Get more detail for your trip
ภูผาวารี
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 36 คน [?]




Since Aug 2009
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ภูผาวารี's blog to your web]
Links
 

 
ฮ่องกง มาเก๊า The Peak, Avenue of stars, Disneyland

รีวิว Backpack ที่ฮ่องกง มาเก๊า 4 วัน 3 คืน พร้อมแผนที่และข้อมูลแน่นๆ The Peak, Avenue of stars, Disneyland

    ผมจำเป็นต้องเตรียมทริปนี้ให้มีข้อมูลมากที่สุด เนื่องจากผมไม่เคยไปฮ่องกงและมาเก๊ามาก่อนและยังต้องพ่วงคุณยายที่อายุเกือบ 70 และคุณแม่กับคุณน้าที่อายุ 50 กว่า รวมทั้งน้องที่อายุแค่ 11 ขวบ ร่วมเดินทางไปในทริปนี้ด้วย แต่ข้อมูลท่องเที่ยวฮ่องกงและมาเก๊าที่มีอยู่มากมายในโลกอินเตอร์เน็ตก็ทำให้การท่องเที่ยวแบบ Backpack ในสองประเทศนี้ไม่ได้ลำบากอะไรสำหรับมือใหม่อย่างผมซึ่งเริ่มต้นจากการหาข้อมูลทั้งใน Blue Planet และ Hongkongfanclub รวมทั้งใช้เทคโนโลยีของ Google Map ก็ทำให้ผมพร้อมเดินทางด้วยความมั่นใจ สามารถดูข้อมูลที่ผมเตรียมก่อนการเดินทางรวมทั้งแผนที่ได้ที่นี่ครับ

    ทริปนี้ประหยัดมาก เสียค่าใช้จ่ายทั้งหมด เพียง 11,000 บาทต่อคน สำหรับ 4 วัน 3 คืน (ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าเรือไปมาเก๊า ค่าตั๋ว Disneyland ค่าตั๋ว Ngong Ping) เนื่องจากได้ตั๋วเครื่องบินโปรโมชั่นของแอร์เอเชียไปกลับเพียง 2,000 บาท และนอนที่ Guesthouse ทุกคืน

เวลาจริงที่ใช้ท่องเที่ยวฮ่องกงมาเก๊าในวันแรก The Peak, Avenue of stars (Sat 17 Apr 10)
4:45 – 6:00 (1ชั่วโมง 15 นาที) ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โหลดสัมภาระ ผ่านตม. และ เดินไป King Power Lounge
6:00 – 6:30 (30 นาที) ทานอาหารเช้าที่ King Power Lounge
6:30 – 7:00 (30 นาที) เดินไปอีกฟากของสนามบิน เอาของที่ซื้อไว้จาก King Power รางน้ำ ขึ้นเครื่อง
10:30 – 12:00 (1ชั่วโมง 30 นาที) ถึงมาเก๊า นั่งแท็กซี่ไปท่าเรือ Taipa Ferry ขึ้นเรือ Cotai Jet เสียเวลาหลงกับเพื่อนประมาณ 1 ชั่วโมง
12:00 – 13:45 (1ชั่วโมง 45 นาที) รอเรือเที่ยว 12:30 นั่งเรือไปเกาะฮ่องกง (MTR Sheung Wan)
13:45 – 14:40 (55 นาที) ผ่าน ตม. ฮ่องกง (10 นาที) นั่ง MRT ไปที่พัก Oisuen Guesthouse ที่ตึก Sincere House
14:40 – 15:40 (1ชั่วโมง) นั่งพัก ทานข้าวกลางวัน
15:40 – 16:30 (40 นาที) นั่ง MRT ไป Central และนั่ง 15C ไป Peak Tram (รอ 15C ประมาณ 15นาที)
16:30 – 17:10 (40 นาที) รอรถราง Peak Tram (30 นาที) ขึ้นรถรางไป The Peak (10 นาที)
17:10 – 18:00 (50 นาที) เดินเล่น ชมวิวที่ Sky Terrace
18:00 – 18:30 (30 นาที) รอรถราง Peak Tram (20 นาที) ขึ้นรถรางลงด้านล่าง (10 นาที)
18:30 – 19:30 (1ชั่วโมง) นั่งรถสาย 15 C ไป Pier 7 แล้วนั่ง Star Ferry ไป Avenue of Stars
19:30 – 20:30 (1ชั่วโมง) รอชม Symphony of light ตอนสองทุ่ม
20:30 นั่งแท็กซี่กลับ Mong Kok ทานมื้อเย็นและเข้านอน (เมื่อยขามาก ไปช๊อปต่อไม่ไหวแล้ว)

