้วยความที่ข้างในติดแอร์ อากาศเย็น เลยอยู่กันนานเป็นชั่วโมง ลืมนัดเวลากับอาเหม็ดด้วย จนเขาต้องเดินเข้ามาตาม เพราะต้องไปต่อกันที่ step pyramid อีกโดยขับรถวนขึ้นไป ซึ่งที่นี่เขาให้เวลาพวกเราแค่ครึ่งชั่วโมงเอง รู้งี้ใช้เวลาที่พิพิทธภัณฑ์แค่ครึ่งชั่วโมงแล้วมาต่อที่นี่หนึ่งชั่วโมงก็ดีหรอก ใครจะไปรู้ล่ะ

สรุปว่าพวกเราก็รีบๆเดิน สำรวจที่ทางซึ่งมีบริเวณกว้างพอสมควร เพราะมีหลุมศพและมีห้องเล็ก ๆที่มีรูปสลักเรื่องราวทั้งหลายด้วย ซึ่งห้องพวกนี้ จะมีคนแถวนั้นเดินมาถามแล้วจะพาเราไปดู ถ้าไปดูแล้วเขาเริ่มอธิบายเมื่อไหร่ แปลว่ารายการเก็บเงินกำลังเริ่มขึ้นแล้ว แค่ครึ่งวันแรกในอียิปต์ พวกเราก็เริ่มรู้แล้วว่าเขาจะมาไม้ไหนกัน

แล้วก็กลับไปที่รถ ขับต่อไปที่กีซ่า แต่ระหว่างนั้นพวกเราหิวข้าว บอกตาคนขับ เขาก็พาเราไปที่ร้านอาหารหรู มีดนตรี มีการทำขนมปังให้ดู พอนั่งโต๊ะ ถามราคา พวกเราก็ลุก ก็ตกหัวละ 40 L.E. ราคานี้รับไม่ไหวค่ะ เขาดูจะหัวเสียหน่อยๆนะ เราเลยบอกว่าขอแบบถูกๆราคาไม่เกินคนละ 10 L.E. เพราะพวกเราไม่มีเงิน แต่เราว่าดูเขาไม่ค่อยเชื่อ เหมือนกับมาถึงที่นี่แล้ว ยังไงก็ต้องจ่ายได้ไม่ว่าราคาไหน ประมาณนั้นมั้ง ก็แล้วแต่จะคิด



ไม่ได้กิน แค่ถ่ายรูปคนทำขนมปังมาก็ยังดี

เขาพาพวกเราแวะกินอาหารท้องถิ่น หญิงกลางบอกว่าอยากกินคูชารีย์ เป็นมักกะโรนีผสมแป้งเส้นๆ คล้ายเส้นหมี่ ผสมข้าวและถั่วเขียว โรยหน้าด้วยซ๊อสมะเขือเทศและหอมเจียว ไม่มีใครกินหมดยกเว้นหญิงเล็ก เก่งจริงๆนะนี่เพื่อนเรา ราคาอาหารมื้อนั้นรวมแล้ว 20 L.E.

กินเสร็จแล้วก็ไปต่อกันที่กีซ่า เขาพาพวกเราไปที่ด้านหลัง มีบ้านคน ดูยังไงก็ไม่เห็นจะเป็นกีซ่า แต่เป็นบ้านในเมืองมากกว่า ตาเจ้าของบ้านบอกว่าได้รับอนุญาตจากรัฐบาลให้จัดหาอูฐและม้าพานักท่องเที่ยวไปจุดนั้น จุดนี้ รวมไปทั่วทั้งหมดในเวลาเกือบ 3 ชั่วโมง เขาคิดเรา 200 L.E. ถ้าไปดูแค่ปิรามิดกับสฟิงค์ แต่ไม่เดินวนรอบก็จะคิด 150 L.E. แพงโหด เราพูดภาษาไทยกันว่าไอ้คนขับรถกับไอ้เจ้าของอูฐต้องมี something wrong กันแน่ๆ เทียบจากราคาใน webblog ที่พวกเราดูกันมาก็แค่ 80 L.E. เราต่อเขาแต่เขาให้ 120 L.E. โวยวายว่าค่าธรรมเนียมอะไรขึ้นราคาทุกอย่าง สุดท้ายพวกเราได้ในราคา 120 L.E. ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงในการขี่อูฐคนละตัวไป-กลับ

