Once upon a time ...
Group Blog
 
All blogs
 

รำลึกถึง Christchurch

แม่บ้านชาวแคนาดาส่งข้อความมาหลังปีใหม่ เราสองฝ่ายต่างแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับภัยธรรมชาติที่เกิดบนโลกใบนี้ เดือนที่ผ่านมามีแผ่นดินไหวและสึนามิที่ญี่ปุ่น เธอพูดถึงประเทศอียิปต์ที่เคยส่งข้อความไปบอกเล่าเมื่อหลายปีก่อน เราสองคนพูดกันถึงสงครามกลางเมืองในหลายประเทศ (ไม่เว้นแม้แต่ความขัดแย้งทางความคิดในประเทศไทย) แล้วเราก็พูดถึงเมือง Christchurch ที่เคยได้แวะไปเดินเล่นอยู่ 2 วันและชอบเมืองนี้มาก ใครจะนึกว่าแผ่นดินไหวที่เกิดอยู่บ่อยๆ และที่เกิดขึ้นในระดับ 6.3 ริกเตอร์ เมื่อ 22/2/2011 จะทำให้เมืองเล็กๆเสียหายได้ขนาดนี้

นึกถึงเพื่อนพี่สาวที่ลาออกจากราชการก่อนที่จะมีอายุงานครบ 25 ปีแล้วหวังไปเริ่มต้นที่นั่น ไปเรียนภาษาเพื่อจะเปลี่ยนเส้นทางชีวิต ไม่รู้ว่าเป็นยังไงบ้างตอนนี้

นึกถึงเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งที่เคยเล่าอย่างชื่นชมถึงคนที่เธอรู้จักว่า เขาไปซื้อบ้านที่เมืองนี้ เอาลูกไปเรียนที่นั่น ภรรยาเขาก็ไปอยู่ที่นั่น ถามว่าตอนนี้เขาเป็นไงบ้าง เพื่อนบอกว่า เขาขายบ้านไปเมื่อปีก่อนเพราะไม่ไว้ใจสัญญาณเตือนจากแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้น ย้ายลูกเมียกลับมาเมืองไทย เลยรอดไปหวุดหวิด

เราบอกกับแม่บ้านชาวแคนาดาว่า อะไรๆช่างไม่แน่นอน เมืองที่เคยคิดว่าเงียบสงบ บรรยากาศน่าอยู่ แต่ความน่าอยู่ที่ว่ามันไม่ได้ยั่งยืนตลอดไป แม้ไม่ได้ย่อยยับด้วยน้ำมือคน ก็มีเหตุอื่นมาทำให้มันไม่คงทนได้ สำหรับเราคือ ฝึกใจและเตรียมใจที่จะยอมรับความไม่แน่นอนทั้งหลาย ส่วนเธอบอกว่า ศรัทธาที่แน่นแฟ้นต่อพระเจ้าจะทำให้เธอรอดพ้นจากภัยทั้งปวง พระเจ้าจะนำทางที่ดี ที่ถูกต้อง ที่ปลอดภัยมาให้กับสาวก เธอคงเป็นห่วงเราน่ะ อยากให้ปลอดภัย เราเข้าใจมาตลอดสิบกว่าปีที่เธอพูดเรื่องนี้ มิตรที่ดีย่อมอยากให้มิตรได้รับในสิ่งที่ดีเช่นกัน แต่..นะ ความเห็น ความเชื่อบางอย่างมันยากที่จะเปลี่ยนกันได้

แม่บ้านฯบอกว่า เธอมีญาติอยู่ที่นั่น ญาติของเธอเล่าว่า คนที่ยังอยู่ดี มีบ้าน จะเปิดบ้านแบ่งให้เพื่อนที่ไม่มีบ้านผลัดกันมาพัก ได้มานอนในบ้านจริงๆที่อบอุ่น ได้อาบน้ำในห้องน้ำที่บ้าน เป็นความช่วยเหลือแบ่งปันที่น่ารัก