4:45 ผมถึงสนามบินก่อนเวลาที่กำหนดในโปรแกรมข้างต้น ถึงแม้จะเตรียมตัวมาอย่างดีแต่ก็ยังเรื่องตื่นเต้นก็เกิดขึ้นกับผม Passport ของผมอายุไม่ถึง 6 เดือน (อายุเหลือ 5 เดือน 26 วัน) ซึ่งเกิดจากความไม่รอบคอบของผมเอง เจ้าหน้าที่สายการบินบอกกับผมว่า ผมต้องเสียค่าปรับ 20,000 บาท โอ้แม่เจ้า 20,000 บาทเชียว เที่ยวฮ่องกงได้เป็นอาทิตย์เลย ผมเลยขอร้องกับเจ้าหน้าที่ว่า Passport มีอายุขาดไปแค่ 4 วันเอง สุดท้ายเจ้าหน้าสายการบินก็คุยกับเจ้าหน้าด้านในและยอมให้ผมผ่าน... รอดตัวไป

การเจรจาต่อรองเรื่องอายุ Passport ใช้เวลาไม่นานนัก โดยรวมแล้วการโหลดสัมภาระ การตรวจ Passport ผ่านตม. และการตรวจสัมภาระขึ้นเครื่องใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

6:00 นั่งทานอาหารเช้าที่ King Power Lounge ซึ่งอาหารเช้าฟรีของบุคคลไม่พิเศษ ก็มีไห้เลือกไม่มาก และรสชาติก็เฉยๆ ถ้าคุณเคยเห็นรีวิวอาหารที่ King Power Lounge VIP จะต่างกับในอาหารรูปนี้แบบเที่ยบได้กับยอดเขาเอเวอเรสกับใต้มหาสมุทรแปซิฟิก



โชคยังดีที่เจอโจ๊กชามนี้ซึ่งทำให้เราอิ่มท้องด้วยรสชาติที่อร่อย



6:30 เริ่มย้ายก้นไปที่ boarding gate แวะเอาของที่ซื้อจาก King power ถ้าคุณซื้อของที่ King power รางน้ำ คุณต้องขนของไปต่างประเทศด้วย แต่ถ้าซื้อที่ King power สุวรรณภูมิก็สามารถฝากสินค้าและรับตอนกลับได้

10:30 ถึงมาเก๊า แลก US Dollar เป็นเงินมาเก๊า MOP ที่สนามบิน ซึ่งดูแล้วจะไม่ค่อยคุ้มเท่าไรเมื่อเที่ยบกับการแลกที่ Senado Square จากนั้นขึ้นรถแท็กซี่ไปท่าเรือ Taipa Ferry เพื่อขึ้นเรือ Cotai Jet ซึ่งใกล้กับสนามบินมากจนบางคนก็ใช้วิธีเดินเท้าไป ผมต้องใช้แท็กซี่สองคันเนื่องจากมีลูกทัวร์ถึง 6 คน ผมถึงท่าเรือ Cotai Jet ด้วยเวลาอันรวดเร็ว ไม่เกิน 10 นาทีและเสียค่าโดยสารแค่ 17 MOP แต่เรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นกับผมอีกครั้ง ผมหลงกับเพื่อนในมาเก๊า เนื่องจากแท็กซี่อีกคันไม่ได้ตามผมมา แต่เรื่องนี้ผมก็เตรียมการไว้แล้วโดยการเปิด Roaming ที่มาเก๊าและฮ่องกงไว้เผื่อโทรหากัน แต่โทรไปก็มีผู้หญิงเสียงเป็นทางการรับโทรศัพท์แล้วบอกว่าเบอร์นี้ยังไม่เปิดบริการ สมมุติฐานในหัวผมบอกว่าแท็กซี่อีกคันน่าจะไป Macau Ferry ซึ่งเป็นท่าเรือยอดนิยมดั้งเดิมที่ใช้ข้ามฝั่งจากมาเก๊าไปฮ่องกงและมีเรือชื่อดังอย่าง Turbo Jet และ First Ferry ให้บริการ ผมจึงนั่งแท็กซี่ตามไปที่ Macau Ferry เพื่อไปตามหาเพื่อนแต่ก็ไม่เจอ จึงวกกลับมาที่สนามบินอีกครั้งก็ยังหาเพื่อนไม่เจอ สุดท้ายคิดได้ว่าโทรกลับประเทศไทยต้องกด +66 นำหน้า ไม่ใช่กดแค่ 66 คุยกันจึงรู้ว่าสมมุติฐานผมถูกต้อง แท็กซี่ที่มาเก๊าฟังภาษาอังกฤษไม่ออก จึงพาเพื่อนผมไปส่งที่ท่าเรือ Macau Ferry และรู้จากแท็กซี่อีกว่า แท็กซี่ไม่รู้จัก Cotai Jet แต่จะรู้จักในชื่อของ Taipa Ferry อาจเป็นเพราะ Cotai Jet พึ่งเปิดให้บริการก็ได้ ทางที่ดีที่สุดในการสื่อสารกับแท็กซี่คือใช้แผนที่และชี้ว่าเราจะไปที่ไหน

color="blue">สามารถขอแผนที่และข้อมูลการท่องเที่ยวมาเก๊าได้ฟรีเพียงส่ง E-mail ชื่อและที่อยู่ไปที่ mgto@plt.co.th