มีเด็กจูงอูฐ 1 คนและมีเด็กวัยรุ่นขี่ม้ากำกับไปด้วยอีก 1 คน อูฐ 4 ตัวเดินตามกันไปติดๆ เพราะมีเชือกคล้องระหว่างตัว พอเดินไปได้สักระยะหนึ่งก็จะเป็นประตูเข้า เด็กคุยอะไรกับตำรวจไม่รู้ เข้าใจว่าคงพูดถึงค่าผ่านทางหรือมาจากเจ้าของอูฐเจ้าไหน อะไรประมาณนั้น เดินผ่านประตูทางเข้าไปได้ไม่ถึง 20 เมตรก็มีคนเปิดน้ำอัดลมมายื่นให้ พวกเราก็ยื่นมือรับด้วยความขอบคุณ เข้าใจว่ามาพร้อมแพคเกจการขี่อูฐ แล้วคนที่ยื่นขวดน้ำอัดลมนั่นก็เอาผ้าโพกหัว (คาฟรา) มาคล้องหัวพวกเราให้ หลังจากนั้น เราก็ได้ยินเด็กจูงอูฐโต้เถียงอะไรกับชายคนนั้น เถียงกันเสียงดังชั่วขณะหนึ่ง เขาก็บอกว่าขอค่าน้ำกับค่าผ้าโพกหัว เจ็บใจชะมัด เสียดายที่ไม่มีเศษแบ๊งค์ แบ๊งค์เล็กสุดที่มีตอนนั้นคือแบ๊งค์ยี่สิบ ซึ่งเราคิดว่าถ้ามี 10 L.E. ก็คงให้เขาแค่นั้น เหตุการณ์นี้ยิ่งทำให้พวกเราระวังกันสุดๆ และไม่เคยรับของฟรีจากใคร จะว่ามองโลกในแง่ร้ายไปเลยก็ว่าได้

ขี่อูฐจนน้ำตาไหล ก็ลมทะเลทรายมันพัดเอาทรายเข้าตาด้วยนี่ แว่นกันแดดแต่ไม่ใช่แว่นกันฝุ่นทรายสักหน่อย นึกถึงว่าถ้าเอาที่หยอดตามาด้วยก็ดี นึกแบบนั้นไปอีกหลายวันเพราะเรามีปัญหากับเรื่องแสบตาตอนบ่ายทุกที คล้ายว่าฝุ่นต่างๆมันเข้าตาและทำให้แสบตา ซึ่งถ้ามีน้ำล้างตา (แบบน้ำหยอดตา) พกไปด้วยก็จะดีมากๆ



เราขี่เจ้าตัวนี้ล่ะ พยศนิดๆพอให้หวาดผวาว่าจะตกลงมาได้บ่อยๆ

ตอนขี่อูฐกันมุ่งตรงไปยังปิรามิดกีซ่า บางทีก็มีลมทะเลทรายมาเป็นระยะ นอกจากเข้าตาแล้ว หากเปิดปาก ทรายเม็ดละเอียดก็จะเข้าไปในปากด้วย เราขี่อูฐกันไปไกลพอสมควรถึงจะเป็นปิรามิดทั้ง 3 ซึ่งได้แก่ คูฟู คาฟา เมนคาเร เดินอ้อมไปดูด้านหน้าเพื่อดูหน้าสฟิงค์ก่อนขี่อูฐกลับ ก่อนที่จะผ่านประตูคุณตำรวจที่เดิม เด็กขี่ม้าก็สั่งให้อูฐหยุดเดินแล้วขอทิปจากพวกเรา เราให้ไป 20 L.E. เขาบอกไม่พอ เขาให้แบ๊งค์ 20 L.E. นั้นกับเด็กจูงอูฐ ส่วนตัวเขาขอเพิ่มอีก เราบอกว่าเราให้แค่นั้น เพราะตอนที่ผ่านประตู พวกเราก็เสียค่าโง่ตรงนั้นไปแล้ว เขายึกยักอยู่พักหนึ่ง เราเลยบอกว่า พาไปที่ที่เราจอดรถแล้วค่อยให้ ยังดีที่เขาไม่จับพวกเราหมกอยู่ตรงนั้น พวกเราไม่รู้เลยว่ามันอันตราย แค่ไหน อย่างไร ไม่เห็นมีอะไรจะรับประกันเราได้ จริงๆนะ