เพื่อนที่รู้จักกันยังปลอดภัยดีเพราะช่วงนั้นไม่มีใครไปทำงานที่นี่ มีคนส่งรูปสรุปเรื่องราวที่เกิดขึ้นมาให้ ได้แต่รำลึกถึงโบสถ์ใหญ่กลางเมือง ถนนสายหลักที่เดินเล่นอย่างสบายใจแม้ในยามค่ำมืด ขอให้ฟื้นตัวฟื้นใจโดยไว




Rescue workers look for victims on the collapsed Pyne Gould Guinness building where people remain trapped. Rescuers dug frantically for bodies and people trapped after the major 6.3 earthquake caused "multiple" deaths and crushing buildings and vehicles.





Rescue workers work to extinguish a fire at a collapsed building of King's Education in central Christchurch, New Zealand.





Debris crush a car outside the Christchurch Catholic Cathedral





Eastern suburbs are flooded after Christchurch, New Zealand, was hit by a 6.3 magnitude earthquake.




 

Create Date : 09 เมษายน 2554    
Last Update : 10 เมษายน 2554 18:22:15 น.
Counter : 313 Pageviews.  

#16 เก็บตก

หมดเรื่องจะเขียนแล้ว มีเรื่องงานที่อยากเขียน แต่ก็...ขี้เกียจไปอ่าน ไปแปล เอาเรื่องทั่วไปดีกว่า

******
เราเช่าบ้านร่วมกับชายหญิงชาวอินโด อันนี้ คนในบ้านที่เมืองไทยรู้ดียกเว้นแม่ แม่จะรู้แต่ว่า ลูกสาวเช่าบ้านอยู่ร่วมกับผู้หญิงชาวอินโด ปกติถ้าแม่จะติดต่อ แม่จะโทรเข้ามือถือ ไม่เคยโทรเข้าโทรศัพท์บ้าน แล้วในห้องนอนเราดันไม่มีปลั๊กให้เสียบสายโทรศัพท์บ้านซะด้วย แต่วันดีคืนดี แม่ก็ดันโทรเข้ามาที่บ้าน หนุ่มอินโดซึ่งชอบนั่งดูทีวีอยู่ข้างล่างจนดึกรับสายโทรศัพท์ แล้วก็เรียกเราให้ลงไปคุย
แม่ถามทันทีว่า "นั่นใคร" ก็...หนุ่มอินโดไงจ๊ะแม่ อากาศหนาวๆก็ทำให้คนรับโทรศัพท์เหงื่อซึมได้เหมือนกัน

"แล้วเขามาทำอะไรที่บ้าน ตอนนี้ที่นั่นกี่โมงแล้ว" เขาก็มาเยี่ยมเพื่อนเขาไง เพราะผู้หญิงจะทำกับข้าว ผู้ชายเขาไม่ทำแต่ช่วยแชร์ค่ากับข้าว (อันนี้ไม่ได้โกหกนะ เว้นแต่เรื่องมาเยี่ยมเท่านั้นเอง)

ใครในห้องสีลมเคยบอกว่า ถ้ามีลูกสาวจะไม่ให้ไปเรียนที่ต่างประเทศ เราอยากบอกเขากลับจังว่า ต้องถามตัวเองก่อนว่า คุณเลี้ยงลูกมาแบบไหน ถ้าเลี้ยงมาจนทำให้เขาซึมซับกับวัฒนรรมของที่บ้านและเอาตัวรอดในสังคมได้ เขาจะไปอยู่ที่ไหน ก็ไม่น่าเป็นห่วงหรอกค่ะ

******

หนุ่มอินโดกินเก่ง คราวหนึ่งเราซื้อถั่วมาถุงใหญ่ และถั่วถุงที่หารสามนั้น พร่องไปอย่างรวดเร็ว ปรึกษากับยัยแนนแล้ว ก็ซื้อถั่วมาอีกเหมือนเดิม แต่หารหนึ่ง ไม่หารสาม เขาไม่รู้หรอกเพราะค่ากับข้าวในบ้านจะเป็นสองสาวจัดการ เก็บเท่าไหร่ก็เท่านั้น ไม่มีการตรวจสอบใดๆทั้งสิ้น พวกเราเลยเหมือนแม่บ้านที่คอยสังเกตว่าชายหนุ่มชอบกินอะไร ก็ซื้อมาให้แล้วหารหนึ่ง วันไหนอยากได้คนช่วยขนน้ำผลไม้หรือข้าวสาร ก็เรียกใช้บริการได้ ไม่มีปัญหาค่ะ