ระหว่างเดินเข้าไปท่าเรือเพื่อซื้อตั๋ว ก็มีคนเร่ขายตั๋วมาเสนอตั๋วซึ่งถูกกว่าตั๋วหน้า counter ถึง 20 – 30 เหรียญเลยทีเดียว แต่ผมไม่กล้าซื้อเพราะกลัวถูกหลอก รู้ทีหลังว่าตั๋วที่เร่ขายราคาถูกก็ใช้ได้เหมือนกัน ถ้าซื้อตั๋วเร่ขายก็จะประหยัดไปคนละ 100 ถึง 150 บาทเลยทีเดียว ซื้อตั๋วหน้า counter ที่ราคา 154 HKD สำหรับผู้ใหญ่และ 134 HKD สำหรับคนแก่อายุสูงกว่า 60 ปีและเด็กอายุต่ำกว่า 11 ปี (ปัจจุบันราคาอาจจะเปลี่ยนไป สามารถเช็คราคาได้จาก cotaijet.com.mo/sailing-schedule ) ได้รอบ 12:30 เสียเวลาเนื่องจากการหลงไป 1 ชั่วโมง ตอนนี้ทุกคนหิวมาก โชคดีที่ได้ขนมปังซึ่งขนใส่กระเป๋าจากเมืองไทยรองท้อง

13:45 เรือ Ferry ของ Cotai Jet ถึงเกาะฮ่องกงที่ MTR สถานี Sheung Wan ลืมไปว่าต้องผ่านตม.ของฮ่องกงอีกรอบ เลยเสียเวลากรอกใบตม. อยู่ที่ท่าเรือ แต่ก็ใช้เวลาผ่าน ตม.ไม่นานนัก ไม่น่าเกิน 10 นาทีถ้ากรอกใบตม.มาแล้ว พวกเรามาถึงฮ่องกงช้ากว่าโปรแกรมที่ผมกำหนดไว้มาก ผมจึงต้องจำใจตัด Repulse Bay ออกจากโปรแกรม (อดไหว้เจ้าแม่กวนอิม - -“) สิ่งแรกที่ต้องทำก่อนขึ้นรถไฟฟ้า MTR คือ ซื้อ Octopus Card และเติมเงินให้เพียงพอสำหรับการเดินทางครั้งนี้ สำหรบผู้ใหญ่ 250 HKD สำหรับเด็กและคนแก่ 150 HKD รวมค่ามัดจำบัตร นั่ง MTR จาก Sheung Wan ไป Mongkok ออกประตู D2 เพื่อมุ่งหน้าไปที่ Oisuen Guesthouse ที่ตึก Sincere House

แผนที่ Location Map ของแต่ละสถานีสามารถบอกเราได้ว่าเราต้องออกประตูไหน สามารถ download แผนที่ได้จาก www.mtr.com.hk/eng/getting_around/lm.html



14:40 ถึงที่พัก Oisuen Guesthouse ที่ตึก Sincere House เจรจาต่อรองราคากับอาแป่ะเจ้าของ Oisuen สุดท้ายได้ราคา 280HKD สำหรับห้องไม่มีหน้าต่างและ 330HKD สำหรับห้องมีหน้าต่าง แต่หน้าต่างไม่ได้ช่วยให้ผมรู้สึกดีขึ้นเลย ห้องก็ขนาดพอๆ กัน จากนั้นลงมาหาอาหารกลางวันกระแทกปากที่ Eat Together ร้านดัง(สำหรับคนไทย) ในย่าน Mongkok อร่อยหรือหิวก็ไม่รู้ จานใหญ่ๆ ก็หมดเกลี้ยง ค่าเสียหายสำหรับ 6 คนประมาณ 180-220HKD ซึ่งค่าอาหารที่ฮ่องกงตกคนละประมาณ 30 – 50 HKD ต่อมื้อครับ