พอเอาอูฐไปเก็บที่บ้านเจ้าของ คนขับรถแท๊กซี่ของพวกเราหายไปไหนก็ไม่รู้ เฮ้อ...อับจนหนทาง ถ้าถูกทิ้ง คงต้องเดินออกไปไกลเพื่อหารถกลับโรงแรม แล้วถ้าคนพวกนี้เขาไว้ใจไม่ได้ล่ะ ตอนนั้น สี่สาวก็นั่งกันไม่เป็นสุขนักหรอก เขาเชื้อเชิญให้ไปเข้าห้องน้ำ พวกเรายังไม่เข้าเลย โชคดีที่หญิงใหญ่เตรียมกระดาษเช็ดก้นเด็ก ไป เลยอาศัยผ้านั้นเช็ดหน้าเช็ดดตัวกัน
รอสักพัก คนขับรถก็มา เขาถามว่าเรา happy มั้ย พวกเราบอกว่าไม่ เขาเลยถามต่อว่าเพราะอะไร เราบอกว่าเราถูกหลอกตรงประตูทางผ่านเข้าไป และยังมีเรื่องทิปอีกซึ่งเราคิดว่าทุกอย่างรวมอยู่ทั้งหมดแล้ว เอาเถอะ สุดท้ายก็ได้กลับโรงแรมสักที 6 โมงเย็นแล้วตอนนั้น

อาเหม็ดพาพวกเราไปที่ Papyrus Museum เพื่อดูการทำกระดาษปาปิรุส ของที่นั่นราคาแพงจังแต่เชื่อถือได้ว่าเป็นของจริง สีสันสวยงามเชียว กระดาษขนาดกว้างประมาณ 1 ฟุตติดราคาไว้ที่ 150 L.E. แต่พวกเราได้ลดครึ่งราคา ไม่รู้เป็นราคาบอกผ่านแต่แรกไว้หรือเปล่า เราซื้อเพราะมีคนฝากซื้อ ส่วนที่จะซื้อให้ตัวเองคงไม่เอา ไม่ชอบสะสมและไม่ชอบตกแต่งบ้านอยู่แล้ว

ช่วง 6 โมงจะมีเสียงสวดละหมาดดังตามที่ต่างๆ เขาเปิดใส่เครื่องกระจายเสียงด้วยล่ะ เลยได้ยินดังไปทั่ว กว่าจะถึงโรงแรมก็ประมาณ 1 ทุ่ม ไม่มีการคิดราคาเพิ่มแต่อย่างใด เราทิปคนขับไป 40 L.E.

พวกเราเอากระเป๋าที่ฝากไว้มารื้อเสื้อผ้าแล้วก็อาบน้ำ เสร็จแล้วก็เดินออกไปซื้อของกินสำหรับมื้อเย็นเพื่อไปกินที่สถานีรถไฟ (ราคา fastfood เช่น Mc Combo ตกประมาณ 18-19 L.E. แพงกว่าเมืองไทยหน่อยหนึ่งมั้ง) หอบข้าวของทั้งหมดออกจากโรงแรมแล้วเดินเข้าสถานีรถไฟใต้ดินเพื่อไปยัง Mubarak Station คนละ 0.50 L.E. (ทำไมขามาเสีย 1 L.E. ก็ไม่รู้เหมือนกัน) ออกจากสถานี Mubarak ก็เป็นสถานีรถไฟ Ramses เดิมเราวางแผนว่าจะไป 2nd class ซึ่งเป็นรอบ 9.00 pm แต่พอได้ตั๋ว 1st class ดันเป็นรอบ 10.00 pm คงจะเป็นรถไฟคนละขบวนกัน ไปนั่งรอที่ชานชาลาที่ 8 นั่งหลับๆตื่นๆ รอจนประมาณ 9.45 pm ก็ได้ขึ้น เจ้าหน้าที่รถไฟมาช่วยดูตั๋ว ดูที่นั่งและจัดแจงให้ว่าใครได้นั่งที่ไหน ก่อนหลับ เราบ่นกับหญิงเล็กว่า คุณป้าผิวดำคนหนึ่งที่นั่งด้านหน้าเสียงดังจัง ฉันจะต้องอยู่กับเสียงนี้ไปทั้งคืนมั้ยนี่ แอร์เย็นจนต้องงัดเสื้อแขนยาว ปลอกแขนกันแดด ผ้าคลุมไหล่มาห่อหุ้มตัว ความเหนื่อยและเพลียจากการเดินทางทำให้พวกเราสี่สาวหลับไปอย่างง่ายดาย