******

ที่ทำงานจะมี PA หลายคน เขาคอยช่วย Director พิมพ์งานและนัดหมาย เหมือนเลขาฯ แต่ไม่ใช่เลขาฯรายตัวเท่านั้นเอง

PA คนหนึ่งชื่อเรเชล เธอเป็นโรคหัวใจต้องเข้าโรงพยาบาลช่วงที่เราใกล้กลับเมืองไทยแล้ว ปกติก็ไม่ได้สนิทสนมอะไรกับเธอนะ วันที่เราไปเล่น Lawn Bowl เรเชลออกจากโรงพยาบาลแล้ว เธอแวะไปที่นั่น เราก็เข้าไปถามไถ่ด้วยความที่เคยเจอหน้ากัน เคยทักทายกัน เรเชลเอาเสื้อยืด screen ลายแผนที่ประเทศนิวซีแลนด์มามอบให้เราเพื่อเป็นที่ระลึก ให้เราคนเดียวแต่ไม่มีอะไรให้หนุ่มสาวชาวอินโด ยัยแนนคงงงว่าทำไมเธอถึงไม่ได้ ก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ก้อ..ขอบคุณนะเรเชล
สิ่งที่ระลึกถึงเกี่ยวกับเรเชลคือ เธอเดินเก่ง เธอเดินมาทำงานด้วยระยะทางที่ไกลๆได้ และเธอพักอยู่กับแม่ เป็นลูกสาวที่เลี้ยงดู ดูแลแม่ น่ารักมากๆๆๆเลยล่ะ




 

Create Date : 02 พฤศจิกายน 2552    
Last Update : 2 พฤศจิกายน 2552 20:27:35 น.
Counter : 177 Pageviews.  

#15 เกาะเหนือ



เริ่มต้นเที่ยวเกาะเหนือด้วย Auckland เดินเล่นในเมืองอย่างเบื่อๆเพราะวันที่ไป ฝนตกทั้งวัน อากาศมันมึนๆซึมๆชอบกล ไปพักกับเพื่อนชาวอินโดของแนน คนที่มาทำงานเป็น secondee ที่สาขาที่นี่









จากนั้นก็นั่งรถไป Rotorua ผ่าน Waitome caves ซึ่งเป็นถ้ำที่มี Glow worm หนอนตัวเขียวๆ ทำเส้นใยเรืองแสงไว้ในถ้ำ ที่ Rotorua มีแต่กลิ่นกำมะถันทั้งเมือง นอนดมกลิ่นกำมะถันไปหนึ่งคืน รุ่งเช้าไปที่ Wai-O-Tapu ไปดู Gaysor พบว่ามันเป็นของสาธิต ใส่สารเคมีไปก็มีน้ำพุ่งออกมา เป็นน้ำเย็นน่ะ ไม่เหมือนที่ Yellow stone ที่เราเคยเห็น ตรงนั้นน่ะของจริง แต่ต้องไปนั่งคอยว่าเมื่อไหร่น้ำพุร้อนจะพุ่งขึ้นมา

แต่บ่อกำมะถัน บ่อโคลนที่เห็นนั่น ของจริงนะ ไม่ใช่ของสาธิต เหม็นเชียว





จากเส้นทางที่ต่อไปยัง Lake Taopo ก็มีรายการ adventure ให้เล่นเป็นระยะ ปีนเสาขึ้นไปโหนตัวกับลวดสปริง เป็นชิงช้าโยนตัวไปมา แล้วก็ผ่านไปที่แม่น้ำสายหนึ่ง เป็นแม่น้ำสายหลักที่ไหลไปถึง Auckland ชอบที่นี่มากๆ








ถึงที่ Lake Taopo ก็ไม่ได้ทำอะไร เดินเล่นรอบเมือง ดูท้องฟ้า ดูน้ำ แล้วก็นั่งคุยกัน

เกาะเหนือจะออกแนววัฒนธรรมมากกว่า ต้องมาคลุกคลีกับชาวเมารี แต่เกาะใต้ออกแนวธรรมชาติ แค่นั่งมองนิ่งๆก็อิ่มใจแล้ว




 

Create Date : 20 ตุลาคม 2552    
Last Update : 20 ตุลาคม 2552 23:00:17 น.
Counter : 202 Pageviews.  