ผมรวบรวมรีวิวร้านอาหารพร้อมแผนที่ย่าน Mongkok ดูรายละเอียดคลิ๊กที่นี่

15:40 ได้เวลาเดินทางไป Peak Tram ผมตัดสินใจนั่ง MTRไปลงสถานี Central ออกประตู K ไปยืนรอรถเมล์สาย 15C ที่ตึก City Hall เพื่อจะได้นั่งรถเมล์สองชั้นประทุนชมเมืองฮ่องกง รออยู่ประมาณ 15 นาที รถเมล์สาย 15C ก็มาแต่ไม่ใช่รถเปิดประทุนอย่างที่อยากนั่ง ตัดสินใจขึ้นคันนี้เพราะเกรงว่าจะลงมาดู Symphony of life ไม่ทัน อ่านจากป้ายรถเมล์จึงรู้ว่า รถเมล์สาย 15C เปิดประทุนจะมาทุกๆ ครึ่งชั่วโมง ใครอยากนั่งรถชมเมืองก็ต้องเผื่อเวลาด้วยครับ ขึ้นไปรูด Octopus card ก้นแตะเบาะได้ไม่นานก็ถึง Peak Tram (แค่เพียง 1 ป้ายรถเมล์เท่านั้น) ถ้าใครไม่ต้องการนั่งรถเปิดประทุนและต้องการความรวดเร็ว เดินออกประตู J2 แล้วเดินไปอีก 400 เมตรตามแผนที่ด้านล่าง ก็ถึง Peak Tram แล้วครับ



16:30 Peak Tram ขึ้น Cable Car ไปชมวิวเมืองฮ่องกงที่ The Peak วันนี้เป็นวันเสาร์ซึ่งเป็นวันหยุดงานของฮ่องกง จึงทำให้คิวการใช้บริการ Cable Car ยาวมาก โชคยังดีที่มี Octopus Card ซึ่งจะมีแถวพิเศษที่ไม่ต้องรอซื้อตั๋ว แต่กระนั้นก็ยังไม่วายต้องรอคิวถึง 30 นาที ถ้าใครจะใช้บริการ Peak Tram วันเสาร์และอาทิตย์หรือตอนเย็นก็เผื่อเวลาไว้ด้วยนะครับ



17:10 The Peak ขึ้นบันไดเลื่อนประมาณ 7 ชั้นมุ่งตรงสู่ Sky Terrace ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่อยู่ด้านบนสุดของตึก หลังจากใช้ Octopus Card รูดเข้ามาใน Sky Terrace ก็จะเจอวิวอย่างนี้



เมืองฮ่องกงในดงหมอก



จากที่หาข้อมูลมานอกจาก Sky Terrace แล้ว The Peak ยังมีอะไรให้เที่ยวอีกมาก แต่ก็ต้องตัดใจ เพราะเวลามันจำกัดเหลือเกิน สามารถหาข้อมูลที่เที่ยวบน The Peak ได้เพิ่มเติมที่เวปไซต์นี้ครับ http://www.thepeak.com.hk/en/home.asp



18:00 ลงจาก The Peak เพื่อไปชม Symphony of light ซึ่งจะเปิดการแสดงในเวลา 20:00 ขาลงก็ต้องต่อคิวอีกเช่นเคย รอประมาณ 20 นาที คนไม่มากเท่าขาขึ้น อาจเป็นเพราะหลายๆ คนอยู่รอชมวิวเมืองฮ่องกงยามค่ำคืน แต่ก็ต้องเลือกระหว่างวิวเมืองฮ่องกงยามค่ำคืนบน The Peak กับ Symphony of light ที่ Avenue of Stars

18:30 นั่งรถ 15C ปิดประทุน (อดชมวิวเมืองฮ่องกงเช่นเคย - -“) ไปสุดสายที่ Central Pier 7 เพื่อรูด Octopus Card ขึ้นเรือ Star Ferry ข้ามไปยังฝั่งเกาลูน เพื่อรอชม Symphony of light ที่ Avenue of Stars



19:30 จับจองที่นั่งย่าน Avenue of Stars การแสดง Symphony of light เริ่ม 20:00 เป็นการแสดงแสงสีประกอบดนตรีที่ประทับใจมาก เสียดายไม่สามารถถ่ายทอดออกมาเป็นรูปภาพได้



20:30 เดินเล่นแถว Avenue of Stars แต่ด้วยกำลังขาที่เหลืออันน้อยนิดของลูกทัวร์ จึงจำใจต้องนั่งแท็กซี่กลับที่พักและทานมื้อเย็นแถวนั้น (อดทานช้อปปิ้งและทานอาหารอร่อยแถว Tsim Sha Tsui เลย - -“) แท็กซี่ที่ฮ่องกงมีทักษะภาษาอังกฤษมากกว่ามาเก๊า จึงไม่ค่อยเป็นปัญหาที่จะกลับที่พักด้วยแท็กซี่ ถึงแม้จะกังวลอยู่บ้างก็ตาม

สำหรับมื้อเย็น ได้ลิ้มลองราเมน แชงการีล่า ราเมนชามใหญ่มากสำหรับผมอร่อยใช้ได้ แต่รสชาติไม่ถูกปากลูกทัวร์สูงวัยเอาเสียเลย จึงต้องไปหาของอร่อยใส่ท้องต่อที่โจ๊ก Sea View Congee ชามใหญ่พร้อมปาท่องโก๋ตัวเท่าแขนและอร่อยมากครับ ใช้ชีวิตในฮ่องกง 1 วันจึงรู้ว่าร้านอาหารที่ฮ่องกงให้ปริมาณอาหารต่อจานมากจนบางครั้งทานไม่หมด