แต่มันไม่ได้มีอะไรง่ายซะทีเดียวนักหรอก พวกเราถูกกลุ่มคนอเมริกันปลุกตอนประมาณตี 2 โวยวายว่าเราไปแย่งที่นั่งเขา หญิงเล็กพยายามอธิบายว่าเราขอโทษ แต่เจ้าหน้าที่รถไฟเขาจัดการให้ ยายพวกนั้นไม่ฟัง ดึงตั๋วพวกเราไปดูแล้วไล่เราและข้าวของเราไปที่อื่นซะ แล้วก็คุยกันเสียงดังเชียว สามหญิงไปนั่งข้างหน้าส่วนเรากระเด็นไปข้างหลัง ข้างหน้าอยู่ใกล้ประตู หน้ารำคาญที่คนเปิดปิดประตูเพื่อออกไปเข้าห้องน้ำและยังใกล้กับคุณป้าเสียงดังช่างพูดนั่นด้วย หญิงเล็กบอกว่านอนไม่ค่อยหลับเพราะเสียงคุณป้านั่นล่ะ ส่วนเรามีปัญหาตรงกลิ่นบุหรี่ แม้เขาจะห้ามสูบบุหรี่ในรถไฟที่ติดแอร์ เข้าใจว่าผู้โดยสารข้างหลังที่เป็นผู้ชายออกไปสูบบุหรี่แล้วติดเอาควันเข้ามา ทั้งตอนที่เปิดปิดประตูและตัวเขาเอง กลิ่นบุหรี่จึงอบอวลจนเราหายใจแทบไม่ออก เอาผ้าคลุมไหล่ผืนใหญ่นั่นล่ะมาอุดจมูกซะจะได้หายใจคล่องขึ้น



Create Date : 09 พฤษภาคม 2551
Last Update : 9 พฤษภาคม 2551 0:27:31 น. 5 comments
Counter : 385 Pageviews.

 
เฮ้ออออออออ

การไปเที่ยวต่างประเทศมันไม่ค่อยราบรื่นเท่าไหร่เลยนะคะ

แล้วก็ไม่ใช่ภาษาเราด้วยเนอะ

แต่ก็คิดว่า เจ้าของบล็อกคงได้อะไรกลับมาเพียบใช่มะ

ประสบการณ์ทั้งดีและร้าย อิจฉาจังค่ะ

ป.ล. L.E. นี่มันประมาณกี่บาทไทยคะ


โดย: macopolo5704 วันที่: 9 พฤษภาคม 2551 เวลา:0:55:36 น.  

 

ขอตามไปเที่ยวอียิปต์ด้วยคนสิคร้าบบบบบบ
และมาชวนไปเที่ยว



ด้วยกันครับ

คลิกดิ แล้วจะได้เข้ามาเที่ยวภูเก็ตด้วยกัน

คลิกที่ภาพเพื่อตามมาเที่ยวด้วยกันเลยนะครับ



โดย: มิสเตอร์ฮอง วันที่: 9 พฤษภาคม 2551 เวลา:2:07:56 น.  

 
มาเที่ยวอียิปต์ด้วยคนค่ะ เห็นแล้วดูท่าทางจะร้อนมากๆ เลยนะค่ะ


โดย: saralove&Dan วันที่: 9 พฤษภาคม 2551 เวลา:10:36:50 น.  

 
1 L.E. ประมาณ 6 บาทค่ะ

ที่ไคโรตอนเช้าอากาศเย็นนะคะ ต้องใส่เสื้อกันหนาว พอสายก็ร้อน ถ้าลงใต้ไปที่อัสวาน ที่โน่นร้อนกว่า พอขึ้นเหนือไป Alexandria เย็นจนต้องใส่เสื้อ 2 ชั้นเลยค่ะ

เจอกับอากาศตั้งแต่ 12-45 องศา แล้วแต่ว่าอยู่ที่ไหนค่ะ


โดย: saifan วันที่: 9 พฤษภาคม 2551 เวลา:13:07:49 น.  

 
น่าสงสาร

(ศึกอเม)

เอาน่านะ สู้ๆ


โดย: บะหมี่น้ำแสนอร่อย วันที่: 17 พฤษภาคม 2551 เวลา:2:56:55 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

saifan
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




Friends' blogs
[Add saifan's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friends


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.