#14 เกาะใต้ (2)










เรานั่งรถต่อกันไปที่ Queenstown เมืองนี้เป็นเมืองที่สวยและน่าอยู่ ภูเขาล้อมรอบทะเลสาบ น้ำในทะเลสาบก็ใสแจ๋ว วันแรก เรานั่ง Cruise ไปที่ Milford Sound ไปดูแมวน้ำนอนผึ่งแดดและดูปลาโลมากระโดดโลดเต้นที่ข้างเรือ





กลับมาที่ Queenstown มาเดินเล่นรอบๆเมือง แค่นั่งเล่นข้างทะเลสาบ มองฟ้า มองน้ำ ก็มีความสุขมากมายแล้ว






จาก Queenstown นั่งรถต่อไปที่เมือง Dunedin ผ่านสายน้ำที่วางจุดให้โดด Bungee Jump อันนี้ขอบาย ไม่ชอบน่ะ








ที่เมือง Dunedin เป็นเมืองที่ตั้งของโรงงานทำ Cadbury chocolate ชื่อดัง วันที่ไปเป็นวันเสาร์ โรงงานหยุด เลยไม่ได้เข้าไปดูการสาธิต ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกไว้เฉยๆ




รูปสุดท้ายนี่ถ่ายที่ Lake Tekapo ที่คนขับย้ำนักย้ำหนาว่า Fantastic, Awesome,… ก็สวยอย่างที่เขาโฆษณาไว้นั่นล่ะ

เสียดายหลายๆ รูปที่เราพลาดไป ความที่ไว้ใจว่ารูปบางส่วนแนนถ่ายไว้ สุดท้าย เราไม่ได้รับรูปจากกล้องของแนน จะเป็นเพราะอะไรก็ตามแต่ บรรยากาศทั้งหลายมันผ่านเข้ามาให้ได้รู้สึกมากพอแล้วล่ะ แค่นี้ก็ดีมากแล้ว

อีกเรื่องที่ประทับใจ คือ คนขับรถของ Magic Bus ทัวร์ที่เราจองในการเที่ยวครั้งนี้ คนขับที่ตั้งฉายาให้กับตัวเองว่า Pop Star เขาทำทุกอย่างคนเดียว ตั้งแต่การเช็คชื่อว่าลูกทัวร์มาครบมั้ย การช่วยคนในรถจองโรงแรมที่พักให้ เราเลือกได้ว่าอยากจะพักที่ backpacker ไหน ถ้าเป็นที่ที่อยู่ใน list ของเขา เขาจะช่วยโทรจองให้ แล้วก็เป็นคนขนกระเป๋าเดินทางของเราขึ้นลง หาเกมส์ให้เล่นแก้เบื่อระหว่างนั่งรถนานๆ อธิบายประวัติสถานที่ตลอดจนชีวประวัติของบุคคลต่างๆ เป็นทั้ง driver, tour guide, entertainer ทุกอย่างอยู่ในตัวคนคนเดียว