เวลาจริงที่ใช้ท่องเที่ยวฮ่องกงมาเก๊าในวันที่สอง Disneyland ในช่วง Star Guest, Lady Market (Sun 18 Apr 10)
8:00 – 9:00 (1 ชั่วโมง) ทานโจ๊กแถวที่พัก
9:00 – 9:50 (50 นาที) นั่ง MTR จาก Mong Kok ไป Disneyland
9:50 – 10:45 (55 นาที) ถ่ายรูปหน้าน้ำพุรอประตูเปิด ต่อแถวเอา Star Guset
10:45 – 11:30 (45 นาที) เล่น Buzz Lightyear Astro Blasters และไปจอง Fast Pass
11:30 – 12:40 (1 ชั่วโมง 10นาที) ถ่ายรูปกับเจ้าหญิงที่ปราสาท เล่น Space Mountain และ The Adventure of Pooh
12:40 – 13:40 (1 ชั่วโมง) ทานข้าวกลางวัน
13:40 – 14:20 (40 นาที) ชม Small World
14:20 – 14:40 (20 นาที) ชม Mickey’s PhiharMagic
14:40 – 15:10 (30 นาที) ขึ้นรถไฟรอบ Disneyland ขบวนพิเศษสำหรับ Star Guest ที่ Fantasyland Train Station
15:10 – 16:10 (1 ชั่วโมง) รอดู Disney on Parade เวลา 15:30
16:10 – 17:10 (1 ชั่วโมง) ชมการแสดง The Lion King เวลา 16:30
17:10 – 17:40 (30 นาที) นั่งเรือข้ามฟาก Rafts and Tarzan’s Tree House
17:40 – 18:20 (40 นาที) ร่องเรือในป่าแอฟริกา Jungle River Cruise
18:20 – 18:30 (10 นาที) ถ่ายรูปกับ Terk ตัวละครใน Tarzan ด้วยบัตรเชิญ Star Guest
18:30 – 19:00 (30 นาที) ชม Stitch Encounter และถ่ายรูปกับ Stitch ด้วยบัตรเชิญ Star Guest
19:00 – 19:30 (30 นาที) นั่งม้าหมุน Cinderella Carousel
19:30 – 20:15 (45 นาที) รอชมพลุหน้าปราสาท
20:15 – 20:40 (250 นาที) ซื้อของที่ระลึก
**ตามโปรแกรมข้างต้นยังไม่ได้เล่น Orbitron, Dumbo the Flying Elephant, Mad Hatter Tea Cup, Autopia และเข้าชม The Golden Mickeys
20:40 – 21:30 (50 นาที) นั่ง MTR กลับ Mong Kok
21:30 – 22:00 (50 นาที) ทานข้าวหน้าเป็ดแถว Mong Kok
22:00 – 23:30 (1 ชั่วโมง 30 นาที) ช๊อปปิ้งที่ Lady’s Market และ shop แถว Mong Kok

8:00 ทานอาหารเช้ากันที่ร้าน โจ๊ก Fuk kee ชามใหญ่ทานไม่หมดอีกแล้ว สำหรับผมความอร่อยก็พอๆ กับโจ๊ก Sea View Congee แต่เช้านี้ลองสั่งเมนูตามโต๊ะข้างๆ คล้ายก๋วยเตี๋ยวหลอดบ้านเราทานกับซอสที่ออกเผ็ดๆ อร่อยใช้ได้เลยครับ

9:00 ออกเดินทางไป Disneylandโดยขึ้น MTR จากสถานี Mongkok เปลี่ยนขบวนรถไฟสองครั้งที่สถานี Lai King และ Sunny Bay (สามารถ download MTR route map ได้ที่ http://www.mtr.com.hk/eng/train/system_map.html ) ถ้าคุณขึ้นรถไฟขบวนนี้ได้นั่นหมายความว่าคุณไปถึง Disneyland แน่นอน



9:50 Disneyland ถ่ายรูปที่น้ำพุหน้าทางเข้ากันก่อนประตูจะเปิดในเวลา 10:00 บัตรเข้า Disneyland สามารถซื้อได้หน้างานโดยไม่ต้องต่อแถวเลยในราคา 350HKD สำหรับผู้ใหญ่ 250HKD สำหรับเด็กและ 170HKDสำหรับคนแก่ เพราะทุกคนล้วนซื้อตั๋วมาก่อนเนื่องจากเกรงว่าจะต่อแถวยาว สำหรับผมก็ซื้อบัตรมาก่อนเช่นกัน ได้จากงานไทยเที่ยวไทยด้วยราคา 1400 บาทสำหรับผู้ใหญ่ ซึ่งคำนวณแล้วก็ประมาณ 330HKD ประหยัดไป 20HKD ที่ Disneyland ไม่มีค่าบริการเครื่องเล่นและการแสดงเหมือนบ้านเราครับ เพียงแค่เสียค่าบัตรผ่านประตู คุณก็สามารถเล่นได้ทุกอย่าง ดูได้ทุกโชว์ กี่รอบก็ได้ครับ



10:00 เข้า Disneyland เอาแผนที่พร้อมตารางเวลาการแสดงต่างๆ มาประมวลดูว่าจะไปไหนก่อนดี เหลือบซ้ายก็เห็นมิกกี้ยืนให้ถ่ายรูปคู่ซึ่งคิวยาวเป็นกิโล แลขวาก็เห็นผู้คนมากมายต่อแถวเข้าคิวเพื่อเอาป้ายคล้องคอมิกกี้และเข็มกลัดDisneyland ถามเจ้าหน้าที่ได้ความว่ามันคือป้ายคล้องคอสำหรับโปรแกรม Star guest ซึ่งจะทำให้วันของคุณเป็นวันที่พิเศษยิ่งขึ้น พิเศษยังไงไม่รู้หรอก แต่ได้ฟรีก็เอาไว้ก่อน โปรแกรม Star guest แจกให้ในจำนวนจำกัด ไปก่อนได้ก่อนนะครับ



กว่าจะได้มาซึ่ง Star Guest ก็ปาเข้าไป 10:45 หลังจากนั้นก็ไปดินแดนแห่งอนาคต Tomorrow land ย้อนระลึกถึงวัยเยาว์ด้วยการเล่น Buzz Lightyear Astro Blasters (ยิงปีศาจในอวกาศสะสมคะแนน) สนุกสนานกันทุกคนทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ คนแก่และคนชรา จนต้องเล่นรอบสอง สำหรับเครื่องเล่นไหนมีระบบ Fast Pass ก็จะเอาบัตรผ่านประตูไปรูดเพื่อให้ได้บัตร Fast Pass ซึ่งระบุเวลารอบที่ใช้บริการไว้ก่อน แล้วค่อยมาเล่นหรือชมการแสดงตามเวลาที่กำหนด เพื่อหลีกเลี่ยงการต่อคิวที่แสนยาว แต่ระบบเครื่องเล่นที่มีระบบ Fast Pass จะมีค่อนข้างน้อย ผมจึงอดเล่นเครื่องเล่นที่อยากเล่นอย่างเช่น Autopia (ขับรถแข่ง) ซึ่งคิวยาวเป็นชั่วโมงและไม่มีระบบ Fast Pass



11:30< พาลูกทัวร์เด็กน้อยมาถ่ายรูปกับเจ้าหญิงใน Disney เช่น Cinderella, Snow White และ Belle (Beauty and the Beast) รอบๆ ปราสาทเจ้าหญิงนิทรา เล่น Space Mountain (รถไฟเหาะ) และเข้าชม The Adventure of Pooh ตามเวลาที่กำหนดไว้ใน Fast Pass



12:40 ทานข้าวที่ศูนย์อาหารใกล้ๆ กับ The Adventure of Pooh ซึ่งรสชาติแค่พอทานได้แต่ราคาแพ๊งแพง อาหารในสวนสนุกก็อย่างนี้แหละ ครั้นจะออกไปกินข้างนอกก็ไกลเสียเหลือเกิน ถ้าอยากประหยัดให้บรรทุกน้ำใส่กระเป๋ามาเยอะๆ น้ำใน Disneyland แพงกว่าข้างนอกประมาณ 5 – 6 เท่า พูดถึงเรื่องน้ำ ที่บ้านเราถ้าจะซื้อน้ำราคาถูกก็ต้อง 7-11 แต่ที่ฮ่องกงน้ำใน 7-11 หรือมินิมาร์ทจะแพงกว่าอาแป่ะข้างทางอยู่ 2-4 เหรียญเลยทีเดียว

13:40 น่าเสียดายที่วันนี้ The Golden Mickey ไม่เปิดการแสดง ผมจึงล่องเรือ ฟังเพลงบรรเลง พร้อมกับ ดูตุ๊กตุ่นน่ารักๆ ในSmall World แทน ลูกทัวร์สูงวัยชอบมากเลย



14:20 ต่อแถวเพื่อชมการแสดงภาพยนต์ 4 มิติ Mickey’s PhiharMagic อันนี้ลูกทัวร์สูงวัยก็สนุกสนานเช่นกัน บ้างก็ตื่นเต้นเพราะไม่เคยดูภาพยนต์ 4 มิติมาก่อน

14:40 ไป Fantasyland Train Station เพื่อขึ้นรถไฟชมรอบๆ Hongkong Disneyland แต่ปรากฎว่าคิวสำหรับรอบนี้เต็มแล้ว และรอบหน้าต้องรอจนกว่าขบวนพาเรดแสดงจบประมาณ 16:00 ระหว่างเดินออกมาอย่างหดหู่ ได้ยินเสียงเจ้าหน้าที่ถามว่า “Do you need surprise?” แล้วผมก็ได้ป้ายห้อยคอนี้มา ซึ่งสามารถใส่รวมกับป้าย Star Guest ที่ได้มาตอนเช้า