ไม่ใช่คนขับรถทุกคนจะเป็นได้อย่างคุณ Pop Star หรอกนะ แต่จากสิ่งที่เห็นในตัวคนคนนี้และที่เห็นจาก Jason หนุ่มที่นำทางที่ Fran Josef ทำให้สรุปเองว่า เขาคงจะมีระบบการเรียนรู้ที่รู้จริง รู้ลึก เพราะเวลาที่เขาอธิบาย มันถ่องแท้ มันมาจากความรู้ ความเข้าใจในตัวเขาเองจริงๆ เวลาที่ Jason อธิบาย เขาพูดถึงการก่อตัวของฝน การกดอัดของน้ำแข็ง ประวัติศาสตร์เชื่อมโยงกับประเทศอื่นและทวีปอื่นๆ หรือเวลาที่ Pop Star พูดถึงนักร้องยุคนั้นยุคนี้ เขาจะบรรยายว่าคนในยุคนั้นแต่งตัวยังไง มีประโยคเด็ดว่าอะไร เห็นแล้ว...นึกอยากให้คนไทยเป็นอย่างนี้บ้างจัง พวกแฟนพันธุ์แท้ รู้อะไรก็รู้จริงๆและเชื่อมโยงสิ่งที่รู้ได้อย่างเป็นระบบน่ะ




 

Create Date : 20 ตุลาคม 2552    
Last Update : 21 ตุลาคม 2552 18:30:33 น.
Counter : 199 Pageviews.  

#14 เกาะใต้ (1)

เริ่มต้นที่ Wellington ข้ามเรือ Interislander ไปที่ Picton เรือดันออกช้ากว่ากำหนด ต้องไปต่อรถไฟที่โน่นตอนบ่ายโมงตรง ได้แต่ร้อนอกร้อนใจกลัวไปไม่ทันรถไฟ ไปถึงก็ทันเวลาพอดี วิวข้างทางจาก Picton ไป Christchurch สวยดี แต่พอมองไปนานๆ ก็ชักง่วงนอน ไปถึงที่ Christchurch ตอน 6 โมงเย็น เพื่อนชาวอินโดของแนนขับรถมารับ พาไปส่งที่ YMCA ห้องที่เราพักเป็น dorm มี 6 เตียงในห้องนั้น

ช่วงนั้นเป็นช่วงรอมาดอน ชาวมุสลิมถือศีลอดทั้งวัน แต่หลังพระอาทิตย์ตกจะกินข้าวกันมื้อใหญ่ เราเลยแยกตัวออกมาเดินเล่น ให้แนนไปสังสรรค์กับเพื่อนอินโดของเธอ แวะไปเดินเล่นใน Botanic Garden ที่อยู่ใกล้ที่พัก แล้วก็เดินต่อไปที่ในเมือง ไม่ไกลสักเท่าไหร่ ประมาณ 1-2 กม.เห็นจะได้




ไปถ่ายรูปที่ Botanic Garden ช่วงนั้นเขาเอาดอกทิวลิปมาลง รอบ Botanic Garden จะมีคลองเล็กๆ ล้อมรอบ ไม่ลึกเท่าใดนัก แค่เอวกระมัง น้ำใสน่านั่งเล่นไปทั้งวันเลย มีเป็ดรายรอบตลอดทั้งคลอง คลองนี้ยาวไปรอบเมือง มีเรือถ่อบริการให้คนนั่งเล่นด้วย




เช้าถัดมาอีกวัน เราไปนั่ง Skyline หรือที่เขาเรียกกันว่า Gondola ขึ้นไปชมวิว ไปถ่ายรูป รูปที่เห็นนี่ถ่ายจากข้างบนลงมา วิวสวยเชียว เราพบว่าระบบการเดินรถบัสของที่ Christchurch ดีกว่าที่ Lambton Square ที่ Wellington แยะเลย แต่คงเพราะที่นี่เมืองใหญ่กว่าด้วยล่ะ พอลงจาก Skyline มาก็ไปกินข้าวกันที่ Art Center ที่นี่มี workshop ทุกวัน ทั้งงานไม้ งานปูน งานศิลป์ต่างๆ ราคาไม่ถูกนักหรอก แต่ข้าวที่นั่นราคาไม่แพง ประมาณ $5-6








เรากับแนนเดินไปที่ Christchurch office สำนักงานของเรามีสาขาอยู่ที่นี่ด้วย ขึ้นไปดูบรรยากาศของที่ทำงานที่นี่ ทักทายกับ Director ที่มาทำงานในวันหยุด จากนั้นก็เดินดูร้านขายของที่ระลึกแถวโบสถ์ Cathedral เดินเล่นนั่งเล่นอยู่ตรง square นั่นล่ะ นั่งดูคนเล่นหมากรุกกัน หมากรุกตัวโตเชียว