จากนั้นก็ได้ขึ้นรถไฟขบวนพิเศษที่มี Mickey มาต้อนรับและให้ถ่ายรูปคู่ได้อย่างจุใจโดยไม่ต้องต่อแถวยากเป็นกิโล เป็นสิทธิพิเศษสำหรับผู้มีป้าย Star Guest เท่านั้น ทำให้ความรู้สึกกับการต่อแถวที่ยาวนานในตอนเช้าคุ้มค่าขึ้นมาทันที



15:30 ลงจากรถไฟด้วยเวลาพอดีที่ Disney on Parade เริ่มขึ้น



บอลลูน Mickey ตัวยักษ์



Walt Disney Picture



The Seven Dwarfs



และ Snow White



รวมถึง Little Mermaid



และ Donald Duck



16:10 ไปที่ Advantureland เพื่อชมการแสดง The Lion King เวลา 16:30 การแสดงมีบางช่วงก็ตื่นเต้น โชว์ควงไฟ และ โชว์นางฟ้าบินไปมา แต่บางช่วงเผลอหลับไป อาจเป็นเพราะเที่ยวมาทั้งวันแล้วก็ได้

17:10 รอเรือข้ามฟากไป Rafts and Tarzan’s Tree House ซึ่งเป็นบ้านต้นไม้ของ Tarzan



เดินไปเรื่อยๆ ก็จะมีขอใช้ของ Tarzan ให้เล่น และมีประวัติต่างๆ ให้อ่าน



และมี Tarzan ตัวปลอมให้ถ่ายรูป



17:40 ร่องเรือ Jungle River Cruise เข้าป่าอเมซอนและแอฟริกา ขณะร่องเรือจะเจอทั้งจรเข้ ปลาปิรันย่า ช้างแอฟริกาพ่นน้ำ ฮิปโป คนป่า และยังมีไฟไหม้ป่าตอนช่วงท้ายอีก ทั้งหมดของปลอมครับ แต่ทำได้เหมือนจริงมาก ๆ จนเด็กคนหนึ่งถามพ่อแม่เขาว่า “Is it real?”



18:20 พวกเราได้รับสิทธิพิเศษกับโปรแกรม Star Guest อีกครั้ง ได้ถ่ายรูปกับ Terk ตัวละครใน Tarzan



18:30 และStar Guest ก็เชิญเราเป็นแขกพิเศษรอบสุดท้ายที่ได้ใกล้ชิดกับ Stitch ใน Stitch Encounter ซึ่งเป็น Stitch ในจอภาพยนต์ที่สามารถตอบโต้กับผู้ชมได้ หลายคนงงว่าทำได้ไง การตอบโต้กันระหว่าง Stitch กับเด็กๆ ตลกและกวนๆ ตามแบบฉบับของ Stitch สนุกดีครับ



ระหว่างรอชม Stitch Encounter ผมเห็นคนฮ่องกงคนนึ่งได้ป้าย Star Guest เยอะมาก มีทั้ง Minnie, Mulan, Little Mermaid และอื่นๆ อีกมากมาย ถามเขาจึงรู้ว่า ถ้าคุณมีป้าย Star Guest แล้วหมั่นถามพนักงานที่คุณเจอว่า “Do you have surprise?” คุณได้เข้าร่วมกิจกรรมพิเศษๆ สนุกๆ อีกมากมาย ถึงว่าล่ะ... คนต่อแถวยาวเป็นกิโลเพื่อที่จะเอาป้าย Star Guest

19:00 เวลายังเหลือ ไปนั่งม้าหมุน Cinderella Carousel เล่นซักหน่อย

19:30 ชม พลุหน้าปราสาท ที่งามประทับใจก่อนกลับ

20:15 ซื้อของ Disney แท้ๆ (แพงๆ) จาก Hongkong Disneyland ก่อนกลับ

21:30 นั่ง MTR กลับมาแถว Mongkok ทานข้าวหน้าเป็ดจานใหญ่ (แม้จะหิวก็ทานไม่หมด) แถว Sincere House อร่อยดี แต่เป็ดย่าง MK แถวบ้านถูกปากผมมากกว่า

22:00 ช้อปปิ้งแถว Lady’s Market น้าผมจะซื้อของไปฝากเพื่อน ถูกใจของอยู่ชิ้นหนึ่งราคา 10 HKD ผมต่อรองราคาได้จนเหลือแค่ 5 HKD!!! น้องผมอยากได้เสื้อหนาวราคา 250 HKD ต่อรองเหลือแค่ 150 HKD เลยรู้ว่า ซื้อของที่ Lady’s Market ต้องต่อราคาให้มากเข้าไว้ จะได้ของถูก

จบวันที่สองของทริป ฮ่องกง-มาเก๊า ติดตามตอนต่อไปด้านล่างครับ

รีวิวฮ่องกง มาเก๊า 4 วัน 3 คืน Part 2 Temple, Nongping, Coloane, Venatian, Senado Square คลิ๊กที่นี่ครับ



Create Date : 23 มิถุนายน 2553
Last Update : 1 กันยายน 2554 22:20:46 น. 11 comments
Counter : Pageviews.

 
ละเอียดยิบเลย

ขออนุญาตแอดเป็นเฟรนด์บล็อกนะคะ

นานๆ จะเจอคนทำรีวิวละเอียดๆ ชอบๆ

เพิ่งได้ความรู้เรื่องสตาร์เกสท์ ขอบคุณมากๆ เลยค่ะ

แจกเฉพาะช่วงตอนเปิดงานหรือเปล่าคะ? ที่บอกจำนวนจำกัดนี่ เท่ากับแจกรอบเดียว?


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 26 มิถุนายน 2553 เวลา:12:12:39 น.  

 
ไม่แน่ใจครับว่าจำนวนจำกัดหรือเวลาจำกัด แต่เห็นแค่ตอนเช้าเท่านั้นที่ได้ Star guest ครับ

:)


โดย: Pooh (ภูผาวารี ) วันที่: 28 มิถุนายน 2553 เวลา:11:45:03 น.  

 
อ่านแล้วได้อมยิ้มครับ ... ชอบมากๆ


โดย: Backpacker IP: 125.25.108.4 วันที่: 14 กรกฎาคม 2553 เวลา:21:18:57 น.  

 
ขอบคุณสำหรับคำชมครับคุณ Backpacker


โดย: Pooh (ภูผาวารี ) วันที่: 15 กรกฎาคม 2553 เวลา:7:32:01 น.  

 
ดีค่ะ ชอบจัง เพราะจะเดินทาง 24-27 ก.ย.53 นี้ มาหาดูรีวิวอะค่ะ เก็บข้อมูล ว่าจะต้องทำไงบ้าง เตรียมตัวไง ให้ไปเที่ยวแล้วคุ้ม แต่ชอบ Star Guest เพิ่งทราบเหมือนกัน ปกติ เห็นคนเข้าแถวยาวก็ไม่สนใจ แต่คราวนี้ต้องสนใจซะหน่อย อิอิ ขอบคุณมากมายค่ะ


โดย: thainy IP: 58.8.23.200 วันที่: 28 สิงหาคม 2553 เวลา:12:32:59 น.  

 

เคยไปที่ lady market ได้ยินสาวจีนตกลงราคารองเท้าได้ที่ ซานสือ (30 เหรียญ)

ผมลองถามไป How much?
คนขายตอบกลับมา 150 เหรียญ

จึงคิดว่าสินค้าส่วนใหญ่คงบอกราคาผ่านมากเลย


โดย: Max IP: 61.90.42.193 วันที่: 25 มิถุนายน 2554 เวลา:6:13:18 น.  

 
อยากอ่าน ต่อ วันที่ 3 กับ 4 อยู้ตรงไหนอ่าคับ ชอบมากๆเลย


โดย: Hello-Jeepy IP: 180.210.216.74 วันที่: 22 สิงหาคม 2554 เวลา:0:25:07 น.  

 
วันที่ 3 และ 4 ครับ
http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=poohphawaree&date=01-07-2010&group=24&gblog=3

แถมให้ วันที่ 1 และ 2 ของทริปล่าสุด
http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=poohphawaree&date=14-08-2011&group=24&gblog=16


โดย: Pooh (ภูผาวารี ) วันที่: 22 สิงหาคม 2554 เวลา:22:20:43 น.  

 
เป็นประโยชน์มากๆเลยค่ะ ขอบพระคุณมากๆนะคะ


โดย: ตามมาจาก Pantip IP: 110.164.59.230 วันที่: 22 ตุลาคม 2554 เวลา:9:55:29 น.  

 
ไปตอนฝนตกเสียดายมาก รู้สึกว่าแทบไม่ค่อยมีอะไรเลยที่ดิสนีย์แลนด์ ผิดหวังนิดๆค่ะ คือถ้าไปกับเด็กๆน่าจะเหมาะจริงๆ


โดย: Mazubato วันที่: 5 มิถุนายน 2555 เวลา:16:17:35 น.  

 
พอดีกำลังจะจอง เกสเฮ้าที่บอกเดือนมีนาปีหน้าอะคะ เชคแล้วเต็มแล้วทำไงดีคะ มีที่อื่นแนะนำไหมคะ


โดย: PPP IP: 223.205.151.56 วันที่: 8 พฤศจิกายน 2555 เวลา:20:21:50 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.