วันถัดมา ตื่นเช้าเก็บข้าวของไปรอรถ Shuttle Bus มารับพวกเราไปที่สถานีรถไฟ เรานั่งรถไฟ Trans Alpine ไปที่ Greymouth เสียดายที่ฝนตกตลอดทาง ทำให้ไม่ได้ชมวิวอย่างที่ตั้งใจไว้ แถมรถไฟเป็นกระจกหนา 2 ชั้น ถ่ายภาพออกไปก็สะท้อนอีก

ไปถึง Greymouth เดินเล่นท่ามกลางสายฝน อยากไปที่ปากน้ำ Tasman Sea แต่เดินได้แค่ครึ่งทางก็ต้องเดินกลับ แนนทำท่าจะแย่และเริ่มอารมณ์เสีย เรากลับมาที่ Neptune Backpacker นอนกันหลายคนเชียวใน dorm แต่เป็นห้องผู้หญิงล้วน ที่พักที่นี่ตกแต่งน่ารัก อาจเพราะความที่เมืองนี้เป็นเมืองเงียบ การมีที่พักที่น่ารัก น่าอยู่ก็ช่วยดึงดูดแขกได้พอสมควร (เสียดายที่ไม่ได้ถ่ายรูปที่พักมา)



ต่อด้วย Fran Josef







ที่ Fran Josef เป็นที่ที่สนุกที่สุดและเราประทับใจมากที่สุด ได้ไปปีนเขา Glacier Hiking เสียไป $75 แต่ก็คุ้มนะ กลับมาคุยกับเพื่อนที่เคยไปเรียนโทที่ Canterbury U. – Christchurch เธอบอกว่าเธอไม่ได้ไปปีนเขาตรงนี้เพราะมันแพงไปสำหรับนักศึกษาอย่างเธอ และแน่นอนว่าเธอเสียดายที่พลาดตรงนี้ไป

มัวแต่ก้มหน้าก้มตาปีนจนมือสั่น ขาสั่น แทบไม่ได้ถ่ายรูปกันเลย ที่เห็นสีขาวๆไกลๆนั่นคือที่ที่เราปีนกันขึ้นไป อีกรูปเป็นรูปของยัยแนน ในระหว่างช่องน้ำแข็ง

ยังจำชื่อ guide ได้อยู่เลย ชื่อ Jason เขาหยุดอธิบายเป็นระยะเกี่ยวกับประวัติการก่อตัวของ glacier แล้วในระหว่างปีน ก็คอยดูแล 2 สาวเอเชียตลอด มีจุดหนึ่งที่ค่อนข้างน่ากลัว โหนเชือกห้อยไปมายังกะลิงเพราะหาที่ลงไม่ได้เนื่องจากระหว่างขั้นลื่นมาก การปีนน้ำแข็งตรงนี้ ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวหรือยึดตัวเราไว้เลย ถ้าพลาดคือตก ตอนนั้น คิดๆว่าถ้าลื่นตกไปคงคว้าตัว Jason ไว้ก่อนล่ะ

และที่ประทับใจคือ มีคุณลุงคุณป้าชาวออสซี่ อายุร่วม 70 กันแล้วทั้งคู่ แต่ยังแข็งแรง ปีนน้ำแข็งได้เก่งกว่าพวกเราอีก เห็นภาพที่ประทับใจตรงนั้น แล้วก็ฮึด สักวันชั้นจะกลับไปอีกครั้ง ด้วยสุขภาพร่างกายที่พร้อมกว่านี้

คืนนั้น กลับไปถึงที่พักก็หลับสนิท




 

Create Date : 19 ตุลาคม 2552    
Last Update : 21 ตุลาคม 2552 18:28:07 น.
Counter : 180 Pageviews.  

1  2  3  4  

saifan
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




Friends' blogs
[Add saifan's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friends


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.